อุส่าห์ได้เกิดเป็นตัวประกอบ...แต่ทำไมต้องเป็นพี่ชายนางร้ายในเกมจีบหนุ่มด้วยล่ะ!!!

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,756
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 397 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

ตอนที่ 2 จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง


3 วันหลังจากนั่น เนื่องจากเกิดเรื่องวุ่นพอสมควรไคลน์จึงยังไม่ได้ไปหาลูน่าเลย มันก็อดทำให้เขากลัวไม่ได้ว่าเธอจะกลายเป็นนางร้ายตามเดิมแม้ว่าอลิซจะยืนยันว่าเธอไม่เป็นไรก็เถอะ

ณ กำแพงเมือง

"ท่านอัลเฟรด! ตอนนี้ข้าศึกใกล้เข้ามาแล้วครับ!"นายทหารเข้ามารายงาน เขามีท่าทางที่ตื่นกลัวเพราะพวกเขามีแค่ 100 กว่าคนเนื่องจากส่วนใหญ่ตายจากการต่อสู้ก่อนหน้า แต่จำนวนของศัตรูเองก็ไม่ได้เยอะมาก หากแต่จำนวนของพวกเขามันน้อยเกินไปแค่นั่นเอง ส่วนประมาณทัพศัตรูก็ 500-600 คน ลดไปเยอะเพราะการปะทะครั้งก่อน

อัลเฟรดพยักหน้าและสั่งให้ทุกนายประจำตำแหน่งและเตรียมพร้อม ทหารทุกนายรู้สึกแปลกใจที่เขาไม่ได้กังวลหรือกลัวเลย ตรงกันข้าม เขาดูมั่นใจมาก พวกเขาสงสัยว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับขวดแก้วที่อุดด้วยผ้าที่เขาเอามากับการจัดทัพแบบใหม่ที่แปลกสำหรับพวกเขา แน่นอนว่าอัลเฟรดรู้สึกถึงสายตาสงสัยจำนวนมากนั่นดี


ตัดมาทางเอิร์ล แรนโด

เขาสังเกตุดูป้อมปราการที่มีทหารประจำการอยู่แล้วหัวเราะชอบใจพลางเยาะเย้ยตระกูลฟรอนเทียร์ต่างๆนาๆ อัลเฟรดที่ได้ยินก็เริ่มของขึ้นแต่ก็กลับมายังสภาพเดิมแล้วนึกถึงคำพูดของไคลน์ เมื่อเห็นว่าพวกที่อยู่บนกำแพงไม่มีปฎิกิริยาอะไรก็สั่งลูกน้องของตัวเอง

"ทหาร!! ฆ่าพวกมันให้หมด! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"แรนโดหัวเราะดังลั่น จากนั้นพวกทหารก็พากันบุกเข้าไปอย่างรวดเร็วยังป้มปราการที่ด้านล่างไร้การป้องกัน แต่แล้วก็ผิดพลาด...

บึ้ม!!!!!!!

"อะไร?!"เกิดระเบิดขึ้นที่กลางทัพของแรนโด ทหารเกือบร้อยนายตายทันที เกือบสองร้อยนายบาดเจ็บสาหัส และอีกจำนวนมากที่ฉี่ราดกางเกง แน่นอนว่าความแม่นระดับพระกาฬนี้มาจากอัลเฟรดที่ฝึกปาขวดอยู่ตลอด เขาดูจะชอบมันมาก


ตัดกลับมาที่กำแพง

อัลเฟรดจุดไฟแล้วโยนไปยังจุดที่มีคนมากที่สุดอย่างแม่นยำและอุดหูไว้ และก่อนที่นายทหารจะได้ถามอะไรก็เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นมาอย่างฉับพลันจนพวกเขาตกใจ ฝุ่นคลุ้งกระจายกลบกองทัพศัตรู แต่เมื่อฝุ่นจางหายไปและเห็นสภาพของกองทัพพวกเขาก็ตกตะลึงกับของที่หัวหน้าอัศวินเอามา เพราะจุดที่โยนไปนั่นเกิดหลุ่มขนาดใหญ่และศพที่เละเทะของทหารข้างล่าง พวกเขาไม่คิดว่าของชิ้นนี้มันจะมีพลังมากถึงระดับนี้

"นี้ไม่ใช่เวลามาตกใจน่ะ!! พวกเราต้องปกป้องเมืองนี้ให้ได้! เพราะงั้นก็ตั้งใจซะ เข้าใจไหม!!!"เมื่อเห็นว่าทหารของตนยืนแข็งข้างก็ตะคอกใส่ทันทีเพื่อเรียกสติ

บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม! เกิดระเบิดขึ้นมาที่สนามรบเป็นระยะ

ตัดมาที่ไคลน์ ณ คฤหาสน์

ไคลน์กำลังอ่านหนังสือและจิบชาไปด้วย และข้างๆเขาคือน้องสาวของเขา ลูน่า

"ท่านพี่กำลังอ่านอะไรอยู่หรอค่ะ?"เธอเห็นพี่ชายนั่งอ่านหนังสือตั้งแต่เข้ามาในห้อง เธอเห็นเพียงรูปภาพของสัตว์ทั้งนั่น สำหรับคนที่นี้ สัตว์พวกนี้เป็นสัตว์ธรรมดาแต่ที่โลกเดิมของไคลน์มันคือสัตว์ประหลาด สาเหตุที่เขาต้องมานั่งอ่านหนังสือพวกนี้เพราะเขาต้องการเปรียบเทียบกับสัตว์ที่โลกเดิม ถึงแม้เขาจะผ่านการฝึกเอาชีวิตรอดแบบนรกแตกมาแล้วก็ตามแต่นั่นก็เป็นเพราะเขามีข้อมูลและจัดการที่ได้ผลที่สุด

แต่ที่นี่แตกต่างจากโลกเดิม ทักษะแบบเดิมอาจใช้ได้ผลแต่ผลลัพที่ได้คงต่างกัน ดังนั้น เขาต้องปรับเปลี่ยนวิธีรับมือให้เหมาะสมและให้ผลลัพที่ดีที่สุด 'สงสัยคงต้องทำเป็นหนังสือซะแล้ว แต่ถ้าจำไม่ผิด กระดาษมันแพงสินะ คงต้องทำเองอย่างเดียว ไม่เคยคิดเลยว่าทักษะที่ไร้ประโยชน์ในการทำงานอย่างทำกระดาษมันจะมามีประโยชน์เอาตอนนี้ ขอโทษที่เคยด่านายไปตอนนั้นน่ะฮาจิ'

ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น

"เข้ามา"ไคลน์บอกให้คนที่เคาะเข้ามา และเมื่อร่างนั่นก็คืออลิซ เมดรับใช้ส่วนตัวของเขา "ขอโทษที่รบกวนเวลาอ่านหนังสือนะค่ะท่านไคลน์ แต่ตอนนี้ เซอร์อัลเฟรดได้กลับมาพร้อมแล้วค่ะ"ไคลน์คั้นหน้าหนังสือและวางไว้ก่อนจะลุกขึ้นมาแล้วยื่นมือไปทางลูน่า"เราไปต้อนรับเขากันเถอะ"



ตัวเมือง

เสียงโฮ่ร้องด้วยความดีใจดังสนั่นไปทั่ว พวกเขาไม่คิดว่าจะปกป้องได้สำเร็จด้วยจำนวนที่น้อยกว่า แต่ส่วนนี้คงต้องขอบคุณพวกทหารที่ไปทำสงครามก่อนหน้าจนลดจำนวนลง ขบวนของพวกเขาเดินตามทางไป ที่ปลายทางนั่นมีคนยืนรออยู่ ซึ่งพวกเขาก็คือ อลิซ ลูน่าและไคลน์ ดยุกคนปัจจุบันที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์และคงไม่มีใครทำลายสถิตินี่ได้ เขาเดินเข้าไปและหยุดยืนห่างจากพวกเขาสองเมตร 

ไคลน์ยิ้มขึ้นมาอย่างเป็นมิตรเมื่อเห็นทุกๆคนไม่เป็นไร คงเพราะศัตรูถอยก่อนจึงไม่ได้ปะทะ"เหนื่อยหน่อยน่ะทุกคน แต่ก็อย่าพึ่งได้ใจไป เพราะศัตรูอาจจะบุกมาอีกครั้งหลังเตรียมกองกำลังพร้อม" บรรยากาศที่ดูผ่อนคลายก่อนหน้ากลับมาตึงเครียดทันที

"แม้ว่าแรนโดจะเป็นพวกใจร้อนและยังเอาแต่ใจไม่ระวังศัตรูที่สู้ด้วยจนกลายเป็นความประมาท แต่แม่ทัพของฝั่งนั่นในตอนนี้คงกำลังหาวิธีรับมือกับระเบิดและเตรียมกำลังพลอยู่แน่ ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำในวันนี้คือ..."ทหารลอบกลืนน้ำลายรอคำพูดต่อไปที่เขาจะพูดออกมา

"...พักผ่อนให้เต็มที่"เฮ้!! พวกเขาชูมือขึ้นฟ้าอย่างดีใจ บางคนจะกลับไปหาครอบครัว บางคนก็บอกจะไปฉลองกันให้เมาจนหัวทิ้ม

ถ้าให้เขาคาดเดาว่าฝั่งนั้นจะบุกมาอีกเมื่อไหร่ อย่างเร็วสุดก็ 1 เดือนหลังจากนี้ ประมาณทหารคร่าวๆก็หลักพันเป็นอย่างต่ำ ระยะเวลาระหว่างนี้มันก็มากพอสำหรับเขาในการเตรียมตัวเช่นกัน แต่ถ้าแม่ทัพของฝั่งนั้นฉลาดพอละก็คงจะใช้เวลานานกว่านี้ในการเตรียมตัวให้พร้อม แต่แรนโดจะเอาด้วยรึเปล่าคืออีกเรื่อง เพราะงั้น เวลานี้เขาต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุด

"อัลเฟรด ไปรอผมที่ห้องทำงาน"ไคลน์

เขาเตรียมแผนสำหรับพัฒนาเมืองนี้เอาไว้แล้ว ดังนั้นเขาจึงเรียกคนจากส่วนต่างๆให้มาเข้าพบ ได้แก่ คนเก็บภาษี ช่างทำอุปกรณ์ซึ่งเขาโชคดีที่เป็นคนแคระ และสุดท้าย หัวหน้าอัศวิน

"ท่านเรียกพวกข้ามาทำไมกันท่านดยุก?"คนเก็บภาษีมีสีหน้างุนงง

"พอดีผมมีอะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับรูปแบบการเพาะปลูกและการเก็บภาษีน่ะ ข้าเขียนไว้ให้เป็นหนังสือแล้ว"ไคลน์ชี้ไปยังหนังสือที่วางอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมาอ่าน ถึงเขาจะอยากค้านแค่ไหนก็ทำไม่ได้เพราะอีกฝ่ายมีอำนาจมากกว่าแม้ว่าจะเป็นเด็ก

"เอาล่ะ ต่อมา คุณอัลเฟรดเรื่องต่อไปที่ข้าจะให้ท่านทำ ท่านก็คงจะเดาได้อยู่แล้ว นั่นคือการเกณฑ์ทหาร แต่ให้เปลี่ยนการให้เงินเป็นทุกๆสิ้นเดือน และเพิ่มเงินเป็น 2 เหรียญเงิน 50 เหรียญทองแดง"ไคลน์

"รับทราบครับ"อัลเฟรดรับคำและโค้งหัวลงก่อนออกจากห้อง

"สุดท้ายคุณสมิธ ผมมีของอยากให้คุณทำ" ไคลน์ยิ้มออกมา



แรนโด

"โธ่เว้ย!!!"ตึง! แรนโดทุบโต๊ะของตัวเองด้วยความฉุนเฉียว เขาโกรธมากที่เข้ายึดเมืองไม่ได้และเขาคงจะอายน่าดูถ้ารู้ว่าแพ้ให้กับเด็ก

"ใจเย็นลงก่อนท่านเอิร์ล"แม่ทัพของเอิร์ลแรนโด

"จะให้ข้าเย็นได้ไง! และอีกอย่าง ทั้งหมดนี่มันเป็นเพราะเจ้า เจ้าบอกข้าว่าถ้ารีบบุกไปในตอนที่อ่อนแอจะต้องยึดเมืองได้แต่นี่อะไร? พวกเราโดนมันจัดการแถมยังแพ้แบบราบคาบ!!"แรนโดมีอาการหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด

"ไปเกณฑ์ทหารมา! เราจะไปบุกมันอีกครั้งเมื่อพร้อม!!"

"แต่ว่า-"

"ไม่มีแต่! ครั้งนี่เราต้องฆ่าพวกมันให้ได้ ถ้าเข้าใจแล้วก็รีบๆไสหัวไปซะ!!!"แรนโดเดินกลับไปอย่างฉุนเฉียว ตอนนี้ในความคิดของเขาคงมีแต่การฆ่าพวกไคลน์ ทางแม่ทัพที่พยายามจะพูดให้หาวิธีรับมือกับอาวุธเวทย์ปริศนา

แม่ทัพของแรนโดหมดคำจะพูด จริงอยู่ที่เขาบอกให้รีบบุก แต่เขาก็ไม่คิดว่าศัตรูจะมีอาวุธที่ทรงพลังขนาดนั่น แต่มันมีบางอย่างทำให้เขาคาใจอยู่ 'อาวุธเวทย์พวกนั่นมันอะไร? ทำไมก่อนหน้านี้พวกเขาถึงไม่ใช้ล่ะ? ถ้าใช้ตั้งแต่แรกทัพของเราคงแตกพ่าย หรือว่ามีการทรยศ? เป็นไปไม่ได้ จากเท่าที่ข้าเห็น ไม่มีทางที่คนของเขาจะหักหลัง งั้นทำไม...'

สุดท้ายแล้วเขาก็ทิ้งเรื่องพวกนี่ไว้และเดินไปสั่งกับทหารของเขา



ตัดกลับมาที่ไคลน์

"ท่ายดยุก นี่คือ..."สมิธที่แบบแปลนคร่าวๆก็แสดงอาการงุนงง เขาไม่คิดว่าสิ่งที่ดยุกเด็กคนนี้จะให้ทำคือธนู แต่เป็นธนูรูปร่างประหลาดขนาดเล็กที่ติดกับท่อนไม้

"ผมเรียกมันว่าหน้าไม้ ก็อย่างที่คุณเห็น มันคล้ายธนู แต่รุนแรงกว่าและแม่นยำกว่ามาก ด้วยจำนวนทหารในตอนนี้ไม่มีทางป้องกันกำแพงเมืองได้ และถ้าเข้าปะทะกันตรงๆไม่มีทางที่เราจะชนะเลย ดังนั้น สิ่งที่เราต้องการคืออาวุธใหม่ที่สามารถจัดการศัตรูจากระยะไกลได้ และต้องมีความแม่นยำกว่าธนูด้วย จะทำรึเปล่าคุณสมิธ?"ไคลน์ยืนรอดูปฎิกิริยาของคนแคระตรงหน้า 

"ถามว่าจะทำไหมน่ะหรอ? คิดว่าพวกข้าเป็นใครกัน? เรื่องงานช่างน่ะของถนัดพวกข้าอยู่แล้ว! อีกอย่างงานแบบนี้ไม่ได้มีมาให้ทำกันบ่อยๆเพราะงั้นข้ารับอยู่แล้ว"สมิธยืดอกและพูดอย่างภูมิใจ

เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็ใจชื่นขึ้นมาก ถ้าเขามีมันละก็ในสงครามจริงเขาจะค่อนค้างได้เปรียบในระยะไกล ถ้าเป็นระยะใกล้เขาก็ยังมีฟาลังซ์ที่ยังไม่ได้ใช่อยู่ "ถ้างั้นก็ดีแล้ว ผมต้องการมันมากเท่าที่ท่านจะทำได้ภายในเดือนนี้ ราคาก็แล้วแต่ท่านเลย"

"เชื่อมือพวกข้าได้เลยท่านดยุก"


'ที่เหลือก็เพียงแค่รอ' นับตั่งแต่ที่เขารอดชีวิตเนื้อเรื่องทุกๆอย่างมันก็เปลี่ยนไปแล้ว และเขาก็ไม่คิดจะเดินตามเกมเดิมแน่นอน ในเมื่อเขาได้เข้ามาอยู่ในเกมนี้ เขาจะเปลี่ยนให้เมื่องนี่เป็นที่ที่สงบสุขและเหมาะแก่การใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ในฐานะตัวประกอบ

เรื่องที่เขาฝากให้ฝ่ายเก็บภาษีไปทำคือการลดภาษีจาก 40% เหลือ 20% และปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเป็นแบบหมุนเวียน เพราะการรบของพ่อเขามันผลาญทรัพยากรไปพอสมควรจึงต้องหามาเพิ่ม วิธีการปลูกและการทำปุ๋ยแบบต่างๆถูกเขียนไว้ในหนังสือเล่มนั่นหมดแล้ว ที่เหลือก็แค่ใช้งานจริง

ทางด้านอัลเฟรดก็ไปรับสมัครทหารเพิ่มและทำระเบิดเตรียมเอาไว้ และฝึกทหารให้พร้อม และเพราะกำแพงเมืองยังสภาพดีไม่มีรอยขีดข่วนจึงไม่จำเป็นต้องซ่อม และอย่างสุดท้ายที่ไคลน์ต้องทำคืดพักรักษาตัว ยังไงซะ ร่างของเขาก็เป็นเด็กแม้ว่าข้างในจะ 27 ปีก็ตาม แต่ความเหนื่อยล้าและอาการบาดเจ็บก่อนหน้าทำให้เขาต้องยอมพักผ่อน

และที่ข้างๆเตียงก็มีอลิซคอยดูอยู่










ลงครับ~(ไปหาข้าวกินแปปเดียวกลับมาเขียนตอนที่ 3)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 397 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #91 Deathcore (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2564 / 07:17

    สนุกใช้ได้เลยครับ

    #91
    0
  2. #3 91250 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 00:35

    สนุกมากเลยนะคะจะรออ่านตอนต่อไปนะคะคุณไรท์เตอร์(>_<)
    #3
    0