อุส่าห์ได้เกิดเป็นตัวประกอบ...แต่ทำไมต้องเป็นพี่ชายนางร้ายในเกมจีบหนุ่มด้วยล่ะ!!!

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 201 ครั้ง
    27 มิ.ย. 63

ตอน เปิดฉาก! สงครามกลางเมืองวินส์ตัน

สงครามนั่นมีอยู่ทุกที่ ไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน อนาคต หรือต่างโลกก็มีสงครามกันทั้งนั่น และสงครามมันไม่เคยให้อะไรเราเลย มันมีแต่พรากสิ่งสำคัญของเราไป

ดังเช่นเด็กคนนี้

"ฮึก แม่~แม่ครับ ตื่นขึ้นมาสิ-ฮึก อย่าทิ้งผมเอาไว้คนเดียวสิ-ฮึก ไหนแม่บอกว่าจะคอยอยู่กับผมไง ฮือ~ ข้อร้องละ ผมสัญญาผมจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน-ฮึก เพราะงั้น เพราะงั้น..."

เด็กหนุ่มเขย่าเรียกร่างของหญิงวัยกลางคนที่นอนเลือดอาบและตามร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลอยู่ แต่การกระทำของเขานั่นสูญเปล่า เพราะเธอได้จากโลกนี้ไปแล้ว

"!!! ฮา...ฮา..ฮา...ฝันหรอกหรอ"

เด็กหนุ่มอายุประมาณ 16-17 ปีสะดุ้งตื่นขึ้นมาและหอบหายใจ

"วันนี้ แล้วสินะ"




"มากันเยอะกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย"

ไคลน์เดินมายังลานกว้างใจกลางเมืองที่ซึ่งในตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่านักผจญภัยที่มายืนรวมกัน

"นักผจญภัยทุกคนภายในกิลด์ยินดีรับภารกิจฉุกเฉินนะครับ"

อัลเฟรดเดินมาบอกไคลน์

"ท่านดยุกมีบุญคุญกับพวกเรามาก เพราะงั้นครั้งนี้ก็ถึงคราวของพวกเราที่จะตอบแทนท่านดยุกกันแล้ว ใช่ไหมพวกแก!!!"

"ใช่ๆ" "ใช่แล้ว!" "พวกเราจะช่วยท่านดยุกเอง!" "งานนี้น่ะไม่ต้องถึงมือท่านหรอก" "ปล่อยเป็นหน้าที่ของพวกเราได้เลย!"

"ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะแต่ ในเมื่อคนของตัวเองกำลังพยายามอยู่ชั้นที่เป็นดยุกก็คงจะอยู่เฉยไม่ได้ละน่ะ อีกอย่าง..."

เขาเว้นระยะไว้ช่วงนึงก่อนจะเปลี่ยนจากสีหน้ายิ้มแย้มกลายเป็นจริงจัง

"ที่เขตของคนอื่นๆไม่ได้มีการเตรียมการที่ดีแบบพวกเรา และผลของสงครามไม่ได้ตัดสินจากชัยชนะเพียงครั้งเดียว ถึงพวกเราจะป้องกันที่นี้ได้สำเร็จแต่ที่อื่นนั่นไม่ใช่

ชั้นไม่สามารถส่งกองกำลังของที่นี้ไปยังเขตอื่นได้ เพราะงั้นจึงเป็นหน้าที่ของพวกคุณ เหล่านักผจญภัย คำขอของชั้นคือการให้พวกคุณไปช่วยเหลือเขตอื่นๆและยึดเอาเขตชายแดนกลับมา

และที่แรกที่พวกคุณจะต้องไปก็คือเขตปกครองเก่าของเอิร์ลแรนโด วิสต้า เมืองวินส์ตัน ชั้นได้ให้บูเกอร์เตรียมพร้อมแล้ว ที่เหลือก็แค่รอพวกคุณ ฟากด้วยนะ อัลเฟรด"

"ครับ!"

อลัเฟรดรับคำสั่งจากไคลน์เสร็จ เขาก็หันกลับไปมองเหล่านักผจญภัยภายในกิลด์ที่มารวมตัวกัน

"ฟังชั้นให้ดี! ในภารกิจครั้งนี้ไม่เหมือนกับที่ผ่านๆมา นี้ไม่ใช่การล่าสัตว์หรือตามหาสมุนไพรแบบที่พวกเจ้าเคยทำ ใครที่ไม่ได้เตรียมใจก็กลับบ้านไปซะ!! ชั้นไม่ต้องการพวกครึ่งๆกลางๆ เข้าใจมั้ย!!!"

"รับทราบ!"

เหล่านักผจญภัยตอบรับคำจากอัลเฟรด และเมื่อเขาสำรวจแล้วว่าทุกๆคนพร้อมก็ออกเดินทางในทันที



ตัดมาที่เมืองวินส์ตัน

"ท่านบูเกอร์ครับ คนจากเมืองฟรอนเทียร์ใกล้มาถึงแล้วครับ"

หน่วยสอดแนมที่บูเกอร์ได้ฝสกให้คอยดูรอบนอกตัวเมืองได้กลับมารายงานให้ฟังหลังจากที่เห็นว่ามีกลุ่มคนกำลังเดินทางมายังที่นี้โดยมีอัลเฟรดเป็นคนนำทัพ

"ได้เวลาแล้วสินะ แจ้งทุกหน่วย เตรียมตัวให้ดี เมื่อทัพจากเมืองฟรอนเทียร์มาถึง เราจะเปิดฉากโจมตีทันที"

ภายในตัวเมือง ทัพของจักรวรรดิ

"ไม่มีใครอยู่เลยน่า"

"ก็คงจะกลัวจนหนีไปแล้วนั่นแหละ"

"หรือไม่ก็อสจจะกลับไปสมทบกับเทืองฟรอนเทียร์เพราะคนไม่พอก็ได้นะ ฮ่าๆๆ"

ทหารคนนั้นพูดออกมา เพราะมัพที่เมืองฟรอนเทียร์นั้นเป็นเพียงแค่เหยื่อล่อในแผนการ ซึ่งเป้าหมายจริงๆคือยึดเเาเมืองวินส์ตันคืน เพราะเมืองนี้เคยเป็นเมืองติดกำแพงของพวกเขา

และการที่มันไปอยู่กับศัตรูทำให้พวกเขามีช่องว่างที่ทางอาณาจักรสามารถส่งทหารผ่านเข้ามาได้ง่าย ดังนั้นพวกเขาจึงต้องยึดมันกลับมาเพื่ออถดช่องโหว่นี้ไว้

"แต่ข้าไม่แบบนั้นนะ"

"ทะ-ท่านลอเรน?! ยินดีที่ได้พบครับ! เอ่อ..แล้วอะไรทำให้ท่านไม่คิดแบบนั้นเหรอครับ?"

นายทหารที่เห็นว่าแม่ทัพของตนได้เดินมาหาก็รีบทำความเคารพทันที

"ทำไมนะหรอ? ก็หากมันเป็นอย่างที่เจ้าว่าจริง ทำไมถึงไม่มีประชาชนในเมืองเลยละ?"

เหตุผลที่ลอเรนพูดออกมาทำให้นายทหารสองคนนั่นคิดได้และเริ่มเป็นกังวลทันที

เพราะถ้าพวกเขาส่งตนไปสมทบที่เมืองฟรอนเทียร์จริงๆ อย่างน้อยก็น่าจะมีพวกประชสชนอาศัยอยู่บ้าง แต่จากที่เขาสำรวจมา แม้แต่ร่องรอยของผู้คนก็ไม่มี มันเหมือนกับว่าคนที่นี้รู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะมาเลวรีบอพยพ

"ระ-หรือว่า"

"ท่านลอเรนครับ!! พวกมัน พวกมันมาแล้วครับ พวกฟรอนเทียร์ ยกทัพมาที่นี้-"

ฟิ้ว-บึ้ม!!!

ยังไม่ทันที่นายทหารขี่ม้าได้พูดจบก็เกิดระเบิดขึ้นที่ประตูหลังซึ่งเป็นทางที่พวกเขาใช้ในการเดินทางเข้ามายังเมื่องนี้

"บัดซบ! นี่เป็นกำดัก พวกเราถูกล่อให้มาติดกับดัก รีบ/กแจ้งทุกหน่วยให้มารวมตัวกันที่จุดนัดพบ พวกเราถูกซุ่มโจมตี รีบไปซะ!"

ในตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่านี่เป็นกับดัก แต่มันก็สายเกินไปเพราะทางหนีของพวกเขาถูกปิดเอาไว้ ด้านหน้ากำแพงเองก็มีพวกฟรอนเทียร์ที่กำลังเดินทางมาที่นี้ พวกเขาโดนล้อมไว้หมดแล้ว

ประตูหลัง จุดที่เกิดระเบิด

เสียงเฮดังไปทั่วพื้นที่ ในตอนนี้ฟั่งของบูเกอร์ก็ได้เริ่มเปิดฉากโจมตีซึ่งเป็นสัญญาณให้พวกอัลเฟรดเข้าปะทะได้ทันที

ตู้ม!!

เสียงของประตูไม้ขสาดใหญ่ที่ด้านหน้าถูกพังดังขึ้น และตามมาด้วยเสียงร้องของวัวที่ดังมาแต่ไกล แต่ถ้านั่นเป็นวัวจริงๆมันคงจะเป็นโชคดีสำหรับพวกเขา

เพราะสิ่งที่มีเสียงร้องคล้ายคลึงกันในโลกนี้คือสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นชื่อเรื่องบ้าพลังแบบสุดๆ

มิโนทอร์

เสียงการพ่นลมหายใจที่มีไอสีขาวๆออกมาดังขึ้น ซึ่งหากไม่สังเกตดูให้ดีๆก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามิโนทอร์ตัวนี้ไม่ได้อยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง

*สภาวะคลุ้มคลั่งเป็นสภาวะที่พบเห็นได้บ่อยกับพวกสิ่งมีชีวิตนักล่าที่มีพละกำลังสูง เมื่อมันตกอยู่ในอันตรายหรือบาดเจ๋บหนักจะเข้าสู่สภาวะนี้อัตโนมัติ

ซึ่งจริงๆแล้วมันคือสภาวะกึ่งคลุ้มคลั่ง เป็นความสามารถที่พัฒนามาจากสภาวะคลุ้มคลั่ง แม้ว่ามันจะไม่ได้เพิ่มพละกำลังให้มากเท่าอันเก่าแต่ผู้ใช้จะยังคงมีสติครบเหมือนเดิม

หากเทียบกับแบบเดิมที่ไร้สติแต่กำลังมหาศาล กับแบบใหม่ที่กำลังน้อยลงแต่ยังมีสติ แบบใหม่จะรับมือยากกว่าเยอะ และจุดสั่งเกตุคือแบบเก่าตาจะเป็นสีแดงสด แต่แบบใหม่จะสีอ่อนลง แต่พวกจักรวรรดิ์ไม่รู้หรอก

มอออ!!!

ตู้ม! ปึง! เพล้ง! กึก

ทหารหลายนายถูกมิโนทอร์หวดค้อนขนาดยักษ์ฟาดจนกีะเด็นไปชนกำแพงบ้าง ทะลุกระจกบ้าง หรือบินไปไกลจนดิ่งพสุธาก็มี

แต่ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คงจะเป็นรอยบุบบนชุดเกราะที่เกิดจากแรงอันมหาศาลที่ขนาดโดนเนิฟแล้วยังแรงจนชุดเกราะยับ

"มะ มิโนทอร์! มันมาที่ได้ไงกัน!?"

"เหวอ!? มันคลุ้มคลั่งอยู่นี่! รีบหนีเร็ว!!"

ตู้ม!! อ้า!!!

"พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยลูกด้วย-อะเฮือก!"

ทหารของจักรวรรดิพากันวิ่งหนีระเนระนาดและเต็มไปด้วยเสียงร้องโอดครวนด้วยความเจ็บปวดมากมาย แม้แต่เสียงของทหารขี่ม้าที่มาบอกให้ไปรวมตัวที่จุดนัดพบก็ไม่อาจได้ยิน

และทัพของอัลเฟรดไม่ได้มีแค่นักผจญภัยที่เป็นมนุษย์กับมิโนทอร์ แต่ยัมีอีกหลายเผ่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขาก็เคยเป็นทาสมาก่อน

พวกเขาต่างกระจายกันออกไปตามปาร์ตี้ของตัวเองและไปจัดการกับพวกจักรวรรดิ

แต่ในระหว่างที่ทุกๆอย่างกำลังสับสนวุ่นวายอยู่นั่น กลับมีร่างหนึ่งกระโดดออกมาและกระชับดาบคู่ในมือวิ่งตรงเข้าไปหาลอเรนที่กำลังจะจากไป

"ลอเรน!!!!!"

เขาตะโกนเรียกชื่อของลอเรนออกมาเสียงดังและใช้ดาบคู่ในมือฟันไปยังลอเรน แน่นอนว่าเสียงที่ไม่มีความเคารพและยังดูก้าวร้าวแบบนี้ต้องไมาใช่คนรู้จักและมีเจตนาที่จะฆ่าเขาชัดเจนมาก

เพล้ง!!!

ลอเรนชักดาบออกมาป้องกันได้ทันท่วงทีพร้อมใช้มืออีกข้างดันใบดาบเอาไว้ แล้วนักดาบคู่ก็ดีดตัวทิ้งระยะห่างออกมาและชี้ดาบไปทางแม่ทัพ

"ในที่สุด ในที่สุดชั้นก็เจอแกสักที ลอเรน!"




มุมนักเขียน

ขออภัยที่หายไปนานด้วยพอดียังไม่ค่อยว่างมาแต่ง แต่เดียวจะกลับมาแต่งแล้วละ และก๋เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ใกล้จะเปิดเทอมแล้วไรท์คงไม่ได้แต่งบ่อยนัก เพราะงั้นวันที่เหลืออยู่นี้ก็จะพยายามแต่งให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้

เนื้อเรื่องในช่วงนี้ก็จะเป็นการสู้รบกันยาวไปประมาณ 10-12 ตอน  แต่แค่คาดเดา ซึ่งอาจเยอะกว่านี้เพราะเป็นเหมือนส่วนปูเรื่องเนื่องจากมีการปรากฏตัวของตัวละครที่มีผลกับเนื้อเรื่อง หรือประเทศที่มีบทบาทในอนาคตออกมาทำให้ต้องลากยาวและยืกเนื้อเรื่องออกไป

ในตอนแรกไรท์กะจะไปอธิบายตอนที่ไคลน์เข้าโรงเรียน แตาถ้าทำแบบนั่นเนื้อเรื่องส่วนของโนงเรียนก็จะไม่คืบหน้าและช้า ไรท์เลยยัดพวกที่สำคัญจริงๆใส่ภาคนี้แทน

ทำให้ส่วนสงครามค่อนค้างยาวกว่าที่คิดไว้ตอนแรก ซึ่งกว่าไคลน์จะโตก็น่าจะเกือบตอนที่ 23-27 ส่วนพวกที่ไม่ค่อยสำคัญหรือไม่ได้เปิดตัวในปีแรกก็จะไม่ใส่ลงไป

ลงดึกหน่อยขอโทษด้วย ถ้าพรุ่งนี้ว่างอาจได้สักตอนประมาณ 6 โมงเย็น

เจอกันตอนหน้า!





ว่าแต่? ผู้ใช้ดาบคู่เป็นใครกันน้า~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 201 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

94 ความคิดเห็น

  1. #42 Diabolus (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 14:32

    ขอบคุณที่มาต่อครับ

    #42
    0
  2. #40 Raphiel_Z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 22:02

    ดีดี ขอบคุณครับ
    #40
    0
  3. #39 APHELIOS (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 21:56

    ขอบคุณครับจะรอต่อไปครับ
    #39
    0
  4. #38 666nooker666 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 21:47
    คิริโตะ มั้งครับ~~~
    #38
    2
    • #38-1 Dixon99(จากตอนที่ 12)
      27 มิถุนายน 2563 / 21:51
      นึกถึงคอมโบ16ฮิตเลย
      #38-1
    • #38-2 Phisat(จากตอนที่ 12)
      27 มิถุนายน 2563 / 21:52
      เร็วกว่านี้! ต้องเร็วกว่านี้อีก!
      #38-2