สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 7 : เรดาห์พัง...หรือนี่ ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62


โรงแรมหรูหราระดับ 5 ดาวกลางกรุงโซลเป็นอะไรที่ฉันไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าจะได้เหยียบเข้าไปในนั้น ยิ่งช่วงปลายปีที่เป็นช่วงท่องเที่ยวสำคัญของเกาหลี ผู้คนเดินกันขวักไขว่ บ้างก็มากับครอบครัวบ้าง บ้างก็เป็นคู่รัก มีนักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติทั้งชาวเอเชียและชาวยุโรป นักท่องเที่ยวจำนวนมากยืนจับกลุ่มคุยกัน บ้างก็วุ่นวายกับการเช็คอินอยู่หน้าเคาน์เตอร์ทำให้โรงแรมหรูแห่งนี้ดูเล็กไปถนัดตา ฉันคงเดินเหม่อดูอะไรเพลินไปเรื่อยหากคนตรงหน้าไม่หยุดเดินกะทันหันจนฉันเบรกไม่ทันชนปั๊กเข้าให้อีกรอบหนึ่ง

ตาคนนี้นี่ ชอบทำแบบนี้ประจำหรือยังไงนะ ฉันมุ่ยหน้าก่อนจะกุมไหล่ตัวเองนิดหน่อย

“ห้องเต็มหรือครับ ?” คุณหมออธิศร์ รัตนวงศ์วาณิช ถามอย่างกึ่งประหลาดใจกึ่งไม่คาดคิดกับประโยคนั้นของพนักงานต้อนรับโรงแรมหรู 5 ดาว

“ ทางเราต้องขออภัยด้วยนะคะ เพราะช่วงนี้เป็น High season ลูกค้าส่วนใหญ่จะจองมาล่วงหน้าทั้งหมดค่ะ ดังนั้นห้องของเราจึงเต็มทั้งหมดเลย” พนักงานหญิงก้มหน้าขอโทษขอโพยลูกค้าคนสำคัญ

“ งั้นฉันไปได้แล้วนะ” ฉันยิ้มกริ่มก่อนจะเตรียมย่องออกไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อชายหนุ่มคว้าหมับเข้าที่ปกคอเสื้อด้านหลังแล้วหิ้วร่องแร่งลากหลุนๆ กลับมายืนตรงหน้าเคาน์เตอร์อีกครั้งหนึ่ง

ฉันไม่ใช่แมวนะ ตาหมอบ้านี่

“ ถ้าอย่างนั้นผมจะขอรบกวนหน่อยได้ไหม ...ห้องพักของผมสามารถเสริมเตียงได้ไหมครับ” ประโยคนั้นทำให้ฉันหูผึ่งทันที ก่อนจะคว้าคอคนตรงหน้าลงมาคุยกันก่อน

“นี่...นายจะบ้าหรือยังไง ให้ผู้หญิงอย่างฉันพักกับนายเนี่ยนะ ?”

ถึงไอ้ซินจะใจกล้าหรือเค็มแค่ไหนก็ยังไม่เคยกล้าขนาดนอนห้องเดียวกับผู้ชายแปลกหน้าเลยนะ ตาคนนี้จะบ้าหรือยังไงถึงพูดอะไรอย่างนั้นออกมา

“ ก็...แน่นอนล่ะว่าผู้หญิงอย่างคุณก็ต้องพักกับผม เพราะมันมีทางเดียวนี่คุณ แล้วก็อย่างที่บอก ห้องผมเป็นห้องสวีท ดังนั้นพื้นที่กว้างพอแน่นอนจะเสริมเตียงอีกสักเตียงก็คงไม่เป็นไรมั้ง” คุณหมอหนุ่มเอ่ยขึ้นมาหน้าตาย ทำเอาฉันหน้าซีดหน้าแดงสลับกันไป

“ ไม่มีทาง ! หัวเด็ดตีนขาดฉันก็ไม่พักกับคุณแน่”

“ เอาอย่างนั้นแน่หรือ ผมกำลังคิดอยู่เชียวว่าค่าเตียงเสริมกับค่าอาหารเช้า ผมจะออกให้คุณด้วยนะ” ชายหนุ่มเปรยขึ้นเบาๆ ฉันหันขวับไปทางห้องอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ กลิ่นอาหารมันลอยมาแต่ไกล จนทำเอาคนที่หิ้วท้องมาอย่างฉันท้องร้องโครกครากทันที หอมจัง…หิวเลยเนี่ย ทำไมท้องฉันถึงไม่ไว้หน้ากันเลยนะ ดันประจานออกมาเสียได้

“ ห้องอาหารที่นี่เป็นแบบบุฟเฟ่ห์ใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มหันไปคุยกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ต่อราวกับว่าฉันไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มเท่นั่นทำเอาแม่สาวประชาสัมพันธ์เกาหลีที่หน้าบานอยู่แล้วยิ่งบานหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

“ใช่ค่ะ อาหารของเราที่นี่เป็นบุฟเฟ่ห์อาหารเช้าค่ะ รับประทานได้ตั้งแต่ 6 โมงจนถึง 10 โมงเช้า”

คุณหมอหนุ่มหันมามองฉันนิ่งๆ อีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แลดูกวนอวัยวะส่วนล่างมากๆ

“ตกลงจะพักไหม ?”

ฉันกัดฟันนิ่ง เอาเหอะ..เกลียดจริงๆ คนรู้ทันเนี่ย อย่าให้หมดเวลาจ้างงานนะ จะเอาคืนให้แสบเชียว

…………………………………………………………………………


ห้องพรีเมียร์หรูของโรงแรมกลางกรุงโซลนี่ช่างเหมือนความฝันจริงๆ ห้องกว้างขวางจนแทบจะกลิ้งลงกับพื้นได้เลยทีเดียว พรมสีม่วงเปลือกมังคุดนี่เป็นสีโปรดของฉันเสียด้วยซิ ห้องตกแต่งด้วยสีนุ่มๆให้ความรู้สึกนุ่มอบอุ่น กระจกที่เห็นวิวไปทั่วกรุงโซลแบบนี้ นี่มันสวรรค์ชัดๆ สำหรับคนที่จองห้องพักแบบย่านต๊อกต๋อยอย่างฉัน แต่ทำไมคนเข้าพักถึงดูไม่มีความสุขเอาเสียเลยนะ

“ คุณหมอไม่ชอบห้องนี้หรือ…” ฉันอดไม่ได้ที่จะถามออกไปตรงๆ สีหน้าคนฟังดูนิ่งเฉยเสียจนคิดว่าไม่ควรถามเอาเสียเลย

“ ก็...ปกตินี่ ไม่ได้ไม่ชอบ หรือชอบอะไร” คนตรงหน้าตอบนิ่งๆ ก่อนจะยื่นทิปให้กับเด็กยกกระเป๋าที่โค้งอย่างงามให้กับคนยื่น

แต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้องอึ้งไปเมื่อเดินเข้ามาข้างในห้องก็คือ รูปตุ๊กตารูปหงส์คู่ที่วางอยู่บนเตียงใหญ่นั้น มันบอกชัดว่า จริงๆแล้วคนตรงหน้ามีแผนจะเซอร์ไพรส์ใคร ดีไม่ดีนี่อาจจะเป็นทริปแผนสารภาพรักหรือขอแต่งงานของคนตรงหน้าก็ได้ แต่ใครจะรู้ว่ามันกลายเป็นตลกร้ายที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนเจ้าของเสื้อโคทสีมัสตาร์ดจะพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ใส่ใจ สีหน้านั้นดูเรียบเฉยขณะที่ยื่นมือไปรวบเจ้าตุ๊กตาผ้าขนหนูนั่นไว้มุมหนึ่งของห้อง ก่อนเจ้าตัวจะเปิดกระเป๋าเดินทางออกมาง่ายๆ

เมื่อคนตรงหน้าทำเหมือนเป็นเรื่องปกติที่ชายหญิงจะมาพักด้วยกัน ท่าทีดังกล่าวทำให้ฉันคลายความขัดเขินลงได้บ้าง แต่ทำไมหน้าฉันถึงร้อนขนาดนี้ล่ะ บ้าไปแล้วไอ้ซิน… สายตาที่ฉันเหลือบไปมองห้องน้ำ ทำเอาหัวใจจะวายตาย…หนักกว่าเดิมอีก

ก็...กระจกห้องน้ำนั่นมันเปิดโปร่งทะลุออกมาถึงข้างนอก เรียกว่ากิจกรรมอะไรที่อยู่ในนั้นจะมองเห็นโดยตลอด…

ตายห่าน…. ! ไอ้ซิน

ก่อนที่ฉันจะทันพูดอะไร ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นมาเบาๆ ราวกับรู้ใจฉัน

“ผมว่าเราควรจะกำหนดเวลากัน ถ้าใครจะเข้าห้องน้ำ อีกฝ่ายจะไปอยู่มุมรับแขกหน้าทีวีนั่น ถ้าเสร็จแล้วก็เคาะผนังบอก เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย” คนที่เก็บกระเป๋าอยู่พูดขึ้นโดยไม่มองหน้าฉัน

ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ เวรกรรมของเอ็งจริงๆ ไอ้ซิน

มีหนุ่มสุดแสนจะเฟอร์เฟคที่เปลือยเนื้อหนังมังสาในห้องน้ำให้ใจเต้นรัวๆ ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้…

“อ้อ...มีกติกานิดหน่อย..ระหว่างเราสองคน” เสียงเรียบๆดังขึ้น

“ ห้ามแตะต้องตัวผมโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วก็ห้ามมองด้วยสายตาหื่นกระหาย ไม่อย่างนั้นข้อตกลงทั้งหมดเป็นอันโมฆะ ! ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็หันกลับมามองตรงๆ พร้อมกับประโยคจี๊ดใจ ปากอย่างนี้น่าจะเรียนสัตวแพทย์มากกว่า

“ ผมหวงตัวน่ะ และก็ห้ามลวนลามทางสายตา ! ”

ผ่าง ! เอากับพี่แกซิ แหม..ประโยคนี้ผู้หญิงควรเป็นคนพูดไม่ใช่หรือ แต่คุณชายนี่ดันพูดมาก่อนเลย

“ เหอะ...ฉันไม่มองให้เสียสายตาหรอกน่า อย่ากลัวไปหน่อยเลย แล้วคุณเองก็ห้ามทำมิดีมิร้ายกับฉันด้วย” ฉันเชิดหน้านิ่งๆใส่คนตรงหน้าไป

หนอย พ่อเนื้อทอง…. จะไม่แตะไม่ต้องให้หมองหรอกจ้า

“ ผมควรจะต้องพูดประโยคนั้นมากกว่าไหม เพราะผมไม่มั่นใจคุณ.. และขอบอกว่าผมไม่ใช่ “อาหาร”  ดังนั้น...ห้ามกิน ” ชายหนุ่มเอ่ยนิ่งๆก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ทำเอาฉันต้องรีบเดินไปด้านมุมรับแขกอย่างรวดเร็ว

ตาคนผีทะเลนี่ ! กวนอวัยวะเบื้องล่างจริงๆ ให้ดิ้นตายสิ !  

………………………………………………………….

สงครามโลกมันจะคงจบลงได้หากลงเอยด้วยการเจรจา เมื่อทั้งฉันและเขาเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเรียบร้อย ก็เริ่มต้นงานสัมภาษณ์กันเลยทีเดียวแบบไม่ต้องหายใจหายคอ แถมอีตาคุณหมอนี่ ยังคว้านาฬิกามาจับเวลาเสียอีกแน่ะ จะไม่ให้พักเข้าห้องน้ำห้องท่ากันเลยใช่ไหมนี่คู๊นนน เอาแบบไม่ให้ขาดไม่ให้เกินกันทีเดียวเชียวเนี่ย

“ ผม..นพ.อธิศร์ รัตนวงศ์วาณิช ขอบันทึกเสียงสนทนาระหว่างผม และอาสาสมัครที่เข้าร่วมให้ข้อมูลอาการซินเนสทีเซีย” สายตาคนตรงหน้าดูจะเอาจริงเอาจังมาก ฉันไม่ค่อยเห็นสายตาแบบนี้ในชุมชนที่ฉันอยู่สักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะแต่ละคนก็ใช้ชีวิตอย่างเสรีละมั้ง

“ชีวิตเสรี” ที่ว่า ก็คือ ตามมีตามเกิด บางทีก็บางวันมีกิน บางวันไม่มีกินนั่นแหล่ะ จะสนใจอนาคตกันมากทำไม แค่ปัจจุบันยังเอาให้รอดก็ยังยาก

“นี่คุณ ไม่ต้องซีเรียสขนาดนั้นก็ได้ ยังไงฉันก็ยอมให้ข้อมูลคุณอยู่แล้วล่ะน่า ว่าแต่ขอกินข้าวเที่ยงก่อนไม่ได้หรือ..” ฉันอุบอิบเบาๆ ก็ท้องมันโวยวายแล้วนี่นา ก่อนออกเดินทางมาได้กินแค่มาม่ามาซองเดียวเอง แถมเดินทางมันก็ใช้พลังงานเยอะเสียด้วย อาหารบนเครื่องหายวาบลงในท้องหลังแอร์สาวสวยเสิร์ฟไม่ถึง 5 นาที เสียงท้องเจ้ากรรมก็ช่างไม่รักษาหน้าเจ้าของเอาเสียเลย ร้องจ๊อกๆ อย่างกับน้ำไหลเบาๆ

ชายหนุ่มตรงหน้าฉันทำหน้าปูเลี่ยนๆ นิดหน่อย กึ่งจะงงๆ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์โรงแรมมาสั่งอะไรเป็นภาษาเกาหลีเบาๆสองสามประโยค แล้วก็วางลง

“ เดี๋ยวเขาจะเอาอาหารขึ้นมาส่งให้ กินแล้วก็ค่อยมาคุยกันใหม่แล้วกัน” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ลุกพรวดออกไปยืนตรงริมหน้าต่างกระจกใสนั่น   ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น ฉันลุกขึ้นไปเปิดประตูให้แต่ทำไมบริกรถึงเอาอะไรมาเสิร์ฟได้เร็วนักนะ

ทันทีที่ประตูเปิดออก ก็มีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งมาดตุ้งติ้งรูปร่างท้วมขาวตี๋แบบเกาหลี แต่รายนี้ตาชั้นเดียวและก็ตี่เสียด้วยซิ เขามองฉันด้วยอาการงุนงงเล็กน้อยก่อนจะชะเง้อมองเข้าไปในห้อง แล้วนางก็ผลักฉันกระเด็นไปทันควันก่อนจะผวาเข้าไปกอดคนที่เพิ่งหันมามอง

“จุงซาง…. คิดถึงจังเลย…” เสียงนั่นออกจะแปร่งๆนิดหน่อยแบบต่างชาติพูดไทย แต่ไอ้ประโยคแบบนี้มันอะไรกันเนี่ย ฉันทำตาโตอย่างตื่นตะลึงกับภาพการกอดรัดตรงหน้า

คนรัก...มาพบกันหรือ… ? ฉากนี้มันเหมือนฉากคนรักไม่ได้เจอกันนานไม่มีผิด ?!?

สีหน้าคุณหมอหนุ่มยิ้มละไมให้กับคนที่เพิ่งผวาเข้ามากอดแน่นๆ รอยยิ้มแบบนั้น...เหมือนสนิทชิดเชื้อมาก ก่อนจะรับการหอมแก้มจากคนตรงหน้าอย่างหน้าตาเฉย แต่แล้วชายแปลกหน้านั่นก็เบี่ยงเลยจากแก้มมา...พุ่งไปที่ริมฝีปากคนตรงหน้า ฉันหลับตาปี๋กับภาพตรงหน้าทันควัน

โอ้...พระเจ้า… เรดาร์ฉันพังหรือเนี่ย...นี่มัน...ฉากคู่รักชัดชัด

ฉันค่อยๆย่องเท้าออกไปจากจุดที่น่ากระอักกระอ่วนใจนั้น...เอ้อ..หนอคนเราสมัยนี้ หาชายหนุ่มแท้ๆยากเย็นยิ่งนัก เอาล่ะถึงจะผิดหวังนิดหน่อย แต่ถ้าคิดเสียว่า เราไม่ใช่ Type ของเขา ยังไงเสียเราก็ปลอดภัย แต่แล้วคุณหมอก็หันมามองพอดี

“ ผมขอโทษ ลืมแนะนำไป นี่คังมินโฮ...เพื่อนสนิทผมเอง แกเป็นแพทย์ด้านกระดูกที่เก่งมากคนหนึ่งของโซล” ชายหนุ่มยังคงผายมือเชิงแนะนำ นายแพทย์คังมินโฮ หรือจะใครก็ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินมากๆ อยากออกจากจุดนี้เป็นที่สุด น่าจะปล่อยให้คนรักเขาได้คุยกัน

“ ส่วนนี่...เอ่อ..” ชายหนุ่มถามต่อ

“ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่ศิลปินวาดรูป ยินดีที่ได้รู้จัก 반갑습니다 ”

“ คุณพูดเกาหลีได้” เสียงคุณหมอมินโฮตรงหน้ายังคงแปร่งๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความทึ่ง

“ นิดหน่อยค่ะ ขอตัวไปซื้อของใช้ด้านล่างก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็ไม่รอให้คนตรงหน้าอนุญาตก็วิ่งปร๋อออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วพร้อมปิดกระตูทันควัน จะอยู่ต่อเป็นก้างขวางคอคนเขาทำไมกันไอ้ซิน….

…………………………………….


สารจากไรท์

สนุกกันใหญ่ละสิงานนี้ งานนี้มีเรดาห์พังหรือจ๊ะ หนูซิน... ส่วนคุณหมอมินโฮ เล่นแรงไปหน่อยไหมคะ 555  ตอนต่อไปมาท่องราตรีกลางกรุงโซลกับสองหนุ่มสาวค่ะ บรรยากาศดีจริงจนน่าอิจฉาทีเดียว 

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

183 ความคิดเห็น

  1. #111 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 19:07
    ซินหิวไม่ใช่หรอจะไปไหน
    #111
    1
  2. #24 ณริสา 七夕 (@nfornan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 12:58

    ฮ่าๆๆๆ พระเอกอยากจะจ้างแต่ก็เรื่องเยอะ หวงตัวอีกแน่ะ เดี๋ยวเถอะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-13.png

    #24
    1
    • #24-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 7)
      29 พฤษภาคม 2562 / 13:06
      ไม่ได้ค่า เขาหวงตัวนะ ก็นางเล่นจ้องตาพระเอกเป็นมันตั้งแต่บนเครื่องบิน
      หนุ่มหล่อๆอย่างหมออธิศร์ๆก็เสียววูบๆเป็นนะคะ ;)
      #24-1
  3. #21 นับดาวจอมเพ้อ (@wachie130) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 09:20

    ว้ายๆ ยัยซินเรด้าพัง 5555


    แอบขำตอนเห็นชื่อมินโฮค่ะ พระเอกในตำนาน เอิ๊กกกก

    #21
    1
    • #21-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 7)
      29 พฤษภาคม 2562 / 09:22
      สารภาพว่าคิดชื่อไม่ออกง่ะ เลยเอาที่คุ้นๆหูมาใส่ //ใช้เวลา 1 วินาทีในการคิดชื่อ 555
      #21-1
  4. #20 NUMAI-13 (@NUMAI-13) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 12:44

    สงสัยง่ะ.. ทำไมในนิยายพิมพ์คำว่า-.. ได้ล่ะ แต่ตอนตอบบอร์ดดันถูกเซนเซอร์..

    #20
    3
    • #20-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 7)
      28 พฤษภาคม 2562 / 12:54
      555 นั่นสินะ เค้าไม่รู้....
      #20-1
    • #20-2 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 7)
      28 พฤษภาคม 2562 / 12:58
      สงสัยระบบเซ็นเซอร์รู้ว่าไรท์หมายถึง "ห่-าน" ละมั้ง 555 แต่ก็ตั้งใจเขียนตรงนี้ให้เป็น "ญาติเป็ด" จริงๆนะ ^^
      #20-2
  5. #19 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 12:27
    หมออธิศร์ยอมให้ประทับริมฝีปากด้วยไหม ไรท์แอบตัดอ่ะ 5555 พี่หมอของน้อง หวงตัวกับผญ แต่ผชไม่หวงชิมิ55555
    #19
    4
    • #19-3 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 7)
      28 พฤษภาคม 2562 / 12:35
      รอฟังพระเอกเหลา5555
      #19-3
    • #19-4 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 7)
      28 พฤษภาคม 2562 / 12:36
      งานนี้มีเหยียบค่า..555 แต่ใครจะโดนเหยียบนี่ละสิ หึๆๆ
      #19-4