สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 6 : ดีลพิเศษ...กลางกรุงโซล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62


................................................................................

“ ถ้าไม่รังเกียจ ขอเชิญคุณไปทานข้าวกับผมสักมื้อได้ไหมครับ ผมเลี้ยงเอง...” สายตาคมกริบนั่นมองและรอคำตอบจากเธออยู่


บ้า...ตาหมอคนนี้ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ มีอย่างที่ไหน มาชวนผู้หญิงที่ไม่รู้จักไปทานข้าวด้วยกัน คุยกันไม่ถึง 30 นาที ถ้าไม่บ้า ตาคนนี้ก็ต้องคาสโนว่าตัวพ่อ นี่มันคู่แข่งของไอ้ลมชัดๆเลยเนี่ย พ่อขุนแผนยุค 4.0


ไม่น่าไปหลงเห็นใจตาคนนี้เลย สงสัยว่าคราวนี้ ออร่าสีส้มเหลืองที่แสนอบอุ่นที่เห็นนั่นจะผิดแหงๆ

ไม่มีทางหรอกคนที่เพิ่งอกหักรักคุดจะมาชวนสาวแปลกหน้าไปทานข้าว ถ้าไม่ใช่คาสโนว่า…

เลิกเสียเวลากับตาคนนี้ดีกว่า… ว่าแล้วฉันก็สาวเท้าเดินออกอย่างรวดเร็ว

ให้มันรู้ซะบ้างว่า ถึงหล่อโอปป้าแค่ไหนก็ไม่ได้แปลว่าจะหลอกกินสาวๆได้ง่ายๆนะ ! แต่เหมือนคนตรงหน้าจะไม่ยอมแพ้ ตื้อเรียกพี่จริงๆ นายคนนี้..ความฉุนพุ่งปรี๊ดๆๆ


“ไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะกรี๊ดให้ลั่นสนามบิน !” ไอ้ซินกัดฟันข่มความหงุดหงิดไว้ สะบัดหน้าพรืดไม่สนใจคนตรงหน้า เห็นมาเยอะแล้ว...ผู้หญิงที่ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่ากับวีรกรรมสุดแสบของไอ้ลม รักๆ เลิกๆ ทิ้งกันเหมือนผู้หญิงเป็นของเล่น เห็นมาจนเบื่อ พอคราวนี้ต้องมาเจอกับคาสโนว่าแห่งกรุงโซลเสียเอง...ไม่ไหวล่ะ


“ เดี๋ยวก่อนสิคุณ...ผมไม่ได้มีเจตนาจะหลอกหรืออะไรนะ..” คนตรงหน้าปรี่เข้ามาขวางเป็นครั้งที่สอง สายตาคนตรงหน้าดูจะอ้อนวอนนิดๆอยู่ในที แหม...สายตาแบบนี้มันได้ผลไปเสียทุกครั้งหรือยังไงนะ ตาคู่สวยที่ขอร้องเหมือน Puppy dog แบบนี้...แต่ไม่ได้ ...แกจะชอบคนหล่อก็ได้ แต่แกจะใจอ่อนไม่ได้ คาสโนว่า..คาสโนว่า ท่องไว้ไอ้ซิน !


“ ไปนะ..ฉันจะนับหนึ่งถึง 10 ถ้าคุณยังไม่ไปละก็ ฉันจะกรี๊ดให้ลั่นสนามบินเลย !” สีหน้าฉันอาจจะไม่เอาจริงพอละมั้ง เพราะคนตรงหน้ายังคงพูดแบบเดิม


“ ผมเป็นศัลยแพทย์ด้านประสาทวิทยา ผมแค่อยากคุยกับคุณหน่อยเรื่องอาการซินเนสทีเซียของคุณ ไม่ได้จะมาจีบหรือทำอะไรบ้าๆอย่างที่คุณคิด ! ” คนตรงหน้ายังขยับเข้ามาใกล้ๆอีกแน่ะ

……………………………….

พ่อโอปป้าหน้าตาดียังคงทู่ซี้ตื้อไม่เลิก เหอะ...ถ้าเป็นเรื่องอาการของฉันยิ่งแล้วใหญ่ ฉันไม่อยากโดนคนเพิ่งรู้จักหาว่าเป็นคนบ้าหรือเสพย์ยาหรอกนะ มีตั้งหลายคนที่ปรามาสหรือหัวเราะเยาะกับอาการของฉัน เอาจริงๆ ในชีวิตนี้ของไอ้ซิน มีแค่ 3 คนในโลกเท่านั้นแหละที่เชื่อสิ่งที่ไอ้ซินพูดจริงๆ ประสบการณ์สมัยเด็กสอนให้ฉันรู้ว่า ความจริงบางอย่างไม่พูดไปเป็นดีที่สุด


พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียจะได้ไม่โดนหินปา….


ฉันยังจำหินก้อนเล็กๆที่เพื่อน ๆ ในชุมชนระดมปาใส่ ประสบการณ์สมัย 8 ขวบในวันนั้นฉันยังคงจำมันได้ดีจนวันนี้


“ยัยแม่มด...ยัยคนพิสดาร ยัยคนโกหก ขี้โม้ ! ” เพื่อนที่ระดมปาหินใส่ฉันอย่างสนุกสนาน เหมือนฉันเป็นตัวตลกในชุมชน


“ ไหนบอกซิว่าไอ้หินนี่รสชาติยังไง ! ” ใช่... มันไม่ให้รสชาติอะไรเลยนอกจากรสชาติของเลือดที่คาวและเฝื่อนปร่าที่ย้อยหยดลงมาจากหน้าผาก


“ ทำอะไรน่ะ ! ไปให้พ้นนะไอ้พวกเลว ” เสียงไอ้ลมที่วิ่งปรี่เข้ามากางกั้นฉันเอาไว้ ร่างที่สูงผอมของมันแทบจะบังฉันไว้ทั้งตัว สรุปว่าวันนั้นกว่าฉันและไอ้ลมจะฝ่าวงล้อมก้อนหินออกมาได้ ก็ได้แผลกลับบ้านไปคนละสองสามแผล ทำเอาแม่ระรินร้องไห้ไปทำแผลให้พวกเราไป


“ แม่เชื่อซินไหมว่า ซินรู้สึกและเห็นสีจริงๆ” ฉันเงยหน้ามองแม่อย่างขลาดๆ


“ ซินของแม่ไม่ใช่เด็กโกหกนี่ลูก แม่เลี้ยงมากับมือ แม่รู้ดีนะ” แม่ค่อยๆเช็ดแผลให้ฉันอย่างเบามือ แสงสีฟ้าอ่อนปนสีเทาบอกชัดว่าแม่ทั้งห่วงใยและเศร้าใจในคราวเดียวกัน


“ พรสวรรค์น่ะลูกซิน บางคนเขาก็อาจทำไปเพราะเขาอิจฉาซินก็ได้นะลูก” เสียงพ่อพูดมาเบาๆ จากโต๊ะทำงานไม้ตัวนั้น สีหน้าของพ่อมีท่าทีครุ่นคิดก่อนจะเรียกฉันเข้าไปใกล้ๆ


“ รู้ไหมว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงเรียกหนูว่า ซิน”


“ สวยเหมือนซินเดอเรลล่าหรือคะ” ฉันถามขึ้น คำตอบนั้นเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากพ่อ และไอ้ลม


“ใช่ ๆ คงเป็นซินเดอเรลล่าแน่ เพราะเห็นวันๆเอาแต่คลุกฝุ่นมอมเป็นลูกแมว” เสียงไอ้ลมหัวเราะล้อเลียน

ฉันทำหน้าบึ้งใส่เพื่อนสนิทคนเดียวของฉัน ปากมันนี่นะ..


“ซิน มาจาก ซินเนสทีเซีย (Synesthesia) น่ะลูก” พ่อเฉลยให้ฟัง พ่อของฉันเป็นผู้รอบรู้เสมอ เพราะพ่อทำสารานุกรม ความรู้ของพ่อกว้างขวางเหมือนท้องทะเลที่ยิ่งใหญ่


“ ซินเคยพูดแบบนี้ตอนเด็กๆน่ะลูก ซินเรียกคนด้วยสี ก่อนจะจำชื่อจริงได้เสียอีกนะ ซินเคยเรียกพ่อว่า ส้ม เรียกแม่ว่า ฟ้า ตั้งแต่เด็กแล้ว พ่อเลยไปปรึกษาหมอ เขาเลยทดสอบบางอย่างแล้วบอกว่าหนูเป็นซินเนสทีเซีย เลยทำให้พ่อเรียกหนูว่าซิน แทนชื่อเล่นแรกของลูก มินนี่”


“ มินนี่ก็น่ารักนี่คะ ทำไมพ่อเรียกหนูว่ามินนี่” คราวนี้แม่ตอบบ้างก่อนจะเรียกเสียงหัวเราะทั้งบ้าน


“ ก็ตอนแม่คลอดหนูออกมา ใบหูของซินเด้งดึ๋งออกมาในห้องคลอดเลยนี่ลูก ทุกคนเลยขำกันใหญ่ เหมือนลูกหนูตัวน้อยๆ  แม่เลยเรียกหนูว่า มินนี่”

นั่นล่ะ คือ สามคนในชีวิตที่เชื่อในตัวฉัน มันเป็นทั้งความทรงจำอันแสนสุขและแสนเศร้าในคราวเดียวกันของฉัน

…………………………………………………….

“ คุณ...ผมขอร้องล่ะ ไปคุยกับผมสักหน่อยได้ไหม ผมอยากรู้เรื่องอาการของคุณจริงๆ…”


“หนึ่ง...สอง...สาม….สิบ !”


ฉันไม่รอให้ถึงสิบหรอก แค่นับถึงสาม ฉันก็กระโดดไปเป็นสิบเลย พร้อมกับอ้าปากเตรียมจะกรี๊ดออกมาดังๆ ทำเอาคุณหมอหนุ่มตาลีตาลานเข้ามาตะครุบตัวฉันไว้เป็นการใหญ่ มือหนานั่นตะปบเข้าที่ปากของฉันก่อนที่วงแขนแข็งแรงนั่นจะรัดเอวฉันไว้ไม่ให้ดิ้น แต่อย่าคิดว่าไอ้ซินจะยอมง่ายๆ ฉันสะบัดหน้าหนีและกัดงั่มลงบนหลังมือขาวๆนั่นเต็มแรง ทำเอาเจ้าตัวอุทานลั่น


“เฮ้ย...บ้าจริง ! โอ๊ยยย !  นี่ยังไม่ถึง 10 เลยนะ กรี๊ดจริงๆหรือเนี่ย ! ” ชายหนุ่มโวยใส่ฉันเต็มๆ พร้อมอาการหยีตาเพราะแรงกัดหลังมือของฉันมันเบาเสียเมื่อไหร่กัน เรียกว่า งั่มลงไปเต็มๆ ล่ะ แล้วก็ยังกัดค้างแน่นไว้อย่างนั้น


แหงล่ะ ...ไอ้ซินขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องไม่ยอมใครง่าย


“ เดี๋ยวๆๆ ผมจ้างคุณเอาไหมล่ะ จ้างเลย หนึ่งวันก็ได้ หรือสองวันก็ได้ ! ให้เลยนะ วันละห้าพันเอ้า… !”  เสียงนั้นแทบจะเป็นตะโกนใส่ดังๆที่ข้างหู และตัวเลขนั่นทำให้ฉันต้องชะงักกึกไป


ว่าไงนะ ?  ตัวเลขนั่นทำเอาสมองฉันดีดลูกคิดรางแก้วกริ๊งกร้างในทันที ดีเท่าไหร่แล้วที่เขาอยู่ด้านหลังเลยไม่เห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของฉัน


“ คุ้นจริงๆ เลยว่ะ…” ไอ้ลมเคยเปรยใส่ฉันคราวก่อนตอนไปดูหนังด้วยกัน

“ ข้าว่าข้าเจอญาติเอ็งอีกคนแล้ว แหม..นิสัยเหมือนทะเลไม่มีผิด ”

“ทำไม...จะชมเราว่า ใจกว้างงั้นสิ” ฉันยืดอย่างเต็มที่ แหม...นานๆทีไอ้ลมจะชมกันสักทีหนึ่ง

“เปล่า..เค็มชิบหาย ! ..ถ้าไม่ใช่ตาไชล๊อกในเวนิสวานิช ก็ไอ้กริปฮุคนี่ละวะ มองไปมองมาเอ็งกับกริปฮุคก็ละม้ายๆกันดี”


ห้าพันต่อวัน...แม่เจ้า ! รายได้งามขนาดนี้มีที่ไหนอีกบ้าง ดีกว่าไปรับจ้างวาดรูปตามถนนเสียอีกนะเนี่ย ปกติฉันวาดภาพเหมือนวันหนึ่งจะได้สัก 500-600 บาทหรือเปล่าก็ยังตึงมือ แต่นี่ ตั้งห้าพัน !  แต่...หน่วยเป็นอะไร บาท หรือ วอน ? ถ้าเป็นวอนนี่ยังไงก็ไม่เอาหรอก ไม่คุ้ม


“ 5,000 นี่อะไร...บาท หรือ วอน” เพราะต้องต่อรอง ฉันจึงยอมปล่อยเขี้ยวออกจากหลังมือคนตรงหน้า ทำเอาชายหนุ่มหน้าเหยเกก่อนจะสะบัดมือเบาๆ แล้วคลึงหลังมือตัวเองป้อยๆ นั่นไง...แดงเถือกเป็นรอยฟันชัดเจนเลย แล้ววงแขนที่รัดเอวฉันไว้ก็ค่อยๆปล่อยมือตัวฉัน


เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินเดินตรงเข้ามาหาเราทั้งคู่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะยิ้มแหยๆแล้วคุยประโยคยาวๆรัวๆกับเจ้าหน้าที่ตรงหน้า ดูเอาก็พอรู้ว่าคงโดนตำหนิแน่ แต่ไม่ใช่ความผิดของฉันสักหน่อย สายตาคมนั่นหันขวับมามองฉันคล้ายจะคาดโทษอยู่กลายๆ ก่อนจะหันมาเจรจาต่อรอง


“ เอาแบบไหนล่ะ แค่ 5,000 วอน คุณก็คงไม่ยอมหรอก จริงไหมล่ะ ผมให้เป็น 5,000 บาทเลยเอ้า…” สายตาที่มองกลับมาเหมือนจะด่าฉันว่าเค็ม...แต่เพราะฉันเค็มไง ฉันถึงจะเอาชีวิตรอดได้ในโลกเบี้ยวๆอย่างนี้ ถ้าใจดีอย่างแม่รินก็คงไม่เหลือเงินหรอก ส่วนคนรวยอย่างชายหนุ่มตรงหน้าคงไม่รู้หรอกว่า ไอ้ 5,000 บาทที่ว่า ฉันใช้ได้เป็นเดือนสองเดือนเลยนะ


แต่เดี๋ยวก่อน... ถ้าลองเจ้าตัวพูดตัวเลขออกมาได้รวดเร็วแบบนี้ แปลว่าเจ้าตัวน่าจะจ่ายได้มากกว่านี้ ของอย่างนี้ต้องต่อรองกันหน่อย ฉันมองคนตรงหน้าอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะกอดอกเบาๆ และวางมาดอย่างคุณหนูหน่อยๆ


“ แค่ 5,000 บาทนี่ถูกไปหรือเปล่า ค่าเที่ยวของทั้งวันของฉันยังไม่ได้เลยนะ” ฉันเกทับคนตรงหน้า แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะเคี้ยวไม่ง่ายๆ นัก


“ นี่แม่คุณจะมาเขี้ยวอะไรนักหนา อย่างคุณน่ะ 5,000 ก็พอแล้ว” ชายหนุ่มหน้ามุ่ยก่อนจะตบๆ เสื้อผ้าไล่ฝุ่นเบาๆ


“ อ้อ...งั้นก็ตามใจ...ถ้าราคานี้ฉันไม่ต่อรองนะ ฉันน่ะมาเพื่อเที่ยวไม่ได้มาเพื่อมาให้ใครสำรวจ ดังนั้นตัวเลขที่คุณบอกน่ะ ไม่คุ้มสำหรับฉันหรอกนะ” ไอ้ซินเชิดหน้านิ่งทำทีเตรียมก้าวเท้าออกเดิน แต่ข้างในก็ลุ้นตัวโก่ง


จะบ้าหรือ 8 ชั่วโมงของฉันน่ะ 500 บาทยังไม่รู้เลยว่าจะหาได้หรือเปล่า  งานนี้มีเท่าไหร่ก็ต้องเกทับบลั๊ฟแหลกกันอย่างเดียวล่ะคู๊นนนน


“ เดี๋ยวซิ ! ผมจ้างคุณสองวันเลยนะ ไม่ได้จ้างวันเดียว แค่สองวันก็ได้เป็นหมื่นหนึ่งแล้ว...ไม่พอหรือไง”


“ อ้าวคุณ...ไหนจะค่าความเสี่ยงของฉันล่ะ ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณเป็นหมอจริงๆ ไม่ใช่คนบ้ากามที่สวมรอยเป็นหมอ” ฉันถามบ้าง ยิ่งทำทีไม่ใส่ใจ เขาก็จะต้องร้อนรน นั่นล่ะ...เข้าทางไอ้ซิน


“ นี่คุณ ผมมีเอกสารจากมหาวิทยาลัยโซลเลยนะคุณ ผมจะมาหลอกคุณทำไมกัน” ชายหนุ่มยกเอกสารในมือขึ้นโบกเบาๆ แล้วก็เกาหัวแกรกๆ อย่างขัดใจ ภาพตรงหน้าแหม...มันช่างดูดีมากเชียว ผมกระเซิงออกแนวเซอร์นิดๆ แถมสีส้มสว่างชัดเจนจากร่างนั้นตอนที่สัมผัสกัน เขาคนนี้เป็นคนดีอยู่หรอกพอไว้ใจได้


แต่...อย่างที่บอกถ้าเลือกระหว่างคนหล่อ กับเงินน่ะ มีร้อยก็เรียบไอ้ซิน เงินเท่านั้นที่ไอ้ซินจะวิ่งเข้าหา….


“ ลองเสนอราคาสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง แล้วฉันจะตัดสินใจว่าจะยอมไปกับคุณไหม” ฉันยื่นคำขาดให้คนตรงหน้า การไม่บอกราคาที่ต้องการ ทำให้คนตรงหน้าต้องประเมินในใจเองแล้วว่า ราคาใหม่นั้นจะดึงดูดใจพอให้ฉันยอมไปไหม


บอกมาเลย...บอกราคามาสิ... ตาคุณหมอ ไม่ว่าจะเท่าไหร่ ยังไงก็ต้องมากกว่า 5,000 อยู่แล้ว คราวนี้ไอ้ซินรวยแน่ ไม่ต้องขอยืมเงินไอ้ลมกินข้าวไปอีกหลายวันล่ะ


“ ...8,000 บาท ขาดตัว พร้อมกับเลี้ยงข้าวกลางวันและข้าวเย็น จะเอาหรือไม่เอาก็บอกมา ! ” ชายหนุ่มกัดฟันแน่นก่อนจะพูดสะบัดๆออกมา


หวานสะเต๊ะ ! อะไรจะดีงามพระรามแปดขนาดนี้...ขอบคุณเทวดา..ไม่สิเทพโอปป้าทุกองค์ที่ทำให้ไอ้ซินมีเงินกินข้าว


ดีล ! เริ่มตั้งแต่วันนี้ได้เลย วันละ 8 ชั่วโมง จ้าง 2 วันนะ ” ฉันยื่นมือไปจับนายจ้างหมาดๆ ตรงหน้า…ที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่นี่ และก่อนที่เจ้าตัวจะทันทำอะไร


“ฉันขอไอ้กระดาษนี่ไว้กับตัวก่อนก็แล้วกัน...แล้วจะคืนให้หลังจากเสร็จงานแล้ว…”


เอกสารยื่นมหาวิทยาลัยกรุงโซลของชายหนุ่มตรงหน้าถูกฉันคว้ามาถือในมืออย่างรวดเร็ว คนตรงหน้าส่ายหน้าเบาๆก่อนจะยื่นบัตรประชาชนให้กับฉัน


“เอาอันนี้ไปแทนดีกว่า เดี๋ยวซุ่มซ่ามทำจดหมายผมฉีกขาดจะยุ่งไปกันใหญ่” ฉันรับบัตรมาอย่างรวดเร็ว


“อย่าทำหายล่ะ” คนตรงหน้าสำทับหนักๆ แหม...พอเป็นนายจ้างแล้วทำหน้าดุขึ้นมาเชียวนะตาโอปป้าเอ๊ย..


แต่ช่างเถอะ จะยังไงก็ช่าง มาโซลคราวนี้เอาเงินกลับบ้านได้เพียบเลย รวยแน่แล้วไอ้ซิน...งานนี้มี pocket money จากคุณหมอสุดหล่อตั้ง 16,000 บาทพร้อมอาหารฟรีทุกมื้อ...อะไรจะดีปานนี้


………………………………………………………………………..

“ เอ้า แม่คุณ...เดินตามผมมาสิ” บอสหนุ่มของฉันยังคงหน้ามุ่ยไม่หาย ขายาวๆนั่นเดินอ้าวตรงไปข้างหน้า ทำเอาฉันต้องลากกระเป๋าวิ่งตามคนขายาวกว่าแทบไม่ทัน ชายหนุ่มเรียกรถลีมูซีนคันใหญ่มารับ ก็บรรดาสัมภาระของเขาเยอะเอาเรื่องอยุ่


“ นี่..ฉันมีโรงแรมอยู่แล้ว ฉันไม่ไปกับคุณนะ” ฉันแย้งคนตรงหน้าชัดเจน ระหว่างที่คนขับรถกำลังขนข้าวของขึ้นรถ


“ อ้าวแล้วอย่างนี้จะทำงานกับผมยังไง เวลาผมเป็นเงินเป็นทองเหมือนกันนะคุณ” ชายหนุ่มย้อนบ้าง แหม...พอบอกว่านับเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง ตาคุณหมอคนนี้นี่เปลี่ยนสัญชาติจากพี่เกาหลีกลายเป็นชาวยิวขึ้นมาทันที


“ ก็...เอาที่อยู่มาแล้วกัน เดี๋ยวฉันตามไปเอง แล้วค่อยนับ 8 ชั่วโมงหลังจากที่ฉันไปถึงที่พักคุณ ” ฉันเงอะงะขึ้นมากะทันหัน ก็ยังไม่ทันคิดนี่ ว่าจะทำยังไง


“ ไม่ได้ ! ” ว่าแล้วคนตรงหน้าก็คว้ากระเป๋าเดินทางของฉันทันทีแล้วยื่นส่งให้กับคนขับรถที่เปิดท้ายรอเรียบร้อย ทำเอาฉันตาโตด้วยความตกใจ


“ เกิดคุณหนีขึ้นมา หรือเปลี่ยนใจขึ้นมา ผมก็ชวดกันพอดีสิคุณ บัตรผมก็อยู่กับคุณเสียด้วย” ชายหนุ่มพูดสะบัดๆ


“ นี่ฉันไม่หนีหรอกน่า ก็สัญญาจ้างกันแล้วไง” ฉันพยายามยื้อเอากระเป๋าเดินทางใบจิ๋วของฉันคืนมา แต่มันก็ไร้ผล


“ ไม่มีทาง ถึงคุณจะสัญญาแล้ว เกิดว่ามาสายไปสัก 10-15 นาที ผมก็เสียเปรียบแย่สิ...8,000 บาทเลยนะคุณ” ชายหนุ่มโต้บ้าง


“ ฉันมีโรงแรมแล้ว...คุณไม่เข้าใจหรือยังไง” ฉันพยายามท้วงคนตรงหน้า


“ ผมก็มีโรงแรม...มาพักกับผม…” ชายหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลงผลักฉันหลุนๆ เข้าไปในรถลีมูซีนคันโตนั่นทันควัน


ซวยแล้วไง...ไอ้ซิน มีหวังงานนี้ไอ้ลมบ่นฉันหูชาแน่ๆ ขอโทษด้วยนะเพื่อน….

.........................

สารจากไรท์

แหม..ทะเลเรียกพี่กันเลยนะคะน้องซิน บาทเดียวกันไม่ให้กระเด็นเลยน้าาาาา

คุณหมออธิศร์ คิดผิดคิดใหม่ได้นะคะ งานนี้สงสัยมีคนกระเป๋าบางแน่ๆเชียว....

ตอนหน้ามาต่อกันที่ความละมุนเล็กๆ และความเซี้ยวของนางเอกเราค่ะ ^^

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537


B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

187 ความคิดเห็น

  1. #110 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 18:59
    ซินโดนหมอฉุดไปแล้ว
    #110
    1
    • #110-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 6)
      21 สิงหาคม 2562 / 20:36
      ยังไงก็โดนลากไปค่า ค่าตัวแพงอย่างนี้ปล่อยมะได้.... 555
      #110-1
  2. #41 เกียรติ์ (@iamkuslin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 18:15

    จริง ๆ ในมุมมองตัวละคร ไม่น่าใช้บรรยายว่าชายหนุ่มนะคะ แบบนั้นมันไม่ธรรมชาติเท่าไรค่ะ ปกติคนเราจะเรียกอีกฝ่ายว่า 'เขา' บรรยายอีกฝ่ายว่า 'เขา' นะคะ

    #41
    1
    • #41-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 6)
      13 มิถุนายน 2562 / 18:17
      ขอบคุณที่ท้วงติงค่า เรือนแก้วยังโบ๊ะๆโก๊ะๆ อีกแล้ว 555 เดี๋ยวรีบไปแก้ไข ^^
      #41-1
  3. #23 ณริสา 七夕 (@nfornan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 12:56

    ซินน่ารักกกกกกกค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png

    #23
    1
    • #23-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 6)
      29 พฤษภาคม 2562 / 13:03
      น่ารัก...น่าหยิกมากๆค่ะ โหดจริงตั้ง 8,000 กะจะตั้งตัวกันเลยนะเนี่ยนางซิน ยุค 4.0 ^^
      #23-1
  4. #16 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 11:52
    ซินนนน เธอทำแบบนี้กับหมอก็ได้หรา555555
    #16
    1
    • #16-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 6)
      25 พฤษภาคม 2562 / 11:55
      ปล่าวววว ซินแค่งั่มแรงๆฝากรอยเขี้ยวไม้บนหลังมือขาวๆเท่านั้นเองงง
      #16-1
  5. #15 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 19:53
    สนุกค่ะ
    #15
    1
  6. #14 นับดาวจอมเพ้อ (@wachie130) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 17:35

    ยัยซินงกจริงๆ พี่อธิศร์ก็เปย์เกิน 5555


    #14
    1
    • #14-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 6)
      24 พฤษภาคม 2562 / 17:58
      งานนี้นางเอกงกสุดๆค่า แต่เป็นความเพี้ยนที่ไม่รู้ไปเคมีตรงกันได้ยังไง 555
      #14-1