สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 4 : สวัสดีครับ คุณซินเนสทีเซีย...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

....................................................


ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ประเทศเกาหลีใต้


แต่เหมือนโลกมันเล่นตลกเรื่อยเลย จับขโมยบนเครื่องบินไม่พอ ยังมีเรื่องสนุกอีก ทันทีที่เครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ฉันก็ถอดหน้ากากกันฝุ่นที่คาดไว้ออกแล้วเดินตัวปลิวลากกระเป๋าเดินทางคู่ชีพ เดินตรงไปจุดตรวจตม. ไอ้ลมบอกว่าจะเอาคนมารอรับด้านหน้า แต่ฉันบอกเองว่าไม่ต้องวุ่นวายขนาดนั้นเดี๋ยวจะลองงมทางเข้าเมืองเองก่อน แต่แล้วก็ได้ยินเสียงวุ่นวายโหวกเหวกด้านหลัง เหลียวไปดูก็เห็นผู้หญิงคนไทยสองสามคนยื้อกันไปยื้อกันมากับเจ้าหน้าที่เกาหลีสองสามคนที่เดินมาเชิญตัวไปห้องเย็น


เห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เสียชื่อประเทศเราอีกแล้วสินะ สงสัยว่านั่นคงเป็นเหล่า “ผีน้อย” ที่ชอบทำทีเป็นโรบินฮู้ดเข้าเมืองเขาแบบผิดกฏหมาย บางคนพูดอังกฤษไม่ได้สักคำก็น่าคิดอยู่ว่าจะเที่ยวเกาหลีได้ยังไงหากสื่อสารกับใครไม่ได้เลย


แต่แล้วประโยคและท่าทางที่เหล่าผีน้อยชี้โบ๊ชี้เบ๊มา ทำให้ฉันต้องสะดุดกึก เพราะมีคนกำลังจะซวยเพราะประโยคนั้น


“Come with him! มาด้วยกัน มากับผู้ชายคนนั้น ! ”


นั่นไง คุณหมอโอปป้าใจดีคนนั้น แต่ความใจดีกำลังจะพาเขาซวย เพราะโอปป้าในชุดโอเวอร์โค้ตสีเหลืองมัสตาร์ดสุดเท่ตอนนี้กำลังทำหน้าอิหลักอิเหลื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ตม. เกาหลีรุ่นลายครามที่ยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงนั้น จะไม่วุ่นได้ยังไงเพราะฉันเห็นคุณหมอเล่นใจดีให้หนึ่งในนั้นยืมโทรศัพท์มือถือ…แถมตานี่พูดเกาหลีไม่ได้ ถ้าสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง มีหวังโดนรวบไปสอบสวนในห้องเย็นด้วยแน่ๆ


“อย่าริอ่านช่วยใครเชียวนะไอ้ซิน ผีน้อยพวกนี้ยิ่งชอบจ้องคนที่มาคนเดียวด้วย” เสียงไอ้ลมย้ำนักย้ำหนาก่อนขึ้นเครื่อง


แน่นอนล่ะ สนามบินอินชอนที่ทุกคนคงรู้จักกันดีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี๊ยบ โดยเฉพาะกับคนไทยที่ชอบหลบหนีเข้าเมือง แต่งานนี้ถ้าไม่ช่วยมีหวังคุณหมอโอปป้าชาวไทยคนนี้ได้เสียเวลาอีกหลายชั่วโมงแน่  


กว่าจะรู้ตัวฉันก็สาวเท้ายาวๆวนกลับไปหาเขาซะแล้ว ไอ้นิสัยที่ชอบแส่ไปช่วยคนอื่นไม่เข้าเรื่องเนี่ย แก้ไม่หายสักที  แต่เอาน่า คิดเสียว่าอย่างน้อยก็ตอบแทนที่อุตส่าห์ใจดีกับฉันตอนอยู่บนเครื่อง จบคราวนี้ถือว่าเราหายกัน...


ทันทีที่สัมผัสแขนคนข้างๆ เบาๆ สัมผัสวูบหนึ่งก็ไหวเข้ามาในความรู้สึก ราวกับฉันกำลังซ้อนอยู่ในร่างโอปป้าหนุ่มคนนี้ สีส้มเหลืองนั่นเป็นออร่าประจำตัว แต่ก็ดูจะมีสีเงินยวงที่ปนสีเขียวมะนาวนิดหน่อยนิดหน่อย แสดงว่าคุณหมอคนนี้เป็นคนช่างคิด เมตตา ฉลาดและช่างเก็บงำความรู้สึกสินะ นี่ล่ะน้า คนใจดีมักจะเป็นเหยื่อของพวกสิบแปดมงกุฎอยู่บ่อยๆ...


ฉันเหลือบตามองคนตัวโตกว่าที่กำลังทำตาโตแบบงงๆ นิดหนึ่งก่อนจะหลิ่วตาให้แล้วพูดกระซิบเบาๆ


“อย่าเพิ่งเอ็ดไป...คุณเขียวมะนาว” ก่อนจะหันไปยิ้มหวานส่งภาษาเกาหลีว้งเว้งกับตาลุงตม.หน้าเหี้ยมตรงหน้า


“도와 드릴까요? 저는 한국말 잘 못 해서...어쨌든 미안해요.- มีอะไรให้ช่วยไหมคะ ฉันพูดภาษาเกาหลีไม่ค่อยเป็นถ้าพูดผิดอย่างไรก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ” ฉันคลี่ยิ้มหวานให้คุณลุงตรงหน้าที่ดูจะมีสีหน้าเบาใจลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินภาษาเดียวกัน


ตาลุงร่างท้วมชี้มือไปที่ผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ท่าทางลุกลี้ลุกลนอยู่ในกลุ่มนั้น แล้วพูดรัว ๆ อย่างรวดเร็ว กิริยานั่นชัดเลย แก็งค์ผีน้อยนั่นอ้างว่ามาด้วยกันกับชายหนุ่ม ซวยแล้วไหมล่ะ...


ฉันเลยหันมาหาคนข้าง ๆ และกำลังจะอ้าปากอธิบายให้ฟัง แต่แล้วก็ต้องหน้าแตกดังเพล้งทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มนั่น


“죄송합니다 너 오해했어....- ขอโทษครับ คุณคงเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ…”


สำเนียงเป๊ะมาก...พ่อคุณ...


นี่แค่ประโยคแรกที่จับใจความได้ และยังมีอีกหลายประโยคที่พูดรัวเร็วราวกับคนเกาหลีเอง ตานี่พูดเกาหลีปร๋อยิ่งกว่าฉันซะอีก !


เอิ่ม...เวลาหน้าแตกน่ะ...มันอย่างนี้เองใช่ไหม สายตาฉันพยายามก้มมองพื้น...ไม่ใช่อะไรนะ หาเศษใบหน้าของตัวเองที่กระจายเกลื่อนนั่นแหล่ะ!


ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าแต่ยังยื่นพาสปอร์ตกับวีซ่า และเอกสารอะไรอีกแผ่นในมือให้ลุงตม. แล้วค้อมหัวให้อีกครั้ง


เอกสารเหล่านั้นถูกเจ้าหน้าที่พลิกๆ ดูอย่างรวดเร็ว และพอมาถึงเอกสารฉบับสุดท้ายในเสื้อโค้ต ท่าทีของตม.สูงวัยคนนั้นก็เปลี่ยนทันที ก่อนจะสอบถามอะไรพึมพำนิดหน่อยแล้วยื่นเอกสารทั้งหมดคืนให้แล้วยิ้มพร้อมกับโค้งให้ชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะปล่อยเขาและฉันออกจากจุดตรวจอย่างง่ายดาย และแน่นอนว่าฉันก็เลยผ่านออกมาได้ด้วยความรวดเร็วเช่นกัน


...ตกลงว่าใครช่วยใครกันแน่เนี่ย?  


...น่าขายหน้าชะมัด ไอ้ซิน !


ทันทีที่เดินออกมาข้างนอกได้ ชายหนุ่มที่ก้าวเท้ายาว ๆ ออกมาก่อนจู่ ๆ ก็หยุดพรืดทันที ทำเอาฉันที่เดินตามหลังมาชนปั๊กเข้าให้กับแผ่นหลังนั้น


“ Oh ! Sorry.... อ้อ...ว่าแต่...คุณเป็นคนไทยนี่นา...” ชายหนุ่มขอโทษขอโพยก่อนจะพูดภาษาไทยและส่งยิ้มให้ แต่ในสายตาคมคู่นั้นมีบางอย่าง เขากำลังมองฉันอย่างสำรวจตรวจตรา อะไรบางอย่างที่เขามองมาทำให้ฉันไม่ค่อยสบายใจนัก สายตานี่ยังกับเครื่องเอกซเรย์แน่ะอีตาหมอนี่ งานนี้คิดผิดซะละมั้งเรา...ไอ้ซินเอ๊ย...


“ ก็ใช่นะสิคุณ ! ถ้าคุณพูดเกาหลีได้แต่แรกทำไมไม่พูดเล่า ปล่อยให้ฉันต้องมาหน้าแตกแบบนี้ ! รู้งี้ไม่เข้ามายุ่งซะก็ดีหรอก” ฉันสะบัดหน้าพรืดใส่คนตรงหน้า


ยังไงก็ต้องโวยไว้ก่อนล่ะ เพราะจะได้อายน้อยลงหน่อย


ถ้าไอ้ลมรู้เข้าละก็มีหวังหัวเราะฉันท้องคัดท้องแข็งไปสามวันเจ็ดวันแน่ หายากจะตาย ช๊อตเด็ดเวลาไอ้ซินหน้าแตกน่ะ


จริงๆ นะ..รู้งี้ไม่น่าช่วยจริงๆ ไอ้ซินหนอไอ้ซิน หาเรื่องยุ่งไม่เข้าเรื่อง


“ ก็อย่าเพิ่งด่าสิคุณ ผมยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรกับคุณตม. คุณก็พรวดเข้ามาก่อนแล้ว...” โอปป้าหนุ่มมองมาด้วยกิริยากึ่งขำกึ่งประหลาดใจนิดหน่อย แต่อะไรก็ช่างเถอะ..ก็คนมันอายนี่นา


“ อ๋อ...ใช่สิ นี่กำลังบอกว่าฉันยุ่งไม่เข้าเรื่องใช่มั้ย หนอย...กะจะช่วยสักหน่อย...ชิ! ”  ฉันสะบัดหน้าพรืด หน้าแตกก็แตกไป...เจอกันคราวเดียวก็พอ


“ อย่าดุนักเลย คุณหนูน้อยหมวกแดง...” ชายหนุ่มขำพรืดกับท่าทางของฉัน


“ อ้าว ๆ ไหงพูดงี้ละลุง ! ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ เหอะ !...ลาล่ะ! อีตาเขียวมะนาวเอ๊ย....” ประโยคสุดท้ายฉันหลุดเปรยกับตัวเองเบา ๆ แล้วคว้ากระเป๋าเดินทางเตรียมลากออกจากสนามบิน พอกันที..ลาขาดกับตาคนนี้ ! แต่ดูเหมือนชายหนุ่มตรงหน้าจะหูดีเป็นพิเศษ ขายาวๆนั่นก้าวมาขวางหน้าฉันไว้ก่อน


เอ๊ะ  ! จะอะไรอีกเนี่ย ชักจะกรุ่นๆแล้วนา อีตาคุณหมอคนนี้ ฉันเริ่มตาเขียวใส่คนตรงหน้า แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ใส่ใจกับท่าทางของฉัน เอาแต่ยืนขวางทางและเอาปลายนิ้วแตะคางตัวเองอย่างครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนจะมองฉันอย่างสำรวจตรวจตรา ก่อนจะพูดช้า ๆ ขึ้นว่า


“ อืม...น่าสนใจมากๆ เลย เคสแบบนี้ หายากยิ่งกว่ายาก เห็นสีดำปนแดงเข้ม สีเขียวมะนาว และก็การสัมผัส...”


นี่เขาพูดเองเออเองอะไรของเขากันนะ ? ฉันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจก่อนจะมองคนตรงหน้า ดวงตาคมนั่นเป็นประกายคล้ายเด็กหนุ่มที่กำลังเจออะไรสนุกๆ ถูกใจ


หล่อ ..แต่สงสัยจะบ้า สติไม่เต็ม พูดอะไรพึมพำคนเดียวเนี่ย...ท่าทางจะไม่ไหวละมั้ง


ฉันส่ายหน้าแล้วก็เบี่ยงตัวนิดหน่อยก่อนจะก้าวขาเดินออกไป แต่แล้วจู่ ๆ ร่างสูงๆ ในชุดโอเวอร์โค้ตสีเหลืองมัสตาร์ดก็ก้าวเข้ามาประชิดและจ้องมองฉันตรง ๆอีกรอบ ดวงตาทั้งคู่เป็นประกายสดใสคล้ายมีบางอย่างมาดหมายอยู่ในใจก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้า


“ เดี๋ยวก่อนสิครับ ขออนุญาตนะ ยินดีที่ได้รู้จัก ผม อธิศร์ รัตนวงศ์วาณิช...เป็นศัลยแพทย์ด้านประสาทวิทยาครับ คุณ...ซินเนสทีเซีย (Synesthesia) ! ”


เฮ้ยยยย ...นี่มันบ้าไปแล้ว ! เขารู้ได้ยังไงกันว่าฉันเป็น ซินเนสทีเซีย (Synesthesia) !!!


แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ตกตะลึงยิ่งกว่าคือประโยคต่อมาของชายหนุ่มตรงหน้า



ถ้าไม่รังเกียจ ขอเชิญคุณไปทานข้าวกับผมสักมื้อได้ไหมครับ ผมเลี้ยงเอง...” สายตาคนตรงหน้าส่องประกายวิบวับ


เฮ้ย...นี่คือสภาพคนที่เพิ่งอกหักมาหรือไงเนี่ย...หรือว่าฉันเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปกันแน่...




...........................

สารจากไรท์


ให้ตายสิ ถ้าเจอสายตาแบบนี้เข้าไป..ตายค่ะ ตายลูกเดียว หนุ่มตี๋ใส่แว่น สายตาช่างมีแรงดึงดูดขนาดนี้...หมออธิศร์คะ อย่าชวนใครกินข้าวด้วยสายตาแบบนี้นะคะ มันละลายค่ะ...

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

186 ความคิดเห็น

  1. #108 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 18:22
    ลุงหมอมีญาณวิเศษรึป่าว
    #108
    1
    • #108-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 4)
      21 สิงหาคม 2562 / 18:37
      555 คุณหมอแกเขี่ยวชาญด้านสมอง ด้านศัลยประสาทวิทยาค่า
      #108-1
  2. #11 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 13:58
    หมอมาเนียนๆ ป่ะคะ #แบบนี้ก็ได้หรา55
    #11
    1
    • #11-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 4)
      21 พฤษภาคม 2562 / 16:02
      เขาแค่บ้าวิจัยค่า แต่..สายตาแบบนี้ มีละลายกันได้ 555 ตอนต่อไปดูฤทธิ์ของยัยซินบ้าง 5555
      #11-1
  3. #10 นับดาวจอมเพ้อ (@wachie130) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 12:55

    แหม่พี่ธิศร์ แรกพบก็จะเลี้ยงข้าวเลยเหรอคะ คิคิ

    #10
    1
    • #10-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 4)
      21 พฤษภาคม 2562 / 13:10
      ต้องจับมาศึกษาเสียหน่อย 555 ตามประสานักวิทยาศาสตร์ ...^^
      #10-1