สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 37 : ปกป้องไม่ได้...ก็อย่ามายุ่ง !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    14 ส.ค. 62

…………………………………………………..

นี่ผมเป็นบ้าอะไรไปนี่...เมื่อครู่นี้เกือบจะคุมความโมโหไว้ไม่ได้ ประโยคที่ยัยลูกแมวนั่นพูดทำไมทำให้หงุดหงิดได้ขนาดนั้นก็ไม่รู้ ไอ้เด็กบ้าที่ไม่มีความรับผิดชอบ ผมมองเธออยู่พักหนึ่งแล้วก็เห็นสัปหงกตอนคุณหมู หัวหน้าฝ่ายการเงินมาสอนงานให้ฟัง ไม่ไหวเลยเด็กคนนี้ ทำไมผมต้องมาคอยดูแลเด็กน้อยแบบนี้ด้วยละนี่ 

ช่วงหลัง ๆ นี่ผมค่อนข้างอึดอัดใจกับหลายอย่าง และรู้สึกว่าความสามารถในการคุมอารมณ์ที่เคยทำได้ดี มันไม่ได้ดีอย่างที่เคยเป็น คุณใจก็คอยรับหน้าญาติผู้ป่วยหลายคนที่นี่แทนผม เพราะบางครั้งการที่ไม่ขีดเส้นแบ่งไว้ก็ทำให้ต้องมายุ่งยากใจทีหลัง เคยมีคนเอาข้าวของต่าง ๆ มาให้ผมครั้งที่ออกตรวจที่โรงพยาบาล แต่พอคนหนึ่งให้ต่อหน้าคนไข้เตียงอื่น ๆ ก็เลยกลายเป็นธรรมเนียมและคิดกันไปเองว่า จะต้องหาของขวัญมาให้ผมด้วยเพราะกลัวผมจะดูแลไม่ทั่วถึง จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยสักนิด จรรยาบรรณของแพทย์สอนเสมอไม่ว่าผู้ป่วยจะยากดีมีจนแค่ไหน แต่ทุกคนเท่ากันในความเป็นมนุษย์และต้องได้รับการรักษาอย่างเต็มกำลังเช่นกัน หลัง ๆ มานี้ผมจึงตัดปัญหาทั้งหมดด้วยการไม่รับของใด ๆ ไม่ว่าจะจากผู้ป่วยโรงพยาบาลของรัฐ หรือ โรงพยาบาลเอกชนที่ผมทำงานอยู่ และผมก็ยึดหลักการนี้เมื่อมาดูแลผู้ป่วยที่มูลนิธิแห่งนี้ด้วย 

แต่ดูท่าทางบางคนอาจจะไม่เข้าใจ...อย่างลูกสาวของป้าพวงครามเตียงนั้นที่เพียรเอาของกินต่าง ๆ และอีกหลายอย่างมาให้ผมตลอดเวลา 

ปฎิเสธกันไปตรง ๆ อย่างวันก่อนจะโกรธผมหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่...ผมพูดตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว

ส่วนอีกคนที่เริ่มเข้ามาและทำให้ผมอึดอัดใจแต่พูดอะไรมากไม่ได้ ก็คุณปฐวี ลูกชายคนเล็กของคุณหญิงปิ่นปิลันธน์ ผมคิดว่าผมพอรู้บางอย่างที่เขาอยากจะสื่อออกมา ระยะหลังเขามามูลนิธิบ่อยและที่เกือบจะเป็นทุกครั้งคือ แวะมาหาผมที่ห้องทำงานเสมอ แม้จะบอกว่ามาเพื่อสอบถามอาการของคุณหญิงปิ่นปิลันธน์ก็ตาม แต่บางอย่างในสายตานั้นทำให้ผมอยากจะเลี่ยง บางครั้งก็ต้องให้คุณใจบอกไปว่าผมติดงานไม่สะดวกคุย แต่ด้วยความที่อาวุโสกว่า ทำให้ผมปฏิเสธได้ไม่บ่อยนัก 

อยากให้ไอ้มินโฮมาเมืองไทยจริง ๆ เผื่อมันจะช่วยผมได้บ้าง….

ผมละสายตาจากคอมพิวเตอร์ตรงหน้าและเหลือบมองคุณหนูซินที่กำลังขะมักเขม้นกับเอกสารตรงหน้า แล้วก็รู้สึกชมแม่ลูกแมวน้อย 

เวลาจริงจังก็เป็นกับเขาเหมือนกันนี่นา…

ผมปล่อยให้เจ้าตัวทำงานไปเงียบ ๆ งานตัวเลขคงต้องใช้สมาธิสักหน่อย รอสักพัก..ถ้าเจ้าตัวเริ่มไม่ไหวก็ค่อยพากลับก็แล้วกัน ผมเลยจัดการนั่งอ่านแฟ้มผู้ป่วยทัั้งหมดอีกครั้ง และเตรียมเอกสารสำหรับเตรียมไปเสนอโปสเตอร์วิชาการที่กรุงโซล แล้วทุกอย่างในห้องทำงานของผมก็เงียบกริบ เราต่างคนต่างทำงานของตัวเองกันไปเงียบ ๆ 

เวลาผ่านไปได้สักพักใหญ่ ผมนั่งอ่านเอกสารเพลินไป จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงปุ๊ก เบา ๆ จากคนตรงหน้า ทำให้ผมขมวดคิ้วนิดหนึ่งก่อนจะชะโงกหน้าจากจอมอนิเตอร์ใหญ่ตรงหน้า แล้วก็ต้องขำออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่ายัยแมวเหมียวนั่นเอนตัวพิงข้าง ๆ โซฟาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างนั้นหลับสัปะหงกหัวโขกกับขอบนุ่ม ๆ ของโซฟากำมะหยี่สีน้ำตาล เอกสารที่ถือในมือร่วงกองลงบนตัว

เวลาหลับก็ดูเป็นเด็กน้อย….ไม่ได้จอมแก่นแสนซนอย่างตอนตื่นเลยสักนิด

ผมมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง 

ยังเด็ก..แต่ก็ต้องรับผิดชอบเรื่องใหญ่อย่างมูลนิธิ...เหนื่อยเกินไปหรือเปล่านะ

ผมตัดสินใจเก็บของบนโต๊ะตัวเองก่อนจะเดินตรงไปรวบแฟ้มการเงินที่เจ้าตัววางกองกระจัดกระจายอยู่ตรงหน้าแม่เด็กขี้เซา ผมจัดแจงปิดโน๊ตบุ๊คให้เจ้าตัวก่อนจะขยับข้าวของวางไว้มุมหนึ่งบนโต๊ะเล็กนั่น เสียงขยับกระดาษคงทำให้เจ้าตัวตื่นขึ้นมา สายตากลมโตงัวเงียกะพริบปริบ ๆ อย่างงง ๆ แล้วก็ต้องตาโตเกือบจะทะลึ่งพรวดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าผมนั่งอยู่ตรงหน้า 

“ อ๋อยยย….ซินขอโทษ...ซินเผลอหลับไป…” ร่างนั้นทำตาโตก่อนจะรีบคว้ากระดาษที่ร่วงอยู่บนตัวรวบไว้ด้วยกัน แล้วทำตัวลีบ ๆ ถ้าเบียดตัวลงในโซฟาได้ก็คงลงไปซ่อนในโซฟาใช่ไหม ยัยตัวแสบเอ๊ย...

ผมไม่ใช่เสือนะ...ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ 

“ วันนี้พอเท่านี้ก่อนเถอะ...เดี๋ยวผมจะไปส่งเอง..” ผมพูดเรียบ ๆ ก่อนจะมองเจ้าตัวนิ่ง ๆ 

“ ขอข้าวกินสักจานก่อนกลับด้วยนะคะเจ้านาย…” 

เอากับยัยมูมู่สิน่า...ยังมาขอข้าวกินอีกแน่ะ ...ผมไม่ใจร้ายปล่อยให้เด็กตรงหน้าอดข้าวตายหรอก…

……………………………………………………..

คอนโดมิเนียมที่ตกแต่งอลังการด้วยสีน้ำตาลอ่อนสลับสีน้ำเงินเข้มปนเทาและตัวอักษรสีทองตรงหน้าบอกผมว่า เจ้าของห้องพักที่นี่ไม่ใช่มีฐานะดีแค่ราคาคุย แต่คงรวยจริง ๆ เพราะไม่ว่าการตกแต่งบริเวณโดยรอบ พื้นทางเดินที่เป็นหินอ่อนเพดานประดับด้วยโคมไฟแชนเดอร์เลียร์หรูประดับคริสตัลชวารอฟสกี้ของโซนล๊อบบี้  หรือระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา และชุดยูนิฟอร์มของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ดูอลังการ ผมสรุปได้เพียงว่าห้องพักที่นี่คงไม่ใช่ระดับ 6 หลักแน่ แต่น่าจะคงไม่ต่ำกว่า 7 หลัก 

สี่ทุ่มแล้ว วันนี้เป็นอีกวันที่ตัวแสบคงจะเหนื่อยพอดู เพราะผมเห็นเจ้าตัวปิดปากหาวหวอด ๆ เป็นระยะ 

“ ขอบคุณมากนะคะเจ้านายที่อุตส่าห์มาส่งซิน เจ้านายจะกลับเลยก็ได้นะคะ เพราะมันก็ดึกแล้ว เดี๋ยวจะถึงบ้านช้า…” 

ผมหัวเราะนิดหน่อย ผมปกตินอนดึกอยู่แล้ว แต่คนพูดนี่สิ ท่าทางคงจะไม่ค่อยนอนดึกสักเท่าไหร่ละมั้ง พูดไปก็หาวไป น่าขำจริง ๆ ยัยมูมู่….ตาจะปิดอยู่แล้วยังไม่วายชวนคุยอีกแน่ะ 

“ ไม่เป็นไร ผมไปส่งถึงหน้าห้องดีกว่า มันดึกมากแล้ว…” 

ผมเว้นประโยคต่อท้ายไว้ในใจ เพราะไม่รู้ว่าถ้าปล่อยให้เจ้าตัวเข้าลิฟท์ไปแล้ว จะหลับสัปหงกคาลิฟท์หรือเปล่า

เสียงประตูลิฟท์ชั้น 32 เปิดออก ผมเดินตามเจ้าตัวน้อยไป มันน่าจะไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว ยัยตัวจ้อยหันมาโบกมือให้ผมเชิงลา ผมมองนิ่ง ๆ ก่อนจะกดลิฟท์ แต่ก็ต้องชะงักหันกลับไปมองอีกรอบ เมื่อประตูเปิดออกทันควันพร้อมเสียงโวยวายลั่นเหมือนคนเมา 

“ นังนี่ใช่มั้ย...นังนี่หรือที่ทำให้ลมเลิกกับเชอร์รี่ ! หน้าสวย ๆ แบบนี้นะหรอ ! ” เสียงแหว ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นฉุดความสนใจของผมไว้ ผมขมวดคิ้วแล้วเหลียวไปทางต้นเสียงนั่น ผู้หญิงสวยคนหนึ่งก้าวออกมาจากห้องนั่น ท่าทางก้าวเดินดูเซซวนคล้ายจะดื่มเหล้าเบียร์มาไม่น้อย ส่วนคนที่ชะโงกและดันผู้หญิงคนนั้นออกจากห้องด้วยสีหน้าที่ยุ่งยากใจ คือ ชายหนุ่มคู่กรณีผมเมื่อวันก่อน สังหรณ์บางอย่างบอกผมว่ายังไม่ควรจะกลับไปในตอนนี้ 

“ เรื่องของเรามันจบลงตั้งนานแล้วเชอร์รี่ ! ” เจ้าของห้องนั่นดูท่าทางจะหงุดหงิดกับความวุ่นวายตรงหน้า ส่วนยัยมูมู่ยังคงทำหน้าตาตื่นงง ๆ แบบเด็กเพิ่งตื่นนอน ไม่รู้เหนือรู้ใต้กับเขาเลย 

“ เราจบแล้วก็คือ จบแล้วเชอร์รี่ ผมไม่ได้รักคุณ แล้วเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับซิน...เขาแค่มาพักกับผม…”

“ คุณควงกับฉัน มีหญิงอีกกี่คนฉันก็ไม่ว่า ถ้ายังให้เวลากับฉันบ้าง แต่นี่..คุณเลิกหมด ! เพราะนังคนนี้หรือ ?!” 

“ เราจบกันไปนานแล้วนะเชอร์รี่ ! คุณเมาก็กลับไปได้แล้ว อายชาวบ้านชาวช่องเขาบ้าง !” 

ถ้าเป็นผม คงไม่พูดประโยคแบบนั้นกับผู้หญิงที่กำลังเมา ๆ แน่ สภาพแบบนี้ยังไงก็คุยไม่รู้เรื่อง

“ เหอะ ! นี่.. ! แกนอนที่นี่ใช่ไหม…ลีลาเด็ดละสิ!  ลมถึงหลงหัวปักหัวปำ !” เสียงผู้หญิงคนเดิมหันมาตวาดใส่ยัยมูมู่ที่ยืนงง ๆ อยู่ตรงนั้น 

ไม่ทันที่จะตอบประโยคที่หยาบคายแบบนั้น และก่อนที่ใครจะทันทำอะไร เธอคนนั้นก็ปราดเข้าไปหาคนที่ยืนมึน ๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก

คนตรงหน้าปราดเข้าไปกระชากแขนของยัยตัวเล็กและเขย่าร่างนั้นเต็มแรงอย่างคนขาดสติ คนที่ไม่ทันตั้งตัวตะลึงไปก่อนจะโดนผลักเซถลากระแทกผนังแล้วทรุดฮวบลงกับพื้น

แต่เหมือนหญิงขี้เมาคนนั้นจะยังไม่สาแก่ใจ ร่างหนากว่าปรี่เข้าไปคร่อมหมายจะตบซ้ำร่างเล็ก ๆ ที่ร่วงลงไปกองกับพื้นแบบงง ๆ ทันใดนั้นเจ้าของห้องที่ยืนตะลึงเพิ่งได้สติก็ปรี่เข้ามากระชากตัวคนคลั่งรักออกจากร่างเล็ก ๆ นั่น

“ หยุด ! พอได้แล้วเชอร์รี่ ! นี่คุณบ้าไปแล้วหรือ !” 

เจ้าตัวการคว้าผู้หญิงตรงหน้ามาเขย่าอย่างเหลืออด ยามผู้หญิงเมาไร้สติ ไม่เหลือแม้แต่ความสวยงามที่แต่งแต้มบนใบหน้านั้นเลยสักนิด แต่ครั้นชายหนุ่มต้นเรื่องจะปรี่เข้ามาหาร่างที่ฮวบอยู่บนพื้น เอวเขาก็ถูกรั้งไว้ด้วยมือของคนที่เมามาย 

“ ลม...เป็นของเชอร์รี่ ! ของเชอร์รี่คนเดียว ! จะเป็นของอีหน้าไหนไม่ได้ทั้งนั้น ! ”

เสียงกรีดร้องรำพันดังลั่นของคนเมาที่สภาพดูไม่ได้เลยสักนิด หลายห้องเริ่มเปิดประตูออกมาดูความวุ่นวายตรงหน้า 

“ คุณบ้าไปแล้วหรือไง ปล่อยผมนะเชอร์รี่ !” ตัวการโวยลั่นและพยายามแกะมือผู้หญิงที่รวบเอวเขาไว้แน่น 

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าพรวดเข้าไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีร่างเล็ก ๆ ที่กองกับพื้นนั่นก็ถูกผมประคองลุกขึ้นรวบเอาไว้ในอ้อมแขน ความเดือดดาลพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ร่างเล็ก ๆ ที่นิ่วหน้าเหยเกและเอื้อมมือมาคลึงไหล่ซ้ายที่ถูกผลักกระแทกผนังเต็มแรง เจ้าตัวน้ำตาไหลพรูอย่างตกใจ

“ หยุด !” ผมตวาดอย่างเหลืออด เสียงผมดังลั่นฟลอร์ทำเอาผู้หญิงที่เมา ๆ อยู่นั่นสะดุ้งเฮือกขึ้น 

เจ็บมากไหม...เจ้าตัวน้อย ผมกอดร่างนั้นไว้แนบตัว สัมผัสได้ถึงอาการตัวสั่นเทาระริกเบา ๆ ในอ้อมแขนผม เสียงสะอื้นอย่างคนขวัญเสียยิ่งทำให้ผมโกรธหนักกว่าเดิม

“ นี่หรือสิ่งที่คุณบอกว่า คุณปกป้องเธอได้ ! ความปลอดภัยและเกียรติของเธอ...คุณยังรักษาไว้ไม่ได้เลยสักนิด !” 

ร่างเล็ก ๆ ในอ้อมแขนผมนั่นสั่นด้วยความตกใจ เสียงลิฟท์ที่ผมกดไว้ดังขึ้น ไม่ต้องรีรออะไรทั้งนั้น ผมก้มลงคว้ากระเป๋าที่ร่วงอยู่กับพื้น และกึ่งลากกึ่งประคองร่างเล็ก ๆที่สั่นเทาเข้าไปในลิฟท์โดยไม่ฟังเสียงตะโกนของเจ้าของห้อง

“ นั่นคุณหมอจะพาซินไปไหน ! ”  

“ หึ ! จัดการกับความบ้าคลั่งตรงหน้าคุณให้ได้ก่อนเถอะ และอย่ามายุ่งกับเธออีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน ! ” 

…………………………………………..

ผมลากร่างเล็ก ๆ นั่นลงมายังลานจอดรถ เจ้าตัวไม่พูดอะไรสักนิด ผมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูให้และรุนหลังยัยตัวแสบที่ตอนนี้ไม่เหลือสภาพใด ๆ นอกจากใบหน้าซีดเผือด ผมจัดแจงเอาเข็มขัดนิรภัยคาดให้คนตรงหน้าที่กลายร่างเป็นตุ๊กตาไปแล้ว ก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วทิ้งตัวลงถอนหายใจเฮือกใหญ่

บ้าจริง ! คิดอะไรไม่ออกเลยทีนี้ เฮ้อ…

ผมหันไปมองคนที่นั่งเป็นตุ๊กตานิ่ง ๆ อยู่นั่น ในรถมีแต่ความเงียบงันก่อนจะมีเสียงถอนหายใจของผมเบา ๆ อีกครา

“ เจ็บมากไหม…” ผมเอื้อมมือไปคว้าแขนของคนข้าง ๆ มาสำรวจ เพราะเมื่อครู่เหมือนคนเมานั่นจะจิกเล็บยาว ๆลงบนแขนของแม่ตัวจ้อยนี่ด้วย 

เจ้าตัวส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะอุทานออกมาเมื่อผมกดโดนจุดหนึ่งบนท่อนแขนขาว ๆนั่น 

แขนช้ำละสิท่า…. 

“ ยังจะอวดดีอีก…ตอนอยู่กับผมเห็นเก่งนักหนา แต่ทำไมคราวนี้ไม่สู้เขาบ้าง ” ผมบ่นเบา ๆ ก่อนจะเปิดลิ้นชักด้านหน้าหยิบตลับบาล์มเล็ก ๆที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งออกมาให้เจ้าตัว ต้องขอบใจยัยหนูเล็กน้องสาวผมที่ชอบซุ่มซ่ามประจำจนผมต้องพกบาล์มเอาไว้บนรถด้วย และคราวนี้เลยได้ใช้ประโยชน์อีกครั้ง 

ผมค่อย ๆ ขับรถออกจากลานจอดรถนั่น แต่เหลือบมองสภาพคนที่นั่งข้าง ๆ แล้ว...จะพาไปไหนได้เล่า...

“ ผู้หญิงคนนั้น...น่าสงสาร…” เสียงคนที่เพิ่งเจ็บตัวมาเปรยขึ้นเบา ๆ หลังจากคลึงบาล์มกับแขนที่ช้ำนิด ๆ 

ประโยคนั้นทำให้ผมต้องหันไปมอง เจ็บตัวขนาดนี้ยังมีกะใจสงสารชาวบ้านเขาอีก บ้าไปแล้วยัยตัวร้าย…

“ ออร่าคนนั้นเขาเศร้ามาก ทั้งแดง หม่น และเทา สีของเขามันเหงาและไม่เหลือใครเลย ซินสัมผัสได้แบบนั้น เขาคงรักลมมากก็เลยเข้าใจผิด” เสียงนั่นเหมือนละเมอคุยมากกว่า ดวงตากลมโตหรุบลงมองแขนตัวเองที่มีรอยถลอกจากเล็บของคนเมา ก่อนจะลูบมันเบา ๆ 

“ เหอะ ! ถึงจะรักแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมาทำร้ายคนอื่นได้สักหน่อย”  ผมอดไม่ได้ที่จะดุออกไปอีกรอบ

“ เลิกใส่ใจคนอื่นเสียที แขนเจ็บแบบนี้ยังจะไปห่วงคนอื่นอีก…ทายาไปก่อนเถอะ ” ผมอดดุคนข้าง ๆ ไม่ได้ ก่อนจะกดโทรศัพท์หาคนปลายทาง คนที่น่าจะช่วยผมได้ในคืนนี้

“ พี่แป้งครับ...ขอโทษที่โทรมาดึก ผมมีเรื่องด่วนจะรบกวนหน่อยครับ ช่วยขึ้นไปเตรียมห้องจันทร์เจ้าให้ผมหน่อยได้ไหมครับ…” 

มูมู่จอมซนที่นั่งข้าง ๆ ผมทำตาโตอย่างตกใจ ผมกดวางสายแล้วถอนหายใจยาวก่อนจะตัดสินใจพูดเบา ๆ 

“ ไว้ใจผมไหม…” ผมมองนิ่ง ๆ

คนข้าง ๆ ไม่ตอบอะไรนอกจากกะพริบตาปริบ ๆ แต่กลายเป็นว่าผมเองนั่นแหละที่ต้องหลบตาคนตรงหน้า เพราะมันใสแจ๋วและบอกคล้ายกับว่า วางใจในตัวผมอย่างที่สุด 

เฮ้อ....หัดระวังคนอื่นบ้างก็ได้นะ ยัยตัวร้าย ผู้ชายน่ะไว้ใจไม่ได้ทุกคนหรอกนะ...

……………………………………………..

สารจากไรท์

เอาเลยค่าเจ้านาย...พาน้องไปดีกว่า ปล่อยให้ตาคาสโนว่าจัดการชีวิตตัวเองไปเลย มีอย่างที่ไหน ปล่อยให้สาวมาทำร้ายน้องซินได้ เหอะ ! จัดไปค่า น้องซินมึน ๆ ง่วง ๆ ใช่ไหมลูก เจอคนเมาอาละวาดไปนี่แตกตื่นขวัญเสียกันไปเลย

วันนี้....คุณเจ้านายกร้าวได้ใจมาก.....ขอกรี๊ดทีนึง....^^

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537




B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

177 ความคิดเห็น

  1. #140 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 03:03
    อ่าวไว้ใจไม่ได้ แล้วซินควรไปด้วยมั้ย
    #140
    1
    • #140-1 (@Philous) (จากตอนที่ 37)
      22 สิงหาคม 2562 / 12:40
      พี่หมอเป็นพวกเข้าข้างตัวเองนิดๆนะคะ 5555
      #140-1
  2. #102 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 13:22
    แต่เจ้านายนี่...ปรี๊ดขึ้นของแท้ 5555
    #102
    0
  3. #101 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 13:21
    เราแอบนึกว่าซินจะห้าวใส่ ถถถถถ
    #101
    1
    • #101-1 (@Philous) (จากตอนที่ 37)
      14 สิงหาคม 2562 / 13:40
      ยัยซินง่วง ๆ มึน ๆ ค่า เลยยังไม่ได้ตั้งตัว ^^ พี่หมอปรีีดเดียวถึงตัวเลย 555
      จากคนที่ลั่นวาจาไว้ว่า ไม่ชอบให้แตะตัว..งานนี้กอดเขาไว้เฉย ! ไม่รู้จะพูดไรดี 555
      #101-1