สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 36 : เงาร้ายที่คืบคลาน...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    13 ส.ค. 62

บทที่ 13. เงาที่คืบคลาน


ในความมืดมิดนั้น ฉันรู้สึกแต่ความเย็นของสายฝนและแสงไฟที่สาดเข้ามา เงาคนที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ประกายของมีคมบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทางนั้นบอกฉันว่า วัตถุสีเงินนั่นคมกริบเพียงใด ด้านหลังไม่มีทางถอยอีกแล้ว ในซอยเปลี่ยวที่ฉันถูกต้อนให้เข้ามาจนมุม ฉันผวาและกระถดตัวหนีจนแผ่นหลังที่เปียกชุ่มจากคราบน้ำฝนนั่นเบียดชิดติดกำแพงที่เย็นเฉียบนั่น ตรอกมืด...ไม่มีใครผ่านไปมา มีแต่ร่างสูงที่หันหลังให้กับแสงไฟที่ค้อมตัวลงมาใกล้ฉันเรื่อย ๆ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ความเย็นของสายฝน...มันคงเทียบไม่ได้กับความเย็นที่ฉันกำลังจะได้รับโลหะที่พร้อมจะเสียบเข้ามาในร่างกายของฉัน

“...กรี๊ด...ดดดดดด….” เสียงฉันกรีดร้องขึ้นสุดเสียงก่อนจะมีเสียงฝีเท้าหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมกับเขย่าตัวอย่างแรง

“ ซิน.. !!! เป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้น !” เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟที่สว่างวาบขึ้นในทันที ดาวน์ไลท์สามสี่ดวงในห้องถูกมือคนตรงหน้าเปิดขึ้น ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมกับเพิ่งรู้ตัวว่าอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของคนที่ฉันไว้ใจได้ เหมือนเสียงฉันหายไปพร้อมกับคราบน้ำตาที่เปรอะเลอะเต็มหน้า เหงื่อที่ซึมทั่วใบหน้า มือฉันเย็นชืดจนคนที่วิ่งเข้ามากอดฉันไว้และนวดฝ่ามือให้เบา ๆ 

“ ขวัญเอ้ยขวัญมา...ฝันร้ายเหรอ...กรี๊ดเสียลั่นห้องเลย ฉันวิ่งเข้ามาเพราะนึกว่าเกิดอะไรขึ้น” 

มือหนาของไอ้ลมยังลูบหลังฉันเบา ๆ อย่างจะปลอบประโลม ฉันยังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่หาย ร่างสั่นสะท้านไปหมด อาศัยว่าไออุ่นจากคนตรงหน้าที่กอดปลอบนั่นทำให้คลายความตื่นตระหนกได้มากทีเดียว

“ ฝันร้ายน่ะซิน..ฝันร้าย...มันแค่ความฝันเท่านั้น…” เสียงทุ้มนั่นยังคงปลอบขวัญฉันอยู่ก่อนจะดันตัวเองออกห่างอย่างเก้อเขิน 

“ โอเคขึ้นหรือยัง...อยากดื่มอะไรอุ่น ๆ ไหม เดี๋ยวเราอุ่นนมสดร้อน ๆ ให้สักแก้วเอาไหม…” 

ฉันได้แต่พยักหน้าเบา ๆ ทุกอย่างยังดูมึนงงไปหมด ความฝันนั่นน่ากลัวมาก เหมือนจริงอย่างที่สุด เหมือนชนิดที่ฉันยังรู้สึกถึงความเย็นของสายฝนที่ปะทะตัวและความเย็นของแผ่นสังกะสีที่สัมผัสกับหลังอยู่เลย 

“ สงสัยจะเก็บเรื่องคุณย่าไปฝันละมั้ง หรือไม่ก็เอาเรื่องแปลก ๆ วันก่อนไปมะโนเป็นตุเป็นตะ…” คนตรงหน้ายังพยายามยิ้มให้ฉัน 

เรื่องแปลก ๆ วันก่อนนะหรือ ฉันเล่าให้ไอ้ลมฟังคนเดียวเพราะไม่อยากบอกให้คนอื่นคิดมาก ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่แล้วฉันรู้สึกเหมือนมีใครตามฉันอยู่ห่าง ๆ ข้าวของที่วางบนโต๊ะทำงานมูลนิธิเหมือนจะขยับนิดหน่อย ตอนแรกก็ไม่คิดอะไร แต่พอถัดมาอีกสองสามวันกลายเป็นว่ามีสีแดงหยดบนพื้นหน้าโต๊ะทำงานสีขาวอีก 2-3 หยด

“ ไม่ทราบเหมือนกันค่าว่ามาจากไหน...แต่เดี๋ยวให้แม่บ้านมาเช็ดให้นะคะ” เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยพยาบาลที่ปกติจะอยู่เคาเตอร์เยื้องห้องทำงานฉันไปส่ายหน้าอย่างงุนงง 

และอีกสองวันต่อมา หยดเลือดนั่น มันขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จากหน้าโต๊ะทำงาน กลายเป็นบนขอบโต๊ะทำงาน และเมื่อวานนี้มันมาอยู่กลางโต๊ะทำงานของฉัน…

ไม่ได้บอกใครสักคนนอกจากลม เพราะแค่นี้มูลนิธิก็วุ่นวายพอควรอยู่แล้ว แม้จะปากแข็งบอกตัวเองเมื่อวานว่าไม่กลัว แต่ส่วนลึกก็ต้องยอมรับว่า ฉันกลัว…

ฉันกลืนน้ำลายลงอย่างยากเย็นก่อนจะพยักหน้าเบา ๆอีกรอบ ไอ้ลมเดินตรงไปเข้าที่เคาน์เตอร์ครัวก่อนจะเอานมสดร้อน ๆ อุ่นให้ เพียงครู่เดียวนมสดอุ่น ๆ ในแก้วเซรามิคสีขาวก็ยื่นมาให้ตรงหน้า สายตาเจ้าของแก้วเซรามิกมองฉันอย่างเป็นห่วงก่อนจะขยับห่างออกไปเล็กน้อย 

“ นอนไม่หลับมากี่วันแล้ว…” ร่างนั้นกอดอกพิงผนังห้องแล้วพูดขึ้นเบา ๆ แต่สายตาจับจ้องมาที่ฉันอย่างกังวล

“ ก็...หลับนะ...แต่หลับไม่สนิทเท่าไหร่…” ฉันก้มหน้าอุบอิบเบา ๆ แล้วหมุน ๆ แก้วในมือเล่น ไม่อยากบอกมันว่าฉันสะดุ้งตื่นกลางดึกหลายวันแล้ว 

“ แกพักสักวันดีไหม…” 

“ อย่าเลย เรื่องแค่นี้เอง วันพรุ่งนี้ฉันต้องจับให้ได้เลยเชียวว่าใครกันที่มาทำแบบนี้” ฉันพยายามยิ้มให้คนตรงหน้า แต่สายตาดุ ๆ ของไอ้ลมบอกชัดมันไม่ชอบใจที่ฉันดื้อ 

“ ถ้าหาตัวไม่เจอ ฉันจะจ้างบอดี้การ์ดให้แกเองซิน ฉันพอรู้จักเพื่อนดี ๆ อยู่บ้าง…” เจ้าตัวหยุดนิดหนึ่งคล้ายชั่งใจ ฉันเงยหน้ามองคนตรงหน้า มันเก็บอะไรไว้ในใจ

“ มีอะไรหรือเปล่าลม…” 

“ ฉันคิดอยู่หลายวันแล้วว่าจะถามแกดีไหม...ลุงกษิดิษแฟนของป้าปานรตีแกน่ะ เขาซื้อคอนโดที่นี่ด้วยหรือ ?” 

คำถามนั้นทำให้ฉันชะงักนิดหนึ่ง เพราะรู้แน่ว่านิสัยของป้าปานรตีเป็นคนติดบ้าน และไม่ชอบอยู่ในที่คับแคบอย่างคอนโดมิเนียม ถ้าป้าปานรตีไม่ชอบ ลุงกษิดิษยิ่งไม่น่าจะซื้อคอนโดได้

“ ทำไมหรือลม นายไปรู้อะไรมา…” 

“ สองวันก่อนฉันกลับมาที่นี่เอาของที่ลืมไว้ ฉันคิดว่าฉันสวนกับลุงกษิดิษของแกที่ลิฟท์นี่นะ แต่เหมือนมากับ..ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ฉันเหลียวไปมองอีกรอบแต่ก็เห็นหลังไว ๆ เท่านั้น…” 

“ ไม่รู้สิ...แต่นิสัยของป้าปานรตีแบบนั้นถ้ามีเงินแกคงไม่ซื้อคอนโดหรอก คงจะไปซื้อที่ดินมากกว่า และเขาก็ไม่ชอบห้องแคบ ๆ ถ้าเขาซื้อจริง ฉันว่าลุงกษิดิษต้องปิดเป็นความลับแน่ ๆ” 

“ ไอ้ปิดเป็นความลับนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ามีอะไรมากกว่าความลับนี่ล่ะ...น่าห่วงนะซิน...จากประสบการณ์ของฉันแล้ว ฉันฟันธงได้เลยว่าลุงแกกำลังมีกิ๊กคนใหม่ว่ะ !” 

จอมคาสโนว่าพูดอย่างมั่นใจมาก ทำให้ฉันเครียดขึ้นมานิด ๆ ถ้าอย่างนั้น...เรื่องราววรินทร์โรจน์คงวุ่นกว่านี้แน่นอน ใครจะกล้าไปบอกป้าปานรตีเล่า ขืนไปเล่าก็มีหวังหาว่ายุแหย่ให้สามีภรรยาเขาทะเลาะกันอีก พูดไม่ได้แน่ ๆ 

“ แต่ฉันว่านะ ปล่อยไปเถอะ ปล่อยให้ป้าแกรับชะตากรรมเอง อยากเก่งดีนักก็ให้จัดการสามีตัวเองให้ดีละกัน งานนี้ไม่ใครก็ใครได้น้ำตาตกกันแน่…” 

ตอนนี้มีแต่เรื่องที่ต้องคิดหนัก ไหนจะเรื่องหยดเลือดปริศนา ปัญหามูลนิธิ แล้วก็ยังเรื่องลุงกษิดิษอีก...

……………………………………………………..

เช้าวันต่อมาฉันตื่นไปทำงานด้วยอาการสะลึมสะลือเพราะนอนน้อย แต่ก็ยังโดนเจ้านายเรียกไปห้องทำงานแต่เช้า เอกสารการเงินของมูลนิธิถูกเจ้านายดึงออกมาให้ฉันศึกษา พี่หมู เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของมูลนิธินั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันแล้วก็อธิบายอะไรมากมาย ชี้ตรงนั้นตรงนี้ คำอธิบายมากมายที่เล่ามามันเข้าหัวฉันบ้างไม่เข้าหัวบ้าง แต่แล้วพอฉันเผลอผงกหัวงุบไปนิดเดียวก็มีเสียงพูดดุ ๆ ดังมาจากข้างหลังโต๊ะทำงานนั่น

“ ถ้าพยักหน้าว่าเข้าใจ ก็ให้อธิบายสิ ว่าเข้าใจว่ายังไง…” 

เห้อะ ! ไหงเล่นกันแบบนี้ล่ะเจ้านาย...เผลอหลับหน่อยเดียวเอง ฉันได้แต่ค้อนขวับใส่คนตรงหน้า

“ ก็...เข้าใจว่า…” จะไหลไปทางไหนดีนะ

“ เข้าใจว่า….” เสียงดุ ๆ นั่นลากยาวแต่ท่าทางเหมือนพร้อมจะขย้ำหัวฉันทุกขณะ

ฉันได้แต่กลืนน้ำลายฝืด ๆ อีกรอบก่อนจะอุบอิบเบา ๆ 

“ ก็...เข้าใจว่า...ยังไม่เข้าใจ…” 

พี่หมู เจ้าหน้าที่การเงินหัวเราะพรืดเบา ๆ กับคำตอบของฉันก่อนจะรีบเก็บเสียงหัวเราะนั่นไว้ในคอ นั่นปะไร...สายตาดุที่มองมานั่นทำตาเขียวใส่อีกรอบ ก็คนมันง่วงนี่นา..เมื่อคืนไม่ได้นอนนะเจ้านาย อยากจะโอดครวญสักแป๊บก็ไม่ได้

“ พี่หมู...กลับไปก่อนเถอะครับ...เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง..” 

กรี๊ด….ไม่น้าาาา พี่หมูอย่าไปไหน...ฉันรีบหันไปคว้าแขนพี่หมูที่ลุกทันทีจากโซฟาข้าง ๆ แต่เจ้าตัวได้แต่ยิ้มแหะ ๆ ให้ฉันแล้วก็ปลดมือฉันออกเบา ๆ 

“ สู้ ๆ นะคะคุณซิน….” เสียงนั่นกระซิบเบา ๆ เหมือนจะให้กำลังใจ แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ 

อย่าปล่อยลูกช้างไว้กับเสือสิพี่หมู เดี๋ยวเสือตรงหน้าจะขบหัวซินเอาพอดี...ฮือ… 

ทันทีที่ประตูนั่นปิดลง ฉันรีบเก็บของบนโต๊ะทันที แต่ก็ไม่ทันคนตรงหน้าที่เดินเข้ามาใกล้ ๆ สายตานั่นเหมือนจะนิ่ง ๆ แต่ถ้าไม่รู้จักกันจริง ๆ จะไม่รู้หรอกว่า ลูกกะตาเจ้านายคนนี้บอกอารมณ์ต่าง ๆ ได้มากมาย อย่างตอนนี้กำลังมีความกรุ่น ๆ เป็นลูกไฟอยู่ข้างใน นี่ไง...ถึงจะห้ามแตะตัว..แต่อ่านจากสายตาแบบนี้ก็บอกได้แล้วว่าเขากำลังโกรธอยู่ ฉันได้แต่กลืนน้ำลายเบา ๆ 

โกรธ..อะไรนักหนานะคุณเจ้านาย

“ เวลาแต่ละคนมีค่านะคุณหนูซิน ถ้าไม่ตั้งใจฟังคนที่เขาสอนงาน แล้วเมื่อไหร่จะทำงานเป็นและคุมที่นี่ได้สักที…” 

เสียงนั่นเหมือนจะข่มอารมณ์โมโหอยู่ข้างใน ยืนประจันหน้ากันแบบนี้...น่ากลัวแฮะ

“ เมื่อคืนซินไม่ได้นอน….เต็มอิ่ม…วันนี้ก็เลยง่วงไปหน่อย…” ฉันก้มหน้างุดสารภาพบาปกับ “หลวงพ่อ” ตรงหน้าที่กำลังแยกเขี้ยวใส่ฉันนี่ล่ะ 

“ ไอ้ลมพยายามช่วยให้หลับ...แต่ก็ยังนอนไม่หลับ….” 

พูดไม่ทันขาดคำก็ต้องตกใจเพราะเจ้าตัวผลักฉันไปชิดกำแพงข้าง ๆ ก่อนจะล๊อคตัวไว้ในอ้อมแขน สายตาคมนั่น...มองนิ่งและก้มลงมาคล้ายจะโมโหอะไรสักอย่าง ลูกไฟในตาคม ๆ นี่วาววับเชียว โมโหอะไรนะ ก็แค่คนไม่ได้นอนเอง ฉันมองคนตรงหน้ากะพริบตาปริบ ๆ อย่างงง ๆ 

“ ไป..ทำอะไรมาล่ะถึงไม่ได้นอน…” เหมือนเจ้าตัวเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก เสียงนั่นกรุ่นหนัก แต่ถึงฉันจะคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าทำไมต้องโกรธด้วย กับอีแค่คนฝันร้ายแล้วก็สะดุ้งตื่นกลางดึก แล้วนอนไม่หลับ…

“ก็...ฝันร้าย...เลยนอนไม่หลับ..” 

ไม่รู้ว่าคำตอบนั่นจะถูกใจเขาหรือเปล่า แต่ทำให้วงแขนที่ล๊อคอยู่นั่นปล่อยลงสักที แล้วเจ้าตัวก็ก้าวถอยหลังออกมาสองก้าว…

เกือบโดยเสือขบหัวเสียแล้วสิ...ทีหลังต้องนอนเต็มอิ่มไม่งั้นโดนฆ่าแน่ ๆ ส่วนคนตรงหน้าก็ระบายลมหายใจนิดหนึ่งก่อนจะหันหน้าเมิน ๆ ไปแล้วก็พูดประโยคที่ทำเอาฉันอยากลงไปกรี๊ดกับพื้น

“ ผมมีแผนงานที่ต้องให้คุณจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่ผมจะเดินทางไปเกาหลีต้นเดือนหน้า...ตอนนี้คุณต้องจัดการให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้า เขียนแผนลงชุมชน งบประมาณที่จะใช้ รวมถึงเตรียมนำเสนอให้ผมดูด้วย...ต้องเสร็จทั้งหมด” 

“ เจ้านายจะฆ่าซินหรือไง…” ฉันโอดครวญหนักกับคนตรงหน้า แต่เหมือนเขาจะไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรเลยกับคำโอดนั่น 

“ ผมว่างเย็นนี้...ดังนั้นมานั่นเตรียมงานตรงนี้ให้เรียบร้อย แล้วสองทุ่มผมจะไปส่งที่บ้านเอง…” 

ฉันอ้าปากจะค้าน แต่ก็ต้องหยุดเมื่อสายตาคนตรงหน้ามองฉับกลับมา 

“ ถ้าทำไม่ได้ ทุ่มเทเพื่องานไม่ได้...ก็หยุดเสียตอนนี้ ผมไม่อยากเสียเวลากับคนที่ไม่มีความพยายาม” ก่อนเจ้าตัวพูดต่อ

“ คุณย่าของคุณก็ยังนอนโรงพยาบาล ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าหลานสาวไม่พยายาม มูลนิธิที่นี่ก็คงจบเร็วกว่าที่คิด”

เจ้าตัวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานตัวเอง แล้วก็ไม่สนใจอะไรฉันอีก ประโยคนั่นทำให้ฉันต้องฉุกคิด…

ถ้าฉันพลาด ไม่ใช่แค่ฉันจะเดือดร้อน แต่คนที่นี่อีกหลายชีวิตจะต้องเริ่มต้นใหม่ หางานใหม่...ฉันจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นได้จริง ๆ หรือ ฉันพยายามกับมันเต็มที่แล้วหรือยัง ฉันจะบอกตัวเองทีหลังได้ไหมว่าฉันไม่เสียใจกับสิ่งที่ฉันทำ

แกยังพยายามกับมันไม่เต็มที่เลยไอ้ซิน…

ฉันนิ่งก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะเดิม เอาเอกสารทั้งหมดมากองตรงหน้าก่อนจะตั้งใจอ่านทั้งหมดอย่างตั้งอกตั้งใจอีกครั้ง ปากกาสีไฮไลท์ถูกหยิบมาขีด ๆ ลากจุดสำคัญต่าง ๆ ในเอกสารการเงิน คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คถูกฉันหยิบมาเปิดหาแฟ้มเอกสารบางตัว ทุกอย่างอยู่ในความเงียบอย่างเดียว มีเพียงเสียงพลิกกระดาษที่ดังขึ้นเป็นครั้งคราว 

ถ้าพยายามให้ถึงที่สุดแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นจากนั้น ...ฉันจะได้บอกตัวเองได้เต็มปากว่า อย่าเสียใจ….

…………………………………………………..


สารจากไรท์

นิสัยของซินที่ไรท์ชอบมาก ๆ คือ ถึงจะเป็นเด็กก๊อง ๆ แต่ก็เป็นคนที่ตั้งใจกับสิ่งที่ตนเองทำ รวมถึงไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะตัวเองด้วย เป็นใจที่ใส ๆ และเชื่อว่าตรงนี้น่าจะทำให้เจ้านาย..และหลายคนรอบตัวรักนาง

ส่วนเจ้านายขา....จะหึงก็ปากแข็งอีกนะคะ พอได้ยินชื่อลมปั๊บ อาการปรี๊ดออกทีเดียว 555 เก็บ ๆ ไว้บ้างนะ สายตาที่พิฆาตน่ะคุณเจ้านาย พวกสายซึนนี่ก็น่าจะจับมาตีก้นแรง ๆ ซะจริงๆ 5555

ตอนหน้าความวุ่นวายหัวใจมาอีกแล้ว....อะไรจะปุบปับ เผด็จการได้ใจขนาดนั้นละคะเจ้านายยย

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537



B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

193 ความคิดเห็น

  1. #139 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 02:48
    หมอไปเกาถ้าเกิดเรื่องกับซินล่ะ
    #139
    1
    • #139-1 (@Philous) (จากตอนที่ 36)
      22 สิงหาคม 2562 / 12:39
      จะได้ไปหรือเปล่ายังมะรู้เลย 555
      #139-1
  2. #100 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 12:04
    เจ้านายสงสารซินเถอะ5555
    #100
    1
    • #100-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 36)
      13 สิงหาคม 2562 / 12:08
      5555 นางยังคงยืนงงในดงเอกสารว่าทำไมเจ้านายถึงโกรธว่านางนอนน้อย 555
      #100-1