สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 31 : นกขมิ้นเหลืองอ่อน...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    6 ส.ค. 62

…………………………………………………..

บางครั้งฉันก็เกลียดสังหรณ์ของตัวเองจริง ๆ บางอย่างที่โผล่วูบเข้ามาในหัวกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาไม่ผิดเพี้ยนเลย หลังจากเกิดเรื่องในวันนั้น ท่านผู้อำนวยการทราบเรื่องก็รีบสั่งให้ย้ายคุณย่ากลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลอานันทราษฎร์ และมอบหมายให้เจ้านายเป็นหัวหน้าทีมผ่าตัด 

ผลการตรวจพบว่าคุณย่าไม่ได้เป็นแค่เส้นเลือดในสมองตีบ แต่ยังพบว่าเกิดปัญหาภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง ทำให้กดเนื้อสมองบางส่วน อาการนี้ถือว่าเป็นโรคใหม่ที่เพิ่งตรวจพบ แต่เพราะสภาพร่างกายที่สูงวัยของคุณย่า และความเครียดทำให้โรคประจำตัวหลายอย่างกลับมารุมเร้าพร้อม ๆ กัน ทำให้ความจำ และการทรงตัว ตลอดจนการเคลื่อนไหวร่างกายมีปัญหา คุณย่าเดินได้สั้นลงและเสี่ยงจะล้มง่ายขึ้น รวมถึงการสื่อสารที่นึกคำพูดไม่ค่อยออกด้วย ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ป้าปานรตียกขึ้นมาพูดในที่ประชุม

“ คุณแม่ ตัดสินใจทำอะไรไม่ได้อย่างเคย...ดังนั้นต้องมีคนรับหน้าที่ดูแลกิจการที่บ้านแทน ซึ่งพี่เองก็ยินดีจะรับหน้าที่นี้ต่อจากคุณแม่ และให้ท่านได้พักได้แล้ว” 

“ พี่รตี...คุณแม่ท่านแค่สื่อสารลำบาก ไม่ได้หมายความว่าท่านเป็นคนไร้ความสามารถนะ” อาปฐวีแย้งขึ้น แต่ก็ถูกคุณลุงกษิดิษท้วงแรง ๆ 

“ คุณไม่รู้อะไรนะคุณวี ตอนนี้เรื่องการเงินต่าง ๆ กว่าจะรอให้คุณแม่ลงนาม มันยากแค่ไหน ลายเซ็นต์ก็ไม่เหมือนเดิม นี่จะไปเบิกถอนอะไรก็ต้องรอให้หมอเซ็นต์รับรองก่อน ถึงจะเบิกเงินออกมาได้ สู้ทำเรื่องเสนอให้ศาลจัดการว่าท่านเป็นผู้ไร้ความสามารถดีกว่า และให้แต่งตั้งคุณรตีเป็นผู้อนุบาล แบบนี้จะทำธุรกรรมการเงิน เบิกถอนอะไรต่อมิอะไรได้ง่ายขึ้นเยอะ” 

พูดเหมือนจะเป็นเรื่องดี แต่ทำไมดูแล้วแต่ละคนกระเหี้ยนกระหือรืออยากยื่นเรื่องเสนอกับศาลนัก 

“ แต่คุณย่าก็รับรู้ดีนะคะ แค่สื่อสารลำบากเท่านั้น ถ้าให้เวลาหน่อย ให้ปรับระดับการระบายของน้ำในสมองให้ดี ท่านก็จะกลับมาทรงตัวได้ อาจจะกลับมาพูดคุยได้ ถ้าไปยื่นเรื่องกับศาลแบบนี้ ถ้าคุณย่าอาการดีขึ้นมา คุณย่าจะทำธุรกรรมอะไรเองไม่ได้เลยนะคะ” 

“ นี่..แม่ซิน...แกไม่ได้ทำงานบริหาร แกไม่รู้หรอกนะว่าบางเรื่องมันรอไม่ได้ ขืนรอคุณแม่เซ็นต์มา กว่าจะไปเบิกได้ ขาดทุนเสียหายไปเท่าไหร่” 

“ แต่ซินก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดีนะคะ” ฉันพยายามท้วง

“ ถ้าอยากเสนอความเห็นนักละก็ กลับไปบริหารงานมูลนิธิของตัวเองให้ผ่านก่อนเถอะ นี่ผ่านไปสามสี่เดือนแล้ว ดูซิรายจ่ายมูลนิธิตั้งเท่าไหร่ มีแต่เงินออก ตัวแดงทั้งนั้น แต่ไม่มีเงินบริจาคเข้ามาเลย แกจะอยู่ได้สักกี่น้ำ ! ” 

ประโยคนั้นทำให้ฉันต้องกัดฟันแน่นด้วยความโมโห แน่ละ ฉันยังไม่เก่งมาก แต่งานมูลนิธิมันเป็นการกุศลอยู่แต่แรกแล้ว คุณย่าพยายามเก็บเงินกับคนป่วยน้อยที่สุด จะทำยังไงไม่ให้มันขาดทุนหนัก ๆ ฉันก็พยายามคิดอยู่ 

“ ถ้ามันขาดทุนอย่างเดียว ก็ยกเลิกไปดีกว่าค่ะแม่ จูนว่าที่ดินตรงนั้นทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ อย่างน้อยก็ทำเป็นคอนโดขายก็ดีนะคะ...อย่างว่าแหละ คนที่ไม่มีหัวทางธุรกิจ...ทำอะไรก็ล่มจมทั้งนั้น...” 

น้ำเสียงยิ้มเยาะของปัณรสี และสายตาเหยียด ๆ ที่มองมาอย่างดูแคลนยังไม่ทำให้ฉันโมโหเท่าไหร่ แต่เพราะประโยคต่อมาที่เปรยเบา ๆ ราวกับแกล้งจะกระซิบเหน็บแนบให้ฉันได้ยินนั่นเองที่ทำให้ความอดทนสุดท้ายขาดผึงลง

“ ก็...อีแค่ลูก แม่ค้าขนมหวาน….มันก็ได้แค่นี้นะแหละ..” 

ฉาด !!! 

กว่าฉันจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป...ปัณรสีก็ลงไปกองกับพื้นแล้ว ! ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของเจ้าตัวและทุกคนที่ตกตะลึง

“ อย่า...ล่วงเกิน แม่ของฉัน เด็ดขาด…! ” 

ฉันลุกขึ้นมองคนที่กองอยู่กับพื้นอย่างเหลืออดและกัดฟันแน่น ป้าขจิตรีบปรี่เข้ามายั้งแขนของฉันไว้และดึงตัวไว้ไม่ให้ถลันเข้าไปหาคนที่ปากดีนั่น

ภาพของแม่ที่สู้หลังขดหลังแข็งทำขนมทุกวัน เพื่อให้ฉันมีเงินเรียนหนังสือ ภาพเหงื่อที่ไหลซึมตรงไรผมของแม่ขณะบรรจงกวนน้ำกะทิใบเตยที่หอมกรุ่นหน้าเตาไฟ ขาทั้งสองข้างที่ยืนเป็นชั่วโมงจนน่องแข็งเกร็งและความปวดหนึบ ๆ ที่ฉันต้องคอยบีบนวดคลายเส้นให้แม่ในตอนกลางคืน ภาพทุกอย่างย้อนกลับมาทั้งหมด 

ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิมาดูถูกแม่ระรินของฉัน ! โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยต้องเผชิญกับอะไรเลยนอกจากช๊อปปิ้งของแบรนด์เนมไปวัน ๆ 

“ ยัยซิน ! ” เสียงคุณลุงกษิดิษที่พรวดเข้ามาพร้อมกับเงื้อมือจะฟาดฉัน แต่อาปฐวีถลาเข้ามากันเอาไว้ก่อน 

ร่างนั้นฮึดฮัดหน้าแดงก่ำผลักอกอาปฐวี สองคนดันกันอย่างไม่มีใครยอมใครง่ายๆ แล้วก็ต้องหยุดลงด้วยเสียงตวาดดังลั่นของป้าปานรตี ฉันหน้าแดงก่ำเช่นกันขณะที่ปัณรสีร้องไห้ฟูมฟายราวกับเจ็บนักหนา

“ โอหังจริง ๆ ! นังซิน...นี่แกจะก่อเรื่องขึ้นมาให้ได้เลยใช่ไหม  ไปขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้ !” 

“ พี่จูนพูดจาลามปามไปถึงแม่ของซิน...เรื่องนี้คนที่ต้องขอโทษคือพี่จูน ไม่ใช่ซิน !” ฉันระเบิดอารมณ์ลั่นห้อง

“ อ้อ...หนอย...แล้วที่แกลงไม้ลงมือกับเขาก่อนล่ะ นี่แกไม่ผิดหรอกรึ อย่าคิดว่าคุณแม่ให้ท้ายแกแล้วแกจะทำอะไรกับใครก็ได้นะนังซิน…” 

ฉันกำมือแน่น..กำจนเจ็บ...แต่มันเจ็บใจมากกว่า

“ ทำไม...มองหน้าผู้ใหญ่แบบนี้ พ่อแม่แกเขาไม่ได้สอนมาหรือยังไง ! เถียงคำไม่ตกฟาก !” 

“ พ่อแม่ซินสอนให้ซินให้เกียรติคนอื่น สอนให้มีมารยาท ไม่นินทาว่าร้ายคนอื่น สอนให้รู้จักทำมาหากินสุจริต ไม่งอมืองอเท้า...นี่ล่ะค่ะที่พ่อแม่ซินสอนมา” ฉันกระแทกเสียงดังใส่คนตรงหน้า ก่อนจะปรายตามองคนที่ทำเป็นโอดโอยกลิ้งอยู่กับพื้น

“ นี่..นังซิน แกจะด่าฉันหรือยังไง นังเด็กร้ายกาจ แม่แกมาจากรากเหง้าที่ไหน...ก็แค่คนในชุมชนต่ำ ๆ ที่หาเช้ากินค่ำเท่านั้น อย่ามาอวดดีทำตัววิเศษวิโสแถวนี้นะ !” ปัณรสีกรีดร้อง

“ ยังไง จูน เขาก็เป็นพี่แก อายุมากกว่าแก แกเป็นน้องไม่มีสิทธิทำกับพี่เขาแบบนี้” ลุงกษิดิษเถียงลั่น หน้าตาแดงก่ำโกรธจัดร่ำๆ จะถลาเข้ามาอีกรอบ ถ้าอาปฐวีไม่กันไว้

“ ซินเคารพคนที่การกระทำ ไม่ใช่เคารพที่อายุ บางคนที่แก่กระโหลกกะลา..ซินไหว้ไม่ลง !” 

ประโยคนั้นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายของใครบางคน ก่อนที่ทันจะทำอะไร ใบหน้าซีกซ้ายของฉันก็สะบัดและแสบแปลบทันที..รู้สึกเห่อชาไปหมด

“ ถ้าแกเก่งนัก ก็อย่ามาอยู่บ้านเดียวกันเลย แก่ ๆ อย่างฉันก็จะอยู่ที่นี่ ส่วนคนวิเศษวิโสอย่างแกก็เชิญออกไป !” 

“ พี่รตี !” เสียงอาปฐวีตะโกนลั่น

ฉันไม่สนใจอะไรอีกแล้ว น้ำตาที่รินออกมาแค่ไหนก็ปล่อยให้มันไหลไปอย่างนั้น แต่ฉันจ้อง...จ้องคนตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา มองอย่างจะย้ำและเก็บภาพความรู้สึกนี้ไว้ให้มันประทับอยู่ในใจ

พอกันที...บ้านหลังนี้...พอกันทีที่ต้องมาอยู่ร่วมกับคนแบบนี้ ต่อให้ป้าไม่ไล่ฉันวันนี้ วันหนึ่งฉันก็คงทนไม่ได้และออกไปเอง 

จะออกไปวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ต่างกันตรงไหน… ? 

คงต่างกันที่ว่า ถ้าออกเร็วสักหน่อย ก็คงสบายใจขึ้นอีกสักวันละมั้ง 

“ ได้...ขอบคุณที่ให้อิสรภาพกับซิน...ต่อไปนี้ ซินจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก !” ฉันหมุนตัวหันหลังกลับ จ้ำพรวด ๆ ขึ้นบันไดไปข้างบน 

“ซิน ! หยุดก่อน !” อาปฐวีเรียกฉันไว้ แต่เสียงที่ตะโกนไล่หลังตามมาทำให้ฉันก้าวเร็วขึ้นกว่าเดิม

“ ไม่ต้องไปเรียกมัน ! มันอวดดีนักก็ให้มันไป อยากรู้นักว่าจะอยู่คนเดียวข้างนอกได้สักกี่น้ำ น้ำหน้าอย่างมันถ้าจนทาง ก็คงไม่แคล้ววาดรูปขายแบกะดินนั่นแหละ ”  

ฉันเดินก้าวพรวด ๆ ขึ้นบันไดตรงไปที่ห้องตัวเอง ถึงจะห่างออกมาแล้ว แต่ยังได้ยินเสียงทะเลาะทุ่มเถียงกันของอาปฐวีกับป้าปานรตีอย่างต่อเนื่อง แต่ฉันเลือกแล้วที่จะออกจากที่นี่ 

ใครจะทำอะไรก็ช่าง ใครอยากจะแย่งอะไร ก็ปล่อยไป เมื่อทุกคนทำอย่างที่ตัวเองสบายใจ ฉันก็จะเอาที่ฉันสบายใจบ้าง…

แม้อิสรภาพที่ได้มา จะไม่เหมือนอย่างที่คิด แต่มันก็มาเร็วกว่าที่คาด

…………………………….

“ คุณซิน….คุณซินไปแล้ว ป้าจะทำยังไงคะ…คุณหนูจะไปอยู่ที่ไหน...” ป้าขจิตที่วิ่งตามขึ้นมาป้ายน้ำตาอย่างห้ามไม่อยู่ 

ฉันสาละวนกับการขมวด ๆ ยัด ๆ เสื้อผ้าที่ดึงออกมาจากตู้ลงในกระเป๋าเดินทางใบย่อม ตอนมาวันแรก ๆ ฉันก็ไม่มีอะไรมา และวันนี้เมื่อจะก้าวออกจากที่นี่ไป...ฉันก็เอาไปเท่าที่จำเป็นก็พอ อย่างน้อยกรอบรูปของพ่อกับแม่ สมุดบัญชี รูปถ่ายของพ่อ กล่องดนตรีที่คุณย่าซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีที่ผ่านมา…

สิ่งที่เป็นความทรงจำที่มีค่า...ฉันจะเก็บมันไว้ เพราะถ้าฉันไม่อยู่...คงมีคนทิ้งมันลงถังขยะแน่

ไปตายเอาดาบหน้าละวะ….ฉันอดไม่ได้ที่จะสะอื้นเมื่อป้าขจิตโผเข้ามากอดฉัน

“ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ซินโตแล้ว ซินดูแลตัวเองได้ ป้าขจิตอยู่ที่นี่ไปก่อนนะคะ อย่างน้อย ถ้าไม่สบายใจจริง ๆ ก็ไปอยู่กับคุณย่าที่รพ.ก็ได้ เขาคงไม่กล้าไล่ป้าหรอกค่ะ เพราะไม่มีคนดูคุณย่าแน่ ๆ ถ้าป้าขจิตไม่อยู่…” 

ฉันพยายามปลอบคนตรงหน้า

“ คุณหนูซิน...จะไปอยู่ที่ไหนละคะนี่…” 

นั่นสินะ….ฉันจะไปที่ไหนดี….ตอนนี้มันมืดแปดด้านไปหมด แต่...เมื่อตัดสินใจแล้ว ฉันจะไม่หันหลังกลับ ปล่อยให้โชคชะตาพาไปก็แล้วกัน

“ ซินไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น !” อาปฐวีที่เปิดประตูเข้ามา ประกาศลั่น

“ พี่รตีเขาไม่มีสิทธิไล่ซินออกจากบ้านนี้ บ้านนี้ไม่ใช่ของเขาคนเดียวนะ” คนตรงหน้าหน้าแดงก่ำ คนที่ปกติเรียบร้อยไม่มีปากไม่มีเสียงกับคนอื่น วันนี้กลับหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธได้ 

“ ต่อให้ซินยอมอยู่ต่อ ซินก็ไม่มีความสุขอยู่ดีค่ะอาวี ซินทน...มานานแล้ว และวันนี้ซินจะไม่ทนฟังใครมาเหยียบย่ำดูแคลนพ่อแม่ซินอีก ซินอยู่ร่วมกับคนแบบนี้ไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ซินขอโทษค่ะอาวี” 

ฉันอยู่ไม่ได้ และไม่อยากอยู่ 

เสียงคนเดินผ่านหน้าห้องฉันไป พร้อมกับประโยคลอย ๆ ตามลมมา 

“ หน้าด้าน...หน้าด้าน...ไอ้พวกกา...ไปได้เสียก็ดี…” 

อาปฐวีฮึดฮัดจะถลันออกไป แต่ฉันจับมือเขาไว้ก่อนแล้วส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะตะโกนขึ้นดัง ๆ  เพราะรู้แน่ว่าต้องมีคนเงี่ยหูฟังอยู่ข้างนอก 

“ อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลยค่ะอาวี...บางคน..เขานึกว่าตัวเองเป็นหงส์ แต่จริงๆ ก็แค่เขานั่นแหละที่เป็นอีกาหลงฝูงมา…” 

ใครเป็นกา ย่อมรู้ดีแก่ใจ ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดใด ๆ กับวรินทร์โรจน์ ก็แค่บังเอิญเป็นลูกติดของลุงกษิดิษเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องอดทนกับคนแบบนี้

เสียงกระทืบเท้าอย่างกราดเกรี้ยวดังขึ้นหน้าห้อง ฉันหัวเราะหึ ๆ ในคอ ดิ้นไปสิ ดิ้นให้ตายไปเลย

“ ซิน อย่าไปเลย ถือว่าอาขอร้อง…”

อาปฐวีอ่อนโยนเสมอ แต่คราวนี้ฉันตัดสินใจแน่วแน่แล้ว อิสรภาพที่จะใช้ชีวิตรออยู่ข้างหน้า

ฉันเคยอยู่คนเดียวได้หลังจากแม่จากไป คราวนี้ก็ต้องอยู่ได้เหมือนกัน ! 

“ อาวีอย่าเป็นห่วงซินเลยค่ะ ยังไงซะ ซินก็ยังทำงานให้คุณย่าอยู่เหมือนเดิม ถ้าอาวีคิดถึงซิน อาวีก็ไปหาซินที่มูลนิธิได้ ซินยังต้องทำงานของคุณย่าให้สำเร็จ งานนี้จะล้มไม่ได้…” 

ที่ดินผืนนี้ของคุณย่า ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้ป้ารตีและครอบครัวง่าย ๆ หรอก สู้กันสักตั้ง ฉันต้องทำให้มูลนิธิเดินหน้าต่อไปให้ได้เลย 

“ ซินเอ๊ยยย แกนี่มันลูกพี่มัตถ์แท้ ๆ ทีเดียว...ใจเด็ดและหัวดื้อเป็นบ้า..ไอ้หลานคนนี้” อาวีถอนหายใจยาวก่อนจะเอื้อมมือมาดึงฉันไปกอดแน่น ๆ

“ แน่นอนค่ะอาวี ลูกพ่อมัตถ์ซะอย่าง เชื่อมือได้เลย..” ฉันยิ้มหัวเราะตาหยีให้คนตรงหน้า แม้ว่าข้างในมันจะปวดร้าวก็ตาม ก่อนจะลอบระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ 

แล้วแกจะไปอยู่ไหนดีนะ….ไอ้ซิน

………………….

สารจากไรท์
นกขมิ้นตัวน้อย ๆ กำลังต้องผจญโลกกว้างเสียแล้ว จะมีใครเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยไหมนะ....มาเดากันนะคะว่าใครจะช่วยคุณหนูซินได้ นางจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะคราวนี้ ....

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537


B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

190 ความคิดเห็น

  1. #134 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 01:58
    จะไปอยู่ไหนอ่ะ
    #134
    2
    • #134-1 (@Philous) (จากตอนที่ 31)
      22 สิงหาคม 2562 / 12:36
      คนดีตกน้ำไม่ไหลน่า ^^
      #134-1
    • #134-2 (@Philous) (จากตอนที่ 31)
      22 สิงหาคม 2562 / 12:44
      คนดีตกน้ำไม่ไหลหรอกค่า ^^
      #134-2
  2. #92 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 12:22
    ไปอยู่มูลนิธิเลยค่า555
    #92
    3