สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 29 : อุ่นใจเสมอ..มีเธออยู่ใกล้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    4 ส.ค. 62

……………………………………………..

อยากจะบ้าตาย นี่ฉันเข้าไปในห้างสรรพสินค้าตั้งแต่ห้าโมงกว่า แล้วพอออกมาจู่ ๆ ฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักราวกับฟ้ารั่ว เสียงน้ำฝนที่ปะทะกระจกรถดังเป็นจังหวะเบา ๆ พร้อมกับไฟท้ายรถยนต์ที่แดงวาบ ๆ อยู่รอบตัว ฝนตก...รถก็ติดขนาดนี้ เฮ้อ...น่าเบื่อมาก ๆ  บนเส้นสุขุมวิทนี้บางจุดก็เป็นหลุมเป็นบ่อมีน้ำท่วมขัง...หรือจะเรียกว่า น้ำรอระบายอยู่เป็นระยะ นี่ก็จะใกล้ทุ่มหนึ่งอยู่แล้ว แต่รถยังไม่ขยับไปไหนสักนิด ดูท่าว่าฉันคงไปหาเจ้าลมไม่ทันแน่ ๆ 

ไอ้นี่ท่าทางจะตายยาก เพราะนึกถึงปุ๊บ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของฉันดังขึ้นทันที 

“ เฮ้...ซินเก็บของหมดหรือยัง นี่ฉันกำลังจะเลี้ยวเข้ามูลนิธิแกอยู่เนี่ย…” 

“ เอ่อ...เมื่อกี้...เราออกมาทำธุระข้างนอกน่ะลม เราขอโทษจริง ๆ คงกลับเข้าไปไม่ทันแล้ว แกไม่ต้องรอเรานะ ไว้กินข้าวกันวันหลังแล้วกันลม” 

“ อ้าว เฮ้ย....แล้วกัน เรากำลังจะถึงแล้วเนี่ย..ให้เรารอแกไหม นี่ติดฝนอยู่ตรงไหน” เจ้าเพื่อนสนิทโวยมาลั่นโทรศัพท์

“ นี่อย่ารอเราเลย ยังไม่ถึงไหนเลยอ่ะ เราขอโทษน้า ไว้วันหลังเราเลี้ยงกาแฟนายคืนละกันนะ นี่รถมันติดจริง ๆ ดีไม่ดีเดี๋ยวเราอาจต้องเปลี่ยนเส้นทางรีบกลับบ้านด้วย” 

“ งั้น...ก็...ตามใจแกละกัน เรายังไงก็ได้ ไว้นัดกันวันหลัง…แต่อย่าลืมนา แกติดกาแฟฉันไว้แก้วนึง ” รายนั้นบ่นงึมงัมในคอ

“ น่า ๆ ได้ ๆ ลม เราไม่ลืมหรอก ไว้เจอกันคราวหน้านะ” ฉันขอโทษนะไอ้ลม มันฉุกละหุกไปหน่อยวันนี้

ทันทีที่วางสายลง ฉันแอบเหลือบมองเจ้าของรถนิดหน่อย แล้วก็ต้องหน้าแดงเพราะว่าจู่ ๆ ก็ท้องร้องขึ้นมาเสียอย่างนั้น ในรถเงียบ ๆ แบบนี้ ท้องเจ้ากรรม...เอ็งก็ช่างประจานกันได้นะ..ทีวันอื่นทานข้าวช้ากว่านี้ตั้งเยอะ ยังไม่เห็นจะส่งเสียงโอดครวญแบบนี้เลย 

เหมือนจะได้ยินเสียงขำนิดหน่อยในคอของคนที่นั่งข้าง ๆ และก็ไม่ทันจะเอ่ยปากอะไร เจ้านายก็หันมาหาฉันก่อนจะมองนิ่ง ๆ แววตาคนตรงหน้าอ่อนลงนิดหนึ่ง ก่อนจะเปิดสัญญาณไฟจังหวะที่รถเคลื่อน แล้วก็เลี้ยวขวับออกเลนซ้ายสุดทันที 

“ ผมหิวข้าวแล้ว กินข้าวกันก่อนแล้วค่อยกลับก็แล้วกัน…” 

โห...ก็หิวเหมือนกันหรือ...ทำไมใจตรงกันขนาดนี้ล่ะเจ้านาย………

……………………………………………………...

ร้านอาหารอิตาเลียนที่ฉันไม่เคยเข้ามาก่อน กลิ่นพิซซ่าหอมกรุ่นที่ฟุ้งไปทั่วร้านทำเอาฉันตาวาววับเป็นประกาย  ไหนจะขนมปังกระเทียม และบรรดาชีสหอม ๆที่ลอยมายั่วน้ำลายนั่นอีก สงสัยสายตาของฉันจะวาวไปหน่อยเลยทำให้คนตรงหน้าเลื่อนเมนูมาให้ดู ก่อนจะกอดอกนิ่ง ๆ ปล่อยให้ฉันจิ้ม ๆ รายการต่าง ๆ เอาตามใจ 

“อยากกินอะไรล่ะ เลือกเลย ถือว่าผมเลี้ยงเพราะออกมาช่วยเลือกของให้เด็ก” 

“วันนี้เจ้านายสายเปย์จริง ๆ นะเนี่ย…” ฉันหัวเราะเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าคิดผิดถนัดที่ล้อไปแบบนั้นเพราะเหมือนเจ้าตัวจะหน้าบึ้งขึ้นมาทันที

“ จะไม่กินก็ได้นะ...ผมจะกินคนเดียวก็ได้” แล้วก็ดึงเมนูอาหารออกจากมือฉัน ทำเอาต้องรีบตะครุบไว้ก่อน

“ อย่า ๆๆ กิน ๆ ๆ สิ หิวจะตายอยู่แล้ว…” 

แหม...แค่นี้ก็มีงอนด้วย คนบ้าอะไรน้า ล้อนิดล้อหน่อยก็น้อยอกน้อยใจ 

“ งั้นซินสั่งของซินก่อนนะ ขอเป็นพิซซ่าซีฟู๊ดละกัน แล้วก็ขอสปาเกตตี้คาโบนาร่าด้วย และซีซาร์สลัด” ฉันเลือกอย่างรวดเร็ว ไม่งั้นเดี๋ยวพี่แกเปลี่ยนใจจะยุ่ง

“ กินคนเดียวหมดหรือนั่นน่ะ ? ” เจ้าตัวหรี่ตาลงนิดหนึ่งทำหน้าคล้ายไม่เชื่อฝีมือ 

แหม...ประมาทความสามารถพิเศษของไอ้ซินน้อยไปเสียแล้ว

“ แหม...สบายมากค่า เห็นอย่างนี้ซินกินเก่งนะ แค่ 3 รายการเอง หมดสิคะ” ฉันพูดอย่างมั่นใจตัวเองมาก ก็ดูจากรูปแล้วไม่น่าจะถาดใหญ่นักหรอก ยิ่งแป้งบางกรอบด้วยแล้ว  แต่ทำไมสายตาคนตรงข้ามนั่นคล้ายระยับวิววาวอย่างขบขัน 

“ อืม...จะคอยดู” 

“ เจ้านาย.. ไม่สั่งอะไรเพิ่มหรือคะ” ฉันยังสงสัยเพราะเจ้าตัวไม่เลือกอะไรเพิ่มนอกจากแค่ลาซานญ่าเพิ่มอีกแค่รายการเดียว

“ ไม่ล่ะ...ผมกำลังรอดูอะไรสนุก ๆ” 

……………………………..

แล้วพออาหารมาฉันถึงจะเพิ่งเข้าใจว่า ทำไมคนตรงหน้าถึงทำหน้านิ่ง ๆ แต่แววตาคมกลับวาววับคล้ายยิ้มได้ ก็เพราะไอ้พิซซ่าที่ฉันเลือกมานั่นน่ะ มันถาดใหญ่มาก มากเสียจนฉันทำตาโตอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“ น้องคะ...เอ่อ..นี่มันที่พี่สั่งไปหรือ” ฉันพยายามหาเสียงของตัวเอง ขณะที่จ้องไปที่พิซซ่าถาดใหญ่มากที่ตอนดูจากในรูปมันก็ไม่เห็นจะใหญ่ขนาดนี้นี่นา

“ ครับ...ก็ร้านเราเป็นร้านที่พิซซ่าจะอบมาถาดใหญ่ ขนาดครอบครัวครับ” 

สายตาคนตรงหน้าและเสียงขำเบา ๆ ในคอของเจ้านายบอกชัดว่า นี่ละมั้งที่เขาท้วงฉันว่าสั่งอะไรมาเยอะมาก เจ้าตัวโบกมือให้น้องบริกรคนนั้นออกไป ปล่อยให้ฉันนั่งอึ้ง ๆ กลืนน้ำลายฝืด ๆ มองถาดใหญ่สุดที่วางตรงหน้าอย่างจนปัญญา

“ ผมว่า...ผมจะสั่งอะไรของตัวเองมากินสักหน่อย…” ประโยคนั่นคล้ายจะล้อเลียน

อย่ามาล้อเล่นกันน่า….จะให้ฉันกินคนเดียวหมดถาดนี่นะหรือ ตาย...แน่ 

“ เจ้านาย...ช่วยด้วยสิ...ซินไม่รู้นี่ว่ามันจะเยอะขนาดนี้ ซินกินคนเดียวไม่หมดหรอก เยอะมากเลย” 

เอาน่า ...เสียหน้านิดหน่อย ดีกว่าโดนล้อทีหลัง ยอมหงายการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ละกัน ฉันพยายามสบตาคมกริบนั่น อ้อนสุดฤทธิ์ สายตาที่มองมาคล้ายผู้ใหญ่ที่ดุเด็กน้อยไม่รู้จักโตอย่างฉัน

“ คราวหน้าคราวหลัง ถามเขาก่อนว่ามันเยอะขนาดไหน ก่อนจะสั่ง…” เสียงนั่นนิ่ง ๆ แต่แววตาอ่อนโยนลงหน่อย

คุณพ่อ...มาเองละงานนี้ ฉันได้แต่ก้มหน้าจ๋อย ๆ เจ้าตัวไม่พูดอะไรมากเอื้อมมือมาหยิบพิซซ่าแบ่งไป 

รอดแล้วเรา….เฮ้อ...เกือบตาย….ขืนกินไปทั้งหมดนี่จะกี่พันแคลอรี่กันล่ะ วิ่งกี่กิโลก็คงไม่หมดง่าย ๆ แน่เลย 

แล้วมันก็เป็นมื้อเย็นที่อร่อยมาก ๆ สายฝนที่กำลังตกอยู่ท่ามกลางความมืดด้านนอก อากาศเย็นลงนิดหน่อย แต่มันก็ยังคงอบอุ่นเหมือนกับคราวนั้น เปลี่ยนแค่สถานที่จากร้านอาหารเกาหลี เป็นร้านอาหารอิตาเลียน ฉันยังคงหยิบพิซซ่ากินอย่างต่อเนื่อง ตามด้วยสลัดต่าง ๆ ขณะที่คนตรงหน้ากินอย่างสุภาพ ไม่รู้ว่าเขาจะเบื่อเสียงฉันหรือเปล่าที่คุยเรื่องตุ๊กตาที่เลือกมา แต่เพราะเขานั่งฟังโดยไม่บ่นอะไรออกมา 

อบอุ่นแบบนี้เหมือนมีพี่ชาย...จริง ๆ นะ สายตาของเขาตอนที่มองชายแปลกหน้าที่เข้ามาทัก แม้จะไม่พูดออกมาเป็นคำ แต่สายตาก็บอกว่าเจ้าตัวคอยระแวดระวังภัยให้ฉันเป็นอย่างดี 

...อุ่น...ใจ... 

เหมือนเรากำลังย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้วเลย….

แต่แล้ว...ขณะที่ฉันกำลังกินอยู่ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เบอร์ของคุณขจิต ฉันขมวดคิ้วนิดหน่อยก่อนจะกดรับสายโทรศัพท์นั้น ทันทีที่ฉันได้ยินเสียงนั่น ทุกอย่างเหมือนเข็มนาฬิกาหยุดหมุน เสียงดนตรีแจ๊สที่ร้านเปิดเบา ๆ นั่นหายวับไปทันที ป้าขจิตร้องไห้และพูดเสียงละล่ำละลักมาตามสาย

“ คุณหนูคะ คุณท่านชัก และหมดสติไปค่า !” 

ถ้าฟ้าผ่าลงมาตรงหน้า ฉันคงจะตกใจน้อยกว่านี้ 

“ อะไรนะคะป้า...คุณย่าเป็นอะไรนะ ! ” มีดส้อมในมือร่วงกราวลงกับโต๊ะ ฉันคว้าโทรศัพท์มาเร่งเสียงหูฟังให้ดังขึ้น ใจหายวับทันควัน 

“ ป้ากำลังเอายาไปให้คุณท่านตอนสองทุ่มค่ะ แต่เคาะประตูแล้วท่านไม่ตอบ พอเปิดเข้าไปถึงเห็นว่าท่านล้ม แล้วก็ชักอยู่หน้าเตียงค่ะ ป้า..เรียกรถพยาบาลแล้ว เดี๋ยว…” ฉันยังฟังไม่ทันจบดี คนตรงข้ามก็พูดแซงขึ้นมาพร้อมกับเอื้อมมือมาคว้าโทรศัพท์ทันที

“ ขอผมคุย !” 

“ คุณขจิต ผมหมออธิศร์นะครับ ตอนนี้ความดันของคนไข้เป็นยังไง ม่านตาตอบสนองหรือเปล่า รีบเช็คดูทางเดินหายใจสิ มีอะไรไปขวางทางหายใจของท่านหรือเปล่า ตอนนี้ให้รีบพลิกตะแคงคนไข้ไว้ก่อน เคลียร์ทางเดินหายใจให้สะดวกที่สุด ตรวจดูชีพจรให้ดี นี่โทรแจ้ง 1669 หรือยัง ! ” 

ป้าขจิต อดีตพยาบาลอาชีพ พูดอะไรก็ไม่รู้ แต่สีหน้าคุณหมอดูจะคลายลงนิดหนึ่ง...

“ ดีครับ... ให้รปภ. เปิดประตูหน้าบ้านรอ ถ้าขึ้นรถพยาบาลแล้วรีบโทรมาบอกผมว่า เขาจะพาส่งรพ.ไหน…..งั้นหรือ...ได้  ถ้าอาการคนไข้เปลี่ยนแปลง รีบโทรมา ผมจะรีบตามไป จดเบอร์ผมเอาไว้นะ” 

เจ้านายคุยอะไรกับคุณป้าขจิตอีกสองสามคำที่เป็นศัพท์ที่แพทย์พยาบาลจะรู้กัน ฉันได้แต่ฟังแต่เหมือนสมองไม่รับรู้อะไร เพราะยังตะลึงทำอะไรไม่ถูก แต่มีเจ้านายอยู่ตรงหน้า ทุกอย่างดูรวดเร็วและเป็นมืออาชีพมาก ถ้าฉันอยู่คนเดียว..ป่านนี้คงทำอะไรไม่ถูกแน่... 

เสียงรถพยาบาลที่เปิดหวอดังไปทั่วเหมือนจะวิ่งเข้ามาในหัวของฉัน คุณย่า...ถ้าเย็นนี้ ฉันรีบกลับบ้าน ฉันอาจจะช่วยคุณย่าได้ มือฉัน..เย็นเฉียบไปหมด ป้าขจิตวางสายไปแล้ว...แต่ฉันยังมึน..ทำอะไรไม่ถูก

“ มินตรา...ซิน !” คนตรงหน้าเรียกฉัน น้ำเสียงหนักแน่นนั่นกระตุกให้ฉันสะดุ้งได้สติขึ้นมา

“ ตั้งสติหน่อย !  ไป รพ. กัน...เดี๋ยวนี้…” 

เจ้านายควักแบงค์พันสองใบวางลงบนโต๊ะก่อนที่มือหนา ๆ นั่นจะกึ่งลากกึ่งจูงฉันออกจากร้านอย่างรวดเร็ว  

………………………………………………

สารจากไรท์
เฮ้อ...การเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้วสินะ ว่าแต่ดีนะที่ซินมีเจ้านายอยู่ด้วย ไม่งั้นนางอาจจะทำอะไรไม่ถูกก็ได้ นี่ละน้า...ใจถึง พึ่งได้ สายเปย์ต่างหาก...ขอเก็บเจ้านายแบบนี้ไว้ในคอลเล็คชั่นสักคนได้ไหมคะ 5555 ตอนหน้าปะทะคารมกับคุณป้าสุดร้าย....คราวนี้ใครจะอยู่ใครจะไป

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537


B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

182 ความคิดเห็น

  1. #132 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 01:36
    อย่าพึ่งพรากคุณย่าไป
    #132
    1
    • #132-1 (@Philous) (จากตอนที่ 29)
      22 สิงหาคม 2562 / 12:35
      คุณย่ายังโอเคน่า อยู่กับรถพยาบาลแล้ว ^^
      #132-1
  2. #89 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 14:51
    ดีนะ คุณหมออยู่ด้วย
    #89
    1
  3. #88 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 14:25
    น้องเคยเป็นแบบซินนะ เอ๋อจริง พูดสั่งได้แค่คำเดียวโทร.1669 แบบตอนนั้นกลัวน้องในคณะไม่หายใจสุดๆ
    #88
    2
    • #88-1 (@Philous) (จากตอนที่ 29)
      4 สิงหาคม 2562 / 14:28
      พี่ก็เคยผ่านประสบการณ์ตรงตอนที่พาคุณพ่อส่งรพ.ค่ะ ตอนนั้นก็เอ๋อ ๆ เป๋อ ๆ เหมือนกัน งานนี้นางโชคดีหน่อยมีหมออยู่ใกล้ตัวพอดี ^^
      #88-1
  4. #87 นับดาวจอมเพ้อ (@wachie130) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 13:48

    โถยัยซิน เอ๋อไปเลย ยังดีที่พี่อธิศร์อยู่ด้วย ขวัญมานะน้องนะ

    #87
    1
    • #87-1 (@Philous) (จากตอนที่ 29)
      4 สิงหาคม 2562 / 13:52
      มีคุณหมออยู่ใกล้ ๆ อุ่นใจเสมอค่าาา คริคริ :)
      #87-1