สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 25 : เพื่อนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    31 ก.ค. 62

บทที่ 9. : เพื่อนใหม่...

 เช้าวันทำงานวันที่สองของฉันกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว อย่างน้อยก็ต้องสร้างความฮึกเหิมให้กับตัวเองสักหน่อย ฉันขยับตัวหมุนไปหมุนมาอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ของบ้านวรินทร์โรจน์ แล้วก็ยิ้มให้กับเงาตัวเองจาง ๆ 

….แต่งตัวแบบนี้ ก็ทะมัดทะแมงใช้ได้เหมือนกันนี่เรา 

“ อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหนูซิน…” คุณขจิตยิ้มให้ฉันขณะที่เดินผ่านมาพร้อมกับชุดถาดอาหารเช้าที่ถือประคองอยู่ในมือ

“ ค่า ป้าขจิต วันนี้ซินดูเป็นยังไงมั่งคะ” ฉันหัวเราะพร้อมกับชี้นิ้วให้คุณขจิตมองดูทั้งตัว ฉันอยู่ในชุดเอี๊ยมยีนส์สีฟ้าอ่อน และเสื้อยืดสีขาวสะอาดตา พร้อมรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ผมสีน้ำตาลคาดด้วยที่คาดผมง่าย ๆ 

“ แหม...กระชากวัยกันเลยนะคะคุณหนูซิน ยังกับสาวน้อยสัก 20 อย่างนั้น” คุณป้าหัวเราะเบา ๆ เชิงกระเซ้าฉัน

“ ไม่ได้สิคะ วันนี้อาจจะต้องไปกวาดถูที่ไหนอีกก็ไม่รู้ เมื่อวานใส่ส้นสูงไปเกือบล้มคะมำแน่ะ” ฉันหัวเราะเบา ๆ 

แต่แล้ว ก็ต้องหยุดหัวเราะเพราะเสียงเอ็ดตะโรแว่ว ๆ คล้ายคนทะเลาะกันดังลอดออกมาจากห้องนอนใหญ่ของคุณย่า ฉันชะเง้อหน้านิดหนึ่งก่อนจะจะหันไปหาคุณขจิต 

“ ทะเลาะอะไรกันตั้งแต่เช้าละคะนี่ เสียงคุณลุงดังลอดออกมาแบบนี้” ฉันเปรยขึ้นเบา ๆ 

“ เฮ้อ...ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ช่วงนี้มีแต่เรื่องปวดหัว คุณซินไม่อยู่บ้านเมื่อวานคงไม่ทราบว่า เกือบจะทุกคนจู่ ๆ ก็ทยอยกันมาคุยกับคุณย่าแล้วก็ทำให้ท่านเครียดขึ้น ความดันตัวบนของคุณท่านนี่สูงขึ้นเลยค่ะ นี่คุณปานรตีก็มาเมื่อวาน โวยวายอะไรวุ่น ๆ เรื่องการเงินของบริษัทก็ไม่รู้ ส่วนคุณกษิดิษ คุณท่านเรียกมาคุยเมื่อหัวค่ำวานนี้ แต่ไม่รู้ว่าทำไม เช้านี้ถึงวุ่นวายกันใหญ่แบบนี้….” 

ประตูห้องนอนที่เลยไปนิดหนึ่งเปิดออกพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึงของคุณลุงกษิดิษ ร่างท้วมขาวนั้นเดินผ่านหน้าฉันไปอย่างไม่แลอะไรทั้งนั้น แต่ดูได้จากอาการของคนที่ก้าวพรวด ๆ ผ่านไป เดาได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แน่ สงสารคุณย่าจริง ๆ คุณป้าขจิตถอนหายใจพรูใหญ่ ก่อนจะลังเลนิดหนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า

“ ว่าแต่...ช่วงนี้คุณท่านก็เริ่มมีอาการแปลก ๆ นิดหน่อยนะคะคุณหนู ป้ากำลังคิดอยู่ว่าอาจจะต้องหาเวลานัดตรวจสุขภาพกับคุณหมออธิศร์อีกครั้งเร็ว ๆ นี้ค่ะ” 

“ เอ๋ ? ทำไมหรือคะ คุณย่าเป็นอะไรไป” 

“ ก็...วันก่อน คุณท่านบ่นว่านึกไม่ออกว่า ท่านกำลังจะทำอะไร นึกอยู่ตั้งนานถึงจะนึกได้ว่า กำลังมองหารีโมททีวีค่ะ คุณท่านว่าสงสัยแก่แล้วเลยนึกไม่ออกว่า ไอ้รีโมทนั่น มันเรียกว่าอะไร” 

“ ก็..เป็นไปได้นะคะสำหรับคนแก่ทั่วไป อาจจะลืมบ้างอะไรบ้าง น่าจะเป็นเรื่องปกติหรือเปล่าคะ สำหรับคนสูงวัย ที่อาจจะนึกได้ช้าลงหรือนึกไม่ค่อยออก” ฉันพยายามมองโลกในแง่ดี แต่คุณป้าขจิตยังส่ายหน้าอย่างนั้น

“ แต่คุณท่านไม่เคยเป็นอย่างนี้นะคะ ปกติท่านจะคิดไวทำไว แต่ช่วงหลัง ๆ สี่ห้าวันมานี้ ป้าเห็นคุณท่านหงุดหงิดง่ายขึ้นด้วย เหมือนจะรำคาญตัวท่านเองค่ะ แกยังถามว่า ป้าเบื่อที่จะต้องมาดูแลแกไหม เพราะบางทีก็นึกจะบอกจะพูดอะไรก็นึกตั้งนาน” คุณป้าขจิตยิ้มแห้ง ๆ 

บางอย่างก็ไม่ควรวางใจง่าย ๆ คงจะต้องหาทางบอกเจ้านายให้รู้บ้างแล้วละมั้ง...

“ เดี๋ยวถ้าวันนี้ซินเจอคุณหมออธิศร์ จะรีบบอกให้นะคะป้าขจิต” ฉันยิ้มจาง ๆ ให้คนตรงหน้า

หวังว่าคงจะเป็นแค่ความกังวล หรืออาจจะแค่คุณย่าอายุมากขึ้นเท่านั้น ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกมั้งนะ

………………………………………………….. 

“ เอ๋...เปลี่ยนไปช่วยฝ่ายกิจกรรมสันทนาการและฝ่ายกายภาพบำบัดหรือคะ” ฉันหันไปมองพี่ใจอย่างงุนงงในคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากเจ้านาย

“ ใช่ค่ะ คุณหมออธิศร์ท่านติดดูคนไข้ที่โรงพยาบาลเช้านี้ เลยโทรมาฝากพี่ไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วค่ะ” ก่อนจะเดินพาฉันไปที่แผนกกายภาพบำบัดและกิจกรรมสันทนาการ

“ ที่นี่ปกติแล้วจะรับตัวผู้ป่วยที่ต้องการดูแลต่อเนื่องจากโรงพยาบาลมาค่ะ ส่วนหนึ่งก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยลงด้วยเพราะที่โรงพยาบาลราคาจะสูงกว่า ส่วนใหญ่ที่มาก็จะเป็นผู้ป่วยที่อาการทรงตัวดีไม่มีความเสี่ยงสูง เรียกง่าย ๆ ก็เป็น อาคารบริบาลนั่นแหละค่ะคุณซิน” พี่ใจเดินไปอธิบายไปอย่างคล่องแคล่ว 

สมแล้วที่เป็นเลขาของเจ้านาย ฉลาด เรียบร้อยแล้วก็ความจำดีเป็นเลิศเลย ฉันอดไม่ได้ที่จะชื่นชมคนตรงหน้า

“ ตอนนี้มีคนไข้อยู่ประมาณ 10 กว่าเตียงค่ะ ยังไม่มากนัก ผู้ป่วยที่นี่มีตั้งแต่อาการอัมพฤกษ์ อัมพาตที่ต้องพลิกตัว ผู้ป่วยจากอุบัติเหตุที่รอการฟื้นตัว รวมถึงกลุ่มสุดท้ายคือผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องการการดูแลก่อนจะ...จากไปค่ะ ก็มีทั้งเด็ก และคนชรา” 

ปลายประโยคของพี่ใจนั้นแผ่วเบาลง ฉันอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปที่เตียงคนไข้ บางคนใบหน้าซีดเซียวร่างผอมบางติดกระดูกจนแทบจะแนบไปกับเตียงคนป่วย บรรยากาศที่หม่นมัวบางอย่างมันชัดเจนมาก ฉันได้แต่ภาวนาว่าอาการมิเรอร์ทัชของฉันจะไม่ปรากฏขึ้นมาในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นแล้วหากฉันต้องอยู่แผนกนี้นานไป ฉันอาจจะแย่ก็ได้ 

“ สวัสดีค่ะคุณเขมิการ์ วันนี้มาเยี่ยมด้วยตนเองเลยหรือคะ” น้ำเสียงใสกังวานที่ดังขึ้นข้าง ๆ ทำให้ฉันต้องหันไปมอง 

ใบหน้าเรียวผิวสองสีที่นวลเนียนราวกับน้ำผึ้ง ดวงตากลมโต พร้อมรอยยิ้มประดับบนริมฝีปาก ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับคนตรงหน้าที่หันมามองฉันด้วยความสนใจเช่นกัน 

“ สวัสดีค่ะคุณขวัญ” พี่ใจหันไปยิ้มให้คนทักทายก่อนจะผายมือเป็นเชิงแนะนำฉันให้รู้จักคนตรงหน้า 

“ คุณซินคะ นี่คุณช่อขวัญ ลูกสาวของคุณป้าพวงครามที่อยู่ห้อง 219 ค่ะ และคุณช่อขวัญคะ นี่คุณหนูซิน เป็นหลานของคุณหญิงปิ่นปิลันธน์ค่ะ คุณซินจะมาฝึกงานที่นี่สักระยะหนึ่ง ” ฉันยกมือไหว้คนตรงหน้า ก่อนจะโดนมือนิ่ม ๆ นั้นกดเอาไว้เป็นเชิงห้าม 

“ ไหว้อะไรกันละคะ ขวัญอายุไม่น่าจะห่างจากคุณซินเท่าไหร่เลย” ใบหน้าสดใสนั้นยิ้มพราย

“ ซินอายุ 25 ปีค่ะ” ฉันยิ้มสดใสให้กับคนตรงหน้า สัมผัสที่แตะตัวนั้นสะท้อนออร่าของคนตรงหน้า สีฟ้าอ่อนอมเทา คนตรงหน้าเป็นคนอ่อนโยน บุคลิกคล้ายคลึงกับแม่ระรินเลย ออร่าสีฟ้าเหมือน ๆ กัน ต่างก็เพียงแต่เป็นสีฟ้าที่สดใสไม่หม่นเทาแบบคนเจ็บป่วย 

คน ๆ นี้ ท่าทางจะเปิดเผยจริงใจอีกคนหนึ่ง 

“ โอ้...บังเอิญจังเลยค่ะ เราอายุเท่า ๆ กันเลย เรียกขวัญเฉยๆ ก็ได้นะคะ” คนตรงหน้ายิ้มให้

ดูแล้ว ช่อขวัญเป็นคนอ่อนโยนและละมุนละไม ร่างบาง ๆ ผิวสีน้ำผึ้งสวยเนียนแบบนี้ฉันชอบที่สุดเลย อะไรบางอย่างทำให้ฉันรู้สึกถูกอัธยาศัยกับคนตรงหน้า ดวงตากลมโตที่เปิดเผยอ่อนโยนตรงไปตรงมา

“ คุณขวัญ มาเยี่ยมคุณป้าพวงครามหรือคะ” ฉันยิ้มให้คนตรงหน้าอีกรอบ

“ คุณแม่ป่วยมานานแล้วค่ะ แกเจอเรื่องกระทบกระเทือนใจเมื่อหลายปีก่อนก็เลยต้องมาพบกับจิตแพทย์จากนั้นก็เลยต้องรักษาต่อเนื่องค่ะ” เจ้าตัวยิ้มให้ก่อนจะหันไปถามพี่เขมิการ์

“ ว่าแต่ วันนี้คุณหมออธิศร์จะเข้ามาที่นี่ไหมคะ ขวัญทำขนมคุ๊กกี้ผลไม้มาฝากคุณหมอด้วยค่ะ”

ว้าววว เจ้านายของเราเสน่ห์แรงไม่เบานะเนี่ย มีสาว ๆ แอบปลื้มอยู่เสียด้วยซิ แต่เสียดายที่สาว ๆ พวกนี้ไม่รู้ว่าเจ้านายไม่ได้...เฮ้อ....อย่าไปดับฝันของคนตรงหน้าดีกว่า

“ คุณหมอออกตรวจที่โรงพยาบาลค่ะ วันนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะเข้ามาได้หรือเปล่านะคะ ถ้าคนไข้มีมาก วันนี้ก็อาจจะไม่ได้เข้ามาที่นี่ค่ะ” พี่ใจตอบคนตรงหน้าไปอย่างนั้น

คำตอบ...ทำให้คนตรงหน้าดูหงอยลงนิดหน่อย ฉันเลยพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยและหันไปยิ้มให้คุณช่อขวัญ

“ ซินอยากไปสวัสดีคุณป้าพวงครามจังเลยค่ะ คุณขวัญพาซินไปหน่อยได้ไหมคะ” ประโยคนั้นทำให้เจ้าตัวยิ้มออกมาได้หน่อย

“ ขอบคุณค่ะคุณซิน นี่คุณแม่คงต้องชอบคุณซินแน่ ๆ เลยเชียว” 

สตรีที่อยู่ตรงหน้าฉันกำลังผินหน้าเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาทั้งคู่ดูคล้ายจะเหม่อลอยถึงอะไรที่ออกไปไกลแสนไกล แม้จะไม่แตะหรือสัมผัสตัวก็ยังบอกได้ถึงความเศร้าใจ หดหู่ที่ปรากฏชัดอยู่ในสายตาคู่นั้น ฉันเหลือบมองไปที่โต๊ะหัวเตียงของคุณป้า กรอบรูปหนึ่งวางไว้ตรงนั้น สตรีใบหน้าสวยงามอยู่ท่ามกลางเด็กผู้หญิงตัวน้อยสองคนที่ใบหน้าเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว 

“ คุณแม่คะ ขวัญพาเพื่อนใหม่มาเยี่ยมคุณแม่ค่ะ” 

ร่างตรงหน้ายังคงนิ่งไม่ไหวติงคล้ายไม่ได้รับรู้อะไรมากมายนัก แววตาที่เหม่อลอยบอกชัดว่ากำลังอยู่ในดินแดนที่มีแต่ความฝันของตนเอง ฉันมองเหลือบไปทางพี่ใจนิดหนึ่งรายนั้นก็ส่ายหน้าเบา ๆ คล้ายกับจนด้วยปัญญาจะอธิบาย คุณช่อขวัญหันมายิ้มให้ฉันนิดหนึ่งกึ่งขอโทษขอโพย

“ ขอโทษด้วยนะคะ คุณหมอจิตเวชเพิ่งปรับยาให้คุณแม่ไปตัวใหม่ค่ะ ระยะหลังมานี้อาการแกจะรู้ตัวน้อยลง หรือไม่อย่างนั้นก็จะหลับยาวเป็น 3-5 ชั่วโมงตอนกลางวันค่ะ ขวัญเองก็พยายามเต็มที่แล้วแต่คุณแม่ก็....” ปลายเสียงเหมือนจะสั่น ๆ นิดหนึ่ง ฉันเลยเดินเข้าไปตรงหน้าสตรีวัยกลางคนที่มองไปทางหน้าต่างนั้น มือเอื้อมไปสัมผัสคนตรงหน้านิดหนึ่ง ออร่าเทาจัดพร้อมกับสีน้ำตาลไหม้ฉายวูบออกมาจากร่างนี้ คงตกอยู่ในภวังค์ของตนเองสินะ น่าสงสารจังเลย

“ สวัสดีค่ะคุณป้าพวงคราม หนูชื่อซินนะคะ เพิ่งรู้จักกับขวัญเมื่อสักครู่นี้ คุณป้าเป็นอย่างไรบ้างคะ สบายดีไหม” ฉันยอบตัวลงนั่งตรงหน้าคนป่วย แววตาผู้สูงวัยกว่าคล้ายระริกไหวเล็กน้อยก่อนจะหันมามองตามเสียงของฉัน แต่สายตายังคงดูว่างเปล่า ฉันเอื้อมมือไปกุมมือที่เหี่ยวย่นคู่นั้นไว้ก่อนจะลูบหลังมือชรานั้นเบา ๆ อย่างปลอบประโลม

คนป่วยทุกคนรู้สึกแย่กันทั้งนั้นละมั้ง ยิ่งบางคนที่ป่วยนาน ๆ ต้องมีลูกหลานคอยดูแล บางครั้งก็อาจจะท้อแท้และรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าหรือเป็นภาระกับลูกหลานก็ได้ ถ้าหมดกำลังใจกับตัวเองก็คงจะเป็นคล้ายๆ แบบนี้ละมัง...ฉันหันไปมองพี่ใจอีกครั้งเป็นเชิงขอความเห็น พี่ใจได้แต่ยิ้มเศร้า ๆ ให้ ฉันถอนใจเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นแต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อมือคู่นั้นรั้งข้อมือฉันไว้อีกรอบก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมา ยิ้มทั้งปากและตา ยิ้มสดใสราวกับตนเองไม่ได้เป็นอะไร 

“ มาแล้วหรือ...แก้ว...แม่คิดถึงหนูจังเลยลูก...” ฉันไม่ทันจะตั้งตัวก็โดนสตรีตรงหน้ารวบเอวเข้าไปกอดแน่น ๆ 

พี่ใจและคุณช่อขวัญมีสีหน้าตกใจกับท่าทางของสตรีตรงหน้า ก่อนที่คุณช่อขวัญจะรีบเดินเข้ามาแกะมือของผู้เป็นมารดาออกจากเอวของฉัน

“ไม่...แก้ว...อย่าหนีแม่ไปนะลูก...มาให้แม่กอดหน่อยเถอะ...แม่คิดถึง...” มือนั้นยังคงไขว่คว้ามาทางฉันที่ยืนตาตื่นอยู่ตรงนั้น

“ ขอโทษจริงๆ นะคะคุณซิน แม่เข้าใจผิดว่าคุณซินเป็นพี่แก้วค่ะ เดี๋ยวขวัญขอตัวก่อนนะคะ”  ช่อขวัญรีบคว้าร่างผู้เป็นแม่ไว้ไม่ให้ดิ้นลงมาจากเตียง ทำให้ฉันและพี่ใจต้องรีบบอกลาก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ ออกมาจากห้องนั้น

“ คุณซิน...พี่ขอโทษนะคะที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้” พี่ใจรีบละล่ำละลักและจับแขนของฉันอย่างสำรวจตรวจตรา

“ ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ ซินแค่ตกใจนิดหน่อย แต่คุณป้าก็ไม่ได้ทำอะไรซินนะคะ” สัมผัสที่โดนนั้นบอกชัดว่าสตรีชราผู้เลอะเลือนคนนั้นโหยหาใครคนหนึ่งมากมายเพียงใด 

ความรักของผู้เป็นแม่...นานแล้วไม่ได้รับสัมผัสแบบนี้ ช่างเป็นออร่าที่แสนเศร้าและโหยหาเหลือเกิน

......................................................................

ตลอดช่วงเช้าวันนั้นยาวจนถึงช่วงบ่ายสองโมง ฉันวิ่งเข้าวิ่งออกตามเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัดไปทั่วบริเวณของเกษมชีวศรม คนป่วยที่นี่มีตั้งแต่เดินเหินเองได้ช่วยเหลือตนเองได้บ้าง และไปถึงคนที่ติดเตียงไม่สามารถทำอะไรได้ กิจกรรมกายภาพนอกจากจะทำให้พวกเขามีร่างกายที่ไม่ยึดเกร็งแล้ว อาจจะช่วยบรรเทาความรู้สึกทุกข์ในใจของแต่ละคนไปได้ก็ได้ กิจกรรมสันทนาการที่ช่วยเหลือผู้ป่วยให้ฝึกกล้ามเนื้อต่าง ๆ และด้วยการที่ฉันเรียกเสียงหัวเราะให้ผู้คน ทำให้เด็ก ๆ และผู้สูงอายุยิ้มสนุกสนานเวลาที่ฉันเข้าไปทักทายด้วย

เอาน่า...ขอเข้าข้างตัวเองสักหน่อยเถอะ ฉันนี่ล่ะ ! นักเรียกเสียงหัวเราะอันดับหนึ่งในยุทธภพ ! 

“ นี่ถ้าคุณซินมาช่วยฝ่ายกิจกรรมบำบัดละก็ พวกผม ๆ คงมีหวังตกงานแน่ ๆ เชียวครับ” สิทธากร นักกายภาพบำบัดคนหนึ่งเอ่ยขึ้นหลังจากจบกิจกรรมในช่วงเช้า 

“ คุณสิทธิ์ก็พูดเกินไปค่า ซินยังเพิ่งมาวันแรกเอง เดี๋ยวผ่านไปสักอาทิตย์ก็คงหมดมุกมาเล่นกับเด็ก ๆ พวกนั้นแล้ว” ฉันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเหลือบมองไปทางสวนหย่อมด้านข้าง ช่อขวัญนั่งอยู่คนเดียวตรงนั้นด้วยท่าทางเศร้า ๆ 

“ เดี๋ยวซินขอตัวสักครู่นะคะ แล้วจะตามไปค่ะ” 

“ ตามสบายครับ วันนี้งานกิจกรรมบำบัดกับกายภาพ จบหมดแล้วละครับคุณซิน”

“ ค่า เดี๋ยวซินจะตามไปทำกิจกรรมพวกศิลปะกับเด็ก ๆ ต่อ พี่ ๆ ไปกันก่อนเลยนะคะ”  

ฉันหัวเราะให้กลุ่มนักกายภาพบำบัดเหล่านั้นก่อนจะเดินไปหาคนที่นั่งซึมอยู่คนเดียวตรงสวนหย่อมใกล้ ๆ นั้น 

“ คุณขวัญ...ทำไมมานั่งตรงนี้คนเดียวละคะ คุณป้าพวงครามหลับหรือคะ” ฉันยิ้มให้คนตรงหน้า ทำให้คนที่ซึมอยู่รีบเงยหน้าขึ้นมาทันทีก่อนจะปาดน้ำตานิด ๆ ที่รื้นอยู่ออกอย่างรวดเร็ว

“ อ้อ...คุณซิน... ค่ะ คุณแม่หลับแล้ว...” 

ฉันทรุดตัวนั่งบนม้าหินข้าง ๆ กันก่อนจะชั่งใจอยู่นิดหนึ่งแล้วตัดสินใจถามออกไปตรง ๆ 

“ คุณขวัญมีพี่สาวฝาแฝดหรือคะ...” 

คำถามนั้นเหมือนศรที่ปักเข้ากลางเป้าหมาย ทำให้ร่างตรงหน้าฉันสะดุ้งนิดหนึ่งก่อนจะเงยหน้ายิ้มเศร้า ๆ 

“ คุณซินคงเห็นกรอบรูปที่หัวเตียงคุณแม่...ใช่ค่ะ ขวัญมีพี่สาวชื่อ ช่อแก้ว แกเป็นคนสดใสแบบคุณซินนี่ละค่ะ” คนตรงหน้ายิ้มเศร้า ๆ ฉันได้แต่มองปริบ ๆ ก่อนจะเดาเอาในใจว่า...

“ พี่แก้วเพิ่งเสียไปได้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว จากอุบัติเหตุค่ะ แม่ก็เลยช็อคแล้วก็เป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่นั้นมา” 

“ แต่ทำไม....” ฉันยังไม่วายงุนงง ถึงจะคล้ายแค่ไหนก็ไม่น่าจะจำลูกไม่ได้ แต่คนตรงหน้ายิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยขึ้นราวรู้ใจ

“ ขวัญคิดว่าน่าจะเป็นเพราะน้ำหอมที่คุณซินใช้ละมังคะ กับเสียงที่สดใสของคุณซิน...เพราะพี่แก้วก็ใช้น้ำหอมกลิ่นเดียวกันกับคุณซิน”

ตายล่ะหว่า....สงสัยฉันทำให้เรื่องยุ่งไปเสียแล้ว แต่คนตรงหน้าเอื้อมมือมาแตะหลังมือฉันเสียก่อน

“ คุณซิน..อย่าคิดมากนะคะ ขวัญเสียอีกต้องขอบคุณคุณซินที่ทำให้แม่รู้สึกตัวขึ้นมาแบบนั้นได้ เพราะเวลาอยู่กับขวัญ แม่จะไม่หือไม่อืออะไรเลยค่ะ แกจะเงียบและนอนอย่างเดียว จนขวัญเองก็ไม่รู้แล้วว่าควรจะทำยังไง แต่วันนี้ คุณซินทำให้ขวัญได้เห็นรอยยิ้มของแม่อีกครั้ง..ขอบคุณจริง ๆ นะคะ” 

...............................................

สารจากไรท์

ขอโทษที่หายไปสักพัก ต้องตีๆๆๆ น้องเสี่ยวจ้านและน้องอี้ป๋อ 555 ไรท์กลับมาแล้วนะคะ กลับมา update ตามปกติแล้ว ตอนนี้นางเอกเราได้เพื่อนใหม่เป็นสาวหวานอีกคนหนึ่งอย่างน้องช่อขวัญ ว่าแต่ น้องขวัญของเราท่าจะแอบปลื้มพระเอกอยู่นิดๆ นา เอาละสิงานนี้ 5555

ใครกำลังรอฉากน่ารักๆ ของพระนางละก็ บอกได้เลยค่ะ ว่าตอนหน้าอย่าพลาดเชียว เป็นโมเม้นต์คุณหมอกับศิลปิน..จะมุ้งมิ้งแค่ไหนมาดูกันค่า ^^

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537




B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

181 ความคิดเห็น

  1. #128 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 23:28
    อย่าบอกนะว่าอาการคุณย่าคืออัลไซเมอร์ ส่วนขวัญจะมาเป็นตัวขวางทางรักของหมอกับซินรึป่าว
    #128
    1
    • #128-1 (@Philous) (จากตอนที่ 25)
      21 สิงหาคม 2562 / 23:31
      นั่นสิคะ คุณย่าป่วยค่ะ เริ่มต้นแล้วด้วย :)
      #128-1
  2. #76 pornlypornly (@pornlypornly) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 18:09
    หายไปนาน

    อัป เพิ่มให้หายงอนหน่อยจิคะ
    #76
    4
    • #76-2 pornlypornly (@pornlypornly) (จากตอนที่ 25)
      31 กรกฎาคม 2562 / 21:28
      อาบน้ำ ปูเสื่อ รอแล้วค้า

      อยากฟินๆ
      #76-2
    • #76-3 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 25)
      1 สิงหาคม 2562 / 08:47
      อัพเรียบร้อยนะคะ คริคริ ;)
      #76-3
  3. #75 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 15:33
    อัปแล้นนนน
    รอค่ะ อิอิ
    #75
    2
  4. #74 (@wachie130) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 12:19

    ปูเสื่อรอเลยค่า

    #74
    1
    • #74-1 (@Philous) (จากตอนที่ 25)
      31 กรกฎาคม 2562 / 15:18
      มารอ ๆ พี่หมออธิศร์กันค่า มีความมุ้งมิ้งปนคัน ๆในหัวใจ ^^
      #74-1
  5. #73 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 07:39

    รอออออออ
    #73
    1
    • #73-1 (@Philous) (จากตอนที่ 25)
      31 กรกฎาคม 2562 / 15:17
      555 ได้ค่า วันมะรืนมาแน่นอนค่า ^^
      #73-1