สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 22 : แผนลับฉบับอ้อนเจ้านาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    18 ก.ค. 62

บทที่ 8. แผนลับฉบับอ้อนเจ้านาย


ไม่รู้ว่าฉันออกจากโรงพยาบาลหรูกลางกรุงมาในสภาพไหน แต่กว่าจะรู้ตัว ฉันก็พาตัวเองมานั่งแปะอยู่ในห้องทำงานของไอ้คุณลมซะแล้ว สงสัยท่าทางของฉันคงดูหดหู่มาก ๆ จนทำให้เพื่อนรักถึงขนาดย้ายก้นตัวเองจากเก้าอี้ผู้บริหารเดินมานั่งข้าง ๆ ฉันและกอดบ่าเบา ๆ ก่อนจะมองด้วยสายตาเห็นใจอย่างที่สุด

“ เฮ้ย….มานั่งหดหู่แบบนี้ทำบรรยากาศในห้องทำงานของฉันพาลหดหู่ไปด้วยเลยเนี่ยไอ้ซิน” วายุภักดิ์บ่นขึ้นเบา ๆ ขณะที่พยายามปลอบใจคนที่หมดเรี่ยวหมดแรงอย่างฉัน

สภาพของฉันไม่ดีแน่ ๆ เพราะนอกจากตาบวมแล้ว การขยี้ตาทำให้มาสคาร่าเลอะเต็มไปหมด จู่ ๆ ไอ้ลมก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินกลับไปคว้าเอากระดาษทิชชูเปียกที่มันเก็บไว้ในโต๊ะทำงานเอามายื่นให้ฉัน ฉันรับกระดาษทิชชูนั้นมาด้วยอาการหมดอาลัยตายอยาก

“ ไหน...เล่าให้ฉันฟังซิซิน ไหนว่าวันนี้คุณย่าพาแกไปเจอที่ปรึกษาไม่ใช่หรือ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น เขาดุมากเหรอ ”

“ ไม่ดุ...แต่เขาโกรธฉัน ท่าทางจะโกรธมากเสียด้วย…” ฉันพูดเบา ๆ ด้วยท่าทางเหม่อลอยและสูดจมูกเบา ๆ

“ เฮ้ย เล่ามาแค่นี้จะไปรู้เรื่องอะไรล่ะ เขาที่ว่าน่ะใคร? แล้วทำไมถึงต้องโกรธแกด้วยทั้งที่เพิ่งเคยเจอกัน ”

“ ลม...จำคนที่ฉันเล่าให้ฟังวันที่ฉันกลับเมืองไทยได้ไหม คนที่ฉันไปรอเขาอยู่ 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องจะออกน่ะ”

“ อืม..จำได้สิ วันนั้นเกือบแย่ถ้าเกิดว่ามาสนามบินไม่ทัน” คุณเพื่อนรักมองด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนจะทำตาโตแล้วชะโงกหน้ามาใกล้ ๆ

“อย่าบอกนะว่า...คนที่แกพูดถึงคนนั้นจะกลายมาเป็น...ที่ปรึกษาของแก? ”

“ ใช่ …” ฉันได้แต่นั่งซึมกะทืออยู่อย่างนั้น

“วันนั้น...ที่เรากลับบ้านด่วน ฉันฝากกระดาษนัดหมายไว้ที่โรงแรม แต่เขากลับไม่ได้รับข้อความ เขาบอกว่าเขาโทรกระหน่ำหาฉันทั้งคืน แต่ฉันไม่ได้รับสายเขา ฉันยังไม่ทันจะเล่าให้ฟังว่าฉันทำโทรศัพท์หล่น เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และที่นึกไม่ถึงคือ เขาประกาศตามหาฉันแทบบ้าเกือบทั้งคืน และรวมถึงอีกหลาย ๆ คืนหลังจากนั้น”

ออร่าและความคิดความรู้สึกของเจ้านายที่ฉันสัมผัสเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วบอกชัดว่า ทั้งหมดที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง เขาโกรธและผิดหวังกับฉันแค่ไหน ความรู้สึกกราดเกรี้ยวผิดหวังที่ถาโถมตรงมาจากสัมผัสนั้นทำให้ฉันนิ่งอึ้งอย่างพูดอะไรไม่ออก

เจ้านายจริงใจ และห่วงใยฉันมาก เจอแบบนี้เข้าไป...ก็ต้องโกรธมากเป็นธรรมดา

“ หมายความว่า ที่แกทำโทรศัพท์หล่นไว้ที่ห้องฉันวันนั้น มันเลยเป็นเรื่องราวใหญ่โตถึงตอนนี้นะหรือ”

“ ฉันควรทำยังไงดีล่ะลม ” เหมือนฉันเพิ่งจะหาเสียงของตัวเองเจอ...

“ ให้ฉันไปคุยกับเขาให้เอาไหมล่ะ เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันยังจำได้วันนั้นวุ่นวายไปหมด ไหนจะต้องจองตั๋วด่วน เก็บกระเป๋าเดินทางเดี๋ยวนั้น แล้วค่ำวันนั้นแกก็ดันหายไปอีกเป็นชั่วโมง ๆ จนทุกคนนึกว่าจะตกเครื่องบินซะแล้ว ส่วนฉันกว่าจะเห็นว่าโทรศัพท์โปเกเครื่องนั้นร่วงอยู่ใต้เตียงก็ผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้ว ทำไมไม่บอกความจริงเขาไปว่าโทรศัพท์แกเสีย”

“ อย่าเลย...มันก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัวอยู่ดี ฉันควรไปหาและบอกลาเขาด้วยตัวเอง แต่ฉันก็ไม่ได้ทำ ”

“ แต่วันนั้นแกต้องเฝ้าคุณย่าและรอหมอสั่ง discharge นี่นา วันนั้นแกตัดสินใจดีที่สุดแล้วซิน อย่าคิดมากเลย” มือหนานั้นเอื้อมมาลูบเบา ๆ ที่หัว

“ เอางี้ ในฐานะที่ฉันเป็นกูรูของแก จะหาช่วยให้แกคืนดีกับเขาก่อน ไม่อย่างนั้นแกไม่มีทางผ่านประเมินครั้งนี้แน่ ๆ ” คุณชายวายุภักดิ์ทำหน้าเจ้าเล่ห์

ฉันปาดคราบน้ำตาออกเงยหน้ามองเพื่อนรักตาแป๋ว ไอ้นี่มันหัวคิดดีเสมอแถมเพื่อนเยอะอีกต่างหาก น่าจะพอแนะนำได้ว่าควรทำยังไง

“ ก่อนจะรบน่ะนะ มันต้องถือคติ รู้เขารู้เราไว้ก่อน…รบร้อยครั้งถึงจะชนะทั้งร้อยครั้ง” ไอ้ลมทำท่าวางเขื่องแบบผู้ทรงภูมิ ถ้ามีพัดขนนกยูงในมือสักหน่อยไอ้เจ้านี่คงเทียบเท่าขงเบ้ง สีหน้าเจ้าเล่ห์ของมันบอกชัด ไอ้นี่ทำท่าแบบนี้ทีไร มันต้องวางแผนลึกล้ำไว้แน่นอน

“ ประการแรก แกต้องรู้นิสัยเจ้านายก่อนว่า เจ้านายแกน่ะชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แล้วก็ค่อยมาวางแผนกัน ไหนแกเล่ามาซิว่า เจ้านายแกที่จำได้น่ะ เขาเป็นคนยังไง ”

“ เท่าที่จำได้ เจ้านายฉันไม่ใช่ผู้ชายจ๋า เป็นคุณหมอผ่าตัดที่เนี๊ยบ ดูจะเจ้าระเบียบ น่าจะมีแฟนเป็นผู้ชาย เป็นคนฉลาด หัวไว ช่างสังเกต แล้วก็…” ฉันยังร่ายสิ่งที่จำได้ออกมาไม่หมดเลย

“ เดี๋ยว ๆ ๆ ” ไอ้ลมเบรคตัวโก่ง

“ ตกลงว่าคุณเจ้านายของแกนี่เป็นแบบ ชายรักชายเหรอ? ”

“ อือ...ก็จะรักแบบไหนนี่มันสำคัญด้วยหรือ คนเราใช้หัวใจรักกันไม่ใช่หรือ แค่รักกันก็พอแล้วนี่นา” ฉันแปลกใจคำถามของไอ้ลมนิดหน่อย แต่ไอ้ลมหัวเราะร่วนออกมาทันที

“ เปล่า….ไม่ได้สำคัญเลยว่าจะรักแบบไหน แกก็รู้ว่าฉันมีเพื่อนที่เป็นคนข้ามเพศก็เยอะ จะไปคิดอะไรให้มากมายเล่า เพียงแต่ว่าถ้าเป็นแบบนี้ก็ง่ายสำหรับแกเท่านั้นเอง” สีหน้าของไอ้ลมที่ยิ้มกริ่มนั่นทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่

“ ก็ในเมื่อไม่มีทางที่เขาจะมองแกแบบผู้หญิง แกก็ตีซี้อ้อนเขาตามแบบฉบับของแกน่ะแหละ เดี๋ยวก็ใจอ่อน! ”

“ แค่นี้เขาก็เกลียดขี้หน้าฉันจะแย่อยู่แล้ว ขืนไปอ้อนก็มีโกรธหนักกันนะสิ”

“ เอาน่า เชื่อมือไอ้ลมเหอะ ถ้าแกแต่งตัวแบบเดิม ๆ ไปละก็ แกจะคุยกับเขาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมแน่”

ไอ้ลมมองฉันอย่างขำ ๆ สายตามันมองประเมินฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ แกไม่รู้หรอกว่า วันนี้แกดูแปลกตาไปแค่ไหนสำหรับคนที่ไม่เคยเห็นแกแต่งหวาน ๆ แบบนี้ ถ้าเป็นเราเห็นแกในชุดสวย ๆ แบบนี้ละก็ อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าแกเป็นลูกคุณหนู แต่ดันไปหลอกเขาตั้งแต่คราวแรกที่เจอกันก็ได้ สู้แต่งตัวแบบเดิม ๆ อย่างที่แกเป็นอยู่ทุกวัน แล้วกลับไปคุยดี ๆ บางทีมันอาจจะไม่แย่อย่างที่คิดก็ได้”

“ จริงสิ ใช่แล้ว! มิน่าวันนี้เขาถึงมองฉันด้วยสายตาประหลาดแบบนั้นตั้งแต่เข้ามา…” ดวงตาฉันคงเป็นประกายวิบวาว ทำให้ไอ้ลมหัวเราะอีกครั้ง

“ แต่ก่อนออกจากห้องทำงานฉัน แกช่วยไปห้องน้ำแล้วเช็ดมาสคาร่าออกจากตาด้วยนะ สภาพแกตอนนี้นี่มันดูไม่ได้เอาเสียเลยไอ้ซิน” คุณชายวายุภักดิ์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นโอบบ่าฉันโยกเบา ๆ

ไอ้ลมนี่มันใจดี ไม่เหมือนคนที่เพิ่งจากมา...ทำไมร้ายนักก็ไม่รู้

…………………………………………………………..

เช้าวันรุ่งขึ้นฉันไปมูลนิธิฯ ด้วยท่าทางที่มั่นใจ ชุดเก่งที่ใช้อย่างกางเกงสแลคสีดำเนื้อนิ่มพร้อมกับเสื้อสีครีมและรวบผมง่าย ๆ ในรองเท้าส้นสูงนิดหน่อยเพิ่มความมั่นใจ ก่อนจะเดินถึงประตูอาคารตรงหน้า ฉันก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงอยู่ในเสื้อสีฟ้าอ่อนกางเกงสแลคยืนนิ่ง ๆ อยู่ริมศาลาไม้ก่อนถึงทางเข้าอาคาร ดวงตาคมกริบนั่นคล้ายจะมองมาตั้งแต่ก้าวแรกที่ฉันเดินเข้ามาแล้ว

เอ๋? ตายล่ะไอ้ซิน...สายไปแค่ 15 นาที คุณหมอถึงขนาดลงมายืนรอข้างล่างเลยหรือเนี่ย? ถ้าสายไปอีกหน่อยมิยืนรอหน้าประตูทางเข้ามูลนิธิหรือไงนะ

ว่าแต่ ทำไมขาสั่นว่ะไอ้ซิน...แกเป็นหลานคุณย่านะ เขาเป็นที่ปรึกษาเท่านั้น ท่องไว้ ๆ

ฉันให้กำลังใจตัวเองอย่างนั้น แต่เพราะมัวแต่คิดจะแก้ตัวยังไง ขาเจ้ากรรมก็ไพล่สะดุดหินจนได้ เซเสียหลัก ปวดแปลบที่ข้อเท้า แต่ดีที่มือไวพอที่จะคว้าต้นไม้ไว้ได้ทัน ร่างสูง ๆ ของเขาเหมือนจะขยับนิดหนึ่งแต่ก็นิ่งไม่เดินเข้ามา ฉันมุ่ยหน้านิดหนึ่งแล้วทำนิ่ง ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เริ่มปวดข้อเท้าขึ้นมานิดหน่อย

“ มาสายตั้งแต่ทำงานวันแรกเลยหรือ? ” น้ำเสียงที่เย็นชานั่น ทำให้ความสดใสที่ฉันพกมาเต็มกระเป๋าหายวับไปกับตา

“ แค่ 15 นาทีเองนะคะคุณหมอ…ฉันมาถึงแล้วแต่กว่าจะหาที่จอดรถได้ก็...” ฉันพยายามโอดครวญกับคนตรงหน้า

“ แล้วทำไมคนอื่นเขามาทำงานตรงเวลากันได้ล่ะ” สายตานั่นมองนิ่ง ๆ ไม่สนใจว่าฉันจะพยายามทำตาบลิ๊ง ๆ ให้แค่ไหน ร่างนั้นมองนิ่งแล้วก็เมินไม่สบตาฉันอีก โกรธอีกแล้วสิเนี่ย จะเฮี๊ยบไปถึงไหนนะคุณหมออธิศร์

“ คุณหมอ...วันนี้มาทำงานวันแรกเอง อย่าดุเลยนะคะ ซินขอโทษ คราวหลังซินจะไม่สายอีกแล้ว”

งานนี้อ้อนได้ก็อ้อนไว้ก่อนล่ะน่า ฉันพยายามสบตาคนตรงหน้าอีกรอบและเดินวนไปอยู่ตรงหน้าเขา แต่รายนั้นก็มองเมินนิ่ง ๆ ไม่พูดอะไรมีแต่ตวัดสายตาพิฆาตใส่อย่างพร้อมจะเล่นงานฉัน

“ แล้ว...ใครใช้ให้ใส่ส้นสูงแบบนี้มาทำงาน” ดวงตาคมกริบนั่นเหลือบมองมาที่ฉัน

“ อ้าว...ก็มาทำงานนะคุณหมอ ทำไมจะใส่ส้นสูงไม่ได้เล่า” จะรอดไหมนะ มาวันแรกก็โดนเจ้านายเล่นงานเสียแล้ว แม้จะทำตาบลิ๊ง ๆ อย่างที่เคยอ้อนพ่ออ้อนแม่มาตลอด รายนี้ยังไม่ยอมใจอ่อนอีก งานนี้จะคืนดีได้อย่างที่ไอ้ลมมันบอกเหรอ....

“ รู้หรือว่าผมจะให้คุณทำอะไร คุณหนูมินตรา” น้ำเสียงราบเรียบนั้นทำเอาใจฝ่อแป้วลงอีกแล้ว

เรียก “มินตรา” เนี่ยนะ? ช่างดูห่างเหินเสียจริง ๆ

“ อ้าวก็...คุณย่าบอกว่าให้คุณหมอสอนงานฉันเรื่องทำงานมูลนิธิและดูแลผู้สูงอายุที่ศูนย์ฯ ถ้าไม่ใช่แล้วจะทำอะไรล่ะ”

“ ผมสอนงานคุณจริง แต่งานไม่ได้มีอย่างเดียวนะคุณหนูมินตรา ถ้าจะเริ่มทำงานคุณจะต้องรู้จักทุกส่วนของที่นี่เป็นอย่างดี แล้วคุณรู้จักมันครบแล้วจริงหรือ? ” น้ำเสียงที่ราบเรียบจนยากที่จะเข้าใจได้ว่าคิดอะไรอยู่ ทำให้ฉันต้องกะพริบตาปริบ ๆ คนตรงหน้าไม่ปล่อยให้ฉันทำหน้างงอีก แต่ยื่นกระดาษใบหนึ่งวางลงบนโต๊ะหินอ่อนของศาลาไม้นั้น ทำให้ฉันต้องเดินเข้ามานั่งและอ่านทุกอย่างในกระดาษแผ่นนั้น

แค่บรรทัดแรกยังไม่จบ ฉันก็รีบเงยหน้ามองคนตรงหน้าทันที

“ นี่มัน แกล้งกันชัด ๆ นี่นา! ”

สุดท้ายที่ฉันอดทนยอมงอนง้อคนตรงหน้าตั้งแต่เช้า เป็นอันขันแตกทันที คนตรงหน้าดูเหมือนจะหัวเราะหึขึ้นมาเบา ๆ ก่อนจะพูดหน้าตาเฉยว่า

“ เดี๋ยวไปรอที่ห้องรับรองข้างในก่อนแล้วกัน จากนั้นเลขาของผมจะพาคุณไปเปลี่ยนชุด...งานวันนี้หนักหน่อยนะครับคุณหนูมินตรา…อ้อ….ถ้าเสร็จงานช่วงเช้าแล้ว เดี๋ยวบ่ายโมงวันนี้ไปพบผมที่ห้องทำงานด้วยนะ ผมมีงานจะให้เพิ่ม ”

ว่าแล้วก็เดินตัวปลิวจากไป ปล่อยฉันไว้พร้อมกับกระดาษแผ่นนั้น

ฉันเหลือบตามองกระดาษในมืออีกครั้งหนึ่ง รายละเอียดที่ยังอ่านค้างไว้อยู่บอกชัดว่า งานที่ว่านั้นเป็นยังไง

บ้าไปแล้ว...แม่บ้านฝึกหัดทำความสะอาดเนี่ยนะ!!! ฉันแทบจะเต้นแร้งเต้นกาลับหลังคุณหมอสุดแสบ

คอยดูนะ อย่าเผลอเชียว ไอ้ซินคนนี้จะเล่นงานคืนให้เจ็บ ๆ เลยสิ

ที Who ที it นะคุณหมออธิศร์!

………………………………………………………………….

แม้ว่าอากาศเช้านี้จะดีมาก แต่คนตรงหน้าผมที่เอาแฟ้มเข้ามาให้อ่านกลับมีสีหน้าไม่สบายใจพอควร คุณเขมิการ์ เลขานุการส่วนตัวของผมกำลังยืนกระสับกระส่ายอยู่ตรงหน้าคล้ายจะละล้าละลังค่อนข้างมาก กิริยานั้นทำให้ผมยิ้มออกมานิดหนึ่งที่มุมปากก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าเต็มตา

“ จะดีหรือคะคุณหมอ ให้คุณหนูมินตราไปทำงานแบบนั้น เธออาจจะมาสายนิดหน่อยแต่เธอก็เป็นคนอ่อนโยนนะคะ คุณหมอให้เธอไปทำงานแม่บ้านทำความสะอาดแบบนี้จะไม่เป็นการ…”

“ คุณใจ ผมรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับคำสั่งนี้ของผม แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า ผมทำไปเพราะผมปรารถนาดีจริง ๆ ไม่ได้มีความโกรธอะไรเป็นการส่วนตัวหรือตั้งป้อมจะกลั่นแกล้งหลานสาวของคุณหญิงปิ่นปิลันธน์”

ผมประสานมือนิ่งๆ บนโต๊ะทำงานอย่างครุ่นคิดก่อนจะเหลือบมองเลขานุการส่วนตัวอีกครั้ง

“ ผมฝากคุณใจช่วยคอยดูเธอหน่อย แล้วก็แบ่งโซนให้เธอดูแลในส่วนของอาคารด้านหน้าที่เป็นของผู้สูงอายุที่มาทำกิจกรรมสันทนาการนะ ย้ำให้เธอสนใจในส่วนต่าง ๆ ของอาคาร โดยเฉพาะพื้น และราวจับ ต้องปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ส่วนโซนด้านหลังที่มีคนเยอะกว่า และส่วนผู้ป่วยติดเตียงก็ยกให้กับคุณถวิลรับผิดชอบไป…” ผมหยุดนิดหนึ่งอย่างลังเลใจก่อนที่จะพูดขึ้นมา

“ ขาซ้ายของคุณหนูมินตราอาจจะเจ็บ เมื่อเช้าผมเห็นเธอสะดุด ยังไงตอนเอาชุดไปให้เธอเปลี่ยนพาเธอไปห้องพยาบาลด้วยเผื่อว่าให้คุณหมอตรงนั้นดูแลก่อน ถ้าไม่หนักหนาก็ให้ทำงานต่อไป แต่ถ้าเคล็ดหรือยอกก็รีบมาบอกผม อาจจะให้เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นก่อน”

สีหน้าของคุณเขมิการ์ดูโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย ก่อนจะยิ้มออกมานิดหนึ่ง

“ คุณหมออธิศร์ ตั้งใจจะให้คุณหนูมินตราเรียนรู้เรื่อง…..”

“ คุณใจ...เรื่องบางอย่างต้องให้เจ้าตัวเรียนรู้เอง ใครที่จะทำงานด้านสาธารณสุข จะต้องเรียนรู้เสมอว่า ต้องทำทุกอย่างด้วยความไม่ประมาทเพราะมันเกี่ยวพันกับชีวิตของคน ถ้าเขายังไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ เขาจะเห็นแค่ว่างานของเขาคือธุรกิจที่มีเม็ดเงินมหาศาล แต่ไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกับชีวิตของคนป่วยที่เราจะประมาทไม่ได้เลย”

ผมยิ้มให้กับคนตรงหน้าที่ยิ้มตอบกลับมาด้วยดวงตาสุกใสและกอดเสื้อผ้าแม่บ้านไว้ในมือ

“ ผมว่าเสื้อผ้าชุดนี้ คุณหนูมินตราน่าจะใส่ได้พอดี เอาไปให้เขาด้วย และฝากช่วยหารองเท้าส้นเตี้ยอีกคู่หนึ่งตรงตลาดนัดด้านหลังให้เขาหน่อย ส้นสูงแบบนั้นใส่ทำความสะอาดไม่ได้หรอก ล้มหัวคะมำกันพอดี”

ผมเปรยขึ้นมาก่อนจะก้มหน้าลงอ่านเอกสารต่าง ๆ ที่กองอยู่ตรงหน้าเป็นเชิงตัดบท แต่แล้วก็มีห่อแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นหนึ่งยื่นมาวางตรงหน้า ผมเงยหน้าขึ้นอย่างฉงนก่อนจะทันอ้าปากถาม

“คุณหนูมินตราแกฝากมาค่ะ บอกว่าเช้านี้แกวิ่งไปต่อคิวซื้อมาเพราะจำได้ว่าคุณหมอชอบทานเบอร์เกอร์แบบนี้….ไม่รู้ว่าแกไปรู้มาจากไหน…”

แฮมเบอร์เกอร์เนื้อที่ห่อในกระดาษไขนั้นยังอุ่น ๆ อยู่จาง ๆ สัมผัสนั้นทำให้ผมต้องนิ่งไปครู่หนึ่ง คุณเขมิการ์ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะออกจากห้องทำงานของผมไป

ไร้สาระจริง ๆ วิ่งไปซื้อเบอร์เกอร์มาให้นี่นะ? ….คุณหนูมินตรา วรินทร์โรจน์

บางอย่างก็ไม่ต้องไปจำมากนักก็ได้ละมั้ง เรื่องผ่านไปตั้งปีแล้วยังจะจำอีกทำไม ยัยตัวแสบ...

……………………………………………………………………...

สารจากไรท์

สวัสดีวันอาสาหบูชาค่ะทุกคน วันนี้มาส่งรอยยิ้มให้หลาย ๆ คนนะคะ คุณหมออธิศร์จะใจร้ายกับหนูซินได้ตลอดรอดฝั่งจริง ๆ นะหรือ แค่วันแรกจะโหดก็ยังไม่ปล่อยเต็ม ๆ 555 แถมหนูซินยังเอาของโปรดมาอ้อนอีกต่างหาก ถ้าใครจำได้ จะนึกออกว่าสองคนนี้เคยซื้อเบอร์เกอร์แล้วเดินกินไปด้วยกันตอนเที่ยวหอคอยโซลทาวเวอร์ นางเอกเราก็ช่างจำเหลือเกิน....แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า คนที่เห็นของกินแล้วกระโดดเข้าใส่น่ะเป็นตัวเองนะจ๊ะหนูซิน ไม่ใช่คุณหมออธิศร์ 5555

ตอนหน้ามาพบกันวันศุกร์ค่า :)

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537


B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

189 ความคิดเห็น

  1. #126 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 23:02
    มาสายเพราะอะไรคิดสิหมอ
    #126
    1
    • #126-1 (@Philous) (จากตอนที่ 22)
      21 สิงหาคม 2562 / 23:04
      555 มีคนพยายามง้อ 1 อัตราค่ะ แต่ง้อด้วยเบอร์เกอร์นะคะ จะน่ารักไปไหนกันน้าหนูซินของเรา 555
      #126-1
  2. #69 (@wachie130) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 19:37

    ง้อด้วยเบอร์เกอร์เนี่ยนะ ยัยซินเอ๋ยยัยซิน 555

    #69
    1
    • #69-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 22)
      16 กรกฎาคม 2562 / 19:42
      นางคงลืมไปว่า เวลาตัวเองได้กินข้าวกินขนมอร่อยๆ มักจะกระดิกหางดีใจ เอ้ยยยย ! ลืมไป เจ้าซินไม่ใช่มูมู่นี่นา 555
      เลือกแต่สิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ยัยซินเอ๊ยยยย
      #69-1
  3. #68 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 12:03
    ก็รู้สึกว่า นางจำผิดหรือเปล่า555
    พี่หมอดูโหด แต่ยังแฝงด้วยความใจดีอ่อนโยนอยู่นะ อิอิ
    #68
    1
    • #68-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 22)
      16 กรกฎาคม 2562 / 12:53
      รายนี้กะจะดัดนิสัยนางเอกค่ะ เนื้อแท้เป็นคนให้โอกาสคนพลาด แต่เพราะนางทำเอาไม่ได้นอนเต็มๆมาหลายสัปดาห์เลยจัดสักหน่อย //อย่ามาอ้อนให้ยากไม่ยอมง่ายๆหรอก—-หมออธิศร์
      #68-1