สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 19 : หลอกล่อ ล่อหลอก...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    7 ก.ค. 62

ห้องรับแขกนั่นไม่เหลือใครอีกนอกจากคุณย่า ฉัน และคุณขจิต พยาบาลประจำตัวคุณย่าที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างกาย คุณย่าปิ่นปิลันธน์นั่งบนเก้าอี้วีลแชร์ตัวเดิม แสงที่ลอดเข้ามาผ่านกระจกใสบานสูงที่สูงจรดเพดานห้องรับแขกทรงมุขหกเหลี่ยมทำให้ทั้งห้องรับแขกนี้ดูสว่างนวลตา แต่ทำไมฉันกลับรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิมเสียอีก 

นี่มันบ้าชัด ๆ จะให้ศิลปินอย่างฉันไปคุมงานศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเนี่ยนะ มันไม่เข้าท่าเลยสักนิด ! 

“ ย่ารู้ว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ ซินอึดอัดกับทุกอย่างรอบตัว แต่ซินก็ยังอุตส่าห์ทนเพื่อย่า” สายตาคุณย่ามองมาอย่างปรานี

ฉันก้มหน้านิ่ง คุณย่ารู้ด้วยว่าฉันอึดอัดมากแค่ไหน แม้ว่าจะเป็น “บ้าน” แต่มันก็ไม่อบอุ่นเพราะมีเพียงคุณย่าและอาปฐวีที่พอคุยได้ ฉันยังไม่รู้ว่าอนาคตหากมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น ฉันจะไปอยู่ตรงไหนในบ้าน ดีไม่ดีอาจจะโดนคุณป้าเฉดหัวออกจากบ้านเหมือนในละครทีวีก็ได้ ใครจะไปรู้...เพราะลำพังอาปฐวีคงปกป้องอะไรฉันไม่ได้แน่ ๆ 

 “ ย่าสัญญากับวิญญาณพ่อเราไว้แล้ว ว่าย่าจะดูแลซินให้ดีที่สุด เหมือนอย่างที่พ่อเราจะทำถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ แต่ย่าเองก็รู้ว่า ย่าอาจจะไม่ได้อยู่นานพอจะปกป้องเราได้ตลอดรอดฝั่ง ” 

ทำไมจู่ ๆ คุณย่าเล่นบทโศกขึ้นมาเสียอย่างนี้ล่ะเนี่ย ? 

“ คิดถึงพ่อเราจริง ๆ ...เขาเป็นคนเก่งในทุกด้าน ฉลาด อ่อนโยน เก่งทั้งงานเก่งทั้งคน เขาฉลาดล้ำจนพี่น้องด้วยกันบางคนยังต้องอิจฉา แต่สุดท้ายวันหนึ่งเขาก็ตัดสินใจเลือกเส้นทางศิลปะที่เขารัก ทำให้ย่าเห็นซินทีไรก็จะอดนึกถึงพ่อเราไม่ได้ทุกที” 

“ ซินเป็นทายาทเพียงคนเดียวของวรินทร์โรจน์ และมีสิทธิในทรัพย์สินของที่นี่ไม่ต่างจากคนอื่นนะลูก” คุณย่าย้ำหนักหนา 

เฮ้อ...ภาระจะหนักหนาแค่ไหน ถ้าต้องจัดการดูแลคนจำนวนมาก ดูแลและอ่านงบการเงิน ถ้าต้องแบกรับทุกอย่างของที่นี่ แค่คิดก็สยองแล้ว...

น้ำเสียงนิ่ง ๆ ของคุณย่าบอกชัดว่า ย่าคิดอะไรอยู่ 

“  ย่าอยากให้ซินคิดไว้สักหน่อยว่า ธุรกิจที่บ้านตอนนี้ รุ่นต่อไปถ้าไม่ใช่ซินก็ไม่มีคนสานต่อแล้วนะลูก เพราะอย่างป้าปานรตีเองเขาก็ไม่มีลูก นิสัยเขาเป็นใจร้อนโผงผาง คุมคนไม่เป็น คุมได้แต่พระเดชแต่ไม่ใช้พระคุณ อย่างนี้ก็เลี้ยงคนไม่ได้นะลูก ส่วนพ่อดิษก็มีฐานะเป็นเขยเท่านั้น และแถมยังชอบเล่นการพนันในตลาดเงินตราต่างประเทศ ย่าไม่อยากเสี่ยงเอาทุกสิ่งของวรินทร์โรจน์ไปไว้ในมือคนติดการพนัน”

ฉันอ้าปากจะแย้งคุณย่า แต่แล้วก็ต้องนิ่งเมื่อคุณย่าพูดขึ้นก่อน

“ ส่วนพ่อวี ซินก็พอจะรู้ว่า อาวีแกเป็นคนหัวอ่อน ขี้กลัวไปหมด นิสัยอ่อนโยนมากเกินไปแบบนี้ไม่อาจจะขึ้นเป็นหัวหน้าคุมใครได้ ย่ารู้นิสัยลูกทุกคนดี ย่าถึงเคี่ยวเข็ญกับพ่อของเรามากกว่าคนอื่น เพราะรู้ว่าพ่อเรามีความสามารถและเขาก็ทำได้จริง ๆ แต่ย่าพลาดเองที่บังคับเขาเกินไป ” ปลายเสียงมีแววสั่นเครือ

“ ถือว่าย่าขอร้องได้ไหมลูก ย่าอยากให้ซินลองเริ่มทำงานบริหารดู เริ่มจากงานชิ้นเล็ก ๆ ก่อนก็ได้ บางคนเขาปรามาสไว้ว่า เลือดศิลปินอย่างซินน่ะทำไม่ได้หรอก จะพานทำให้กิจการเจ๊งกับเจ๊ง…แต่ย่าก็ยังเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่า ซินเก่งพอที่จะทำได้ ย่าอยากขอให้ซินเปิดใจพยายามกับย่าสักครั้ง” 

บางคนที่ว่าคงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่สะบัดหน้าจนคอแทบหักเมื่อครู่…

“ แต่ถ้าซินทำไม่ได้ละคะ ย่าก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง” ฉันพยายามค้าน

“ ถ้าในท้ายที่สุดซินไม่ชอบจริง ๆ ย่าจะไม่ฝืนใจเหมือนคราวตามัตถ์อีกแล้ว ” สายตาที่ปวดร้าวบอกชัดว่าย่าคิดถึงพ่อ 

“ ย่าขอแค่ปีเดียวเท่านั้นลูก แค่ปีเดียว ถ้าซินพยายามเต็มที่แล้ว และทำผลงานออกมาได้ดี ย่าจะให้อิสระกับซิน ว่าอยากจะทำอะไร ไม่ว่าซินจะเลือกแบบไหน ย่าจะยอมรับทุกอย่าง และย่าจะไม่เหนี่ยวรั้งซินไว้อีก” 

อย่างหนึ่งที่ทำให้ฉันไม่ค่อยอยากสบตาคุณย่า เพราะแววตานั้นละม้ายคล้ายพ่อมากเกินไป มันพานจะทำให้ฉันใจอ่อน

“ ย่ารู้...ความฝันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน...ย่าไม่มีสิทธิ์มารั้งซินเอาไว้กับความฝันของย่า” 

สายตาแบบนั้นทำให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ฉันจะทำงานบริหารได้จริงนะหรือ มันช่างเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นใจ

“ อีกอย่างหนึ่ง...ซินไม่ต้องกลัวไปหรอก ย่าหาที่ปรึกษาโครงการให้ซินไว้แล้ว เป็นคุณหมอที่เก่งมาก เขาทำงานที่โรงพยาบาลของเพื่อนย่า น่าจะเป็นที่ปรึกษาการทำงานให้กับซินได้” แต่ทำไมปลายเสียงของคุณย่าเหมือนจะแปร่งๆนิดหน่อย สิ่งนี้สะกิดต่อม “เอ๊ะ…” ของฉันให้ทำงานทันที...

“ คุณย่า...ไม่ได้คิดอะไรประหลาดๆอย่างคราวก่อนอีกใช่ไหมคะ…” สัญชาตญาณระแวงของฉันสั่นรัวๆ ฉันเอื้อมมือไปจะคว้าแตะมือคุณย่าหมายจะอ่านความรู้สึก แต่คุณย่าก็ยกมือขึ้นแตะผมที่รุ่ยลงมาเสียก่อน ฉันหรี่ตาอย่างอดสงสัยไม่ได้

ก็เพราะเมื่อหลายเดือนก่อน คุณย่าเพียรพาฉันไปทานข้าวตามร้านอาหารดังหลายร้าน และก็พาชายหนุ่มมากหน้าหลายตามานั่งทานข้าวด้วยทีละรอบ ๆ  ต่อให้เป็นเด็กอมมือก็คงเดาได้ว่าคุณย่ากำลังจะทำอะไร 

นี่มันยุคไหนกันแล้ว...หมดแล้วนะกับการคลุมถุงชน และยิ่งฉันสัมผัสได้นิดเดียวก็รู้ว่าคนไหนเป็นยังไง ทำเอาแผนลับ ๆ ของคุณย่าไม่เป็นแผนลับหรอก เพราะฉันแกล้งทำเป็นเด็กเพี้ยน ๆ บ้าง เนิร์ด ๆ บ้าง คุยประหลาด ๆ คนเดียวบ้าง ทำเอาหนุ่ม ๆพวกนั้นกระเจิงถอยกรูดกันเป็นแถบ ๆ 

“ แหม...ย่าเลิกหมดแล้ว ไอ้ที่จะคลุมถุงชนนั่นน่ะ ซินก็บอกว่าไม่ชอบ ย่าก็ไม่ทำแล้วยังไง ” คุณย่าเหมือนค้อนใส่นิดหน่อย คุณขจิตที่ยืนเยื้องไปข้างหลังนั่นขยับตัวยุกยิกนิดหน่อย ฉันถอนหายใจแรง ๆ ทีหนึ่ง …

จะเชื่อใจย่าได้ไหมเนี่ย….คุณย่าของฉันยิ่งเจ้าเล่ห์อยู่ด้วยซิ

“ ย่าเองก็ 80 แล้ว จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้…”

นั่นไง มาอีกแล้ว บทโศกของคุณย่าฉัน 

“....แต่ย่าคงอยู่ได้นานพอจะให้เงินตั้งตัวสักก้อนให้ซิน ถ้าซินทำได้” 

ยังไม่ทันจะอินกับบทโศก หูฉันก็ผึ่งทันควันกับประโยคท้ายนั่น… เงินก้อน ! 

“ ย่ายังเหลือเงินส่วนตัวอีก 20 ล้านบาท เงินก้อนนี้คงจะช่วยให้ซินตั้งต้นความฝันของตัวเองได้ อยากจะไปที่ไหนในโลกก็ได้ จะท่องเที่ยว ไปเรียนต่อ หรืออยากเปิดร้านศิลปะอะไรของตัวเอง ” 

สีหน้าคุณย่าเต็มไปด้วยความนิ่งสงบ แต่ฉันนี่ไงที่ไม่สงบ

ทั้งชีวิตไอ้ซินไม่เคยจับเงินล้านกับเขาเลยสักครั้ง มีก็แต่ส่งฝาน้ำอัดลมไปชิงโชคเท่านั้นเอง

เหมือนเห็นธนบัตรกองเป็นภูเขากำลังยิ้มหวานกวักมือเรียกฉันอยู่หยอย ๆ Come...Here…. 

โอย….ตายแน่...

“ ว่ายังไงล่ะซิน ...จะลองพยายามกับย่าสักปีหนึ่งไหม…” คนตรงหน้ามองมายิ้ม ๆ

ให้ตายเถอะ...คุณย่าเล่นวางหมากแบบนี้..ไอ้ซินจะไปไหนรอดล่ะ 

……………………………………………………………...

“ ฮ่า ๆ ๆ” เสียงหัวเราะลั่นของไอ้ลมกลางร้านกาแฟหรูตรานางเงือกทำเอาทุกคนที่อยู่โต๊ะใกล้ ๆ หันขวับมามองเป็นตาเดียว

“ ไอ้ลม ! เบาหน่อยดิวะ ฉันมาปรึกษานะเว้ย ไม่ได้มาให้หัวเราะ” ฉันด่าคนตรงหน้าทันควัน ก่อนจะหันไปก้มหัวขอโทษขอโพยกับโต๊ะข้าง ๆ  

“โทษทีว่ะไอ้ซิน แต่..ย่าแกนี่เจ๋งว่ะ ตูมเดียวไอ้ซินจอดไม่ต้องแจว ! ” สีหน้าเพื่อนรักบอกชัด ไอ้นี่มันขำหนักมาก ฉันได้แต่หน้ามุ่ยก้มหน้าก้มตาดื่มคาปูชิโน่ที่คนตรงหน้าสั่งมาเลี้ยงด้วยสีหน้าบูด ๆ 

“ ย่าแกนี่รู้ทันสโลแกนของแกหรือเปล่าวะ ข้าว่าย่าแกรู้แน่ ๆ ว่ะ” สีหน้าเพื่อนรักที่หัวเราะน้ำหูน้ำตาไหลตรงหน้า ประโยคนั้นทำให้ฉันนึกถึงสโลแกนประจำตัวที่ฉันภูมิใจนำเสนอมาก

“ มีสลึงพึงบรรจบครบล้านบาท อย่าให้ขาดเงินทองของประสงค์

หนืดเข้าไปเหนียวเข้าไว้ให้มั่นคง จะยืนยงยิ่งใหญ่ชาติไทยเจริญ

ไอ้ลมเคยบ่น ประโยคสุดท้ายนี่ ตอนจบต้องมีภาพประกอบคนถือธงชาติสวมหมวกตะหานแหงนมองฟ้าด้วยความมุ่งมั่นด้วย แต่มันก็ยังพ่วงเสียงบ่นตามมาอีกหน่อย

“ไม่ดีหว่ะ ขืนคนทั่วไปตึ๋งหนืดแบบแกแล้ว ไอ้เสด-ถะ กิด ปะ เทด ชาติมันจะพาลชิบหายกันหมดแน่”

“ แหม...พ่อหนุ่มบริหาร !  เขาเรียกแบบนั้นว่า เงิดฝืด คือ มันไม่ค่อยจะอยากดึงเงินออกจากกระเป๋า หรือ บางคนก็ว่าบอกว่า ไอ้ที่ไม่อยากดึงออกจากกระเป๋า ก็เพราะข้าวของมันแพงเหลือใจ ขึนดึงมาใช้ ก็เป็นอัน หมดตูด กระเป๋าฉีกกันพอดี ” ฉันพยายามงมเอาเศษซากความรู้เสด-ถะ-สาด ที่เหลือค้างอยู่ในสมองอันน้อยนิดมาตอบ

“ จะยังไงก็ช่างเหอะ ไอ้ซิน ฉันเห็นด้วยกับย่าแกนะ แกน่ะต้องทำงานทำการกับเขาบ้างแล้ว นี่ก็ยังดีที่คุณหญิงย่ายังไม่ตัดหางปล่อยวัดเอ็ง” เสียงไอ้ลมในโหมดจริงจัง

“ เออ ๆ นี่ก็ทำงานอยู่ทุกวันนะ ไปวาดรูปเหมือนตามสตรีทต่าง ๆ ”  ฉันพูดอุบอิบเบา ๆ 

“ แต่นั่นมันเลี้ยงปากท้องแกไม่ได้ไงไอ้ซิน แกจะอยู่ยังไงถ้าต้องอยู่คนเดียวด้วยเงินแค่นั้น แกลองกลับไปทำอย่างที่ย่าแกบอกก่อนดีกว่า เป็นฉันหน่อยไม่ได้จะกระโดดจูบคุณย่าตั้งแต่ประโยคแรกเลย ” ไอ้ลมพยายามสอน สายตาที่ดูจริงจังตรงหน้าไม่คุ้นเอาเสียเลย แต่มันก็พูดถูก

“ อย่ามาย้ำน่า ฉันมันแพ้ทางอะไรแบบนี้ แกก็รู้ว่าฉันฝันว่าอยากเดินทางไปวาดรูปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เจอแบบนี้เข้าไปจะไปเหลือเหรอ กว่าจะรู้ตัวก็เซ็นต์สัญญาตกลงทำงานไปแล้ว ” ฉันก้มหน้างุด ๆ ก้มมองแก้วคาปูชิโนตรงหน้า

ความหน้ามืดแท้ ๆ ที่หลวมตัวเซ็นต์สัญญาฉบับนั้นไป กว่าจะมาคิดใคร่ครวญอีกรอบ ก็ถึงเพิ่งรู้ว่าพลาดท่าหลงกลคุณย่าไปแล้ว สัญญาบอกชัดว่า อิสรภาพของฉันกำลังถูกมัดด้วยสัญญา 20 ล้านนั่น ถ้าฉันทำงานได้ไม่ดี หรือถูกประเมินว่าไม่ตั้งใจทำงาน ฉันก็ต้องติดอยู่กับย่าไปตลอด แต่ถ้าฉันทำได้ ฉันก็จะมีสิทธิเลือกชีวิตตัวเองว่าจะทำอะไรต่อ พร้อมกับเงินติดกระเป๋าก้อนโต

ไอ้ซินเอ๊ยยยย….ถ้าไม่หลวมตัวเซ็นต์สัญญาไป แกก็ยังมีอิสระอยู่บ้าง แต่นี่เท่ากับเอาคอไปพาดเขียงกับโครงการนี้เชียวนะ ! 

“แล้วแกอยากให้ฉันช่วยอะไรล่ะ ” เจ้าเพื่อนรักวนหลอดกาแฟเล่นอย่างขำ ๆ 

“ ฉันบริหารไม่เป็นสักนิด จะทำได้ยังไงเล่าไอ้ลม ” ฉันโอดครวญหนัก

“ ไม่เห็นต้องเครียดเลยนี่ ก็แกบอกว่าคุณย่าจะส่งที่ปรึกษามาให้ไม่ใช่หรือ แกก็ใจเย็นก่อนน่า ค่อย ๆ เรียนรู้งานกับเขาก็ได้ ประจบหน่อยอ้อน ๆ หน่อย เดี๋ยวเขาสอนและประเมินงานแกดี ๆ เองน่ะแหละ แล้วเผลอ ๆ ปีเดียวแกก็ทำงานผ่านเกณฑ์คุณย่าแล้ว ” ไอ้ลมพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

ใช่แล้ว..ลืมสนิทเลย ที่ปรึกษาหรือ...ฉันตาวาวเป็นประกาย 

ไว้ถ้าเจอหน้าละก็จะงัดเคล็ดวิชาอ้อนมาใช้ทุกกระบวนท่าเลยเชียว

สาธุ...ขอให้เจอที่ปรึกษาที่ใจดีด้วยทีเถอะ

……………………………………………………….

สารจากไรท์
นี่ละหนา...ความเค็มเป็นเหตุ ถ้าไม่เห็นแก่เงินรางวัล 20 ล้าน ละก็....
หนูซินก็ไม่ตกหลุมคุณย่าหรอก ว่าแต่คุณย่านี่จอมวางแผนหรือเปล่าเนี่ย ทำไมดูมีเลศนัยนิดหน่อย 555
ไม่รู้เหมือนกันว่าสายลมเดิมจะพัดผ่านมาอีกครั้งหรือเปล่า....คริคริ...
ตอนหน้าเปิดตัวที่ปรึกษาค่า :)

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

184 ความคิดเห็น

  1. #123 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 22:05
    ห้าพันแปดพันยังเอานับอะไรกับยี่สิบล้าน
    #123
    1
    • #123-1 (@Philous) (จากตอนที่ 19)
      21 สิงหาคม 2562 / 22:35
      555 คุณย่าเราฉลาดมาก รู้ว่าต้องล่อหลานสาวคนเดียวด้วยอะไร 555
      #123-1
  2. #60 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 16:36

    พี่หมอจะมาแล้วววววใช่ไหมคะ อิอิ
    #60
    1
  3. #59 (@wachie130) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 11:15

    พี่อธิศร์จิกลับมาล้าววว เย้ๆๆ

    #59
    1