สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 17 : การบอกลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62

.....................................................

วันนี้เป็นวันอะไรกัน เรื่องราวต่างๆถูกเล่ามาให้ฟังทีละน้อย สตรีสูงวัยตรงหน้าฉันยังคงเหมือนภาพฝันที่ฉันจำได้เลือนราง ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าแม่จะยังคงติดต่อกับคุณย่าอยู่เสมอ ตั้งแต่ครั้งที่พ่อตายไป จดหมายทั้งหมดที่เป็นลายมือแม่ยังคงวางเปิดทิ้งไว้หลายฉบับกองอยู่บนเตียงนุ่มๆในห้องของไอ้ลม จดหมายที่จู่ๆคุณย่าก็เอามาให้ฉันอ่าน บางซองยังมีรูปถ่ายของฉันสมัยมัธยม และบางซองก็เป็นรูปถ่ายที่ฉันถ่ายคู่กับแม่ตอนวันจบการศึกษา สายตาของคุณย่าที่มองมาด้วยความหวัง...ใช่..เป็นความหวัง

“ ย่าไม่มีอะไรจะแก้ตัวทั้งนั้น ย่าเพิ่งรู้เมื่อเดือนก่อนว่า แม่ระรินจากไปแล้วด้วยมะเร็ง จดหมายฉบับสุดท้ายนั่นแม่รินเขาเขียนคล้ายบอกลา” สายตาคุณย่ามีน้ำตารื้นอยู่ในนั้น

“ ย่าเสียใจกับคำว่ารอ มาตลอดชีวิต ทิฐิทำให้ย่าคิดว่าตามัตถ์จะทนความเหนื่อยยากไม่ได้ และจะหอบลูกเมียกลับมาเอง แต่ย่าก็พลาด ย่ามัวแต่คิดว่าแม่ระรินจะมีชีวิตอยู่ไปอีกนาน ย่าคิดว่าย่าจะได้จดหมายเหมือนที่เคยได้รับในทุกเดือน...จนวันนี้ ยามที่ตู้จดหมายที่บ้านว่างเปล่า ย่าถึงเข้าใจว่า ย่าเฝ้ารอจะได้ฟังข่าวคราวของหลานแค่ไหน…” 

“ ย่าปล่อยให้ทิฐิมาครอบงำนานเกินไปแล้ว และย่าจะไม่ยอมเสียซินไปอีกแล้วลูก...ย่าขอโทษนะหลาน” เสียงนั่นสั่นเครือ คนตรงหน้ากำลังทำให้ฉันร้องไห้ แต่ฉันเบือนหน้าหนี น้ำตารื้นขึ้นมาทันที 

ถ้าทุกอย่าง...ไม่เป็นเพราะสตรีตรงหน้า พ่อ แม่ อาจจะยังอยู่กับฉันก็ได้ ฉันคงจะไม่ต้องเจอกับเรื่องราวแบบนี้ ! 

“ กลับไปกับย่าได้ไหมลูก กลับบ้านของเรากัน...ย่าจะดูแลซินเองให้เหมือนกับที่ย่ารักพ่อของเรามาก” 

“ หึ...ย่ารักพ่อมาก ! ...แต่ย่าก็ยังปล่อยให้พ่อลำบากมากว่า 20 ปี ! ย่าเป็นคนทำให้พ่อต้องตาย ! ” ประโยคที่หลุดออกมาจากฉัน มันแรงจนฉันเองยังตกใจ แต่มันใช่อย่างที่ฉันคิดจริงๆ

ร่างชราที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากร้องไห้ออกมาเบา ๆ 

“ ไอ้ซิน…. / คุณท่าน…” เสียงไอ้ลม และคุณพยาบาลดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่คุณพยาบาลจะทรุดตัวลงปลอบสตรีชรา

“ คุณยายกลับไปก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมจะพาซินกลับไปเอง” ไอ้ลมพยายามไกล่เกลี่ย แต่ฉันหันไปแว้ดกับมันทันควัน

“ใครบอกว่าฉันจะกลับไปอยู่กับคนแบบนี้ !” พายุอารมณ์ที่กำลังคลั่งปั่นป่วนอยู่ข้างในตัวฉัน ความอัดอั้นทำให้ฉันโพล่งทุกอย่างออกไปจนหมด 

“ ซินไม่ไปไหนทั้งนั้น คุณย่าไม่ได้เลี้ยงซินมา คุณย่าไม่มีสิทธิจะบังคับซิน ! ” ฉันตะโกนลั่นห้องพักของไอ้ลม

“ ซินเอ๊ย…. ถือว่าย่าขอร้องล่ะซิน กลับไปอยู่ด้วยกันกับย่านะลูก ย่าขอแก้ตัวกับทุกอย่างนะลูก ซินอยากได้อะไรย่าจะหามาให้ทั้งนั้น ขออย่างเดียวกลับไปอยู่กับย่านะลูก ” มือขาว ๆ ที่เหี่ยวย่นพยายามจะคว้าแขนของฉันไว้ 

“ ไม่ค่ะ ซินโตแล้วซินอยู่มาได้โดยไม่มีครอบครัวคุณย่า ซินไม่สะดวกใจที่จะอยู่กับคนที่เลือดเย็น ! ” 

“ โธ่...ถ้าไม่ฟังย่า ก็ขอให้ฟังแม่เราบ้างเถอะ แม่เขายังฝากฝังซินไว้กับย่า...” หญิงชราตรงหน้าน่าจะวัยใกล้ 80 น้ำตาที่นองหน้าอยู่ไม่ได้ทำให้ฉันใจอ่อนลงได้ 

น่าขำ..ถ้ารอมาได้ถึง 20 ปี ก็ต่างคนต่างไปตามทางเถอะ ฉันแค่นยิ้มใส่คนตรงหน้าท่ามกลางความตกตะลึงของไอ้ลม

“ย่าอยู่มาได้ตั้งนาน..โดยไม่มีซิน จากนี้ไป ต่างคนต่างไป ขอให้เราไม่ต้องเจอกันอีก ซินไม่ต้องการ ! ” 

“ ย่าผิดเอง...ที่ย่าไม่ฟังพ่อแก ถ้าแลกกับทุกอย่างในชีวิต ย่าก็อยากจะย้อนกลับไปแก้อดีต แต่จะให้ย่าทำยังไงลูกมันเป็นไปไม่ได้...ขอให้ย่าได้ไถ่บาปสักครั้งเถอะลูก…” เสียงกรีดร้องโหยไห้ของสตรีชราตรงหน้า น่าสมเพชแกนักไอ้ซิน…

แม่จ๋า พ่อจ๋า ครอบครัวที่ปราศจากความรักมันจะเรียก “ครอบครัว”ได้ยังไง ซินจะไปอยู่กับคนใจร้ายพวกนี้ได้ยังไงกัน

“ ขอโทษนะคะ เราไม่รู้จักกัน และอย่ามายุ่งกับชีวิตของฉันอีก!” ฉันตะโกนกร้าวใส่ร่างตรงหน้า

ไปไหนก็ได้...ฉันอยากไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด  ฉันหันหลังใส่คนบนวีลแชร์และเดินตรงไปจะคว้ากระเป๋าสะพายและข้าวของท่ามกลางความตกตะลึงของไอ้ลมและอีกสองสามคนตรงหน้า

แต่ทันใดนั้นเสียงคุณพยาบาลก็กรีดร้องขึ้น ฉันหันขวับไปมองตามเสียงนั้นแล้วก็ต้องตกใจ เพราะร่างชราจู่ๆก็ฟุบงุบหมดสติลงไปต่อหน้าต่อตา

“คุณท่าน ! ตายแล้ว! ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลเร็ว ! คุณท่านคะ คุณท่าน !  ” 

…………………………..

ความกระวนกระวายบางอย่างมันทำให้ผมไม่สบายใจเอาเสียเลย เมื่อติดต่อคนปลายทางไม่ได้ไม่ว่าจะโทรเข้าไปที่ห้องพักโรงแรม หรือว่าโทรเข้าโทรศัพท์มือถือ นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ นาฬิกาข้อมือบอกเวลาเกือบบ่ายสองแล้ว แต่ผมยังไม่ได้วี่แววใดๆจากยัยลูกแมวนั่นเลยสักนิด เจ้าหน้าที่โรงแรมบอกว่ายัยซินออกจากโรงแรมไปตั้งแต่สายๆแล้ว หายไปไหนนะ? 

“ จุงซาง..นายจะใช้ห้องอีกไหม…”  คังมินโฮ เพื่อนรักที่ช่วยจองห้องแล็ปพิเศษเดินมาถาม

“ขอโทษจริงๆนะมินโฮ...เราคงต้องยกเลิกไปก่อน เราติดต่ออาสาสมัครไม่ได้น่ะ” ผมพูดด้วยความกังวลใจนิดหน่อย หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับยัยลูกแมวหรือเปล่านะ 

“หรือว่า มาแล้วหลงทาง…” มินโฮพยายามช่วยคิด แต่ผมส่ายหน้าปฏิเสธ

“ เราส่งคนไปรับที่โรงแรม แต่เขาบอกว่าไม่เจอตัว และไม่อยู่ที่ห้องด้วย” สีหน้ากังวลของผมตอนนี้ห่วงเรื่องอื่นมากกว่า ยัยเด็กนั่นมีอะไรหรือเปล่านะ

“ เดี๋ยวเราขอตัวกลับก่อน ถ้ายังไงเดี๋ยวคืนนี้เราโทรหานายอีกทีนะ มินโฮ” ผมรีบรุดออกจากมหาวิทยาลัยไป อารามรีบร้อน ผมก้าวลงไปบนถนนแต่ก็ต้องกระโดดวูบหลบรถพยาบาลคันหนึ่งที่เลี้ยวปราดเข้ามาในโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย แต่ความสนใจที่จดจ่ออยู่กับยัยตัวร้ายนั่นทำให้ผมไม่สนใจอะไรอีก 

โรงแรมที่พักอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยนัก ราว 20 นาทีจากนั้น ผมก็กลับถึงล๊อบบี้ของโรงแรม ความสงสัยบางอย่างทำให้ตัดสินใจหยุดและเดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของโรงแรม

“...คือ...ผมพักห้อง 2201 นะครับ ผมมีน้องสาวคนหนึ่งที่พักด้วยกัน เธอสูงประมาณนี้.... เหมือนวันนี้เธอจะออกไปข้างนอก ไม่แน่ใจว่าเธอฝากข้อความอะไรถึงผมไว้บ้างไหม” 

“ เอ...ห้อง 2201 หรือคะ ใช่ น้องผู้หญิงตาโตๆ ที่สวมหมวกแก๊ปสีแดงหรือเปล่าคะ เมื่อช่วงสาย เธอมาถามทางไปสวนสาธารณะค่ะ” เจ้าหน้าที่คนเดิมส่งยิ้มหวานๆ ให้กับผม

หวังว่าคงแค่เที่ยวเพลินจนลืมเวลา...คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอนะยัยแมวเหมียว 

ผมยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะชักโทรศัพท์ออกมา

“ มินโฮ...เราเปลี่ยนใจแล้ว มาหากาแฟดื่มกันสักแก้วไหม เดี๋ยวเรากลับไปหาที่มหาลัย..”

………………..

รถพยาบาลวิ่งด้วยความรวดเร็วแต่เหมือนจะไม่ทันใจของทุกคนอยู่ดี ด้วยอายุที่มากแล้วการวูบหมดสติครั้งหนึ่งค่อนข้างอันตรายมาก ร่างชราที่อยู่รถเข็นเตียงของโรงพยาบาลถูกเจ้าหน้าที่ลากเข้าไปในห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว เสียงพยาบาลและแพทย์ภาษาเกาหลีดูวุ่นวายฟังไม่ได้ศัพท์ ฉันกับไอ้ลมได้แต่ยืนหน้าซีดอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เสียงคุยกันของแพทย์และการเดินเร็วๆเข้าออกหน้าห้องฉุกเฉินมันทำให้ฉันแทบบ้า คุยอะไรกันน่ะ อาการเป็นยังไงบ้างนะ มือที่กำแน่นของฉันถูกไอ้ลมกุมไว้เบาๆคล้ายปลอบใจ

แม้จะไม่เคยคุยกันดีๆ  แต่....เอาเข้าจริงๆ ในใจนั้นก็ร้อนรุ่มไปหมด

“ ไม่เป็นไรหรอกน่าซิน ถึงมือหมอแล้วคงไม่ต้องห่วงอะไรหรอก” เสียงไอ้ลมพยายามปลอบใจฉัน มือหนาของมันตบบ่าฉันเบาๆ และลูบไปมาอย่างกังวลไม่แพ้กัน

“แกโกหกฉันไม่ได้นะไอ้ลม…” ฉันพยายามขำๆ กับคนตรงหน้าที่ออร่ามันบอกว่ามันก็กังวลไม่แพ้ฉัน แต่ยังอุตส่าห์โกหกเพื่อปลอบใจ

ถ้าเกิดว่าคุณย่าเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ฉันจะทำยังไง…. 

ฉันไม่คิดเลยว่าการพูดจาแรงๆแบบนั้นไปจะทำให้คุณย่าวูบไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งที่ติดตามคุณย่ามาด้วยยืนเยื้องไปด้านหลัง ฉันไม่เคยรู้จักคนนี้มาก่อน แต่จังหวะนี้ก็ต้องถามกันตรงๆแล้ว

“ คุณย่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้างคะ” เสียงฉันที่ดังขึ้นคงปลุกเขาออกจาภวังค์ ร่างนั้นสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปาดน้ำตาที่รื้นๆอยู่พลางก้มหัวและตอบคำถามฉันรวดเร็ว

“คุณท่านมีโรคประจำตัวหลายโรคครับ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและระยะหลังมีอาการมึนงงบ่อยขึ้นด้วยครับ คุณหนูมินตรา..” 

คำสุดท้ายของประโยคนั้นทำเอาฉันใจหล่นวูบ ย่าป่วย...ขนาดนี้เลยหรือ แล้วยังฝืนมาตามหาฉันที่เกาหลีอีก 

บ้าชะมัดเลย...ถ้าพ่ออยู่ ป่านนี้ไอ้ซินโดนหวดไม่ยั้งแน่ โทษฐานทำให้ย่าเข้าโรงพยาบาล…

“ คุณท่านรักคุณหนูมินตราจริงๆนะครับ ท่านเก็บรูปถ่ายคุณหนูตอนเด็กไว้ในกระเป๋าสตางค์ของท่านเสมอ จนกระทั่งเดือนก่อนคุณท่านทราบข่าวว่าคุณระรินเสียแล้ว ท่านรีบสั่งให้พวกผมตามหาคุณหนู แต่ก็คลาดกันไปคลาดกันมาจนกระทั่งรู้ว่าคุณหนูเดินทางมาเกาหลี คุณท่านเลยรีบจองตั๋วเครื่องบินและรีบมาทันทีครับ” 

เสียงประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก ทีมแพทย์หลายคนเดินออกมา ฉันมองหาคุณขจิต พยาบาลประจำตัวของคุณย่าที่เข้าไปข้างในด้วย สีหน้าของคุณพยาบาลดูไม่สู้ดีนักแต่คล้ายจะโล่งอกขึ้นบ้างเมื่อเห็นฉันยืนรออยู่ด้านหน้า

“คุณท่านได้ยากระตุ้นความดันแล้วค่ะ ท่านเพิ่งฟื้นเมื่อสักครู่นี้เอง ท่านอยากพบคุณหนูค่ะ” ฉันยังยืนนิ่งขึงอยู่อย่างนั้นจนไอ้ลมต้องกระตุกมือแรงๆ 

“ซิน...ไปเถอะ ไปคุยกับย่าให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้มันคาราคาซังแบบนี้เลย” เสียงไอ้ลมทำให้ฉันต้องคิด

ร่างที่นอนอยู่บนเตียงรพ.มีสีหน้าซีดเซียวแต่ยังพอมีสีเลือดมากกว่าเมื่อครู่อยู่บ้าง มือเหี่ยวย่นข้างหนึ่งคว้าข้อมือของฉันไว้แน่นราวกับกลัวว่าฉันจะหนีหายไป

“ย่าขอโทษนะซิน...ย่าเสียใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น...” มือนั้นยกชี้ขึ้นโบกเบาๆไปทางคุณพยาบาล ก่อนจะที่คนในชุดสีขาวจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างเอวหยิบกระดาษที่พับไว้ออกมายื่นให้ฉัน 

เกือบ 20 นาทีที่ฉันพูดอะไรไม่ออก จดหมายฉบับสุดท้ายบอกชัดว่า ย่าพูดจริง…

แม่..พยายามรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างฉันกับคุณย่า ทุกอย่างบอกชัด แม่รักและห่วงฉันมากเพียงใด

จดหมายฉบับสุดท้ายแม่คงเขียนก่อนเข้าโรงพยาบาลไม่นาน คล้ายจะกล่าวลาคุณย่า ประโยคสุดท้ายแม่เขียนราวกับว่าจะรู้นาฬิกาชีวิตของตัวเองดี ฝากฝัง...ลูกสาวและสายเลือดเพียงคนเดียวของปรมัตถ์ ให้คุณย่าด้วย…

ทุกอย่างมันจุกในอก พูดอะไรไม่ออก  ความสูญเสียที่เพิ่งจางหายไปไม่นานมันตีกลับขึ้นมาใหม่

ฉันไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ออร่าคนตรงหน้าบอกชัด แม้จะไม่อบอุ่นสดใสเหมือนคุณพ่อ แต่มีบางอย่างที่ละม้ายคล้ายกันอยู่ในที ออร่าสีน้ำตาลอ่อนปนส้มที่บอกถึง แต่วันนี้มีสีฟ้าอ่อนอมเทาแซมด้วย สีที่บอกถึงความเศร้าและเสียใจ 

คุณย่า...กำลังเสียใจอยู่จริงๆ 

คำสอนของพ่อย้อนกลับมาในหัว...

“ คนเรานะลูกก็อาจทำผิดครั้งที่หนึ่งได้ แต่เราต้องไม่ทำผิดซ้ำสอง” พ่อสอนฉันไว้อย่างนั้น

“ แล้วถ้าหนูเผลอทำผิดครั้งที่สอง พ่อจะทำยังไง” ฉันในวัย 12 ขวบ นั่งออดอ้อนร่างสูงที่อ่านหนังสือพิมพ์

“ ถ้าหนูลืมจริงๆ พ่อก็ยังให้อภัยได้ แต่ต้องไม่มีครั้งที่สามนะลูก” พ่อยกมือขึ้นยีหัวฉันอย่างเอ็นดู

“ ...แล้วถ้าเกิดมีครั้งที่สามละคะ..” ฉันเกาะเอวคนตรงหน้าและหัวเราะตาหยี

“ พ่อจะไม่คุยกับซินอีก เพราะถือว่าหนูเป็นไม้แก่ที่ดัดยาก สอนไม่ได้ เปล่าประโยชน์ที่จะคุย”

….คุณย่าแค่ทำผิดครั้งแรกใช่ไหมคะพ่อ  ซินควรให้โอกาสกับคุณย่าใช่ไหม

ฉันระบายลมหายใจยาว ก่อนจะมองคนตรงหน้า  เสื้อผ้าหน้าผมของคุณย่าบอกชัดถึงฐานะที่พรั่งพร้อมมีอันจะกิน แต่สีหน้าที่ซูบซีดก็บอกชัดถึง “ทุกข์” ที่แปะหน้าผากชัดเจน คุณย่าอาจสุขกายแต่คงไม่สุขใจ

“ คุณย่าตรวจสุขภาพล่าสุดเมื่อไหร่คะ ” ฉันหันไปถามคุณพยาบาลที่ยืนอยู่ข้างๆน้ัน ร่างนั้นมีท่าทีอึกอักเล็กน้อยก่อนจะมองที่คุณย่าคล้ายขออนุญาต ร่างนั้นพยักหน้าก่อนจะหลับตาลงนิ่งๆเป็นเชิงยินยอม

“ จริงๆ คุณท่านจะต้องเข้าผ่าตัดหัวใจสัปดาห์หน้าค่ะ แต่คุณท่านไม่ยอมผ่าตัดถ้าหาคุณหนูมินตราไม่เจอ” 

“ ย่าไม่อยากต้องค้างคาใจก่อนผ่าตัด ย่ากลัว...กลัวว่าถ้าพลาด...ย่าจะไม่ทันจะได้เห็นหน้าเรา…” 

มือเหี่ยวย่นนั้นลูบข้อมือฉันไปมา 

“ ….เห็นซินแล้ว..ย่าก็ยิ่งคิดถึงตามัตถ์ เราน่ะถอดพิมพ์เดียวกันมาจริงๆ..ใจเด็ด..เหมือนพ่อไม่มีผิด…” น้ำตาไหลรินช้าๆจากหางตานั่น ทำให้ฉันสะอึกในใจ

ก่อนที่จะได้พูดอะไรกันต่อ คุณหมอห้องฉุกเฉินร่างท้วมในชุดกาวน์เดินตรงมาหาฉันและคุณย่า ภาษาอังกฤษสำเนียงเกาหลีแม้จะแปร่งแต่ชัดเจนว่าคุณหมอต้องการบอกอะไร ตอนนี้สภาพหญิงชราปลอดภัยสำหรับการเดินทาง แต่ไม่มีอะไรที่ยืนยันได้ว่าจะเกิดเหตุแบบนี้อีกเมื่อไหร่ และคราวหน้า...อาจไม่โชคดีแบบนี้

“ คนไข้สูงอายุแล้ว การผ่าตัดมีความเสี่ยง แต่ถ้าครอบครัวตัดสินใจแล้วว่าจะผ่าตัด...ควรรีบกลับไปให้เร็วที่สุด...หมอบอกได้เท่านี้” ประโยคของคุณหมอยังคงอยู่ในหัวของฉัน 

เข็มนาฬิกาเดินอยู่ตลอดเวลา นาฬิกาทรายของบางคนจะหยุดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

รสชาติความสูญเสียคราวก่อนยังขมปร่าในความรู้สึก ….

คุณย่า...สายสัมพันธ์สุดท้ายในโลกของฉัน

ฉันนิ่งคิดหลายตลบก่อนจะกลืนความรู้สึกต่างๆ ลงไป  วันนี้ฉันรับปากกับใครคนหนึ่งไว้แต่ก็ยังไม่ทันได้ทำตามสัญญา แต่ถ้าต้องชั่งน้ำหนักระหว่างชีวิตหนึ่งและคำสัญญา ..คำตอบชัดเจนอยู่แล้วว่า ฉันควรเลือกอะไร…

และแล้วก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า กระเป๋ากางเกงว่างเปล่า โทรศัพท์มือถือร่วงไปตอนไหนก็ไม่รู้ อาจคงกลิ้งไปอยู่ตรงซอกไหนสักแห่งบนเตียงไอ้ลมตอนนั้น...

เฮ้อ….เทวดา...แกล้งกันใช่ไหมเนี่ย ! ....แล้วจะบอก “เจ้านาย” อย่างไรดี....

ฉันหันไปขอกระดาษเปล่าใบหนึ่งจากเคาน์เตอร์คุณพยาบาล และเขียนบางอย่างลงในนั้น แล้วจะพับเป็นแผ่นเล็กๆ แนบพร้อมกับล้วงคีย์การ์ดโรงแรมออกมามองนิ่งๆ ก่อนจะตัดสินใจยื่นทั้งสองอย่างให้คนตรงหน้า

“ คุณขจิตคะ...ซินมีเรื่องขอรบกวนหน่อย ” ฉันตัดสินใจแน่วแน่ 

“มีกระเป๋าเดินทางของซินอยู่ในตู้เสื้อผ้าด้านขวา...และฝากคุณขจิตแปะกระดาษแผ่นนี้ไว้หน้าห้องนั้นด้วยคะ..”

ฉันถอนหายใจยาว….

การบอกลา…เป็นสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด โดยเฉพาะต้องกล่าวลาคนที่ฉันถูกชะตา ไม่รู้เหมือนกันว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะพาฉันไปที่ไหน 

สายลมแห่งชีวิตกำลังจะเปลี่ยนแปลง นี่จะเป็นลมตะวันตกที่พัดพาความรื่นเริงยินดีและสดใสหรือเปล่ายังยากที่จะรู้...คงมีแต่คนบนฟ้าเท่านั้นละมั้งที่จะบอกฉันได้....

………………………………………………………………

สารจากไรท์
เป็นสัปดาห์ที่ชีวิตของไรท์ก็วุ่นวายที่สุด และเป็นช่วงเดียวกับที่ซินว้าวุ่นใจที่สุดเช่นกัน
เราสองคนมีวิญญาณเดียวกันหรือเปล่านะยัยซิน...
ตอนหน้าเราจะย้ายกองถ่ายกลับไปเมืองไทยแล้วค่า ^^ ภาคดราม่าจบแล้ว ที่เหลือเป็นคอมเมดี้และลุ้นระทึกนิดๆ :)
รักกันวันละนิดๆ ก็เพียงพอนะคะ ^^

....................................................................

นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

187 ความคิดเห็น

  1. #121 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 21:31
    จากกันแบบนี้เลยหรอ อีกเป็นปีกว่าหมอจะเรียนจบ
    #121
    1
    • #121-1 (@Philous) (จากตอนที่ 17)
      21 สิงหาคม 2562 / 22:34
      เมื่อต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยของย่า กับสัญญากับพี่หมอ..นางเลือกความปลอดภัยของย่าไว้ก่อนค่า :)
      #121-1
  2. #56 ณริสา 七夕 (@nfornan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 13:24

    โอ๊ยแอบมีน้ำตาคลอ ทำไมบทนี้เศร้าค่ะ สงสารคุณย่านะ แต่คุณย่าก็ทำให้น้องเสียคนสำคัญไป แงงงงงสะเทือนใจแรงค่ะ

    #56
    0
  3. #55 นับดาวจอมเพ้อ (@wachie130) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 10:06

    แง้ ต้องกลับเมืองไทยแล้วเหรอ สงสารพี่ธิศร์อ่ะค่ะ โดนยัยซินเท แต่นางก็มีเหตุผลของนางอ่ะเนอะ


    รอชมพาร์ทเมืองไทยค่า ^^

    #55
    0
  4. #54 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 09:59
    หมอวุ่นวายใจด้วยไหม อิอิ
    มี ตัว ใ เกินมานะคะ
    #54
    0