สัญญารักพัลวันของนังซิน ++ Oh ! My SyN ?!? ++

ตอนที่ 14 : คนเหงาสองคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62

...................................................................................

“ไอ้ซิน...กว่าจะโทรมา ! รอตั้งหลายชั่วโมง” เสียงไอ้ลมบ่นพึมพำ มาตามสาย

“ ก็สัญญาแล้วไงว่าจะโทร แกก็ตื่นตูมไปได้…” ฉันเปรยขึ้นก่อนจะมองตามแผ่นหลังของคนที่เดินนำหน้า บ่ายคล้อยแล้ว แสงสีส้มของพระอาทิตย์ค่อยๆส่องกระทบใบเมเปิลสีแสดนั่น ทุกอย่างตรงหน้าฉันกลายเป็นพรมสีแสดปนเหลืองละมุน

“ กำลังจะบอกว่า มีคนตามหาแกน่ะไอ้ซิน !

“บ้าสิ...ใครมันจะตามหาศิลปินไส้แห้งอย่างฉัน อย่ามาอำกันดีกว่า” ฉันอดไม่ได้ที่จะขำเบาๆ

“เฮ้ย...ไม่ได้อำ มีคนมาตามหาแกถึงห้องฉันเมื่อเช้า เขาว่าเขาทำงานให้กับย่าแก”

บ้าไปแล้วแน่ๆ “คุณย่า”จะมาตามหาฉันไปทำไม ถ้าไอ้ลมไม่พูดขึ้นมา ฉันคงลืมไปแล้ว ภาพสตรีชราร่างเล็กๆแบบชาวจีน ผิวขาวผ่องเป็นยองใยมีน้ำมีนวล ผมสีดอกเลาค่อนไปทางสีเงินสวย แม้จะมีริ้วรอยแห่งความชราแต่ดวงตาทั้งคู่ยังคมกริบ แต่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่พบกลับเป็นงานศพของพ่อ ขณะที่ฉันอายุเพียง 14 ปี

“กราบคุณย่าเสียสิลูก...” เสียงแม่ระรินกระซิบข้างหู

สายตาของคุณย่าในวันนั้นยังฝังตรึงในความทรงจำ หางตาเหี่ยวย่นเปียกชื้นด้วยน้ำตา

ความสูญเสีย...เกิดกับทุกคน

ฉันสะดุ้งทันควันเมื่อมือนุ่มเอื้อมมาลูบศีรษะเบาๆ กระแสบางอย่างที่อุ่นวาบผุดขึ้นกลางใจ ออร่าสีน้ำตาลแต่ปนด้วยสีเขียวและสีแสดผสมกัน ทั้งแปลก ทั้งอบอุ่นแต่ก็เจือความร้าวรานไปพร้อมๆกัน ฉันเงยหน้ามองคนตรงหน้า ยังไม่ทันจะได้คุยอะไร มือหนึ่งก็แทรกเข้ามาดึงตัวฉันออก

สตรีวัยราว 40 ปลายผมซอยสั้น สวมแว่นตา ดูท่าทางจะเจ้าระเบียบเปรยขึ้นเบาๆ ก่อนจะเชยคางฉันมองอย่างพิจารณา

“นี่หรือ ลูกตามัตถ์” ปรมัตถ์ หรือ มัตถ์ เป็นชื่อของคุณพ่อ แต่เพราะออร่าสีแดงอมชมพูเข้มและออกจะเจือสีดำจาง ๆ ของคนตรงหน้า ช่างชวนอึดอัดและทำให้ฉันไม่อยากเข้าใกล้คนนี้

แต่ก็แปลกนักที่ผู้หญิงตรงหน้ากลับยิ้มหวานให้กับฉัน คล้ายจะเอ็นดูฉันเสียเหลือเกิน

“แหม...หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูนะเราน่ะ หลานป้า นี่ป้ารตีนะ เป็นพี่สาวของพ่อเธอ ” มือที่เอื้อมมาหยิกแก้มฉันเบาๆ มันบอกชัด...ความเกลียดชังรุนแรง ชัดมาก น่าทึ่งที่บางคนสามารถแยกการกระทำและความคิดออกจากกันได้

“ คุณป้าไม่ได้เอ็นดูซินจริง ๆ สักหน่อยนี่คะ แล้วจะมาชมทำไม ! ” ฉันในวัย 14 ปี โพล่งออกไปตรงๆ

ไม่ต้องเดาหรอก เพราะเรื่องราวในวันนั้นจบไม่สวยสักเท่าไหร่ คุณย่าถูกคุณป้าปานรตีพากลับบ้านทันควัน เรายังแทบไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ คุณย่า...ที่มีออร่าคล้ายกับพ่อ...

…………………………………..

“ ไอ้ซิน...จะเอายังไงต่อ จะคุยกับเขาไหม ฉันจะให้เบอร์ไป”

“ ไม่ ” ฉันปฏิเสธทันควันกับคำถามนั้น  คนที่ฉันยังจำหน้าแทบไม่ได้ นึกอย่างไรอยากตามหาฉัน

“ ตามใจ แล้วนี่แกจะเที่ยวคนเดียวอีกกี่วัน ถึงจะเสด็จมาหาเพื่อนได้ ข้างี้อุตส่าห์จะพาทัวร์กรุงโซลเสียหน่อย ”

“ ขอเวลาสักสองวันแล้วเดี๋ยวเราไปหาเอง ตอนนี้แกก็สับรางรถไฟไปพลางๆก่อนก็แล้วกัน”

ใครจะบอกมันล่ะว่า มาค้างอ้างแรมกับคุณหมอแปลกหน้า  

ถ้าไอ้ลมรู้เข้าละก็ ดีไม่ดี เผลอๆมันอาจจะลากฉันกลับทันทีเสียด้วยซ้ำไป

แต่...ถ้าเป็นอย่างนั้น งานและเงินตั้ง 16,000 บาท อาจจะหายวับไปกับตา เงินเนี่ยเลี้ยงตัวได้ตั้ง 4-5 เดือนเชียวนะ !

“ งั้น...เดี๋ยววันนี้เราไปหาก็ได้ อยากกินข้าวด้วยว่ะ” จู่ๆ คุณชายลมก็ใจดีขึ้นมา

“ไม่ด้ายยยย !!!” ฉันร้องเสียงหลง

“ อะไรของแกวะไอ้ซิน ? ” ไอ้ลมชักสงสัย

“ คือ ..ว่า...แกไม่ต้องรีบมาเลี้ยงข้าวตอนนี้หรอก สู้เอาตังค์ไปสั่งลาแม่รถไฟเกาหลีสุดเซ็กซี่ของแกเหอะ” ฉันรีบลนลานปฏิเสธ

“ โห...ท่าทางวันนี้หิมะคงตกกลางกรุงโซลแน่ๆ ไอ้กริปฮุคซินปฏิเสธการเลี้ยงข้าว ! ” รายนั้นยังไม่วายสัพยอก

“ อย่ามาขำ เราก็แค่ยืดชีวิตกระเป๋าตังค์นายไปอีกวันหนึ่งน่ะ” ฉันต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ ตามใจ... เที่ยวให้สนุกเถอะไอ้ศิลปินสุดติสต์ แล้วรีบมาล่ะจะได้มาจัดปาร์ตี้เรียนจบด้วยกัน อยากฉลองจะแย่แล้ว”

เจ้าตัวหัวเราะก่อนจะวางสาย ถ้าไม่พูดเรื่องนี้ฉันคงลืมไปแล้วว่า นี่เป็นปาร์ตี้สุดท้ายก่อนคุณชายลมจะต้องกลับบ้าน

ฉันถอนหายใจพรูใหญ่ รอดไปทีนะ เหลือเวลาทำงานอีกแค่วันครึ่ง...ก็จะเป็นอิสระพร้อมกับเงินก้อนโต

แต่ทำไม...มันอดเหงาๆไม่ได้ เมื่อนึกถึงวันพรุ่งนี้จริงๆ…

……………………...


แสงสวยๆที่ตกกระทบหอคอยโซลทาวเวอร์และใบไม้เปลี่ยนสีที่พรูลงมาเป็นพรมสีแสดอมเหลืองส้มตลอดเส้นทางเดินในสวนนั้นสวยมาก  ผมปล่อยให้แม่นกแก้วเสียงใสนั่นคุยเจื้อยแจ้วกับเพื่อนเธอไปก่อน แต่พอไม่มีเสียงแจ้วๆ นั้น ผมกลับเผลอไปคิดเรื่องเดิมอีก

ถ้าจันทร์เจ้าอยู่ตรงนี้เธอคงนั่งม้านั่งตรงนั้นและก็หยิบกระดาษมานั่งเขียนเพลงแน่ๆ

สายลมเย็นสบายแห่งนัมซานพัดผ่านมาเบาๆ ปะทะกับใบหน้าคล้ายจะปลอบใจผม

แผลยังสดอยู่...ขอเวลาสักนิด...แล้วมันคงจะผ่านไปได้

แหวนเงินวงเล็ก ๆ บนนิ้วต้องประกายแสงอาทิตย์วูบวาบเข้าตา ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆถอดแหวนวงนั้นออกมาคลึงเล่นบนมือ วันก่อนผมถอดมันออกมาดูครั้งหนึ่งแล้ว แต่นี่คงเป็นครั้งสุดท้าย ผมเดาะแหวนเบาๆ มันเคยเป็นแหวนคู่...ที่ตอนนี้ไม่จำเป็นกับผมอีก

“ เฮ้...อย่าทำแบบนั้น!” เสียงยัยลูกแมวตะโกนมา

ผมหยุดเดาะแหวนนั่นก่อนจะหันไปมองคนโวยวาย ยัยลูกแมววิ่งกระหืดกระหอบตามมา

ขาสั้นจริงๆด้วยสิ...ยัยเตี้ยเอ๊ย

“ จะบ้าหรือ...ของมันตั้งแพง คุณจะปาทิ้งได้ไง เงินไม่ได้หาง่ายๆนะคุณ อย่ามาทำเป็นพระเอกมิวสิคน่า” เจ้าตัวกรากเข้ามาคว้าแขนผมไว้หมายจะยุดมือที่ถือแหวนวงนั้นอยู่

“เขาไม่รักเรา ก็ไม่เห็นต้องปาแหวนทิ้งสักหน่อย แหวนมันไม่ได้ผิดอะไร คุณแค่ให้มันผิดคนก็เท่านั้น เก็บไว้สิ เก็บไว้สำหรับคนต่อไปของคุณ” แววตากลมโตตรงหน้าแสนจะจริงจังกับทุกคำพูด

“ หรือถ้าไม่อยากเห็นมันจริงๆ ประกาศขายก็ได้นี่ อย่างน้อยก็ได้เงินคืนมั่ง ”

ประโยคที่รัวๆไม่หยุดเว้นวรรคนั่น ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะปล่อยพรืดออกมาเบาๆ

ยัยกะเปี๊ยกนี่..คิดเป็นเงินเป็นทองขนาดนี้เชียว แม้แต่แหวนของคนอื่นนี่นะ ?

“ จะบ้าหรือ..ดูหนังมากไปหรือเปล่า ผมไม่ได้ร่ำรวยอะไรขนาดจะปาของแพงๆอย่างนี้ทิ้งนะคุณ ก็แค่จะเก็บมันออกจากนิ้วก็แค่นั้นเอง เพราะมันไม่จำเป็นอีกแล้ว” ผมยิ้มขำและมองคนเตี้ยที่อ้าปากค้างอย่างนั้น ก่อนจะย้ำช้าๆ ชัดๆให้ฟังอีกรอบ

" ผมไม่ได้คิดจะปาแหวนทิ้ง..."

ดูท่า ผมคงทำยัยลูกแมวหน้าแตก ดังเพล้ง….เพราะจากลูกแมวกลายร่างเป็นสตรอว์เบอร์รี่ไปแล้ว

เออ...เวลาอายนี่ เห็นชัดดีแฮะ นี่ละมั้งที่แม่เคยบอก แก้มแดงยังกับลูกตำลึง

“ แต่ยังไงก็ขอบใจที่เตือนผม ขอบคุณนะ” ผมยิ้มให้กับคนตรงหน้า ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นมาแกล้งขยี้หัวฟูๆนั่นจนยุ่งเหยิง แล้วก็ต้องกลั้นหัวเราะไว้ข้างในเมื่อคนตรงหน้าพยายามปัดมือผมออก ก่อนจะทำตาเขียวปั๊ดใส่

“ อ๊ะๆ ! อย่าโกรธสิ ก็บอกแล้วว่าห้ามแตะตัว นี่คือการเอาคืน…” ผมหัวเราะพลางล้อคนตรงหน้าที่ทำหน้าคว่ำปากยื่นเป็นม้าหมากรุก

ทำไมอยู่กับยัยลูกแมวจอมซนนี่ ผมถึงสบายใจนักนะ เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เด็กที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก ชอบก็บอกชอบ แกล้งก็บอกแกล้ง...ใช้ชีวิตแบบง่ายๆ ตรงไปตรงมากับความรู้สึกตัวเอง…

ถ้าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมเจอกับยัยลูกแมว หลังจากนี้คงเหงาเหมือนกัน

เฮ้ย...ผมคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่คิดแบบนี้....

………………..

สารจากไรท์
ถ้าจะเหงา ก็คงเป็นเพราะเสียดายที่มีเวลาน้อยเกินไปละมั้ง คุณหมออธิศร์ ..น้องซิน
ความละมุนบางอย่าง มันสัมผัสได้ด้วยหัวใจจริงไหม ^^
คนหนึ่งเจอแผลสดมาได้ 2 วัน มาเจออีกคนที่สร้างเสียงหัวเราะให้โดยไม่ตั้งใจ
จะมีอะไรที่อุ่นใจไปกว่าการมีเพื่อนที่เข้าใจในความทุกข์และสุขของเรา จริงไหมคะ
ตอนหน้า....ซีนหวานแบบไม่ตั้งใจก็มา ใครจะหน้าแดงกันนะ ...แล้วพบกันวันศุกร์ค่ะ :)
...................................................................
นวนิยายเรื่องนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในนวนิยายไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

188 ความคิดเห็น

  1. #118 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 20:43
    เอ๋ยังเหลือครอบครัว
    #118
    1
    • #118-1 (@Philous) (จากตอนที่ 14)
      21 สิงหาคม 2562 / 22:33
      ใช่คร้า พ่อน้องซินทะเลาะกับที่บ้านและเลือกเส้นทางชีวิตตัวเองกับครอบครัว ;)
      #118-1
  2. #48 นับดาวจอมเพ้อ (@wachie130) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 10:31

    น่าสงสารยัยซิน หน้าแตกกระจาย 555


    นิดนึงนะคะพี่เรือน หลังเครื่องหมายไม้ยมก น่าจะเว้นวรรค 1 เคาะนะคะ (คุณมิรันเคยว่าไว้)


    แล้วก็คำว่า กราก เข้ามา... น้องว่าถ้าใช้คำว่า ปราด จะฟังดูลื่นไหลกว่านะคะ ^^

    #48
    1
    • #48-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 14)
      18 มิถุนายน 2562 / 13:13
      ขอบใจนะจ๊ะนับดาว...งานนี้มีหน้าแตก..แต่นางเขินแบบน่ารักอ่า คราวหน้าใครจะหน้าแดงกันน้าาาาา มารอลุ้นกันค่า
      ส่วนจุดอื่นๆ พี่คงพิมพ์เพลินไปหน่อย เดี่ยวแก้ไขนะคะ ขอบใจเน้อ ^^
      #48-1
  3. #47 ณริสา 七夕 (@nfornan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 10:03

    แนะนำค่ะคุณหมอ จ้างเพิ่มค่ะฮ่าๆๆๆ

    #47
    1
    • #47-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 14)
      18 มิถุนายน 2562 / 13:12
      แหม..คุณหมอเขาไม่จ้างหรอกค่า...แต่มัดตัวซนไว้กับหัวใจน่าจะดีกว่า ฮิ๊ววววว
      #47-1
  4. #46 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 09:50
    รออ่านนะ
    #46
    1
    • #46-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 14)
      18 มิถุนายน 2562 / 13:11
      ขอบคุณมากๆนะคะ ทุกคอมเม้นต์ของนักอ่าน ทำให้วันนี้เป็นวันดีๆของเรือนแก้วเลยค่ะ :)
      #46-1
  5. #45 Ciel En Rose (@jingin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 09:25
    ละมุน เขาเริ่มสนิทกันแล้ว
    ถ้าจากกันแล้วจะเป็นไงอ่า วงวารล่วงหน้า555
    #45
    1
    • #45-1 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 14)
      18 มิถุนายน 2562 / 09:34
      นั่นจิ...จะจากกันแบบไหนเน้อ..แต่ก่อนจะจากกันมันต้องมีซีนหวานๆ หลุดๆ หน่อยๆ เนอะ 555
      #45-1