ทาส [ฟิคSJ] [WonHyuk] [SJ]

ตอนที่ 8 : พิษรัก​แรงหวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 ต.ค. 63

หลวงวิวัฒน์อากรออกไปราชการแต่เช้าตรู่ ยามเดียวกับที่แม่นายของเรือนออกมาใส่บาตรที่ท่าน้ำ เจ้าจ้อยตามมาส่งคุณหลวงขึ้นเรือสำปั้นแล้วก็อยู่ช่วยคุณนายชั้นตักบาตร หลานชายคุณนายนั้นนึกอย่างไรก็ไม่ทราบหันมากำชับผู้เป็นย่า

 

“กระผมฝากจ้อยด้วยขอรับคุณย่า”

 

หากคุณนายชั้นกลับเข้าใจไปคนละทางกับชายหนุ่ม นางยิ้มขันแล้วว่า


“กลัวมันไปเที่ยวเล่นล่ะซี อย่าห่วงเลยวันนี้ย่าว่าจะเอาพวกตลับหมากมาขัดไว้ไปวัดเสียหน่อย ให้เจ้าตัวดีนี่แหละขัดให้ รับรองเฝ้าเรือนไม่มีไถล พ่อช่วงอย่าห่วงเลย”

 

คุณหลวงหนุ่มลอบถอนใจ แม้จะเข้าใจกันไปคนละทาง แต่ก็มั่นใจได้ว่าเจ้าจ้อยจะอยู่ในเรือนใหญ่ ไม่ออกไปตามท้องร่องท้องสวน หรือ เล่นทุ่งตามสระบัว หลังจากเรื่องนางหยาดซาไปจนคนในเรือนเลิกโจษจัน เจ้าจ้อยก็มีเรื่องให้เสียใจใหม่ ด้วยหนอนด้วงที่มันยื้อแย่งมาเลี้ยงจากโรงครัวนั้นเติบใหญ่กลายเป็นด้วงโตเต็มวัยแล้ว ‘หนี’ ออกไปจากชานอ้อยที่มันเลี้ยงไว้ เจ้าตัวน้อยร้องไห้ร้องห่มเสียยกใหญ่ ร้อนถึงคุณหลวงผู้เป็นนายต้องให้บ่าวเด็กๆอีกสองสามคนไปจับหนอนด้วงมาใหม่ให้ทาสประจำตัว ปากก็สั่งเจ้าตัวว่า

 

“ให้เด็กๆไปจับน่ะดีแล้ว ท้ายสวนฟากขะโน้น ติดกับที่ดินคุณอาชื่น จ้อยไปเดินท่อมๆคนเดียว ไม่ใคร่จะดี”

 

เจ้าตัวมองเขาด้วยดวงตากลมแป๋ว มือก็ประคองชานอ้อยที่บรรจุหนอนด้วงตัวอวบๆหลายสิบตัว

 

“ไม่ดีอย่างไรเล่าขอรับ”

 

ชายหนุ่มถอนหายใจ มองหน้าสวยหวานเกินชายของมันแล้วนึกหวั่นถึงลูกชายหลวงไชยอาสา ก่อนพูดไม่ตรงกับใจเท่าไรว่า

 

“ประเดี๋ยวเขาจะหาว่าเรารุกแดนของเขา จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ คุณชัดก็เป็นคนพาล อย่ามีเรื่องกันจะดีกว่า ถ้าจ้อยเจอคุณชัดหรือพวก เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเสีย ถือเสียว่าฉันสั่ง”

 

“ขอรับคุณหลวง”

 

เจ้าจ้อยนั้นช่วยแม่นายขัดตลับหมากอยู่ครู่ใหญ่จวบจนเวลาพระฉันเพล บ่าวชายคนหนึ่งก็ขึ้นเรือนมาด้วยทีท่าตื่นๆ

 

“แม่นายขอรับ คุณชัดมาขอพบ”

 

ยังไม่ทันที่เจ้าของเรือนจะเอ่ยปากบอกอนุญาต ผู้ที่มาขอพบก็ก้าวอาดๆขึ้นมาเสียก่อน คุณนายชั้นแม้จะขุ่นใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงยึดถือธรรมเนียม ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ

 

“ว่าอย่างไรเล่าพ่อชัด มีธุระปะปังกระไรกับฉัน”

 

ลูกชายหลวงไชยอาสายิ้มแค่ปากหากไม่ถึงดวงตาแล้วกล่าวว่า

 

“วันก่อนกระผมล่วงเกินคุณย่าอยู่สักหน่อยเรื่องนังหยาด วันนี้เลยว่าจะมาขอขมาลาโทษ”

 

ชายหนุ่มว่าแล้วก็นำของที่ตระเตรียมมาทำพิธีขอขมาคุณนายชั้น

 

“มาลัยนี่นังหยาดมันร้อยเองกับมือ เสียดายมันมากราบเองไม่ได้”

 

คุณนายกล่าวขอบใจเรียบๆแต่ก็อดดักคอหลานนอกไส้ไม่ได้

 

“มาไม่ได้เพราะกลัวข้าเห็นรอยช้ำที่พ่อชัดตีมันรึ”

 


ชายหนุ่มชักสีหน้าเล็กน้อยแต่ก็รีบปรับเปลี่ยนทันที

 

“ตบตีกระไรกันขอรับ หมาที่ไหนมันมาฟ้องคุณย่า นังหยาดมันเซ่อซ่าตกกระได ขาเลยเจ็บ เดินไม่ได้ก็เท่านั้น”

 


คุณนายชั้นทำเสียงอย่างหนึ่งกึ่งเยาะในลำคอ แต่ลูกชายหลวงไชยฯก็หาได้เก็บขึ้นมาใส่ใจไม่ ร่างสูงใหญ่นั้นหันไปสนใจคนที่เอาน้ำดื่มมาวางให้แล้วเลื่อนตัวไปนั่งขัดตลับหมากง่วนอยู่ไม่ไกล ผิวขาวลออตานั้นพอมองใกล้ๆ ดึงดูดใจกว่าผิวเนียนสีน้ำผึ้งของนางหยาดเป็นไหนๆ แม้แขนขาวจะไม่ได้กลึงเกลี้ยงราวกับสตรี แต่กล้ามเนื้อของวัยหนุ่มน้อยก็ไม่ได้เป็นมัดใหญ่อย่างชายฉกรรจ์ แก้มขาวใสแดงรื่อ ยามออกแรงขัดตลับน้อยนั้นชวนมองอยู่มิใช่น้อย คนเจ้าชู้ก็คือคนเจ้าชู้อยู่วันยังค่ำ เพื่อให้ได้นั่งจ้องทาสหนุ่มน้อยเป็นเวลานาน คุณชัดเลยชวนคุณนายชั้นคุยอย่างไม่ติดขัด โดยไม่สนใจว่าคุณนายชั้นจะอยากเสวนากับตนหรือไม่

 


“นั่นคุณย่าให้บ่าวขัดตลับหมากรึขอรับ จะไปงานบุญใหญ่ที่ไหน บอกกระผมด้วย เผื่อ…”

 


“ทำไม บอกแล้วพ่อชัดจะไปรึ ทำบุญน่ะ ทำด้วยใจนะ ไม่ใช่ทำเอาหน้า”


ชายหนุ่มชะงักงันไปนิด กัดฟันกรอดๆเมื่อถูกรู้ทันก่อนว่า

 


“กระผมจะนำความไปบอกคุณแม่ขอรับ เผื่อท่านอยากไป”

 

“อ้อ! แล้วไป”

 


“กระผมขอดูตลับหมากลายเครื่องถมนั่นได้รึไม่ขอรับ”

 


ว่าพลางยังไม่ทันมีผู้ใดออกปากอนุญาต ร่างสูงใหญ่ของลูกชายบ้านฟากขะโน้นก็ขยับมาใกล้ มือใหญ่ที่ทำทีจะจับตลับหมากเครื่องถมก็แตะเข้าที่มือขาวของคนที่จับตลับหมากอยู่ก่อน ยังไม่ทันจะได้ลูบคลำอย่างใจคิด เสียงทรงอำนาจของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

“จ้อย!!”

 

เจ้าจ้อยสะดุ้งตกใจ สลัดมือที่เกาะกุมตัวไว้แต่ก็ไม่หลุด เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมืออย่างตื่นๆ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณชัดจึงมายื้อยุด ฉุดมือตน

 

“สวย…”

 

คำชมเบาๆที่พอได้ยินกันสองคนดังขึ้นจากปากที่ยิ้มกรุ้มกริ่มมาพร้อมกับสายตาแทะโลม เจ้าตัวน้อยนึกรังเกียจเป็นอย่างยิ่งขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ก่อนที่มันจะทำกระไร แรงกระชากที่ต้นแขนก็แรงพอที่จะทำให้มือน้อยหลุดจากการเกาะกุม

 

“โอ๊ย!”

 

“เพล้ง!”

 

เสียงร้องของจ้อยพร้อมเสียงตลับหมากหล่นกระทบพื้นดังขึ้น แรงกระทบนั่นทำให้ฝาไปทาง ตัวตลับไปทาง จนบ่าวสาวๆที่นั่งขัดกับจ้อยต้องไล่ตะครุบเก็บ

 

“กระผมขอตัว ‘คนของกระผม’ ขอรับคุณย่า”

 

หญิงชราแลบ่าวสาวๆที่นั่งช่วยงานอยู่แถวนั้นเอามือทาบอกกันถ้วนหน้า คุณนายชั้นนั้นชินกับอาการเกรี้ยวกราดของหลานชายที่เงียบหายไปช่วงหนึ่งหลังจากที่กลับมาจากอีหรอบจึงไม่แปลกใจนัก นึกเอาเองว่า พ่อช่วงนั้นไม่ชอบหน้าพ่อชัด จึงออกอาการไม่พอใจอย่างหนักที่อีกฝ่ายมาเหยียบเรือน หากคนที่มาขมาพร้อมทั้งเจตนาไม่บริสุทธิ์นั้นเข้าใจยิ่งกว่า พึมพำพอได้ยินกับตัวเองว่า

 

“หวงนัก! สักวันเถิดมึง! ”

 


จ้อยไม่รู้ว่า คุณชัดกลับบ้านฟากขะโน้นไปตอนไหน รู้แต่ว่าคุณช่วงนั้นลากมันมาถึงปีกซ้ายของเรือนแล้วก็เหวี่ยงร่างน้อยๆลงกับพื้นห้องนอนของชายหนุ่ม

 

“ฉันสั่งแล้วใช่ไหม! ว่าให้เลี่ยงคุณชัด”

 


แรงโทสะของคุณหลวงทำให้ทาสหนุ่มร่างน้อยตัวสั่น ด้วยไม่เคยประสบ แม้เป็นทาสหากผู้เป็นนายในเรือนของคุณนายชั้นนั้นไม่เคยแสดงอำนาจบาตรใหญ่กับทาสคนใดเลยสักครั้ง เมื่อเจอกับตัวจังๆจึงอดสั่นไม่ได้

 

“ขะ…ขอรับ ตะ… แต่…”

 


เจ้าจ้อยขยับปากจะเถียงว่าคุณหลวงสั่งให้เลี่ยงที่ท้ายสวน หาใช่บนเรือนใหญ่ของแม่นายเช่นนี้ แต่ยังพูดไม่ทันจบ คุณหลวงหนุ่มก็กระชากมันอีกครั้ง

 


“แล้วนี่!! ยังจะปล่อยให้มันจับมือถือแขนอีก! ชอบหรือไร”

 


จ้อยมองชายหนุ่มตาปริบๆ แม้ไม่เข้าใจคำถามว่าทำไมมันถึงต้องชอบให้คุณชัดแตะมือ แต่ความน้อยใจก็พลุ่งพล่านในอก เอ่ยเสียงสั่นอย่างไม่เคยเป็น

 


“บะ…บ่าว… ไม่กล้าขอรับ”

 

“กระไรไม่กล้า ถ้ากล้าไม่ให้มันอุ้มขึ้นตักหรือไรเจ้าจ้อย! ”

 


ไม่เข้าใจดอกว่าคุณชัดจะอุ้มมันขึ้นตักทำไม แต่น้ำตาเม็ดใหญ่ๆก็ร่วงหล่นจากดวงตาคลอน้ำใสของทาสหนุ่ม เจ้าตัวก้มงุดๆ พยายามลากมือข้างที่ถูกมือแกร่งของคุณหลวงยึดไว้กับข้างที่เป็นอิสระมาประกบกัน

 

“บะ…บ่าวขอโทษขอรับ คุณหลวง…ฮึก ยะ… ยกโทษให้บ่าวด้วยเถิดขอรับ บ่าวจะไม่ทำอีกแล้ว”

 


เจ้าจ้อยกลัวจนตัวสั่น มันไม่กล้ามองหน้าที่แสนจะถมึงทึงของคุณหลวงเลยด้วยซ้ำ เหมือนน้ำตาหยดนั้นจะซึมเข้าสู่ใจผู้ที่ถูกโทสะแลความหึงหวงครอบงำชั่วขณะหนึ่ง แต่ภาพที่ไอ้คุณชัดยิ้มกรุ้มกริ้ม พร้อมส่งสายตาแทะโลม แถมท่าทางที่ผัวนางหยาดกระซิบข้างหูของมันก็ยังเผาใจเขา ชายหนุ่มเผลอบีบแขนบอบบางกว่าทาสชายทั่วไปแรงขึ้น

 


“โอย…ฮึก…ฮือ”

 

เสียงร้องท้วงพร้อมเสียงสะอื้นดังขึ้นมาแผ่วเบา คุณหลวงหนุ่มจึงได้สติว่าตนนั้นยืนอยู่เต็มความสูง แถมยังกระชากแขนของคนที่นั่งกับพื้นขึ้นเต็มแรง หากจ้อยยังเป็นเด็กน้อยไหล่คงหลุดเลยทีเดียว พอก้มลงมองคนที่สะอื้นไม่หยุดก็ใจหายวาบที่เผลอรุนแรงกับมัน หนำซ้ำพอเห็นมันเจ็บ ใจเขาก็พลอยเจ็บไปด้วย ทั้งเจ็บทั้งร้อนไปทั้งหัวใจราวกับใครเอาเตาไฟไปตั้ง

 


“จ้อย…”

 


“ขอรับ… อึก”

 


คนตอบพยายามกลั้นน้ำตาและก้อนสะอื้น หากยากเหลือเกินเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจยังคงเกาะกุมใจดวงน้อยอย่างเต็มเปี่ยม มันผิดกระไร แค่นั่งรับใช้แม่นายอยู่ใกล้ๆตอนที่คุณช่วงมาขอขมาก็เท่านั้น

 

“ฉัน… ขอโทษ… นิ่งเสีย…”

 


จ้อยที่ก้มหน้าเอาแต่มองพื้นกระดาน เห็นชายกระโจงผ้าม่วงของคุณหลวงค่อยๆทรุดลงบนพื้น มือที่บีบมันจนเจ็บ เลื่อนมาแตะผิวแก้ม แผ่วเบาแต่กลับหนักแน่นอบอุ่น ปลายนิ้วแกร่งปาดน้ำตาจากแก้มใส หยดแล้วหยดเล่า หากยิ่งปาดแก้มขาวๆก็ยิ่งเปื้อนน้ำตา คุณหลวงหนุ่มอดใจไม่ได้ รั้งใจไว้ไม่อยู่ เมื่อใจครองเรือนกาย การกระทำก็เป็นไปตามที่ใจสั่ง ริมฝีปากอุ่นแนบกับแก้มชื้นน้ำตานั้น…ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากพวงแก้มเลื่อนไปยังเปลือกตาบวมช้ำที่เจ้าของดวงตาหลับตาลงอย่างว่าง่าย… ช่างน่ารัก น่าเอ็นดู…เมื่อวกกลับไปยังแก้มหอมนุ่มอีกครั้ง ก็ได้ยินเสียงคนท้วงเบาๆ

 

“คุณหลวง…ขอรับ”

 


จ้อยที่เพ่อหายจากอาการถอนสะอื้น ใจเต้นแรงไปหมด ทั้งแก้ม ทั้งเปลือกตา ทั้งใบหน้าร้อนราวกับว่าถูกดวงไฟลูกเล็กๆลวก ลามเลียไปตามจุดที่คุณหลวงสัมผัส เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยว่าแก้มแดงๆนั้นยิ่งเรียกร้องให้คุณหลวงหนุ่มสัมผัสมันอยู่ร่ำไป

 

“อย่าร้องเลย ฉันแค่หวงจ้อยก็เท่านั้น…”

 


“คุณหลวงหวงบ่าว?”

 


เสียงเจ้าจ้อยเหมือนละเมอ ตัวก็เหมือนจะอ่อนเปลี้ยอยู่ในวงแขนแกร่งเมื่อคุณหลวงพูดด้วยเสียงเพียงกระซิบอยู่ข้างหู

 


“อืม…ฉันรักของฉัน ก็ต้องหวงเป็นธรรมดา”

 


จ้อยกะพริบตาปริบ ในแวดวงชีวิตของมัน ไม่ใคร่จะมีใครพูดคำรักนอกจากมารดาที่ล่วงลับไปแล้ว แม้ตัวมันจะรักยาย รักแม่นาย แลรู้ว่าทั้งสองรักมันยิ่ง หากหญิงชราทั้งสองก็ยังคงความเป็นสตรีไทยแต่โบราณไม่นิยมเอ่ยคำรักพร่ำเพรื่อแม้แต่กับลูกหลาน ดังนั้นเมื่อได้ยินคำรักจากปากผู้เป็นนายก็ทำให้ลูกทาสที่กำพร้าบิดามารดาตั้งแต่เล็ก ปลาบปลื้มราวกับจะบิน หัวใจดวงเล็ก ปลื้มปริ่มราวกับจะทะลุอก ดวงตางามซึ้งช้อนขึ้นมองผู้พูดราวกับค้นไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ จ้อยนั้นไม่เข้าใจเรื่องความรัก หรือ การออกเรือนเท่าใดนัก รู้เพียงว่ารักก็คือรัก คุณหลวงบอกว่ารักมัน เหมือนอย่างที่มันนึกรักคุณหลวงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับทาสอย่างเขา

 

“คุณหลวง…ระ… รัก…บ่าว?”

 


คุณช่วงยกมือขาวขึ้นจุมพิตแผ่วเบาตรงจุดที่จำได้ดีว่าไอ้คุณชัดมันแตะต้อง จูบหนักๆเพื่อเป็นการยืนยันคำตอบ

 


“ใช่ ฉันรักจ้อย…เจ้าจ้อยเล่า รักฉันบ้างหรือไม่”

 


เสียงหวานแม้จะแผ่วเบาแต่คุณช่วงก็ได้ยินแจ่มชัด

 


“รักขอรับ”

 


“รักแบบไหน…รักแบบที่ฉันรักรึไม่ หืม?”

 


เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว คุณหลวงหนุ่มก็จับคนที่เขาเพ่อต่อว่าขึ้นนั่งบนตัก ไหนๆก็ไหน หากจะเปิดเผยความในใจที่มีอยู่ก็ต้องชี้แจงแถลงไขกันให้รู้เรื่อง ใจจริงนั้นชายหนุ่มอยากจะรอจ้อยอีกสักนิด ให้อีกฝ่ายได้เติบโต สำรวจหัวใจตัวเองให้มากกว่านี้ หากพิษรักแรงหวง และสัญญาณอันตรายที่ส่งมาจากคุณชัดก็ไม่อาจจะทำให้รั้งรอได้ เมืองอีหรอบที่เขาไปร่ำเรียนมานั้น มีคู่รักชายชายที่ยังต้องหลบๆซ่อนๆอยู่เป็นจำนวนมาก ที่โดนจับได้โดนลงโทษไปก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะในหอพักภายในสถานศึกษาของเขา แต่สิ่งต้องห้ามกลับยิ่งหอมหวาน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งน่าลิ้มลอง เพื่อนของคุณช่วงหลายรายจึงเดินเข้าสู่เส้นทางสายนั้น รวมทั้งตัวเขาที่เริ่มต้นด้วยคนรับใช้ประจำตัวฝาหรั่งเป็นผู้แนะนําทางเส้นนี้ให้

 

“จ้อย… เอ้อ…บ่าว…ตอบไม่ถูกขอรับ”

 

มันก้มหน้างุด ไม่รู้จักตอบอย่างไร ไม่รู้คุณหลวงรักมันแบบไหน รักแบบนายรักบ่าว รักใคร่เอ็นดูมันเหมือนที่แม่นายรักใช่หรือไม่ แม้จะรู้ว่าใจทั้งรักทั้งนิยมคุณหลวง แต่ก็ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำได้

 


“ฉันรักจ้อย อย่างที่คนคนหนึ่งจะรักใครอีกคนหนึ่ง รักแล้วก็ปรารถนาดี อยากให้จ้อยมีความสุข อยากให้มีความรู้ถึงได้สอนหนังสือให้ รัก…”

 


“บ่าวก็รักคุณหลวงขอรับ ทั้งรักทั้งนิยม ที่คุณหลวงเมตตาบ่าว สอนให้อ่านออกเขียนได้ บ่าวทั้งรักทั้งเทิดทูนคุณหลวงเลยขอรับ”

 


เสียงเล็กๆที่พูดแทรกขึ้นมาทำให้คุณหลวงหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มใจดีมาให้อีกครั้ง บางทีเรื่องนี้อาจจะเร็วไปสำหรับจ้อย…ชายหนุ่มถอนใจจนติดเป็นนิสัย จากนั้นก็อธิบาย

 


“ฉันรักก็เลยหวง จ้อยจำคำฉันไว้ ไม่ว่าคุณชัดหรือใคร ก็ห้ามให้แตะเนื้อต้องตัวจ้อยรู้ไหม ยกเว้นฉัน”

 


“เพราะ… คุณหลวงไม่ชอบรึขอรับ”

 


ชายหนุ่มพยักหน้ารับ

 


“จะว่าเยี่ยงนั้นก็ได้”

 

“เอ้อ… แล้ว… เอ้อ”

 


เมื่อความกดดันจากผู้เป็นนายผ่อนคลาย เจ้าตัวก็อดนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆไม่ได้ แก้มใสร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง อยากจะถามผู้เป็นนายว่าเห็นมันเป็นเด็กเล็กหรือไร ถึงได้หอมแก้ม เหมือนพวกในครัวหอมแก้มพวกลูกทาสที่วิ่งเล่นแถวนั้น แต่ดูอย่างไรกิริยาที่คุณหลวงแสดงกับมันนั้นก็ช่างห่างไกลกับกิริยาของพวกในครัว จ้อยตอนเป็นเด็กนั้นน่ารัก ผิวพรรณขาวสะอาด ผิดลูกทาสทั่วไป ดังนั้นจึงได้รับความรักความเอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก เวลาแม่ครัวหอมแก้มมัน ไม่เห็น…จะร้อนผ่าวเหมือนเมื่อยามคุณหลวงแตะต้องเลยสักครั้ง ไม่เห็นจะหอมหนักๆราวกับจะประทับรอยไว้เช่นนี้เลยด้วย

 

“แล้วกระไร…หือ? จ้อย”

 

“บ่าว เอ้อ บ่าวไม่ใช่เด็ก… จุกก็โกนมาหลายปีแล้ว…”

 

คนพูดก้มหน้า คนที่แม่นายเคยว่าพูดจาเจื้อยแจ้ว จู่ๆก็พูดไม่ออก คุณหลวงยิ้มบาง มองมันอย่างใจดี

 

“ฉันรู้”

 

“แต่คุณหลวง…หอม…หอมแก้มบ่าวเหมือนที่พวกที่โรงครัวหอมแก้มตอนเด็ก”

 

คุณหลวงเลิกคิ้ว น้ำเสียงที่เอ่ยหยอกเย้าในตัว

 

“เคยโดนพวกในครัวหอมแก้มด้วยรึ”

 

เจ้าตัวพยักหน้าหงึกหงัก ดูเงอะงะยิ่งนัก แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูในสายตาคุณหลวง

 

“เคยขอรับ ตอนที่ยังไม่โกนจุก”

 

พูดไปเจ้าตัวก็ก้มหน้างุด นึกไปว่าตัวนั้นอวดตนราวกับพวกทาสหนุ่มๆที่เกี้ยวสาวได้เป็นครั้งแรก คุณหลวงมองเสี้ยวหน้าของลูกทาสอย่างนึกขัน

 

“แล้วจ้อยว่ามัน…เหมือนกันไหม”

 

“…”

 


เจ้าจ้อยที่เคยปากกล้าเม้นปากแน่น หลวงวิวัฒน์ฯจึงถือโอกาสนั้นประคองสองแก้มขึ้นมาหอมซ้ำๆ

 

“ถ้ายังตอบไม่ได้ ฉันจะทำให้ดูอีกรอบ จ้อยจะได้คำตอบ… ดีไหม”

 

จนแล้วจนรอดตลอดทั้งบ่าย…จ้อยก็ตอบคุณหลวงไม่ได้เลยสักคำ…

 

 

“พี่หยด! นั่นพี่จะไปไหน”

 

“พุทโธ่! อ้ายจ้อย! เรียกเสียข้าตกใจหมด”

 

นางหยดหันมาขึงตาใส่ เจ้าจ้อยย่นจมูกก่อนจะเดินมาใกล้

 

“แล้วพี่จะไปไหนเล่า ทำไมต้องหลบๆซ่อนๆเยี่ยงนั้น”

 

นางหยดมีสีหน้าอ่อนใจ ยื่นห่อผ้าเล็กๆในมือให้จ้อยถือเสีย

 

“ข้าจะแอบไปหานังหยาด เอ็งจะไปด้วยไหม แต่ห้ามบอกใคร แม้แต่คุณหลวงนะ”

 

ครานี้เจ้าจ้อยยิ่งทำหน้ารั้นใส่ทาสสาว

 

“ทำไมต้องคิดว่าฉันจะไปบอกคุณหลวง”

 

“ข้าจะไปรู้เรอะ ก็ทุกวันนี้เอ็งรับใช้แต่คุณหลวง ตัวติดกันเป็นตังเม ข้าก็กลัวเอ็งหลุดปากน่ะซี เพราะแม่นายสั่งนักหนาว่าอย่าไปหานังหยาด”

 

“ทำไมเราไปหาพี่หยาดไม่ได้ล่ะจ๊ะ”

 

นางหยดถอนใจเมื่อนึกถึงตรงนี้

 

“เมื่อวานตอนเย็น ที่เอ็งเข้าไปคัดหนังสือกับคุณหลวง คุณชื่นเธอมา เธอว่าพอข้าไปพบนางหยาด คุณชัดก็ไม่พอใจ ทุบตีดุว่าทำร้ายมัน เธอทนดูไม่ได้ เลยมาให้แม่นายห้ามข้า”

 

น่าแปลกที่นางหยดนั้นมีหน้าตาละม้ายคล้ายนางหยาดอยู่หลายส่วน แต่ความแกร่งกร้าวในตัวหญิงสาวทำให้คุณชัดไม่ต้องตาต้องใจ นอกจากจะไม่อยากได้มาทำเมียแล้ว ยังออกจะชังน้ำหน้าเสียด้วยซ้ำ

 

“อ้าว! แล้วทำไมเธอไม่ห้ามลูกชายเธอเล่า”

 

“เฮ้อ! ไอ้จ้อย ไม่อย่างนั้นโบราณเขาจะว่า พ่อแม่รังแกฉันหรือวะ เธอว่าคุณชัดลูกเธอน่ะ หัวสมัย ใครจะกดขี่ห้ามปรามไม่ได้ดอกนะ ถึงเธอจะเป็นแม่ก็เถอะ”

 


จ้อยนั้นเคยเห็นแต่แม่ที่เป็นเมียบ่าวที่ยกย่องลูกตัวกับนายว่า ‘คุณ’ ทุกคำอยู่บ้าง แต่ไม่เคยเห็นอย่างคุณชื่นที่เข้าข้างลูกตะพึดตะพือ กลับผิดเป็นถูกหน้าตาเฉยเช่นนี้ แต่ก็หาใช่เรื่องของตัวมันไม่

 

“แล้วนี่…พี่หยดยังจะไปอีกรึจ๊ะ”

 


“อืม…ข้าสงสารมัน”

 

จ้อยมองห่อผ้าในมือ ไม่ต้องอธิบายก็พอรู้ว่านางหยดสงสารนางหยาดเรื่องกระไร

 

“แล้วพี่หยดจะไปพบพี่หยาดอย่างไรเล่า ในเมื่อเรือนฟากขะโน้นเขาก็หวง”

 

“ข้าติดสินบนบ่าวในเรือน รอให้คุณชัดไปบ่อนไก่โรงฝิ่น ก็ให้มันไปตามนางหยาดมา อัฐที่แม่นายให้ไว้ คงทำให้พบกันได้อีกไม่กี่ครั้งหรอกวะไอ้จ้อย”

 

จ้อยมองอย่างเข้าใจเป็นอย่างดี ทาสอย่างพวกมันนั้นกว่าจะได้อัฐแต่ละเฟื้อง แต่ละสลึงยากเย็นเสียยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา การเอามาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายโดยไม่จำเป็นนั้นถือเป็นการสิ้นเปลืองอย่างยิ่ง เจ้าตัวน้อยคิดๆดูแล้วก็อยากจะยื่นมือเข้าช่วยพี่น้องสองสาว

 

“เอาเยี่ยงนี้พี่หยด รอบนี้พี่ไม่ต้องไป ประเดี๋ยวฉันจะเอาของพวกนี้ไปให้พี่หยาดเอง”

 

 

 

……………. 

 

น้องจ้อยอย่าไปลูก TT​ TT อัพช้ากระดึ๊บ​ๆเหมือนเต่าคลาน แต่รับรองว่าอัพน้า จะพยายามสลับกับตอนพิเศษ​เรื่องอื่นๆค่ะ พระเอกขี้หึงค่ะเรื่องนี้ รักมากหวงเก่ง แม่ๆเอาใจช่วยน้องด้วยนะคะ​

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

78 ความคิดเห็น

  1. #55 Vanila (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 11:57

    คุณหลวงหวงขนาดนี้เจ้าจ้อยยังจะไปเองอีกหรือไง

    #55
    0
  2. #46 sayewj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 21:51
    คุณหลวงต้องใจเย็นๆนะค๊าาาาา เจ้าจ้อยยังเด็ก แล้วดูซินั่นคุณหลวงกำชับนักหนาว่าอย่าไปๆใกล้บ้านนั้น ก็ยังจะไปอีก เฮ้อ จะเกิดอะไรขึ้นอีกมั้ยเนี่ย
    #46
    0
  3. #45 Jjkmy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 15:34
    จ้อย!!!! อย่าไปป คุณหลวงเขาบอกรักแล้วนะยังจะดื้ออีก
    #45
    0
  4. #44 2510neung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 19:46

    อย่าไปนะเจ้าจ้อย เดี๋ยวคุณหลวงได้ฆ่าคนตายแน่ๆอ่ะ ไรท์อย่าให้น้องไปนะ
    #44
    0
  5. #43 love hyuk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 18:32

    ไรท์อย่าทำอย่างนี้สิ ไม่ให้น้องไปได้ไหม

    เป็นสิ่งที่กลัวที่สุดเลยนะ

    เจ้าจ้อยก็แสนซื่อ ไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นที่ต้องตาของฝ่ายนู้น อยากจะตีคนดื้อก็ตีไม่ลง ทำไมไม่ฟังคุณหลวง

    ไรท์อย่าให้น้องโดนแตะตัวแม้แต่ปลายนิ้วนะ แค่จับมือตอนนี้นิดเดียว เราก็รังเกียจแทนจะแย่แล้ว TT มากกว่านี้คือไม่ไหววว TT

    #43
    0
  6. #42 HyoHyukNim (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 16:52
    จ้อย อย่าไปปปปปปปปปปปป
    #42
    0
  7. #41 AsakiSan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 16:09
    แงงงว เขินคุณหลวงหอมแก้มน้อง ตอนหน้าขออย่ามีอะไรเกิดขึ้นกับน้องเลย แต่นี้คุณหลวงก็หวงไม่ไหวแล้ว
    #41
    0