บันทึกชีวิตเรียนหมอที่จีน จากวันแรกถึงวันลา(ออก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 27,802 Views

  • 50 Comments

  • 145 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    359

    Overall
    27,802

ตอนที่ 4 : ซัมเมอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 149 ครั้ง
    5 ก.พ. 62

ผมมีภารกิจหลายอย่างที่ต้องทำในสัปดาห์แรก ผมต้องเปิดบัญชีธนาคารอีกฉบับที่ Bank of China สาขาใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยโดยมีเจ้าหน้าที่ของเอเจนซี่และมหาวิทยาลัยดูแลให้ทุกขั้นตอน รถบัสทั้งคันถูกเหมาสำหรับเด็กนักเรียนไทยโดยเฉพาะเพื่อไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า Walmart หลายๆคนจัดแจงซื้อผ้าห่ม ปลอกหมอน อุปกรณ์ทำความสะอาด และสารพัดเครื่องใช้

ผมได้เครื่องปั่นผลไม้แยกกากราคา 200 หยวนมาเครื่องหนึ่ง

รุ่นพี่ทุกคนที่อยู่ชั้นปีสูงกว่าจัดแจงพิธีกรรมรับน้องขึ้น ผมวางแผนไว้ว่าจะไม่เข้าร่วมเพราะคิดว่ามันไร้สาระ แต่พอถึงวันจริงก็ยังถูกลากออกมาทำกิจกรรมจนได้ กิจกรรมสันทนาการถูกจัดขึ้นที่หน้าหอพักนักศึกษาต่างชาตินั้นเอง แน่นอนว่ามันเป็นกิจกรรมที่ออกแบบมาให้ตัวและใบหน้าเลอะมากที่สุด ตกเย็น พวกเราเปลี่ยนชุดและเดินทางไปรับประทานอาหารที่เราเรียกกันว่า ‘ร้านหรู’ ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านรอบมหาวิทยาลัยที่ขายอาหารฝรั่ง ซึ่งเราสามารถหาพิซซาและสปาเก็ตตี้ทานได้ที่นี่ ครึ่งร้านถูกจองไว้สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ เนื่องจากวันนี้รุ่นพี่ทุกๆคนและนักศึกษาใหม่จะมารับประทานอาหารโดยพร้อมเพรียงกัน โดยจะมีการแสดงที่พวกเราเด็กใหม่ต้องขึ้นโชว์ด้วย

ผมเป็นตัวแทนของกลุ่มที่ขึ้นไปทำการแสดง โดยผมเลือกที่จะร้องเพลง เพื่อนๆคนอื่นทำหน้าที่เป็นอย่างดีด้วยการหาคอสตูมประหลาดๆมาให้ผมใส่

เปลือยท่อนบน ใส่เกาะอกบิกินี่ร้องเพลง

ผมคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี

บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เพื่อนๆรอบตัวดูนิสัยดีกันทั้งนั้น รุ่นพี่ทุกคนก็ยินดีช่วยเหลือไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

ถ้าจะเป็นมีคำศัพท์เพียงคำเดียวที่จะอธิบายสถานการณ์เช่นนี้
Underestimated


ตอนนั้นยังไม่ใช่การเปิดเทอมอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย มีเพียงวิชาเดียวที่เปิดสอนคือ วิชาภาษาจีน ซึ่งผมคิดว่ามีประโยชน์มากที่สุดตลอดการเป็นนักศึกษาแพทย์ที่นี่ ยังไม่มีนักศึกษาจากประเทศอื่น ฉะนั้นภายในห้องเรียนจึงมีเพียงนักศึกษาไทยเท่านั้น สัปดาห์หนึ่งเรียนอยู่ไม่กี่วันเลยมีเวลาว่างเหลืออยู่ค่อนข้างมาก

ตอนเย็นผมชอบไปซื้อของที่ตลาดหลังมหาวิทยาลัย ผักผลไม้ที่นี่มีราคาถูกมากและมีขนาดผลที่ใหญ่ผิดปกติ พวกเราสันนิษฐานกันว่าเป็นเพราะปุ๋ยชนิดพิเศษที่สกัดจากร่างกายมนุษย์ Mชอบซื้อองุ่นไปกินอย่างมาก แต่ทุกครั้งหากไม่จบลงด้วยการท้องเสีย ปากก็จะบวมเจ่อโดยไม่ทราบสาเหตุ ทุกครั้งผมจะซื้อไข่ไก่ไปประมาณ 10 ฟอง เวลาเลือกไข่ไก่ที่นี่ ผมจะต้องหยิบไข่ลงในถุงพลาสติกแล้วชั่งน้ำหนัก ส่วนใหญ่สินค้าจะขายในหน่วย จิน ซึ่งมีน้ำหนัก 500 กรัม

เมื่อมีเวลาว่าง ผมจะไปออกกำลังกายที่ยิมของมหาวิทยาลัย ผมสมัครสมาชิกรายเดือน ซึ่งภายหลังผมสมัครสมาชิกไปทั้งปีเนื่องจากที่นี่เป็นที่เดียวที่ผมสามารถหาเวทมายกได้ มีเรื่องน่าประหลาดใจอย่างหนึ่ง ผมไม่ค่อยมีผู้หญิงมาทักนัก หลายๆครั้งเวลาที่ผมนั่งพักอยู่ที่ยิมจะมีชายหนุ่มเข้ามาทักด้วยคำว่า 帅哥(ช่วยเกอ – สุดหล่อ) ผมไม่ทราบว่าเป็นธรรมเนียมของประเทศจีนหรือเปล่าที่คนแปลกหน้าจะทักทายกันด้วยประโยคนี้ แต่ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่จีนผมถูกทักในลักษณะนี้บ่อยมาก และมาจากชายแปลกหน้าทั้งสิ้น

ผมจะตื่นตอนตีห้า ยังไม่อาบน้ำ ตรงไปด้านในสุดของชั้นที่ผมพักอาศัย เพื่อจะไปที่ครัวซึ่งอยู่ติดกับห้องซักผ้า ผมเอาหม้อออกมา ใส่น้ำก็อกลงไป ใส่เกลือนิดหน่อยซึ่งไม่รู้จะใส่ไปทำไม เปิดเตาไฟฟ้าแล้วรอจนน้ำเดือดจึงใส่ไข่ไก่ลงไปทั้งหมด 10 ฟอง จับเวลาห้านาทีแล้วเอามาแช่น้ำเย็น จากนั้นจึงเอาแอปเปิ้ลที่ซื้อมาจากตลาดมาหั่นเป็นซีกแล้วจัดแจงใส่มันลงไปในเครื่องปั่นผลไม้แยกกาก ซึ่งเสียงดังสนั่นไปทั้งชั้นจนหลายครั้งผมได้ยินคนบ่นขึ้นมาลอยๆว่าใครวะชอบมาทำเสียงดังตอนตี5

นั่นคือพิธีกรรมประจำวันของผมที่ทำได้ประมาณอาทิตย์เดียว

หลังจากนั้นเครื่องปั่นผลไม้แยกกากก็กลายเป็นโบราณวัตถุที่ฝุ่นเกรอะกรังจนผมไม่กล้าเอาออกมาใช้อีกเลย

อีกไม่นานการเรียนภาษาจีนขั้นพื้นฐานจะจบลง ผมไม่ค่อยสนใจเรียนเท่าไหร่เนื่องจากในคลาสยังสอนเรื่องการอ่านพินอินซึ่งผมมีพื้นฐานจากประเทศไทยอยู่แล้ว ผมยังพูดภาษาจีนไม่ได้ เวลาไปซื้อของต้องลากรุ่นพี่คนใดคนหนึ่งไปด้วยเสมอ หรือไม่ก็ชี้นิ้วพูดว่า เจ้อเก้อๆ(เอาอันนี้ๆ) ยื่นแบงค์แล้วหวังว่าจะได้เงินทอนคืนมา

ผมรู้ว่าหลังจากคลาสภาษาจีนจบลงจะมีวันหยุดพอสมควร

ผมตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวปักกิ่ง

ฟังไม่ผิด ผมไม่ได้วางแผน หรือมีความคิดอะไรซับซ้อน ผมตัดสินใจว่าจะไป เพราะฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหาทางไปให้ได้ แม้กระทั่งตอนนั้นผมยังพูดภาษาจีนไม่เป็นประโยคเลยก็ตาม

ผมเริ่มหาแนวร่วม

ในที่สุดก็ได้เพื่อนร่วมชะตากรรม เป็นรุ่นพี่สามคน และเด็กใหม่รวมผมด้วยทั้งหมด 6 คน เป็นผู้หญิงสามคน ผู้ชายหกคน ผมจัดแจงหาโฮสเทลราคาประหยัดในอินเตอร์เน็ต อย่างเดียวที่ต้องตัดสินใจคือ เราจะไปปักกิ่งกันอย่างไร

พวกเราตัดสินใจว่าจะนั่งรถไฟนอนซึ่งจะกินเวลาหนึ่งคืน

การซื้อตั๋วรถไฟสามารถหาซื้อได้ที่ 火车站 (หัวเชอจ้าน - สถานีรถไฟ) ซึ่งเป็นสถานที่ๆพลุกพล่านสุดๆ มีร้านขายของเยอะแยะมากมาย ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งกระจุกตัวอยู่แถวนั้น 

เว้นแต่ พี่ O ซึ่งขณะนั้นอยู่ปีสาม บอกว่ามีร้านขายตั๋วรถไฟอยู่แถวนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหน แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะขับมอเตอร์ไซค์ไปตามหากัน

พี่ O ยืมรถมอเตอร์ไซค์จากรุ่นพี่อีกคนหนึ่งมา ผมนั่งซ้อนท้ายไปตามหาตั๋วรถไฟด้วยกัน

เราขี่รถออกไปข้างนอกมหาวิทยาลัยและกวาดสายตาดูเรื่อยๆว่ามีร้านไหนที่ดูเหมือนร้านขายตั๋ว

หากใครเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศจีนคงรู้ดีว่ามารยาทการขับขี่ของคนจีนเป็นเช่นไร ผมหวังว่าวันนี้มันคงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น คนจีนใช้แตรกันจนเป็นเรื่องธรรมดา ภายหลังเวลาที่ผมขี่มอเตอร์ไซค์ก็จะบีบแตรอย่างสนุกสนามราวกับเก็บกดจากประเทศที่ฆ่ากันเพียงเพราะเรื่องบีบแตรใส่กัน รถไม่เคยหยุดให้คนข้ามทางม้าลาย อย่างดีที่สุดคือจะชะลอให้เพียงเท่านั้น ดังนั้นการข้ามถนนประเทศจีนจึงต้องอาศัยทุกประสาทสัมผัส ตาต้องดู สมองต้องคำนวณระยะห่างระหว่างรถกับคน  โดยที่รถจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ไปข้างหน้า และคนจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ตั้งฉากกับรถ ไม่แปลกใจเลยที่คนประเทศนี้เก่งฟิสิกส์

ระหว่างที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์อยู่บนทางตรงอยู่นั้นเอง รถดับเพลิงก็ค่อยๆโผล่หัวออกมาจากสี่แยก แน่นอนว่าเรามาทางตรงย่อมไม่ผิด และรถใหญ่ควรหยุดรอให้รถที่มาจากทางเอกไปก่อน แต่ตรรกะนี้ใช้ไม่ได้กับประเทศจีน

รถมอเตอร์ไซค์เคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วคงที่

รถดับเพลิงที่ผมสาบานได้ว่ามันใหญ่กว่ารถบรรทุกเคลื่อนที่ออกจากซอยด้วยความเร็วคงที่

เฮ้ยพี่ มันจะชนไหม ผมเริ่มตื่นตระหนก

ไม่ชน พี่ O กล่าวอย่างหนักแน่น

รถดับเพลิงไม่มีท่าทีที่จะหยุด และผมคิดว่ามันคงจะไม่หยุด พี่Oกำเบรกจนสุดแต่รถมอเตอร์ไซค์ก็ดูไม่ได้ลดความเร็วลงเลย 

มันไม่ทันแล้ว

อ๊ากกกก พี่ O ร้อง

อ๊ากกกกกกกก ผมร้อง

ชีวิตของผมไม่เคยประสบอุบัติเหตุมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกและเกิดขึ้นที่ประเทศจีนเสียด้วย มันเหมือนกับภาพยนต์สโลโมชันที่ภาพข้างหน้ามันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เบรกที่มือทั้งสองข้างกำจนมิดไม่ช่วยอะไรทั้งสิ้น

ตู้ม!



ร้านอาหารด้านหลังมหาวิทยาลัย





ตลาดนัดขายผลไม้หลังมหาวิทยาลัย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 149 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #10 ขวัญ โอ๋ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:50

    เห็นภาพเลยครับ มันส์ มาก ตุ้ม! กลิ้งกับพื้นถนน ผิวหนังคงถลอกเพราะไถลไปกับพื้นถนน หนังกำพร้า คงฟูเป็นสีชมพู แบบยุ่ยๆ แสบๆปวดๆ

    #10
    1
    • #10-1 Peerajays (@Peerajays) (จากตอนที่ 4)
      17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:55
      โอโห บรรยายเห็นภาพมากครับ 5555
      #10-1