บันทึกชีวิตเรียนหมอที่จีน จากวันแรกถึงวันลา(ออก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,171 Views

  • 50 Comments

  • 145 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    728

    Overall
    28,171

ตอนที่ 20 : จักรยาน—เสี่ยวไป๋—มอเตอร์ไซด์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 เม.ย. 62

สามปีแรกของการเรียนแพทย์หลักสูตรอินเตอร์(MBBS) พวกเราเรียนกันที่มหาวิทยาลัยเจิ้งโจววิทยาเขตใหม่(ซินเจิ้งต้า)ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายวิทยาศาสตร์(เคอเฉวต้าต้าว) แคมปัสอยู่ห่างจากตัวเมืองพอประมาณ ทำให้มีพื้นที่กว้างขวางมาก ดังนั้น การเดินทางจากหอพักไปยังตึกเรียนจึงเป็นปัญหาไม่ใช่น้อย

ช่วงแรกๆ ผมเดินไปเรียนทุกวัน เพราะยังตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศแปลกใหม่ภายในมหาวิทยาลัย บางครั้งพวกเราใช้ทางลัดตัดเข้าไปในป่าเล็กๆ แล้วมาโผล่ที่ถนนเลียบทะเลสาบจำลอง เห็นห่านอยู่กันเป็นฝูงเบื้องล่าง เป็นภาพที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง แต่พอได้เห็นอย่างนี้บ่อยเข้า สิ่งที่เคยสวยงามก็กลายเป็นธรรมดา ความตื่นเต้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความชินชาไปเสียแล้ว

ผ่านไปได้สักพักผมก็เบื่อที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อที่จะต้องเผื่อเวลาเดินไปเรียน จึงตัดสินใจซื้อรถจักรยานมาใช้ ผมชวนพี่โอกับเพื่อนๆไปเลือกซื้อจักรยานที่ตลาดหลังมหาวิทยาลัย เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงร่างท้วมวัยกลางคน จักรยานหลากรุ่นหลายสีถูกนำมาเรียงอยู่ข้างกำแพงร้านนั่นเอง ผมมองไปคันไหนมันก็เหมือนกันไปหมด จึงไม่ได้ใส่ใจเลือกมากนัก ขอแค่ราคาไม่แพงและขี่ไปเรียนได้ก็พอ

“เย่าเฉินเมอเหยียนเซ่อ(จะเอาสีอะไร)” เถ้าแก่เนี้ยถาม

โชคดีที่ตอนนั้นกำลังเรียนภาษาจีนเกี่ยวกับเรื่องสีพอดี

“หว่อเย่าหงเซ่อ(ผมเอาสีแดง)” ผมตอบอย่างมั่นใจ

เจ้าของร้านทำหน้างงเหมือนไม่เข้าใจที่ผมพูดสักนิด ผมเองก็งงเหมือนกันเพราะในชั้นเรียนก็พูดเจรจากับอาจารย์คนจีนรู้เรื่องดี แต่ทำไมพอเอามาใช้จริงคนจีนกลับฟังไม่รู้เรื่อง

“หงเซ่อ—ห้งเซ่อ—ห่งเซ่อ…”

ผมผันวรรณยุกต์ไปเรื่อยๆ หวังให้เจ้าของร้านแกฟังเข้าใจ จนในที่สุด

“อ๋อ หงเซ่อ” 

อยู่ๆแกก็เก็ตขึ้นมา และก็พูดเหมือนกับที่ผมพูดบอกแกตอนแรกไม่มีผิด

วันนี้นอกจากจะได้รถจักรยานมาใช้คันหนึ่ง เจ้าของร้านยังสอนพูดภาษาจีนให้ถูกต้องชัดเจนอีกด้วย จริงๆแล้วที่แกไม่เข้าใจเพราะวิธีการออกเสียงของผมยังเป็นแบบไทยๆ เวลาพูดคำว่า “หง” ต้องพูดอย่างกึ่งตะโกนกึ่งขากเสมหะ ผมลองพูดอยู่หลายรอบเลยทีเดียวกว่าเจ้าของร้านจะพยักหน้าพอใจ (สำเนียงจีนกลางในห้องเรียนอาจใช้ไม่ได้ข้างนอกร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะคนยังนิยมพูดภาษาถิ่นหรือภาษาจีนติดสำเนียงเหอหนาน)


ซื้อจักรยานอย่างเดียวไม่พอ ต้องซื้อที่ล็อคล้อด้วย เพราะแม้จะอยู่ภายในมหาวิทยาลัยแต่ขโมยชุม แม้แต่รถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าหากจอดไม่ดีก็หายกันไปหลายคันแล้ว

จักรยานที่ผมซื้อมามีอายุการใช้งานที่สั้นมาก จำได้ไม่ชัดว่าใช้ไปหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งเดือน หลังจากนั้นมันก็จอดให้ฝุ่นจับอยู่ในที่จอดรถของหอพักนักศึกษานั่นเอง สาเหตุน่ะหรือ พอเอาจักรยานมาขี่จริงๆ แน่นอนว่ามันย่นเวลาเดินทางไปเรียนมาก แต่ก็ปั่นเหนื่อยมากเช่นกัน ระยะทางไปเรียนก็ไม่ใช่ใกล้ๆ พอปั่นไปปั่นกลับไม่กี่วันก็ท้อเอาเฉยๆ เดินไปเรียนนานกว่าหน่อยแต่ก็เหนื่อยน้อยกว่ามาก

พออยู่ไปเรื่อยๆสกิลการอยู่รอดก็สูงขึ้น ภาษาจีนพื้นฐานก็พอพูดได้แล้ว จึงเริ่มนั่งรถ shuttle bus ไปเรียน มันเป็นรถประจำทางไฟฟ้าที่คอยรับส่งตามจุดต่างๆ รูปร่างของมันเหมือนรถกอล์ฟขนาดใหญ่ สีขาวที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้นักศึกษาที่นี่เรียกว่าเสี่ยวไป๋(ขาวน้อย) ตอนหลังรถเปลี่ยนสีใหม่เป็นสีเขียว พวกเราเลยต้องเรียกมันใหม่ว่าเสี่ยวลู่(เขียวน้อย)แทน ตอนขึ้นก็บอกคนขับว่าจะไปที่ไหนและจ่ายค่าโดยสารหนึ่งหยวน



เพื่อนหลายคนซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาขับ

เมืองที่ผมอยู่(เหอหนาน)อนุญาตให้ใช้รถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าเท่านั้น ห้ามใช้มอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเด็ดขาด คนที่นี่เคารพกฎนี้กันดี เห็นคนแหกกฎเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น

แต่ผมไม่คิดจะขี่มอเตอร์ไซค์เลย เพราะว่าขี่ไม่เป็น

อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นเพื่อนคนหนึ่งจะซื้อมอเตอร์ไซด์ใหม่ เลยจะขายคันเก่าให้ผมในราคาถูก ผมตัดสินใจซื้อโดยหารครึ่งหนึ่งกับป้าพอลล่า เพื่อนสนิทสาวสวยจากเชียงราย และต้องรบกวนรุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งให้สอนผมขับรถเป็นการด่วน

แกชื่อพี่เป้า เป็นเพื่อนสนิทกับพี่โอ(ที่เคยพาผมซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ไปชนกับรถดับเพลิง) ทั้งคู่เรียนอยู่ชั้นปีที่สาม

วิธีการสอนของพี่เป้าฮาร์ดคอร์ไม่น้อย ผมนั่งอยู่ข้างหน้ามือจับแฮนด์รถทั้งสองข้าง พี่เป้านั่งอยู่ข้างหลัง ใช้มือโอบจากข้างหลังมาจับแฮนด์บังคับรถ

รอบแรกพี่เป้าเป็นคนบังคับรถ ส่วนผมก็นั่งจับแฮนด์ไปอย่างนั้น ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าเวลาเลี้ยวรถเราต้องเอี้ยวตัวไปตามวงเลี้ยว ใม่ใช่หมุนหน้ารถไปเฉยๆ

พอรอบหลังๆนี่สิ ขี่ๆไป พี่แกก็ปล่อยมือเฉย ไม่ทันให้ผมตั้งตัว

“เอ้าขับ” แกบอก แล้วนั่งเฉยๆอยู่ข้างหลัง

ตอนนั้นผมเหวอมาก พอจะประคองรถไปทางตรงได้ แต่พอเลี้ยวนี่สิ ผมเลี้ยวไม่เป็น พี่เป้าแกก็ช่วยเอี้ยวตัวให้ แต่เอี้ยวต่ำมากอย่างน่ากลัวว่ารถจะคว่ำ

สรุปแล้ว ผมขี่รถมอเตอร์ไซด์เป็นภายในหนึ่งวัน ต้องขอบคุณพี่เป้าครับ

หลังจากที่ผมมีรถมอเตอร์ไซด์ก็ไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นเช้าๆอีกต่อไป แต่เนื่องจากผมหารค่ารถกับป้าพอลล่า ผมจึงต้องทำหน้าที่เป็นพลขับให้เธอซ้อนท้ายไปเรียนทุกวัน สกิลการขับรถของผมต้องเรียกว่าพอได้แต่ยังห่างไกลจากคำว่าดี นอกจากป้าพอลล่าแล้วก็ไม่ค่อยมีคนอยากซ้อนท้ายผมสักเท่าไหร่ เนื่องจากผมขับรถไม่ค่อยระวัง และยังชอบซุ่มซ่ามไม่เป็นเรื่องอีกด้วย 

ครั้งหนึ่ง ผมกับป้าพอลล่าไปซื้อไข่จากตลาดหลังมหาวิทยาลัย ขากลับขณะที่ผมขี่มอเตอร์ไซด์อยู่นั้นเอง มีเพื่อนต่างชาติโบกมือทัก ผมตกใจ กำเบรคทั้งสองข้างจนมิด รถหยุดกระทันหันจนเสียหลักล้มลงทันที ไข่ที่ซื้อมาสิบกว่าฟองแตกเกือบหมดทุกใบ


ผมกับรถมอเตอร์ไซด์คู่ใจ


ตั้งแต่ซื้อรถมา ไม่เคยล้างรถเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

0 ความคิดเห็น