บันทึกชีวิตเรียนหมอที่จีน จากวันแรกถึงวันลา(ออก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 27,823 Views

  • 50 Comments

  • 145 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    380

    Overall
    27,823

ตอนที่ 13 : จบปีหนึ่ง(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    25 ก.พ. 62

นี่ก็ผ่านมาหนึ่งปีแล้วที่มาเรียนหมอที่จีน เรียนจบเบสิคซาย แล้วยังจบวิชาพรีคลินิกไปแล้วสองวิชา คือ อนาโตมี และฮิสโตโลยี ทั้งสองวิชาที่กล่าวนี้มีเรียนทั้งบรรยายและแล็บบอราทอรี

จะกล่าวถึงข้อดี ก็ต้องบอกว่าอุปกรณ์การเรียนค่อนข้างดีทีเดียว ในแล็ปฮิสโตโลยี เราได้ประจำกล้องจุลทรรศน์คนละหนึ่งเครื่อง ซึ่งต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ เวลาจะส่องไม่ต้องเอาตาไปจ่อที่เลนส์กล้องแต่อย่างใด หมุนๆปรับๆแล้วดูจากจอคอมพิวเตอร์ที่อยู่ข้างหน้าเลย อีกอย่างหนึ่งจะเรียกว่าดีไหมก็ไม่ทราบ คือเรียนฮิสโตที่นี่ สไลด์ไม่ต้องเตรียมเอง อาจารย์มีสต๊อกสไลด์เซลล์ต่างๆอย่างเหลือเฟือ

ข้อเสียหรือ ก็รู้ๆกัน อาจารย์พูดไม่รู้เรื่อง ตอนที่เขียนบทความนี้อยู่ ผมเรียนหลักสูตรอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยรัฐที่ไทยอยู่พอดี จึงสามารถเปรียบเทียบให้ท่านฟังได้ หากให้อาจารย์หลักสูตรอินเตอร์ที่ไทยเป็นมาตรฐาน ค่าเฉลี่ยระดับภาษาของอาจารย์คนจีนที่นู่นคงจะอยู่ที่ 40% กล่าวคือ อาจารย์ทั้งหลายท่านเก่ง แต่ท่านอธิบายให้เข้าใจไม่ได้

แล้วอย่างนี้จะเรียนกันอย่างไรรู้เรื่อง ผมจะบอกให้ฟัง

ผมเข้าชั้นเรียนทุกวันแทบไม่เคยขาด นั่นเพราะต้องไปให้ทันเวลาเพื่อสแกนลายนิ้วมือ เช็คแอทแทนแดนซ์นั่นเอง หากขาดบ่อยเกรงว่าจะหมดสิทธิ์สอบ แต่อาจารย์ส่วนมากพอเข้ามา ท่านก็เปิดสไสด์ แล้วอ่านสไสด์ให้ฟังเสียอย่างนั้น ขนาดอ่านสไลด์สำเนียงท่านยังฟังยากเลยคิดดู

นักศึกษาแพทย์อย่างผมจึงต้องกลับมาอ่านตำรา แล้วศึกษาด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เท่านี้ยังไม่พอ ผมต้องหาเลคเชอร์ในอินเตอร์เน็ตมาเรียนเพิ่มอีก ที่ดังมากคือเลคเชอร์ของ ดร นาจีบ แกแทบจะสอนทุกวิชาพรีคลินิก แกสอนได้เข้าใจและเห็นภาพเป็นอย่างยิ่ง


จะกล่าวถึงเรื่องสอบสักหน่อย วิชาอนาโตมีนั้นมีสอบปากเปล่าด้วย คือ จะชี้ไปที่อวัยวะของอาจารย์ใหญ่ แล้วให้ตอบว่า ไอ้ที่ชี้น่ะมันเรียกว่าอะไร แต่วันสอบจริง อาจารย์ไม่ได้มาทดสอบด้วยตนเอง แกใช้เพื่อนร่วมห้องชาวอินเดียนั่นแหละเป็นคนทดสอบ เวลาสอบผมก็คิดแย้งอยู่ในใจตลอดเวลาว่า ไอ้คนที่มาทดสอบเราเนี่ย มันจะรู้ไปมากกว่าเราได้อย่างไร 

แล็ปกริ้งของฮิสโตน่ะเหรอ จำไม่ได้ว่าเคยมี ที่ใกล้เคียงที่สุดคือ อาจารย์ให้เรานั่งประจำที่ แล้วเปิดสไลด์จากพาวเวอร์พ๊อยที่หน้าห้อง พออาจารย์เปลี่ยนสไลด์นั่นแหละ คือเสียงกริ้งของที่นี่

สอบแบบนี้ก็ลอกกันเสียกระจายน่ะสิครับ

สิ้นปี ผมสอบผ่านฉลุย 

แต่ในหัวนี่กลวงเปล่า หาความรู้ใดๆมิได้เลย นี่ไม่ได้ถ่อมตัวหรอกครับ ที่สอบผ่านไม่ใช่ว่าผมมีความรู้ แต่ผมมีตัวช่วยแสนพิเศษ 

มันคือ Guess paper

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #12 Asdf (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 20:52

    รออ่านต่อค่ะ

    #12
    0