[Fic WINNER] Gin & Tonic #YOONWOO

ตอนที่ 3 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 เม.ย. 58




 

อาจเป็นเพราะหัวใจที่อ่อนแรง ทำให้ฉันเผลอไผลไปชั่วเวลาเท่านั้น

 

            “เจ้ากวางน้อยคิมจินอู ?”

 

            คนที่ทำตัวเป็นลิงเป็นค่างหยุดปีนป่ายร่างสูงโปร่งของซึงยูน ปลายเท้าที่เคยเขย่งยกร่างให้สูงขึ้นนั้นลดลงยืนเต็มฝ่าเท้าก่อนสบนัยน์ตากลมโตเข้ากับนัยน์ตาเรียว

 

            “ก็ฉันน่ะสิ นายคิดว่าทั้งวงการนี้จะมีผู้ชายตัวเล็กและดวงตากลมโตเท่าฉันอีกแล้วหรือไง ?”

 

            “เปล่า ฉันก็แค่แปลกใจน่ะ คนดังอย่างนายไม่น่าจะมาสถานที่แบบนี้คนเดียวนะ”

 

            ซึงยูนเลิกคิ้ว มือถือแว่นตากันแดดสีดำสนิทยังคงยกสูงเหนือศีรษะ

 

            “ทำไม ? คิดว่าคนดังอย่างฉันจำเป็นต้องมีบอดี้การ์ดเดินอ้อมหน้าอ้อมหลังหรือมีผู้จัดการส่วนตัวคอยประกบข้างตลอดเวลาเลยหรือไง ?”

 

            ใบหน้าหวานบูดบึ้งแสดงถึงความไม่พอใจขึ้นมาตะหงิดๆ ทำไมต้องคิดว่าคนดังอย่างพวกนายแบบหรือศิลปินนักแสดงต้องมีคนคอยติดตามคุ้มกันเยอะๆ เป็นโขยงด้วย ?

 

            มันน่าเบื่อจะตายไป ...

 

            แต่จินอูก็เตรียมใจไว้แล้วก่อนที่จะก้าวเท้าเข้ามาโลดแล่นในวงการนี้ แต่ก็เป็นโชคดีของจินอูที่ได้ซึงรีเป็นผู้จัดการส่วนตัว เพราะซึงรีให้อิสระกับจินอูทุกเรื่อง ขออย่างเดียวว่าอย่ามีปัญหาตามมาให้ซึงรีปวดหัวเล่นๆ

 

            และจินอูก็ทำได้ดีเสมอมา

 

            “ก็ใช่ไง ...” ซึงยูนยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม จินอูขยับตัวถอยหนี แต่ยิ่งถอยหนี เจ้าคนหน้าบวมๆ ตรงหน้าก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนจินอูรู้สึกอึดอัด “ฉันเห็นนะตอนที่ฉันร้องเพลง นายมีท่าทางสนใจฉัน”

 

            “สำคัญตัวเองผิดไปหรือเปล่า ?” จินอูเถียงคอเป็นเอ็นแทบพ่นน้ำลายใส่ใบหน้าของคนหล่อคมคาย “ฉันไม่ได้สนใจนายสักหน่อย ฉันแค่ชอบน้ำเสียงของนายเท่านั้นเท่านั้นเอง”

 

            “มันคือชอบไหมล่ะ ?”

 

            “ย่าห์ ! คังซึงยูน นายมีอะไรให้ฉันชอบอีกนอกจากน้ำเสียงเวลาที่นายร้องเพลงน่ะ หน้าก็บวม ปากก็ห้อย ตาก็ตีบ ไม่เห็นมีอะไรให้ฉันพิศวาสนายสักนิด ...”

 

            ยังขยับปากด่าไม่จบ จินอูก็ต้องกลืนก้อนคำด่าให้ลงคอไปเพราะไอ้คนที่เพิ่งด่าปาวๆ ว่าตัวเองจะไม่พิศวาสในตัวนั้นได้เอียงตัวฝังปลายจมูกลงบนแก้มเนียนข้างซ้ายไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

 

            “มีอะไรที่ฉันไม่น่าพิศวาสอีกไหม ?”

 

            “ไอ้คนฉวยโอกาส !

 

            คราวนี้ซึงยูนเอียงตัวฝังปลายจมูกลงหอมแก้มขวา จินอูเบิกตาโพลงก่อนผลักร่างของซึงยูนออกด้วยความรังเกียจ ซึงยูนเซถอยหลังไปสองถึงสามก้าวแต่ยังสามารถยกยิ้มมุมปากได้อย่างมีชัย

 

            “ผิวของเจ้ากวางน้อยแห่งวงการนายแบบนี้ จะว่าไปก็นุ่มดีเหมือนกันนะ นุ่มเหมือนผิวเด็กเลย”

 

            “คังซึงยูน !

 

            “เหลือแต่ปากบางๆ นี่สินะที่ยังไม่ได้สัมผัส อยากรู้จังว่าจะนุ่ม ...”

 

            ยังพูดไม่ทันจบประโยค กำปั้นลุ่นๆ ก็ซัดกระแทกเข้าที่มุมปาก ใบหน้าของซึงยูนหันไปตามแรง แม้หมัดของเจ้ากวางน้อยที่มอบให้นั้นไม่สามารถทำให้ผิวหนังของคนร่างสูงโปร่งได้รับความกระทบกระเทือนอะไรมากมายนัก แต่ก็ทำให้มุมปากหนานั้นช้ำเขียวได้เหมือนกัน

 

            “เก็บปากนายไว้สั่งลูกน้องทำงานไม่ดีกว่าหรอ ? ไอ้ลูกหมา !

 

            “โอเค ตกลงอย่างนั้นก็ได้ ...” แม้ปากจะช้ำไปแล้วแต่ก็ยังไม่วายที่จะต่อปากต่อขานกับเจ้ากวางน้อยตรงหน้า “แต่นาย ... นายต้องเก็บแก้มและริมฝีปากรวมถึงร่างกายของนายให้ฉันคนเดียวนะ โอเคไหม ?”

 

            “ไอ้คนทุเรศ !

 

            กำปั้นเล็กง้างขึ้นกลางอากาศอีกครั้งก่อนสมองจะสั่งการให้ฝ่าอากาศไปหวังจะกระแทกสั่งสอนเด็กปากหมาตรงหน้านี่เสียอีกสักที แต่ซึงยูนเบี่ยงตัวหลบทันแล้วคว้ามือบางที่กำแน่นนั้นไว้กับมือแล้วออกแรงดึงให้ร่างเล็กนั้นถลาลงมาฝังใบหน้าลงกับแผ่นอก

 

            “ถึงจะทุเรศแต่ก็อาจจะทำให้นายติดใจก็ได้นะ อยากลองดูสักครั้งไหมล่ะ หืม ? เจ้ากวางน้อย”

 

            “หยาบคาย !” ร่างเล็กสะบัดตัวเองออกจากการเกาะกุม เหลียวมองคนตัวสูงกว่าด้วยแววตาเครียดแค้นรังเกียจเกินทน “เสียแรงที่ฉันหลงชอบเสียงนาย ถ้าฉันรู้ว่าเนื้อแท้ของนายหยาบยิ่งกว่ากระดาษทรายแบบนี้นะ ฉันจะไม่หลงเสียงนายให้เสียหูหรอก !

 

            จิกสายตารังเกียจเกินทนก่อนคว้าแว่นตากันแดดสีดำราคาค่อนข้างสูงในมือของซึงยูนมาถือไว้ อ้าขาแว่นตาให้ง้างออกแล้วเหน็บลงบนคอเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวสบายๆ ที่เจ้าตัวสวมใส่อยู่ ก้าวเท้าฉับๆ เลี่ยงออกมาให้ไกลจากบุคคลที่เคยหลงใหลแค่เพียงไม่นานก็ต้องเกลียดแสนเกลียดจนเข้ากระดูกดำ

 

            ไม่น่าหลวมตัวไปชอบคนปากหมาพูดจาทุเรศแบบนั้นเลย

 

            ทั้งๆ ที่เพลงและน้ำเสียงแหบหนักจะอบอุ่นหัวใจมากจนลืมเรื่องหนักอกหนักใจบางเรื่องไป พอเจอเข้าแบบนี้เป็นใครก็ต้องเกลียดจนแทบอยากจะฆ่าให้ตายสุดๆ เหมือนกัน

 

            “หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ เจ้ากวางน้อย”

 

            สองเท้าที่ก้าวเดินอยู่หยุดชะงัก หมุนตัวมาเหลือบมองบุคคลปากวอนแตกอีกครั้งด้วยสายตาแข็งกร้าว กลีบปากบางขยับด่าคนตัวสูงโปร่งอีกครั้ง

 

            “ใครมันจะอยากเจอนายอีก ถ้าเป็นไปได้ก็ลืมๆ กันไปซะ คนอย่างนายฉันไม่น่ารู้จักให้เปลืองพื้นที่ความทรงจำในสมองฉันเลย ให้ตายเถอะ !

 

            กล่าววาจาลั่นคำด่าจบก็หมุนตัววิ่งด้วยขาคู่สั้นแต่นั้นกลับทำให้คนตัวสูงกว่าที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลังหัวเราะร่วนออกมากับท่าทางน่ารักๆ ของคนตัวเล็ก

 

            เตี้ยแต่วิ่งเร็วชะมัด ...

 

            นี่คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งสินะที่ใครต่อใครตั้งฉายาให้ว่า เจ้ากวางน้อย

 

            ทันทีที่แผ่นหลังบางหายไปกับความมืดมิดของบรรยากาศยามที่โลกหมุนตัวเองแตะเข้ากับวันใหม่ ซึงยูนก็เลือกที่จะหมุนตัวกลับเข้าไปใน WN Night Club ที่ตนหุ้นเปิดกับคังแดซองพี่ชายของตัวเอง โดยที่ซึงยูนไม่รู้ตัวเลยว่าในร้านมีเพื่อนสนิทของตัวเองนั่งยิ้มแป้นร่าเริงกับสุราและนารีอยู่ที่โซน VIP

 

            “เห้ย ! คังซึงยูน” เสียงทุ้มที่ดังแข่งกับเสียงดนตรีที่ทางร้านเปิดแก้ขัดเนื่องจากเจ้าคนที่มีคิวร้องเพลงวันนี้ดันวิ่งแจ้นออกนอกร้านทั้งๆ ที่ตัวเองยังต้องร้องเพลงต่อให้ครบชั่วโมง แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ซึงยูนต้องคุยกับลูกค้าระดับ VIP ที่เป็นเพื่อนสนิทเสียก่อน

 

            “หายไปไหนมาวะ ? ปล่อยให้เพื่อนรักของนายนั่งกินเหล้าคนเดียวเปล่าเปลี่ยวหัวใจแบบนี้มันใช่ไม่ได้เลยนะ”

 

            “นายก็ไม่ได้นั่งกินคนเดียวนี่นา มีน้องเขามานั่งด้วย นายยังต้องการอะไรอีก ?”

 

            “ก็อยากให้นายมานั่งกินเหล้าด้วย”

 

            “จะบ้าหรือไง ? นายก็รู้ว่าฉันแพ้แอลกอฮอล์”

 

            คำปฏิเสธที่ซึงยูนต้องกระซิบบอกทุกครั้งที่มินโฮเพื่อรักแสนสนิทชักชวนให้ร่วมวงเครื่องดื่มมึนเมา แม้จะพูดสักกี่ครั้งกี่หน แต่ก็ดูเหมือนมินโฮจะไม่เคยจดจำเลย

 

            “เออ ... ใช่” มินโฮกรอกตาไปมาแต่ก็ไม่วายที่จะหยอกเหย่าเพื่อนรักตัวสูงโปร่งและค่อนข้างผอมบาง ยกมือวาดวงแขนกอดคอซึงยูนแบบที่ชอบทำบ่อยๆ “งั้นมานั่งเป็นเพื่อนหน่อยก็ได้”

 

            “ฉันมีงานต้องทำ” คำพูดบอกปัดเสียงเรียบเหมือนไม่คิดอะไรพลางขยับไหล่ให้แขนที่ทิ้งน้ำหนักนั้นปล่อยออก แต่ก็สามารถทำให้คนร่างหนาราวหมีที่มีน้ำอกน้ำใจกล่าวชักชวนจุกไม่ใช่น้อย มินโฮทำปากยื่นปากยาวหน่อยๆ แล้วดีดดิ้นแสดงความน้อยใจราวกับเด็กน้อยที่ร้องประท้วงจะเอาหุ่นยนต์กัมดั้มในห้างสรรพสินค้าหรูยังไงยังงั้น “เอาน่า ... เดี๋ยวเสร็จงานแล้วถ้านายยังไม่กลับจะมานั่งดื่มโค้กเป็นเพื่อน”

 

            ยกมือตบไหล่หนาของเพื่อนรักร่างหมีดังปุบๆ ก่อนเดินผละไปทางหลังร้าน ในสมองกลับคิดถึงแต่นายแบบตัวเล็กหน้าใสที่เจ้าตัวจับเข้ามาอยู่ในหัวใจโดยที่ไม่รู้ตัวพลางสะบัดหัวไล่ความคิดประหลาดๆ แต่ก็ทำได้แค่แปลกใจตัวเองว่าทำไมต้องแอบอมยิ้มด้วยเวลาที่คิดถึงเจ้ากวางน้อยคนนั้น

 

            “นายไปไหนมา ? รู้ไหมว่าลูกค้าหลายคนไม่พอใจที่นายทิ้งงานจนกลับไปหลายคนแล้วนะ”

 

            คังแดซองพี่ชายสุดที่รักของคังซึงยูนขยับปากบ่นใส่หน้าน้องชายตัวดีที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองโดยไม่รู้จักคิด แต่น้องชายหน้ามึนกลับทำเพียงแค่ยักไหล่ ดวงตาเรียวจดจ้องใบหน้าของพี่ชายด้วยสายตาที่ชักชวนให้แดซองอยากจะยกเท้าขึ้นถีบเข้าหน้าท้องแบนราบที่ปกปิดด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทาหม่นให้ตัวผอมๆ ปลิวออกหลังร้านเสียจริงๆ

 

            ถ้ารู้ว่าน้องชายของเขาจะหน้ามึน สอนไม่จำด่าไม่เข็ดแบบนี้ แดซองคงจะเอากิมจิหัวไชเท้ายัดปากให้ตายๆ ไปตั้งแต่เกิดแล้ว

 

            “โถ ... พี่แดซองอ่า ... แค่ไปเดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์ กินมาร์ชเมลโล่นิ่มๆ ข้างนอกเท่านั้นเอง”

 

            “คนบ้าอะไรจะไปเดินเล่นรับลมเย็นกินมาร์ชเมลโล่ตอนตีหนึ่งตีสอง นายบ้าไปแล้วจริงๆ หรือไง ?”

 

            “สงสัยจะบ้าจริงๆ แหละ” คังผู้น้องตอบพลางยกยิ้มกว้างจนโหนกแก้มกลมๆ ยกขึ้นเป็นลูกทั้งสองข้าง “ถึงจะบ้า แต่คังซึงยูนคนนี้ก็หล่อตลอดกาลนานนะครับ”

 

            กดเสียงแหบให้ทุ้มต่ำเชิงล้อเลียนแล้วพูดใส่พี่ชายตาตีบ แดซองชักจะหมั่นไส้ขึ้นมาจริงๆ แล้ว อยากยกเท้าขึ้นวาดเป็นวงท่าจระเข้ฟาดหางใส่คนที่กวนประสาทตรงหน้าขึ้นมาจริงๆ

 

            “มั่นเนาะ ไปๆ ไปทำงาน”

 

            “ไม่มีอารมณ์ทำแล้วอ่า ไปนั่งจิบโค้กเย็นๆ ดีกว่า”

 

            ถ้าเป็นคนอื่นคงจะพูดว่าไปหานั่งจิบไวน์หรือกินเหล้าแน่ๆ แต่สำหรับคังซึงยูน มนุษย์เพศชายผู้เป็นถึงระดับเจ้าของ WN Night Club ชื่อดังกลับไม่สามารถพูดประโยคทำร้ายตัวเองแบบนั้นออกมาได้เลย

 

            เพราะอะไรน่ะหรอ ?

 

            ก็อย่างที่เจ้าตัวบอก ... คังซึงยูนแพ้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดน่ะสิ

 

            ไม่ใช่แพ้ธรรมดานะ แต่แพ้ถึงระดับสิบ ...

 

            นอกจากซงมินโฮ คังแดซองหรือบุคคลอื่นๆ ที่สนิทกับซึงยูนเท่านั้นรู้ว่าเมื่อไรก็ตามที่แอลกอฮอล์เข้าปากของซึงยูน เมื่อนั้นผิวที่เคยขาวใสสะอาดสะอ้านของเจ้าตัวคนสูงโปร่งจะต้องแดงเถือกขึ้นมาทั้งตัว ผื่นขึ้น หรือถ้าหนักหน่อยอาจจะหงายหลังคอพับคออ่อนสลบสไลไปเลยแม้ได้รับในปริมาณเพียงน้อยนิด

 

            แล้วเจ้าคนที่เป็นน้องชายตัวแสบก็สาวเท้าเดินเลี่ยงไปทางเคาน์เตอร์บาร์เรืองแสงสารพัดสี ซึงยูนจำได้แม่นยำเลยว่าเก้าอี้สูงตัวไหนที่คนตัวเล็กเพิ่งลุกออกไป ซึงยูนกวาดตามองเมื่อเห็นว่าไม่มีใครนั่งที่เก้าอี้ตัวสูงนั้น ร่างสูงโปร่งจึงเดินตัวปลิวรีบไปนั่งทับรอยที่เจ้ากวางน้อยนั้นเพิ่งลุกเดินออกไปอทบจะทันที

 

            จากตอนแรกที่มีลูกค้าเต็มร้าน ตอนนี้เริ่มเบาบางลงแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความผิดของซึงยูนเองที่ไล่ลูกค้าทางอ้อม เพราะไม่มีใครกล้าที่จะเดินลงจากเวทีทั้งๆ ที่กำลังร้องเพลงอยู่ แต่ด้วยซึงยูนถือสิทธิ์เจ้าของร้านและไม่มีใครจะสามารถไล่เขาได้นอกจากพี่ชายที่ร่วมหุ้น การทำอะไรตามใจตัวเองเสมอมาจึงเป็นสิ่งที่ซึงยูนมักจะทำบ่อยๆ

 

            “จุนฮเวๆ คนตัวเล็กๆ ที่เขาใส่แว่นตาสีดำเขาสั่งอะไรหรอ ?”

 

            “อ๋อ ... คนประหลาดๆ นั้นน่ะหรอ ? เขาสั่งจินแอนด์โทนิกอ่ะ กินอะไรที่มันง่ายๆ แบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ ไม่ต้องวุ่นวาย ว่าแต่ พี่ถามทำไม ?”

 

            “เปล่าหรอก” จุนฮเวที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดเรียงอุปกรณ์บนเคาน์เตอร์บาร์ที่ประจำช้อนตามองบุคคลที่เป็นถึงระดับเจ้านายของตัวเองด้วยความไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก ใบหน้าติดโหดฉายแววว่าสงสัยในความพิลึกพิกลของเจ้านายหนุ่มเสียจริง “เอาโค้กมากินหน่อยสิ”

 

            “กินโค้กตอนนี้จะนอนหลับลงหรอพี่ ?”

 

            “เอามาเถอะน๊า ... ก่อนขึ้นเวทีเมื่อกี้ฉันก็จัดกาแฟมาแล้ว จะนอนหลับไม่หลับค่อยว่ากันอีกที”

 

XXXXX

 

“นายต้องเก็บแก้มและริมฝีปากรวมถึงร่างกายของนายให้ฉันคนเดียวนะ”

เหยด ... ช่วยเจ๊ตีบด้วย เจ๊ตีบกรีดร้องเป็นภาษามองโกเลียได้แล้วค่ะรีดเดอร์

ออกตัวแรงไปไหมคะ คุณคัง >< ชอบคุณคิมหรอถึงได้เพ้อเจ้อและหวงเข้าตัวได้ถึงขนาดนี้ แอร๊ย

แล้วอะไร ? มีหอมแก้มซ้ายขวาคุณคิม เหยด ... ตาย !

ต้องติดตามต่อไปนะคะว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป

เจ๊ตีบสัญญาค่ะว่าจะพยายามทำให้ฟิคเรื่องนี้สนุกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ^^

 

#ฟิคจินแอนด์โทนิก

 

ปล.1 เห็นรีดเดอร์หลายคนบอกว่าชอบ เจ๊ตีบก็ปลื้มอกปลื้มใจมากค่ะ เพราะเรื่องนี้เจ๊ตีบจะพยายามทำให้มันแตกต่างจากฟิคอัศวินเที่ยงคืนเนาะ

ปล.2 ขอบคุณมากๆ นะคะที่ชอบฟิคจินแอนด์โทนิค ยังไงก็อยู่ให้กำลังใจเจ๊ตีบและฟิคจินแอนด์โทนิกต่อไปเรื่อยๆ นะคะ เรื่องนี้แต่งยากกว่าฟิคอัศวินเที่ยงคืนเยอะมาก เพราะมันเป็นฟิคที่ไม่ได้พึ่งพาจินตนาการเหมือนฟิคแนวแฟนตาซีเหมือนที่ผ่านมา

ปล.3 ถ้ามีอะไรที่ผิดพลาด เช่น คำผิด เป็นต้น ไปสะกิดบอกเจ๊ตีบในทวิตเตอร์ได้เลยนะคะ ^^

ปล.4 ขอบคุณนะคะ รักนะคะ ซารางเฮโย >3<


@SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #86 AllXJinwoo (@allxkimjinwoo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 23:38
    ขาสั้นแต่วิ่งเร็วชะมัด

    ชอบประโยคนี้ มันน่าเอ็นดู งือออออ
    #86
    0
  2. #78 Orasa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 16:14
    รุกหนักตังแต่เริ่มเลยนะอาคังคนแมน เนื้อเรื่องสนุกดีคะไรท์ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ
    #78
    0
  3. #74 MAYFLOWER) (@Frye) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 00:31
    สองคนนี้สงสัยกัดกันมาเเต่ปางก่อนเเหงม
    ดูจะมีเรื่องราวอยู่มิใช่น้อย
    ตกลงคุณพี่เเป๋วชอบยูนจริงๆใช่มั้ยค้าาา
    ไม่ได้ชอบเเค่เสียงใช่มั้ยค้าาาา
    เเหมๆๆ ออกตัวเเรงเหลือเกินนะว่ารังเกียจ*มองบน*
    อย่าให้รู้ว่าเเอบชอบยุนมานานนะ น้องจะกรี๊ดใส่ถถถถถถ
    #74
    0
  4. #45 preaw eiei (@preawproudd) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 21:18
    อร๊ากกกกก  ฟินจริงงงง
    เจอกันครั้งแรกก็ฟินเลยยยยย  ง้ากกดกกกกกก
    #45
    0
  5. #22 YuiLuk (@yuisupitshaya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 20:56
    เขินตอนหอมแก้ม โอ้ยยยยฟินนนนคือน่ารักกกก
    #22
    0
  6. #15 Oumyim Naruk (@oumyimnaruk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 21:39
    แอร๊ยยยย เค้าชอบเรื่องนี้อ่ะไรท์ น่าติดตามมากๆเลยค่ะ 
    ยูนออกตัวแรงมากเลยอ่ะ สมควรแหละที่จินอูจะโกรธ 555555
    เล่นขโมยหอมแก้มซะแม่ยกฟินกระจายขนาดนี้ >\\\<
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วง่าา อยากรู้จังว่าเค้าจะเจอกันอีกได้ยังไง
    #15
    0
  7. #14 Oumyim Naruk (@oumyimnaruk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 21:34
    แอร๊ยยยย เค้าชอบเรื่องนี้อ่ะไรท์ น่าติดตามมากๆเลยค่ะ 

    ยูนออกตัวแรงมากเลยอ่ะ สมควรแหละที่จินอูจะโกรธ 555555

    เล่นขโมยหอมแก้มซะแม่ยกฟินกระจายขนาดนี้ >\\\<

    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วง่าา อยากรู้จังว่าเค้าจะเจอกันอีกได้ยังไง
    #14
    0
  8. #13 Cat_Cha (@cat-cha-absurt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 22:21
    แอบสารภาพว่าชอบเรื่องนี้มากกว่าอัศวินเที่ยงคืน อาจเพราะชอบอิมเมจพระเอกแบบนี้ กวน แบด ปากเสีย ชอบนายเอกเอาแต่ใจ ปากจัด ไม่ยอมคน แบบนี้แหละ 5555 แต่อัศวินเที่ยงคืนก็จะอ่านต่อไปค่ะ ยังอ่านไม่จบเลย
    #13
    0
  9. #12 karmen (@karmen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 13:52
    มันไม่ใฉจีจีด้วยเจ๊ -,.- 
    อาคังคนรุงรัง มาชเมลโล่อร่อยมากป่ะ?
    ถนอมกว้างนิดนะหมาน้อยยยยย
    #12
    0
  10. #10 kyotangmo (@kyotangmo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 23:09
    ซึงยุนคนฉวยโอกาส ฮ่าๆ น่ารักดีจัง ^^ จินอูเกลียดได้ไม่นานหรอก อิอิ
    #10
    0
  11. #9 tinitn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:47
    ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วฟินจิกหมอน แอร๊ยยยยยย
    #9
    0