[Fic WINNER] Gin & Tonic #YOONWOO

ตอนที่ 15 : Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 ก.ย. 58





คนที่ใช่ก็ไม่รัก คนที่รักก็ไม่ใช่

 

            ดวงตาเรียวเล็กรีของซึงยูนเบิกโพลงรับคำพูดของซึงฮุน ในหัวใจดวงเล็กบริเวณอกข้างซ้ายเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าคำถามเมื่อหลายปีก่อนจะถูกนำมาทวงถามหาคำตอบอีกครั้งในวันนี้

 

            ซึงยูนตั้งตัวไม่ทันจริงๆ

 

 

 

 

            “เรียนจบแล้ว พวกนายสองคนตั้งใจจะทำอะไรต่อไปวะ ?”

 

            “ไม่รู้เลยหว่ะ นายล่ะ ?”

 

            “คงเปิดแกลอรี่ตามความฝันนั้นแหละ รูปที่เคยวาดเอาไว้ตอนนี้เต็มบ้านไปหมด ไม่มีที่จะถมแล้ว คงต้องทยอยๆ ปล่อยไป” เมื่อพูดถึงความฝันของตัวเองทีไร มินโฮชายหนุ่มร่างหนาก็มักจะยิ้มร่าเริงเป็นพิเศษ เหลียวดวงตาคมทอประกายสุกใสสบเข้ากับเจ้าของใบหน้ากลมเจ้าของผมหน้าม้าปรกหน้าผากกว้าง “นายล่ะ ? คังซึงยูน”

 

            “หุ้นเปิดคลับกับพี่แดซองแหละ”

 

            ว่าจบซึงยูนก็เอื้อมมือไปหยิบถุงขนมที่เกลื่อนบนโต๊ะมาไล่เปิด สีหน้าจริงจังทำเอาเพื่อนรักทั้งสองอย่างมินโฮและซึงฮุนหน้าเหวอไปตามๆ กัน เพราะต่างก็รู้ดีว่าแท้ที่จริงแล้วซึงยูนนั้นแพ้แอลกอฮอล์ทุกชนิดขั้นโคม่า แต่ก็ยังตัดสินใจที่จะเปิดแหล่งบันเทิงที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นไอของเหล้ายาสิ่งมึนเมาเหล่านั้น

 

            อาศัยหลักการที่เรียกว่า ต้องการการพักผ่อนอย่างอิสระของมนุษย์ เพื่อกอบโกยทรัพย์ในกระเป๋าของคนเหล่านั้น เป็นหลักการตลาดและธุรกิจที่ทำให้ซึงยูนหัวแหลมเป็นลิงไปเลย

 

            “ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนหน่อยสิวะ”

 

            “ห้องน้ำอยู่แค่นี้เอง ไปเองไม่เป็นหรือไงวะ ไอ้หมูดำ !

 

            ซึงยูนสะบัดแขนที่โดนมือของมินโฮทั้งสองข้างเกาะกุมพร้อมทั้งเขย่าเบาๆ เชิงขอร้องอ้อนวอนทำปากยื่นปากยาวส่งสายตาบ๊องแบ๊วให้อย่างน่ากลัว ดวงตาของซึงยูนเหลืบมองแล้วพลอยทำเอาขนลุกกชัน ยกมือขึ้นผลักใบหน้าหล่อคมคายออกจนมินโฮแทบหงายหลัง

 

            “ชิ ! ไปคนเดียวก็ได้”

 

            มินโฮทำท่างอนราวกับผู้หญิงสะบัดก้นเดินหนีหายไปทางอาคารเรียนที่อยู่ใกล้ที่สุด ปล่อยให้สองซึงเพื่อนรักคลื่นไส้อยากจะอาเจียนและฉุนอยากจะไล่ฟาด แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้

 

            เงียบ ...

 

            ทันทีที่มินโฮวิ่งไปเข้าห้องน้ำได้เพียงหนึ่งนาที ความเงียบก็ลอยปกคลุมระหว่างซึงยูนที่ไม่ค่อยจะพูดคุยสักเท่าไรกับซึงฮุนคนพูดมากเกินเหตุจนบางครั้งก็เหมือนว่าเจ้าตัวจะเป็นบ้า

 

            ราวกับเมฆฝนสีเทาลอยคลุมระหว่างร่างทั้งสองคน ซึงยูนที่มีสีหน้าเรียบเฉยระบายความเบื่อออกมามากขึ้น ตั้งข้อศอกกับโต๊ะวางคางลงบนอุ้งมือขาว สายตาเหม่อมองทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้าง ทิ้งให้ซึงฮุนที่เคยพูดมากอึดอัดไปด้วย แต่ถ้าจะให้เจ้าตัวทำเป็นอึดอัดไปตามสถานการณ์ ก็คงจะไม่ใช่นิสัยของอีซึงฮุนคนนี้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็น

 

            งานพังความเงียบคืองานถนัดของพ่อหนุ่มสิงโตตาเล็กอยู่แล้วแหละ

 

            “คังซึงยูน”

 

            “หืม ?”

 

            เจ้าของใบหน้าย้วยหันตาเสียงเรียกของคนข้างตัวพลางตอบรับเสียงงึมงำๆ ในลำคอ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดตามธรรมชาติราวลูกเชอร์รี่ยังคงคว่ำตีบูดบึ้งตามประสา

 

            “ถ้าฉันจะบอกอะไรนาย นายจะโกรธอะไรฉันไหม ?”

 

            “เห้ย ! เพื่อนกัน โกรธอะไรกันเล่า ?”

 

            เรียวปากอิ่มค่อยๆ ยิ้มเพื่อคลายความอึดอัดของคู่สนทนาที่เวลานี้ใบหน้าขาวของซึงฮุนพราวไปด้วยหยาดเหงื่อระยับ ทั้งๆ ที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนเท่าไรนัก แต่เหงื่อที่ไหลอาบไปทั่วและใบหน้าที่แดงเรื่อนั้นทำให้เจ้าตัวคิดว่าเพื่อนรักของเขาคงอึดอัดไม่น้อย

 

            มือข้างที่ว่างอยู่ควานล้วงเข้าไปในถุงขนมกรุบกรอบที่เปิดทิ้งไว้นานแล้ว กำขนมเข้าปากเคี้ยวกรอบแกรบจนแก้มย้วยๆ ขยับอย่างน่ารัก แต่คังซึงยูนคนแมนไม่ได้อยากน่ารักอะไรหรอกนะ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อพระเจ้าสร้างให้เขาหน้าตาดีแบบนี้

 

            “คือฉัน ... ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนนายหว่ะ” วาจาทำให้คิดหลายด้านของซึงฮุนพลอยทำให้ขนมให้ปากที่ซึงยูนกำลังเคี้ยวตุ้ยหมดอร่อยไปในพริบตา เจ้าของใบหน้ากลมเหลือบมองบุคคลที่รักเป็นเพื่อนข้างตัวหน้านิ่งไม่พูดอะไรรอฟังเจ้าบ้าเพื่อนสนิทพูดต่อ ดวงตาเล็กเรียวเห็นเพียงซึงฮุนที่ร่างกายสั่นเทาเบาๆ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไรกันแน่ “คือ ... จริงๆ นะเว้ย คือฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับนายแล้วหว่ะ อยากเป็นมากกว่านี้ อยากเป็นคนที่ดูแลนายใกล้ๆ มากกว่านี้หว่ะ ...”

 

            “อีซึงฮุน !

 

            ซึงยูนเผลอทุบกำปั้นที่กำแน่นเส้นเลือดปูดขึ้นเป็นทางลงกับโต๊ะจนแผ่นหินอ่อนที่วางไว้กับฐานสั่นสะเทือนราวกับจะร่วงทั้งแผ่น

 

            “ถ้านายจะโกรธมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร” ซึงฮุนหลับตาลงถอนหายใจออกมาสั้นๆ กับท่าทางน่ากลัวของซึงยูนในเวลานี้ ใบหน้ากลมตีคิ้วขมวดเข้าหากัน เรียวตาดุดัน ริมฝีปากที่เคยยิ้มบางๆ คว่ำเบะ สีหน้าและท่าทางเวลาโมโหของซึงยูน ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้ง ร่างกายของซึงฮุนก็ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันมาป้องกันได้เลย ตั้งแต่วันแรกของการเข้าศึกษาจนถึงวันนี้ วันจบการศึกษา ซึงฮุนก็ไม่สามารถแก้ไขอาการกลัวท่าทางโมโหของซึงยูนได้เลยจริงๆ “ช่างเถอะ ฉันไม่ได้ขอให้นายตอบรับฉันตอนนี้หรอก ฉันแค่อยากบอกให้นายรู้ไว้เท่านั้นแหละว่าฉันชอบนาย ... แค่นี้แหละที่อยากบอก”

 

            ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวๆ ก้าวออกจากเก้าอี้หินอ่อนสีขาวสะอาดมาดแมน มือหนาคว้ากระเป๋าเป้ที่บรรจุชุดครุยจนกลมออก หันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมองแผ่นหลังคนนั่งอยู่ที่เดิม แม้เจ้าตัวจะเพิ่งสารภาพความในใจออกไป

 

            ทิ้งไว้เพียงซึงยูนนั่งเบิกตาไม่อยากเชื่อเลยว่าเพื่อนรักของตนจะทำเรื่องอะไรแบบนี้ เค้นหัวเราะออกมาอยากจะตลกขบขันในเรื่องราวยิ่งกว่านิยายน้ำเน่าเรื่องไหนๆ ว่าจะมีผู้ชายร่างสูงที่ตนมองว่าเป็นเพื่อนสนิทมาตลอดสารภาพรักกับตนที่เป็นผู้ชายมาดแมนพอกัน

 

            ยิ่งกว่าเรื่องราวของเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อเสียอีก ...

 

            ส่ายหัวสลัดไล่ความคิดบ้าๆ เลิกสนใจเรื่องราวเกือบจะไร้สาระทิ้งไปให้หมด ก่อนจะล้วงเข้าไปในถุงขนมอีกครั้ง กำของอร่อยยัดเข้าปากคำใหญ่กว่าเดิมเคี้ยวจนแก้มป่อง

 

            “อ้าว ... ซึงฮุนหายไปไหนแล้วล่ะ ?”

 

            “ซึงฮุนหรอ ? มันกลับไปแล้วแหละ”

 

            “อะไรกัน วันนี้วันสุดท้ายที่จะได้เจอกันในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัยนะ ไปแบบไม่บอกไม่กล่าวกันแบบนี้มันใช้ไม่ได้จริงๆ เลยหว่ะ เดี๋ยวพ่อจะโทรด่าซะให้เข็ด”

 

            แล้วมินโฮก็บ่นกระปอดกระแปดยัดขนมเข้าปากไปด้วยราวหมีกินผึ้งอีกยาวนานจนซึงยูนที่นั่งฟังนานๆ สะกดคำว่าเบื่อล้านรอบ

 

 

 

 

            ซึงยูนถอนหายใจออกมายาวๆ เหลียวมองเพื่อนรักหน้าตี๋ที่ขอยอมรับเลยว่าหล่อขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปี ตัดสินใจบอกเรื่องราวความจริงในใจที่ตนเก็บเอาไว้มานานหวังไว้ว่าสักวันถ้าเจอซึงฮุน เจ้าตัวก็จะบอกโดยไม่ลังเล

 

            ไม่คิดเลยว่าคนที่เขาอยากเจอจะมาหาด้วยตัวเอง และมาเร็วกว่าที่คิดเอาไว้เสียด้วย

 

            “ขอโทษนะ อีซึงฮุน ...” ชายหนุ่มหน้าตี๋ทรงผมสิงโตเผลอสบตาเจ้าของพื้นที่เริ่มควบคุมร่างกายตัวเองไม่ไหวทันทีที่หูได้ยินคำว่าขอโทษแสนจริงใจ ขอบตาร้อนๆ ของตนเผาผลาญให้ลูกตาเล็กสีดำสนิทกลั่นน้ำตาอุ่นออกมาเรื่อๆ บ้าที่สุด ! ทั้งๆ ที่เตรียมใจมาตลอดหลายปี แต่พอเอาเข้าจริง อีซึงฮุนก็เป็นเพียงคนอ่อนไหวยอมรับความจริงไม่ได้อยู่ดี “ฉันมีคนที่ฉันชอบอยู่แล้วหว่ะ”

 

            มือของซึงฮุนสั่นเทาขึ้นมาทันทีกับคำพูดที่เจ้าตัวไม่อยากได้ยิน ใบหน้าสดใสร่าเริงแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงราวกับละทิ้งความรู้สึกด้านบวกของโลกใบนี้ลงก้นเหวลึกก่อนให้มันระเหยลอยเคว้งหายไปกับอากาศ อยากจะเอื้อมไปคว้าแก้วของเหลวใสผสานฤทธิ์แอลกอฮอล์ขึ้นกระดกเพื่อย้อมใจยังทำไม่ได้ราวกับคนเป็นอัมพาตไปแล้วทั้งตัว

 

            “คนที่นายชอบนี่โชคดีจังเลยเนาะ”

 

            แม้จะพึมพำเบาๆ เคล้ากับเสียงดนตรีดังกระหึ่ม แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นหูหมาที่กระดิกรับฟังได้อย่างชัดเจนของคังซึงยูนได้เลย

 

            “ไม่หรอก ...” ซึงยูนยกมือขึ้นตบไหล่กว้างของซึงฮุนเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ “เขาคนนั้นยังไม่รู้เลยหว่ะว่าฉันชอบเขา ความทรงจำแรกพบก็ไม่ดีเท่าไร แถมยังไปทำร้ายจิตใจให้เขาเจ็บปวดอีก แต่ช่างเถอะ ... ขอให้นายเจอคนที่นายรักเหมือนที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้แล้วกันนะ”

 

            มือขาวยังคงวางบนบ่าไหล่ ยันตัวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้บาร์ขายาวตัวเล็กเพราะอีกไม่กี่นาที เขาก็ต้องขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีซึ่งเป็นงานประจำของเขาแล้ว ...

 

            มือหนาวางทับกับมือของคนที่เพิ่งให้กำลังใจ ราวกับจะคว้าตัวไว้ไม่อยากให้เจ้าคนผ้าหน้าม้าริมฝีปากหนาอิ่มไปไหน จนซึงยูนต้องกรอกตาสบเข้ากับตาเล็กราวกับอาตี๋ใหญ่เมืองจีนที่ยังคงเหลือแวววูบไหว

 

            “พอจะบอกได้ไหมว่าคนที่นายชอบคือใคร ?”

 

            “ทำไม ? นายจะดักฉุดไปทำร้ายหรือไง ?”

 

            “เปล่า ... แค่อยากรู้”

 

            ซึงยูนยิ้มบางให้พลางมองลึกเข้าไปในดวงตาที่แสนบริสุทธิ์ จนแน่ใจแล้วว่าบุคคลตรงหน้าไม่มีอันตรายอะไรให้ต้องกังวลหรือหวาดเกรงกลัว

 

            “คิมจินอู คนที่ฉันชอบคือคิมจินอู นายแบบตัวเล็กน่ารักฉายาเจ้ากวางน้อยแห่งวงการนั้นแหละ”

 

 

 

 

            “จะ จินฮวาน ฮะ ฮันบิน !

 

            ร่างเล็กสะดุ้งตื่นผุดลุกขึ้นนั่งจนศีรษะที่ตั้งอยู่บนบ่ารู้สึกปวดและวิงเวียนไปหมด ม่านน้ำตาเรื่อบังภาพโฟกัสของสายตาจนมองทุกสิ่งอย่างรอบตัวไม่ชัดเจนไปหมด ผู้จัดการส่วนตัวที่กำลังเพลิดเพลินกับการอ่านนิตยาสารซุบซิบดาราข้างๆ ต้องทิ้งสิ่งสนใจในมือแล้วผุดลุกขึ้นใส่ใจเด็กในการปกครองของตนอย่างเป็นห่วงเป็นใย

 

            “ไม่เป็นไรนะ จินอู ไม่เป็นไร” อ้อมกอดหลวมๆ และมืออุ่นๆ ลูบไล้สัมผัสเส้นผมนุ่มราวกับคุณพ่อทำให้จินอูรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง มือเล็กยกขึ้นเกาะท่อนแขนซึงรีหวังจะดึงดูดพลังความอบอุ่นให้มากที่สุดเพื่อมาเยียวยาหัวใจอันหนาวเหน็บยับเยินในบริเวณอกข้างซ้ายของตนนี้ “ทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านไปได้ ไม่เป็นไรนะจินอู นายยังมีพี่ พี่จะไม่จากนายไปไหน”

 

            “ขอบคุณครับ ฮึก ขอบคุณครับ พี่ซึงรี ...”

 

            เสียงสะอื้นเบาๆ ทำให้ซึงรีจำต้องผละร่างเล็กในอ้อมแขนออก จ้องมองลึกลงไปในตาคู่กลมโตส่องแวววาวเพราะเคลือบด้วยหยาดน้ำตาอุ่น ซึงรีไม่เข้าใจในตัวเด็กน้อยตรงหน้าเลยว่าทำไมกัน ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เผยความจริงออกมาแล้ว แต่ทำไมจินอูถึงไม่ยอมสลัดมันทิ้ง ไม่ยอมปล่อยให้เรื่องราวที่แสนเจ็บปวดและโหดร้ายนั้นสลายหายไปกับอากาศเสียที !

 

            หนำซ้ำ ... ยังดูท่าทางว่าจะไม่ยอมตัดใจจากบุคคลที่เรียกว่าเป็นแฟนของน้องชายตัวเอง

 

            ความรัก ความหวังดีทุกอย่างที่ซึงรีเคยมอบให้จินอูเวลานี้แปรเปลี่ยนเป็นความสงสาร สงสารจนจับขั้วหัวใจ ความสดใสร่าเริงก่อนหน้านี้มันหายไปไหนหมด ? ก่อนที่จินอูจะเจอกับฮันบิน จินอูเคยเป็นเด็กนิสัยดี สดใส และร่าเริงยิ่งกว่าใดๆ บนโลกใบนี้ ภาพรอยยิ้มระบายเปื้อนบนใบหน้าใสทุกครั้งซึงรีจดจำมันได้ดี แต่เวลานี้กลับตรงกันข้ามไปหมด ทำไมนะ ? ทำไมพระเจ้าต้องเล่นตลกส่งให้ฮันบินมาเกี่ยวพันกับจินอู เปลี่ยนนิสัยราวกับเด็กไร้เดียงสาให้มองเห็นโลกอีกด้านหนึ่ง โลกที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีเทาหม่นและไร้ทางออกจนหัวใจบางๆ นั้นต้องเก็บงำความรู้สึกผิดเอาไว้เมื่อยามคิดว่าแท้ที่จริงแล้วฮันบินเป็นแฟนของจินฮวาน และคงถูกคมความถูกต้องกรีดซ้ำเสมอเมื่อนึกถึงมัน

 

            “พักผ่อนต่อเถอะ สภาพของนายตอนนี้คงทำงานอะไรไม่ไหวหรอก พี่ยกเลิกงานอาทิตย์นี้ให้หมดแล้ว” มือของผู้ที่เปรียบเสมือนพี่ชายลูบไล้เช็ดน้ำตาร้อนใกล้จะแห้งกรังบนใบหน้าใสของจินอู พลางออกแรงกดให้ร่างเล็กนอนราบลงกับเตียงนอนหนานุ่มของตัวเอง ใช่ ... เวลานี้ จินอูกลับไปที่คอนโดของตัวเองไม่ได้ ถ้าตราบใดที่จินฮวานยังอยู่ที่นั้น เวลานี้ การแยกให้ทั้งคู่ออกห่างจากกันจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึงรีดึงผ้าขึ้นห่มให้เจ้ากวางน้อยเบาๆ ก่อนเลื่อนมือลูบหัวเด็กน้อยที่เพิ่งเลิกงอแงอย่างเอ็นดู “ปล่อยๆ ไปบ้างก็ดีนะ อย่าเก็บเอาไว้ให้มันทำลายหัวใจของเราไปมากกว่านี้ พี่เป็นห่วงนายมากนะ คิมจินอู”

 

            “อืม ... ขอบคุณมากนะพี่ซึงรี”

 

 

 

 

            “ว่าไง ? ทำอะไรอยู่หรอไอ้น้องชาย ?”

 

            “ใครน้องแกวะ ?” มือที่กำลังขีดเขียนข้อความลงบนกระดาษขาวหยุดชะงักเมื่ออยู่ดีๆ แขกไม่ได้รับเชิญก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวโดยไร้มารยาทไม่มีแม้แต่การเคาะประตู รีบวางปากกาหัวตัวการ์ตูนโปรดลงแล้วปิดไดอารี่ทันควันเพื่อไม่ให้ข้อความภายในเล่มเข้าตาคนไร้มารยาทด้านหลัง ก่อนหันไปมองบุคคลที่เป็นเพียงญาติห่างๆ แต่ทำตัวเกินหน้าเกินตาคนในครอบครัวเกินไปตาขวาง “แล้วนายเข้ามาทำไม ? เคาะประตูเป็นไหม ? สะกดคำว่ามารยาทเป็นหรือเปล่า ? อย่าทำตัวเกินเจ้าของบ้านให้มันมาก ฉันไม่ชอบ”

 

            “ดุจริงเลยนะ” ฝ่ายที่หน้าด้านบุกรุกเข้ามาไม่มีท่าทางว่าจะกลัวเด็กหน้าดุตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังทำหน้าตายียวนกวนประสาทกระตุ้นต่อมโมโหของอีกฝ่ายมากขึ้น จนเจ้าเด็กที่เพิ่งโดนตอกหน้าด้วยวาจากวนประสาทหน้าแดงจัดด้วยความโมโหปนรังเกียจสุดแรงฤทธิ์ “แม่นายเรียกหานายน่ะ”

 

            “ชิ” ในเมื่อตอกกลับอะไรไม่ได้ เจ้าของพื้นที่ส่วนตัวอย่างเขาจึงทำได้แค่จิ๊ปากข่มอารมณ์โมโหกรุ่น หันกลับมาคว้าไดอารี่เล่มเปิดหย่อนลงลิ้นชักใต้โต๊ะเขียนหนังสือ จนแน่ใจว่าที่เขาทำเรียบร้อยดีแล้วจึงลุกขึ้นยืนหันกลับมาเผชิญหน้ากับบุคคลที่ฝืนนับว่าเป็นญาติห่างๆ “นายก็ลงมาพร้อมกัน อย่าทำเป็นชักช้า”

 

            “นายลงไปก่อนแล้วกัน ฉันจะกลับไปเอาของที่ห้องก่อน แล้วค่อยตามลงไป”

 

            แม้ไม่ค่อยไว้ใจคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้า แต่ยังไงก็ช่าง  มารดาผู้มีพระคุณย่อมสำคัญกว่า เด็กหน้าใสจึงยอมทิ้งอีกคนไว้โดยพยายามเชื่อในข้ออ้างนั้น

 

            ทันทีที่เจ้าของห้องหายลับไปหลังประตูสีขาวประดับประดาด้วยโปสเตอร์ศิลปินที่ชอบหลากหลายวงหลากหลายคนแล้ว คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาก็พุ่งตัวไปเปิดลิ้นชักพลางหยิบไดอารี่ขึ้นมาเปิดอย่างรีบร้อน ไม่สนใจว่าหน้ากระดาษขาวเปื้อนหมึกจะยับยู่ไปเสียก่อน

 

            รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นหลังจากที่เปิดไปเจอหน้าล่าสุดที่เจ้าของไดอารี่เพิ่งบันทึกเรื่องราวความทรงจำไป กวาดสายตาอ่านก่อนเค้นหัวเราะออกมาเบาๆ แต่เมื่อสมองคิดถึงผลที่ตามมาหลังจากนี้แล้ว คนเจ้าเล่ห์เหลี่ยมจัดก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

 

            “หึหึ คิมจินอู นายเสร็จฉันแน่ นายเสร็จฉันแน่ !

 

XXXXX

 

รู้สึกว่าเจ๊ตีบจะไม่ได้ตีบแค่ชื่อ แค่ตา แล้วนะคะช่วงนี้ เพราะสมองของเจ๊ก็ตีบเหมือนกัน

กว่าจะได้ออกมาแต่ละตอนนี้ลำบากแสนสาหัส 555555555

แต่เจ๊ตีบรับรองนะคะว่าฟิคเรื่องนี้จบแน่นอน

ช่วงนี้เจอมรสุมการดองฟิคแล้วทำให้รู้สึกผิดที่ปล่อยให้รีดเดอร์รอนานๆ 555555

เอาล่ะ เข้าเรื่อง ...

ตอนนี้ทูซึงของเราเคลียร์กันได้แล้วเรียบร้อยนะคะ ไม่มีรักสามเศร้าเราสามคนให้ต้องหน่วงใจ

ใครสงสารจินอูเหมือนซึงรีกับเจ๊ตีบบ้างขอให้ยกมือขึ้น !!

กระหน่ำซ้ำซ้อนเหลือเกินกับความรู้สึกของเจ้ากวางน้อย ยังไงก็เอาใจช่วยจินอูของเราด้วยเนอะ

ตอนท้าย รีดเดอร์ต้องบ่นแน่ๆ เลยใช่ไหมคะว่าเป็นบทสนทนาของใครกับใคร ?

ตอนหน้าๆ มีเฉลยแน่นอนค่า ... แต่ตอนนี้ของจบด้วยปมความสงสัยนี่ก่อน

วะฮะฮ่า งานทำรีดเดอร์คาใจนี่ เจ๊ตีบถนัดค่ะ อย่าตบตีเจ๊เลย –0-

 

หลายคนอาจจะเห็นแท็กฟิคแล้วเนาะ แต่เนื่องจากว่าช่วงนี้เจ๊ไม่ค่อยได้เข้าทวิตเลย

เลยไม่ได้ไปส่องแท็กว่ารีดเดอร์มีความคิดเห็นอย่างไรกับฟิคเรื่องนี้

ถ้าอยากให้เจ๊ตีบเห็นความรู้สึกของรีดเดอร์ล่ะก็ ...

แนะนำให้คอมเมนท์ที่กรอบคอมเมนท์ด้านล่างเลย ><

หรือไม่ก็เมนชั่นไปคุยหรือติชมแนะนำเจ๊ตีบได้เลยนะคะที่ @Pear_BJ21 ค่า

เหมือนรีดเดอร์คนหนึ่งค่ะที่เมนชั่นไปพูดคุยให้กำลังใจเจ๊ น่ารักมากเลย ขอบคุณมากนะคะ

โม้นานแล้ว ไปดีกว่า เดี๋ยวรีดเดอร์ปาของไล่ 5555555

พบกันใหม่ตอนที่ 15 ค่า ^^

 

#ฟิคจินแอนด์โทนิก


@SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #82 YimPaew (@oumyimnaruk) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 14:41
    งื้ออออออ ไม่ได้อ่านตั้งนาน นึกว่าจะเลิกแต่งต่อซะแหละ

    ตอนช่วงหลังทำเอางงเลยอ่ะ ใครคุยกับใครหว่า

    หายไปน๊านนานไรท์กลับมาทีก็มาทิ้งปมให้งงต่อเลย 5555555

    เด๋วไปอ่านตอนต่อไปก่อน อิอิ เผื่อจะหายงง
    #82
    0
  2. #81 orasa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 23:50
    มาแก้ปมทูซึงให้หายหน่วง แต่มาทิ้งปมช่วงท้ายให้คิดหนักอีกและ ไรท์ใจร้ายอ่ะ
    #81
    0