[Fic WINNER] Gin & Tonic #YOONWOO

ตอนที่ 13 : Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ส.ค. 58





 

อย่าทำให้คำว่า “ขอโทษ” ของฉันไร้ค่าไร้ราคาได้ไหม ?

 

        ความเงียบยังคงโรยตัวกลางอากาศระหว่างบุคคลทั้งสอง ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงเสียงร้องไห้ของคนตัวเล็กร่างบอบบางเท่านั้นที่ยังคงดังไปทั่วทั้งรถคันงามอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มือขาวยกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาจนใบหน้าที่แดงอยู่แล้วนั้นแดงเรื่อเป็นรอยขึ้นไปอีก ซึงยูนอึดอัดและเห็นว่าถ้าเจ้ากวางน้อยยังใช้มือสกปรกๆ คู่นั้นเช็ดถูใบหน้าแรงๆ อีกล่ะก็ ดวงตาของจินอูอาจจะติดเชื้อ และดวงหน้าสวยเนียนนั้นต้องเป็นแผลรอยแดงและทิ้งร่องรอยไว้ก็เป็นได้

 

            ตัดสินใจดึงทิชชูขึ้นมาสองถึงสามแผ่นจากกล่องที่วางอยู่ข้างเบรกมือมาพับทบให้เป็นแผ่นเล็กๆ เอื้อมไปซับน้ำตาชื้นเคลือบบนผิวเนียนใสนั้นอย่างเบามือ แต่แค่ทิชชูนั้นสัมผัสด้วยแรงกดจากฝ่ามือของไอ้ลูกหมาเท่านั้น จินอูก็ต้องยกมือปัดพร้อมๆ กับผละออก ขยับตัวนั่งชิดนั่งประตูรถมากขึ้นไปอีก ใบหน้าที่เคยตั้งตรงถูกสะบัดให้มองออกไปนอกกระจกรถเท่านั้น ไม่คิดจะสนใจกลับมาเหลียวมองคนเลวที่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของตน

 

            ยอมรับว่าเหตุการณ์เมื่อวาน ซึงยูนหึง ซึงยูนหวงเมื่อรู้ว่าเจ้ากวางน้อยไปที่คลับกับใครคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้จัดการคนสนิท ยิ่งคนๆ นั้นเป็นไอ้หน้าจืดฮงซอกที่เคยถ่ายปกนิตยสารร่วมกันด้วยแล้ว อารมณ์คลุกกรุ่นโมโหและหึงหวงทั้งๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ก็ยิ่งทวีพูล แต่ในเมื่อมือของเขาดันเอื้อมผ่านเส้นกั้นบางๆ ที่กีดกั้นเขากับจินอูเอาไว้แล้วนั้น มันก็ยากลำบากเกินไปที่จะให้ซึงยูนชักมือพร้อมกลับหลังหันแล้วเดินออกมาจากชีวิตของคนตัวเล็ก

 

            รู้ทั้งรู้อยู่เต็มหัวใจว่าจินอูเกลียดขี้หน้าเขามากแค่ไหน แต่ถ้าจะให้เดินกลับออกมาจากชีวิตของเจ้ากวางน้อยแล้วเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนไม่รู้จักกันเหมือนเมื่อก่อน ... ไอ้ลูกหมาแสนซนอย่างเขาทำไม่ได้หรอก !

 

            “เช็ดน้ำตาของนายหน่อยเถอะนะ”

 

            “ไม่จำเป็น ! ในเมื่อนายเป็นคนทำให้ฉันร้องไห้ออกมา ฉันก็จะร้องไห้ออกมาให้น้ำหมดตัว ให้ฉันร้องให้ตาย ให้คนอย่างฉันตายๆ ไปจากโลกใบนี้ซะยังดีกว่าต้องเดินอยู่บนเส้นทางที่นายกำหนดให้ฉันเดินและกลั่นแกล้งฉันด้วยการโรยขวากหนามให้ฉันเหยียบย่ำแบบนี้ !

 

            แม้ริมฝีปากบางจะขยับตะคอกก่นด่าคำพูดที่รุนแรงแสนเจ็บปวด แต่ใบหน้าสวยของเจ้ากวางน้อยก็ไม่คิดที่จะหันมาสบตาคู่สนทนาด้านหลังเลย คำพูดประชดประชันนั้นไม่ได้ทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ในทางกลับกัน มันยิ่งแย่ลงจนทุกอย่างดูเลวร้ายมากขึ้นกว่าเดิม แย่จนหัวใจของคนฟังที่นั่งเป็นหัวหลังหัวตอด้านหลังนี้ต้องเจ็บปวดรวดร้าวหนักหน่วงมากขึ้นไปอีก สะกิดต่อมน้ำโหของไอ้ลูกหมาให้อยากจะสวนกลับ แต่ถ้ายิ่งโต้ตอบออกไป ก็เท่ากับว่าจะยิ่งทำให้สถานะของทั้งเขาและเจ้ากวางน้อยยิ่งแตกหักสะบั้นลงไปอีก ซึงยูนจึงเลือกที่จะเก็บแรงโมโหนี้เอาไว้ในใจดีกว่า

 

            ทิชชูในมือที่ถูกขย้ำจนยับยู่ถูกสลัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ก่อนที่มือนั้นจะเลื่อนไปขยับปลดเบรกมือพร้อมเข้าเกียร์รถยนต์คันงาม เท้าเปลี่ยนตำแหน่งไปย่ำแป้นคันเร่ง และมือที่อยากจะเอื้อมไปโอบกอดใครอีกคนแทบตายแต่ก็ทำได้แค่จับพวงมาลัยรถยนต์อันกลมๆ แน่นจนเส้นเลือดเขียวขึ้นปูด บังคับทิศทางให้รถยังคงแล่นอยู่บนช่องจราจรด้านในสุดเท่านั้น

 

            เกลียดกันขนาดไม่ยอมมองหน้ากันเลยหรอ ? ถึงได้เอาแต่ทอดมองตึกรามบ้านช่องและผู้คนที่เดินสัญจรผ่านไปผ่านมาวุ่นวายที่ไม่น่าสนใจผ่านกระจกสีชาจากแผ่นฟิล์มกรองแสง ในใจของซึงยูนร่ำร้องอยู่เหมือนกันว่าช่วยหันมามองครึ่งหน้าของเขาสักหน่อยก็ดี เพื่อที่เขาจะได้พูดคำว่า ขอโทษอย่างน้อยจะได้รู้ว่าคำพูดที่เขาอยากจะพูดออกมานั้นยังมีคนอยากได้ยิน

 

            ไม่ใช่หันหลังให้แบบนี้แล้วเหมือนให้สายลมจากเครื่องปรับอากาศปัดเป่าคำว่าขอโทษให้มลายหายไปเฉยๆ อย่างไร้ค่า ...

 

            “พาฉันไปหาพี่ซึงรี ...” แม้แต่เวลาพูดขอร้อง เจ้ากวางน้อยก็ยังคงไม่หันมาอ้อนวอนบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นสารถีคนนี้เลย “ขอร้องแหละ พาฉันไปหาพี่ซึงรีที !

 

            ตะคอกเสียงดังออกมาพลอยทำเอาคนที่มีหน้าที่ขับรถให้นั่งโดยสารสะดุ้งสุดตัว หันใบหน้ากลมๆ เหลียวมองก็เห็นเพียงกลุ่มผมหนานุ่มสีน้ำตาลเท่านั้น อยากจะขัดขวางความต้องการแต่ก็ป่วยการเหลือเกิน ทำได้แค่ยอมหักพวงมาลัยรถยนต์กลับไปอีกฟากฝั่งของถนนสี่เลนเพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังบริษัทต้นสังกัดของเจ้ากวางน้อย

 

            แม้ก่อนหน้านี้จะไม่สนใจคิมจินอูคนนี้มากนัก แต่พอได้รู้จักและเริ่มติดตามผลงานของนายแบบตัวเล็กคนนี้แล้วทำให้ซึงยูนเริ่มสนอกสนใจในตัวของจินอูมากขึ้น รวมถึงเวลานี้ชีวิตของทั้งสองคนเริ่มมีส่วนเข้ามาพัวพันกันยุ่งเยิงหนักกว่าเดิมราวกับว่าจะแก้ไม่ตกทำให้ซึงยูนลำบากใจเหมือนกันที่จะยอมหักห้ามใจตัวเองแล้วถอยหลังกลับมาเป็นคนไม่รู้จักกัน

 

ไอ้ลูกหมาอย่างเขากัดแล้วไม่มีปล่อย ได้วิ่งตามหลังยังไงก็จะวิ่งตามอย่างนั้น ต่อให้โดนผลักไสไล่ส่งยังไง นิสัยของลูกหมาก็จะวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าใส่และชักชวนให้คนคอยไล่นั้นใจอ่อนยอมกลับมาเล่นด้วยเหมือนเดิม

 

เวลาสามสิบนาทีที่คล้ายๆ กับว่าจะนานเป็นวัน ตลอดเส้นทางเดินทางมายังบริษัทเอนเตอร์เทนเมนอันดับต้นๆ ของประเทศนั้นเงียบกริบ มีเพียงเสียงเพลงป๊อปร๊อคแนวเพลงที่ซึงยูนชอบเท่านั้นดังมาตลอดทางที่เจ้าตัวเอื้อมเปิดเพื่อกลบเสียงเงียบงันในรถคันเล็ก

 

ทันทีที่รถจอดสนิท ประตูรถฝั่งผู้โดยสารก็ถูกผลักออกไปอย่างรุนแรง ร่างกายบอบบางรีบกระโจนออกไปจากตัวรถ มือบางผลักประตูรถอย่างรุนแรงโดยไม่หันหน้าไปมองเพื่อกะระยะห่างทำให้เกิดเสียงดังเพราะความแรงของวัตถุที่กระทบกัน ชักมือขึ้นปิดใบหน้าหวานครึ่งล่างแล้วเริ่มสาวเท้าก้าวเดินเข้าไปในตัวอาคารโดยไม่สนใจแม้กระทั่งคำทักทายตามมารยาทของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

 

ซึงยูนปลดเข็มขัดนิรภัยออก กระโดจนออกจากตัวรถ นิ้วเรียวกดปุ่มเล็กๆ บนรีโมทคอนโทรลเพื่อควบคุมให้รถคันงามราคาแพงหูฉี่ล็อกป้องกันหัวขโมย สองเท้าของเขาเริ่มออกวิ่งเพื่อให้ตามคนตัวเล็กทัน

 

แม้จินอูจะทำงานที่บริษัทนี้ เข้าออกพื้นที่จนคุ้นชิน แต่ถึงอย่างนั้นซึงยูนก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี เพราะสภาพร่างกายและจิตใจไม่ค่อยปกติ บวกกับนิสัยหลงทางเก่งเป็นที่หนึ่งและก้มหน้าก้มตาไม่ยอมมองหนทางและผู้คน มีหวังจินอูคงเดินสะเปะสะปะชนโน่นชนนี่จนไม่ดีกับตัวเองแน่

 

ทำอย่างไรได้ ในเมื่อตอนนี้ทำได้แค่อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เท่านั้นแหละ

 

ขาก้าวสั้นๆ เดินตามคนที่ตนเรียกว่าความรักห่างๆ แต่ไม่ให้หลุดไปจากสายตา

 

“พี่ซึงรี ...”

 

แม้นัยน์ตาโตจะเคลือบไปด้วยหยาดน้ำตาใส แต่นั้นก็ไม่ทำให้จินอูเห็นผิดพลาดไปว่าคนที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตากับกองเอกสารต่างๆ มากมายคือซึงรี ผู้จัดการส่วนตัวแสนน่ารักของเขาเอง เจ้ากวางน้อยเรียกชื่อเสียงแผ่วก่อนวิ่งเข้าไปโอบกอดซึงรีจากทางด้านหลังเพื่อให้เสื้อเชิ้ตสีเจ็บแสบของอีกคนดูดซับน้ำตาที่เกินกำลังจะกลั้นเอาไว้ไหลออกมาเปียกเป็นวงกว้าง ซึงรีรีบหมุนศีรษะมามองเด็กขี้แยด้วยความตกใจ แม้จะรู้ดีว่าจินอูอ่อนแอมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยเห็นจินอูร้องไห้หนักหน่วงถึงขนาดที่จะทำให้ตนรู้สึกเจ็บปวดไปด้วยแบบนี้เลย

 

“จินอู ! นายเป็นอะไรไป ? ใครทำอะไรนาย ? บอกพี่มาสิ !

 

มือที่เคยถือเอกสารต่างๆ ปล่อยให้กระดาษขาวเปื้อนหมึกสีดำปลิวว่อนร่วงลงตามโต๊ะทำงานบ้าง บนพื้นบ้างก่อนจะรีบไปโอบกอดเด็กในปกครองของตัวเอง น้ำตามากมายเปียกชื้นเสื้อเชิ้ตของซึงรี แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวนึกรังเกียจ หนำซ้ำยังยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยของไอ้น้องชายตัวเล็กเพื่อปลอบขวัญเจ้ากวางน้อยอย่างนั้นไม่ปล่อย ซึงยูนแอบดูทั้งสองคนด้วยหัวใจที่บีบรัดแน่นไปด้วยโซ่ตรวนของความเจ็บปวดนั้นค่อยๆ ละออก พลิกตัวยืนพิงกำแพง เงยหน้ามองเพดานด้านบนหวังให้น้ำตาของตัวเองไหลย้อนกลับเข้าไปในดวงตา

 

อยู่ใกล้แค่นี้แต่กลับเข้าไปปลอบโยนไม่ได้ ... ในเมื่อเรื่องทุกอย่างเขาเป็นคนก่อร่างสร้างมันขึ้นมา

 

คังซึงยูนเป็นคนหน้ามืดตามัวขืนใจคิมจินอู

 

คังซึงยูนเป็นคนเปิดเผยเรื่องที่คิมจินอูชอบคิมฮันบิน

 

ถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ ... เรื่องบ้าบอทั้งหมดนี้คงไม่เกิดขึ้น

 

            “ฮะ ... ฮะ ... ฮันบินระ ... รู้เรื่อง ... ทั้งหมดแล้ว วะ ว่า ... ว่าเค้าชะ ... ชอบฮันบิน ฮือ”

 

แม้ถ้วงถ้อยคำจะติดๆ ขัดๆ ขาดห้วงด้วยแรงสะอื้นของบุคคลน่าสงสารในอ้อมแขน แต่จิตวิญญาณของความเป็นพี่ชายกลับไม่คิดรังเกียจ ในหัวใจที่แสนบริสุทธิ์ของซึงรีกลับแทนที่ด้วยความสงสารและเห็นอกเห็นใจเสียมากกว่า อาจเป็นเพราะซึงรีเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก ผ่านเรื่องราวความเจ็บปวดมาแล้วเมื่อครั้งที่ต้องเลิกรากับยองเบ อดีตคนรักของเขา แต่กับน้องชายคนนี้ ซึงรีก็ไม่เคยคิดเคยฝันเหมือนกันว่าเรื่องมันจะแดงได้รวดเร็วขนาดนี้

 

“ไม่เป็นไรนะ จินอู ไม่เป็นไร”

 

มือที่เคยลูบศีรษะนั้นเริ่มขยับลูบศีรษะทุยๆ ของเจ้าเด็กในปกครองที่ตอนนี้สะอื้นหนักจนร่างกายเล็กนั้นสั่นเทาแม้จะอยู่ในอ้อมกอดของผู้จัดการตัวโตกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

สั่นเทาจนซึงยูนเห็นแม้อยู่ไกลๆ จากมุมนี้

 

ไอ้ลูกหมาที่ยังคงหลบอยู่หลังผนังขาวๆ ของสำนักงานปล่อยน้ำตาที่ฝืนเอาไว้ไม่ไหวปล่อยให้มันไหลรินลงมาตามใบหน้าของตน มือโปร่งที่ทิ้งข้างตัวกำเข้าหากันแน่น คำว่าไม่เป็นไรนั้นควรเป็นเขาไม่ใช่หรอที่ต้องเป็นคนพูดปลอบใจคนตัวเล็ก ? แค่คิดหัวใจก็เต้นโครมเพราะต้องต่อสู้กับสิ่งที่เรียกว่าความเจ็บปวดกำลังเกาะกินก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายทันที

 

ยอมจำนนอีกสักครั้ง ...

 

ตัดสินใจหันหลังแล้วเดินกลับออกมาเพื่อตั้งหลัก ปล่อยให้จินอูรักษาสภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงแล้วค่อยกลับมาพูดคุยกันใหม่ดีกว่าเข้าไปเผชิญหน้าแย่งชิงตัวจินอูมาแล้วทำให้เขาโดนเกลียดไปมากกว่านี้ ...

 

 

 

 

รถแลมโบกินี่คันสวยสีแสบตาเมื่อต้องแสงตะวันถูกหักจอดเทียบฟุทบาทหน้ามหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความแม่นยำของมินโฮแล้ว เรื่องแค่นี้ถือเป็นเรื่องจิ๊บๆ ตรงกันข้ามกับผู้โดยสารที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่ยังคงนั่งตัวเกร็ง เพราะตลอดเส้นทางจากบ้านของซึงฮุนที่เป็นที่อยู่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวของเจ้าเด็กหน้าแมวเหมียวนั้น มินโฮนั้นขับขี่รถด้วยความเร็วสูง แซงซ้ายแซงขวาจนร่างกายโยกย้ายไปแม้ล็อกด้วยเข็มขัดนิรภัยอยู่ก็ตาม

 

แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าแมวเหมียวตัวใหญ่ร่างอวบก็ยังคงวางฟอร์มแสดงท่าทางว่าตนเก่ง ความเร็วแค่นี้ไม่ได้ทำให้ตนขนลุกพองสยองเกล้าแม้แต่น้อย

 

แม้ความจริงแล้วร่างสั่น หัวใจจะวายแทบตาย ...

 

“บริการมินโฮส่งเด็กน้อยเข้าเรียนสำเร็จ” คำพูดแปลกๆ ของมนุษย์ร่างหมีชวนให้แทฮยอนหมั่นไส้แรง ปรายมองคนที่ก้มหน้าลงปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยด้วยหางตาพลางลูบไล้มือไปตามสายเข็มขัดนิรภัยเพื่อปลดล็อก เพราะอาการเกร็งไม่จางหายไปทำให้แทฮยอนทำท่าทางแปลกๆ ราวกับไม่ใช่แมวอวดเก่ง มินโฮที่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเห็นท่าทางแปลกๆ ก็แอบที่จะอมยิ้มไปกับท่าทางตลกๆ ของเด็กอวดดีไม่ได้ “แข็งทื่อเชียวนะแมวเหมียว กลัวพลังความเร็วของรถพี่หรอจ้ะ ?”

 

“ใครกะ ... เหวอ !” ผู้โดยสารจำเป็นถึงกับเหวอหน้าแทบหงายเมื่อคนที่เพิ่งเรียกตนว่าสารถีเมื่อไม่กี่นาทีก่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาเรียวเบิกโพลงก่อนมือเร็วๆ จะถูกยกขึ้นมาออกแรงผลักใบหน้าหล่อเหลานั้นออกราวกับจะกดสันจมูกโด่งนั้นให้ยุบลงเป็นแนวเดียวกันกับใบหน้ากลมๆ ของบุคคลผิวสีเข้ม จนคนที่ถูกกระทำร้องเสียงหลงออกมา “จะทำอะไรน่ะ ?”

 

“แค่จะปลดเข็มขัดออกไง ...”

 

“ไอ้คนทะลึ่ง ปลดเข็มขัดอะไร ออไปไปไกลๆ ให้ห่างจากแทฮยอนเลยนะ !

 

ดวงหน้าหวานบูดเบี้ยว เรียวตาคู่เล็กเหลือบมองเจ้าของรถคันหรูที่ตนนั่งอาศัยมานี้อย่างไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ กัดฟันในโพลงปากขบกรามจนรู้สึกปวดหนึบ แต่นั้นไม่ได้ทำให้มินโฮคนหน้ามึนรู้สึกกลัวแต่อย่างไร กลับนึกตลกเด็กหน้าแมวในใจก่อนยื่นหน้าขยับตัวเข้าไปใกล้อีกครั้ง สองมือจับหมับเข้ากับสายเข็มขัดนิรภัยสีดำสนิท

 

“คิดลึกอะไรเด็กน้อย พี่แค่จะปลดเข็มขัดนิรภัยออกเท่านั้นเอง”

 

แก๊ก !

 

ความรู้สึกอึดอัดที่เคยถูกสายเข็มขัดนิรภัยกดทับถูกปลดปล่อยออก มินโฮเหลือบมองใบหน้าติดหวานของเด็กหนุ่มตรงหน้าในระยะประชิดก่อนยิ้มบางๆ สำรวจใบหน้าน่ารักช้าๆ ราวกับอยากจะหยุดเวลานี้เอาไว้ เวลาที่แมวพยศก็ดูดีไปอีกแบบ แต่พอถึงเวลาที่เจ้าแมวเหมียวแทฮยอนนิ่งแลดูไม่มีพิษมีภัยแบบนี้ก็น่ารักจนแทบอยากจะจับฟัดสักรอบสองรอบ

 

แต่หยุดเวลาได้เพียงไม่กี่วินาที มารหัวใจตัวโตก็ต้องก้าวเข้ามาขัดขวางตลอด

 

ราวกับละครหลังข่าว ที่พระเอกนางเอกเกือบจะเข้าด้ายเข้าเข็มทีไร ก็มักจะมีอะไรมาทำลายบรรยากาศ

 

“พี่แทฮยอน !

 

เพราะมัวแต่หลงใหลไปกับใบหน้าหวานจนมินโฮไม่ทันสังเกตว่ามีบุคคลหนึ่งเปิดประตูรถและคว้าตัวแทฮยอนไปแล้วต่อหน้าต่อตา ...

 

และรวดเร็วเกินกว่าจะคว้าตัวกลับมาได้ทัน ...

 

กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็เห็นแทฮยอนถูกเจ้าเด็กตัวเตี้ยกว่าแต่งตัวฮิปฮอปประหลาดๆ ลากตัวออกไปไกลก่อนจะหายลับเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัย

 

มินโฮยิ้มมุมปากก่อนเปิดประตูรถออกไปเพื่อเดินอ้อมมาปิดประตูฝ่ายผู้โดยสารลง เหลียวมองรั้วมหาวิทยาลัยที่เริ่มมีนักศึกษาทยอยเข้าไปค่อนข้างหนาตาขึ้นเพราะเวลาเริ่มคล้อยไปทางสายแล้ว ก่อนคว้าโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงของตนออกมาสไลด์ เข้าแอปพลิเคชั่นที่ใช้บ่อยๆ ก่อนเริ่มเลือกผู้ติดต่อ และพิมพ์ข้อความลงไป

 

เลิกเรียนแล้วเดี๋ยวพี่มารับกลับบ้านนะครับ ...

 

XXXXX

 

สวัสดีค่า ... รีดเดอร์ที่น่ารักของเจ๊ตีบ ><

ก่อนอื่น เจ๊ตีบต้องขอกล่าวคำว่า “ขอโทษ” ออกมาจากหัวใจเลยนะคะที่ปล่อยให้ฟิคค้างนานๆ

ที่ผ่านมามรสุมชีวิตเจ๊ตีบเยอะมากเกินที่จะรับมือค่ะ

ทั้งเรื่องสอบ เรื่องครอบครัว เรื่องส่วนตัว บลาๆ ๆ ๆ

พอจะเริ่มแต่ฟิคจริงจังก็ดันป่วยนอนซมอมไข้ขึ้นมาซะงั้น เลยทำให้ฟิคคลอดช้าออกไปอีก

แต่วันนี้เจ๊ตีบกลับมาแล้วนะคะ ^^

แล้วก็ ... ทุกๆ คอมเมนท์เจ๊ตีบได้อ่านนะคะ ไม่ใช่ไม่อ่าน

แล้วเจ๊ตีบจะนำทุกๆ ความเห็นของรีดเดอร์มาปรับปรุงในฟิคนะคะ

 

รักเธอที่สุดในโลกหล้า >< ซารางเฮ !!

 

PS. Happy Mother Day 2015 นะคะ ^^


@SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #76 Oumyim Naruk (@oumyimnaruk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 06:40
    แงงงงงง สงสารจินอู สงสารยูนด้วยอ่ะ

    แต่ยูนเป็นคนก่อเรื่องเองนะ ใจร้อนไม่เข้าท่า

    น่าจับมาตีก้นจริงๆ แล้วอย่างงี้เมื่อไรเค้าจะเข้าใจกันซักทีนะคู่นี้ TT_TT 

    ป.ล. ดีใจจังที่ไรท์กลับมา นานแค่ไหนเค้าก็จะรอเรื่องนี้นะคะ ชอบอ่ะ สนุกมากเลย แต่ตอนนี้อ่านแล้วจะร้องไห้ตามจินอู แงงง
    #76
    0