[Fic WINNER] Gin & Tonic #YOONWOO

ตอนที่ 12 : Chapter 11 & ประกาศแนบท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 มิ.ย. 58





 

ทำไมความลับต้องมาพร้อมกับความเจ็บปวด ?

 

        คอนโดสวยหรูจัดได้ว่าทันสมัยที่สุดในย่านนี้เลยก็ว่าได้ปรากฏแก่สายตา ยิ่งเวลากลางคืน คอนโดที่รายล้อมด้วยกระจกใสและผนังสีขาวตัดกับแสงสีส้มนวลระยับทั้งภายในและภายนอกอาคารนั้นยิ่งทำให้ตัวอาคารคอนโดแห่งนี้สวยงามราวกับสถาปัตยกรรมมากขึ้นไปอีก

 

ซึงยูนบังคับรถคันงามเลี้ยวเข้าจอดบริเวณลานจอดรถด้านหน้า พื้นที่ที่จัดเอาไว้สำหรับบุคคลภายนอกจอดยานพาหนะของตนเพื่อมาเยี่ยมเยียนผู้พักอาศัยในคอนโด ทันทีที่เครื่องยนต์ถูกดับ เจ้าของร่างสูงก็เหลียวใบหน้ามองคนตัวเล็กที่ยังคงนอนหลับสนิท คงจะเหนื่อยล้ามากเลยสินะที่โดนเขากระทำการบังคับขืนใจยัดเหยียดในสิ่งที่ไม่ต้องการให้ แต่นั้นเขาก็ไม่ต้องการมอบมันให้จินอูเหมือนกัน ในเมื่อเขาก็ทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกันเพราะเขาถูกมารร้ายบีบบังคับให้ทำอะไรบ้าๆ ลงไป

 

ยกมือขึ้นเกลี่ยลูบเส้นผมนิ่มสีน้ำตาลลู่ปรกหน้าผากมนออกเบาๆ ยิ่งแตะเนื้อต้องตัวเจ้ากวางน้อยมากขึ้นเท่าไร ความรู้สึกผิดก็ยิ่งโหมซัดชัดเจน ขอบตาเล็กร้อนผ่าวกลั่นเป็นน้ำตาอุ่นเรื่อขึ้นอีกครั้ง ชักมือกลับมาฟาดตีพวงมาลัยรถยนต์จนฝ่ามือโปร่งขึ้นสีแดงจัด ปล่อยน้ำตาอุ่นร่วงไหลไปตามแก้มขาวของเจ้าตัว ในใจคิดอยากจะให้เจ้าของร่างเล็กที่บอบช้ำตื่นขึ้นมาฟังคำขอโทษขอโพยจากปากหมาๆ ของเขา แต่เวลานี้จินอูนิ่งเป็นเพียงแค่หุ่น หุ่นเสมือนไร้ชีวิตปิดกั้นตัวเองจากเหตุการณ์โหดร้ายที่ถูกเขาหยิบยื่นให้

 

ตัดสินใจเปิดประตูรถฝั่งตัวเองออก หย่อนขายาวๆ ยืนบนพื้นก่อนเดินอ้อมมาฝั่งผู้โดยสาร เปิดประตูออกเบาๆ ก่อนมุดตัวไปช้อนร่างคนที่ยังคงแน่นิ่งราวกับตุ๊กตาก็ไม่ปานขึ้นโอบอุ้มไว้บนอ้อมแขนแกร่ง คออ่อนของจินอูบังคับควบคุมไม่ไหวทิ้งศีรษะหนักๆ ห้อยลงพื้น ซอกคอขาวเปื้อนร่องรอยแห่งความต้องการที่ซึงยูนทำทิ้งเอาไว้เด่นชัดขึ้นจนเจ้าตัวรู้สึกผิดจนจับหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้เลย

 

ราวกับขาคู่ยาวอ่อนแรงไปเมื่อลิฟต์ที่เจ้าตัวโดยสารขึ้นมานั้นหยุด ณ ชั้นที่จินอูพักอาศัย เดินลากขาด้วยความยากลำบากไปตามทางเดินแม้จะปูด้วยพรมสีแดงสดที่น่ารื่นรมย์ แต่เวลานี้ซึงยูนกลับขมขื่นเหลือเกิน กระชับอ้อมแขนที่แบกรับน้ำหนักร่างของเจ้ากวางน้อยเอาไว้ และเหมือนร่างกายที่เคยแข็งแรงมาตลอดอ่อนล้ากะทันหันเมื่อเขาหยุดอยู่หน้าห้องที่คุ้นเคย แผ่นประตูสวยตรงหน้าไม่ได้ทำให้เจ้าตัวรู้สึกดีใจว่าได้มาส่งคนที่ตัวเองรักถึงห้องแล้ว แต่กลับเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิม พยายามเลื่อนนิ้วเรียวกดกริ่งหน้าประตูด้วยความยากลำบากเพื่อเรียกให้คนภายในห้องมาเปิดประตูให้ เหลือบมองใบหน้าขาวและเปลือกตาที่ปิดสนิทด้วยหัวใจบีบรัดไปด้วยความเจ็บปวด ไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออกด้วยร่างเล็กของใครบางคนที่ตอนแรกงัวเงียจนต้องยกมือขยี้ดวงตาเล็ก แต่พอเห็นร่างของคนในอ้อมแขนซึงยูน คิมคนน้องก็ต้องเบิกตากว้างถลาเข้ามาเขย่าร่างของคิมคนพี่ในอ้อมแขนซึงยูนจนท่อนแขนของคนที่อุ้มร่างจินอูอยู่แทบหัก

 

“พี่จินอู ! นาย ... ไอ้คนขี้ตู่ ! นายทำอะไรพี่จินอู พี่ชายฉันถึงได้มีสภาพแบบนี้ !

 

“ฉันขอโทษ คิมจินฮวาน ... แต่ตอนนี้ขอฉันพาจินอูเข้าไปด้านในก่อนได้ไหม ?”

 

คำขอร้องนั้นทำเอาจินฮวานต้องยอมหลีกทางให้บุคคลขายาวก้าวเข้ามาภายในห้อง คิมคนน้องวิ่งลุ่นๆ ไปเปิดประตูห้องนอนของจินอูด้านในออกเพื่อให้ซึงยูนนำร่างที่หลับสนิทปิดกั้นตัวเองจากโลกความจริงทุกอย่างลงนอนบนเตียงนอนหนานุ่มอย่างสบาย ทันทีที่ร่างของจินอูถูกวางลง จินฮวานรีบถลาเข้าไปห่มผ้าให้พี่ชายสุดที่รักก่อนจะสังเกตเห็นรอยประหลาดบนคอขาว เหลือบมองใบหน้าบูดบึ้งของซึงยูนก่อนเอื้อมมือดึงบ่าไหล่บุคคลภายนอกครอบครัวอย่างซึงยูนให้มาเผชิญหน้าตน

 

“บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่านายทำอะไรพี่ชายฉัน ? พี่ชายฉันถึงได้ ...”

 

“ฉันขอโทษ”

 

เพี๊ยะ !

 

“ที่นายพูดว่าขอโทษออกมาเพราะนายรู้สึกผิดจริงๆ หรือนายแค่พูดออกมาแบบส่งเดชเท่านั้น ห๊ะ !” ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงเรื่อ นิ้วมือทั้งสิบกำเข้าหาฝ่ามือแน่น ร่างกายของคนตัวเล็กสั่นเทาด้วยความโมโหอย่างถึงที่สุด เวลานี้จินฮวานน่ากลัวเหลือเกิน ไม่เหลือเค้าคิมจินฮวานที่แสนสดใสร่าเริง น่ากลัวจนซึงยูนไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นสบตาดวงเล็กที่กำลังตีความแข็งกร้าวราวกับหินผาคู่นั้น “ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ออกไป ...”

 

“...”

 

“ฉันบอกให้ออกไป ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง !

 

“ฉันออกไปแน่ ...” คราวนี้ซึงยูนเป็นฝ่ายขึ้นเสียงบ้าง กรอกตามองร่างของจินอูที่ไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นมาโวกเวกโวยวายทำเป็นเก่งเหมือนเคย ก่อนเปลี่ยนมาสบดวงตาแข็งกร้าวของจินฮวาน ลอบระบายลมหายใจ ขยับปากหนาพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป เพราะรู้ทั้งรู้ว่ามันอาจจะทำร้ายจิตใจของทุกคนได้ แต่ถ้าคิดว่ามันคือความจริง ต่อให้รู้ช้าหรือเร็ว ยังไงก็ต้องรู้อยู่วันยันค่ำ “แต่ฉันจะออกไปถ้านายฟังฉันก่อน แม้ฉันจะรู้ดีว่าฉันไม่สมควรพูดมันออกมา แต่ฉันก็อยากจะบอกให้นายรู้เอาไว้ว่าแท้ที่จริงแล้ว ... จินอูชอบฮันบิน”

 

ดวงตาเล็กของจินฮวานที่เคยแข็งกร้าวเบิกกว้าง ร่างกายที่เคยนิ่งสงบสั่นเทาขึ้นมาอีกครั้ง แม้ซึงยูนจะย้ำว่ามันเป็นความจริง แต่จินฮวานก็ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง แต่ยังไงซะ จินฮวานก็ต้องสะกดจิตตัวเองเอาไว้ว่าไม่ให้เชื่อคำพูดของผู้ชายขี้โกหกหลอกลวงคนนี้ เพราะมีคนเดียวที่เจ้าตัวจะเชื่อคือคิมจินอู พี่ชายของเขาคนเดียวเท่านั้น

 

“นายอย่ามาโกหก ! ออกไป ออกไปจากห้องของฉันกับพี่ชายของฉันเดี๋ยวนี้ !

 

ว่าพลางยกมือเล็กขึ้นฟาดตีและดุนดันร่างสูงของซึงยูนให้ออกไปจากพื้นที่ของตัวเอง ทันทีที่ซึงยูนก้าวขาพ้นบริเวณประตูออกมายืนที่โถงทางเดินปูลาดพรมนิ่มสีแดงได้นั้น จิยฮวานก็ปิดประตูใส่หน้าพร้อมลงสลักกลอนแน่นหนา แม้จะเป็นประตูอัตโนมัติแบบกดรหัสแต่ก็ไม่สามารถเชื่อใจอะไรได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้ชายร่างสูงที่เพิ่งโดนไล่ตะเพิดออกไป คนคนนั้นหยาบคาย ทำร้ายร่างกายและจิตใจของจินอูไม่พอ ยังจะมาใส่ร้ายว่าจินอูชอบฮันบินให้คนฟังเจ็บปวดหัวใจอีก จินฮวานจะไม่เชื่อจนกว่าจะได้ยินจากปากของพี่ชายตัวเองที่ตอนนี้ยังคงหลับสนิท คงเป็นเพราะช็อคและตกใจกลัวกับสิ่งที่เพิ่งเจอะเจอมาสินะ

 

ส่วนซึงยูนที่เพิ่งโดนไล่ออกมาจากห้องก็ทำได้แค่ยืนหันหลังพิงกับประตูห้อง น้ำตาที่พยายามฝืนทนกลั้นเอาไว้เกินที่จะเก็บไหลออกมาอาบแก้ม ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เป็นคนอ่อนแอขนาดนี้ ยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเอง ทิ้งตัวเลื่อนไหลร่างกายไปกับแผ่นประตูบานเขื่องที่ปิดสนิทราวกับคนไร้เรี่ยวแรงทุกอย่าง หัวใจเต้นถี่รัวไม่ใช่เพราะดีใจหรือตื่นเต้นอะไร แต่มันเต้นแรงเพราะต้องฝืนสลัดไล่ความเจ็บปวดที่กำลังกัดกินก้อนเนื้อหัวใจซึ่งเป็นอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกาย น่าแปลกที่หัวใจกับน้ำตามันทำงานได้สอดประสานกันอย่างสามัคคีเหลือเกิน หมดแรงแล้วจริงๆ ที่จะพยุงร่างกายที่แสนอ่อนเพลียนี่กลับ  ซึงยูนจึงเลือกที่จะค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ เพื่อปล่อยวางทุกสิ่งอย่างลง ขออยู่แบบนี้จนเช้าแล้วกันค่อยว่ากันใหม่แล้วกันว่าจะอยู่เพื่อเอ่ยคำว่าขอโทษกับคนที่อยู่ด้านในห้องหรือจะกลับไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไรเพื่อชดเชยความผิดกับคนที่เขารู้สึกหวั่นไหวด้วยแล้วจริงๆ

 

 

 

 

            เสียงแจ้งเตือนของแอปพลิเคชั่นชื่อดังส่งเสียงร้องเตือนทันทีที่มีข้อความเข้า เรียกความสนใจของแทฮยอนที่กำลังสวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวอยู่นั้นต้องรีบติดกระดุมเม็ดสุดท้ายก่อนเดินทอดน่องมาเรื่อยๆ พร้อมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หลุบตามองรายการแจ้งเตือนที่มีเพียงคนคนเดียวส่งข้อความมารบกวนเขาตั้งแต่กลางดึกจนถึงรุ่งเช้า รูปที่ถูกตั้งเป็นรูปโปรไฟล์และชื่อตั้งง่ายๆ ราวกับไม่ใช้ความคิดนั้นทำให้แทฮยอนรู้ว่าใครเป็นคนคอยรบกวนปั่นป่วนทำให้เขาแทบไม่ได้นอนเลยเกือบทั้งคืน

 

พอเปิดเสียงของโทรศัพท์มือถือการแจ้งเตือนก็ดังติดกันสม่ำเสมอจนรำคาญแทบเอาหมอนมาปิดหู แต่พอปิดเสียงและตั้งระบบสั่น แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ก็ปรากฏเป็นแสงสีขาวและเสียงเครื่องมือสื่อสารสั่นรูดไปกับตะเนื้อแข็ง แต่ก็ปิดโทรศัพท์มือถือไม่ได้เพราะเจ้าตัวต้องใช้มันตั้งปลุกเพื่อให้ตื่นทันไปเรียนในตอนเช้า

 

เรื่องนี้ แทฮยอนจะโทษใครได้ ? โทษเจ้าบ้ามินโฮตัวปัญหาหรือโทษพี่ซึงฮุนที่ใจง่ายยอมให้เบอร์โทรศัพท์รวมถึงไอดีแอปพลิเคชั่นทุกอย่างอย่างให้กับมินโฮราวกับกำลังขายน้องชายกินยังไงยังงั้น

 

กรอกตามองฝ้าเพดานและตัดสินใจวางเครื่องมือสื่อสารในมือลงที่เดิม หันหลังไปส่องกระจกที่ติดไว้กับตู้เสื้อผ้าอย่างง่ายๆ แทฮยอนเป็นผู้ชายง่ายๆ แม้คนอื่นจะชอบมองว่าเขาเป็นผู้ชายมากเรื่อง เยอะและหยิ่งผยอง แต่ความจริงแล้วเขากลับคิดว่าตัวเองนั้นตรงกันข้ามเลยแหละ สิ่งที่เขาแสดงออกไปนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น ถ้าได้สัมผัสภายในจะรู้เลยทันทีว่าแทฮยอนก็เป็นผู้ชายน่ารัก อบอุ่น และมากด้วยเสน่ห์เหมือนกัน

 

แต่ก็ไม่เคยมีใครสัมผัสเขาได้ถึงเนื้อในจริงๆ เลยสักคน ...

 

ยกมือใหญ่ขึ้นปัดกลุ่มผมนิ่มสีน้ำตาลเพื่อจัดทรงให้เรียบร้อยพลางเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำหอมที่เจ้าตัวชอบใช้ประจำขึ้นมาฉีดพรมไปทั่วจนละอองน้ำหอมฟุ้งกระจาย กลิ่นหอมละมุนเกาะติดเสื้อผ้าและผิวกายขาวเนียน สายตาเรียวกวาดมองตัวเองบนกระจกอีกครั้งเพื่อตรวจความเรียบร้อยอีกสักหน่อยก่อนหมุนตัวไปหยิบโทรศัพท์มือถือหย่อนลงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้ม คว้ากระเป๋าบรรจุเอกสาร สมุดหนังสือพร้อมเรียนสำหรับวันนี้ขึ้นสะพายบนลาดไหล่ค่อนข้างกว้างของตัวเอง และสวมใส่รองเท้าผ้าใบลวกๆ ที่ติดเป็นนิสัยไปแล้วอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเปิดประตูห้องนอนของตัวเองออกไปก็ต้องแทบผงะเมื่อไอ้คนที่ส่งข้อความมารบกวนเขาตลอดทั้งคืนเวลานี้ยืนยิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาวสวยเป็นระเบียบอยู่ตรงหน้าแล้ว

 

เม้มปากบางเข้าหากันแน่นพลางคิดในใจว่าถือวิสาสะอะไรมาก้าวก่ายชีวิตของนัมแทฮยอนคนนี้หนักหนา ?

 

“อรุณสวัสดิ์แมวเหมียว ทำไมไม่ตอบข้อความกันบ้างเลยล่ะ ?”

 

“แมวเหมียวบ้าอะไรของนาย ...” เด็กน้อยนัมแทฮยอนเริ่มมีน้ำโหจนเส้นเลือดตรงขมับปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “แล้วนายขึ้นมาบนนี้ได้ยังไง ?”

 

“ซึงฮุนอนุญาตให้พี่ขึ้นมาได้น่ะ”

 

ให้ตายเถอะ ! พระเจ้าสร้างเจ้าบ้าซงมินโฮด้วยสารที่ชื่อว่าความหน้าด้านให้กับไอ้มนุษย์พันธุ์แปลกนี้หรืออย่างไร ? ไอ้มนุษย์ร่างหมีตัวดำนี้ถึงไม่รู้จักคำว่ามารยาทและยางอายแบบนี้ ?

 

“เป็นเพราะนายขอใช่ไหมล่ะ ? พี่ซึงฮุนถึงได้ใจอ่อนยอมให้นายขึ้นมาบนนี้ได้” แทฮยอนก้าวขาออกไปยืนนอกห้องก่อนจะปิดประตูลง ส่งสายตาจิกกัดประหนึ่งแมวซุ่มใส่มนุษย์ร่างหมีที่ขยับถอยหลังให้เพียงหนึ่งก้าวสั้นๆ ก่อนหันหน้าเข้าหาประตูเพื่อทำการลงกุญแจล็อกอย่างเรียบร้อยแน่นหนา เพราะบ้านที่เขามาอยู่อาศัยชั่วคราวนี้เป็นเพียงอาคารพาณิชย์ที่ซึงฮุนซื้อไว้เพื่อเปิดเป็น Pet Shop เล็กๆ เท่านั้น แทฮยอนกลัวว่าวันไหนถ้าเหล่าน้องหมาน้องแมวที่อยู่ด้านล่างดื้อซนจนเจ้าของร้านผู้แสนใจดีอย่างซึงฮุนควบคุมไม่อยู่แล้วล่ะก็ เจ้าสัตว์เลี้ยงแสนฉลาดพวกนั้นจะต้องขึ้นมาพังข้าวของภายในห้องแน่ๆ ฉะนั้น กันไว้ดีกว่าแก้จะดีกว่า แม้แต่ห้องของซึงฮุนที่อยู่ถัดไปก็ทำแบบเดียวกัน “กลับไปได้แล้ว ฉันจะรีบไปเรียน”

 

            ร่างอวบเดินฉับเตรียมจะก้าวขาลงบันได ต้องวิ่งแข่งกับเวลาเพราะเวลาเรียนก็เริ่มประชั้นชิดเข้ามาแล้ว แทฮยอนเลือกที่จะไม่ใส่ใจบุคคลผิวคล้ำร่างโตตรงหน้า แต่ยังไม่ทันที่เท้าจะแตะกับบันไดที่ลดหลั่นลง ร่างกายแทบทุกส่วนก็ต้องเซถอยหลังไปเพราะน้ำมือของผู้ชายอีกคนที่แทฮยอนเพิ่งจะไล่ตะเพิดไป เด็กน้อยอยากจะพ่นลมหายใจออกมาให้หมดร่างเสียจริงๆ เมื่อหลุบตามองข้อมือของตัวเองเวลานี้โดนเจ้าหมียักษ์ไปกุมไว้หลวมๆ เสียแล้ว

 

            “เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ”

 

            น้ำเสียงทุ้มแต่หวานราวกับคาราเมลสะกดให้ความคิดของคนฟังแทบตกลึกลงในห้วงภวังค์ คนร่ายมนต์ยิ้มกริ่มพร้อมอาศัยช่วงที่คนตกหลุมพรางแห่งมนต์นั้นฉุดดึงให้แมวอ้วนเดินตามหลังตนมาติดๆ

 

            “เห้ย ! เจ้าบ้ามินโฮ ปล่อยฉันนะ ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะว่าจะให้นายไปส่ง ปล่อยสิ !

 

            “อะไรกัน ... ฉันแก่กว่านายตั้งปีกว่าๆ เชียวนะ เรียกฉันว่าพี่มินโฮยังจะฟังดูลื่นหูกว่าอีกนะ แมวเหมียวน้อยนัมแทฮยอน”

 

            แม้จะพยายามแกะมือของเจ้าหมีปีศาจออกแค่ไหนก็ไม่สามารถแกะมือนั้นออกได้เลย แทฮยอนจึงเหวี่ยงโวยวาย ตะโกนด่าทอ และสลับเท้าเดินตามแรงฉุดลากของมินโฮเท่านั้น

 

            “แมวเหมียวบ้าอะไรกันเล่า !

 

            “ก็นายเหมือนแมวเองนี่นา ขนาดซึงฮุนยังบอกว่านายเหมือนแมวเลย” ลากเจ้าแมวอ้วนจอมเหวี่ยงลงมาชั้นล่างได้ก็หน้าระรื่นชื่นบานใส่ซึงฮุนที่นั่งเล่นกับลูกหมาสีน้ำตาลตัวโปรดแทบจะทันที “จริงไหมหว่ะ ซึงฮุน ?”

 

            “อะ เออ ... อืม”

 

            คนเอ๋อน่าสงสารรับมุขไม่ทันตอบเออออไปตามน้ำ เหลือบตามองนัมแทฮยอนที่ตอนนี้เหวี่ยง จิกสายตาเรียวนั้นแข็งใส่พลางจ้องเขม็ง ปากบางคว่ำจนซึงฮุนแอบกลัวคุณน้องชายต่างสายเลือดแล้วสะดุ้งโหยง พยายามยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อไม่ให้แทฮยอนโกรธตนไปมากกว่านี้ และเมื่อเห็นว่ามินโฮจับตัวแมวอ้วนได้แน่นหนาพอก็รู้สึกเบาใจเพราะเชื่อว่ามินโฮจะไม่ปล่อยแมวที่กำลังโกรธกระโดดตัวลอยมาข่วนใบหน้าหล่อเหลาของตนจนเสียโฉม

 

            “เห็นไหม ? ขนาดซึงฮุนยังบอกเลยว่านายเหมือนแมวเหมียว ... ไปกันเถอะ วันนี้พี่มินโฮจะไปส่งน้องแทฮยอนไปมหาวิทยาลัยเอง”

 

            “ใครบอกกันเล่าว่าฉันจะให้นายไปส่ง ฉันไปเองได้ ปล่อยนะเจ้าบ้ามินโฮ !” พลังของแทฮยอนมีมากกว่าที่มินโฮคิด ต่อให้ลากขนาดไหน คนตัวอวบก็ไม่มีท่าทีว่าจะเหน็ดเหนื่อยเลย หนำซ้ำยังตะโกนด่าทอทั้งมินโฮและซึงฮุนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกด้วย “พี่ซึงฮุน กลับมาฉันจะมาคิดบัญชีกับพี่แน่ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ !

 

 

 

 

            โถงทางเดินปูลาดด้วยพรมสีแดงสดกำลังเปื้อนด้วยฝุ่นผงจากพื้นรองเท้าผ้าใบสีขาวสนิท ฮันบินหยุดก้าวเท้าเดินเมื่อสายตาโฟกัสไปที่หนึ่งบุคคลเวลานี้กำลังนั่งคอพับคออ่อนซุกซ่อนใบหน้าหลับใหลลง หน้าผากกว้างวางนาบลงกับท่อนแขนยาวประสานกันบนหัวเข่าทั้งสองข้างที่ถูกชันขึ้นวางรองรับน้ำหนักของแขนและศีรษะ ฮันบินขยับเข้าไปใกล้ก่อนนั่งยองๆ ลงข้างๆ กับบุคคลปริศนาเพราะนั่งขวางประตูห้องของคนรักของเขา พลางเอื้อมมือไปวางบนลาดไหล่ค่อนข้างกว้างเขย่าร่างหลับใหลนั้นในตื่นขึ้นเบาๆ ไม่นานเจ้าคนที่นั่งหลับอย่างไม่สบายตัวก็ค่อยๆ สะลึมสะลือตื่นขึ้น ดวงตาเล็กคู่นั้นหรี่ลงเพราะยังไม่ชินกับแสงสว่างของเช้าวันใหม่

 

            “อ้าว ... คนที่บอกว่าเป็นแฟนพี่จินอูนี่นา มานั่งหลับอะไรตรงนี้ครับ ?” แต่คนที่ถูกถามเมื่อประมวลความทรงจำได้ก็รีบกุลีกุจอหันไปสนใจบานประตูห้องบางๆ ที่กั้นกลางระหว่างเขากับสองพี่น้องตระกูลด้านใน เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่าจินอูจะโอเคขึ้บ้างหรือยัง ? “ทะเลาะอะไรกับพี่จินอูหรือเปล่าครับ ?”

 

            “เปล่าหรอก ... หรือว่า อาจจะนิดหน่อย”

 

            ตอบเสียงแผ่วเพราะความรู้สึกอ่อนเพลียทางร่างกาย ขยับลำคอหมุนช้าๆ สองถึงสามรอบเพื่อให้ผ่อนคลาย แต่เมื่อคิดถึงความผิดที่ตนก่อเอาไว้เมื่อคืนก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา แต่แล้วเสียงเอะอะโวยวายเพราะทะเลาะกันด้านในห้องก็ดังขึ้นมาจนซึงยูนและฮันบินต้องรีบเบี่ยงความสนใจไปมอง แม้จะอยากเห็นภาพของสองศรีพี่น้อง แต่ไอ้เจ้าประตูบ้าๆ นี้ทำให้ไม่สามารถเห็นได้เลยว่าทั้งสองคนทะเลาะกันรุนแรงขนาดไหน ?

 

            ทั้งเสียงตะโกนถาม ทั้งเสียงปฏิเสธ ทั้งเสียงร้องไห้อย่างหนัก ทั้งเสียงข้าวของในห้องตกกระทบกับพื้นปนเปกันไปหมดจนแยกไม่ออกว่าเสียงอะไรเป็นเสียงอะไร

 

            “ทำไมล่ะพี่จินอู ? ทำไมต้องเป็นฮันบิน !

 

            บทเถียงที่มีชื่อของตัวเองนั้นเรียกความสนใจของฮันบินให้อยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้น ยกมือกระหน่ำกดกริ่งหน้าห้องด้วยความไวแสงโดยไม่สนใจว่ามันจะพังไปเสียก่อน ซึงยูนก็ไม่รอช้า กำมือทั้งสองข้างกระหน่ำทุบตีบานประตู อีกทั้งยังออกแรงกระแทกทั้งตัวหวังจะพังประตูเข้าไปอีก

 

            เพราะซึงยูนกลัวเหลือเกิน กลัวว่าจินอูจะเจ็บตัวไปมากกว่านี้

 

            ให้จินอูเจ็บกายและหัวใจเพราะเขากระทำก็แย่พออยู่แล้ว อย่าให้จินอูต้องมาเจ็บทั้งร่างกายเพราะแรงทะเลาะกันระหว่างพี่น้องอีกเลย

 

            ประตูบานเขื่องปิดกั้นระหว่างโลกด้านนอกที่แสนอึดอัดกับโลกด้านในที่เคล้าคลุ้งไปด้วยความเจ็บปวดถูกเปิดออกกว้างด้ายฝีมือของจินฮวาน ดวงตาเล็กและใบหน้าของของคิมคนน้องเวลานี้เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและสีเลือดแดงก่ำ ฮันบินรีบแทรกตัวเข้าไปกอดปลอบขวัญจินฮวาน ปล่อยให้ซึงยูนพุ่งตัวเข้าไปด้านในเพื่อตามหาจินอูด้วยความยากลำบาก เพราะเวลานี้ข้าวของทุกอย่างในห้องเรียกได้ว่าเกลื่อนกระจายเต็มไปหมด แม้เท้าจะพยายามเดินเลี่ยงไม่ให้เหยียบข้าวของ แต่สายตากลับกวาดมองหาเจ้ากวางน้อย ... คนที่เขารัก

 

            ห้องที่ไม่ได้กว้างใหญ่นักทำให้ซึงยูนสามารถมองเห็นร่างบางที่ขดตัวร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้นใต้โต๊ะตัวเล็ก คนตัวสูงโปร่งรีบรุดเข้าไปนั่งพร้อมคว้าประคองร่างนั้นให้ออกมานั่งอยู่นอกโต๊ะทันที แต่ดูเหมือนจินอูจะรังเกียจซึงยูนเอาเสียมากๆ รีบสลัดตัวเองออกจากสองมือที่คอยปลอบประโลมบนท่อนแขนแล้วเขยิบเข้าไปนั่งใต้โต๊ะเหมือนเดิม

 

            ร่างกายสั่นเทา แววตาหวาดกลัวราวคนเสียสตินั้นแทบจะทำไอ้ลูกหมาเป็นบ้าตามไปด้วย !

 

            จินฮวานที่แม้จะใจเย็นลงบ้างแล้วเพราะคำปลอบและอ้อมกอดของฮันบิน แต่ก็ไม่ทำให้อารมณ์คุกกรุ่นภายในนั้นมอดดับลงเลย ปิดประตูเสียงดังปังแล้วกระทืบเท้าเดินเข้ามาใกล้พี่ชายสุดที่รัก แม้จะยืนกำมือจนเส้นเลือดสีคล้ำขึ้นปูด ก็ไม่สามารถข่มให้คิมคนน้องที่เวลานี่น่ากลัวราวกับยักษ์มารหรือปีศาจแปลงกายมานั้นให้อารมณ์เย็นกว่านี้ได้เลย

 

            “พี่จินอู ... บอกเหตุผลมาเดี๋ยวนี้นะว่าทำไมพี่ต้องชอบฮันบิน ? ทำไมไม่เป็นคนอื่น ? คนบนโลกนี้มีกี่ร้อยกี่พันล้านคน แล้วทำไมคนที่อยู่ในหัวใจของพี่ถึงได้เป็นฮันบิน คนที่เค้ารักเหมือนกันด้วย ?”

 

            ฮันบินเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำท้วงถามจากปากคนรักของตัวเอง กรอกตามองคิมคนพี่ด้วยความสงสัยสุดตัว ความรู้สึกของฮันบินเวลานี้เหมือนโดนจับเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศ ใบหน้าคมคายชาวูบราวกับโดนน้ำเย็นจัดสาดซัดกระทบอย่างรุนแรง ร่างกายค่อยๆ ชาไล่ตั้งแต่ปลายนิ้วมือยันปลายนิ้วเท้า อ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงนั่งบ้าง แต่บังเอิญฮันบินเป็นคนเข้มแข็งมากพอที่จะไม่อ่อนแอต่อหน้าใครๆ

 

            “อะ อะไรกัน ... ตั้งแต่เมื่อไร ?”

 

            คนที่นั่งสั่นสะท้านและร้องไห้โฮราวกับคนเสียสติบนพื้นกรอกตาโตแต่ชื้นไปด้วยน้ำตามองใบหน้าหล่อคมคายของคนอายุน้อยกว่า แม้ม่านน้ำตาจะบดบังดวงตากลมโตที่เริ่มแดงก่ำจนแทบมองภาพที่โฟกัสเลือนราง แต่จินอูก็รู้สึกได้ว่าฮันบินฉายแววตาสงสัยอย่างชัดเจนและดูแล้วเจ็บปวดเหลือเกิน

 

            “ตะ ... ฮึก ตั้ง ... ตั้งแต่ ...”

 

            “พอเถอะครับ !” ฮันบินยกมือปฏิเสธคำตอบที่คิมคนพี่จะอ้าปากตอบเพราะไม่อยากเห็นความเจ็บปวดจากคนทั้งสามที่อยู่รายล้อมเขาเวลานี้ แน่นอน ฮันบินไม่อยากให้จินฮวานคนที่เขารักมากที่สุดเจ็บปวดที่พี่ชายแท้ๆ ของตัวเองต้องประกาศออกมาปาวๆ ว่ารักคนรักของน้องชายตัวเอง ฮันบินไม่อยากเห็นจินอูต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้ด้วยเหตุผลของความรักโง่ๆ บ้าบอ หน่ำซ้ำยังเป็นรักต้องห้าม เพราะรู้ทั้งรู้อยู่เต็มหัวใจว่าคนฮันบินคือคนรักของน้องชายแท้ๆ คงเป็นเพราะเหตุผลงี่เง่านี่สินะ เวลาที่ฮันบินมาหาจินฮวานถึงคอนโดเมื่อไร จินอูจะเป็นฝ่ายหลบหน้าเสมอ และฮันบินก็ไม่อยากเห็นคนนอกอย่างซึงยูนต้องเจ็บปวด อย่างน้อย ซึงยูนอาจจะรักจินอูเข้าแล้วจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่บอกว่าตัวเองเป็นแฟนจินอูได้อย่างหน้าตาเฉยขนาดนั้นหรอก ... ฉะนั้นแล้ว อย่าเพิ่งต้อนเจ้ากวางตัวนี้ให้จนมุมจนต้องสำรอกเอาคำตอบที่เหมือนมีดดาบสองคมคอยเชือดเฉือนนี้เลย แม้จะเป็นความจริงมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าเป็นความจริงที่พร้อมจะฆ่าทุกคน ฮันบินก็ขอเลือกพับมันเก็บลงลิ้นชักที่เดิมดีกว่า “ถ้าพี่ไม่อยากตอบมันออกมาผมก็ไม่ได้ว่าอะไร และผมก็ขอโทษด้วยที่ทำให้พี่ต้องลำบากใจและเจ็บปวดกับการเก็บอมพะงำความรักข้างเดียวนี้มาโดยตลอด ...”

 

            “ยะ ยะ หยุดเถอะ คะ คิมฮันบิน ...” เพราะคำพูดที่ปากของฮันบินพ่นออกมานั้นเหมือนแปลงเป็นเข็มหมุดนับพันนับหมื่นเล่มทิ่มแทงก้อนเนื้อหัวใจบริเวณอกข้างซ้ายจนพรุนไร้แรงเต้นต่อ สองมือยกขึ้นลูบเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนก้มหน้าก้มตาลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคมของทั้งฮันบินและซึงยูน รวมถึงแววตาเจ็บปวดที่ปิดบังด้วยม่านน้ำตาบนใบหน้าแดงเรื่อตีบูดบึ้งเพราะความโกรธรุนแรงของจินฮวานนั้นอีก “ฉันผิด ฮึก ... ผะ ผิดเอง ... ผิดที่ชะ ชอบ ... คะ คนรัก ฮึก ... ของนะ น้องชายตัวเอง ฮึก ... ฉะ ฉันขะ ขอโทษ ฮือ ...”

 

            อาการราวกับคนเสียสติทำให้บรรยากาศที่เคยสดใสเคล้าไปด้วยเสียงหัวเราะของพี่น้องนี่ต้องอึมครึมราวกับเมฆฝนก้อนใหญ่ก่อตัวลอยบนเพดาน พี่ชายตัวเล็กยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับคนเสียสติอยู่ที่เดิมพลอยทำให้อีกสามคนเสียสติไปด้วย จินฮวานเบิกตาโพลงก่อนหรี่ตาลงและปล่อยให้น้ำตาไหลตามแก้มเนียนอีกครั้งหลังจากพยายามฝืนมันเอาไว้ไม่ให้ไหลลงมา แต่ก็ห้ามไม่ไหวจริงๆ กับคำสารภาพของพี่ชายแท้ๆ พี่ชายที่ตนรักที่สุดในโลกคนนี้ แต่จินฮวานก็แข็งแกร่งพอที่จะไม่ล้มพับไปก่อนกับความจริงที่แสนโหดร้ายนี้

 

            แต่หัวใจของซึงยูนกลับเจ็บปวดคูณสอง เจ็บปวดกับความจริงที่แม้เจ้าตัวจะรับรู้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มันกลับเป็นความตั้งใจของจินอูที่จะปลดปล่อยมันออกมา มันคงถึงเวลาแล้วจริงๆ สินะที่จินอูต้องพูดพูดมันออกมา

 

            แต่สถานการณ์ตอนนี้มันน่าอึดอัดเกินไปที่จะอ้าแขนรับได้ทุกเรื่อง ซึงยูนจึงจำเป็นต้องฉุดข้อมือขาวของคนควบคุมสติไม่อยู่นี้ออกไปก่อน เจ้ากวางน้อยหมดคราบของคนเก่งที่เคยต่อร้องต่อเถียงยอมโอนอ่อนไปกับความต้องการของคนที่ตนเกลียดเข้ากระดูกดำในเวลานี้ ยอมให้ไอ้ลูกหมานิสัยไม่ดีพาตนออกไปจากสถานการณ์ที่แสนอึดอัดเพราะเจ้าตัวเป็นต้นเหตุ

 

            เผื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันอาจจะคลี่คลายลงมากกว่านี้ก็เป็นได้ ...

 

XXXXX

 

แง่ก ... ทำไมยิ่งมากตอนยิ่งยาว แถมออกทะเลไปหลายพันไมล์ 555555555

เอาแล้วค่ะ ตอนนี้ความลับเรื่องที่เจ้ากวางน้อยของเราชอบคนรักของน้องชายตัวเองแตกแล้วนะคะ

ต้องลุ้นกันต่อไปค่ะว่าซึงยูนจะคลี่คลายสถานการณ์นี้อย่างไร ?

และคุณคิมจะลืมฮันบินได้หรือไม่ ? ต้องติดตามกันต่อไปเนาะ ^^

 

#ฟิคจินแอนด์โทนิก

 

 

ประกาศ !!

สวัสดีค่ะ รีดเดอร์ที่น่ารักและยังคงรอให้ฟิคเรื่องนี้อัพเดทอยู่เรื่อยๆ

ก่อนอื่นเจ๊ตีบต้องขอขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนนะคะ

ไม่ว่าจะเป็นรีดเดอร์เงาหรือรีดเดอร์ที่คอมเมนท์ให้กำลังใจเจ๊ตีบตลอดมา ><

ที่เจ๊ตีบทำประกาศแนบท้ายตอนเอาไว้วันนี้เพราะมีเรื่องที่จะชี้แจงค่ะ

เนื่องจากว่าวันที่ 12 กรกฎาคม 2015 ที่จะถึงนี้

หลายๆ คนอาจจะตั้งตารอวันคอนเสิร์ต BIGBANG กันใช่ไหมคะ ?

แต่สำหรับเจ๊ตีบไม่ใช่ค่ะ เพราะวันนั้นเจ๊ตีบต้องสอบ กพ.

เพื่อเตรียมสอบเข้าราชการให้ได้ค่ะ T T

ซึ่งแน่นอนค่ะว่าการสอบครั้งนี้มีผลกับชีวิตของเจ๊มาก ... เจ๊เลยจำเป็นต้องหยุดปั่นฟิคชั่วคราว

เพื่อทำการอ่านหนังสือและติวเข้มค่ะ

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่วิกฤตชีวิตนี้ผ่านพ้นไปได้ เจ๊ตีบจะรีบกลับมาอัพฟิคให้อ่านกันแน่นอนค่ะ

อย่าเพิ่งทิ้ง #ฟิคจินแอนด์โทนิก กับเจ๊ตีบไปไหนเลยนะคะ

อยากจะพูดขอโทษและขอบคุณรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนนะคะที่เคียงข้างเจ๊ตีบเสมอมา

รักนะคะ ซารางเฮโย ><


@SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #70 Oumyim Naruk (@oumyimnaruk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 09:13
    แงงงงงง สงสารจินอู แต่ก็ดีนะจะได้ตัดใจให้ขาดไปเลย

    ถ้ายูนไม่บอกจินฮวานก็จะไม่รู้ความจริง เจ็บตอนนี้แหละเนอะจินอู จะได้ก้าวไปหาคนใหม่ได้อย่างสบายใจ
    #70
    0
  2. #69 winnertinitin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 21:59
    อ่าา แล้วหมาน้อยไปบอกจินวานทำไมล่าาาว่า จินอูชอบฮันบิน งือออ สงสารทุกคนเลยยยย แต่สงสารจีนูที่สุด โดนทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจอ่ะ อ่านแล้วหน่วงมากกก

    ปอลอ ขอให้โชคดีในการสอบนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #69
    0