[Fic WINNER] Gin & Tonic #YOONWOO

ตอนที่ 10 : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 พ.ค. 58





 

แค่เพียงคิดถึง

 

เปลือกตาที่เคยปิดสนิทค่อยๆ เปิดขึ้นก่อนจะถูกบังคับให้กระพริบปริบๆ เนื่องจากปฏิกิริยาไวต่อแสง วงจรชีวิตของคนกลางคืนวนกลับมาอีกครั้งเมื่อเพ่งสายตามองเวลาที่นาฬิกาตั้งโต๊ะตัวเล็ก ถ้าเป็นเมื่อก่อนซึงยูนจะเบื่อมากๆ กับการใช้ชีวิตไร้จุดหมายแบบนี้ แม้จะมีเงินทองให้ผลาญ มีกิจการเป็นของตัวเอง มีรถขับ มีพี่ชายที่แสนดีแม้จะนิสัยเหมือนคุณแม่ มีที่ซุกหัวนอนราคาหลักล้าน หรือแม้กระทั่งมีผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา แต่นั้นก็เป็นเพียงความสุขชั่วคราวเมื่อย้อนคิดกลับไปก็น่าขัน เพราะจุดหมายที่แท้จริงของชีวิตคังซึงยูนคืออยากมีคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขและอบอุ่นข้างในหัวใจเท่านั้น

 

ซึงยูนค่อยๆ ยันกายตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงหนานุ่มหลังใหญ่ที่เคยแคบลงไปเมื่อคิดถึงคืนนั้น คืนที่เจ้ากวางน้อยจอมดื้อดึงนอนดิ้นไปดิ้นมาพลางควานหาความอบอุ่นจากร่างกายของเขา แต่วันนี้มันกลับกว้างขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเขากลับมานอนคนเดียวอีกครั้ง คิดแล้วเจ้าตัวก็ต้องแค่นเสียงหัวเราะในลำคอว่าทำไมอยู่ดีๆ ก็มีความคิดแปลกๆ แบบนี้ออกมา ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขาก็นอนคนเดียวได้จนเป็นเรื่องธรรมดาและชาไปแล้ว พลันใบหน้ากลมๆ ก็หันไปมองรูปวาดของคนที่เขาคิดถึงในตอนนี้ถูกแขวนห้อยอยู่บนผนังห้องสีขาวที่เคยว่างเปล่ารากับถูกมนต์สะกดของสีสันเข้าครอบงำเมื่อมีแผ่นผืนผ้าใบถูกวาดลวดลายของรูปนายแบบตัวเล็กมาแต่งแต้มห้องนอนธรรมดาๆ ให้กลายเป็นห้องนอนที่น่าอยู่ขึ้นเป็นกอง

 

ทันทีที่หมุนตัวพาฝ่าเท้าสัมผัสกับพื้นห้องเย็นก็ก้าวฉับพาร่างสูงโปร่งไปหยุดที่หน้ารูปวาดนั้น รูปวาดสีโปสเตอร์ธรรมดาๆ ไม่ได้ดูเหวอหวาเมื่อมองดีๆ จะเห็นรอยดินสอจางๆ พอเป็นโครงร่างกำหนดพื้นที่ให้ลงสี แม้สีที่ถูกระบายลงไปนั้นจะไม่ค่อยละเอียดเมื่อเทียบกับจิตกรมืออาชีพคนอื่นๆ แต่โดยรวมแล้วก็จัดอยู่ในระดับดี พอให้เห็นเป็นรูปร่างว่าคนในภาพผืนผ้าใบนั้นเป็นใคร

 

ตั้งแต่รู้จักกับมินโฮมา ซึงยูนไม่เคยคิดที่จะชื่นชนผลงานการวาดภาพที่ไม่เคยเข้าใจได้ง่ายๆ เอาเสียเลย แต่วันนี้ซึงยูนกลับยิ้มกริ่ม อดไม่ได้ที่จะชื่นชมผลงานของมินโฮด้วยหัวใจที่ชื่นบาน

 

“ทำไมต้องทำให้คิดถึงด้วยนะ คิมจินอู ...”

 

 

 

 

ช่วงเย็นๆ ของเมืองใหญ่ไม่ได้ทำให้อากาศรอบตัวเย็นตามไปด้วย กลับตรงกันข้ามเมื่อเจอกับอากาศร้อนอบอ้าวแม้แสงอาทิตย์ยามเย็นนี้จะอ่อนกำลังลงแล้วจนรู้สึกแสบผิวหนังไปหมดไม่ต่างกับเจอแดดยามบ่ายแผดเผา ฝุ่นควันพิษที่ถูกขับออกมาจากยวดยานพาหนะบนท้องถนนชวนให้ต้องย่นจมูกพร้อมยกมือขึ้นปิดบดบังตัวการทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน รถราบนท้องถนนแน่นขนัดตาเพราะเป็นช่วงเวลาเลิกงาน ซึงฮุนหมุนพวงมาลัยรถตู้ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นรถขนส่งสินค้าสำหรับน้องหมาน้องแมวรวมถึงบรรดาสัตว์เลี้ยงน่ารักเพื่อนร่วมโลกตัวเล็กและสำหรับรับส่งสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของไว้ใจมาใช้บริการเข้าจอดเทียบทางเท้าหลังจากไปส่งลูกสุนัขตัวหนึ่งของลูกค้ามา ทันทีที่ซึงฮุนเดินลงมาจากรถ ร่างสูงก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกถึงแรงดึงจากทางด้านหลังจนร่างสูงเซถอยหลังแทบจะหงายไปไปทับคนที่ช้อนตัวเขาทางด้านหลังพร้อมทั้งล็อกคอดึงจนซึงฮุนแทบหายใจไม่ออก อยากจะก่นด่าคนที่เล่นพิเรนทร์ๆ นักถ้าไม่ติดว่าอากาศแทบจะไม่มีหายใจ รวมถึงเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีกำลังหมดไปกับการขัดขืนดึงดันเอาท่อนแขนแข็งแรงที่ล็อกคอเขาอยู่ออก

 

เหมือนกับขึ้นสวรรค์อีกครั้งเมื่อซึงฮุนถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระ ร่างสูงหอบหายใจตัวโยนเอาออกซิเจนปนเปื้อนสารพิษรอบด้านเข้าสู่ปอดให้มากที่สุด พลางหันคอส่งสายตาตีบเล็กไปมองต้นเหตุที่แทบจะเป็นฆาตกร ตัวต้นเหตุยืนยิ้มแฉ่งจนซึงฮุนเห็นแล้วหมั้นไส้ อยากจะกระโดดตัวลอยกลางอากาศก่อนโรยตัวลงมาฟาดหัวทุยๆ ของเพื่อนร่างหมีสักที

 

“เล่นอะไรของนายเนี้ย ? ถ้าฉันตายขึ้นมาจริงๆ แล้วจะทำยังไง ?”

 

แม้จะโดนดุด่าแต่มินโฮกลับหน้ามึน ยังคงยิ้มแป้นแล้นยกคิ้วซ้ายทีขวาทีจนซึงฮุนหมั่นไส้ขึ้นมาจริงๆ พลางเลิกสนใจก่อนสับเท้าเดินไปทางด้านหลังของรถตู้ ใช้กุญแจที่คล้องอยู่กับนิ้วมือเรียวขึ้นไขเปิดประตูรถตู้ขึ้นพลางก้มตัวลงมุดเข้าไปภายในรถเลื่อนกล่องกระดาษสีน้ำตาลเข้มใบค่อนข้างใหญ่ที่บรรจุสินค้าใหม่อยู่ภายในออกมาให้มินโฮที่ยังคงยืนรออยู่ด้านนอกตัวรถนั้นรับไปอุ้มประคองไว้ในอ้อมแขน ส่วนเจ้าตัวนั้นหันกลับไปอุ้มลูกสุนัขตัวโปรดตากลมโตที่ชอบพกไปไหนมาไหนด้วยตลอดอุ้มไว้ในอ้อมแขน

 

อี๊ฮีคือแรงบันดาลใจให้ซึงฮุนตัดสินใจเปิด Pet Shop แห่งนี้ขึ้นมา

 

“นายยังตายไม่ได้หรอกซึงฮุน นายต้องช่วยมาเป็นพ่อสื่อให้ฉันก่อน”

 

“หืม ? พ่อสื่อ ...” ซึงฮุนทวนคำพูดของเพื่อนร่างหมีด้วยความไม่เข้าใจก่อนนิ่งไปราวๆ สักสามวินาที ก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมาอย่างทะเล้นไม่น่าเชื่อในคำพูดของมินโฮ เพราะตั้งแต่รู้จักและเป็นเพื่อนกันมา มินโฮไม่ใช่พวกประเภทอยากคบใครจริงๆ จังๆ หลายปีแล้วที่มินโฮทำตัวเป็นเสือผู้หญิง เพลย์บอยจีบดะไปทั่ว คบผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าสามวันดีสี่วันเลิกจนซึงฮุนเองก็เบื่อหน่ายที่จะสั่งสอนเจ้าเพื่อนตัวดีคนนี้ไปแล้ว “อย่ามาตลกนะมินโฮ อย่างนายน่ำหรอจะอยากคบใครจริงจัง ? อีซึงฮุนไม่เชื่อหูตัวเองอย่างแรง”

 

“แต่คนนี้ฉันจริงจังนะเว้ย !

 

ว่าพลางขยับกล่องกระดาษในอ้อมแขนให้กระชับแล้วเดินตามร่างสูงไปหยุดที่ประตูกระจกของร้านอย่างทุลักทุเล ซึงฮุนไขกุญแจร้านที่ปิดไว้ชั่วคราวเพราะไปส่งลูกสุนัขของลูกค้านอกสถานที่ ผลักประตูเข้าไปด้านในแล้ววางอี๊ฮี ลูกสุนัขที่ตนรักเหมือนลูกสาวลงกับพื้นอย่างเบามือ ทันทีที่เท้าของสัตว์เลี้ยงตาโตสัมผัสกับพื้น ก็วิ่งดุ๊ดิ๊กเข้าไปหาของเล่นมุมเดิมอย่างรู้งาน ซึงฮุนยืดตัวขึ้นเหลียวใบหน้าตี๋มองหน้าของเพื่อนรักผิวคล้ำอย่างสงสัยจนเครื่องหมายคำถามผุดพลายออกมาทางสายตาเล็ก

 

“จริงจัง ? นายพูดแบบนี้มากี่ครั้งแล้วมินโฮ ?”

 

“โหย ... ซึงฮุนอา ทำไมผู้เหมือนฉันร้ายกาจขนาดนั้นล่ะ ? แต่คนนี้ที่สุดของที่สุดจริงๆ แล้วนะ จะให้ฉันก้มกราบนายฉันก็ยอมถ้านายช่วยฉัน”

 

เจ้าตัวดีก้มตัวลงวางกล่องกระดาษที่แบกเอาไว้อยู่ลงกับพื้น แล้วคุกเข่าลงทำท่าเหมือนจะก้มลงกราบอ้อนวอนตามที่ลั่นวาจาเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึงฮุนรีบกุลีกุจอเข้าไปดึงแขนมินโฮให้ลุกขึ้นก่อนเจ้าเพื่อนบ้าจะทำอะไรแปลกๆ ออกมาให้อายคนอื่นเขา

 

“อ่ะๆ ก็ได้ๆ ยอมนายแล้ว” ว่าเบาๆ จนเจ้าคนไม่ค่อยคิดอย่างมินโฮที่เคยเสแสร้งหน้าบูดบึ้งยิ้มออกจนโหนกแก้มยก ท่าทางดี๋ด๋าจนคนตัวสูงหมั่นไส้อย่างแรง ยกแขนขึ้นกอดอกมองมินโฮพลางสั่งเด็ดขาด “แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะที่ฉันจะช่วยนาย ครั้งหน้าอย่าได้หวังพึ่งคนอย่างซึงฮุนอีก แล้วก็อย่าหาว่าฉันใจไม้ไส้ระกำอีกแล้วกันเพราะฉันก็เบื่อและรำคาญพวกผู้หญิงที่ถูกนายทิ้งแล้วมาคร่ำครวญกับฉันเกินทนแล้ว”

 

“โอเคเลย นายจะไม่รำคาญแน่นอน คนนี้ฉันรักจริงหวังจริงไม่ทอดทิ้งให้เป็นภาระนายแน่นอน”

 

“มั่นมาก” ว่าแล้วคนตัวสูงก็เบะปากหมั่นไส้ใส่เพื่อนรักร่างหมีหนึ่งที “แล้วใครกันล่ะ ? เหยื่อรายต่อไปของนาย ?”

 

“แทฮยอน ... นัมแทฮยอน”

 

“อะไรนะ !

 

 

 

 

ขาสองคู่พาร่างของคนสองคนเข้าไปภายในตัวตึกอาคารเวลานี้มีแต่พนักงานเดินสวนกันไปมาเพื่อทำตามหน้าที่ของตัวเอง ไม่แปลกที่ที่จอดรถของพนักงานจะเต็มแน่นขนัดตาจนซึงรีต้องขับรถวนหาที่จอดนานจนปวดระบมแขนไปหมด อาจเพราะสถานที่ที่เรียกว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงที่ผลิตทั้งศิลปิน ดารา นักร้อง หรือแม้แต่นายแบบนางแบบชนิดครบวงจรขนาดนี้ จึงไม่แปลกเลยที่บริเวณหน้าตึกจะมีเหล่าแฟนคลับคอยมาตามถ่ายรูปหรือติดตามเหล่าคนรักที่ตัวเองรักใคร่

 

“พี่จินอู”

 

เสียงทุ้มต่ำเรียกให้คนตัวเล็กที่เดินข้างกายผู้จัดการคนสนิทแต่ต้องก้าวเท้าเร็วเพราะต้องทำเวลานั้นหันไปมองตามเสียงเรียกอย่างสนใจโดยไม่คาดคิดว่าเจ้าของเสียงนั้นจะเป็นเจ้าเด็กปีนเกลียวที่คอยก่อกวนความเป็นส่วนตัวของจินอูไปจนเกือบหมดสิ้น จินอูกรอกตามองบนก่อนจะระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ทันที ซึงรีที่เห็นท่าทางการแสดงออกว่าไม่ค่อยสบอารมณ์ของจินอูก็ต้องโบกมือบ๊ายบายแล้วเผ่นแนบเพราะไม่อยากโดนสะเก็ดระเบิดที่จินอูอาจจะกดชนวนได้ในไม่กี่วินาทีข้างหน้า

 

เพราะซึงรีรู้ดีว่าจินอูไม่ชอบหน้าฮงซอก ... ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันที่สตูดิโอถ่ายนิตยสารเมื่อครั้งก่อน

 

เจ้ากวางน้อยแทบอยากจะกัดลิ้นตายไปให้พ้นๆ ผู้จัดการส่วนตัวก็เผ่นหนีไม่ช่วยอะไรกันเลย อย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหน ?

 

“มีอะไรฮงซอก ? รีบๆ พูด ฉันจะได้รีบไปทำงาน”

 

คนเจ้าเล่ห์ขยับเดินเข้ามาใกล้จนแทบประชิดตัว แต่เจ้าของฉายากวางน้อยกลับขยับร่างหนีถอยหลังไปหนึ่งก้าวยาวๆ แต่ฮงซอก เจ้าเด็กปีนเกลียวหัวรั้นยังคงยื่นหน้าเข้าใกล้มากขึ้นจนจินอูต้องย่นคอหนี คนมีชัยเหนือกว่ายกยิ้ม สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองใบหน้าใสของรุ่นพี่ตัวเล็ก เอียงใบหน้าเพื่อให้ริมฝีปากหนาของตัวเองหยู่ใกล้กับใบหูของคนตัวเล็กมากที่สุด ก่อนกรอกน้ำเสียงแผ่วเบาลงไปให้อีกคนได้ยิน

 

“แค่อยากไปดื่มกับพี่สักครั้ง” เจ้าเด็กปีนเกลียวผละออก ยืดตัวเต็มความสูง หลุบตามองเจ้ากวางน้อยราวกับจะกลืนกิน จินอูช้อนตามองคนตัวสูงกว่าด้วยสายตาที่บ่งบอกว่ากำลังปฏิเสธอย่างเต็มกำลัง “แต่ถ้าพี่ไม่ตอบตกลง ผมก็จะคอยรังควานพี่แบบนี้ต่อไปไม่หยุดหย่อนนะครับ ผมมีทางเลือกให้พี่เพียงแค่สองทางเท่านั้นคือ หนึ่ง ... พี่จะยอมไปกับผมคืนนี้แล้วผมจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับพี่อีก หรือสอง ... พี่จะทนรำคาญผมไปตลอด”

 

แทบจะยกมือเล็กขึ้นบีบคอคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าให้กระดูกแหลกตายคามือ แต่เพราะข้อเสนอที่น่าสนใจบีบรัดบังคับตนให้เลือกแบบนี้ก็ยากที่จะตอบ จินอูก้มหน้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนเงยสบตาไอ้เด็กเจ้าเล่ห์ตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้

 

“ถ้ามันทำให้ฉันกับนายไม่ได้เจอกันอีกตลอดชีวิต ฉันก็คงต้องตอบตกลง”

 

“ต้องอย่างนี้สิครับถึงจะสมกับเป็นกวางน้อยผู้ทะนงตน”

 

 

 

 

สีดำสนิทถูกวนเวียนกลับมาแต่งแต้มท้องนภาอีกครั้งหลังจากที่ดวงตะวันสีส้มหมดหน้าที่ประจำวัน ท้องฟ้าที่ไร้แสงจันทราและและแสงดวงดาวนั้นกำลังชักชวนให้เหล่าสิ่งมีชีวิตที่ออกหากินยามค่ำคืนตื่นตัวออกมาจากที่หลบซ่อนกายในยามกลางวัน รวมถึงความสนุกสนานปนอันตรายชักชวนให้เหล่านักท่องเที่ยวที่ไม่เคยเกรงกลัวภัยเหล่านั้นให้โบยบินออกมาดอมดมสิ่งสวยงามจอมปลอมมากกว่าการคำนึงถึงกรอบความปลอดภัยที่ถูกกำหนดเอาไว้ให้เรียกว่าบ้าน

 

ซึงยูนหมุนพวงมาลัยรถยนต์บังคับให้พาหนะคันงามเข้าจอดบริเวณที่จอดรถหรับบุคคล VIP เมื่อรถคันสวยจอดสนิท มือโปร่งก็ดึงกุญแจรถออกก่อนผลักเปิดประตูพาร่างตัวเองให้ออกไปยืนอยู่ข้างพาหนะที่ทำจากเหล็กแข็งกล้า กดน้ำหนักลงปุ่มบนรีโมทคอนโทลอันเล็กเพื่อให้รถยนต์ล็อกตามคำสั่งผ่านสัญญาณ วงจรชีวิตเดิมๆ วนกลับมาอีกครั้งชักชวนให้ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งต้องถอนหายใจออกมาสั้นๆ เพราะเบื่อที่จะต้องใช้ชีวิตแบบนี้แล้วเหมือนกัน

 

ชีวิตที่ย่ำอยู่บนเส้นคาบเกี่ยวช่วงเวลาระหว่าง PM และ AM

 

สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงของตน ก้มหน้าก้มตาเดินดุ่มไปยังพื้นที่ด้านหลังของคลับ ประตูไม้บานเขื่องแข็งแรงเบื้องหน้าเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมระหว่างโลกจอมปลอมด้านในและโลกความจริงด้านนอก ซึงยูนผ่อนระบายลมหายใจออกมาออกมาพลางชักมือข้างหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกงที่เคยล้วงอยู่นั้นขึ้นมาหมุนลูกบิดกลอนประตูสแตนเลสก่อนผลักมันเข้าไปด้านใน ทันทีที่ประตูเปิดออกแสงสีเสียงภายในก็โหมซัดกระทบร่างสูงของเจ้าของร้านที่ยังหนุ่มแน่น เท้าก้าวฉับเข้ามาภายในพลางออกแรงผลักให้ประตูปิดลงอย่างแรงแต่กลับไม่มีใครสนใจ อาจเป็นเพราะเสียงดนตรีที่เปิดผ่านเครื่องขยายเสียงนั้นดังมากจนสามารถกลบเสียงประตูด้านหลังได้

 

“อ่ะ ! พี่ซึงยูน” คำทักทายของบาร์เทนเดอร์หน้าติดโหดเรียกให้เจ้าของร้านที่กำลังหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้บาร์ตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมายิ้มแฉ่งรับคำของจุนฮเว เด็กน้อยหน้าใสที่แม้จะหน้าตาดุดันโหดร้ายราวกับนักเลงข้างถนน แต่ถ้าถามถึงฝีไม้ลายมือในการผสมเครื่องดื่มล่ะก็ เรียกได้ว่าจุนฮเวไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน จึงไม่แปลกเลยที่จะมีคนชอบฝีมือการชงเหล้าของจุนฮเว ที่แม้แต่คังซึงยูนยังชอบม็อกเทลฝีมือของจุนฮเวเลย “วันนี้เข้ามาเร็วจังเลยนะครับ”

 

“อืม ... มีคิวร้องเพลงตอนห้าทุ่มน่ะ” ตอบเสียงเนือยๆ พลางขยับตัวนั่งสบายๆ บนเก้าอี้บาร์ตัวเล็กหน้า ตั้งศอกบนเคาน์เตอร์พลางวางคางลงบนมืออีกที “ถ้าไม่มีคิวร้องเพลงวันนี้ฉันก็คงจะไม่มาหรอก ... ว่าแต่ พี่แดซองล่ะ ?”

 

“โทรมาบอกว่าจะเข้ามาประมาณตอนตีหนึ่งอ่ะพี่”

 

“หรอ ? ก็ดีเหมือนกัน เบื่อฟังคำสวดของพี่ชายอ่ะ” คำพูดติดตลกของคนที่เป็นน้องชายนินทาพี่ชายนั้นเรียกเสียงหัวเราะของเด็กหน้าโหดได้ทันควัน จุนฮเวรู้ดีว่าซึงยูนกับแดซองนั้นรักกันมากแค่ไหน แต่ถ้าจะให้ซึงยูนกางหูบานรับฟังคำบ่นของคังผู้พี่ตลอด เจ้านายน้อยของเขาก็ไม่เอาด้วยเหมือนกันหรอก เพราะแดซองเวลาพร่ำบ่นนั้นน่ารำคาญไม่ต่างจากคุณแม่ยังไงยังงั้น แม้ใบหน้าใจดีดวงตายิ้มแย้มตลอดเวลานั้นจะเคลือบใบหน้านั้นอยู่ แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่มีเรื่องให้แดซองต้องแคลงใจ คังผู้พี่นั้นจะทำลายหน้ากากเทวดาแล้วแปลงร่างเป็นปีศาจจำแลงได้เลยทันที “อีกสิบนาทีฉันจะขึ้นร้องเพลงแล้ว ขอมะนาวโซดาให้ฉันด้วยนะ ไปรอหลังเวทีล่ะ”

 

“โอเคครับพี่ชาย !

 

บาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าดุรับคำพลางหยิบแก้วออกมาจากชั้นเตรียมผสมเครื่องดื่มที่เพิ่งได้รับคำสั่งจากเจ้านาย เจ้าของคลับยันกายลุกขึ้นเดินไปทางด้านหลังเวทีขนาดเล็กที่ถูกจำกัดไว้เฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้น

 

ทิ้งร่างนั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกที่ถูกวางระเกะระกะ ยกขาข้างหนึ่งขึ้นนั่งไขว้ห้างสบายๆ ก่อนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบเอาวัตถุที่ทำจากหนังขึ้นมาเปิดออก สายตาเล็กจดจ้องภาพของบุคคลในความทรงจำที่เจ้าตัวลงทุนพิมพ์ใส่กระดาษโฟโต้เนื้อดีแล้วตัดใส่กระเป๋าสตางค์ รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นวิธีที่แสนโบราณแต่มันเป็นวิธีเดียวที่ซึงยูนจะทำให้เพื่อให้หายคิดถึงคนในภาพ

 

รอยยิ้มผุดขึ้นเมื่อสบดวงตากลมโตของนายแบบตัวเล็กเจ้าของฉายาเจ้ากวางน้อย แม้จะเป็นการสบตาผ่านกระดาษเท่านั้น แต่กลับทำให้หัวใจของซึงยูนเต้นผิดจังหวะได้เหมือนกัน

 

ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่เคยเกิดขึ้นกับใคร ... แต่พอเกิดขึ้นมันก็ดันเกิดขึ้นกับคนที่ไม่สมควรเข้าไปก้าวก่าย

 

“พี่ซึงยูนมีความรักหรือเปล่านะ ? ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับคนในภาพตลอดเวลาเลย” เสียงของพนักงานสาวเรียกให้ซึงยูนต้องรีบปิดกระเป๋าสตางค์ ช้อนสายตาคมขึ้นมองพนักงานสาวอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก ก่อนจะขยับตัวยัดสิ่งของในมือกลับไปที่เดิมเพื่อตัดปัญหาไม่ให้เด็กสาวไถ่ถามอะไรอีก สาวเจ้าก็รู้ตัวดีรีบเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นเป็นเชิงให้รู้ว่าจะรูปซิปปากแล้วพร้อมๆ กลับย่อตัวลงเสิร์ฟเครื่องดื่มบนถาดในมือให้กับผู้เป็นนาย “มะนาวโซดาของพี่ซึงยูนค่ะ”

 

“ขอบใจนะ”

 

ยื่นมือไปรับแก้วเครื่องดื่มนั้นมาถือไว้ข้างหนึ่งก่อนยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นมาโบกสะบัดเป็นสัญญาณว่าให้ไปทำงานตามหน้าที่ของตนเองเถอะ สาวเจ้าก็รู้ดีก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงร่างของเจ้าของคลับตัวสูงนั่งจิบมะนาวโซดาเย็นในแก้วใส ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาที่บอกว่าอีกไม่ถึงห้านาทีก็ถึงเวลาที่เจ้าตัวต้องอวดเสียงร้องอันมีเสน่ห์แล้ว ผู้มีศักดิ์เป็นเจ้าของร้านกระแทกวางแก้วใสลงบนเก้าอี้อีกตัวที่ว่างอยู่ข้างตัวลุกพรวดวิ่งขึ้นไปบนเวทีเพื่อเช็คกีต้าร์ก่อนจะเริ่มการแสดงจริงๆ

 

เสียงเพลงที่เคยเปิดเสียงดังแทบจะระเบิดแก้วหูให้เป็นจุลย์หยุดลงแล้ว มีเพียงแสงไฟที่อยู่ด้านหน้าเวทีเพื่อส่องเข้ากับใบหน้าของนักร้องให้ลูกค้าได้เห็นอย่างชัดเจน และแสงสีฟ้านวลๆ ติดตั้งบนเพดานรอบๆ ด้านของคลับรูปทรงสี่เหลี่ยมเท่านั้น มือที่เคยจับประคองเครื่องดนตรีชิ้นโปรดถูกวางลงบนหน้าตักเมื่อมีพนักงานยกเก้าอี้มาให้นั่งเพื่อความสะดวกสบาย มือโปร่งเลื่อนจับคอร์ดด้วยมือซ้ายและดีดเป็นจังหวะเสียงเพลงด้วยมือขวา บรรเลงเป็นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับเริ่มเปร่งเสียงร้องที่มีเสน่ห์ผ่านไมโครโฟนขยายเสียงตรงหน้า

 

As long as you love me

We could be starving, we could be homeless, we could be broke

As long as you love me

I’ll be your platinum, I’ll be your silver, I’ll be your gold

As long as you love, love me, love me

As long as you love, love me, love me

 

น้ำเสียงมีพลังสอดรับประสานกับเสียงกีต้าร์ที่ถูกบรรเลงเป็นจังหวะอะคูสติกแต่แฝงความเป็นร๊อคเมื่อน้ำเสียงแหบทุ้มเริ่มเพิ่มน้ำหนักลงไป ทำให้เพลงที่เจ้าตัวกำลังถ่ายทอดนั้นมีเสน่ห์ที่ไม่ต้องปรุงแต่งมากมายแต่ก็แปลกใหม่จนลูกค้าขาประจำของคลับนี้ติดใจในน้ำเสียงของเจ้าของร้าน  และยังชอบท่าทางเท่ห์ๆ ขณะที่กำลังเล่นกีต้าร์บนหน้าตักนั้นอีกด้วย

 

ดวงตาเล็กที่เคยหลุบลงเพราะต้องมองนิ้วเรียวจับคอร์ดกีต้าร์นั้นถูกช้อนขึ้นมองเหล่านักท่องเที่ยวที่ถูกสังคมมองว่าเป็นผีเสื้อราตรีมาตลอดเป็นครั้งเป็นครางเพื่อเอ็นเตอร์เทรนคนเหล่านั้นบ้าง เพราะสำหรับซึงยูนแล้ว กลุ่มคนเหล่านั้นคือคนที่หาเงินมาให้เขากับพี่ชาย รวมถึงครอบครัวที่อยู่ต่างจังหวะอีกต่างหาก

 

แม้ว่าจะอยู่บนเวทีขนาดเล็กด้านในสุดของคลับ แต่สายตาดีของชายหนุ่มก็สามารถกวาดมองไปรอบๆ ฝ่าความมืดไปสะดุดกับบุคคลเจ้าของดวงหน้าหวานใสและปกปิดด้วยแว่นตากันแดดสีดำอันโตคุ้นตา วันนี้เจ้าตัวไม่ได้นั่งที่เคาน์เตอร์แล้วพูดคุยจุนฮเวเหมือนทุกครั้ง แต่กลับนั่งที่โซน VIP กับใครอีกคนถ้าหากมองจากมุมนี้จะเห็นเพียงด้านหลังเท่านั้น แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่ซึงยูนจะเก็บมาใส่ใจ แต่กลับเป็นบุคคลหน้าหวานที่แม้จะพยายามพลางตัวแค่ไหน แต่สำหรับซึงยูนแล้วกลับจดจำได้เป็นอย่างดี

 

คิมจินอู ...

 

ขอบใจนะที่มาหาถึงที่นี่ ...

 

XXXXX

 

ม็อกเทล (Mocktail) คือเครื่องดื่มที่มีกรรมวิธีการปรุงแต่งคล้ายๆ ค็อกเทล (Cocktail) แต่จุดที่แตกต่างกันคือ

ม็อกเทลจะไม่มีปริมาณของแอลกอฮอล์ผสมอยู่ค่ะ พูดง่ายๆ คือไม่มีเหล้าผสมอยู่นั้นเอง ^^

สำหรับตอนนี้เจ๊ตีบเน้นเขียนไปทางคุณซงและเอาคุณฮงซอกกลับมาค่ะ

หลังจากที่ดองคุณฮงซอกเอาไว้นานจนเกือบลืม 5555555

สำหรับเพลงที่คุณคังเขาเอามาร้องคือ As long as you love me นะคะ

แบบว่าคิดถึงตอนที่คุณคิมเขาร้องแล้วให้คุณคังดีดกีต้าร์ให้ในรายการ WIN (Who is next) อ่ะคะ ^^

เลยเอามาสื่อความหมายในฟิคเสียเลย 555555555

ตอนนี้ยาวเนาะ พล่ามท้ายตอนก็ยาว รีดเดอร์คงเบื่อเจ๊ตีบ ... เอาเป็นว่ามาคอยลุ้นกันต่อไปนะคะว่า

คุณคิมจะเกลียดคุณคังไปอีกนานแค่ไหน และคุณคังจะเอาชนะใจคุณคิมได้หรือเปล่า ?

 

#ฟิคจินแอนด์โทนิก

 

ปล.1 ช่วงนี้เจ๊อาจจะอัพไม่ถี่เหมือนเมื่อก่อนเนาะ

สมองเริ่มตันๆ แถมต้องลุ้นวันที่ 14 นี่ด้วยว่าจะได้ไปคอนบิ๊กแบงวันที่ 11-12 ก.ค. นี้รึป่าว ?

 

ปล.2 เจ๊มาอัพช่วงวันเกิดน้องนัมพอดี เลยขอแนบแฟนอาร์ตเล็กๆ น้อยๆ ฝีมือตัวเองหน่อย

อาจจะไม่น่ารักเหมือนที่คนอื่นๆ วาดเนาะ ยังไงก็ติชมได้นะคะ ^^

 
@SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #66 กล้วยฮ้ะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 12:56
    อะไรจะหลงขนาดนั้นพ่อคุณ55555

    รอเจ๊ตีบนะจ้าา รีบมานะคะขอให้ได้ไปคอน
    #66
    0
  2. #63 Oumyim Naruk (@oumyimnaruk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 18:05
    ยูนชอบจินอูมากแน่ๆเลยอ่ะ เพ้อหาตลอด เขินจัง รีบๆทำให้จินอูใจอ่อนเร็วๆนะยูน

    อยากให้จินอูหันมามองยูนเร็วๆจัง ดีกว่าจมอยู่กับอดีตนะ ซึงยูนสู้ๆ 
    #63
    0
  3. #62 Cat_Cha (@cat-cha-absurt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 02:11
    ซึงยูนนี่ท่าจะเป็นเอามาก คงชอบจินอูมากจริง ๆ แต่จินอูเกลียดซึงยูนนี่ยสิ แถมมีคู่แข่งมาอีก เจองานหนักแล้วคุณคัง
    #62
    0
  4. #61 YuiLuk (@yuisupitshaya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 19:05
    ฮงซอก คิดไรรึป่าว ไปดื่มด้วยจะไม่มาวุ่นวาย มันแปลกๆนะ ถ้าเกิดเรื่องไม่ดียูนต้องรีบช่วยนะ ยูนคงรักจินอูมากเลยนะนั่น ตกหลุมรักไปเต็มๆเลย มีเอารูปใส่ในกระเป๋าตังด้วย โหยยย น่ารักสุดๆอะ
    #61
    0
  5. #60 kyotangmo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 23:45
    จินอูมากับฮงซอกที่ผับของยุน ยุนหึงแหงๆๆ จินอูอยากมาเจอยุนป่าวอ่ะ ถึงมาหาที่ผับเนี่ย หึๆ

    ยุนดูเป็นคนน่ารักดี มีรูปวาด แถมยังพกรูปอีก โบราณไปนิ๊ดแต่น่าร้ากกก >_<

    ฮงซอกจะตื้อแบบไหนอีกเนี่ย จินอูมาดื่มด้วยก็คงไม่จบแหงๆ
    #60
    0
  6. #59 karmen (@karmen) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 23:21
    ตายๆๆๆ ถ้าตาคังรู้ว่า พี่แป็วมากับฮงซอก จะเป็นยังไง
    ใจเย็นนะคัง 
    หมาอะไรหบงกวางมาก แอบเก็บรูปเขาไว้ในกระเป๋าตังค์ กิ้วๆๆๆ
    #59
    0