Lion's heart | รักร้ายหัวใจสิงห์ ♥

ตอนที่ 4 : รักร้ายที่สาม - 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    26 พ.ย. 61



     ตอนที่สาม

 

 

 

 

 

 

คงไม่มีอะไรที่พิทักษ์ดำรงกุล ให้คู่หมั้นตัวเองไม่ได้

 

บุษกรมองสบตาคนที่เอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น ร่างเล็กขยับตัวไปใกล้ ก่อนสองมือเล็กจะจับปลายเสื้อของคนที่นั่งอยู่ข้างกัน ออกแรงกำแน่น พร้อมเอ่ยย้ำถามในสิ่งได้ยินอีกครั้ง

 

คุณพูดจริงใช่ไหมครับ

ฉันดูเป็นคนโกหกหรือไง

 

ใบหน้าน่ารักส่ายหัวจนเส้นผมนุ่มนิ่มกระจาย ดวงตาเรียวรีหยีปิดเมื่อยกรอยยิ้มอย่างจริงใจให้กับคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าที่คู่หมั้น เจ้าของใบหน้าคมเข้มเพียงแค่มองนิ่ง อย่างที่ไม่มีใครคาดเดาความรู้สึกออก แต่บุษกรก็ใช่ว่าจะสนใจ

 

แค่แม่กานดา และลุงจ้อยปลอดภัย

พิทักษ์ดำรงกุล ให้ในสิ่งที่เขาต้องการก็เพียงพอแล้ว ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม

 

ขอบคุณนะครับ

มันไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องขอบคุณ ในเมื่อเป็นข้อตกลง ฉันก็แค่ทำตามข้อตกลงบ้าบอนั่น เธอเองก็เหมือนกัน

 

 ชวิศเปลี่ยนจุดวางสายตาจากเจ้าของดวงตาเรียวรีที่ดูพราวระยับเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้าได้คำตอบจากเขาเป็นนอกกระจกรถยนต์ที่มีแต่ความวุ่นวายของลูกน้องที่วิ่งวุ่น และเพลิงไฟที่เริ่มสงบลงมีเพียงบางส่วนและทิ้งไว้เพียงเถ้าดำของความเสียหาย

ดวงตาคมเหลือบมองเงาสะท้อนกระจกก็เห็นคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าคู่หมั้นกำลังยกรอยยิ้ม คล้ายดีใจมากจนเหมือนอีกนิดเขาคงได้เห็นหูและหางกระดิกออกมา

 

ถึงแบบนั้นผมก็อยากขอบคุณคุณอยู่ดีครับ คุณชวิศ

พี่ชวิศ

ครับ?”

จากนี้ไปถ้าอยู่ข้างนอก ต่อหน้าคนอื่น โดยเฉพาะพ่อของฉัน นายควรเรียกฉันแบบนั้นบุษกรเม้มปากแน่น สองมือเล็กคลายออกและถอยห่างไปนั่งตำแหน่งเดิม ก่อนมองใบหน้าด้านข้างของคนที่หันมองเหตุการณ์ด้านนอก แอบถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบรับ

 

ครับคุณชวิศ

 

เขาไม่ผิดนี่นา ก็ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน กับคนขับรถแค่เท่านั้น ในเมื่อยังไม่มีคนอื่นก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเอ่ยเรียกแบบที่คนตัวยักษ์ว่าเลยสักนิด ไม่เห็นเคยรู้ว่าเราสองคนเคยไปนับญาติฝ่ายไหนกัน

 

ยกเว้นก็แต่สถานะคู่หมั้นที่ตกลงกันร้อน ๆ ก่อนหน้า

 

ไม่รู้โชคช่วยหรือสวรรค์กลั้นแกล้ง แต่บุษกรก็เลือกเชื่อว่าอย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังมีแสงไฟที่ริบหรี่ช่วยเหลือเขาอยู่บ้าง ถึงได้ตกกะไดพลอยโจรได้เป็นคู่หมั้นของทายาทตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอันดับต้น ๆ ของประเทศ

 

แม้ว่าความจริงแล้วตำแหน่งนี้น่าจะเป็นคุณหนูตระกูลดังสักตระกูลมากกว่าเป็นเขา เด็กที่ไม่มีอะไรสักอย่าง ไม่เห็นถึงความเหมาะสมเลยสักนิด

 

 

หลังจากคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เสียงเปิดประตูจากคนที่นั่งนิ่งก็ทำให้คนตัวเล็กกว่าสะดุ้ง ร่างสูงใหญ่ของคุณชวิศเดินลงจากรถไปโดยมีลูกน้องยืนเรียงรายเอ่ยรายงานสถานการณ์ ก่อนบานประตูจะปิดลงอีกครั้ง

 

นายท่านครับ

ว่ามา

ตอนนี้เราควบคุมเพลิงได้แล้วครับ...

 

และบุษกรเลือกที่จะมองผ่านกระจกฟิล์มทึบ มองเห็นเปลวไฟที่นึกเกลียดได้ดับลงไปแล้ว ทุกอย่างกลายเป็นตอดำสนิทที่มีควันลอยอยู่เหลือทิ้งไว้แต่ซากความเสียหาย แผดเผาทุกอย่างไปเหลือเพียงความทรงจำเลวร้ายที่ฝังลึกในใจ

ดวงตาเรียวรีไหวระริกกับภาพตรงหน้า สูดหายใจเข้าลึก พร้อมทำใจกล้าเปิดประตูแม้มือเรียวนั้นแสนสั่น ก่อนตัดสินใจก้าวขาเดินตามแผ่นหลังกว้างที่เดินไกลออกไป

 

เพราะอาจยังมีสิ่งสำคัญเพียงชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่

 

แค่ก ๆ

ทันทีที่เดินไปเพียงไม่กี่ก้าวและปลายจมูกได้สูดดมเอากลิ่นควันไฟ ร่างกายของบุษกรก็ต่อต้านในทันที สองมือกำแน่นอย่างทนฝืน ดวงตาเริ่มคลอด้วยน้ำใส เพราะควันไฟที่แม้ลดน้อยลงจากในตอนแรกแต่ก็ส่งผลกระทบต่อร่างเล็กไม่ใช่น้อย

 

หาเรื่องจริง ๆ

 

ร่างใหญ่โตของนายท่านแห่งพิทักษ์ดำรงกุลหยุดชะงัก หันหลังกลับไปมองร่างเล็กที่ตอนนี้ชวิศมองเป็นเพียงตัวปัญหาเท่านั้น ก่อนตัดสินใจไปใกล้คนที่เพิ่งตกลงว่าเป็นคู่หมั้น มือใหญ่คว้าจับข้อมือเรียวตั้งใจจะลากให้ขึ้นไปนั่งรอบนรถยนต์ตามเดิม

แต่ก็ถูกแรงเพียงน้อยนิดนั่นยื้อเอาไว้

 

ไม่ครับ

จะมายืนตัวสั่นทำไมตรงนี้ น่ารำคาญจริง ๆ

ผมยังมีของสำคัญอยู่ !”

 

หลังจากโดนคนตัวยักษ์กล่าวหาว่าน่ารำคาญ ก็ทำให้คนที่สูงเพียงแค่ไหล่เชิดหน้าพลางเอ่ยโต้ ทั้งที่ก็แทบสู้แรงคนที่ดึงรั้งอยู่แทบไม่ได้ เพราะอาการแสบตาแสบจมูกที่ร่างกายต่อต้าน ชวิศจ้องมองเจ้าของดวงตาเรียวตกที่คลอด้วยน้ำใส ก่อนถอนหายใจออกมาหนัก ๆ และปล่อยแรงฉุดยื้อลง

 

อะไร

ของสำคัญจากคนที่ผมรัก

เพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่...

 

เป็นยังไง

ครับ?”

ของที่ว่านั่นเป็นยังไง

 

ถึงใครต่อใครจะบอกว่าชวิศเป็นสิงห์ที่ไม่เคยมีหัวใจ แต่เขาก็ใช่ว่าจะไร้หัวใจมากขนาดนั้น สายตาที่เด็กหนุ่มตรงหน้าสื่อดวงตาเรียวที่ไหวระริกเมื่อเอ่ยถึง ไม่ต้องบอกออกมาเป็นคำพูด ต่อให้เป็นใครที่ไม่ใช่เขาก็คงรับรู้ได้

ว่าของที่ว่าคงสำคัญมากขนาดนั้น

 

กล่องไม้ แค่ก ๆ ในห้องนอนครับ ถ้ามันยังไม่ถูกไฟไหม้ไปหมดซะก่อน…”

เอ่ยแผ่วเบา และเมื่อสายตาเลื่อนมองตำแหน่งที่เคยเป็นห้องนอน หัวใจของบุษกรก็ร่วงผล็อย แทบไม่เหลือเศษซากอะไรให้มองออกนอกจากเสาไม้ใหญ่ และตู้ไม้ในห้องนอนที่คล้ายถูกเพลิงไฟลุกลามเหลือเพียงครึ่ง

 

สองมือกำแน่นเพื่อระบายทุกความคับแค้นในหัวใจ

พวกนั้นจะเอาทุกอย่างไปจากเขาไม่เหลือแม้กระทั่งของดูต่างหน้าคนที่เขารักเลยหรือ

 

ท่าทางที่กำมือแน่นคล้ายโกรธใครบางคนมาก ยังติดอยู่ในสายตาของคุณชวิศ ก่อนมือใหญ่จะยื่นผ้าเช็ดหน้าดึงความสนใจจากร่างเล็กที่ยืนตัวสั่น และยังไอไม่หยุด ออกจากภาพซากความเสียหาย

 

ปิดจมูกไว้

ครับ ขอบคุณครับ

 

ชวิศไม่ตอบอะไรจากนั้น ก่อนไปหยุดยืนเบื้องหน้า แผ่นหลังกว้างปิดบังภาพความเสียหายเบื้องหน้า ก่อนน้ำเสียงเข้มจะเอ่ยสั่งลูกน้องให้ตามหาของให้คนตัวเล็กที่ยืนฝืนอยู่ด้านหลัง และหันกลับมามองคนที่ยืนปิดจมูกแดง ๆ ด้วยผ้าเช็ดหน้าของเขา

 

ส่วนเธอขึ้นไปรอบนรถ

ไม่ครับ

 

ดื้อตาใส ชวิศให้คำนิยามของเด็กหนุ่มตรงหน้าเพิ่มอีกข้อ

 

เธอควรฟังคำสั่งฉันนะบุษกร

น้ำเสียงเข้มที่เอ่ยประโยคตรงหน้า ทำให้บุษกรอดไม่ได้ที่จะเบะปากอย่างไม่พอใจด้วยความเคยตัว ก่อนเปลี่ยนมากัดริมฝีปากอย่างคิดหาวิธีต่อรอง แม้ร่างกายนั้นจะต่อต้านกับสถานการณ์ที่ฝังลึกในใจมากแค่ไหน แต่ตัวเขาเองก็ยังดื้อรั้น อยากไปหาของสำคัญที่ว่าด้วยตัวเอง

 

บุษกร ถึงเราจะตกลงเป็นคู่หมั้นกันแล้วก็ใช่ว่าเธอจะทำตามใจ มาดื้อใส่ฉันแบบนี้นะ

ผมไม่ได้ดื้อ

ขึ้นรถ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับเธอจริงๆ

 

เอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนร่างสูงใหญ่จะเดินไปยังกลุ่มลูกน้องที่ยืนรอรายงานสถานการณ์อย่างละเอียด และหนึ่งในลูกน้องในชุดสูทดำสนิทคนหนึ่ง เดินเข้ามาหาบุษกร พร้อมกับเปิดประตูรถยนต์คันใหญ่และผายมือให้ร่างเล็ก

 

เชิญขึ้นรถเถอะครับคุณบุษกร

ยืนกำมือแน่นอยู่ชั่วอึดใจ ร่างเล็กที่ดูดื้อรั้นก็ยอมหมุนตัวกลับขึ้นบนรถไป แม้ไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นัก แต่บุษกรก็ใช่ว่าจะไม่หวั่นใจกับดวงตาคมกริบและน้ำเสียงเข้มที่เอ่ยเมื่อก่อนหน้าของว่าที่คู่หมั้น

 

บุษกรจะยอมแสร้งทำตามคำสั่งไปก่อนก็ได้

ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินว่าทายาทของตระกูลพิทักษ์ดำรงกุลเป็นยังไง

 

คุณบุษกรอย่าทำให้คุณชวิศไม่พอใจเลยครับ

 

ที่ฉายาว่าสิงห์ก็ใช่เพียงแค่ใครต่อใครผู้คนต่างเรียกกันไปแค่นั้น

ข่าวหน้าหนึ่งที่เคยลงทุกฉบับบุษกรก็ยังจำได้ติดตา

 

ข่าวว่ามีคนไปกระตุกหนวดสิงห์ ทายาทตระกูลพิทักษ์ดำรงกุล เล่นไม่ซื่อวางแผนลอบทำร้าย แค่ไม่เพียงไม่กี่วันต่อมา ตระกูลนั้นก็ถูกจับเข้าคุกทั้งตระกูลเพราะการค้าไม้ในเขตหวงห้าม อีกทั้งพวกลูกน้องที่ทำงานผิดกฎหมายให้ทั้งค้ายาและอาวุธเถื่อน ที่ลงอยู่ในบัญชีดำยังถูกสังหารกวาดล้างจนหมดแทนพวกตำรวจ

มีแต่ข่าวซุบซิบว่าเป็นฝีมือของสิงห์อย่างคุณชวิศทั้งนั้น

 

เห็นแบบนี้บุษกรก็ยังฉลาดพอที่ไม่ยอมเป็น เหยื่อ แบบคนพวกนั้นหรอกหน่า

 

 

 

 

 

 

 

 

50 %

#รักร้ายหัวใจสิงห์

 

 

 

 

 

 

 

ชวิศคลายกระดุมเสื้อด้านบนทันทีที่ปลายเท้าเหยียบลงพื้นคฤหาสน์ หรือสิ่งที่เขาเรียกว่าบ้าน ท่อนขายาวก้าวอย่างไม่รีบเร่ง มองแผ่นเล็กเบื้องหน้า ที่ยังโอบประคองกล่องไม้ที่ถูกไฟไหม้จนกลายเป็นสีดำ ไหล่เล็กกว่าเขายังคงสั่นคล้ายพยายามฝืน

 

ดวงตาแดงก่ำ ที่มองสบกันก่อนหน้านั้นชวิศยังจำได้ดี

รูปภาพที่เลือนรางถูกไฟไหม้บางส่วน และสร้อยคอที่คนตัวเล็กที่นั่งข้างกันกับเขากำไว้แน่น อดไม่ได้ที่จะสงสัยเพราะรูปที่เห็น

 

และเพราะแบบนั้นทำให้ร่างสูงใหญ่หยุดยืนนิ่ง ก่อนหันไปมองสบตาเลขาประจำตระกูลที่คอยรับใช้พิทักษ์ดำรงกุลมาครึ่งชีวิต ที่รอต้อนรับอยู่ตรงหน้าประตูเช่นในทุกครั้ง ดวงคมเพียงตวัดมอง เลขาจินก็โค้งตัวและยกรอยยิ้ม

 

เลขาจิน เรื่องที่ผมให้ไปตามสืบ

รายละเอียดอยู่ในนี้ครับเลขาวัยกลางคนเชื้อสายจีน ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้คล้ายรออยู่นานมากแล้ว และเพื่อให้เสร็จภารกิจในวันนี้ มือเหี่ยวย่นตามวัยขยับแว่นเพียงเล็กน้อย ก่อนเดินตามผู้เป็นนายท่านไป

 

ปล่อยให้เด็กนั่นไปหาแม่ของเขา ส่วนคุณจินเชิญห้องทำงานผม

ชวิศเอ่ยสั่งลูกน้องด้านขวามือให้จัดการกับคนที่ยังยืนกอดกล่องไม้ไว้แนบอกข้างกันกับบอดี้การ์ดหญิงสองคนที่เคยสั่งให้ดูแลคนที่เป็นว่าที่คู่หมั้น ดวงตาเรียวรีตกนั้นหม่นหมองอย่างเช่นใครก็รู้สึกได้

ก่อนชวิศจะเหลือบมองเอกสารที่อยู่ในมือ และตัดสินใจไปหมุนตัวขึ้นบันไดด้านบนเพื่อไปห้องทำงาน

 

 

เอกสารที่อยู่ในมือก่อนหน้าถูกวางฟาดบนโต๊ะไม้ตรงหน้าอย่างแรง ชวิศตวัดสายตามองเลขาวัยกลางคนที่เพียงแต่ยืนกุมมือและมองปลายเท้าอยู่ด้านหน้าโต๊ะทำงาน ข้อมูลเพียงน้อยนิด ไม่ควรจะนับเป็นผลงานของเลขาฝีมือดีอย่างจินเลยสักนิด

 

และเพราะแบบนั้นยิ่งทำให้คุณชวิศรู้สึกหงุดหงิด

 

สืบให้ละเอียดกว่านี้ คิดว่าข้อมูลแค่นี้ควรส่งให้ฉันดูหรือไง!”

ขอโทษครับนายท่าน

 

ทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้พนักพิงก่อนประสานมือและวางเท้าแขนบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบทำให้ใครต่อใครต้องเผลอกั้นลมหายใจกำลังมองสบกับดวงตาของเลขาประจำตระกูล แค่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนชวิศยกรอยยิ้มมุมปากที่ดูแล้วแสนร้ายกาจ

 

มีอะไรที่คุณไม่ยอมบอกผมหรือเปล่าคุณจิน

มะ ไม่นะครับคุณชวิศ นั่นคือข้อมูลที่ผมหามาได้จริง ๆ แค่ผมไม่คิดว่าคุณบุษกรจะมีอะไรมากกว่านี้

หึ คนแบบคุณไม่น่าจะใช้คำว่า แค่ไม่ได้คิด

 

บรรยากาศน่าตรึงเครียดท่ามกลางความเงียบสนิท เลขาจินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่เคยชินสักครั้งเมื่อต้องรับมือกับทายาทของพิทักษ์ดำรงกุลคนนี้ เหงื่อเม็ดโตไหลผุดตามกรอบใบหน้า เผลอดันแว่นที่ปลายจมูกด้วยความเคยชิน หลบเลี่ยงดวงตาคมไปมองที่ปลายรองเท้าหนังของตนเองแทน

ชวิศแค่นรอยยิ้มกับท่าทางที่ดูมีพิรุธของเลขาคนเก่งของผู้เป็นพ่อ แผ่นหลังกว้างพิงลงพนักพิง ก่อนปลายนิ้วจะเคาะโต๊ะทำงาน เพียงเท่านั้นก็สร้างความกดดันมหาศาล

 

นายเหนือหัวชลกรไปไหนซะแล้วล่ะ ไม่รอต้อนรับคู่หมั้นของลูกชายหน่อยหรือไง น้องเบลที่สั่งนักสั่งหนาว่าให้ฉันไปเอาตัวมา

นายเหนือหัวต้องบินไปอเมริกาด่วนครับ ปัญหาเรื้อรังที่คุณชวิศก็ทราบดี

...

 

พ่อของเขาก็แบบนี้ ออกคำสั่ง และปล่อยปัญหาทิ้งไว้เหมือนในทุกครั้ง

สุดท้ายชวิศก็ต้องลงมือจัดการเองทั้งหมด

 

โยนซองกระดาษและข้อมูลต่าง ๆ ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้นใส่เลขาประจำตระกูล ก่อนหมุนเก้าอี้กลับหลังไปอย่างไม่คิดจะสนใจถึงคำแก้ตัวของเลขาวัยกลางคนผู้นั้น

 

ออกไปได้แล้วคุณจิน หวังว่าผมจะได้ข้อมูลที่ดีกว่านี้!!”

 

เขาเชื่อสัญชาตญาณตัวเองดี และมันไม่เคยพลาด

 

ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์เครื่องบางไว้ในมือ และกดปุ่มโทรด่วนหาใครบางคน

 

สวัสดีครับนายท่าน

อืมเสียงตอบรับคุ้นหูทำให้ชวิศเพียงส่งเสียงตอบรับในลำคอ

มีอะไรให้รับใช้ขอรับ

 

ชวิศเพียงยกรอยยิ้มบาง ๆ กับคำทักทายตามประสามือขวาคนสนิทที่พักร้อนยาว ตั้งแต่ตัวเขาแฝงตัวไปฝึกที่ไนจีเรีย และก็ถูกเรียกตัวกลับมาเพื่อเจอกับความวุ่นวาย คำสั่งเดียวจากผู้เป็นพ่อ ที่ชวิศไม่เคยขัด เพราะถูกฝึกให้ทำตามคำสั่งมาตั้งแต่เด็ก

 

เลิกเที่ยวและกลับมาได้แล้วมั้งคิณน์

ถ้านายท่านบอกแบบนั้นผมก็จะกลับไปครับ

ตามประวัติคนคนนึงให้ฉันที อย่างละเอียด

 

ท่าทีของเลขาจินนั้นใช่ว่าชวิศจะไม่สังเกตเห็น เพราะชวิศถูกฝึกมามากความสามารถในการจับสังเกตและฝึกการวิเคราะห์ความคิดฝ่ายตรงข้ามจึงเฉียบคมกว่าใคร และเพราะยิ่งเป็นทายาทของพิทักษ์ดำรงกุล จึงถูกฝึกฝนให้ยิ่งกว่าใคร

 

นายเหนือหัวชลกรหรือพ่อของเขากำลังเล่นสงครามประสาทกันอีกแล้วหรือไง

นอกจากคำสั่ง สัญญาบ้า ๆ นั่น

 

แล้วยังคู่หมั้นของเขา บุษกร ที่คงไม่ใช่เพียงเด็กหนุ่มธรรมดาแบบที่ตาเห็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บุษกรยังคงประคองกอดกล่องที่ใส่ของสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่ ดวงตาเรียวรีแดงก่ำและคลอด้วยน้ำใส เพราะอารมณ์และความรู้สึกมากมาย เหมือนตัวเขาในตอนนี้กำลังจะแตกสลายเพราะความทรงจำตั้งแต่วัยเด็กที่แสนเจ็บปวด

 

บุษกรไม่เคยลืม ไม่เคยลืมได้แม้เพียงสักวินาที

 

ถึงห้องรับรองแล้วค่ะคุณบุษกร

 

หลังจากบานประตูห้องรับรองเปิดกว้าง หัวใจของบุษกรก็เต้นรัว เมื่อได้พบร่างของใครบางคน ก่อนร่างเล็กจะพุ่งตัวกอดแม่กานดาแน่น หลับตาก่อนปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นมานานได้ไหลเปรอะแก้มใส อย่างแสร้งทำเป็นเข้มแข็งไม่ได้อีกต่อไป

 

แม่กานดา!”

น้องเบล!”

 

เพราะเขาเสียใครไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หัวใจที่แตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าบุษกรคงรับมันไม่ไหวอีกต่อไป สองแขนกอดร่างของหญิงสาวสูงวัยแน่น ซุกกอดความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่

 

แม่อยู่ตรงนี้แล้วน้องเบล

ฮึก แม่กานดา แม่ครับ…”

 

กานดากอดร่างเด็กหนุ่มที่เธอแสนรัก มือหยาบกร้านตามวัยลูบแผ่นหลังเล็กที่สั่นเล็กน้อย เพราะความรู้สึกที่หลากหลาย เธอลูบหลังมือของคนที่วิ่งมาซุกตัวและกอดเธอแน่นตั้งแต่วินาทีที่บานประตูห้องรับรองเปิดออก

 

นานหลายนาที ก่อนร่างเล็ก ๆ ของคนเป็นลูกจะขืนตัวออกและปาดเช็ดน้ำตาอย่างน่าสงสาร เป็นเธอเองที่ต้องเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาจากแก้มใส ก่อนดวงตาเรียวรีที่ฉ่ำน้ำมองสำรวจด้วยแววตาแสนห่วง จนเธอต้องยกรอยยิ้มและลูบหัวกลมอย่างนึกเอ็นดูเด็กน้อยตรงหน้า

 

แม่กานดาไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ

ไม่เลยจ้ะ เพราะคนของคุณชวิศเขาไปช่วยได้ทัน

ลุงจ้อยละครับ

ไม่เป็นอะไรเหมือนกัน รายนั้นได้ได้พักห้องข้าง ๆ ป่านนี้คงหลับไปแล้ว

 

กานดาเหลือบมองมือน้อยที่มีกล่องของสำคัญที่สุดในมือ กล่องไม้ที่ว่ามีร่องรอยดำที่โดนไฟเผา นั้นคล้ายเป็นหัวใจของเด็กตรงหน้าที่คงถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเป็นครั้งนี้เป็นเธอเองที่รวบกอดเด็กน้อยของเธอแน่น

 

แม่ขอโทษที่ปกป้องน้องเบลไม่ได้

 

ปกป้องให้หนีห่างจากสิ่งที่เลวร้ายที่กระทบหัวใจดวงน้อยไม่ได้ใน อีกครั้ง

 

ไม่ครับ แม่กานดาไม่ต้องขอโทษเลย ในเมื่อจริง ๆ แล้วเป็นเพราะพวกมัน พวกมันทั้งนั้นบุษกรกำมือของตัวเองแน่น หลากหลายอารมณ์แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือความเกลียดชัง

 

น้องเบล...

“…”

 ครั้งนี้มันเกินกว่าที่ผมจะทนไหวนะครับ พวกมันทำเกินไปแล้วแม่บอกเบลได้ไหม พวกมันคือใคร

 

ไม่มีเสียงตอบรับใดจากหญิงวัยกลางคน กานดามองคนที่ถอนกอดออกห่าง และดวงตาเรียวรีที่มองสบคล้ายชัดเจนดีในสิ่งที่เบลนั้นรู้สึก เธอเพียงแตะบนมือเรียว หลับตาลงและถอนหายใจแผ่วเบา ใครจะไปเข้าใจความรู้สึกอึดอัดใจได้เท่าตัวเธอในตอนนี้

 

น้องเบล...ฟังแม่นะคะ เมื่อถึง...

เมื่อถึงเวลาที่สมควรเบลจะรู้เอง แล้วเมื่อไหร่ครับแม่กานดา เบลต้องฟังคำนี้ไปอีกถึงเมื่อไหร่!” น้ำเสียงนั้นดังขึ้นอย่างอดไม่ได้ แต่เมื่อเห็นแววตาที่สะท้อนมองของคนเป็นแม่ บุษกรก็ต้องอ่อนลง เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราพูดถึงเรื่องนี้

 

แม่มีเหตุผลนะคะน้องเบล

 

กานดาเลือกที่จะบีบมือเรียวและลูบคล้ายปลอบประโลมให้เด็กน้อยของเธอได้ใจเย็นลง แม้สิ่งที่คนพวกนั้นทำ จะเกินขีดจำกัดไปมากแล้วก็ตาม

 

แต่เพราะเลือกที่จะปกป้อง กานดาจึงเลือกที่จะปิดบัง

 

 

 

 

นานหลายนาทีที่ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดตัวเอง ก่อนจะเป็นกานดาที่เลือกจะเอ่ยเพื่อทำลายความเงียบ เธอมองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงกำลังเหม่อมองรูปถ่ายที่เป็นรอยไหม้ และมือยังคงลูบจี้ที่ห้อยคล้องกับสร้อยเส้นเล็ก

 

น้องเบล

ครับ?”

น้องเบลต้องเป็นเด็กดีกับคุณชวิศนะลูก

“…”

ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น คุณเขามีบุญคุณกับแม่กับลุงจ้อยมากแค่ไหน ถ้าไม่ได้คนของพิทักษ์ดำรงกุล ป่านนี้...

 

ไม่ครับ! แม่กานดาต้องอยู่กับเบลร่างเล็กพุ่งกอดแม่กานดาแน่น

 

หัวกลม ๆ ส่ายไปมาอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะไปนึกถึงคนที่แม่กานดาพูดถึง เจ้าของร่างสูงใหญ่ ท่าทีเย็นชา และน้ำเสียงเข้ม ดูท่าแล้วคงเป็นคนที่เข้าถึงยากไม่ใช่น้อย แบบนั้นบุษกรจึงไม่ได้รู้สึกถูกชะตาเลยสักนิดกับคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้น

 

แต่เพราะเสียงแม่กานดาที่เอ่ยย้ำ

 

เข้าใจไหมคะ

 

จึงตัดใจตอบรับไปอย่างจำยอม

เบลจะดีกับคุณเขา

เก่งมากเด็กดี

 

แต่บุษกร ก็แอบไขว้นิ้วอยู่ด้านหลัง

แบบที่แม่กานดาคงไม่มีทางรู้อยู่ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมเข้าไปได้ใช่ไหมครับ ลังเลอยู่เล็กน้อย ดวงเรียวรีช้อนมองอย่างไม่มั่นใจเท่าใดนัก หญิงสาวที่ตอนนี้บุษกรรู้ชื่อแล้วว่าเธอมีชื่อว่า อลิซ กำลังยกรอยยิ้มให้พร้อมมือยังคงเผยไปที่บ้านประตูตรงหน้า

 

คุณชวิศอนุญาตแล้วค่ะว่าคุณบุษกรสามารถไปที่ไหนก็ได้ถ้าไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้าม

ในห้องนอน ก็ไม่ถือว่าเป็นที่หวงห้ามใช่ไหมครับหญิงสาวส่ายหน้า

 

แปลก แต่บุษกรก็ไม่นึกอยากเข้าใจนัก

 

คนที่หอบเอาความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า เริ่มถดถอยลงในทุกวินาที มองควันที่ลอยฉุยเหนือแก้วน้ำชาคาโมมายล์ที่แม่กานดาลากเข้าไปในครัวเพื่อไปชงให้คุณชวิศ แม้เขาจะห้ามและแม่บ้านใหญ่ที่นี่จะออกปากห้ามก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครห้ามความใจดีของแม่กานดาได้

 

เพราะอยากตอบแทนความมีน้ำใจของคุณชวิศที่ยอมช่วยเหลือไว้

และก็เป็นคราวซวยที่บุษกรต้องทำหน้าที่ยกมาเสิร์ฟให้ถึงที่

 

น้องเบลก็ต้องไปขอบคุณ คุณชวิศด้วยเข้าใจไหมคะ

 

แม่กานดานะแม่กานดาอดไม่ได้ที่พึมพำเมื่อนึกสิ่งที่คนเป็นแม่บอกก่อนอลิซจะเปิดประตูให้ และเธอก็ส่งรอยยิ้มที่บุษกรมองว่าเป็นการให้กำลังใจกันอยู่กลาย ๆ ร่างเล็กสูดหายใจเข้าลึก พร้อมขาเล็กก้าวเข้าไปในห้องนอนของนายท่านคนสำคัญของพิทักษ์ดำรงกุล

 

เชิญค่ะคุณบุษกร

 

แกร๊ก

 

ประตูถูกปิดลงเบา ๆ ก่อนห้องนอนกว้างแทบจะเท่าบ้านเรือนไม้ของบุษกรจะปรากฏในสายตา ดวงตาเรียวรีเบิกโตน้อย ๆ แม้จะรู้สึกไม่แปลกใจเท่าไหร่กับความใหญ่โตและเครื่องเรือนที่ดูครบครัน แต่ถึงแบบนั้นก็ห้ามความตื่นตาไม่ได้

เท้าเล็กเดินตรงเข้าไปอย่างเผลอลืม จนไม่ทันได้ดูว่าไปเตะโดนแก้วไวน์ที่วางเกลื่อนบนพื้นจนส่งเสียงดัง ข้างชุดโซฟาที่มุมห้อง หลับตาปี๋อย่างหวาดกลัวจะโดนเสียงเข้มดุอีก แต่ทุกอย่างก็ยังคงนิ่งสนิท จนดวงตาเรียวรีลืมเปิด

 

เฮ้อ เกือบไปแล้วไหมละ

บุษกรถอนหายใจก่อนขยับขวดเครื่องดื่มที่วางระเกะกะ อดคิดไม่ได้ว่าคุณชวิศติดดื่มขนาดนี้เลยหรือ แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก ดวงตาเรียวรีมองหาที่วางแก้วน้ำชา และก็เตรียมตัวหมุนกลับไปทันที

 

“…”

แต่กลายเป็นว่า ได้พบกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนยืนพิงกับประตูห้องน้ำ นุ่งเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียว เปลือยท่อนบนให้เห็นกล้ามอกและหน้าท้องที่เป็นลอนสวยเกาะด้วยหยดน้ำ ดวงตาคมกริบจดจ้องมองร่างเล็กที่เบิกตาโตน้อย ๆ คล้ายกับถูกจับได้อยู่แบบนั้น

 

นานหลายวินาทีก่อนบุษกรจะหาเสียงตัวเองเจอ

คะ คือ ผมเอาชาคาโมมายล์ที่แม่กานดาชงมาให้ครับ

“…”

มันจะช่วยให้คุณหลับสบาย

 

และเป็นคนตัวโตที่ยกรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นว่า เหยื่อ เดินเข้ามาติดกับถึงที่ ก่อนใบหน้าหล่อเข้มจะตีนิ่งสนิทแบบเดิม และมือใหญ่กวักเรียกคนที่ยืนทำตัวลีบตรงหน้าชุดโซฟาที่มุมห้อง

 

มานี่สิ

ครับ?”

เธอน่ะ มานี่

 

บุษกรเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ อยากจะวิ่งออกไปซะตอนนี้ แต่ก็คล้ายขาเจ้ากรรมไม่ทำตามคำสั่ง อาจเพราะน้ำเสียงที่กดต่ำนั่น บุษกรไม่ได้กลัวสักเท่าไหร่หรอก แต่เขาก็แค่ไม่อยากจะขัดคนที่อ่านความคิดไม่ออกตรงหน้า

สุดท้ายสองเท้าเล็กก็ก้าวไป ก่อนหยุดยืนตรงหน้าคนตัวยักษ์ ก่อนถูกกระชากอย่างไม่ทันตั้งตัวให้ไปหยุดยืนอยู่ในห้องน้ำ ทำให้ดวงตาเรียวรีเบิกโตอย่างตกใจและหวาดกลัว

 

 

คุณชวิศ!”

 

บุษกรเอ่ยเสียงดังด้วยความตกใจ พร้อมร่างเล็กช้อนตามองสบกับดวงตาคมที่ดูเจ้าเล่ห์มากกว่าทุกครั้ง ก่อนถอยหลังหนีคนที่ยังขยับตัวมาใกล้จนชนกับเคาน์เตอร์อ่างในห้องน้ำ ตั้งใจจะหลบไปอีกฝั่ง แต่ก็เหมือนโดนอ่านความคิดออก เมื่อท่อนแขนแข็งแรงมาขวางกั้นไว้

 

อันตราย

บุษกรกำลังรู้สึกว่าตัวเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมาก ๆ

 

คุณ ปล่อยผมนะ!”

หึ

บุษกรสบตาคนที่ระยะลดน้อยลงเพราะท่อนแขนแข็งแรงที่กักตัวเอาไว้ ดวงตาเรียวรีตื่นตระหนกอย่างไม่เข้าใจ และเพราะระยะที่ใกล้จนเกินพอดีทำให้ได้กลิ่นลมหายใจคนตัวโตกว่าที่เจือด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์อย่างชัดเจน

 

ขวดแอลกฮอล์มากมายทั้งหลายบนโต๊ะหน้าโซฟา

และเพราะแบบนี้แน่ ๆ คุณชวิศถึงกลายเป็นแบบนี้ !

 

คุณดื่มเยอะไปแล้วครับ

ฉันว่าไม่นะ มือใหญ่นั่นเปลี่ยนมากำแขนข้างหนึ่งของบุษกรแน่น และแน่นอนว่าคนตัวเล็กไม่ยอมง่าย ๆ พยายามบิดหนีจนเกิดรอยแดง ก่อนรอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา

 

คุณชวิศ ปล่อยผม! นี่!”

เสียงดัง น่ารำคาญ

รำคาญก็ปล่อยผมไปสิ

 

ใบหน้าของคนที่ส่งเสียงดังนั้นอยู่ไม่ห่างเท่าไหร่ ทำให้ชวิศได้จ้องมองว่าที่คู่หมั้นชัด ๆ ดวงตาเรียวรีนั้นฉายแววตื่นตระหนกเหมือนกระต่ายตื่นตูม จมูกรั้น ริมฝีปากกระจับดูจิ้มลิ้ม และแก้มกลมที่เริ่มขึ้นริ้วแดงตัดผิวขาวจัด อาจเพราะกำลังขัดใจ

 

และทั้งหมดนั่นก็ทำให้ชวิศประเมินได้ว่าคู่หมั้นของเขาก็หน้าตาไม่ได้ขี้เหร่สักเท่าไหร่ ค่อนไปทางดีซะด้วยซ้ำ อย่างเด็กหนุ่มตรงหน้าคงเรียกได้ว่าเป็นพิมพ์นิยมสมัยนี้เลยก็ว่าได้

 

คุณชวิศ ! ปล่อย ผม ครับเน้นย้ำแต่ละคำอย่างนักแน่น

น่ารำคาญจริง ๆ

คุณ!”

 

บุษกรอดไม่ได้ที่จะร้องเสียงหลง แค่เพียงไม่กี่วินาทีที่ไม่ทันตั้งตัว ร่างเล็กกว่าถูกช้อนตัวให้นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ด้านหลัง และเมื่อขยับหนีก็ถูกร่างใหญ่โตแทรกตัวมาตรงกลางและกักไว้ไม่ให้ได้มีทางหนี

 

คุณต้องการบ้าอะไรจากผมเนี่ย!”

คิดว่าหน้าที่คู่หมั้นมีอะไรบ้างละ

 

ดวงตาเรียวรีเบิกกว้าง สองมือดันไหล่แกร่งให้ออกห่าง ทั้งที่ใบหน้าหล่อคมที่ดูร้ายกาจนั่นขยับมาใกล้ทุกที จนลมหายใจร้อนแทบเป่ารดแก้มใส

 

และบุษกรก็อยากจะระเบิดตัวเองตายในตอนนี้จริง ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

100 %

#รักร้ายหัวใจสิงห์

 

 

 

 

Q : ที่ระเบิดตัวตายนี่พวกเราหรือน้องเบลกันแน่ ?

 

แต่แบบนี้ก็ได้เหรอคุณชวิศ เอาแต่ใจเก่ง ละน้องเบลจะรอดไหม

ให้กำลังใจน้องเยอะ ๆ เลยนะคะ

 

นี่ด้วยของกำลังใจด้วยจะขยันขันแข็ง ฮึ้บ! 

ติดแท็ก #รักร้ายหัวใจสิงห์ และคอมเมนท์ได้เลยจ้า

 

มาสเตอร์เอง

@master_yp

 








S
N
A
P
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

209 ความคิดเห็น

  1. #198 JB_BestDEF (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 09:56

    อย่าทำน้องงงง
    #198
    0
  2. #179 minidays (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 18:30
    เขินนนนนนนนนนนน มาต่อไวไวนะคะ
    #179
    0
  3. #176 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 16:37
    ไอเด่กกกก เด็กน้อยมากลูก ;-;
    #176
    0
  4. #175 Shlh9094 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 12:54
    น้องพยศมากเลย​ ชวิศปราบความพยศของน้องได้แน่
    #175
    0
  5. #174 ppinjimm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 09:09
    ร้ายเกินใครเลยคุณชวิศ!!!! สู้ๆค่ะไรท์<3
    #174
    0
  6. #173 mayumi_hh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 09:06
    สนุกแบบอยากอ่านทุกวันเลยค่ะ น้องเบลน่าเอ็นดูมาก ยิ่งตอนไขว้นิ้วข้างหลังนี่เหมือนเด็กดื้อ คุณชวิศคือร้ายมาก ๆ ชอบ มาต่อนะคะ
    #173
    0
  7. #172 ParkMild (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 12:00

    มีความคิดว่าแม่กานดาไม่ใช่แม่แท้ๆของเบลหรือเปล่า แต่เบลเรียกว่าแม่เพราะผูกพันธ์หรือมีกันอยู่แค่นี้ เป็นลูกของคนตระกูลใหญ่ที่ถูกโค่นล้มหรือเปล่า ส่วนคุณชวิศนี่จะให้น้องทำไรง่ะลากเข้าไปห้องน้ำนั่งบนเคาเตอร์ให้น้องโกนหนวดให้หรอ 555555555555555 น้องเบลน่ารักตอนแอบไขว้นิ้วไว้ข้างหลัง

    #172
    0
  8. #171 moonoi_loveairi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 15:07
    ร้ายเด้อออออ ร้ายมากเด้ออออออ น้องเบลล์จะรอดปลอดภัยได้กี่วันถามมมมม
    #171
    0
  9. #170 porzaza182546 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 10:04
    โง้ยนยยยย ร้ายกาจจจจ
    #170
    0
  10. #169 CB-614 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 08:37
    น้องเบลเป็นใครกันเนี่ยยย
    #169
    0
  11. #167 RUNBEI (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 01:18
    ติดตามค่า
    #167
    0
  12. #166 joyjoynarak9 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 23:16
    มาทำแบบนี้ น้องก็เขินแย่เลย
    #166
    0
  13. #165 Mickki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 23:12
    เขินบิดไปหมดแล้วแงแงแงแงแง
    #165
    0
  14. #164 Mickki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 23:12
    วฟหววหหวหบวไกายไกาากยหแสหยกานหยสำสยฟกาสไสหยปำนไนหทผสกยดนยไบหนำนไยหทกกายดหบกาำนไสกนฟยบปบดนแาแวหบยหสอบหบหะำไวปำบบปยแก
    #164
    0
  15. #163 Me_onyourmind (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 20:07

    กี้ดดดด จะทำอะไรน้องเบลลลลล
    #163
    0
  16. #162 คูมแม่น้อนแบ้กคับ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 19:31
    หน้าที่ของคู่หมั้นก็คื้อออ โกนหนวด!!!
    #162
    0
  17. #161 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 20:55
    น้องงง เดี๋ยวเขาไปเอาให้นะคับบ
    #161
    0
  18. #160 Me_onyourmind (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 14:43
    เอ็นดูน้องเยอะๆนะคะะ แงง
    #160
    0
  19. #159 moonoi_loveairi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 12:21
    น้องเบลล์ดื้อมากจ้าา พี่ชวิศต้องจัดการนะค้าา
    #159
    0
  20. #158 joyjoynarak9 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:04
    อะไรคือของสำคัญน้า
    #158
    0
  21. #156 Kamolrath Praipruek (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 08:15
    ยัยน้องดื้อจังนะะะะะ
    #156
    0
  22. #155 mochibh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 02:40
    ดื้อจีงค่ะคุณชวิศ อย่างนี้ต้องจับตีก้-- แค่กๆ
    #155
    0
  23. #154 .NVaree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 00:34
    น้องดื้อเกินไปแล้วววว
    #154
    0
  24. #153 ppuenz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 00:03
    น้องงง อย่าดื้อนะลูกเดี๋ยวพี่เขาจะตีเอา
    #153
    0
  25. #152 mayumi_hh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 22:19
    ดื้อตาใส โอยเอ็นดูน้องเบล คุณชวิศใจดีอยู่นิดหน่อยนะเนี้ย อย่าใจร้ายเลย สงสารน้อง
    #152
    0