My Fantastic Roommates

ตอนที่ 9 : Chapter 7: ศัตรู (Enemy)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 พ.ค. 60

          “เมื่อคืนก่อนพวกนายไปไหนกันมาน่ะ” เด็กหนุ่มทั้งสองหันหน้าไปหาเพื่อนชายที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ รุยเพิ่งกลับมาจากเล่นฟุตบอลกับพวกเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆในห้องเรียน และเขากำลังจะเข้าไปอาบน้ำถ้าไม่เกิดนึกอะไรขึ้นมาได้เสียก่อน เรย์กับริซึโอะยืนเงียบ...กำลังคิดว่าจะตอบว่าอะไรดี

                “อ่อ เราไปห้องครัวมาน่ะ” เรย์เอ่ยขึ้นในที่สุด ริซึโอะได้แต่มองหน้าเพื่อนชายกลับ ด้านรุยได้แต่ยืนพยักหน้างึกงัก

                “นั่นสินะฉันเองตอนนั้นก็มึนๆหัวตื่นขึ้นมาแป็ปเดียวก็นอนต่อ” ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็เดินเข้าห้องน้ำไป

                เรย์ทำหน้าแบบโล่งใจไปเปราะหนึ่ง ริซึโอะจัดการเสียบหูฟังเข้าในรูหูตนก่อนเปิดเสียงเพลงซะดังจนได้ยินออกมานอกหูฟัง ราวกับว่าไม่อยากได้ยินคำถามแบบนี้อีก...จากเพื่อนชายอีกคนของเขา ซึ่งมันจะเป็นอะไรที่ตอบได้ยากกว่า จากตำแหน่งของเขาที่ยืนอยู่ในตอนนั้น

เรย์เองก็ดูท่าจะคิดแบบเดียวกันกับริซึโอะ เขาไม่อยากถามอีกต่อไป...ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เห็น หรือมีหลักฐานคามือ แต่เขาก็เชื่อความรู้สึกของเขา แต่เขาไม่อยากตอบคำถามมากยิ่งกว่า เด็กหนุ่มรีบหยิบหนังสือเล่มหนาก่อนถือวิสาสะขึ้นไปนั่งอ่านอยู่บนเตียงของอูเคียซึ่งไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพื่อนชาย

อูเคียหันไปมองหน้าเรย์จากโต๊ะหนังสือ ก่อนยื่นกล่องขนมให้กับเพื่อนชาย

                “นี่อะไรน่ะ” เรย์ถามขึ้นพลางหยิบห่อขนมชิ้นเล็กๆขึ้นมาชิ้นหนึ่ง

                “ขนมมันจู” อูเคียเอ่ยขึ้น “รู้จักม่ะ แป้งด้านนอกทำจากแป้งหวาน สอดไส้ครีม”

                “ไม่อ่ะ” เรย์เอ่ยพร้อมฉีกซองขนมออกและกัดขนมเข้าไปคำแรก “อร่อยกว่าที่คิดแฮะ” อูเคียพยักหน้า

                “เธอซื้อมาจากไหน”

                “ไม่ใช่แถวนี้หรอก” เด็กสาวว่าก่อนหันไปหากองเอกสารตรงหน้าต่อ

            “นั่นเธอทำอะไรน่ะ” เด็กหนุ่มลุกขึ้นมาพร้อมชะเง้อคอดูที่โต๊ะของเพื่อนสาว เขาไม่ยักรู้เลยว่าพวกเขามีการบ้านที่ต้องทำเยอะขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไร เรย์เห็นมันเป็นกองเอกสารที่เขียนด้วยภาษาอะไรก็ยากที่จะเข้าใจ กองเป็นตั้งๆอยู่สองสามกองรอบๆโต๊ะเขียนหนังสือ “ดูท่าทางสำคัญนะ”

                “กลับไปอ่านหนังสือของนายป่ะ ก่อนที่ฉันจะไล่นายให้ออกไปเผชิญชะตากรรมข้างนอกนั่น” เรย์จำต้องเดินกลับมานั่งที่เตียงของอูเคียอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขายอมอยู่ในนี้ดีกว่าออกไปเจอทั้งเสือทั้งจระเข้

                เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนทั้งสี่คนไม่ทันสังเกตว่าค่ำคืนได้ห้วนมาครอบคลุมฟากฟ้าอีกครั้ง อูเคียไล่เรย์ออกจากห้อง เด็กสาวเข้านอนเป็นคนแรก ปิดประตูห้องนอนเป็นคนแรก ตามด้วยรุย ริซึโอะ และเรย์ที่เดินตรวจดูกลอนประตูต่างๆ จัดการปิดไฟ และนอนเป็นคนสุดท้าย...

 

                “ฟึบ_!” ชายหนุ่มกระโจนลงมาจากตึกชั้นที่สูงที่สุดของหอพัก พร้อมกระโดดทะยานขึ้นไปยังหลังคาของอาคารต่างๆ มุ่งหน้าสู่ป่ามืดทะมึนอย่างเคย...เพียงแต่วันนี้เขาไม่ได้โปรยผงขาวนั่น...ช่างเถอะ เขาไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว

เด็กหนุ่มเดินออกมานอกระเบียง สายตามองไกลออกไปยังสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านนอก เขาก้มมองลงไปยังพื้นเบื้องล่าง ความสูงของตึกกว่าสิบชั้นไม่อาจทำให้เขากล้าพอที่คิดจะกระโดดหรือกระโจนออกไปสัมผัสกับบรรยากาศเย็นยะเยือกแบบนี้ได้ เด็กหนุ่มตัดสินใจออกจากตึกนี้ด้วยวิธีเดิมของเขา...ทางหนีไฟ

เรย์ค่อยๆตามเป้าหมายตรงหน้าลึกเข้าไปยังป่ารกทึบทางด้านตะวันตก ยิ่งก้าวเข้าไปลึกเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าเขาเริ่มก้าวออกห่างจากโลกมนุษย์มากขึ้นเท่านั้น ไม่นานเมื่อเห็นร่างสูงตรงหน้าก็ทำให้เขาหยุดก้าวเท้า เด็กหนุ่มแอบอยู่หลังเงาต้นไม้ต้นหนึ่งไม่ไกลจากตรงนั้น

                สายลมพัดเอื่อยๆพัดเส้นผมยาวสีขาวพลิ้วไสวไปตามแรงลม ใบหน้าเรียวคมเชิดขึ้นเมื่อศีรษะแหงนพิงลำต้นสนแข็งแกร่ง ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นมองไปยังพระจันทร์ที่ตอนนี้ขาดหายไปเพียงเสี้ยวเดียว

                เด็กหนุ่มมองดวงตาสีแดงคู่คุ้นด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไปจากตอนแรกที่เขาได้เห็นมัน...เรย์ตัดสินใจกลับห้อง เขาไม่มีอะไรจะต้องพิสูจน์ และไม่มีอะไรที่ต้องตั้งคำถามอีกแล้ว...

 

ริซึโอะตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็เจอกับเรย์ที่นั่งฮัมเพลงเล่นบนเตียง ริซึโอะมองเพื่อนชายนิ่ง นิ่งนานจนเรย์เงยหน้าขึ้นจากกองซีดีมามอง

                “มีอะไรเหรอ” เด็กหนุ่มยิ้ม

                “เปล่า” ริซึโอะเบือนหน้าหนีไป หลายวันแล้ว...แค่หลายวันแต่เขารู้สึกว่ามันนานเป็นเดือนๆที่เรย์ไม่คุยกับเขาแบบนี้ หรืออย่างน้อยก็ไม่ยิ้มให้เขาแบบนี้ “วันนี้นายดูอารมณ์ดีจังเลยนะ”

                เรย์ยิ้ม “ก็...ฉันอารมณ์ดีอยู่แล้วนิ...และคิดว่าจะดีต่อไปเรื่อยๆ”

                “อืม ก็ดีแล้ว” ริซึโอะว่า เขาไม่รู้หรอกนะว่าเรย์คิดอะไรอยู่ หรือว่ารู้อะไรหรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะรู้หรือไม่ การที่เพื่อนของเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมมันก็เพียงพอแล้วนิ ไม่มีใครรู้หรอกว่าข้างในนั้นริซึโอะทั้งโล่งใจและดีใจที่เขาได้เพื่อนคนเดิมกลับมา ริซึโอะลุกขึ้นจากเตียงก่อนบิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วจึงไปยืนจ่อรอคิวเข้าห้องน้ำต่อจากรุย ซึ่งออกมาจากห้องน้ำทำหน้าเหวอเมื่อเห็นหน้าเพื่อนชายซึ่งอมยิ้มหน่อยๆสวนเข้าไปในห้องน้ำ

                เด็กหนุ่มยืนเช็ดหัวอยู่ริมขอบเตียงก่อนหันไปมองบานประตูห้องเพื่อนสาวที่ยังคงปิดอยู่ รุยหันไปมองเรย์

                “แปลกจังแฮะ ทำไมอูเคียยังไม่เปิดห้องอีกนะ” เรย์หันไปมองตาม ก่อนลุกขึ้นไปเคาะประตูห้องเพื่อนสาว “ก็อกๆๆๆ” ไม่มีเสียงตอบรับจากคนในห้อง เรย์จึงลองเคาะดูอีกครั้ง

                “ก็อกๆๆๆ” “อูเคีย!” “แกร่ก” เสียงกลอนประตูดังขึ้นจากด้านใน เด็กสาวเปิดประตูออกมาด้วยท่าทีงัวเงีย เธอแต่งชุดนักเรียนแล้วเรียบร้อย

                “โทษทีตื่นสายไปหน่อย” เด็กสาวว่าก่อนหันไปมองท่าทีแปลกใจของเพื่อนชายทั้งสอง “มีอะไร” เรย์และรุยส่ายหน้า ก่อนพากันแยกย้ายกลับที่ของตน

            เมื่อทั้งสี่คนจัดแจงธุระส่วนตัวของตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ลงมาเจอวิเวียนที่ชั้นล่าง ซึ่งวันนี้เด็กสาวเกล้าผมเป็นหางม้าสูง เส้นผมยาวม้วนเป็นลอนทิ้งตัวสวยจนถึงกลางหลัง

                “น่ารักจัง” เรย์เผลอพูดออกมาเบาๆ แต่ทว่าเด็กสาวคนข้างๆเขากลับได้ยินชัดเจน อูเคียหันไปมองหน้าเรย์นิดหนึ่งก่อนถูกวิเวียนดึงมือเธอให้เดินเข้าไปหา

                “อย่าอารมณ์เสียไปเลยไปกินข้าวกันเถอะ” เด็กสาวยิ้ม

            “ไม่ได้อารมณ์เสียซะหน่อย” อูเคียว่าพลางยอมเดินตามเพื่อนสาวไปอย่างว่าง่าย

            พวกเขาทั้งห้าคนเดินไปห้องเรียนหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ที่นั้นมีกลุ่มเด็กผู้ชายที่พวกเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนยืนเรียงอยู่หน้าห้อง หนึ่งในนั้นมีคนที่ดูเหมือนลูกครึ่งเอเชียอยู่ เขาเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูง หุ่นผอมบาง เส้นผมตรงสีน้ำตาลเข้มตัดเป็นทรงคล้ายๆกับของริซึโอะแต่สั้นกว่า ดวงตาเรียวคมสีฟ้าซีดมองมายังพวกเขาที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง

                “สวัสดี” เขาเอ่ยทักทั้งห้าคน “พวกฉันเพิ่งย้ายมาใหม่อยู่ห้อง1-B ยินดีที่ได้รู้จัก”

                ยกเว้นริซึโอะที่แค่พยักหน้ารับรู้และอูเคียที่นิ่งเฉย ที่เหลือเอ่ยต้อนรับเพื่อนใหม่อย่างเป็นกันเอง เมื่อพวกเขาพูดคุยกับเพื่อนๆในห้องพอสมควรแล้วเด็กหนุ่มทั้งห้าคนนั้นก็เดินออกจากห้อง1-A ไป

                “แปลกดีนะ มาทักทายแต่ไม่ยักกะบอกชื่อ” เรย์เอ่ยขึ้นก่อนหยิบหนังสือขึ้นมาวางบนโต๊ะเพื่อเตรียมเรียนวิชาโปรดของเขา วรรณคดีเอเชียร่วมสมัย แต่ว่ายังไม่ทันไรก็มีอาจารย์คนหนึ่งเดินเข้ามาบอกพวกเด็กๆห้อง1-A ว่าอาจารย์สาวสวยผู้สอนวิชานี้ลาป่วยหนึ่งวัน ทั้งห้าคนจึงตัดสินใจพากันไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด

                “สวัสดี” ริซึโอะที่อยู่ในมุมชั้นหนังสือมืดๆเงยหน้าขึ้นมามองเด็กหนุ่มที่เอ่ยทักเขาขึ้น เป็นเด็กหนุ่มคนที่มาที่ห้องของพวกเขาเมื่อตอนเช้านั่นเอง

                “ฉันชื่อ คิโด มาร์ค” ริซึโอะแค่ยิ้มที่มุมปากก่อนก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ

                “โอ๋” มาร์คเอ่ยขึ้นเบาๆ “ไม่คิดว่าจะเป็นคนไม่มีมารยาทแบบนี้เลยนะ...นูระ ริซึโอะ...ลูกชายคนโตของจอมภูติ” “ปึก! ริซึโอะวางหนังสือในมือลงกลับลงไปในชั้นอย่างแรง ก่อนที่จะจ้องหน้าคู่สนทนานิ่ง มุมปากยังคงมีรอยยิ้มหยันอยู่

                “เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ” ริซึโอะถามกวน มือกอดอก

                “ฉันก็ว่านายไม่มีมารยาทไง” มาร์คยื่นหน้าเข้ามาใกล้ริซึโอะ “ลูกชายจอมภูติ”

                “แกว่าไงนะ! ริซึโอะผลักเด็กหนุ่มตรงหน้าให้กระเด็นออกไปชนชั้นหนังสืออีกฝั่งหนึ่ง 

                “ใจเย็นน่า” มาร์คทรงตัวขึ้น ก่อนที่จะปัดฝุ่นออกจากไหล่เบาๆ “ยังไม่ถึงเวลา”

                “...”  ริซึโอะจ้องเข้าไปยังดวงตาสีซีดของอีกฝ่าย

                “ถ้าอยากรู้ก็มาเจอกันที่ป่าสนนอกเขตโรงเรียนทางตะวันตก ตอนเที่ยงคืนตรง...นายชอบออกมาเดินเล่นอยู่แล้วนี่” ริซึโอะจ้องแผ่นหลังของมาร์คนิ่ง ก่อนที่เขาจะเดินออกมานั่งลงข้างๆเรย์

                เด็กหนุ่มหันมามองเพื่อนชายแวบหนึ่งก่อนกลับไปอ่านหนังสือในมือต่อ ส่วนที่เหลือต่างก็รีบทำการบ้านของตนให้เสร็จทันส่งในวันต่อไป ริซึโอะได้แต่นั่งนิ่งพร้อมหายใจเข้าออกอยู่นานสองนาน สายตามองข้ามรั้วโรงเรียนไปยังป่าสนที่เริ่มมืดครึ้ม ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า และเขาเองก็ต้องตัดสินใจ...

 

ร่างสูงกระโจนออกไปสู่ความมืด ผ่านต้นสนสูงเสียดฟ้าต้นแล้วต้นเล่า ก่อนจะหยุดลงเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนมายึดพื้นที่บนยอดสนต้นโปรดของเขา

                “ไง” เด็กชายร้องทักขึ้น ดวงตาสีซีดมองลงมายังภูติหนุ่มที่ยืนจ้องเขาเขม็ง “ร่างนี้ดูดีไม่เบานี่”

                “แกต้องการอะไร”

                “ใจเย็นซี่” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น “บอกแล้วไงว่ามันยังไม่ถึงเวลา”

                “เวลาอะไรของแก พูดซ้ำพูดซากอยู่ได้!” ภูติหนุ่มตะคอก

                “ขี้โมโหกว่าที่คิดนะ...เวลาที่แกกับฉันจะได้วัดกันไงล่ะ”

                “...”

                “ขบวนร้อยอสูรของแกกับแปดสิบเก้าอสูรของฉัน”

                “ไอ้ลูกครึ่งเอ่ย!”...

 

                ริซึโอะนอนพลิกไปมาอยู่บนเตียงจนรุยลุกขึ้นมามองอยู่หลายครั้ง

                “ขบวนแปดสิบเก้าอสูรงั้นเหรอ...”

                “บ่นอะไรของนาย” ริซึโอะลุกพรวดเพราะตกใจที่จู่ๆเรย์ก็มานั่งอยู่บนขอบเตียงของเขา

                “นายมาได้ไงเนี่ย” เด็กชายถอยกรู่ไปอยู่ที่หัวเตียง เขายังคงกลัวเรย์เอาคืนเขาจากวันนั้นอยู่

                “ก็เห็นนายนอนพลิกไปพลิกมา แถมยังบ่นอะไรอีกก็ไม่รู้เลยมาดูซะหน่อย”

                “ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ไปนอนซะป่ะ” ริซึโอะรีบคลุมโปงนอนไล่เรย์กลับเตียงไป แม้ว่าเขาทั้งคู่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ริซึโอะก็อดแปลกใจไม่ได้อยู่ดีว่าเพราะเหตุใดเรย์จึงเลิกถามเลิกสงสัยเรื่องของเขาขึ้นมาเฉยๆ แถมยังเหมือนว่าจะคอยเป็นห่วงเป็นใยสังเกตการณ์เขาตลอดอีกด้วย แต่ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาสงสัยจับผิดอะไรเพื่อนของเขา ด้วยรู้ตัวแล้วว่าตัวเขาในตอนนี้นั้นมีศัตรูมาประชิดตัวซะแล้ว...

 

 

0 ความคิดเห็น