My Fantastic Roommates

ตอนที่ 8 : My Fantastic Roommates Special (Part 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 พ.ค. 60

ฟังดูสิ ว่าหัวใจของข้ามันเต้นเพื่อใคร 

Listen, and you will know whom my heart is beating for!


                ตอนนี้บ้านนูระกำลังมีงานเลี้ยงฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องด้วยนายน้อยริคุโอะของพวกเขาได้ขึ้นรับตำแหน่งเจ้าบ้านนูระต่อจากปู่และพ่อ เขาเป็นรุ่นที่สามและดูเหมือนว่านี่เป็นช่วงที่ตระกูลนูระมีอิทธิพลขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ เป็นช่วงที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยผ่านมาของนูระ เรียกว่านี่คือยุคทองเลยก็ว่าได้

                ภายในคฤหาสน์ตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่าปิศาจมากมายที่มาร่วมยินดีกับชายหนุ่ม ผู้ซึ่งเป็นหนุ่มเต็มตัวด้วยวัยยี่สิบปี หรือถ้าจะให้ถูกก็ต้องหนึ่งร้อยปีเนื่องด้วยเขาสามารถกลายร่างเป็นภูติได้อย่างเต็มตัว และควบคุมมันได้อย่างอิสระ ชายหนุ่มในร่างภูติยกจอกเหล้าขึ้นดื่มก่อนมองไปรอบๆ ข้างๆเขาคือหญิงสาวผู้เป็นมนุษย์และเป็นเพื่อนสนิทกับเขาตั้งแต่เด็กๆ อิเอนากะ คานะ หญิงสาวที่ยอมรับและอยู่เคียงข้าง ริคุโอะมาตลอด และหลายคนก็คาดว่าเธอน่าจะมาเป็นนายหญิงคนต่อไปของบ้านนี้อย่างแน่นอน

                ปิศาจหิมะสาวมองภาพตรงหน้า ดวงตาสีทองแลดูหมองเศร้าซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นในงานรื่นเริงแบบนี้ ปิศาจสาวเห็นคานะรินเหล้าให้กับนายน้อยหรือตอนนี้ก็คือเจ้านายของเธอ ก็อดนึกน้อยเนื้อต่ำใจไปไม่ได้ที่คนผู้นั้นไม่ใช่เธอ แต่เป็นหญิงสาวที่น่ารัก อ่อนหวาน และอ่อนโยนซึ่งก็เหมาะสมกับคนอย่างริคุโอะแล้ว เธอคิด

                “เป็นอะไรไปปิศาจหิมะ?” ปิศาจสาวหันไปมองที่ด้านขวาตน ผีหัวขาดถามขึ้นเมื่อเขาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเพื่อนสาว

                “ไม่รู้สิ” ภูติหิมะสาวตอบปัด “ไม่ค่อยสบายน่ะ”

                “ยังไงเจ้าก็เป็นคนสำคัญของท่านริคุโอะนะ” แต่ผีหัวขาดรู้สาเหตุ “เจ้าเป็นคนแรกที่ได้รับจอกเหล้าจากนายน้อย คิดดูสิว่านายน้อยเห็นความสำคัญของเจ้าขนาดไหน?

                “อืม นั้นสินะ!” ภูติสาวยิ้ม ที่ผีหัวขาดพูดนั้นเป็นเรื่องจริง เธอได้รับจอกเหล้าจอกแรกจากริคุโอะเสมอ และเมื่อยามที่เธอได้รับอันตราย ริคุโอะก็จะเป็นคนแรกที่เธอเห็นหน้า เธอได้รับความสำคัญขนาดนี้ก็ควรจะพอใจแล้ว เธอไม่ควรร้องขออะไรไม่มากกว่านี้...แม้ว่าข้างในใจจะมีความโลภมากก็ตาม

                ขอสาปแช่งให้แกไม่สามารถมีลูกหลานได้สืบไป!’ นี่เป็นคำสาปของตระกูลนูระ ทำให้นายหญิงของบ้านนี้มักเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ไม่เคยมีใครคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากนายหญิงเป็นปิศาจสาวอย่างเต็มตัว... เธอควรยินดีกับคานะ ทั้งที่หัวใจเธออาจสลายได้ถ้าหากทำอย่างนั้น...

               

                หลังจากที่งานเลี้ยงฉลองเสร็จสิ้นลง ภูติหิมะและคนอื่นๆก็ช่วยกันจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงคานะเองก็อยู่ช่วยด้วย ทั้งๆที่วากานะแม่ของริคุโอะไม่อยากให้เธอกลับบ้านดึกๆ

                “ซึราระจ๊ะ” วากานะเรียกภูติสาว

                “คะท่านแม่!

                “เดี๋ยวรบกวนไปส่งหนูคานะเขาหน่อยนะ” ภูติสาวยืนนิ่งไป ดวงตาสีทองของเธอมองต่ำลงพื้น ก่อนเอ่ยตอบไปเบาๆ

                “ค่ะท่านวากานะ”

                “คานะจังไว้วันหลังมาใหม่นะจ๊ะ” วากานะยิ้ม คานะโค้งหัวให้แม่ของริคุโอะก่อนเดินออกจากบ้านนูระไปพร้อมๆกับซึราระ

                หนทางที่ทั้งสองเดินมาเต็มไปด้วยความเงียบ สำหรับซึราระแล้วทางเดินมันช่างยาวไกลเสียเหลือเกิน จนเธอคิดว่าคงเดินต่อไปไม่ไหวถ้าหากถนนยังทอดตัวยาวถึงขนาดนี้

            “เออ...” คานะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “งานเลี้ยงที่บ้านนั้นสนุกมากเลยเนาะซึราระจัง”

                ซึราระไม่มองหน้าตอบ หญิงสาวจึงเงียบลง พวกเธอเดินมาเรื่อยๆจนถึงหน้าบ้านอิเอนากะ

                “ยินดีด้วยนะคะ” จู่ๆภูติหิมะสาวก็เอ่ยขึ้น ทำให้อีกฝ่ายหันหน้ามามองด้วยความแปลกใจ

                “เอ๋?

“ฉันรู้สึกขอบคุณ ที่คานะจังเข้าใจและยอมรับท่านริคุโอะ สำหรับฉันแล้วเขาคือคนสำคัญที่ไม่อาจมีใครมาแทนที่ได้ โชคดีที่ต่อจากนี้เขาจะมีคนดีๆอย่างเธอคอยดูแล” ซึราระหันหน้ามามองดวงตาสีน้ำตาลคู่สวย “ฝากดูแลท่านริคุโอะด้วยนะ!” ปิศาจสาวโค้งหัวลงต่ำให้กับหญิงสาวที่มีท่าทางตกใจ

“ซึราระจัง...”

 

ภูติสาวเดินทางกลับบ้านนูระอย่างเชื่องช้า ราวกับว่าจิตวิญญาณของเธอได้ล่องลอยออกไปไหนต่อไหน เธอเดินไปเรื่อยๆอย่างคนไร้จุดหมาย ก่อนหยุดเท้าลงที่หน้าศาลาริมทาง ซึราระเดินเข้าไปนั่งหลบอยู่ในมุมมืดของศาลา เพื่อบดบังน้ำใสๆที่กำลังไหลออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

“ฮือ ฮือ ฮือ~~~” ภูติสาวปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างออกมา เธอปล่อยให้มันไหลไปกับน้ำตาของเธอ ความรู้สึกต่างๆ ที่ผสมปนเปกันจนมั่วไปหมด ให้มันร่วงหล่นและเลือนหายไปจากใจที่บอบช้ำของเธอซะ

“เจ้าร้องไห้ทำไม” ซึราระเช็ดน้ำตา ก่อนที่จะแหงนหน้ามองผู้พูดที่เธอไม่รู้เลยว่าเขามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร

“ทะ...ท่านริคุโอะ!” ภูติหนุ่มยืนมองเธอด้วยสายตาเขร่งขรึม

“บอกข้ามาสิ ว่าใครทำอะไรเจ้า!” ริคุโอะพูดเสียงดัง ตัวของภูติสาวกระตุกเล็กน้อย

“มะ...ไม่มีใครทำอะไรข้าหรอกเจ้าค่ะ” ซึราระตอบเสียงค่อย

“แล้วเจ้าร้องไห้ทำไม” ภูติสาวกำมือแน่น ร่างของเธอยังคงสั่นไม่หยุด

“หมับ!” ริคุโอะนั่งลงข้างๆซึราระพร้อมฉวยมือเล็กๆของเธอมากุมเอาไว้

!!!” ภูติสาวมองภาพข้างหน้าอย่างตกใจ ที่สีหน้าของริคุโอะดูจริงจังขึ้นมาทันที

“ซึราระ” เสียงทุ่มเอ่ยชื่อของปิศาจสาวแผ่วเบา จนเธอแทบกลั้นหายใจ “บอกข้ามาเถอะ ว่ามันเป็นใคร ไอ้คนที่ทำเจ้าร้องไห้น่ะ” ดวงตาสีทองจ้องมองไปยังดวงตาคมเรียวสีแดง ราวกับมันจะตะโกนบอกฟ้องความจริงบางอย่างในใจของเธอออกไป เป็นเวลาหลายนาทีที่ทั้งคู่นิ่งเงียบ แต่สายตาทั้งสองก็ยังคงสอดประสานกันอยู่อย่างนั้น เหมือนพวกมันกำลังพูดคุยกัน

“ข้าอย่างนั้นหรือ?” ภูติหนุ่มเอ่ยขึ้นในที่สุด “เป็นข้าอย่างนั้นใช่ไหม?” ภูติสาวหลบสายตาร้อนแรงนั้น และมันก็เป็นคำตอบได้อย่างดี

“ฟุบ!_

!!!” ดวงตาสีทองเบิกขึ้นด้วยความตกใจ เพราะบัดนี้ร่างเล็กๆของเธอถูกดึงเข้าหาร่างแกร่ง และภูติหนุ่มก็กอดรัดร่างบางของเธอราวกับว่ามันคือสิ่งที่มีค่าที่สุดบนโลกใบนี้!

“ทะ...” ซึราระพยายามเค้นคำพูดออกมาแต่เธอก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอ ใบหน้าของเธอแนบชิดกับแผงอกแกร่งของภูติหนุ่ม สัมผัสอันอบอุ่นนี้ทำให้เธอค่อยๆละลายอย่างช้าๆ

“ข้าขอโทษ” ริคุโอะพูดเสียงเบา “ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องทุกข์ทรมานใจมาหลายต่อหลายครั้ง เมื่อมองเห็นดวงตาเศร้าๆของเจ้ามันก็ทำให้หัวใจข้าเจ็บปวด” ภูติหนุ่มกระชับกอดภูติหิมะสาวให้แน่นขึ้นอีก

“ลองฟังดูสิซึราระ” ริคุโอะกระซิบแผ่วเบาข้างๆหูของภูติสาว “ว่าหัวใจของข้านั้น มันเต้นให้กับใคร”

“ตุบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ภูติสาวได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นแรงจนจับจังหวะไม่ได้ เหมือนกับหัวใจของเธอที่ตอนนี้ก็เต้นแรงไม่แพ้กัน ด้วยเข้าใจในความหมายที่ภูติหนุ่มตรงหน้าต้องการจะบอกเธอ

“ท่านริคุโอะ” ภูติหิมะค่อยๆดันตัวออกจากอ้อมกอดของภูติหนุ่ม เธอจ้องมองใบหน้าที่เรื่อสีของเขา และมันไม่ใช่เพราะฤทธิ์เหล้า

“อย่าร้องไห้อีกนะ” ริคุโอะใช้มือเรียวหนาค่อยๆเช็ดน้ำตาออกจากแก้มใส ซึ่งภูติสาวก็ได้แต่พยักหน้าแทนคำตอบ  ริคุโอะค่อยๆโน้มตัวไปข้างหน้า ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะประทับลงบนริมฝีปากบางเล็ก ทั้งคู่แลกจุมพิตกันอย่างอ่อนหวานดูดดื่ม หัวใจสองดวงกำลังเต้นอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงเป็นปรกติง่ายๆ

“จุ๊บ” ปิศาจหนุ่มจรดริมฝีปากลงเบนหน้าผากเนียนของอีกฝ่ายเบาๆ มือของทั้งสองยังคงเกาะกุมกันเอาไว้

“กลับบ้านกันเถอะ ทุกคนคงเป็นห่วงเราแล้ว” ริคุโอะพูดขึ้น เขามองใบหน้าขึ้นสีของอีกฝ่ายก่อนยิ้มออกมาน้อยๆ

“เจ้าค่ะ” ซึราระพยักหน้าตอบสั้นๆ

และทั้งสองก็เดินกุมมือกันกลับบ้าน โดยที่จะไม่มีวันปล่อยมือของกันและกันตลอดไป...

 

 

 The End


0 ความคิดเห็น