My Fantastic Roommates

ตอนที่ 6 : Chapter 5: ตายใจ (Careless)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 พ.ค. 60

               ร่างสูงโปร่งกระโจนทะยานออกไปในความมืด ด้วยความอิสระอันไร้ขีดจำกัด อิสระของร่างสีเงินสวยงามภายใต้แสงจันทร์ ท่วงท่าอันแสนทรงพลัง งดงาม อ่อนช้อยที่ยากเกินคาดเดา ราวกับขนนกที่ปลิวไหวไปตามแรงลม ขึ้นข้างบน ลงข้างล่าง ทะยานไปยังจุดกึ่งกลางของท้องฟ้าและพื้นดิน ราวกับว่าจะไม่มีวันสะดุดและล้มลงสู่พื้นดินด้านล่างเป็นอันขาด

                “ฟึบ” ชายหนุ่มควักถุงกำมะหยี่สีแดงออกมาจากเสื้อคลุมยูกาตะของเขา ก่อนที่จะเอามือเรียวล่วงเข้าไปในนั้น เขากำผงสีขาวละเอียดขึ้นมาไว้ในมือ ก่อนโปรยมันให้ฟุ้งกระจายไปทั่วในอากาศ แล้วทำอย่างเดิมอีกสองสามครั้ง ผงสีขาวอ่อนกระจายไปทั่วบริเวณ เขาหยุดยืนยิ้มให้กับผลงานของเขาสักครู่ก่อนที่จะกระโจนต่อไปยังแนวป่าอันคุ้นเคย เขาจะเป็นอิสระอย่างที่หวังเอาไว้ ไร้ซึ่งความกังวล หรือแม้แต่ความหวาดกลัวใดๆ เพราะว่าในคืนนี้เขาจะเป็นอิสระต่อทุกสิ่งอย่าง...

 

                เรย์ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เขาค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ เขาส่ายศีรษะไปมาเล็กน้อยเพื่อไล่ความมึนงงออกไป สายตามองไปยังเตียงที่เยื่องไปทางด้านขวามือที่ว่างเปล่าอีกครั้ง เด็กหนุ่มยิ้มน้อยๆก่อนจัดการสวมเสื้อคลุมยาว เขาเดินไปยังหน้าประตูห้อง ก่อนค่อยๆแง้มประตูเปิดออกด้วยเสียงอันเบาที่สุด เมื่อแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเปิดประตู เรย์จึงค่อยๆปิดประตูลงและเดินออกจากห้องไป

            เขาเดินไปที่บันไดหนีไฟที่ประตูถูกล็อกเอาไว้ “ไอซ์แมก คีย์” “แกร่ก” เสียงปลดล็อกแม่กุญแจดังขึ้นเบาๆเรย์สอดตัวเข้าไปข้างใน เขาเดินตามทางไปเรื่อยๆ อันที่จริงบันไดหนีไฟไม่ใช่เส้นทางที่แปลกใหม่เลยสำหรับเขา แต่เขาก็อดแปลกใจไม่ได้ในทุกครั้งที่ใช่มัน เพราะว่ามันเป็นส่วนที่สว่างที่สุดในหอ สว่างเกินความจำเป็นของมันด้วยซ้ำไป

                เด็กหนุ่มเดินมาจนถึงด้านล่าง เขาเห็นหญิงสาวผู้ที่เขาคาดไว้แล้วว่าเธอจะต้องมายืนรออยู่ในมุมมืดๆที่หน้าประตูใหญ่ตึกอธิการ

                “มาสายไปห้านาทีนะ เรย์” ซันนี่ สกาย บ่น

                “ก็มาแล้วนี่ไงฮะ” เรย์ยิ้ม

                สองพี่น้องเดินลอบเข้าไปในตึกอธิการอย่างที่เคย ก่อนที่ทั้งสองจะหยุดอยู่ตรงหน้าประตูไม้บานใหญ่อีกครั้ง

                “ถ้าใช้ ไอซ์ แมก ไม่ได้แล้วเราจะใช้อะไรล่ะฮะ” เรย์ถามพี่สาวของเขา

                “ไอซ์ แมก ของเรย์น่ะ ใช่ไม่ได้” ซันนี่พูด “แต่ของพี่ซันนี่น่ะใช้ได้” หญิงสาวเอามือทั้งสองของเธอมาประสานเข้าด้วยกัน เรย์รู้สึกได้ว่ามีไอเย็นๆวนเวียนอยู่รอบๆตัวของเขา

                “ไอซ์ แมก คีย์!” แสงสีฟ้าอ่อนเรืองออกมาจากมือของหญิงสาว ไม่นานนักกุญแจใสรูปดอกกุหลาบก็อยู่บนมือเธอ

                “แกร่กๆ” ไม่รอช้าหญิงสาวใช้กุญแจดอกนั้นไขเข้าไปในรูกุญแจอันใหญ่ และ “กรึก!” ล็อกประตูปลดออก ทั้งสองสอดตัวเข้าไปในประตูที่เปิดแง้มออกมานั้น ก่อนปิดมันตามหลังลงอย่างเบามือ

                “ฟึบ” “เอาล่ะ ต้องรีบแล้ว แสงจันทร์คราวนี้อยู่ได้ไม่นานนัก” ซันนี่บอกน้องชาย

                “แล้วทำไมพี่ไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อวานเลยล่ะฮะ” เรย์ทำหน้ามองบน

                “เพราะมัวแต่ตื่นเต้นที่ได้เจอเรย์ไง แสงจันทร์เลยหมดซะก่อน” ซันนี่ สกาย หัวเราะให้กับความโง่เง่าของเธอ ก่อนที่จะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากในกระเป๋าของเธอ

                “ขี้โกงนี่หน่า” เรย์มองสิ่งที่อยู่ในมือพี่สาว มันเป็นเพียงแผ่นกระจกบางๆที่ไม่มีกรอบ ซันนี่เดินถือมันไปที่หน้าต่างบานใหญ่ก่อนเอียงกระจกทำมุมเก้าสิบองศา หญิงสาวใช้กระจกสะท้อนแสงของพระจันทร์ที่สาดลงมาจากหน้าต่างให้ส่องสว่างไปทั่วทั้งห้อง

                “ดูสิว่ามีอะไรหรือเปล่า”

                “ถ้าสำเร็จจริงยังไงผมก็ไม่แบ่งเงินกับพี่หรอกนะ”

            “หาให้ได้เสียก่อนเถอะ เรย์” ซันนี่พูดแหย่ “พี่ซันนี่ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นเลยนะ” ชายหนุ่มหันมองไปรอบๆห้องที่ทุกสิ่งทุกอย่างนิ่งสนิท ไม่มีแม้แต่แสงสะท้อนของสิ่งที่เขาหวัง

            “มันน่าจะอยู่ที่นี่สิ” เรย์ยืนนิ่ง “หรือว่ามัน...เก็บไว้ที่อื่น”

                “เฮ้อ...ว่าแล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้” ซันนี่ว่า “เรย์ควรจะสืบหาข้อมูลให้ดีเสียก่อนนะ”

                “เป็นใคร ใครก็คิดว่าเขาจะเก็บมันไว้ที่นี่น่ะ” เรย์ว่า “เขาไม่น่าจะเก็บไว้ที่อื่น...ที่อื่น...”...

 

            เด็กหนุ่มกลับมาที่ห้องด้วยอารมณ์ที่ดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คืนนี้เขาก็ไม่ต้องหลบๆซ้อนๆอะไรอีกต่อไป และอาจจะเป็นแบบนี้ไปอีกหลายๆคืนด้วย เขาหันมองเพื่อนชายที่หลับสนิทอยู่บนเตียงข้างๆ เสียงหายใจขึ้นลงสม่ำเสมอ ระดับการเต้นของหัวใจก็เป็นปรกติดี โล่งใจไปหนึ่งเปราะ

                “เรย์” ริซึโอะเรียกเพื่อนหนุ่มอีกคนที่นอนอยู่บนเตียงฝั่งตรงข้าม “เรย์...” ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่เขาเรียก ไม่มีการเคลื่อนไหวของร่างกายตามจังหวะการหายใจ ไม่มีเสียงลมหายใจ ไม่มีแม้แต่เสียงหัวใจเต้น “ฟึบ!” เด็กหนุ่มรีบวิ่งไปเปิดผ้าห่มของเรย์ออกมา แล้วเขาก็พบเพียงหมอนอิงและหมอนข้างที่เอามากองๆรวมกันทำทีเหมือนมีคนนอนอยู่...

                ริซึโอะยืนนิ่ง เหงื่อกาฬไหลด้วยจิตที่ว้าวุ่น ไม่สามารถหาเหตุผลอะไรมาอธิบายสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ได้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้คนธรรมดาคนหนึ่งออกไปเดินเพล้นพล่านที่อื่นได้ หรืออย่างน้อยก็ไม่น่าจะลุกเดินพ้นจากห้องนี้ไปได้!

                “นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย! ริซึโอะสบถเงียบๆคนเดียว “มีอะไรผิดพลาดตรงไหนกัน” ชายหนุ่มเดินเอาหูไปแนบที่ประตูห้องนอนของเพื่อนสาว อูเคียยังคงนอนนิ่งเป็นปรกติ ริซึโอะผละออกจากประตูห้องอูเคีย ก่อนล้มตัวลงนอนบนเตียงและรอเวลาที่เพื่อนชายของเขาเพียงคนเดียวกลับมา...เพียงคนเดียวที่เดินออกจากห้องนี้ไปได้...

 

                “ที่นี่ก็ไม่มี” เรย์เอ่ยขึ้นเบาๆ ทั้งสองพี่น้องออกมาจากห้องพักของเหล่าอาจารย์ และเดินตรวจทุกห้องของอาคารจนทั่ว ก่อนมาหยุดนั่งแผ่หลาอยู่ที่มุมมืดๆหน้าตึกหอพักตะวันออก

                “ต้องรอพรุ่งนี้ ไม่ก็อีกเดือน” เด็กหนุ่มบ่น ซันนี่ยิ้ม ก่อนเดินมาตบบ่าน้องชายเบาๆ

                “ไม่เป็นไรหรอก ค่อยๆหาไป” หญิงสาวว่า “ดูท่าเรย์ยังไม่อยากกลับเสียด้วยซ้ำ”

                “พี่รู้ได้ไง” เรย์ส่งยิ้มขี้เล่นไปให้พี่สาว

                “ก็พี่ซันนี่เห็นว่าเรย์สนุกที่ได้อยู่กับเพื่อนๆนั้นนี่หน่า”

            “ก็ใช่ฮะ” เรย์ว่า “แต่คงดีกว่านี้ถ้าหากไม่มัวแต่มาระแวงกันอยู่”

                “บางทีมันคงถึงเวลาที่เรย์และพวกเขาต้องเปิดใจให้กันและกันแล้วนะ” ซันนี่ยิ้ม เด็กหนุ่มหันไปสบตากับพี่สาวก่อนที่เขาจะพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

                “นั่นสิฮะ”

                “พี่ซันนี่คงต้องกลับบ้านแล้วล่ะ” หญิงสาวว่า “มีภารกิจต้องทำกับซัมเมอร์เดี๋ยวซัมเมอร์จะบ่นเสียเปล่าๆ”

                “แล้วเรื่องที่นี่ล่ะฮะ”

                “ถ้าเรื่องที่เป็นอาจารย์ของที่นี่พี่ซันนี่ลาออกเรียบร้อยแล้วล่ะ บอกเขาว่าจำเป็นต้องไปดูแลพ่อแม่...ส่วนเรื่องภารกิจของเรย์...” ซันนี่หันหน้าเข้าหาน้องชายก่อนยิ้มน้อยๆ “มันภารกิจของเรย์นี่ พี่ซันนี่ไม่เห็นจำเป็นต้องเป็นห่วง”

                “ฮะ” เรย์ยิ้ม

                “เอาล่ะกลับห้องเถอะ” ซันนี่ สกาย ผลักน้องชายตนให้เดินกลับไปยังหอพักตน ซึ่งเรย์หันมาโบกมือให้กับพี่สาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินหายเข้าไปในประตูทางหนีไฟ...

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ รุยตื่นขึ้นมาคนแรก และตอนนี้อูเคียก็ยืนรอเขาอยู่ข้างนอกห้อง ทั้งสองกำลังจะลงไปกินข้าวเช้า ซึ่งดูท่าว่าทั้งเรย์และริซึโอะจะไม่ต้องการมัน เพราะทั้งคู่ยังคงนอนหลับสนิทคาเตียงอยู่ และรุยเองก็ไม่อยากกวนพวกเขาในวันหยุดแบบนี้ เด็กหนุ่มจึงนัดแนะกับเพื่อนสาวไปกินข้าวเช้ากันแค่สองคน

                “สองคนนั้นจะนอนไปถึงไหนก็ไม่รู้นะ” รุยว่าพลางเขี่ยผักกาดออกจากจาน “ตอนตื่นมาฉันรู้สึกมึนหัวหน่อยๆเธอเป็นไหม” เขาหันไปถามอูเคียที่กำลังดูดน้ำจากขวดแก้วทรงสูง

                “ไม่นิ” อูเคียตอบ “นายนอนไม่พอหรือเปล่า”

                “ไม่น่านะ” รุยตอบ “ฉันหลับสนิทอย่างกับโดนวางยาเลยล่ะ ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศนะ เมื่อคืนมันร้อนนิดหน่อยอ่ะ” เด็กหนุ่มหัวเราะ นั่นทำให้เด็กสาวยิ้มที่มุมปากน้อยๆ ก่อนก้มหน้าก้มตากินอาหารเช้าของตนต่อ

                เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจการกินอาหารเช้า อูเคียกับรุยจึงแยกกัน เด็กสาวจะไปหาหนังสืออ่านที่ห้องสมุด ส่วนเด็กหนุ่มก็จะต้องทำการบ้านที่เหลือให้เสร็จ รุยจึงกลับขึ้นไปบนห้องและทันเห็นเรย์ที่หน้าห้องพอดี

                “นายจะไปไหนน่ะ” รุยถามขึ้น เรย์หันมามองเขาเล็กน้อยก่อนหันไปใส่รองเท้าต่อ

                “ไปห้องสมุดน่ะ” เด็กหนุ่มยิ้ม “นายไปกินข้าวกับอูเคียมาเหรอ”

                “ใช่” รุยตอบ “แล้วริซึโอะล่ะ”

                “ยังไม่ตื่นน่ะ” เรย์ว่า “ฉันไปล่ะนะ” เด็กหนุ่มรีบเดินออกจากตรงนั้นก่อนที่รุยจะทันได้พูดอะไร รุยส่ายหัวน้อยๆให้กับท่าทีเร่งรีบของเพื่อนชาย เขาเปิดประตูห้องเข้าไปก่อนเห็นริซึโอะกำลังถือแก้วแปรงฟันออกมาจากห้องน้ำ

                “นึกว่านายยังไม่ตื่นเสียอีก” รุยว่าขึ้น

                “เรย์บอกนายแบบนั้นเหรอ”

                “อื้ม” รุยพยักหน้า “นายจะลงไปกินข้าวก็บอกนะ ฉันจะไปเป็นเพื่อน”

                “ไม่ต้องหรอก” ริซึโอะหันมาบอกเพื่อนชายก่อนเดินเข้าห้องน้ำไป สงสัยเหลือเกินว่าเมื่อเช้านี้เกิดอะไรขึ้น ที่จู่ๆเรย์ก็รีบเด้งตัวออกจากเตียงก่อนรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า และวิ่งออกจากห้องไป โดยที่ไม่พูดคุยกับเขาเลยสักคำ และเขาเองก็มัวแต่งงงวยจนลืมถามเรย์ว่าเมื่อคืนเขาไปไหนมากันแน่

                ยิ่งคิดก็ยิ่งอดแปลกใจไม่ได้...เพราะถ้าหากเรย์สามารถลุกขึ้นเดินไปไหนมาไหนได้เมื่อคืนนี้ ตอนนี้เขาก็ควรที่จะต้องยังนอนอยู่บนเตียงสิ แต่นี่กลับรีบออกไปไหนแต่เช้าก็ไม่รู้ และไหนจะยังเรื่องที่เรย์ไม่คุยกับเขาเหมือนปรกติอีก...เขารีบเหรอ...หรือว่าเขา รู้ อะไรอย่างนั้นเหรอ...

                ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง...เขาก็คงทำอะไรไม่ได้ และเขาก็แค่จะต้องเสียเพื่อนที่ดีไปอีกคน...

                “โถ่ เว้ย! ริซึโอะสบถอย่างดัง ด้วยความขัดใจ “นี่มันเรื่องอะไรกันวะ! เขาจะต้องหาคำตอบให้ได้เลย...คอยดูเถอะ!

 

                เด็กสาวมองลงไปยังเบื้องล่าง เธอเห็นเพื่อนชายของเธอกำลังทำท่าทีด้อมๆมองๆในที่ต่างๆของอาคารเรียน ไม่แปลกที่เธอจะเห็นพฤติกรรมของเขาทั้งหมด เพราะเธอนั่งอยู่บนดาดฟ้าของอาคารที่สูงที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้ ที่ดาดฟ้าของห้องสมุด และห้องทดลอง...อูเคียนั่งมองเรย์จากที่ไกลๆมากว่าชั่วโมงหนึ่งแล้ว และก็อดแปลกใจไม่ได้ว่ามีสิ่งใดในอาคารหรือชั้นเรียนต่างๆที่ดึงดูดความสนใจของเด็กหนุ่มให้เดินสำรวจไปทั่วในวันหยุดอย่างนี้

                “แทนที่จะทำการบ้าน” เด็กสาวว่าพลางส่ายหน้าด้วยความระอา

                เมื่อไม่เห็นทีท่าว่าเพื่อนชายจะหยุดพฤติกรรมน่าขันนี้ เด็กสาวจึงหันไปสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ เธอค่อยๆพลิกอ่านไปทีละหน้าๆ ด้วยความตั้งใจใคร่รู้ในตำนานเรื่องเล่าขานของโรงเรียนแห่งนี้ นานๆทีเธอจะได้อ่านหนังสือเบาสมองแบบนี้เสียบ้าง

            “กล้องส่องแห่งเอโรส” อูเคียยิ้ม “มีของแบบนี้ด้วยเหรอ”

                “แอ็ด_” เสียงประตูชั้นดาดฟ้าเปิดออก เรย์ค่อยๆเดินออกมาจากทางเข้า เขามองไปรอบๆตัวก่อนจะเห็นเด็กสาวที่ดูคุ้นตานั่งอ่านหนังสืออยู่ ที่ริมระเบียงดาดฟ้า

                “อูเคีย” เด็กหญิงหันกลับไปมองทางด้านหลัง และเห็นเพื่อนชายของเธอที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

                “มาทำอะไรที่นี่น่ะ” เรย์ถามขึ้น

                “มาอ่านหนังสือ” อูเคียตอบสั้นๆ “แล้วนายล่ะ” เรย์ยืนเงียบเขาไม่รู้ว่าจะตอบอะไรออกไปดี

                “มาเดินเล่นน่ะ” นั่นเป็นคำตอบที่ดูโง่เอามากๆเลยล่ะ

                “เหรอ” เด็กสาวพลิกหนังสือไปอีกหน้าหนึ่ง “เห็นนายเดินเล่นไปทั่ว”

            “เห็นด้วยเหรอ” เรย์หัวเราะแก้เขิน

                “เห็นสิ ก็บนเนี่ยเห็นทุกอย่างแหละ” เรย์ชะโงกหน้ามองลงไปยังเบื้องล่าง จริงอย่างที่อูเคียว่า ข้างบนนี้มองเห็นความเป็นไปทุกอย่างของโรงเรียน ตั้งแต่ประตูใหญ่ด้านหน้าไปจนประตูโรงเรียนทางทิศตะวันตกที่ติดกับป่ารกทึบ เห็นอาคารเรียน หอพัก และแม้แต่หอพักของเหล่าอาจารย์ที่อยู่ด้านหลังหอพักแต่ละหลัง

                “ยอดไปเลย” เด็กหนุ่มอุทานกับตัวเองเบาๆ “เธอจะอยู่นี่อีกนานไหม”

                “จนกว่าจะอ่านเล่มนี้จบล่ะ” เรย์ชะเง้อดูปกหน้าหนังสือที่เพื่อนสาวอ่าน

                “ตำนานเรื่องเล่าสุดระทึกแห่งโรงเรียนมิอาฮ์ดัสมอส” เรย์อ่านชื่อหนังสืออย่างดัง “ไม่ยักรู้ว่าเธอสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยแฮะ” เด็กหนุ่มยืนหันหลังเอาแขนเท้ากับระเบียงดาดฟ้า พร้อมมองหน้าเพื่อนสาวนิดหนึ่งก่อนหันไปมองอย่างอื่นรอบๆตัว

                “ก็เพิ่งสนใจ ดีกว่าไม่มีอะไรอ่าน” อูเคียว่า “ริซึโอะยังไม่ตื่นเหรอ”

                “ไม่รู้สิ” เรย์ตอบสั้นๆ

                “พวกนายทะเลาะกันหรือไง” เรย์หันมามองหน้าอูเคียอีกครั้ง รอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้าเพื่อนสาวทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกเธอแกล้งอยู่

                “ฉันก็ไม่อยากยุ่งหรอกนะ แต่ว่า...บางทีคนเราก็ต้องเปิดใจกันบ้าง” อูเคียยิ้มมุมปากให้กับเรย์

                “ฉันไม่ได้เป็นอะไรนิ” เรย์ว่า “ก็แค่...ไม่รู้ว่าจะพูดะไร” ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่พูดความจริงไป...เขาไม่ได้โกรธริซึโอะ เพียงแต่ว่าเขารู้สึกว่าเพื่อนของเขามีอะไรบางอย่างอยู่ในใจแต่ไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ และเขาก็รู้ด้วยว่าเขาคือหนึ่งในสาเหตุของเรื่องนี้ เพราะอย่างนั้นเขาจึงหวังว่าริซึโอะจะยอมพูดกับเขาตรงๆ แต่ริซึโอะก็ไม่ได้ทำแบบนั้น และแน่นอนที่เขาหนีก็เพราะว่าเขารู้สึกผิดนี่แหละ

“โอ่...งั้นเหรอ” อูเคียหันกลับไปอ่านหนังสือต่อ ส่วนเรย์ก็ยืนเงียบอยู่สักพักก่อนที่จะหันหน้าไปทาง

ทิศตะวันออกที่ที่ห้องพักของเขาเด่นอยู่ตรงข้าม บางทีเขาควรจะรอให้อะไรๆมันคลี่คลายไปเอง และบางทีเขาควรจะต้องอดทน...เพราะเขาเองก็ใช่ว่าจะใสสะอาด

 

คืนนี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างปรกติ ทุกอย่างช่างเงียบสงบราวกับไร้สิ่งมีชีวิตอยู่ที่หอตะวันออก ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว รุยยังคงง้วนอยู่กับการบ้านของเขาที่จะต้องเสร็จให้ทันก่อนวันพรุ่งนี้ ส่วนเรย์ก็อ่านหนังสือนอกเวลาที่เพิ่งยืมมาจากห้องสมุด ริซึโอะนั่งเล่นคอมอย่างเคย ทั้งสองคนคุยกันแทบนับคำได้ ทว่ารุยก็ไม่ได้เอะใจอะไร ส่วนอูเคียที่นั่งขีดๆเขียนๆอยู่ในห้องก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากสิ่งที่เธอเขียนอยู่ด้วยลายมือที่ยากจะอ่านออก

                เวลาผ่านไปไม่นานเท่าไร รุยที่ดูเหมือนจะทำงานเสร็จแล้วก็ล้มตัวลงนอน อูเคียก็เดินออกมาปิดประตูห้องของเธอ ทุกคนนอนนิ่งอยู่บนเตียงของใครของมัน ไร้การเคลื่อนไหว แม้แต่คนที่ใครบางคนหวังให้มีการเคลื่อนไหวก็ยังคงนอนนิ่งอยู่อย่างเก่า จนกระทั่ง

                “นายจะไปไหนเหรอ” เรย์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นริซึโอะลุกขึ้นจากเตียง เขาไม่ได้ถามเพราะความสงสัย แต่แค่อยากหาอะไรคุยกับเพื่อนเท่านั้นเอง และนี่ก็เป็นโอกาสที่หาได้ง่ายที่สุด

                “ห้องครัว” เด็กหนุ่มตอบสั้นๆ การตอบรับของเรย์แสดงให้ริซึโอะรู้ว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้อง...เรย์กำลังสงสัยเขา และเขาไม่ได้หวังอะไรไปมากกว่านี้อยู่แล้ว ถ้าหากนี่จะทำให้เรย์กลับมาคุยกับเขาเหมือนเดิม “จะไปด้วยไหมล่ะ”

                “ก็ดีนะ” เรย์ลุกขึ้นจากเตียงก่อนหยิบเสื้อคลุมตัวยาวมาใส่ “หิวน้ำพอดี” ริซึโอะมองไปยังขวดน้ำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือของเพื่อนชายซึ่งมันยังมีน้ำอยู่เต็มขวด

                “ฉันอยากดื่มน้ำเย็นๆน่ะ” เรย์ที่มองตามสายตาของริซึโอะไปตอบพลางยิ้ม ซึ่งริซึโอะเองก็ได้แต่พยักหน้า และทั้งสองก็ออกจากห้องไป...

งานนี้เสมอกันสินะ...

 

0 ความคิดเห็น