My Fantastic Roommates

ตอนที่ 4 : Chapter 3: ไม่ใช่คน (Inhuman)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 พ.ค. 60

เช้าวันนี้เรย์ตื่นก่อนเพื่อนชายทั้งสอง เขาเดินผ่านห้องของอูเคียและคิดว่าเขาน่าจะดูสักหน่อยว่าเธอตื่นหรือยัง เด็กหนุ่มกำลังจะเคาะประตูห้องแต่ทว่าประตูกลับแง้มออกมาเล็กน้อย เขาจึงถือวิสาสะเปิดเขาไปดู

                “นายมีอะไรเหรอ” เสียงของเด็กสาวถามขึ้นทันที อูเคียนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย

                “อ่อ เปล่าแค่มาดูว่าเธอตื่นหรือยัง” เด็กหนุ่มพูดออกไปอย่างที่เขาคิด

                “วันนี้มีคาบฟันดาบด้วยนะนายเตรียมตัวหรือยัง” เด็กสาวเอ่ยพร้อมหยิบถุงแก้ฟกช้ำใส่ในประเป๋าของเธอรวมถึงยาทำแผลชนิดอื่นๆอีกด้วย

                “นั้นสินะ” เรย์พูด เขาเพิ่งนึกขึ้นได้เช่นกัน “เธอทำแผลเป็นใช่ไหม”

                “ก็แค่ปฐมพยาบาล” อูเคียตอบเรียบๆ “แต่ถ้าเป็นมากว่านั้นก็คงต้องส่งโรงพยาบาล”

                นี่แค่ปฐมพยาบาลเด็กหนุ่มคิด จากที่เขาดูยาที่เธอเตรียมมาแล้ว ถ้ามีอุปกรณ์การแพทย์อีกนิดหน่อยเธอก็คงเปิดทำการแอดมิดได้อย่างสบายๆเลยล่ะ

                “ฉันว่านายไปปลุกสองคนนั้นดีกว่านะ” เรย์พยักหน้าก่อนเดินออกจากห้องเพื่อนสาวไปอย่างเงียบๆ เด็กหนุ่มจัดการปลุกเพื่อนชายอีกสองคนและพวกเขาก็จัดการแต่งตัวพร้อมกับเตรียมของสำหรับวิชาเรียนในวันนี้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทั้งสี่จึงเดินลงไปกินข้าวที่ชั้นล่าง ซึ่งที่นั่นวิเวียนได้รอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว

                “ฉันจองที่นั่งเอาไว้แล้ว” เด็กสาวพูดพลางยิ้ม ก่อนนำทั้งสี่คนไปยังโต๊ะด้านซ้ายในสุด ทุกคนต่างว่างกระเป๋าลงบนเก้าอี้และแยกย้ายกันไปหาซื้ออาหาร โดยที่วิเวียนเดินไปกับริซึโอะ เด็กหนุ่มหันมามองหน้าเพื่อนสาวด้วยสายตาเฉยเมยเขาไม่ได้คิดสนใจอะไรเลยแม้แต่น้อย

                “เมื่อคืนอากาศดีนะว่าไหม” วิเวียนพูดขึ้น ริซึโอะหันไปมองหน้าเพื่อนสาวก่อนหันกลับไปเขียนรายการอาหารลงบนกระดาษ

                “เธอจะเอาอะไร”

                “แซนวิชแฮมชีสกับไข่ดาว” วิเวียนตอบพลางยิ้มไม่สนใจท่าทีเฉยเมยของอีกฝ่าย ทั้งคู่ยืนรออาหารอย่างเงียบๆจนกระทั่ง

            “เมื่อคืนเธอออกไปไหนมาเหรอ” ริซึโอะถามขึ้นในที่สุด

                “นอกระเบียง” เด็กสาวว่าพลางยิ้ม “มีดาวเต็มไปหมดเลย อากาศก็ดี”

                “เหรอ” ริซึโอะตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจัดการบีบมายองเนสลงบนที่ว่างในจานแซนวิชของเขาก่อนเดินนำวิเวียนไปที่โต๊ะ ที่นั่นทุกคนจัดการกินอาหารกันอย่างเงียบๆ และเมื่อเสร็จพวกเขาก็เดินเข้าห้องเรียนไป

วิชาเรียนคาบเช้าเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากสำหรับพวกเขา คาบเรียนบ่ายต่างหากที่พวกเขารอคอย แม้ว่าจะไม่นับอูเคีย ริซึโอะและวิเวียน ด้วยวิเวียนกล่าวการฟันดาบมิใช่วิถีของเธอ แต่อีกสองคนที่เหลือวิชาฟันดาบมันช่างน่าตื่นเต้นเกินกว่าอะไรทั้งสิ้น รุยภาคภูมิใจในฝีมือฟันดาบแบบตะวันตกของตนที่กวาดรางวัลมาแล้วทั่วภูมิภาค และเรย์ก็กำลังอยากลองเรียนฟันดาบแบบตะวันออกดูบ้าง เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาพักเที่ยงรุยจึงรีบกุลีกุจอรีบเดินนำเพื่อนๆไปกินข้าวกลางวัน

“เร็วๆสิทุกคน อาจารย์บอกว่าจะไม่แจกชุดให้คนที่ไปสายนะ” เด็กหนุ่มวิ่งพลางหันมาพูดกับเพื่อนพลาง

“เร็วซี่ทุกคน!” เด็กหนุ่มเร่ง ทำให้ที่เหลือต้องรีบเร่งตามเขาไปด้วย เมื่อทุกคนกินข้าวเสร็จก็พร้อมที่จะโดนรุยลากตัวไปเปลี่ยนชุดที่โรงยิมซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือของโรงอาหารกลาง เด็กหนุ่มกระตือรือร้นที่จะผลักเพื่อนชายหญิงของเขาเข้าไปในโรงยิมที่ว่างเปล่า

“เกินไปมั้งเนี่ย” ริซึโอะว่า เขาส่ายหัวน้อยๆให้กับพฤติกรรมล้นๆของเพื่อนชาย

“เอาน่า น่าตื่นเต้นดีออก” เรย์ว่าพลางสวมรองเท้าบูทสำหรับฟันดาบ “อย่างน้อยหมอนั่นก็จะได้โชว์ฝีมือล่ะนะ”

คาบเรียนในครึ่งแรกซึ่งกินเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงนั่นคือการเรียนฟันดาบแบบตะวันตก อย่างที่ทุกคนคาดรุยและเรย์คือดาวเด่นของคาบนี้ แม้ว่าภายนอกรูปร่างจะผอมบางไปหน่อย แต่รุยก็สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างไม่มีที่ติ ทั้งฟุตสเต็ป การหลบหลีก ความแม่นยำและพละกำลังในการโจมตี เขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม สมกับที่เขาภูมิใจในแชมป์ระดับภูมิภาคของเขา อีกคนที่อาจารย์ออกปากชมไม่หยุดนั่นก็คือ เรย์ นอกจากความว่องไวและความแข็งแกร่งในการโจมตีแล้ว เรื่องเทคนิค กลยุทธการหลอกล่อคู่ต่อสู่ของเขาก็เหนือชั้น เขาไม่ได้ใช่แค่ดาบเพื่อฟาดฟันหากแต่ใช้สติปัญญาของเขาในคราวเดียวกันอีกด้วย

นี่ทำให้หลายคนอดที่จะชมการต่อสู้ของทั้งสองคนไม่ได้ และเมื่อได้รับการเห็นดีเห็นงามจากอาจารย์ รุยและเรย์จึงได้มีโอกาสประลองดาบกันในที่สุด

ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากัน ก่อนที่จะร่ายดาบยาวเพื่อแสดงความเคารพต่อคู่ต่อสู้ก่อนประลอง ซึ่งเป็นธรรมเนียมของการฟันดาบแบบตะวันตก

“แกร่ง!” เสียงดาบทั้งสองปะทะกันดังขึ้น แล้วทั้งคู่ก็เริ่มเปิดฉากการต่อสู้ที่สง่างามแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดุดัน รุยเริ่มเป็นฝ่ายบุกก่อนด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เรย์จึงต้องถอยเท้าตั้งรับอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งคู่พลัดกันรุกพลัดกันรับอยู่นาน จนในที่สุดเสียงเตือนหมดคาบเรียนก็ดังขึ้น สร้างเสียงแซงแซ่ในหมู่นักเรียนที่ร้องออกมาด้วยความเสียดายที่อดดูการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นนี้ต่อไปจนจบ

“อ้าวๆต่อไปเป็นการเรียนฟันดาบแบบตะวันออกนะ อาจารย์ เซ็น เซ็นนินจะมาสอนพวกเธอ เลิกเรียนได้” อาจารย์กล่าวหลังเลิกชั่วโมงเรียน ในขณะที่เขากำลังจะออกจากห้องเรียนไปนั้น เขาได้ทักทายอาจารย์หนุ่มอีกคนที่กำลังจะเข้ามาสอนต่อ อาจารย์หนุ่มได้เพียงแต่ยิ้มให้เขาก่อนเดินเข้ามาในห้อง

“สวัสดีทุกคน ฉันชื่อ เซ็น เซ็นนิน จะเรียกว่าเซ็นเฉยๆก็ได้” อาจารย์หนุ่มพูด เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งและกำยำ ดูแล้วเป็นผู้ชายที่หุ่นดีเลยทีเดียว ใบหน้าเรียวยาว ดวงตาคมสีทองอ่อนๆและเส้นผมสีเทาที่ตัดเป็นทรงสั้นๆนั้นทำให้เขาดูมีเสน่ห์มาก และนักเรียนหญิงทุกคนต่างก็จ้องมองเขาตาเป็นมัน

“รอช้าอะไรอยู่เล่าไปเปลี่ยนชุดของพวกเธอกันซะสิ!” เซ็นว่า และเหล่านักเรียนต่างก็พากันวิ่งเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องด้วยความตื่นเต้น ชุดที่ใช้ในชั่วโมงนี้เป็นชุดฟันดาบแบบญี่ปุ่น คือเป็นเสื้อทากามิสีขาว ส่วนกางเกงเป็นกางเกงขากว้าง นักเรียนหญิงสวมกางเกงสีแดง ส่วนนักเรียนชายสวมสีน้ำเงินเข้ม พวกนักเรียนเริ่มทยอยกันออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อ และเมื่อทุกอย่างพร้อม เซ็นจึงให้นักเรียนทุกคนเรียนขั้นเบสิกเสียก่อน

“ใจนิ่งๆ มองไปข้างหน้า และฟาดฟัน!” เขาพูดในขณะที่เดินดูเหล่านักเรียนของเขาตั้งท่าเพื่อร่ายรำดาบไม้ด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ ในขณะที่ดูเหมือนว่าทุกคนจะเป็นมือใหม่สำหรับศาสตร์แขนงนี้ แต่อูเคียกลับโดดเด่นขึ้นมาในหมู่นักเรียนด้วยกัน ด้วยท่าทีอันมุ่งมั่น การร่ายรำดาบที่แสนโดดเดี่ยว เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น ทำให้เซ็นแทบไม่อยากคาดสายตาไปจากลูกศิษย์คนนี้ของเขาเลยทีเดียว ทุกคนต่างชื่นชมในฝีมือของอูเคีย ทุกคน ยกเว้นริซึโอะ เด็กหนุ่มได้แต่ยืนกอดอกมองเหล่าเพื่อนๆของเขาทำท่าทีโง่ๆพลางหัวเราะออกมาเบาๆคนเดียว และเขาเองดูเหมือนจะไม่ได้ตกใจหรือสนใจในตัวเพื่อนสาวมากเท่าไรนัก

ธรรมดาน่า เด็กหนุ่มคิด ก่อนที่สายตาของเขาจะสบเข้ากับของอาจารย์หนุ่มที่ยืนจ้องเขาด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก

ตายโหง!’

“ไง! จะไม่เข้ามาเรียนกับเพื่อนๆหน่อยเหรอ นูระ” เซ็นเอ่ยขึ้น เด็กหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากค่อยๆลากเท้าตนเองเข้าหากลุ่มเรียน ยังไงเขาก็ทำได้อยู่แล้วนี่!

“อ้าว! คราวนี้จะให้พวกเธอได้ใช้ดาบจริงกันล่ะนะ” นักเรียนทุกคนทำหน้าเหลอหลาเมื่อได้ยินแบบนั้น “แต่อาจารย์คะ เราเพิ่งเริ่มเรียนกันเองนะคะจะให้ใช้ดาบจริงได้ยังไง” นักเรียนคนหนึ่งท้วงขึ้น

“ไม่เป็นไรหรอกน่า พวกเธอจะได้ฝึกมือเอาไว้ไง” เซ็นยิ้มก่อนส่งดาบญี่ปุ่นเล่มยาวให้นักเรียน “ตั้งใจเข้าไว้ มีสมาธิ และระวังตัวเอาไว้ให้มาก เพราะถ้าหากคราวนี้พลาดล่ะก็...ได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มกันแน่นอน!

“คราวนี้กรุยาที่เธอเตรียมมาไม่สูญเปล่าแน่”  ริซึโอะพูดกับอูเคียที่ยิ้มรับน้อยๆ

“หวังว่ายาพวกนั้นจะไม่ต้องไปใช้รักษาแผลของนายนะ” เด็กหนุ่มมองตามหลังเพื่อนสาวพลางส่ายหน้า ก่อนพ้นลมออกมาทางจมูกด้วยอารมณ์ฉุนๆ เขาเดินเข้าไปหาเพื่อนชายร่วมห้องคนหนึ่งพลางพยักพเยิดหน้าเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าเขาจะขอคู่ด้วย

“แกร่ง!!!” เสียงปะทะของดาบดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องฝึก นักเรียนทุกคนดูเหมือนว่าจะตั้งอกตั้งใจและระมัดระวังเป็นพิเศษในครั้งนี้ เพราะถ้าหากพลาดนั่นหมายถึงบาดแผลหรือชีวิตของพวกเขา ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงไม่กล้าลงไม่ลงมือหนักหน่วงอย่างในตอนแรก

ริซึโอะเองก็เช่นกัน แต่ในกรณีของเขาคงเป็นเพราะว่าเขาเลือกที่จะไม่ลงแรงอะไรเลยเสียมากกว่า เด็กหนุ่มฟันดาบแบบขอไปทีราวกับคนไม่มีเรี่ยวแรง เขาเบื่อเหลือเกินที่จะต้องมานั่งเรียนบทเรียนแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เขาจับดาบคาตานะมาตั้งแต่ยังพูดได้ไม่ชัดเสียด้วยซ้ำไป!

“เหยาะแหยะเหลือกเกิน ริซึโอะ” เพื่อนชายคนหนึ่งแซวขึ้น “นายเป็นคุณหนูริซึโอะรึไง” แต่เด็กหนุ่มก็ไม่สนใจ เขายังคงฟันดาบอย่างไร้อารมณ์ต่อไป นอกจากเพื่อนร่วมหอแล้วริซึโอะก็ไม่อยากจะข้องแวะกับคนอื่นอีก นั่นทำให้เพื่อนๆผู้ชายในห้องไม่ค่อยที่จะชอบเขาเท่าไรนัก

“ดูสิๆ นี่มันคุณหนูริซึโอะนี่หว่า อย่างกับผู้หญิงแน่ะ” เพื่อนอีกคนเข้ามาร่วมผสมโรงกับเพื่อนคนแรก คราวนี้ริซึโอะหันไปมองหน้าเพื่อนกลุ่มนั้นทีหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรนอกจากส่ายหน้าไปมาด้วยความเหนื่อยหน่าย พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้คงที่ และคิดว่าพวกนั้นเป็นเพียงเสียงจิ้งหรีดโหยหวนหาคู่

“คุณหนูริซึโอะ ระวังตัวด้วยนะขอรับ! ฮะ ฮะ ฮะๆ” ดูเหมือนกลุ่มของพวกเพื่อนชายปากดีจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น

“อันตรายนะครับคุณหนูริซึโอะ!

“วันนี้จะใส่กระโปรงชุดไหนดีครับคุณหนู!

“แกรก!” ริซึโอะหยุดฟันดาบ เพื่อนที่เป็นคู่กับเขามองเห็นความฉุนจัดบนใบหน้าของเด็กหนุ่มชัดเจน เด็กหนุ่มค่อยๆลากเท้าเข้าหากลุ่มเพื่อนปากเสียมาเรื่อยๆ ในมือกำดาบไว้แน่น

“ไม่เอาน่าริซึ-” เรย์ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่เข้าจับบ่าห้ามเพื่อนชายไว้ แต่เขาก็โดนสะบัดออกมา ริซึโอะหยุดเดินเมื่อเว้นระยะห่างพอควรระหว่างตัวเขาและกลุ่มเพื่อนชายปากเสีย เด็กหนุ่มย่อตัวลงตั้งฉากกับพื้นดาบในมือง้างขึ้นสูง

“ตุบๆๆๆๆ” โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ริซึโอะพุ่งตัวรี่เข้าหากลุ่มเพื่อนเหล่านั้นด้วยความเร็วอย่างที่ใครก็ไม่อาจคาดถึง!

“แกร่ง!” เสียงปะทะของดาบดังขึ้น ริซึโอะจำต้องกระโจนถอยหลังด้วยความแปลกใจ

“พอเถอะ” อูเคียที่วิ่งมารับดาบของเพื่อนชายได้พอดิบพอดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ถอยไป...” เช่นเดียวกับริซึโอะ

“ไม่ จนกว่านายจะยอมถอย” เด็กสาวกล่าวหนักแน่น เมื่อไม่มีทางเลือกริซึโอะจึงวิ่งเข้าใส่เพื่อนสาวอย่างสุดกำลังด้วยหวังว่านั่นจะทำให้เธอหลีกทางให้เขา

“แกร่ง แกร่ง แกร่ง แกร่ง แกร่ง แกร่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” แต่ทว่าเด็กสาวกลับรับดาบเขาไว้อย่างทันท่วงที และแม้เท้าของเธอจะร้นถอยลงไปเรื่อยๆเพราะแรงโจมตีของเพื่อนชาย แต่อูเคียก็ยังสามารถโต้ตอบริซึโอะได้อย่างสบายๆ

“ฮึบ!”ริซึโอะพุ่งดาบเข้าหาอูเคียซึ่งเธอหลบออกด้านขวาก่อนปัดดาบออก ริซึโอะหมุนตัวก่อนพุ่งดาบเข้าหาเธออีกครั้ง อูเคียหลบออกทางด้านซ้ายก่อนปัดดาบพร้อมกระโดดขึ้นเหนือศรีษะของริซึโอะ

“แกร่ง!!!” อูเคียกดดาบของเธอลงที่ดาบของริซึโอะอย่างสุดแรง จนทำให้เด็กหนุ่มต้องชันเข่าเอาไว้เพื่อรับแรงกดนั่น

“บ้าเอ้ย!” เด็กหนุ่มสบถ

“พอได้แล้วล่ะ” อูเคียเอ่ยขึ้นเรียบๆ เพื่อให้เพื่อนชายได้สติ แต่ทว่าคำพูดของเธอนั้นเหมือนกับน้ำมันราดลงบนกองไฟ ริซึโอะอาจจะตีความผิดจากน้ำเสียงเย็นๆของเธอเป็นการสบประมาทเขาได้

“ฮึ้ย!!!” “แกร่ง!” เด็กหนุ่มตะหวัดดาบออกด้วยแรงทั้งหมดที่เขามีในตอนนั้น อูเคียกระโดดม้วนตัวหลบไปด้านหลัง นั่นทำให้ริซึโอะได้โอกาสในการโจมตีกลับ แต่ทว่าสายตาของเขาเหลือบไปเห็นดาบอีกเล่มหนึ่งที่ปักคาอยู่ที่พื้น และไวเสียยิ่งกว่าสายลมพัดผ่าน เด็กหนุ่มดึงดาบขึ้นมาจากพื้นก่อนขว้างดาบในมือใส่เพื่อนสาวที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่ได้คิดทำร้ายเธอจริงๆหรอก แต่หวังว่าเธอจะเสียเวลาสักวินาทีกับดาบนั่น ริซึโอะพุ่งเข้ากลุ่มเพื่อนเหล่านั้นโดยที่มิได้สนใจอูเคียเลยแม้แต่น้อย และในขณะที่ตัวเขากำลังจะวาดตวัดดาบเพื่อสร้างรอยแผลในใจให้กับกลุ่มเพื่อนชายปากกล้า

“ฟึบ! ฉึก!” วัตถุแหลมเรียวที่พุ่งนำหน้าเขาไปก่อนปักลงบนพื้นขวางการเคลื่อนไหวของเขา ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้า เท้าทั้งสองหยุดการเคลื่อนไหว เขาจำด้ามดาบเล่มที่ปักอยู่บนพื้นได้เป็นอย่างดี!

เขาขว้างมันออกไปในจังหวะที่อูเคียยังคงหมุนตัวเพื่อหลบเขา แม้ว่าจะเร็วแค่ไหนและไม่ว่าจะคิดยังไง เธอไม่มีทางที่จะรับและขว้างดาบเล่มเดียวกันออกมาขวางทางเขาได้ในเวลาแค่ไม่กี่...วินาที!

นี่มันบ้าชัดๆ ริซึโอะสบถขึ้นในใจ ก่อนทิ้งดาบและเดินออกจากห้องฝึกไปอย่างรวดเร็ว อูเคียทำท่าจะวิ่งตามไปแต่ถูกเซ็นขวางเอาไว้

 “ปล่อยเขาไปเถอะ แบบนั้นเป็นเรื่องปรกติ” หญิงสาวหันมามองหน้าอาจารย์หนุ่มด้วยแววตาแปลกใจ “เขาคงเหมือนถูกหยามเกียร์ติน่ะ” เซ็นเบ้ปาก “ที่ยังมีอยู่น้อยนิด” อูเคียยิ้ม เธอไม่ได้พูดอะไรอีกและเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เรย์และรุยเดินออกไปดูริซึโอะ แต่พวกเขาก็กลับมามือเปล่า

“นี่มันบ้าชัดๆ” เรย์ว่าขึ้นเบาๆ แม้ว่าจะไม่มีใครทันได้เห็น แต่เขาเห็น ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับการต่อสู้ของริซึโอะ และลูเคีย ที่ราวกับว่าพวกเขาเป็นซามูไรกลับชาติมาเกิด มันทั้งรุนแรง และทรงพลัง ราวกับว่าทั้งสองไม่ได้สนใจอีกต่อไปว่ากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน หรือแม้แต่อีกฝ่ายเป็นใคร...แต่เรย์เห็น...จังหวะที่อูเคียหมุนตัวหลบดาบที่ริซึโอะปาออกไปด้วยความตั้งใจที่จะถวงเวลา และในตอนที่อูเคียคว้าฉวยดาบที่ริซึโอะปาใส่มาเอาไว้ในมือก่อนที่จะปาดาบออกไปด้วยความเร็วและความแม่นยำในระดับสูง...ในแบบที่เขาไม่คิดว่าเพื่อนสาวของเขา ไม่สิ...ในแบบที่เพื่อนทั้งสองของเขาจะสามารถทำได้...

“เนาะๆ” รุยหันมาทำตาโต ยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า...นี่ทำเอาเขาคิดว่าจะไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับอูเคียและริซึโอะอีกแล้ว...แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้มีโอกาสทำแบบนั้นก็เถอะ

เมื่อพวกเขากลับเข้าห้องในตอนเย็นก็ยังไม่เห็นเงาของเพื่อนชายที่ว่า “เดี๋ยวก็คงจะกลับมาเองล่ะนะ” เรย์เอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดีเพื่อคลายบรรยากาศตึงเครียดในห้องลง อูเคียเดินเข้าห้องไปเงียบๆ ส่วนรุยก็ได้แต่เปลี่ยนเสื้อผ้าและนั่งจัดหนังสือของตนเงียบๆเช่นกัน...

 

สายลมพัดโอยอ่อนพัดเข้ามาปะทะใบหน้าเรียวของชายหนุ่มที่นั่งเอาหลังพิงต้นไม้สูง เส้นผมตรงยาวสีขาวแซมดำพลิ้วไหวเล็กน้อย เหมือนว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เขาปล่อยให้ตัวเองสูดอากาศบริสุทธิ์ในยามค่ำคืน บางทีมันอาจจะลบเลือนความทรงจำที่น่าขายหน้าออกไปจากจิตใจของเขาก็เป็นได้ แต่ทว่ามันก็ไม่ได้ผลเมื่อหันมาคิดถึงหลักความเป็นจริง แทบไม่มีทางที่เขาจะพ่ายแพ้ไม่ว่าจะด้วยรูปร่าง กำลัง ฝีมือ หรือ แม้แต่ชาติกำเนิด...ดวงตาสีแดงฉานค่อยๆเปิดขึ้นอีกครั้ง

มนุษย์ งั้นเหรอ...”...

0 ความคิดเห็น