คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย ¹ พรายน้ำ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 9 ส.ค. 58 / 12:41


พรายทะเล

                ตำนานมีอยู่ ตำนานเล่าว่า ตำนานได้บันทึกไว้หรือเปล่าก็ไม่อาจมีใครทราบได้ แต่ที่แน่ๆ เขาอยู่ที่นี่แล้ว เกาะพิสดารที่มีแต่โขดหินสีทึมตั้งทะมึนอยู่ใจกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ที่จริงมันไม่น่าจะเรียกว่าเกาะ กลุ่มหินโสโครกน่าจะเหมาะกว่าถ้าหากถาม ทว่ามันคือเกาะ แต่ไม่ใช่เกาะสำหรับคน...

                กลับมาที่ตำนานที่ค้างไว้ต่อ โจเซฟ ลูกเรือของเรือสินค้าที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลก็เพื่อที่จะอับปางลง และทำให้เขาได้เห็นตำนานด้วยตาของตนเอง ใช่แล้ว ตำนานเกาะหินโสโครกที่ว่ากันว่าเป็นที่อยู่ของพวกพรายทะเล...

                พรายทะเล ไซเรน เงือก หรือใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ ในความคิดของโจเซฟพวกมันคือสิ่งมีชีวิตแบบเดียวกัน คือมีรูปร่างท่อนบนเป็นมนุษย์แต่ส่วนล่างเป็นปลา อาศัยอยู่ในเวิ้งสมุทรอันมืดมิด เย็นเยียบ และที่สำคัญ...พวกมันกินเนื้อคน!

            นั่นคือความจริง หรือเรื่องเล่าที่เขากลัวที่สุด แต่เอาเถอะ เพราะอย่างน้อยก่อนที่พวกมันมากินเนื้อเขา พวกมันก็ต้องผ่านเนื้อสดๆของศพที่ลอยอยู่ใกล้ๆนี้ให้หมดเสียก่อน

เราพึ่งพูดกันถึงเรือสินค้าที่อับปางลงตรงหน้าเกาะหินโสโครกซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกพรายทะเล บัดนี้ศพของลูกเรือทั้งหมดได้ไหลวนไปมาบ้างก็โดนคลื่นซัดเข้ากระทบกับโขดหิน เลือดสีแดงเข้มไหลปนกับน้ำทะเล ไม่นานกลิ่นคาวของมันคงเรียกพวกฉลามให้มากินอาหารมื้อดึก หรือร้ายกว่านั้น พวกพรายทะเล...

                พรายทะเล พรายทะเล พรายทะเล พรายทะเล พรายทะเล...ในใจของโจเซฟร่ำร้องราวกับคนบ้า หรือไม่ก็ใกล้บ้า เขายืนอยู่บนโขดหินที่มีหน้าตัดราบเรียบที่สุด นั่งลงก่อนกอดเขาตนเองแน่น แรงลมพัดพากระแสคลื่นให้ซัดเข้าโขดหินที่เขานั่งอยู่อย่างไม่เกรงว่าเขาจะเปียกปอนมามากแล้วเท่าไร หรือไม่สนใจว่าที่สาดกระเด็นเข้าหาเขานั้นคือน้ำทะเลหรือเลือดของลูกเรือคนอื่น อย่างกับว่าเขาจะสนใจ ขอแค่คืนนี้เขารอดไปได้เท่านั้นก็พอแล้ว ขอแค่เขามองเห็นแสงสว่างที่วาบวับบนขอบฟ้า เท่านั้นก็มากพอแล้ว และเขาจะขอบคุณพระเจ้าที่ให้เขารอดชีวิตมา จริงๆเขาก็อยากจะขอบคุณ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ โจเซฟชะโงกหน้าลงไปมองร่างที่ลอยน้ำเบื้องล่าง เขามองเห็นครีบปลาเคลื่อนไหวไวๆอยู่ใต้น้ำ พวกฉลามมาแล้ว...แม้พวกมันจะมาช้ากว่าที่เขาคิด แต่มันก็มา และดีที่ไม่ใช่อย่างอื่นที่เขาคิดมาแทน

                 ‘เธอ...เธอคนนั้นผู้นั่งอยู่โดดเดี่ยวบนโขดหินแห้งแล้ง เธอ...เธออยากรู้จักพวกเราไหม ใช่แล้ว...เราอยู่ในดินแดนเขียวชอุ่ม ชุ่มชื่นใจ ไร้ความโศกเศร้า เรื่องเคล้าน้ำตา...มาเถิดมา มาหาอ้อมแขนแห่งเรา แห่งขุนเขาใต้บาดาล ถิ่นฐานแห่งนิรันดร์...เสียงของสายลมเย็นปะทะเข้าที่หูเขา เป็นทำนองร้องขานราวกับจะพูดกับเขาโดยตรง

                เธอ...เธอคนนั้นผู้นั่งอยู่โดดเดี่ยวบนโขดหินแห้งแล้ง เธอ...เธออยากรู้จักพวกเราไหม ใช่แล้ว...เราอยู่ในดินแดนเขียวชอุ่ม ชุ่มชื่นใจ ไร้ความโศกเศร้า เรื่องเคล้าน้ำตา...มาเถิดมา มาหาอ้อมแขนแห่งเรา แห่งขุนเขาใต้บาดาล ถิ่นฐานแห่งนิรันดร์... พวกปลาฉลามไปกับหมดแล้ว ทว่าเสียงของสายลมนั้นยังอยู่ เสียงของสายลมที่หวานไพเราะจับใจ...เสียงของสายลม...ไม่ใช่...นี้คือเสียงร้องเพลง

                ใครมาร้องเพลงอยู่ในที่แบบนี้กัน เธอ...เธอคนนั้นผู้นั่งอยู่โดดเดี่ยวบนโขดหินแห้งแล้ง เธอ...เธออยากรู้จักพวกเราไหม ใช่แล้ว...เราอยู่ในดินแดนเขียวชอุ่ม ชุ่มชื่นใจ ไร้ความโศกเศร้า เรื่องเคล้าน้ำตา...มาเถิดมา มาหาอ้อมแขนแห่งเรา แห่งขุนเขาใต้บาดาล ถิ่นฐานแห่งนิรันดร์... ท่วงทำนองนั้นแปลกหู ทว่าตราตรึงใจยิ่งนัก

            ‘เธอ...เธอคนนั้นผู้นั่งอยู่โดดเดี่ยวบนโขดหินแห้งแล้ง เธอ...เธออยากรู้จักพวกเราไหม ใช่แล้ว...เราอยู่ในดินแดนเขียวชอุ่ม ชุ่มชื่นใจ ไร้ความโศกเศร้า เรื่องเคล้าน้ำตา...มาเถิดมา มาหาอ้อมแขนแห่งเรา แห่งขุนเขาใต้บาดาล ถิ่นฐานแห่งนิรันดร์...เขาอยากฟังอีก ถ้าหากเสียงเพลงมันจะดังขึ้น โจเซฟลุกขึ้นยืนก่อนเดินไปตามเสียงเพลงนั้น เขาค่อยๆเดินเลาะโขดหินเข้าไปใกล้เสียงเพลงนั้นเรื่อยๆ เดินอย่างระวังไม่ให้ตกลงไปในน้ำที่เย็นเฉียบ และหยุดเท้าลงหน้าก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง กล่องดนตรีไม้ผุๆตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนนั้น ซึ่งสภาพไม่น่าจะเก่าน้อยกว่าสี่สิบปี

                เธอ...เธอคนนั้นผู้นั่งอยู่โดดเดี่ยวบนโขดหินแห้งแล้ง เธอ...เธออยากรู้จักพวกเราไหม ใช่แล้ว...เราอยู่ในดินแดนเขียวชอุ่ม ชุ่มชื่นใจ ไร้ความโศกเศร้า เรื่องเคล้าน้ำตา...มาเถิดมา มาหาอ้อมแขนแห่งเรา แห่งขุนเขาใต้บาดาล ถิ่นฐานแห่งนิรันดร์...เสียงเพลงที่เขาได้ยินนั้นมาจากกล่องดนตรีนี่เอง แต่ว่ามันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป เพราะเสียงที่ดังมาจากกล่องใบนี้เป็นเพียงเสียงดนตรี ไม่มีเนื้อร้อง...แล้วเสียงร้องที่เขาได้ยินมาจากไหน?

            ความกลัวตรงรี่เข้าครอบงำหัวใจดวงน้อยของชายหนุ่มทันที อะไร ทำไม หรือเขาอาจหูฟาด?

            ‘เธอ...เธอคนนั้นผู้นั่งอยู่โดดเดี่ยวบนโขดหินแห้งแล้ง เธอ...เธออยากรู้จักพวกเราไหม ใช่แล้ว...เราอยู่ในดินแดนเขียวชอุ่ม ชุ่มชื่นใจ ไร้ความโศกเศร้า เรื่องเคล้าน้ำตา...มาเถิดมา มาหาอ้อมแขนแห่งเรา แห่งขุนเขาใต้บาดาล ถิ่นฐานแห่งนิรันดร์...แต่มันมาอีกแล้วเสียงเพลงจากกล่องไม้นี่ ไม่สิ...เสียงเพลงจากสายลมและทะเลกว้าง...

                มาแล้วพวกพรายทะเล!!!

                เขาลืมไปได้ยังไงนะว่าพวกพรายทะเลชอบร้องเพลงโหยหวนตอนจะออกล่าเหยื่อ พวกมันใช้เสียงเพลงหอมหวนใจล่อเหยื่อให้ติดกับ ก่อนที่จะลากเหยื่อลงน้ำไป และนั่นจะเป็นจุดจบของเขา...

                โจเซฟยืนมองน้ำทะเลที่ตอนนี้ค่อนข้างนิ่ง เสียงเพลงจากกล่องดนตรียังคงเล่นต่อไปเรื่อยๆ เขายืนมองน้ำทะเลนิ่ง ที่นี่ไม่มีทางเลือกให้เขามากนัก

                ชายหนุ่มคนหนึ่งสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ก่อนที่จะกลั้นใจกระโดดลงน้ำไป แล้วเขาก็หายไปในความมืด...

                สายลมเย็นเอื่อยยังคงพัดต่อไป พัดไปกระทบกับกล่องดนตรีวูบหนึ่ง

                เธอ...เธอคนนั้นผู้นั่งอยู่โดดเดี่ยวบนโขดหินแห้งแล้ง เธอ...เธออยากรู้จักพวกเราไหม ใช่แล้ว...เราอยู่ในดินแดนเขียวชอุ่ม ชุ่มชื่นใจ ไร้ความโศกเศร้า เรื่องเคล้าน้ำตา...มาเถิดมา มาหาอ้อมแขนแห่งเรา แห่งขุนเขาใต้บาดาล ถิ่นฐานแห่งนิรันดร์...เสียงดนตรีทั้งทำนองและเนื้อร้องก็ดังออกมาอย่างชัดเจน มันเป็นบทเพลงอันไพเราะอย่างที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน  

End

               

                

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Iccyrose จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น