[BTOB] C.U.B.I ทีมสอบสวนสุดป่วน

ตอนที่ 9 : C.U.B.I - ท่าเรือ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

[ท่าเรือ ตอนที่ 2]


“พี่...ผม...”


เสียงแผ่วลอดผ่านเสียงหอบหนัก เรียกให้อีกคนสนใจก่อนจะเอ่ยตอบ


“ทนหน่อย...จะถึงแล้ว...”


“...ไม่ไหวแล้ว--”


“ทนหน่อย...”


อีกเสียงเอ่ยปลอบหวังให้อีกคนผ่อนคลาย แต่สุดท้าย...


“มะ...ไม่ไหวแล้ว-- อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่เดินแล้วววว”


ว่าแล้วเจ้าตัวก็ทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นพร้อมโยนของที่แบกมาไว้ข้างตัว คนที่มาด้วยกันก็ได้แต่มองหน้ากันยิ้มอ่อน อิลฮุนเงยหน้ามองทั้งสองคนที่มาด้วยหน้ายุ่งๆ ก่อนจะหันกลับไปมองทางที่ตัวเองเดินมา ทางเดินที่เหมือนจะไม่ได้สร้างไว้ให้คนเดิน ตลอดทางก็เต็มไปด้วยต้นไม้ เสียงนกร้องตลอดทาง บางครั้งก็เหมือนได้ยินเสียงสิงสาราสัตว์ เห็นแล้วก็ได้แต่ถามตัวเองว่า เขามาทำอะไรที่นี่  แต่ถ้าจะให้ย้อนว่าเขามาทำอะไรที่นี่มันก็ได้ย้อยโทษตัวเองนั่นแหละ


+++++++++++++++++++++++++


“อิลฮุน นายพอจะมีเวลาว่างสักสองถึงสามชั่วโมงต่อวันไหม...”


“เอ่อ...งานผมยุ่งอยู่แล้ว ผมไม่ทำงานออนไลน์เพิ่มหรอกนะครับ”


เขาเลิกคิ้วกับประโยคที่เหมือนโฆษณาคลิกเบท เลยตอบกลับไปเหมือนเวลาปิดหน้าจอโฆษณานั้นทิ้ง แต่พีเนียลก็ยังคงมองกลับมาตาปริบๆเหมือนรอคำตอบจากเขาอยู่


“คือมันก็จะมีเวลาของการฝึกที่ผมไม่ได้ใช้เหลืออยู่แต่...”


“ฉันอยากให้นายมาฝึกที่มันแอดวานซ์ขึ้น นายมีพรสวรรค์ ถ้าได้รับการสอนนายอาจจะทำมันได้ดีเลยก็ได้”


“เอ่อ...”


ตอนนี้ไม่ใช่แค่สายตาลูกหมาที่ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าแต่ดูเหมือนพีเนียลจะใส่ฟีเตอร์อ้อนนิดๆมาด้วย พอจะหันไปหาคนอื่นเพื่อขอความคิดเห็นก็กลายเป็นว่าทุกคนมองกลับมาด้วยสายตาเดียวกันหมดเลยคือ คาดหวังว่าเขาจะไปฝึกกับพีเนียล ปกติเขาจะปฏิเสธอะไรตรงๆนะ แต่พอกับสมาชิกทีมแล้ว...


“อยากให้ใครไปเป็นเพื่อนไหมล่ะ”


พีเนียลเสนอเมื่อเห็นอิลฮุนเหมือนไม่อยากไปคนเดียว อิลฮุนมองหน้าพีเนียลก่อนจะหันกลับมามองตัวเลือกที่เหลือทุกคนดูเต็มใจที่จะไปกับเขา แน่ล่ะ ไม่ได้ทำงานเอกสาร จะให้ไปที่ไหนก็ยอม พี่ชางซอบ พี่ฮยอนซิก ซองแจ ใครดีล่ะที่จะเป็นผู้โชคดีได้ไปฝึกกับเขา


ซองมองเหล่าพี่ๆที่ตอนนี้ถือเป็นคู่แข่งของเขา ก็ไม่ได้อยากไปนักหรอก แต่ก่อนลงมาเห็นกองเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะพี่อึนกวังแล้ว...ไปฝึกกับพี่อิลฮุนน่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่า ในหัวคิดอย่างรวดเร็วว่าจะทำยังไงให้ตัวเองได้ไป


“พี่ฮยอนซิกคงไปไม่ได้ ฝ่ายเทคนิคเราเหลือแค่พี่”


ฮยอนซิกหันขวับไปมองก่อนจะทำหน้าตึงใส่รุ่นน้องตัวแสบที่ตัดขาเขาตั้งแต่เริ่ม


“ได้เลยซองแจ อย่าให้ถึงตาฉันบ้างนะ”


ซองแจเผลอกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ ยิ้มหวานให้รุ่นพี่ก่อนจะเดินหลบไปอยู่ด้านหลังคู่หูตัวเอง ทำอย่างกับตัวเองจะหลบมิด


“งั้นก็เหลือฉันกับนายแล้วล่ะสิ ตัดสินยังไงดีล่ะ เป่ายิ้งฉุบ?”


“พี่แพ้แน่”


“นั่นปากเรอะ! เดี๋ยวเหอะ ถ้านายแพ้ฉันจะหัวเราะอัดหน้านาย”


“มาดิ๊! มาเลย แล้วจะรู้ว่าใครกันแน่จะได้หัวเราะอัดหน้า เป่ายิ้งฉุบ!!!!”


+++++++++++++++++++++++++


เข้ายังจำเสียงหัวเราะของซองแจกับเสียงโอดครวญของพี่ชางซอบได้อยู่เลย แต่มันไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ ทำไมเขาต้องมาลำบากลำบนเดินเท้ามา...ไม่รู้ไม่ได้นับว่ากี่กิโลแล้ว แถมยังต้องมาแบกไอ้สัมภาระที่ขนาดใหญ่เกือบจะทับตัวเขาได้นี่อีก เขาปาดเหงื่อที่ปกติมันจะไม่ได้ออกมาเยือนโลกภายนอกนักทิ้ง ก่อนจะรับน้ำจากพีเนียลมากระดกอึกใหญ่


“พี่พีเนียล นี่เราจะมาเข้าค่ายกันหรือยังไงครับ ทำไมถึงต้องแบกของมาเยอะแยะแบบนี้”


“จะว่างั้นก็ได้นะ”


“ห๊ะ???”


พีเนียลว่าด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ ก่อนจะหันไปหารุ่นน้องที่เบิกตาแทบจะถลนออกมา เขาขมวดคื้วแปลกใจที่อีกฝ่ายไม่รู้


“อ้าว ซองแจไม่ได้บอกเหรอว่าเราจะค้าง”


“ห๊ะ??”


“ห้าวัน”


เป็นซองแจบ้างที่ต้องเจออิลฮุนถลึงตาใส่ น้องเล็กสุดเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ก็ทำหน้าแสร้งตกใจก่อนจะอธิบายเสียงรู้สึกผิด


“อ๋า...คือผมมัวแต่เถียงกับพี่ชางซอบ เลยไม่ได้บอกพี่เรื่องนี้”


“...นาย...นายหลอกฉันยุกซองแจ นายบอกว่าไปกลับ เอาเสื้อผ้าไปเยอะหน่อยเพราะอาจต้องเปลี่ยนบ่อย สรุปมันคือค้างห้าวัน? นายนี่มันเจ้าเล่ห์ได้โล่เลย! แล้วเวลาว่างสองถึงสามชั้วโมงกับผีน่ะสิครับพี่พีเนียล!”


พีเนียลเห็นรุ่นน้องหัวร้อนก็หัวเราะน้อยๆ พยามหาคำอธิบายให้อีกฝ่ายใจเย็น


“เอาน่า มันคือเอาสองถึงสามชั่วโมงของแต่ละวันมารวมๆกันไง เอาล่ะ เดินกันต่อเถอะ จะถึงแล้ว”


“พี่พูดแบบนี้มาสามรอบแล้ว และครั้งสุดท้ายมันคือหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว...”


“ฮ่ะๆ จะถึงแล้วจริงๆ มาเถอะ”


พีเนียลว่ายิ้มๆก่อนจะออกเดินนำหน้าทั้งสองคนไป อิลฮุนถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนยกตัวเองลุกขึ้นยืน ซองแจช่วยเขาเอาสัมภาระขึ้นหลังเดินตามพีเนียลที่ดูไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย เห็นแล้วก็อดบ่นอีกไม่ได้


“อึดถึกอย่างกับทหารแบกปืน”


“ก็พี่เขาเป็นทหารเก่า...”


“เออว่ะ...”


บางครั้งเขาก็ลืมไปว่าพีเนียลเป็นทหาร...ก็ดูหน้าสิ...ลูกหมาซะขนาดนั้น…


เราเดินกันไม่ถึงสิบนาที เป็นอย่างที่พีเนียลบอกว่ามันจะถึงแล้วจริงๆ ถึงแม้จะเป็น ‘จะถึงแล้ว’ มาตลอดทางก็เถอะ ภาพตรงหน้าเขาปรากฎบ้านไม้สีน้ำตาลเข้มหลังหนึ่ง มันไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็ไม่เล็กมาก กะด้วยตาเปล่าก็น่าจะประมาณ ห้าสิบตารางวา เดินไปอีกหน่อยก็จะเห็นเป็นวิวเขาที่ซ้อนทับกันไปมา เขามองสำรวจต่อ เห็นโรงรถที่มีรถกระบะเก่าๆคันนึงจอดทิ้งไว้ ตอไม้ด้านบนมีขวานปักไว้ พร้อมฟืนที่ดูเหมือนยังผ่าไม่เสร็จกองอยู่ข้างๆ


โฮ่งๆๆ


อีกเสียงเรียกความสนใจผู้มาใหม่ได้เป็าอย่างดี ลาบราดอร์สีน้ำตาลเข้มวิ่งมาทางพวกเขาอย่างไม่ลังเล ก่อนจะกระโดดใส่คนที่อยู่ใกล้ที่สุด ผู้โชคดีไม่ใช่ใครที่ไหน อิลฮุนนั้นเอง ด้วยความที่สัมภาระที่หนักอยู่แล้ว แล้วเจ้าหมานี่ก็ไม่ได้ตัวเล็กๆ อิลฮุนเลยแทบหงายหลัง ดีที่ว่าได้รุ่นน้องช่วยพยุงไว้


“โว้วๆ แฮมสเตอร์ ระวังหน่อย”


พอได้ยินเสียงพีเนียลเรียก เจ้าหมาก็ละความสนใจจากเขาไปกระโดดใส่อีกคนแทน อิลฮุนกลับมาทรงตัวได้เหมือนเดิมก็ย่นคิ้วมองเจ้าหมานั่นอีกที


“แฮมสเตอร์?”


“ตอนมันเด็กมันตัวเล็กกว่าเพื่อนน่ะ เลยเรียกมันแฮมสเตอร์”


พีเนียลอธิบายพลางลูบหัวลูบหางเจ้าหมา ก่อนจะเดินเข้าไปทักทายคุณลุงที่เหมือนเป็นที่ดูแลที่นี่ คุยอะไรกันอีกไม่นานพีเนียลก็กวักมือเรียกพวกเขาให้เข้าไปทักทายแล้วเก็บของเข้าบ้าน ภายในจัดแต่งดูโอเค ของต่างๆดูเก่า แต่ก็ถือว่าสะอาดเรียบร้อยอยู่ได้ แต่ให้อยู่นานก็ไม่เอามันไม่ได้สะดวกสบายขนาดว่าจะมาตากอากาศได้ บ้านมีสองชั้น คุณลุงผู้ดูแลบอกให้เราเอาของไปเก็บไว้ด้านบน


ชั้นสองไม่ค่อยจะมีอะไรหวือหวา อันที่จริงเขาคิดว่าคงได้เห็นหัวกวางหรือหัวเสือเป็นเครื่องประดับห้อง ก็บ้านมันเหมือนกับที่พักพรานอะไรแบบนั้น แต่กลายเป็นว่ามันธรรมดากว่าที่คิด ธรรมดาจนเขาประทับใจในความธรรมดานี่ก็ว่าได้ เราเดินกันไปจนถึงห้องๆหนึ่ง มันจัดด้วยเฟนิเจอร์ง่ายๆ เตียงใหญ่พอนอนได้สองคน และโซฟายาวอีกตัว โต๊ะกับเก้าอี้หนึ่งชุด ตู้เสื้อผ้าเก่าๆที่เอาไว้เก็บหมอนเก็บผ้าห่ม นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว อ่าใช่...ห้องน้ำในตัว...แค่นี้แหละ พีเนียลยิ้มให้พวกเราทำท่าทางเชิญให้เราเข้าไปในห้อง


“เราต้องนอนห้องเดียวกันนะ”


“ผมคิดไว้แล้วล่ะ”


“ฉันจองโซฟา”


ว่าแล้วพี่คนโตสุดในตอนนี้ก็โยนทุกอย่างลงบนโซฟา และแน่นอน ทั้งอาทิตย์นี้เขาต้องนอนกับรูมเมท...ไม่สิ เพื่อนร่วมเตียงคนใหม่ เขาถอนหายใจแรงๆทิ้งไปทีนึง จนพีเนียลหันมาถามขำๆ


“อะไรกัน ทำอย่างกับไม่เคยนอนด้วยกัน”


“ก็เคย แต่เพราะแบบนั้นแหละครับ ถึงไม่อยากนอนด้วยอีก”


“เอาน่า ถือว่ารำลึกความหลังไงครับ”


“กับผีน่ะสิ”


ซองแจหัวเราะกลับมาก่อนจะเดินไปรื้อของในกระเป๋าออกมาวางบ้าง วันนี้กว่าเราจะมาถึงที่พักก็เกือบเย็นๆแล้ว ยังไงวันนี้พี่พีเนียลคงไม่ใจร้ายให้เขาไปฝึกเลยหรอก


“ก็พักผ่อนกันตามสบายนะ วันนี้ฉันยังไม่ให้นายไปฝึกหรอก”


“ไม่ได้อะไรนะพี่ ว่าแต่ทำไมต้องมาไกลขนาดนี้ด้วยสนามฝึกธรรมดาทั่วไปในเมืองก็มี”


“มันไม่เหมือนกัน”


“ยังไงครับ?”


“เอาน่า ถือว่ามาพักผ่อนด้วย”


อิลฮุนมองพีเนียลด้วยสีหน้าประมาณว่าล้อเล่นใช่ไหมก่อนจะหันไปมองซองแจที่กำลังจัดของอยู่ เจ้าตัวไม่ได้พูดอะไรเพียงยักไหล่ให้แทนคำตอบว่าก็ตามที่พี่พีเนียลพูด อิลฮุน กรอกตายอมรับชะตากรรมอย่างเสียไม่ได้ เจ้าตัวยอมปลงแล้วหันไปจัดของออกจากกระเป๋าตัวเองบ้าง


“ไม่มีไวไฟนะอิลฮุน”


“ครับ...ผมทำใจไว้แล้วล่ะ”


“แต่มีสัญญาณโทรศัพท์ครับ”


“จริงดิ”


“ครับ พอผมเช็คโทรศัพท์แชทมันก็เด้งขึ้นมา”


ซองแจหันจอโทรศัพท์มาให้เขาดู บนหน้าจอปรากฎห้องแชทส่วนตัวของอีกฝ่ายกับคนที่เขาคุ้นเคย แทบจะสำลักอากาศเมื่อเห็นเนื้อความที่ส่งมา


‘ซองแจอยู่ไหนแล้ว คิดถึง >o<~’


“พี่ชางซอบแกกินยาผิดเหรอ แล้วอีโมจินั่นมันอะไร”


“ผมก็ว่างั้น”


ถึงปากจะว่าแบบนั้นแต่ตัวเองก็ก้มลงตอบข้อความกลับตั้งนานสองนาน บางทีเจ้าเด็กนี่มันก็น่าเอาไปหาหมอผีให้ไล่ผีซึนออกจากร่างมัน


จะว่าไปฝั่งทางโน้นจะเป็นยังไงบ้างนะ แลปก็มีแต่พี่ฮยอนซิกดูแล จะไหวไหม ถ้าได้น้องๆมาช่วยดูก็ดีสิ แถมมีคดีใหม่เสียด้วย…


“หวังว่าทางโน้นคงไม่มีปัญหาอะไรนะ”


เสียงพีเนียลเรียกให้อิลฮุนสนใจ เขายิ้มบางๆให้พี่ก่อนมองออกไปนอกหน้าต่าง


“ผมก็หวังให้เป็นแบบนั้น”


+++++++++++++++++++++++++


“โอเค สรุปเคสที่ทำร่วมกับ Y.G.I ก็ให้สรุปแล้วส่งไปให้ฝั่งโน้นทำไปเลย ส่วนคดีขนของเถื่อนที่ทำร่วมกับ J.Y.P.I จะมีประชุมเรื่องทีมที่จะทำงานร่วมกันตอนบ่ายนี้ เพราะฉันกับอึนกวางต้องไปประชุมที่สำนักงานใหญ่อีกแล้ว เพราะฉะนั้น ก็เหลือแค่พวกนายสองคน ฝากด้วยนะ”


“ครับ”


“....”


สายตาทั้งหมดหันไปหาคนๆเดียวที่ยังไม่ขานรับอย่างเคย ชางซอบแทบจะไม่มีปากมีเสียงมาตั้งแต่เริ่มประชุมแล้ว คนเป็นเป้าสายตาก็ไม่ได้รับรู้อะไร ยังคงขมวดคิ้วอ่านเอกสารที่ต้องใช้สำหรับประชุมตอนบ่ายนี้ อันที่จริงทั้งวันแทบไม่ได้ยินเสียงเลย ซึ่งปกติต้องได้ยินเสียงตั้งแต่เช้าคู่กับ...อ่า เพราะแบบนี้เองสินะ ทุกคนเหลือบมองกัน ก่อนที่มินฮยอกจะเป็นคนเริ่มเปิดบทสนทนาขึ้นมาใหม่


“ชางซอบอ่า ฉันรอคำตอบอยู่นะ”


“ฮะ...อ่อ...ครับ ผมกับฮยอนซิกจะไปเอง”


ว่าแล้วเจ้าตัวก็ก้มลงไปอ่านเอกสารต่อ ใช้ปากกาวงโน่นนี่ ทำงานต่อทันที พวกเขามองหน้ากันอีกครั้ง มินฮยอกใช้แขนดุนอึนกวังให้เป็นฝ่ายพูดบ้าง อึนกวังชี้ตัวเองก่อนจะกระแอมเล็กน้อยแล้วค่อยถามขึ้น


“ช่วงนี้...ทำงานหนักไปหรือเปล่าชางซอบ”


“ก็มีกันแค่นี้ เลยต้องทำเพิ่มหนิครับ แถมพวกพี่ช่วงนี้ก็ประชุมซะถี่ยิบ”


จากความเป็นห่วงกลายเป็นรู้สึกผิดอีกที่ปล่อยให้รุ่นน้องต้องทำงานเพิ่ม มินฮยอกส่ายหัวให้กับความล้มเหลวที่จะดึงเข้าเรื่องก่อนจะเปลี่ยนไปมองที่ฮยอนซิกให้เป็นฝ่ายบุกบ้าง รุ่นน้องเหลือบมามองแปบเดียวก่อนจะยิงคำถาม


“คิดถึงซองแจเหรอครับ”


ดูเหมือนว่ามันจะยิงถูกเป้าไปหน่อยนะ มินฮยอกกับอึนกวังมองรุ่นน้องตัวเองตาแทบถลน ส่วนคนที่ถูกถามก็ชะงักกึก หยุดงานที่ตัวเองทำอยู่ทันที ชางซอบที่ขมวดคิ้วทำหน้าตึงเงยขึ้นมาหาพวกเขา คงตอบปฏิเสธแบบแข็งขันเหมือนที่ชอบทำนั่นแหละ แต่…


“อืม...เหงาอ่ะ~”


กลายเป็นว่าเจ้าตัวกลับทำหน้างอแล้วตอบพวกเขากลับมาเสียงอ่อยๆแทน เป็นอะไรที่สร้างความประหลาดใจให้กับสมาชิกที่เหลือไม่มากก็น้อย


“ซองแจไปได้สามวันเองครับ เหงาแล้วเหรอ”


“ลองคิดถึงนายต้องอยู่กับคนๆเดียวแล้วเถียงกันตลอดสิ วันนึงมันไม่อยู่อ่ะ โคตรแปลกเลย”


“พี่กลับไปเหมือนตอนก่อนมีซองแจเลย ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียว โคตรเข้ม”


ฮยอนซิกว่าก็เก๊กหน้าขมวดคิ้วกอดอกเลียนแบบชางซอบในสมัยก่อน เจ้าตัวได้ยิ้มเขินทำเสียงอ่อยปฏิเสธว่าไม่ใช่สักหน่อย รุ่นพี่อีกสองคนเลยเสริมทัพ


“ฮ่าๆๆ ใช่ๆ เหมือนก่อนเขาเข้าใจผิดว่าชางซอบเป็นหัวหน้าทีมด้วยแหละ”


“ร่างบอสๆ ฮ่าๆๆๆ”


“เปล่าน้า~”


ทุกคนหัวเราะเอ็นดูให้กับท่าทางอีกฝ่ายไม่เว้นแม้แต่คนที่เด็กกว่า ฮยอนซิกยิ้มก่อนจะนึกถึงช่วงเวลาเมื่อก่อน ในตอนที่ยังมีกันอยู่สี่คน พี่ชางซอบเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากอยู่แล้วในหมู่ตำรวจด้วยกัน ด้วยความที่พี่แกจบมาคะแนนสูง รุ่นพี่รุ่นน้องรู้จักก็จะคิดว่าเป็นคนดูโหดๆ แล้วพี่ก็ไม่คิดจะไปตีซี้ใครก่อน กว่าเขาจะรู้กันว่าไม่ใช่คนแบบนั้น แกก็โดนเล่าโดนลือความโฉดไปโน่นแล้ว


“เอาล่ะๆ ไม่แกล้งแล้ว ไปทานข้าวแล้วเตรียมตัวเถอะ พวกฉันก็จะไปแล้วเหมือนกัน”


“ครับ”


อึนกวังกับมินฮยอกเก็บเอกสารที่จะเป็นแล้วเดินออกไป เหลือเพียงสองคน จากทีมที่มีกันเจ็ดคน เสียงดังครื้นเครง พอเหลือกันอยู่แค่นี้...มันก็เหงาไม่ใช่น้อย มันเหงาอย่างที่ชางซอบบอกจริงๆนั่นแหละ


“ไปทานข้าวที่ร้านที่พี่แอบไปกับซองแจบ่อยๆไหมครับ”


“ไม่ได้แอบไปสักหน่อย-- อ่ะ...”


ฮยอนซิกยิ้มให้รุ่นพี่ที่ทำปากบึนใส่เพราะเผลอหลุดออกมาว่าไปกับซองแจสองคน เขาเดินกลับไปที่โต๊ะ เก็บเอกสารที่จำเป็นและสะพายกระเป๋าเดินออกไปพร้อมรุ่นพี่ตัวเอง หลังจากทานข้าวกันเสร็จพวกเขาก็ตรงไปที่สำนักงานของ J.Y.P.I พอเดินเข้าไปก็เจอเจ้าหน้าที่สองคนยืนยิ้มให้พวกเขาอยู่


“สวัสดีครับ เจ้าหน้าที่พิเศษลีกับเจ้าหน้าที่พิเศษอิมจาก C.U.B.I ใช่ไหมครับ”


“ใช่ครับ”


“ผมเจ้าหน้าที่พิเศษกันต์พิมุกนี่คู่หูของผมคิมยูคยอมครับ”


พวกเขายื่นมือไปจับเจ้าหน้าที่ทั้งสองคน เอาจริงๆแล้วการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานเพิ่งมีได้ไม่นานนี้ เรายังเลยไม่ค่อยรู้จักคนทางฝั่งนี้เท่าไหร่ นี่ก็เป็นครั้งแรกจริงๆที่ได้ทำงานกับเจ้าหน้าที่ของอีกฝั่ง


“สวัสดีครับ ผมลีชางซอบ ส่วนนี่อิมฮยอนซิก”


“มาครับ เราจะพาพวกคุณไปที่ประชุม”


คนที่ชื่อเหมือนชาวต่างชาติทำมือทำไมโบกให้เราตาม สองคนนี้ดูเหมือนจะเด็กกว่าพวกเขาทั้งท่าทางที่กระฉับกระเฉง ทำให้ดูเหมือนพวกเด็กใหม่ไฟแรง เห็นแล้วก็นึกถึงตัวเองสมัยก่อน...ที่นานมาแล้ว…


ทั้งสองคนนำพวกเขาไปที่ห้องกระจกที่มีสีเทาทึบกั้นเป็นบางส่วน ก่อนผายมือให้พวกเขาเข้าไปก่อน ด้านในเป็นโต๊ะแบบหันหน้าเข้าหากัน มีผู้มาก่อนแล้วอยู่ ฝ่านนั้นหันหน้ามาทางเขาก่อนจะยิ้มให้


“สวัสดีครับผม เจ้าหน้าที่สุดพิเศษ หวังแจคสัน”


ชางซอบยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำแนะนำตัวของอีกฝ่าย ท่าทางที่มั่นใจทุกท่วงท่า และสำเนียงต่างประเทศ ทำให้เขารู้สึกถูกใจอีกฝ่าย เขายื่นมือไปจับก่อนเอ่ยทักทายก่อนจะนั่งที่ที่ทางฝ่ายนั้ยจัดให้


“วันนี้หัวหน้าทีมเราไม่อยู่ผมขอรับหน้าที่ดำเนินการประชุมแทนนะครับ”


แจคสันพูดด้วยน้ำเสียงดูกระตือรือร้น แต่ดูเหมือนจะเป็นลักษณะของเจ้าตัวอยู่แล้ว เห็นแล้วก็อดตื่นเต้นตามไม่ได้ แจคสันแจกเอกสารแบบรีบๆก่อนเดินไปอยู่หน้าโปรเจคเตอร์ ส่วนคู่หูสองคนที่นั่งได้ที่ก็คุยเล่นอะไรกันสองคนก็ไม่รู้ พอจะเริ่มประชุมถึงหันกลับมาสนใจ


“พวกคุณคงรู้แล้วว่าท่าเรือที่จะมีการขส่งอาวุทอยู่ที่ท่าเรือxyz และแผนที่ใช้คือการที่ทางเราจะเป็นฝ่ายล่อและเข้าควบคุมจับกุม โดยมีทีมของคุณเป็นคนเข้าตรวจค้นยาเสพติดในภายหลัง”


“ครับ เราจะเป็นฝ่ายอยู่เป็นทีมช่วยเหลือ คอยคำสั่งจากฝั่งคุณเท่านั้น”


“ผมรู้ว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างกระอักกระอ่วนที่ให้พวกคุณมายืนเฉยๆ เราก็เกรงใจคุณที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่เพราะเบื้องบน...”


แจคสันพูดด้วยน้ำเสียงเสียใจสุดซึ้งและทำหน้าตาประกอบไปด้วย มันเลยดูตลกมาก แต่ชางซอบก็พยามกลั้นไว้แล้วตอบกลับ


“ไม่เป็นไรพวกผมเข้าใจ--”


“แต่มันจะไม่เป็นแบบนั้นแล้วครับ!”


ทั้งฮยอนซิกต่างสะดุ้งกับเสียงตะโกนพร้อมกับเสียงตบโต๊ะของแจคสัน ไม่ใช่แค่พวกเขา อีกสองคนที่เหมือนจะหลับก็สะดุ้งขึ้นมาเหมือนกัน


“เพราะว่าตอนนี้เราจะได้ร่วมปฏิบัติการด้วยกันอย่างจริงจังแล้วครับ!”


เขากับฮยอนซิกไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเหลือบตามองกันแบบงงๆ แล้วก็เหลือบไปมองอีกสองคนที่เหลือด้วย แต่สองคนนั้นก็แค่ยิ้มกลับมาประมาณว่า ใช่แล้ว ได้ยินถูกต้องแล้ว


“เอ่อ...พวกผมยัง...ไม่ค่อยเข้าใจนัก”


“ง่ายๆครับ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ทีมของพวกคุณจะได้ร่วมปฏิบัติการกับเราในทุกๆด้าน ทั้งภาระกิจนอกเครื่องแบบ ตรวจพื้นที่ วางแผน จนถึงการปฏิบัติการในงานจริง เรายินดีที่ได้ร่วมงานกับพวกคุณครับ”


ว่าแล้วเจ้าตัวก็ยื่นมือมาหาเหมือนทำท่าจะจับมือพวกเขา แต่พวกเขายังอึ้งเกินกว่าจะตามอะไรทัน


ร่วมในปฏิบัติการใน ‘ทุกด้าน’ งานเหรอ


นี่พวกเขากำลังโดนเบื้องบนสาดงานใส่ใช่ไหม...


+++++++++++++++++++++++++++


ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยอมรับผิดแบบไม่เถียงใดๆทั้งสิ้นว่าดองเรื่องนี้โดยสมบูรณ์


ขอโทษค่ะ และก็ขอบคุณค่ะที่ยังคงตามอ่านเรื่องนี้อยู่แม้ว่าเราจะผีเข้าผีออกเขียนไม่เขียนอยู่แบบนี้ ขอบคุณจริงๆค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #35 btrkp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 13:34
    ฮือออ เห็นจากการหายไปนานแบบนี้เราก็ทำใจไว้แล้วค่ะว่าเรื่องนี้คงไม่ได้อัพบ่อยๆแล้ว ฮือออ จนิงๆก็แอบทำใจไว้ตั้งแต่ตอนแรกที่ไรท์เตือนแล้วค่ะ555 แต่ก็แอบเศร้าอยู่ดี แงงงง ตอนที่เห็นว่าเรื่องนี้อัพนี่แทบเกือบยั้งกรี๊ดไว้ไม่อยู่เลยค่ะ5555 เพราะทุกทีว่างๆก็เข้ามาเช็คแต่ก็ไม่ได้มีตอนใหม่ แต่พอวันนี้มีตอนใหม่ขึ้นมาเลยตกใจมาก แทบกรี๊ด555 นี่คืออยู่ดีๆก็สลับคู่แฮะ ชิกซอบก็กร๊าวใจอยู่นะ อุอิ แต่เราก็ยังรอเด็กยุกอยู่เสมอ รีบๆกลับมาน้า ตอนนี้ก็สนุกมากค่า ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    #35
    0
  2. #34 กชกรร (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 06:00

    ยยอมใจความสาดงานจากเบื้องบนจริงๆ55555

    #34
    0
  3. #33 kookkaiCS (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 02:43
    ฮื่ออออ ดีใจ ไรท์มาอัพฟิคแล้ว
    พี่ซอบหงอยเลย ไม่มีน้องยุกคอยกวน สงสาร
    #33
    0