[BTOB] C.U.B.I ทีมสอบสวนสุดป่วน

ตอนที่ 8 : C.U.B.I - ท่าเรือ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

[ท่าเรือ ตอนที่ 1]


“ขาก็ตั้งยาว เตะมาให้โดนหน่อยสิโว้ย!”


เสียงตะโกนเถียงกันดังสลับกับเสียงตุบตับของการฝึกต่อสู้ประชิดดังไปทั่วลานฝึกของสำนักงาน คู่ที่กำลังฝึกซ้อมกันอยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แค่ได้ยินเสียงเถียงกันก็รู้แล้วว่าคู่ไหน ซองแจดึงขาตัวเองกลับมาก่อนจะตะโกนเถียงกลับ


“ก็ไม่หลบดิวะ!”


“ไม่หลบก็โดนนายเตะสิโว้ย!”


“ตกลงจะให้เตะโดนหรือไม่โดนวะ!”


ว่าแล้วเจ้าขายาวๆนั่นก็ตวัดเตะอีกครั้งแต่แทนที่จะเก็บกลับไปเหมือนเดิมเจ้าตัวกลับหมุนตัวแล้วตวัดขาอีกข้างเตะอีกครั้ง คนตั้งรับที่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะเตะเพียงครั้งเดียวเลยไม่ได้เตรียมตัวหลบ แขนขาวนั่นจำต้องยกขึ้นตั้งรับแรงขาที่อีกฝ่ายเตะมา


ซองแจยกยิ้มมุมปากให้คู่ต่อสู้อย่างท้าทาย ส่วนฝ่ายที่เล่นๆรับๆเมื่อกี้พอโดนเตะเข้าไปก็อะดีนาลีนเริ่มหลั่ง ทั้งสองมองหน้ากัน เดินออกจากกันก่อนเว้นระยะห่างดูเชิงคู่ต่อสู้ ซองแจกระโดดออกมาแล้วทำท่าทางคล้ายรำมวยจีนแบบมั่วๆก่อนพูดประโยคหนังจีนสุดคลาสสิกที่ทำเอารุ่นพี่ที่นั่งดูอยู่ข้างนอกลานหัวเราะจนตาปิด


“เจ้าฆ่าพ่อข้า อีชางซอบ!”


“เอางี้เลยนะซองแจ”


“อย่าเสียเวลา วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!”


“ได้ยุกซองแจ ได้ ”


พอจบประโยคคนน้องก็พุ่งเข้าใส่คนพี่ทันที คนพี่หลบอย่างง่ายได้ก่อนจะสวนหมัดซ้ายเข้าไป ซองแจยกแขนรับได้ทันท่วงทีก่อนสวนหมัดกลับไปเช่นกันแต่ก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ตามเคย ขณะที่กำลังจะปล่อยอีกหมัดเพื่อทำดาเมทอีกครั้ง เสียงเตือนจากคู่ต่อสู้ก็ทำให้เขาชะงัก


“อย่าเว้นขวา!”


“อัก!!!”


ไม่ทันที่จะยกแขนขึ้นมาป้องกัน หมัดขวาของคนตรงหน้าก็สวนกลับมากระแทกที่สีข้างอย่างจังก่อนที่คู่ต่อสู้จะหมุนตัวหลบไป เขาทรุดลงกับพื้นเอามือกุมสีข้างที่โดนชกเมื่อกี้ แรงที่ชกมาไม่ได้น้อย แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เขาลุกขึ้นมาอีกไม่ได้ อันที่จริงต้องขอบคุณคู่ต่อสู้ของเขาที่เอ่ยเตือนก่อน เขาถึงได้เกรงรับ เลยไม่เจ็บมาก


“นายเว้นขวาตลอดเลย บอกกี่ครั้งแล้ว”


เสียงตำหนิดังมาจากด้านหลังเจ้าตัวกำลังกระชับถุงมือที่ใช้ฝึกให้แน่นขึ้น ก่อนจะเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองเขา พี่ทำหน้าเหมือนครูฝึกตอนเขาเรียนอยู่โรงเรียนตำรวจไม่มีผิด


“เวลาสวนหมัดซ้าย--”


“อย่าลืมยกการ์ดขวา เข้าใจแล้วครับ”


“ท่องเป็นนกขุนทองได้ก็หัดทำบ้างสิ”


ซองแจพยักหน้าเรื่อยๆรับฟังคำบ่นจากรุ่นพี่ ก่อนจะลุกขึ้นมาตั้งการ์ดพร้อมสำหรับยกต่อไป ฮยอนซิกมองคู่หูคู่กัดฝึกซ้อมกันอย่างดุเดือด ซองแจเป็นเด็กเก่ง แต่ก็ยังต้องได้รับการสั่งสอนจากรุ่นพี่อยู่ เขายังจำครั้งแรกที่เห็นซองแจกับพี่ชางซอบมาฝึกด้วยกันได้อยู่เลย...ไม่สิ อย่าเรียกว่าฝึกเลย ตอนนั้นตกใจจริงๆที่เห็นเด็กนี่ท้าพี่ชางซอบ ก็ทำไงได้ ตอนแรกไม่ใช่จะรักกันดีแบบนี้สักหน่อย


“ฝึกกันอยู่เหรอครับ”


เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างตัว อิลฮุนอยู่ในเสื้อกาวน์กับแว่นตากลมที่เจ้าตัวมักจะใส่เวลาทำแลปหรือเขียนโปรแกรมอะไรในแลป หัวยุ่งๆนั้นบ่งบอกถึงว่าเพิ่งจะตื่นจากการงีบในห้องแลปมา


“ไง ฝึกด้วยกันไหม”


“ขอบาย”


เขายิ้มให้รุ่นน้องตัวเอง เจ้าตัวอ้าปากหาววอดใหญ่ก่อนนั่งลงข้างๆเขาแล้วมองไปยังสองคนที่กำลังต่อยตีกันอย่างสนุกสนาน


“พี่ไม่ฝึกเหรอครับ”


“ไม่มีคู่น่ะ นายมาเป็นคู่ฝึกให้หน่อยสิอิลฮุน”


“ไม่เอาล่ะครับ”


“น่า อีกหน่อยนายก็ต้องไปสอบเอาตรานะ มาเถอะ”


อิลฮุนมองรุ่นพี่อย่างอ่อนใจ ทั้งที่เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมใคร แต่กับคนนี้ไม่รู้ทำไม ต้องยอมทำตามทุกที มันหลายความรู้สึก ทั้งเคารพ ยอมรับ และเกรง...ไอ้อย่างสุดท้ายเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมีความรู้สึกนี้ แต่คนนี้บางครั้ง...บางครั้งเท่านั้น ที่เขาจะมีความรู้สึกนี้


“ก็ได้ครับ”


ฮยอนซิกยิ้มตาปิดก่อนเดินนำรุ่นน้องเดินเข้าไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ ด้วยความที่เขาอยู่ในชุดพร้อมจะฝึกอยู่แล้วทำให้ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก เพียงแค่ใส่ถุงมือก็พร้อมจะฝึกแล้ว


เขาเดินไปทางล๊อคเกอร์ของอิลฮุน เจ้าตัวเหลือบมองเขาแปบเดียวก่อนจะหันกลับไปถอดเสื้อกาวน์และเสื้อตัวในอีกตัวออก ผิวขาวเผยออกมาให้เห็น มันเป็นผิวอย่างคนไม่ค่อยได้โดนแดด แต่ช่วงแขนเจ้าตัวเริ่มมีสีของการออกไปด้านนอกมากขึ้น อิลฮุนผอม แต่ไม่ได้แห้ง เจ้าตัวยังมีกล้ามเนื้ออย่างที่ควรจะมีอยู่ อิลฮุนต่างจากตอนแรกที่เขาเจอ ตอนนั้นทั้งแห้ง ซีด เหมือนผี ชอบสิงอยู่ในหลืบของแลป ต้องขอบคุณพี่อึนกวังที่เป็นคนไปเจอ รุ่นน้องคนนี้ถึงได้ออกมาเจอโลกภายนอก


“พี่มองแบบนี้ผมก็เขินเป็นเหมือนกันนะ”


“ฮ่ะๆ โทษที นึกถึงนายเมื่อก่อนน่ะ”


“อ่า...นั่นสิ เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันแฮะ”


อิลฮุนว่าพลางมองกระจกสำรวจตัวเองก่อนจะเอาเสื้อผ้าและอุปกรณ์การฝึกมาใส่กับตัว ไม่นานพวกเขาก็ออกไปยังลานฝึก คู่หูคู่กัดยังคงฝึกไปเถียงกันไปอย่างไม่แคร์อะไรทั้งนั้น แต่พอเห็นอิลฮุนกับฮยอนซิกเดินออกมาด้วยกันก็หยุดแล้วหันมาคุยกับทั้งสองคนแทน


“อู๋วววววววววววววว อิลฮุนมาฝึก”


“เงียบไปเลยพี่ชางซอบ”


อิลฮุนสวนทันทีก่อนจะยืดเส้นยืดสาย ซองแจพอเห็นว่าใครจะเป็นคู่ซ้อมกับรุ่นพี่ตัวเองก็ตกใจทำตาโต


“คู่พี่ฮยอนซิกเหรอครับ ไม่ดีมั้ง มาฝึกกับผมดีกว่า ปลอดภัยกว่าเยอะ”


“นายยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าฉันจะเอาคืนที่นายตีตูดฉัน!”


ว่าแล้วก็กระโจนหารุ่นน้องตัวเองอีกครั้ง ดูเหมือนว่าไอ้จากที่ฝึกกันอย่างดีตอนนี้มันก็แค่เด็กอนุบาลตีกัน ทั้งอิลฮุนกับฮยอนซิกละความสนใจจากคู่ประถมมาตั้งท่าเพื่อจะฝึกต่อสู้แบบประชิด


“พื้นฐาน จำได้นะ”


“ครับ”


“โอเค บุกมาเลย”


อิลฮุนผ่อนลมหายใจ ตั้งสมาธิก่อนเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย ฮยอนซิกพยักหน้าให้เป็นสัญญาณให้บุกเข้ามา อิลฮุนออกหมัดง่ายๆสองสามครั้งตามการต่อสู้ขั้นพื้นฐาน แน่นอนฮยอนซิกรับได้ตลอดและปัดป้องออกไปได้ทุกหมัด


“ใส่แรงหน่อยอิลฮุน หวังผลกว่านี้”


คนโดนฝึกเริ่มใส่แรงมากขึ้น จากตอนแรกที่ออกแค่ท่าพื้นฐานตอนนี้เจ้าตัวเริ่มใช้ท่าทางที่เพิ่มมากขึ้น มีการคิดเพื่อหวังผลให้สามารถทำดาเมทอีกฝ่ายได้ แต่ก็ด้วยความที่ประสบการณ์การต่อสู้นั้นต่างกัน การออกท่าของอิลฮุนแทบจะทำอะไรฮยอนซิกไม่ได้เลย อิลฮุนผละออก เขาหายใจหอบ ก่อนจะสบทออกมา


“โธ่เว้ย”


“ใจเย็น แรงของนายไม่เท่ากับฉัน แต่นายมีไหวพริบที่ดีกับความเร็วที่ใช้ได้ ลองใช้ประโยชน์จากมันดู”


อิลฮุนเงยหน้าขึ้นสบตาฮยอนซิกก่อนพยักหน้ารับ ทั้งสองยกการ์ดขึ้นมาพร้อมลุยยกต่อไป คราวนี้ฮยอนซิกเป็นคนบุกเข้ามาก่อน ดีกว่าอิลฮุนสังเกตได้ทันเลยหลบได้ แต่ไว้ใจได้ไม่นานรุ่นพี่ตัวเองก็บุกเข้ามาอีก คราวนี้เขาคิดว่าหลบไม่พ้นแน่ๆ จึงตั้งการ์ดรับ ขนาดว่าเขายกแขนทั้งสองข้างกัน ตัวเขาถึงกับเสียหลักหลุดออกไปจากท่าทางที่ควรจะเป็น และแขนทั้งสองข้างก็สั่นน้อยๆกับแรงต่อยนั่น


“อย่ารับแรงฮยอนซิก ยิ่งป้องกันยิ่งจะทำให้นายเสียหาย ใช้ความไวของนายให้เป็นประโยชน์สิ”


เสียงหนึ่งดังมาจากข้างลานฝึก มินฮยอกยืนกอดอกมองทั้งคู่อย่างประเมิณ คู่หูที่กัดกันเสร็จแล้วก็เดินมากินน้ำและนั่งพักอยู่ข้างๆมินฮยอก แล้วมองคู่ใหม่ที่กำลังอยู่บนลานแทน อิลฮุนมองผู้มาใหม่ก่อนจะพยักหน้ารับและตั้งสมาธิกับคู่ต่อสู้ด้านหน้าอีกครั้ง


ยกนี้อิลฮุนบุกก่อน เขาเหวี่ยงหมัดแต่ไม่หวังผล เพียงแค่ทำให้ฮยอนซิกไขว้เขวก่อนจะอ้อมไปด้านหลังเพื่อต่อยอีกครั้ง แต่ฮยอนซิกดันรับไว้ได้แล้วปัดออก อิลฮุนกลับมาตั้งหลักก่อนจะเข้าไปแบบเมื่อกี้อีกครั้ง กลยุติของอิลฮุนคือหลอกล่อและใช้จุดบอดในการโจมตี แต่เพราะฝีมือของฮยอนซิกยังไงก็เหนือกว่า กว่าจะทำให้พี่ฮยอนซิกเจ็บเขาต้องหมดแรงก่อนแน่ๆ ต้องทำในครั้งเดียว อย่างน้อยก็ทำให้อีกฝ่ายล้ม...ใช่ ต้องทำให้ล้ม


อิลฮุนหลบหมัดของอีกฝ่ายก่อนหมุนตัวหลบไปอยู่ด้านหลัง แทนที่จะเหวี่ยงหมัดเหมือนเดิม เจ้าตัวกลับย่อตัวลงไปตวัดขาเตะขาของอีกฝ่าย ฮยอนซิกที่นึกไม่ถึงก็เสียหลักไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับล้ม อิลฮุนเลยต่อยซ้ำลงไปอีกที ฮยอนซิกรับได้แต่เพราะอยู่ผิดท่าเจ้าตัวเลยล้มลง อิลฮุนที่เห็นอีกฝ่ายล้มลงก็ยกยิ้ม แต่ก็เหมือนจะเร็วไปที่จะยินดี เพราะความประมาท ฮยอนซิกที่อยู่ด้านล่างตวัดขากลับทำให้เจ้าตัวล้มลง แต่ฮยอนซิกก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดให้รุ่นน้องตัวเองหงายหลัง ถ้าแบบนั้นมันจะเจ็บ เขาดึงให้อิลฮุนล้มมาทางเขาแทน


“อูย...”


ฮยอนซิกร้องออกมาน้อยๆเมื่อร่างของอีกคนกระแทกเขากับอกตัวเอง อิลฮุนที่ยังมึนอยู่นิดหน่อยกระพริบตาถี่ๆก่อนดันตัวเองออกจากเบาะรองจำเป็น


“ไม่เป็นไรนะ”


“ครับ ขอบคุณมากที่ดึงผมไว้”


ฮยอนซิกยิ้มรับ อิลฮุนก็ยิ้มให้รุ่นพี่ของตัวเองเช่นกัน สิ่งหนึ่งที่เขาชอบที่สุดจากคนตรงหน้าก็คือความอ่อนโยนไม่ว่าจะกับใครนี้แหละ


“ตู๊ดตู่ดู๊ดตู๊ด ตู่ดู๊ดตู๊ด”


อิลฮุนหันไปตามเสียง พอเห็นก็กรอกตาหนึ่งรอบให้กับคู่หูอนุบาลติงต๊องนั่น สองคนนั้นกำลังตบมือเอียงซ้ายเอียงขวาตามจังหวะเพลงแล้วทำหน้าทำตาล้อเลียนพวกเขา พร้อมทำเสียงเพลงโรแมนติกประกอบ…


ยังมีหน้ามาล้อเขาอีก...ไม่ดูตัวเองเลย…


“ผมพลาดอะไรไปหรือเปล่า”


ฝรั่งของกลุ่มเดินมาหยุดตรงหน้าลานแบบงงๆ ในมือก็ถือเอกสารมาด้วย เจ้าตัวไล่มองไปที่ทุกคนก่อนมาหยุดอยู่ที่อิลฮุนกับฮยอนซิกที่กำลังช่วยกันลุกขึ้นยืน


“ผมพลาดจริงๆใช่ไหม”


“มากเลยล่ะพีเนียล”


“ตู๊ดตู่ดู๊ดตู๊ด ตู่ดู๊ดตู๊ด ฮ่าๆๆๆๆๆ”


แล้วสองคนนั่นก็ร้องขึ้นมาอีกครั้ง เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยจนนึกหมั่นไส้ ไม่ใช่แค่อิลฮุนที่คิดแบบนั้นแน่นอน คนอื่นก็เหมือนกัน มินฮยอกส่ายหน้าระอาสองคนนั้นก่อนหันมาหาอิลฮุนกับฮยอนซิก


“ดีขึ้นหนิอิลฮุน แต่นายยังเหนื่อยง่ายต้องลงมาฝึกบ่อยกว่านี้นะ ฮยอนซิกนายต้องเพิ่มความเร็วอีก แรงของนายฉันไม่ห่วงหรอก”


“ครับ”


ทั้งสองตอบครูฝึกประจำอย่างพร้อมเพียง


“อยู่กันครบก็ดีแล้วครับ เอกสารนี่มาส่งที่โต๊ะ ให้ตอบก่อนเย็นนี้ด้วย”


“คดีสินะ”


“ครับ”


“โอเค มารวมกันตรงนี้หน่อย จะคุยกันเลย”


มินฮยอกรับมาเปิดดูเอกสารคร่าวๆ ก่อนหันไปบอกพีเนียลให้แจกตัวสำเนาให้ทุกคนในทีม ทุกคนอยู่กันครบยกเว้นคนเดียว


“พี่อึนกวังล่ะครับ”


“วันนี้มีประชุมสำนักงานใหญ่ คนใหญ่คนโต หัวหน้าทุกทีมไปประชุมกันหมด”


“อ๋อ ประชุมใหญ่ ลืมไปเลยแฮะ”


ก็ว่าทำไมวันนี้มีเจ้าหน้าที่อยู่ไม่กี่คน รุ่นน้องหยุดกันบ้าง มีแต่พวกเราที่มากันเสียครบ คงเป็นความเคยชินที่ชอบสิงสำนักงานกันมาตั้งแต่เพิ่งเข้ามา


“ให้พี่อึนกวังอยู่คนเดียวเหรอครับ”


ถึงมินฮยอกจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งหัวหน้า แต่ด้วยการทำงานอะไรต่างๆทางสำนักงานยอมรับและอนุญาตให้เข้าร่วมประชุมอะไรใหญ่ๆตลอด ไปประชุมแทนก็ทำมาแล้ว


“เขาทำได้น่า ที่ฉันออกมาก่อนเพราะเราได้รับเรื่องแจ้งพิเศษจากผู้ใหญ่ให้ทำงานร่วมกับ J.Y.P.I เขาบอกว่าจำเป็นต้องใช้คนของเราด้วย”


“งานใหญ่เหรอครับ”


“ใช่ สายจากทางนั้นได้ข่าวการขนส่งอาวุทล๊อตใหญ่มาก”


ทุกคนรับและส่งเอกสารให้กัน ในนั่นมีเนื้อหาของคดี มินฮยอกให้เวลาทุกคนอ่านคร่าวๆ ก่อนจะเริ่มอธิบายเกี่ยวกับคดี


“สองเดือนก่อนทีมของทางโน้นได้ทำการสืบสวนการลักลอบขนอาวุท พบว่าเป็นการลักลอบผ่านมาจากรัxเซีย สายบอกว่ามันจะผ่านมาที่เราในอีกสองอาทิตย์ไม่เกิน อาจเร็วขึ้นหรือช้าลง ปฏิบัติการนี้ต้องใช้การวางแผนค่อนข้างใหญ่ เขาเลยรีบติดต่อเรา หากเรารับ เราก็ต้องเข้าไปประชุมวางแผนกับเขาตั้งแต่พรุ่งนี้เลย”


“ด่วนมาก”


“พี่มินฮยอกครับ ผมไม่ได้อะไรนะ แต่งานแบบนี้ มีเหรอที่ J.Y.P.I. จะทำเองไม่ได้น่ะ”


ฮยอนซิกพูดแสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก และก็ไม่ใช่ฮยอนซิกคนเดียวที่คิดเห็นแบบนั้น ทุกคนเองต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับประเด็นนี้ แต่แปลกที่มินฮยอกไม่ได้ตอบอะไรเพียงยิ้ม และเป็นยิ้มอย่างที่รู้กันดี


งานนี้งานผักชีดีๆนี่แหละ…


“แล้วเราก็ตอบรับไปแล้วใช่ไหมครับ”


มินฮยอกยิ้มอีกครั้งเหมือนเดิม เรียกเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาจากทุกคนได้เป็นอย่างดี


คืองานแบบนี้มันไม่ได้อยู่ในขอบเขตการรับผิดชอบของเราทั้งหมด ดีไม่ดีทางโน้นเขาทำหมดด้วยซ้ำ ที่เราต้องไปก็เพราะ...พูดง่ายๆเลย เอาหน้า จะให้น้องๆในสำนักงานไปก็ไม่ได้ เด็กๆยังไม่รู้เรื่องการเมืองพวกนี้ดีนัก เบื้องบนให้พวกเราทำมันก็ถูกแล้ว แต่จะให้ดี ไม่ต้องไปรับมันมาแต่แรกเลยดีกว่า


“แล้วเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้างครับ”


“เราจะยังไม่รู้หน้าที่จนกว่าจะประชุมวันพรุ่งนี้ วันนี้ฉันมาแจ้งให้พวกนายก่อนเฉยๆ วันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ไปทำอย่างอื่นต่อเถอะ”


แล้วทุกคนก็แยกย้าย มินฮยอกกลับไปที่สำนักงานใหญ่ต่อ ส่วนที่เหลือหลังจากฝึกเสร็จแล้วก็จะกลับไปทำงานในส่วนของตัวเอง อิลฮุนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่ได้เหนื่อยใจอะไรเพียงแต่ไอ้การฝึกเมื่อกี้มันกินแรงเขาพอควรเลย กลับถึงแลปแล้วจะนอนอีกที ไม่ทำมันแล้วงาน


“อิลฮุน ฉันมีเรื่องคุยด้วย”


“ครับ?”


เขาหันไปหารุ่นพี่ฝรั่งของเขา น้อยนักที่เจ้าตัวจะมาบอกว่ามีเรื่องจะคุยแบบตรงๆ ไม่ใช่แค่เขาที่คิด คนอื่นๆที่กำลังจะเดินไปอาบน้ำแต่งตัวก็หยุดกึกแล้วเดินกลับมาทางเขาทันที ไม่ค่อยจะอยากรู้เท่าไหร่เลยนะ


“นายไปวัดผลการใช้ปืนมาเมื่อไหร่”


“อ๋อใช่...สองอาทิตย์ก่อนครับ ลืมไปเลยนะเนี่ยว่าไปสอบ ทำไมเหรอครับ”


“นี่ผลวัดระดับของนาย...”


พอพีเนียลยื่นเอกสารให้อิลฮุน ส่วนคนที่มีความอยากรู้แบบชัดเจนก็มารุมดูอยู่ข้างหลังจนเขาที่ดูเสร็จแล้วทนไม่ได้เลยยื่นไปให้ดู ก่อนจะหันกลับมาพูดกับพีเนียล


“ผลก็ไม่ได้แย่หนิครับ”


“มันไม่แย่”


“แล้ว?”


“มันดีเลยต่างหากล่ะ”


อิลฮุนขมวดคิ้วมองพี่ชางซอบที่ทำตาโตกับคะแนนของเขา ก่อนจะยื่นให้คู่หูของตัวเองดูด้วย พอได้เห็นก็ทำหน้าแปลกใจก่อนจะหันมามองหน้าเขาด้วยความไม่เชื่อ กลายเป็นว่าเขาต้องเป็นคนที่แปลกใจ เขาคว้าเอาเอกสารมาดูอีกครั้ง เอาตรงๆเขาก็ไม่รู้ว่าคะแนนอะไรอันไหนมันดี อันไหนมันแย่ รู้แค่ว่าไอ้ตัวอักษรสีเขียวบอกว่าผ่านทั้งหมดคือโอเค ตัวเลขอื่นๆเขาไม่คิดจะสนใจด้วยซ้ำ มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ


“ใครเทรนปืนให้นาย”


“ก็พี่ชางซอบ”


“พี่ไม่รู้เหรอว่าอิลฮุนเก่งขนาดนี้”


พีเนียลหันไปมองคนเทรน คนอื่นก็มองตาม ส่วนคนที่ถูกมองก็นิ่งไปก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นคนเทรนจริง


“อ๋อใช่ ตอนนั้นถือว่าเก่งเลยสำหรับมือใหม่ แต่หลังจากสอนพื้นฐานให้ก็ปล่อยให้ไปฝึกไปสอบเอง ไม่ได้อยู่ดู”


“โห ความใส่ใจน้องอ่ะ”


ไม่พลาดที่จะแซะเล็กแซะน้อยใส่คู่หูตัวเอง คนพี่มองค้อนใส่ให้ก่อนที่อีกคนจะเลิกคิ้วกวนกลับ นั่นแหละเป็นสัญญาณเริ่มการเถียงกันอีกยก ทุกคนพร้อมใจตัดคู่นั้นออกจากวงสนทนาก่อนจะกลับมาสนใจคะแนนที่เห็นว่ามันดีมากเสียจนแปลกใจกัน


“มัน...ดีขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”


“กว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะความแม่นยำระยะไกล ปืนพกธรรมดานายได้ความแม่นยำเก้าสิบห้าเปอร์เซ็น ในระยะยิงสิบห้าเมตร...นั้นสูงมากนะ”


“ฉันสูงสุดที่ทำได้คือ แปดสิบเก้า พี่ชางซอบว่าสูงสุดในทีมแล้วยังได้ เก้าสิบสอง ของนายนี้มัน...ขั้นเทพ”


ไม่รู้ว่าจะดีใจดีหรือแปลกใจที่โดนชมดี ส่วนข้อมูที่เพิ่งได้จากรุ่นพี่ตัวเองก็หน้าแปลกใจไม่น้อย ถ้าเทียบแล้ว เขาก็สูงจริงๆนั่นแหละ เขายิ้มรับคำชมจากพี่ๆ ก็ดีที่เขายังมีสกิลอะไรก็ตามที่ใกล้เคียงกับการเป็นตำรวจมากขึ้น


“สอบเลยไหม เอาตราน่ะ”


“ยังๆๆๆ ยังดีกว่าครับ ผมยังไม่พร้อม”


อิลฮุนปฏิเสธทันที รุ่นพี่ทั้งสองคนยิ้มรับ อันที่จริงจากที่ซ้อมกันเมื่อกี้ ถ้าจะไปสอบก็น่าจะผ่านด้วยซ้ำแต่พวกเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญกว่า รอให้เจ้าตัวพร้อมจริงๆก่อนแล้วกัน


“งั้น...ขอดูฝีมือนายหน่อยสิ”


ประโยคของพีเนียลเรียกความสนใจทุกคนที่อยู่ตรงนั้นให้มารุมอิลฮุนเหมือนเดิม ขนาดคู่หูคู่กัดยังหยุดทะเลาะกันแล้วมารุมเขาเลย


“จะดีเหรอครับ”


“ดีสิ”


แล้วเขาจะต้านสายตาคาดหวังจากทุกคนได้เหรอ…

.

.

.
.

ปังๆๆๆๆๆๆๆ


เสียงปืนดังก้องไปทั่วห้องฝึกยิงของสำนักงาน ร่างสองร่างกำลังใช้สมาธิทั้งหมดไปกับการเล็งยิงเป้าตรงหน้า สิ้นเสียงกระสุนสุดท้ายทุกคนก็ถอดที่กันเสียงแล้วลงไปดูผลงานของทั้งสองคน


“โว้ว!! ตรงเกือบหมดเลย ไหนลองประเมิณคร่าวๆซิ”


ทุกคนไปรุมอยู่ที่เดียวกัน ขนาดคนที่แข่งด้วยอยู่เมื่อกี้ยังวางเป้าของตัวเองไปรุมอยู่กับของเขาเลย คนนึงก็กดเครื่องอะไรสักอย่างแต่คิดว่าน่าจะเอาไว้ประเมิณให้มันออกมาในรูปแบบของตัวเลข


“เก้าสิบสี่จุดสองสาม ว้าว ไม่เลวเลย เทียบกับของพี่ชางซอบเก้าสิบจุดสี่”


“นั่นสิ มันดีมากเลยนะ”


“แต่การเหนี่ยวไกแต่ละครั้งยังช้าอยู่ ถ้าฝึกอีกหน่อยต้องลงสนามได้แน่”


“บวกกับเทรนต่อสู้ไปด้วย ภายในเดือนนี้ รับรอง สอบได้ที่หนึ่งแน่”


อิลฮุนมองพี่น้องที่ออกความคิดเห็นกันแบบไม่ถงไม่ถามสุขภาพกันเลยสักคำ พูดกันไปเถอะ เขายังไม่คิดที่จะไปสอบหรอก ไม่ใช่ไม่รู้ตัวว่าสามารถไปสอบได้แล้ว แต่เพราะเขารู้ว่าถ้าสอบได้แล้ว งานภาคสนามมันจะเริ่มโถมใส่เขาแน่ๆ เขายังอยากนั่งเฉยๆทำงานในแลปอยู่มากกว่า แต่ความคิดเขาก็หยุดลงเมื่อพีเนียลหันมาทำสายตาลูกหมาใส่เขาแล้วถามประโยคที่เขาไม่น่าตอบรับเลย


“อิลฮุน นายพอจะมีเวลาว่างสักสองถึงสามชั่วโมงต่อวันไหม...”


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เย่ะ ในที่สุดก็ขึ้นคดีใหม่ ฝากติดตามด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกคอมเมนต์และทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ ขอบคุณจริงๆค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #32 ksykaw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 00:54
    ไม่ทำดาเลยนะเนี่ย อิลูนี่
    #32
    0
  2. #31 กชกรร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 13:34

    เหมือนพือเป็นพวกหาคนทำงานทางออนไลน์อ่ะ5555

    #31
    0
  3. #30 btrkp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:16
    คดีใหม่มาล้าววววววว เยสสสสสสสส มือใหม่นี่หมายถึงอิลฮุนรึเปล่าหนอ อิอิ ชิกฮุนมาแรงเลยตอนใหม่นี้ ซอบแจก็ยังกัดกันเหมือนเดิม อ่านแล้วอยากอ่านย้อนไปตอนเป็นตำรวจมือใหม่ของแต่ละคนเลย อยากรู้ว่าแจชอบพี่ซอบได้ยังไง555 ขอบคุณสำหรับฟิคค่า ตอนต่อไปก็ไฟต์ติ้งงงง
    #30
    0