[BTOB] C.U.B.I ทีมสอบสวนสุดป่วน

ตอนที่ 6 : C.U.B.I - ร้านผับกาแฟ (5 จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    25 ก.ค. 61

[ร้านผับกาแฟ ตอนที่ 5 จบ]


ปัง!!!


สิ้นเสียงลั่นไกนั่น ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรทั้งนั้น ซองแจลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งก่อนวิ่งไปยังรถที่จอดอยู่แล้วสตาร์ทรถออกไปทันที


ส่วนที่เหลือก็ปิดอุปกรณ์แล้วรีบแจ้งรถพยาบาลก่อนจะขับตามไป


รถสีดำที่ใช้ในงานตำรวจจอดที่หน้าร้าน ร่างสูงเปิดประตูออกจากรถอย่างรวดเร็วแล้วตรงไปที่หน้าร้าน การ์ดสองคนที่เป็นผู้ดูแลอยู่ก็ขวางไว้ทันทีที่เห็นคนไม่ได้รับเชิญ


“เจ้าหน้าที่ C.U.B.I เปิดประตู”


การ์ดหน้ามองหน้ากันเลิกลั่ก ก่อนที่คนนึงจะเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ


“เอ่อ...คุณต้องมีหมายค้น--”


หมับ!


อยู่ๆมือใหญ่นั้นกระชากคอการ์ดเข้ามาหาตัวก่อนจะตะโกนใส่หน้าอย่างเหลืออด


“บอกให้เปิดประตู! อย่าให้พูดซ้ำ! ถ้าไม่เปิดจะแจ้งข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่!”


ซองแจปล่อยออกจากคอของการ์ดผู้โชคร้ายก่อนส่งสายตาว่าหากไม่เปิดเขาจะทำจริง และอาจจะทำอย่างอื่นนอกจากที่พูดก็เป็นได้ การ์ดสองคนหลีกทางให้ ซองแจวิ่งเข้าไปในร้านและเดินตามทางเดินที่เคยเห็นจากกล้องของชางซอบก่อนหน้านี้ เขาใช้อำนาจตำรวจสั่งให้พนักงานเอาการ์ดมาเปิดให้ เขาวิ่งลงไปตามทางเดิน หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อรู้ว่าใกล้ถึงแล้ว


ใกล้ถึงพี่แล้ว…


และพี่ต้องไม่เป็นอะไร…


“C.U.B.I !!!”


“ซองแจ...”


ซองแจลดปืนลงแล้วหันไปตามเสียงทันที สิ่งแรกที่เขาเห็นคือสีแดงฉานของเลือด ครั้งแรกที่เห็นมัน ใจซองแจแทบหยุดเต้น แต่พอตั้งสติดีๆแล้วก็ไม่ใช่อย่างที่เห็น ร่างของพี่ชางซอบนั่งคุกเข่าอยู่ข้างคุณคิมที่มีเลือดไหลออกมาตามหัวไหล่ พี่กำลังกดแผลให้กับคุณคิมอยู่ โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งคอยช่วยอยู่ข้างๆ ซองแจถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก สติที่เกือบจะเตลิดกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เขาถลาเข้าไปหาทั้งสองคน คุณคิมแผลทะลุ เลือดออกแต่ไม่ถึงกับไหลเป็นทาง แสดงว่าไม่โดนเส้นเลือดใหญ่ เขาเห็นว่าคุณคิมอาการทรงตัวก็วางใจ จากนั่นถึงหันมาสำรวจคู่หูตัวเองบ้าง ใบหน้าขาวเปื้อนเลือดเล็กน้อย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ หน้าพี่นิ่งอย่างคนมีสติแต่แฝงด้วยความกังวน พี่หันมามองก่อนจะพูดขึ้น


“เรียกรถพยาบาลหรือยัง”


“ครับ พี่อึนกวังเรียกแล้ว พี่มินฮยอกล่ะ”


“ไล่ตามผู้ต้องหาไปกับฮยอนซิก”


+++++++++++++++++++++++++


เสียงจอกแจกของฝีเท้าหลายคู่กำลังวิ่งผ่านตรอกต่างๆ สองฝีเท้าเร่งวิ่งตามคนที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็น ‘ผู้ต้องหา’ ได้แล้ว


“นี่ C.U.B.I ฮยอนซิก ผู้ต้องหามีอาวุทกำลังวิ่งหนีเข้าไปตรอกแถวถนนxxx ขอเจ้าหน้าที่ช่วยวางกำลังด้วย”


ฮยอนซิกกรอกเสียงไปตามวอกกี้ทอคกี้ที่พกติดตัวมาด้วยพลางชะลอความเร็วลงตามที่มินฮยอกส่งสัญญาณ ทั้งสองวิ่งมาจนมาถึงตรอกที่ไม่คุ้นเคยแต่เท่าที่เห็น มันไม่มีทางอื่นให้หนีแล้ว


“คุณควอนซู”


มินฮยอกส่งเสียงออกไปบอกการมาถึงของพวกเขา ทั้งสองยกปืนขึ้นเล็งเมื่อเห็นร่างๆหนึ่งกำลังพยายามปีนรั้วเหล็กเพื่อข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ฝั่งควอนซูเห็นดังนั้นก็ค่อยๆลงมาจากรั้ว หันมาเผชิญหน้าทั้งสองคน

มินฮยอกส่งสัญญาณให้ฮยอนซิกอยู่เยื้องหลังตนไปเล็กน้อย คอยคุมระหว่างที่จะทำการเกลี้ยกล่อม


“คุณควอนซู มอบตัวเสียเถอะ หนีไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก มอบตัวเสียตอนนี้แล้วสารภาพ โทษหนักจะกลายเป็นเบานะ”


“ฉันไม่เชื่อ! ตำรวจอย่างพวกแกก็มักจะพูดแบบนี้ สุดท้ายก็ต้องเข้าคุก”


“มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องเข้าคุก เพราะคุณทำผิด...แต่จะได้รับโทษมากหรือน้อย มันก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะให้ความร่วมมือกับตำรวจหรือเปล่า”


“........”


มินฮยอกเห็นท่าทีของผู้ต้องหามีท่าทางสงบลงเจ้าตัวก็ลดปืน ฮยอนซิกไม่ชอบใจนัก แต่ก็ขัดรุ่นพี่ตัวเองไม่ได้ มินฮยอกก้าวไปหาควอนซูใกล้ขึ้น แต่อีกคนยังคงระแวงอยู่ ยกปืนที่อยู่ในมือขึ้นมาจ่อ ฮยอนซิกเห็นก็ยกปืนขึ้นมาเล็งพร้อมยิงก่อนจะเอ่ยเสียงเครียดเตือนมินฮยอก


“พี่--”


“ไม่เป็นไร ฮยอนซิก...คุณควอนซู ผมมีคำแนะนำให้คุณ หากคุณสารภาพทั้งหมด จากจำคุกตลอดชีวิตอาจลดหลั่นลงไปหากศาลเห็นใจ และถ้าหากศาลและลูกขุนรู้ว่าคุณป่วยทางจิต โทษอาจจะลดลงอีกก็ได้”


“...จะ...จริงเหรอ”


“จริงครับ”


มินฮยอกเห็นว่าผู้ต้องหาเริ่มจะใจเย็นลง และสามารถพูดคุยต่อรองได้บ้างแล้ว ก็เริ่มที่จะถามเกี่ยวกับเรื่องที่เขาสงสัย พ่อค้ายาที่เจ้าตัวว่า…


“แล้วถ้าคุณ...มีข้อมูลเกี่ยวกับพ่อค้ายาคนนั้น--”


“ไม่! ไม่มีทาง! ให้ผมตายเสียดีกว่า!”


ท่าทางที่เปลี่ยนไปของควอนซูทำให้มินฮยอกแปลกใจ เขาเหลือบมองฮยอนซิกที่ทำหน้าเครียด อีกฝ่ายเริ่มมีท่าทีเลิกลั่ก ท่าทางสงบเมื่อกี้หายไป เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังทำพลาด


“ไม่...ไม่มีทาง...ถะ...ถ้าฉันบอก ฉันต้องโดนฆ่าแน่ๆ”


“ใจเย็นๆคุณควอนซู ถ้าคุณอยู่ในความคุ้มครองของตำรวจ ไม่มีทางที่คุณจะถูกทำร้ายหรอก”


มินฮยอกพยามเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง เขาใช้น้ำเสียงให้ดูเชิญชวนกว่าเดิมแต่กลายเป็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ยกยิ้มเยาะ ก่อนจะเงยสายตาลอยๆนั่นมาสบ


“ฮ่ะ...ฮ่ะ...ไม่มีทาง ยังไงก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากเขาได้ ไม่ว่าจะยังไง...ฮ่ะๆ ฉันคงไม่รอดแล้วสินะ ไม่น่าเลย ไม่น่าทำสัญญากับปีศาจนั่นเลย...”


“คุณควอนซู--”


“อ่า...นั่นสินะ ไม่ว่ายังไงก็จะตายอยู่แล้ว…”


ไม่พูดเปล่า มือสั่นเทานั่นค่อยๆยกขึ้นมาพร้อมกับปืนกระบอกที่เจ้าตัวถือติดมือมาด้วย ทั้งมินฮยอกและฮยอนซิกต่างกลับมาอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ทั้งสองยกอาวุทขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่แทนที่ปืนนั่นจะหันมาทางพวกเขา แต่อีกฝ่ายกลับยกขึ้น แล้วจ่อหัวตัวเอง มินฮยอกดึงเสียงเครียดเตือนอีกฝ่ายทันที


“คุณควอนซู...มันไม่ใช่ทางออกหรอกนะ คุณต้องใจเย็นๆ ถ้าคุณให้ความร่วมมือ คุณจะได้รับความคุ้มครองอย่างแน่นอน นี่เป็นสัญญาจากผม”


“ไม่มีใครรอดพ้นจากเขาได้...ไม่ว่าจะยังไง--”


ปัง!!!


+++++++++++++++++++++++++


“เสียงปืนเหรอ?”


ทุกคนหันไปตามเสียงที่ได้ยิน อึนกวังขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าทิศทางที่เสียงมันดังมาจากไหน


หวังว่ามินฮยอกกับฮยอนซิกจะไม่เป็นอะไร…


อึนกวังมองซองแจที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาทางพวกเขาก่อนจะรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นข้างในก่อนหน้านี้


“คุณคิมไม่เป็นอะไรครับ กระสุนทะลุ แต่ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่ พี่ชางซอบปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปแล้ว ก็เลยอาการทรงตัว ส่วนคนร้ายจริงๆก็คืออย่างที่เรารู้กัน เพื่อนของคุณคิม หรือก็คือควอนซู...”


“เกินคาดเหมือนกันนะคดีนี้ แต่ก็ถือว่าปิดคดีได้โดยดี”


“เรื่องนั้นยังไม่แน่ครับ...”


ซองแจพูดเสียงนิ่ง และทุกคนรู้ว่าน้องเล็กต้องการจะสื่ออะไร แน่นอนว่าประเด็นมาแรงแซงทุกสิ่งตอนนี้คือเรื่องพ่อค้ายาที่ได้ยินมาจากควอนซู อึนกวังเปลี่ยนท่าทีมาเป็นสบายๆก่อนเอ่ยกับทีมของตัวเอง


“รอครบก่อนแล้วกัน ค่อยคุยเรื่องนี้”


“อืม ตามนั้นครับ...ว่าแต่ พี่ชางซอบอยู่ไหนล่ะซองแจ...”


อิลฮุนเอ่ยถามรุ่นน้องข้างตัว แต่ดูเหมือนคำถามที่ส่งไปจะไม่ถึงอีกฝ่ายเสียนี่ ซองแจจ้องมองออกไปที่ๆหนึ่ง อิลฮุนขมวดคิ้วหงุดหงิดก่อนมองตามที่ๆรุ่นน้องกำลังให้ความสำคัญมากกว่าตัวเอง พอเห็นก็ร้องอ๋อ เพราะเขาได้คำตอบแล้วว่าพี่ชางซอบอยู่ไหน


ภาพที่เห็นคือชางซอบกำลังพูดคุยกับคุณคิมที่นอนอยู่บนเตียงพยาบาลรอขึ้นรถเพื่อไปรักษาตัวต่อ ท่าทางจะไม่ได้คุยเรื่องงานเสียด้วย ดูได้จากที่รุ่นพี่ของเขามีรอยยิ้มที่ปากบางๆ แล้วนั่นอะไร...คุณคิมเนียนจับมืองั้นเหรอ คนโดนเนียนก็ไม่ดึงออกด้วย!? อิลฮุนหันไปสะกิดคนอื่นๆให้ดู


“โว้ว...จริงจังป่ะเนี่ย”


“ว้าว ดูเหมือนทีมเราจะมีคนออกเดทแล้วล่ะ”


“พี่ชางซอบคนแรก? เกินคาดแฮะ”


“.....”


สามคนเอ่ยแซวกันอย่างสนุกสนาน แต่น่าแปลกที่ขาแซวตัวพ่อกลับไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ อิลฮุนเหลือบมองรุ่นน้องตัวเองอีกครั้ง ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขาเห็นความไม่พอใจอยู่ในสายตานั้น


“นายเป็นคนยุให้พี่ชางซอบคุยกับเขาเองไม่ใช่เหรอซองแจ...ซองแจ!”


“หืม? อืม ทำไมเหรอครับ”


ซองแจพอได้ยินเขาตะโกนก็ทำเนียนกลับมาเป็นเหมือนเดิม ไอ้สายตาไม่พอใจเมื่อกี้หายเกลี้ยงเหมือนกับว่าไม่เคยมีมาก่อน แถมยังกลับมาทำหน้าประมาณว่า ใช่แล้ว ผมเอง กามเทพตัวน้อย...อิลฮุนตีหน้าเบื่อใส่อีกฝ่ายก่อนพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป


“ก็ถ้าห่วงนัก ทำไมไปยุให้เขาเดทตั้งแต่แรกเล่า”


“ห่วง? ฮ่าๆๆๆ ไม่มีทาง ผมไม่ได้เป็นห่วงเขาสักหน่อย”


“แล้วที่จ้องจนจะทะลุอยู่แล้วนั่นคืออะไร”


“ใครมองครับ? ไม่มีหนิ”


ซองแจยิ้มซื่อกลับมาให้ คิ้วอิลฮุนกระตุกยิกๆกับการโกหก...ไม่สิ... แบบนี้เรียกตอบปฏิเสธหน้าด้านๆเลยดีกว่า เขาคำรามในลำคออย่างหัวเสียก่อนจะหันไปหาคนอื่นๆให้ช่วยจัดการเจ้าเด็กกวนประสาทนี่ อึนกวังยักไหล่ปล่อยผ่าน อิลฮุนเลยหันมาที่พีเนียลเป็นที่พึ่งสุดท้าย ซึ่งโชคดีที่รุ่นพี่ให้ความร่วมมือ พีเนียลส่ายหัวขำเล็กหน่อยก่อนจะทำทีคุยกับอิลฮุนเล่นๆ


“ไม่ห่วงหรอก คนที่วิ่งออกไปหาคนแรกแบบไม่เอาอะไรสักอย่างน่ะ เขาไม่ได้เรียกว่าห่วงหรอก จริงๆนะ”


“หึหึๆๆ ผมเชื่อว่ะพี่”


“......”


แต่ประโยคของพีเนียลก็ทำอะไรซองแจไม่ได้ รุ่นน้องตัวดียังคงเก็กทำไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างน่าหมั่นไส้เหมือนเดิม ซองแจทำทีหันไปมองทางอื่นแต่จนแล้วจนรอดก็กลับไปมองที่เดิม รุ่นพี่ต่างมองหน้ากันแล้วถอนหายให้กับความปากแข็ง หน้าด้านและซึนเดเระขึ้นสุดของรุ่นน้องคนนี้


ชางซอบบอกลาคุณคิม ก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายขึ้นรถพยาบาลไป พอรถออกเจ้าตัวก็กลับหลังหันกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาทีมตัวเอง พอกลับมาถึงก็เห็นสีหน้าแต่ละคนดูมีอะไรเลยเอ่ยถามซองแจที่เดินมาอยู่ข้างตัวเอง


“นินทาอะไรฉันหรือเปล่า”


“อย่าให้สาธยายให้ฟังเลยครับ เยอะ”


“นายต้องเป็นหัวโจกแน่ๆ”


ซองแจเพียงยิ้มกวนๆรับพร้อมยักไหล่ไม่รู้ไม่ชี้ เรียกสีหน้าเหม็นเบื่อของคู่หูตัวเองได้เป็นอย่างดี


“อีกสองคนนั้นล่ะ”


“ยังไม่ติดต่อมาแต่หวังว่าจะได้ตัวควอนซูนะ--”


ไม่ทันขาดคำ เสียงจากเครื่องมือสื่อสารก็ดังขึ้นจากวอกกี้ทอคกี้ของอึนกวัง


[[นี่ฮยอนซิกครับ ผมจับคนร้ายได้แล้ว แต่ต้องขอรถพยาบาล]]


“ใครเป็นอะไรหรือเปล่า มินฮยอกบาดเจ็บเหรอ!?”


หัวหน้าทีมถามด้วยน้ำเสียงตกใจเมื่อได้ยินว่าต้องขอรถพยาบาล คนอื่นเองก็ทำหน้าเครียดเมื่อได้ยิน แต่สักพักก็มีเสียงที่คุ้นเคยตอบกลับมาทำให้ทุกคนโล่งอกอีกครั้ง


[[ฉันยังอยู่ดี ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่คนที่ต้องการหมอน่ะ คือผู้ต้องหาของเราต่างหาก]]


“เกิดอะไรขึ้น?”


[[ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลังนะ]]


“โอเคครับ กำลังจะส่งรถเข้าไป ขอพิกัดด้วย”


อิลฮุนเดินแยกเพื่อออกไปประสานงานให้กับสองคนนั้น ไม่นานทั้งหมดก็ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ทั้งหมดตัดสินใจกลับไปที่สำนักงานก่อนจะมาร่วมประชุมสรุปเคสของวันนี้ อึนกวังเป็นคนแรกที่เปิดบทสนทนาขึ้นเมื่อทุกคนประจำที่ของตัวเองแล้ว


“คดีค่อนข้างพลิกนะครั้งนี้”


“พลิกหมด ทั้งคุณคิมไม่ใช่คนร้าย คนร้ายคือเพื่อนคุณคิมที่เป็นตัวละครลับ และกลายเป็นว่าพี่ชางซอบจะเดทกับคุณคิมจริงๆซะงั้น”


ชางซอบค้อนขวับไปทางคู่หูของตนที่อยู่ๆก็เปิดประเด็นให้มันเข้าตัวเขาอีกแล้ว ทุกคนหลุดหัวเราะพรืด นี่ขนาดกลับมาถึงยังทันไรก็เริ่มกัดกันอีกแล้ว


“เดทไม่เดทเอาไว้ทีหลัง เรามาคุยเรื่องนี้กันดีกว่า พ่อค้ายา”


มินฮยอกเปิดประเด็นขึ้นมา ทุกคนตอนนี้ต่างมุ่งมาที่ประเด็นนี้ แน่นอนว่าเรื่องค้ายา พวกเขารับผิดชอบมานาน เจอพ่อค้าไปก็เยอะ ทั้งจัดการและอาจจะทำข้อตกลง...แต่ครั้งนี้ก็ไม่คิดว่าจะกล้าทำขนาดนี้ ในผับดัง ตำรวจหรืออะไรก็ตามจับจ้องอยู่แล้ว แล้วยังกล้าเอายามาขาย ทำแบบนี้แน่นอน มันเหมือนกับเป็นการท้าทายอะไรสักอย่าง


“แถบนั้นเราปราบไปตั้งแต่สามปีก่อน ก่อนจะส่งให้ท้องถิ่นจัดการ แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้”


“เราคงต้องส่งคนไปตรวจแถวนั้นอีกครั้ง การที่มันเริ่มเข้าถึงง่ายขนาดนี้คงไม่ใช่เรื่องดี”


“เรื่องนี้ต้องส่งให้เบื้องบน อ่ะอึนกวัง จด”


สิ้นคำของมินฮยอกอึนกวังที่เตรียมปากกาเขียนบอร์ดไว้อยู่แล้วก็หันไปจดยิกๆ ก่อนหันกลับมาถามความเห็นของทีมต่อ


“คิดว่าพ่อค้ายาคนนี้เป็นยังไง”


“อะไรก็ตามที่สามารถทำให้ควอนซูคิดจะฆ่าตัวตาย”


“โว้ว...มันเป็นยังไงกันเรื่องนี้”


ฮยอนซิกหันไปหารุ่นพี่ตัวเองเป็นเชิงให้มินฮยอกเป็นคนเล่าเอง มินฮยอกพยักหน้ารับก่อนยกมือขึ้นกอดอก


“อันนี้ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับการที่เขามีอาการเมายาด้วยหรือเปล่า แต่พอฉันถามถึงเรื่องนี้เขาก็เกิดกลัวขึ้นมา กลัวแบบ...มากๆ สติเขาหลุดไปเลย ไม่ว่ายังไงเขาก็จะเหนี่ยวไก”


“ผมเลยยิงเขา”


ทุกคนหันกลับไปที่ฮยอนซิกเป็นตาเดียว


“ตอนนั้นมันอาจเป็นทางเดียวที่จะช่วยชีวิตเขาและเรายังเสียเขาไปไม่ได้ เรายังต้องการข้อมูลจากเขาอยู่”


มินฮยอกเอ่ยเสริม ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะปล่อยเรื่องนั้นผ่านไป อันที่จริงก็มีความกังวนอยู่ เพราะในกรณีอะไรแบบนี้ หากฝ่ายถูกยิงได้สติ ฝ่ายนั้นอาจจะกลับมาฟ้องได้ซึ่งมันจะลำบากฮยอนซิกและลำบากทีมอีก แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของอนาคต หากเกิดเหตุการณ์นั้นจริงๆก็ยังพอจะมีวิธีแก้ไขอยู่


“อ่าแล้วก็...”


เสียงอิลฮุนดังขึ้น ทุกคนหันไปหาเจ้าตัวที่กำลังวุ่นๆอยู่กับการเปิดเอกสาร สายตาไล่เร็วๆไปตามตัวหนังสือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมารายงานให้ทีมฟัง


“อันนี้ล่ะน่าสนใจ โคเคนที่พบ ไม่ตรงกับที่เราเคยจับมา...เป็นของใหม่ที่ไม่มีข้อมูล ไม่มีแบบ...เลย ผมว่าเราเจอตัวร้ายคนใหม่แล้วล่ะ”


แม้ว่าทุกคนจะไม่ได้พูดอะไรตอบกลับ แต่จากสายตามุ่งมั่นทำให้รู้ว่าทุกคนพร้อมที่จะรับมือและตามล่าเจ้าคนร้ายคนนี้ให้ถึงที่สุด อึนกวังยิ้มรับกับปฏิกิริยาที่เห็น ก่อนจะมีท่าทีผ่อนคลายลง


“เอาล่ะ สรุปคดีนี้ก็ปิดลงได้ ใช้เวลาสั้นมาเลย ภายในวันเดียว”


“ก็อยากให้มันง่ายแบบนี้ทุกคดี”


ทุกคนเริ่มพูดคุยกันอย่างสบายๆ อึนกวังมองไปรอบๆก่อนหยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมาไว้แนบอกก่อนกระแอมเสียงดังนิดนึงให้ทุกคนสนใจ


“ในเมื่อคดีนี้ปิดแล้ว...มันก็ต้องมีรายงาน...ใครจะทำเอ่ย”


“.....”


เสียงครื้นเครงเมื่อกี้หายไปหมดสิ้น เหลือแต่สายตาที่เหลือบๆมองกัน เป็นสัญญาว่าถ้าให้อาสาคืนนี้คงไม่มีใครทำ อึนกวังถอนหายใจก่อนจะหยิบกล่องออกมา


“ฉันเตรียมกล่องไม้สั้นไม้ยาวมาแล้ว เป่ายิงฉุบกันใครชนะจับก่อน”


แล้วคืนนั้นก็มีเสียงของผู้ชนะที่ได้กลับไปนอนที่บ้านอย่างสบายใจและเสียงร้องโอดครวญที่จำต้องทำโอทีต่อเสียไม่ได้


+++++++++++++++++++++++++


พิเศษในตอน...


“เป็นไงบ้างครับคุณคิม”


เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงเผยรอยยิ้มกว้างเสียไม่ได้ ชางซอบยิ้มรับก่อนเอาดอกไม้เยี่ยมไปวางข้างเตียงของคนป่วย


“คุณชางซอบ ไม่นึกว่าคุณจะมา เซอร์ไพรส์มากครับ”


คุณคิมวางหนังสือที่ตนอ่านไว้ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งดีๆเพื่อคุยกับคนมาใหม่ เขาทำท่าทางทักทายคนที่มาใหม่สองคนซองแจยิ้มรับก่อนปลีกตัวไปนั่งที่รับรองแขกอีกฝั่ง ปล่อยให้คู่หูตัวเองคุยกับคุณคิมกันสองคน...แน่นอน เขาก็ยังคงใช้สกิลแอบฟังด้วยอยู่ดี


“แผลเป็นยังไงบ้างครับ”


“ครับ ดีขึ้นแล้ว ที่จริงออกโรงพยาบาลได้แล้ว แต่หมอยังไม่อยากให้ออก ผมก็ไม่ว่าอะไรเพราะที่นี่ยังไงก็เป็นโรงพยาบาลของผมอยู่แล้ว”


คุณคิม...รวยขนาดไหนเนี่ย…


ชางซอบไม่ได้แสดงออกอะไรมากเพียงแค่ยิ้มบางๆรับก่อนจะเข้าเรื่องที่พวกเขามาในวันนี้


“คุณคิมครับ ผมเสียใจที่ต้องมาแจ้งเรื่องนี้กับคุณตอนนี้ ผมจะมาแจ้งเรื่องผับของคุณ”


“ครับ ผมจะถูกแจ้งข้อหาสินะครับ”


คุณคิมพูดขึ้นยิ้มๆ ไม่ได้มีความลำบากใจแสดงออกมาจากสีหน้าเลย ชางซอบหยุดไปสักพักก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง


“...ครับ เพราะเนื่องจากคุณเป็นเจ้าของผับ และเรามีหมายแจ้งปิดผับคุณด้วย เราเสียใจกับเรื่องนี้ด้วยจริงๆ ถึงแม้เราจะทราบว่าคุณไม่ใช่คนผิดแต่เพราะกฎหมาย...”


“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ ผมพร้อมที่จะสู้คดีครับ”


“เสียใจด้วยนะครับที่ผับคุณต้องปิด”


“ผมไม่ได้สนใจผับนั่นเท่าไหร่อยู่แล้ว ผมเปิดให้ควอนซูมันดูแล...ให้มันได้มีชีวิตใหม่...”


น้ำเสียงดูเหนื่อยล้าและผิดหวังแต่ใบหน้าก็ยังคงไม่แสดงว่าตัวเองลำบากใจ ยังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าให้คู่สนทนาเสมอ ชางซอบค่อยๆเลื่อนมือไปสัมผัสหลังมืออีกฝ่ายเชิงให้กำลังใจ


“เรื่องนั้นผมก็เสียใจด้วย”


“ไม่หรอกครับ ผมละเลยเอง ผมควรรู้ดีที่สุด ยังไงผมก็ขอบคุณทีมของคุณ ที่ช่วยชีวิตเขาไว้”


คุณคิมยิ้มให้ชางซอบทั้งสายตาและรอยยิ้มแสดงถึงความขอบคุณมาให้เขาทั้งหมด ถึงแม้จะรู้สึกประมาท แต่เขาก็ยิ้มรับ ก่อนจะหลบสายตาแล้วเปลี่ยนเรื่องเป็นอย่างอื่น


“อ่า...ผมต้องไปแล้ว ยังไงก็ขอให้หายเร็วๆนะครับ”


ชางซอบพูดพร้อมลุกขึ้นยืน ซองแจเห็นคู่หูตัวเองลุกก็ลุกบ้าง แต่พอหันจะเดินเข้าไปหา ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาหยุดลง มือใหญ่ของคุณคิมกำลังกุมมือขาวนั่นไว้หลวมๆ


“ตอนนี้เราก็ไม่มีคดีเกี่ยวข้องกันแล้ว...ถ้าผมชวนคุณทานมื้อเย็น คุณจะตอบตกลงไหมครับ”


“ถ้าคุณโทรมา...”


คุณคิมยิ้มรับกว้างก่อนปล่อยมือขาวนั่นให้เป็นอิสระ


“แล้วผมจะโทรไปครับ”


คุณคิมพูดส่งท้าย ชางซอบเดินกลับไปหาคู่หูตัวเองที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูรออยู่แล้ว ทั้งคู่หันมาลาคุณคิมอีกครั้งก่อนเดินออกไปตามทางเดินเพื่อกลับไปทำงานตามเดิม


“...ตกลงจะเดท?”


“ก็ลองคุยดู เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้าย อีกอย่างนายก็ยุฉันไม่ใช่เรอะ”


“ก็ไม่อะไร...ถามให้แน่ใจ ถ้าตัดสินใจแล้วก็ตามนั้น...”


ซองแจพูดไปเรื่อยๆลอยๆ ชางซอบเห็นเลยกระโดดมาอยู่ตรงหน้าเจ้าตัวก่อนเลิกคิ้วถามอีกฝ่ายเสียงสูง


“แน่ใจ?”


“แน่ใจ...เดี๋ยว ทำไมพี่ต้องมาถามว่าผมแน่ใจหรือเปล่าล่ะ”


“ก็เผื่อนายหวงไง”


ว่าแล้วก็ยิ้มหวานน้ำผึ้งเดือนห้าให้คู่หูตัวเอง ซองแจเห็นก็ทำหน้าหยี๋ก่อนจะแซะออกไปโดยอัตโนมัติ


“โอ้โห! ต้องมั่นหน้าเบอร์ไหนถึงพูดออกมาเนี่ย”


“ยุกซองแจ!!! กลับเองเลย!!!”


ว่าแล้วเจ้าตัวก็เดินตึงตังออกจากประตูโรงพยาบาลไป ซองแจยิ้มกริ่มยืนมองรุ่นพี่เดินออกไป สักพักเจ้าตัวก็เดินกลับมาทำหน้ามุ่ยใส่เขา


“เอ้า...ยังไม่กลับอีก”


“ก็กุญแจมันอยู่ที่นาย...”


ชางซอบบ่นอุบพลางพองแก้มงอนๆใส่รุ่นน้องของตัวเอง ซองแจยิ้มขำก่อนหยิบกุญแจยื่นออกไปให้ พออีกฝ่ายจะจับก็ดึงกลับมาไว้ที่ตัวเองเหมือนเดิม


“ผมขับ”


“ชิ”


ว่าแล้วก็เดินออกไปไม่รอคู่หูตัวเองต่างคนก็ต่างเปิดรถขึ้นไปบนรถ ซองแจสตาร์ทรถเตรียมพร้อมกลับไปที่สำนักงานเหมือนเดิม


“ซองแจอ่า...”


“ครับ?”


ซองแจเอ่ยรับพลางถอยรถออกจากที่จอด เขาหันมาใส่เกียร์เพื่อจะขับต่อแต่ก็เจอพี่มองกลับมา เขาเหยียบแบรคทิ้งไว้ก่อนเลิกคิ้วถามพี่อีกครั้ง


“ขอบใจนะ”


“เรื่องอะไร? ที่จับคู่ให้อ่ะเหรอ”


“ไม่ใช่...ที่มาหาฉันคนแรกน่ะ ขอบใจนะ”


“....”


ชางซอบยิ้มตาหยีให้รุ่นน้องตัวเอง ซองแจแม้จะแปลกใจแต่ก็ยิ้มตอบ


“ก็ผมเป็นคู่หูพี่”


“แหมะ...เป็นห่วงก็บอก”


“ก็ถ้าคิดเข้าข้างตัวเองได้แบบนั้นก็ตามนั้น”


“ย๊า! ยุกซองแจ! หมดอารมณ์เลย!”


ซองแจยิ้มเยาะคู่หูตัวเองอย่างเคยก่อนหันกลับไปสนใจบนท้องถนนแทน


ถึงไม่เป็นคู่หูกัน...ยังไงก็เป็นห่วง...


++++++++++++++++++++++++++++++++++++


วายยยยยยยยยย สิบวันเองที่หายไป ส่วนหนึ่งก็...อ่ะ รู้กัน แต่ก็กลับมาเป็นปกติแล้วล่ะ พร้อมแต่งต่อแล้ว ขอโทษที่ให้รอน้าาาา เราจะพยายามอย่างช้าอาทิตย์ละครั้ง ขอบคุณมากๆสำหรับทุกคอมเมนต์ มันดีจริงๆ ขอบคุณจริงๆค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #23 กชกรร (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 07:40

    ยยุกกกตร่กกก55555เป็นคนไปยุเขาแท้ๆแต่ก็ไม่อยากให้พี่ไปแล้วช่วงถึงไม่ใช่คู่หูก็เป็นห่วงคือไรรอ่าาาอยากจะแหมให้ถึงดาวอังคารเลยยยเกลียดความซึนมั่กๆๆๆ5555

    #23
    0
  2. #22 btrkp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 01:46
    นั่นไง เป็นไงล่ะ ซึมเลยล่ะสิ เห็นยุกแล้วถึงจะแอบสะใจแต่ก็แอบสงสารด้วย ก็บอกแล้วว่าเดี๋ยวจะเสียใจ หึ คุณคิมหล่อรวยสุภาพบุรุษคนดีมีคุณธรรมขนาดนี้ แกจะเอาอะไรไปสู้เขาเนี่ย เขาจับมือถือแขนกันแล้วนะเว้ยยย โอ๊ยชั้นนี่ปวดหัวจริงๆอิเด็กยุกดันซึนเดเระตัวพ่อขนาดนี้ ต่อไปนี่ก็จะทำซึนไปเรื่อยๆใช่มั้ยเนี่ย นี่เห็นว่ายังมีความห่วงๆหวงๆให้เห็นบ้างหรอกนะถึงยังเก็บพี่ซอบไว้ให้อ่ะ ถ้าตอนหน้าไม่เริ่มทำอะไรบ้างนี่จะย้ายไปทีมคุณคิมละนะ55555 แงๆ ผับกาแฟจบแล้ว อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว เหมือนดูซีรี่ส์ตอนๆของฝรั่งเลย อยากรู้จังว่าจะเป็นคดีอะไรกรี๊ดดด มาอัพบ่อยๆน้า เราชอบมาก เรามารอที่ท่าน้ำทุกวันเลยค่ะ5555 เขียนดีสนุกเหมือนเดิม ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    #22
    0
  3. #21 skaybnys (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 01:41
    พี่ซอบจะเสร็จใครก่อนคะ555555
    #21
    0