[BTOB] C.U.B.I ทีมสอบสวนสุดป่วน

ตอนที่ 5 : C.U.B.I - ร้านผับกาแฟ (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    25 ก.ค. 61

[ร้านผับกาแฟ ตอนที่ 4]


“ซองแจมันเป็นแผนที่--”

“เอออออออออ มันดีโว้ยครับ พี่ทำได้แน่ครับ มันจะสำเร็จครับ เพราะฉะนั้นลงไปจากรถได้แล้ว!”

คู่หูคนน้องกรอกตาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของวัน มองคนเจ้าปัญหาหรือก็คือคู่หูคนพี่ที่ทำหน้าตาเหมือนเด็กไม่อยากไปโรงเรียน ตั้งแต่สำนักงานจนถึงที่หน้าผับพี่แกเล่นถามวนเป็นรอบที่ร้อยแล้ว ซองแจถอนหายใจก่อนพูดประโยคเดิมอีกครั้ง

“เสร็จงานแล้วจะมารับครับ”

“...งือออออออ”

“โอ้ยยยย”

คนน้องทนไม่ไหว โน้มตัวไปปลดทั้งเข็มขัดนิรภัยและเปิดประตูให้อีกฝ่าย แล้วก็ดันๆให้อีกฝ่ายลงรถ

“ลงครับ เก๊กหน้าหล่อด้วย แต่งตัวอย่างดีแล้ว”

คนพี่ทำได้แค่ลงจากรถไปอย่างจำใจ แล้วออกเดิน ซองแจเห็นว่าคู่หูของตนเดินเข้าไปในผับแล้วก็ออกรถกลับไปที่รถอุปกรณ์ที่จอดถัดไปประมาณสองบล๊อค ร่างสูงลงจากรถ มองซ้ายมองขวาก่อนจะเดินเข้าไปในตรอกมืด แล้วเดินขึ้นไปยังรถตู้สีดำที่จอดไว้ พอเขาโผล่เข้าไป อิลฮุนก็ยื่นหูฟังบลูทูธสำหรับใช้ติดต่อคนด้านในทั้งสามคน อิลฮุนเอ่ยทัก

“เป็นไง ส่งคู่หูไปเดท”

“งอแงอย่างกับเด็กไปโรงเรียนวันแรก”

ซองแจเบ้ปากว่าพลางรับหูฟังมาใส่ก่อนนั่งประจำที่ของตัวเอง หน้าจอทั้งสามตรงแผงควบคุมปรากฏภาพจากกล้องขนาดเล็กที่ติดไปกับทั้งสามคน ซองแจนั่งลงที่นั่งตัวเองอย่างตื่นเต้น เพราะวันนี้ทางทีมเขาได้รับแจ้งจากห้องตรวจหลักฐานว่าบนตัวของผู้ตายมีตราปั้มแบลคไลท์ของทางผับนี้อยู่ มันยิ่งไปสนับสนุนว่าผับนี้มีความเกี่ยวข้องกับคดี ถึงแม้ว่าห้องลับของเขาจะไม่เกี่ยวแต่อย่างน้องมันก็ทำให้สิ่งที่เขาทำอยู่เกี่ยวกับคดีมากขึ้น จะได้ไม่โดนด่าว่าไร้สาระทีหลังถ้าทางผู้ใหญ่รู้เข้า

“พี่มินฮยอกครับ พี่ชางซอบเข้าไปแล้ว เจอกันหรือยังครับ”

[[อ่า...เจอกันแล้ว นี่ไง]]

กล้องจากพี่มินฮยอกแพนไปที่คนมาใหม่ ชางซอบอยู่ในชุดเชิ๊ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนปลดกระดุมเม็ดบนพองาม แขนเสื้อถูกพับขึ้นเผยให้เห็นรอยสักที่แขนขวาและมีนาฬิกาเรือนงามประดับอยู่ที่ข้อมือ กางเกงสีขาวสะอาดพอดีตัว รองเท้าเงาวับ ประกอบกับทรงผมอันเดอร์คัทที่ถูกเซ็ตขึ้นช่วยทำให้เจ้าตัวดูหล่อและรวยขึ้นหลายเท่า ต้องขอบคุณเสื้อผ้าจากพี่มินฮยอกและหน้าผมจากรุ่นน้องยูจินบล๊อคข้างๆ ที่อุส่าห์สละเวลามาเนรมิตลุงแถวบ้านที่ชอบใส่กางเกงวอร์มเดินหน้าบวมไปมาให้กลายเป็นโอ้ปป้าหน้าหล่อพร้อมขยี้ใจสาวบนเวที

“พี่ฮยอนซิกล่ะครับ จากด้านบนเห็นไหม”

“เห็นๆ”

เสียงตอบกลับจากพี่ชางซอบก่อนที่กล้องของเจ้าตัวจะแพนร่างหนึ่งยืนอยู่ในดงคนที่เบียดเสียดกันเพื่อที่จะเข้ามาดูคอนเสิร์ตขนาดว่าอยู่ปนกับคนทั่วไป แต่ฮยอนซิกก็ดูเด่นขึ้นมาจากในกลุ่มคนนั้น ยืนยันได้จากกล้องของเจ้าตัวที่ถ่ายติดสาวๆหนุ่มๆที่มองมาหาตลอด คนนี้ก็อีกคน พอจับโกนหนวด เซ็ตผม แต่งตัว จากคนขับรถบรรทุกที่ชอบใส่เสื้อลายสก๊อต ก็กลายเป็นโอปป้าสายแบดบอยขึ้นมาทันที ผมสีดำถูกแบ่งและจัดเซตอย่างดี เสื้อสีดำแขนยาวตัวทิ้งถูกดึงซิปมาครึ่งหนึ่ง เพราะตอนแต่งตัวสไตลิสจำเป็นดูเหมือนต้องการความเซ็กซี่ เธอเลยรูดมันลงมาเกือบทั้งอกเผยให้เห็นเกือบจะทั้งหมด และไปล๊อคซิปยังไงไม่รู้ไม่ให้เจ้าของรูดขึ้นเองไม่ได้ และก็ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนหลักเสื้อผ้าพี่มินฮยอกเช่นเคยและหน้าผมจากรุ่นน้องเยอึนบล๊อคข้างๆ

กล้องของพี่ชางซอบแพนกลับมาที่พี่มินฮยอก คนนี้ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ไม่เซ็กซี่ ไม่ออกบ้าน ไม่แหวกถึงท้องไม่ใช่มินฮยอกเจ้าตัวอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ติดกระดุมแค่สามม็ดด้านล่าง โชว์แผงอกแน่นเต็มที่ ด้านนอกใส่สูทสีดำไว้ลวกๆ และมีพร๊อบเนคไทด์มัดหลวมๆปิดอกไว้นิดหน่อยพองาม

“โคตรบอยแบนด์”

อิลฮุนโพลงขึ้นมา ที่อยู่ในรถทั้งหมดพยักหน้าพร้อมกันเห็นด้วย ซองแจว่าต่อ

“ถ้าไม่เป็นตำรวจแล้วไปออดิชั่นเป็นไอดอลกันไหม”

“เขาคงเอาหรอก”

ทั้งรถหลุดหัวเราะพรืดออกมา แม้จะได้ยินไม่ค่อยชัดเพราะเสียงรบกวน แต่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของทางฝั่งโน้นด้วยเหมือนกัน เมื่อคลายเครียดกันนิดๆหน่อยๆแล้วหัวหน้าทีมก็จัดการเปิดพิธีเริ่มปฏิบัติการทำงานกันอย่างเป็นทางการ

“เอาล่ะ ทำงานกันเถอะ”

ทั้งทีมพยักหน้ารับ ทุกคนกลับเข้าโหมดทำงานกันอย่างรวดเร็ว ทั้งสายตาและท่าทาง บ่งบอกถึงความชำนาญและความเป็นมืออาชีพอย่างดี อันดับแรกต้องมองหาโจทย์ของวันนี้ก่อน ซองแจกรอกเสียงตามไมค์ไปหาสองคนนั่นทันที

“คุณคิมมาหรือเปล่าครับ”

[[ดูเหมือนว่าคุณคิมจะไม่--]]

ยังไม่ทันขาดคำคุณคิมที่กำลังจะพูดถึงก็เดินหน้าหล่อมาแต่ไกล ไม่ว่าจะมองกล้องไหนมุมไหนคุณคิมก็เอาอยู่

“โว้ว...ไม่คิดว่าหล่อโคตรพ่อโคตรแม่ขนาดนี้”

“จริง”

คนที่ยังไม่เคยเห็นคุณคิมถึงกับอึ้งในความหล่อเกินไปของเขา อิลฮุนหันมาหาซองแจส่งสายตาประมาณว่า จริงดิ คนนี้น่ะเหรอจีบพี่ชางซอบ ก่อนจะกรอกเสียงตามไมค์ส่งไปยังปลายสาย

“หล่อและรวยขนาดนี้ ยอมเดทเขาไปเห๊อะ พี่ชางซอบ”

“เออ ผมเห็นด้วยว่ะ”พีเนียลเอ่ยเสริม

[[เงียบไปเลย! ทุกคนนั่นแหละ!]]

สิ้นคำ ภาพตรงหน้าก็ปรากฎให้เห็นคุณคิมเดินยิ้มหล่อเดินตรงมาทางทั้งสองคน ชางซอบแนะมินฮยอกให้รู้จักกับคุณคิม ทั้งสามคุยอะไรกันอีกสักพักถึงจะเดินไปนั่งตรงโซฟาที่จัดไว้สำหรับวีไอพี

“ไม่นึกว่าคุณจะมา เห็นว่าไม่ค่อยเข้ามาตอนเปิดผับไม่ใช่เหรอครับ”

“ครับ นานๆมาที แต่วันนี้มาเพราะคุณเลยครับ”

เสียงหัวเราะระงมดังในหูฟังไร้สายทำเอาชางซอบอยากกลับไปที่รถแล้วไล่ฟาดเรียงตัว แต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้แต่เพียงยิ้มงามๆตามที่ไอ้คู่หูคนน้องส่งเสียงมาตามสาย

“วูบินมานี่หน่อย”

ไม่ทันที่จะได้ทำอะไร ร่างหนึ่งก็ปรากฎขึ้นหลังคุณคิมเสียก่อน เจ้าตัวทำหน้าตาคร่ำเครียดมาแต่ไกล คุณคิมเห็นดังนั้นก็หันมาขอตัวกับพวกเขาก่อนจะลุกไปคุยกับคนๆนั้น ชางซอบพยามมองการสนทนา ท่าทางของอีกคนที่มาคุยกับคุณคิมค่อนข้างจะรุนแรง เหมือนอารมณ์เสียอะไรสักอย่างมา คุณคิมก็ใจเย็น ก่อนจะพูดกับคนนั้น เขาอ่านปากคุณคิมได้ว่า ‘ไม่ต้องห่วง’ และ ‘มันไม่มีอะไรหรอก’ พอพูดจบคนที่เข้ามาคุยด้วยก็เดินออกไปจาตรงนั้นทันที คุณคิมเพียงมองตามเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับมา

[[ถึงกับต้องมองตามเลยเหรอครับพี่ชางซอบ ชอบเขาก็บอกไปดิ อย่าเล่นตัว]]

“เงียบไปเลยยุกซองแจ!!!”

มินฮยอกมองรุ่นน้องที่ทะเลาะกับอากาศหรือจริงๆแล้วก็คืออีกคนในสายก่อนจะเปลี่ยนความสนใจกลับมาที่คุณคิมมินฮยอกมองคุณคิมอย่างประเมิณ สูง หน้าตาดี อายุก็คงอยู่ในรุ่นเดียวกับเขา คุณคิมมีลักษณะของคนพบปะสังคมบ่อย พูดคุยเก่ง จัดการเก่งดูได้จากการที่สามารถบริหารจัดการทั้งสองร้านอย่างลงตัว และเขาเชื่อว่าสองร้านนี้ไม่ใช่ทั้งหมดที่คุณคิมบริหารแน่นอน คำพูดและน้ำเสียงที่พูดออกมาดูเชื่อถือได้แต่ในทางกลับกันก็ต้องระวัง เพราะมันอาจเป็นคำโกหกที่เชื่อถือได้

จะหลอกถามก็ยาก...จะเชื่อที่พูดมาทั้งหมดก็ไม่ได้…

งานยากแฮะ...คงต้องค่อยๆดูไป

“ทุกอย่างโอเคไหมครับ”

ชางซอบเอ่ยขึ้นทันทีที่คุณคิมกลับมานั่งที่ คุณคิมดูเหมือนจะพอใจมากที่ได้ยินคำถามแบบนี้จากชางซอบ ต้องขอขอบคุณพรายกระซิบยุกที่คอยบอกว่าควรพูดว่าอะไร

“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เพื่อนผมมันระแวงพวกคุณสองคน ก็ทำไงได้ล่ะครับ ตำรวจกับผู้ประกอบการสถานบันเทิงก็แบบนี้แหละ”

ทั้งสองพยักหน้ารับ มินฮยอกทำทีเป็นมองสำรวจผับก่อนที่จะหันมาพูดกับคุณคิม

“คุณคิมสามารถให้วงใหญ่มาทำการแสดงได้ขนาดนี้ได้ คุณไม่ธรรมดาเลยนะครับ”

“ฮ่าๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”

“ผมว่าการทำแค่ร้านกาแฟกับผับเฉยๆมันคงจะยากไปสำหรับจ้างวงใหญ่มานะครับ”

คุณคิมรับรู้ทันทีว่ามินฮยอกหมายถึงอะไร ชางซอบก็เช่นกัน เขาหันไปมองหน้ารุ่นพี่ตัวเองที่อยู่ๆก็ยิงคำถามสงสัยว่าคุณคิมไม่ได้ทำเกี่ยวกับสถานบันเทิงกับร้านกาแฟเพียงอย่างเดียว คุณคิมยิ้มรับอย่างนักธุรกิจก็ตอบมินฮยอกอย่างคนได้เตรียมตัวมาแล้ว

“ครับแน่นอน ที่จริงแล้วผมทำเกี่ยวกับอสังหาฯด้วยและลงทุนเกี่ยวกับอะไรอีกนิดหน่อย จะว่าไปผับนี่...เป็นอะไรที่เสี่ยงต่อการผิดกฎหมายที่สุดแล้วในสิ่งที่ผมทำ”

ถ้าใครไม่เข้าใจ แปลง่ายๆก็คือคุณคิมกำลังจะบอกว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายหรือก็คือไม่เกี่ยวข้องกับยาหรือการบริการอะไรก็ตามที่ผิดกฎหมาย มินฮยอกยิ้มรับก่อนวางตัวสบายขึ้น

“งั้นเหรอครับ แหม ขอโทษที่ถามอะไรแบบนั้นไป พอดีเป็นห่วงชางซอบน่ะครับ ได้คนมาจีบทั้งทีก็อยากจะให้เป็นคนที่ดีๆ”

ชางซอบเหลือบมองรุ่นพี่ที่ใช้ตัวเองเป็นเครื่องมืออย่างคล่องมือก็นึกแค้นใจ มินฮยอกยิ้มหวานให้รุ่นน้องก่อนจะหันกลับไปคุยกับคุณคิมต่อ

“การดีไซน์ร้านของคุณค่อนข้างหน้าสนใจ ทำไมคุณถึงทำเป็นครัวเชื่อมกันล่ะครับ”

“อ๋อ อันนี้เพื่อนผมแนะนำมา เขาบอกว่าก็ทำร้านอะไรแบบนี้อยู่แล้วจะทำไมสองครัว ทำเชื่อมกันไปเล๊ย ผมก็เคลิ้มตามมันไปหน่อยเลยทำตามแบบที่มันว่า”

“ฮ่าๆๆๆ เพื่อนคุณนี่ท่าทางจะอินดี้ไม่ใช่น้อย”

“ถึงจะแปลกๆ แต่มันก็เป็นสถาปนิกที่เก่งคนหนึ่งเลยล่ะ ผมแนะนำเลยล่ะ ถ้าจะสร้างอะไรสักอย่าง”

“ผมจะรับไว้พิจารณา”

ชางซอบมองสองคนที่คุยกันเหมือนจะถูกคอแต่ก็อดรู้สึกอึดอัดไม่ได้ที่วิธีการพูดของแต่ละฝ่ายมีความระแวงกันสูงมาก ให้เขาไปทำงานกดดันคนร้ายดีกว่ามานั่งฟังบทสนทนาอะไรแบบนี้

“พูดถึงการออกแบบ ผมแปลกใจกับการให้วีไอพีขึ้นมานั่งด้านบนนี้ วิวมันดีนะ แต่ไม่เห็นมีความเป็นส่วนตัวเลย คุณไม่มีอย่าง...ห้องไว้สำหรับจัดปาตี้ส่วนตัวเหรอ”

คุณคิมยิ้มง่ายๆอีกครั้ง แต่ถ้าดูดีครั้งนี้เหมือนจะดูลำบากใจที่จะต้องตอบคำถามนั้น เพื่อไม่เสี่ยงที่เจ้าตัวจะตอบกลับมาว่า ‘ไม่มี’ เขาเหลือบมองคนข้างตัวที่กำลังจิบเครื่องดื่มสีฟ้าที่คุณคิมสั่งมาให้ ก่อนจะนึกออกว่าควรจะทำอะไร

“ผมถามเพราะผมนึกถึงเมื่อก่อน ผมกับชางซอบปาตี้กันกับเพื่อนๆ เช่าห้องของผับนี่แหละ… ตอนนั้นชางซอบนี่...โว้ว คุณน่าจะได้เห็น”

“หืม? ทำไมเหรอครับ เขาเต้นบนโต๊ะเหรอ ฮ่าๆๆ”

“โดยเหลือกางเกงในอยู่ตัวเดียว”

“แค่กๆ”

เครื่องดื่มที่เหมือนจะลื่นคอเมื่อกี้ อยู่ๆก็ติดคอคนถูกกล่าวถึงขึ้นมาเสียอย่างนั้น คุณคิมดูประหลาดใจไม่ใช่น้อยส่วนมินฮยอกก็พยักหน้ายืนยันไม่ถามสุขภาพคนโดนเผาแม้แต่น้อย

“จริงดิ?”

ทางฝั่งรถตู้ที่เหลือเหล่าน้องๆ ทุกคนเงยหน้าถามหัวหน้าทีมแบบอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ อึนกวังได้แต่ยิ้มๆก่อนตอบกลับน้องๆให้หายสงสัย

“แล้วพวกนายจะตกใจ”

ขณะที่บทสนทนาขายชางซอบนี่กำลังดำเนินไป อีกเสียงที่ลืมไปแล้วว่าอยู่ในภารกิจนี้ก็ดังขึ้น

“ผมเข้ามาในครัวแล้ว”

คำง่ายๆแต่เรียกความสนใจได้จากทุกส่วน ทางฝั่งรถตู้ที่เริ่มนั่งๆนอนๆกันก็ลุกขึ้นพรวดมานั่งดีๆเตรียมตัวเต็มที่ ส่วนทางคุณคิมก็ไม่ได้ทำอะไรมาก พยามทำตัวให้เป็นปกติ แม้ในหูจะพยายามฟังว่าทางฮยอนซิกกำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม ทุกคนในรถตัดเสียงของทางชางซอบและมินฮยอกออกเพื่อนจะได้ยินเสียงฮยอนซิกชัดขึ้น อิลฮุนผู้คุมอุปกรณ์กำลังปรับกล้องที่มาจากฮยอนซิกให้ขึ้นที่จอใหญ่พอเห็นภาพก็รู้ว่าเจ้าตัวเข้ามาในครัวแล้วจริงๆดูจากสภาพแวดล้อม

“พี่เข้าไปได้ยังไง”

“นี่ไง”

ฮยอนซิกโชว์บัตรพนักงานของทางผับให้ดูโดยชื่อที่ปรากฎเป็นชื่อของคนอื่น ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวคงไม่ได้ขอมาดีๆ

[[สกิลมือโจรนี้ท่านได้แต่ใดมาครับคุณพี่ฮยอนซิก]]

“แล้วจะเอาไปสอนนะทุกคน”

ฮยอนซิกว่าอย่างอารมณ์ดีก่อนเดินเนียนๆเข้าไปในครัว พนักงานในนั้นมีไม่มาก ส่วนใหญ่ก็แค่เข้าแล้วก็อาหารไปเสิร์ฟ ยิ่งเป็นผับที่เน้นให้เต้นให้เที่ยวแบบนี้ ของที่ทำส่วนใหญ่ก็จะมีแต่ของง่ายๆ เช่น ของทอด หรือขนมถุงที่เทออกมาเพื่อเป็นของทานเล่น แต่ในเมื่อเป็นผับระดับคุณคิมแล้ว เมนูอาหารก็ยังคงมี แต่ก็ไม่ค่อยมีคนนิยมสั่งเพราะส่วนใหญ่ก็มาดื่มกินกันเฉยๆเท่านั้น ถ้าจะสั่งอาหารจริงๆคงเป็นพวกวีไอพี ฮยอนซิกยิ้มให้พ่อครัวที่มีอยู่ไม่กี่คนก่อนทำเนียนสำรวจห้องครัว เล็กกว่าที่เห็น และกำแพงฝั่งที่ซองแจบอกมันก็น่าสงสัยจริงๆ ฮยอนซิกเริ่มหาทางที่พอจะเป็นทางเข้าได้แต่...

“มีประตูไหมพี่”

ซองแจที่เป็นเจ้าของทฤษฎีถามออกมาอย่างตื่นเต้น อยากรู้เหลือเกินว่าตัวเองนั้นคิดถูกหรือเปล่า ปลายสายเงียบทำเอาซองแจรู้สึกลุ้นและตื่นเต้น เสียงกอกแกกดังออกมาเป็นระยะแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากรุ่นพี่ของตัวเอง

“พี่ฮยอนซิก?”

[[ไม่อ่ะ ไม่มีทางเข้า]]

“ไม่น่านะ ทางเข้ามันควรจะอยู่ในห้องครัวสิ พี่หาดีแล้วเหรอ”

[[ดีแล้ว มันคงไม่ล้ำขนาดมีปุ่มเปิดปิดประตูลับหรอกมั้ง]]

“ไม่แน่นะพี่ ระดับคุณคิม อาจจะมีห้องลับที่ต้องใช้สแกนม่านตา สแกนลายนิ้วมือ แล้วในห้องนั้นก็เป็นแลปลับที่เราไม่รู้ก็เป็นได้”

“ซองแจอ่า ฉันว่านายดูหนังมาไปแล้วนะ”

พีเนียลว่าให้ก่อนจะส่งสายตาให้อิลฮุน อีกคนที่เห็นรุ่นน้องสติเริ่มหายก็อดเหนื่อยใจไม่ได้ เขากระตุกแขนเสื้อรุ่นน้องให้กลับมานั่งดีๆ ซองแจทิ้งตัวลงเก้าอี้อย่างแรงแบบคนผิดหวัง เจ้าตัวถอดหูฟังบลูธูททิ้งไว้ก่อนจะเอนตัวลง

“แต่ผมมั่นใจมากเลยว่ามันมี...”

“เอาน่า ก็อย่างน้อยก็รู้ไงว่าตรงนี้ไม่มีจริงๆ จะได้ไม่ต้องมาพะวงกับมันอีกไง”

หัวหน้าทีมเอ่ยปลอบคนเล็กของทีม ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่ซองแจคิดมันจะแปลกแต่มันก็ถูกและมักเป็นผลดีต่อการทำคดี แค่คราวนี้มันเป็นส่วนน้อยที่ซองแจจะคิดผิดก็เท่านั้นเอง อึนกวังเปลี่ยนช่องสัญญาณให้กลับมาเชื่อมของทางชางซอบและมินฮยอกอีกครั้ง

“มินฮยอกอ่า ถ้าจะออกมาเลยก็ได้นะ ฮยอนซิกไม่เจอ--”

[[ถ้าห้องเช่าให้ปาร์ตี้ ผมก็มีอยู่จริงๆแหละครับ แต่มองไม่เห็นจากข้างนอกทั่วไป]]

อึนกวังหยุดกึกกับประโยคที่ได้ยิน เขามองไล่ไปที่ทุกคนที่อยู่ในรถก่อนส่งสัญญาณให้ทุกคนกลับไปใส่หูฟังตามเดิม

“แต่ผมไม่เห็นป้ายหรืออะไรที่เป็นการโฆษณาเลยหนิครับ”

มินฮยอกพอได้ยินแบบนั้นก็ถามต่อทันที คุณคิมทิ้งตัวลงกับโซฟาก่อนจะจิบเครื่องดื่มเล็กน้อยแล้วอธิบายต่อ

“ผมไม่ค่อยเน้นเรื่องนี้เท่าไหร่ เอาจริงๆแล้วผมไม่ค่อยจะสนับสนุนเลย แต่เพราะลูกค้ามาถามบ่อยว่ามีห้องให้ใช้ไหม ผมเลยจำเป็นต้องเปิดเพื่อไม่ให้เสียลูกค้าไป ลูกค้าที่มาใช้บริการเขาจะรู้กันแบบปากต่อปากมากกว่า”

“งั้นเหรอครับ”

“ถึงเราจะมีนโยบายความเป็นส่วนตัวและไม่ก้าวก่ายการใช้ห้องของลูกค้า แต่เรามีกฎอย่างเดียวคือ ห้ามนำห้องไปใช้ในการมั่วสุมยาเสพติด”

“....”

มินฮยอกไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงแต่ยิ้มรับ คุณคิมนิ่งไป จากท่าทางสบายๆกลายเป็นเคร่งขึ้นมา เจ้าตัวยกมือขึ้นมากุมไว้ตรงหน้าก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“...ผมรู้ว่าคุณกำลังอยู่ในระหว่างสืบคดี แต่ผมสงสัยจริงๆว่าทำไม่คุณถึงได้สงสัยทางเรานัก”

ดูเหมือนว่าคุณคิมจะทันพวกเราแล้วจากนี้คงต้องคุยกันแบบตรงๆ ชางซอบเหลือบมองมินฮยอกเชิงขออนุญาตรุ่นพี่ของเขามินฮยอกพยักหน้า เขาจึงหันไปหาคุณคิมแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน

“คุณคิมครับ เนื่องจากคดีของเรามีคนตาย เราพบโคเคนจำนวนหนึ่งในกระเป๋าของเธอและในโพรงจมูก และเธอมีตราปั้มแบลคไลท์ของที่นี่ มันจำเป็นที่เราต้องสงสัยผับคุณว่ามีส่วนเกี่ยวข้างกับยานี้ไหม”

คุณคิมเงียบฟังชางซอบ อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับ ไม่โวยวายหรือมีพิรุธธกับเรื่องนี้ เหมือนคนที่ไม่รู้เรื่องราวนี้จริงๆ มันยิ่งทำให้มินฮยอกยิ่งสงสัยมาขึ้น เขาจึงเอ่ยถามอีก

“เราสงสัยว่า คุณจะให้บริการจัดห้องให้มั่วสุมเสพยา”

“ไม่มีทาง ผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้น ผมไม่อยากพูดแบบนี้เลย แต่คุณมีหลักฐานเหรอ”

“...ไม่ เราไม่มี”

“....”

ทั้งสามคนเงียบกันไป แม้กระทั้งในหูฟังก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร อันที่จริงแผนนี้มันมาถึงทางตันแล้ว หนึ่งคือเราเฉลยไปหมดแล้วว่าที่จริงแล้วมาเพื่ออะไร และอีกอย่างคือ เราไม่มีหลักฐาน จากนี้ถ้าจะทำการสืบที่นี่จริงๆก็ต้องหาหลักฐานใหม่มาเพื่อขอหมายศาลและอะไรอีกก็ตาม และมันมีเวลามากพอให้ทางผับกำจัดหลักฐานหากที่นี่มีการให้บริการอย่างที่เรากล่าวหาจริงๆ

“ผมจะให้คุณดู”

“???”

อยู่ดีๆคุณคิมก็เอ่ยขึ้นมา ทั้งชางซอบและมินฮยอกต่างประหลาดใจกับการกระทำของคุณคิม

“ผมบริสุทธิ์ใจ ที่ผับของผมไม่มีบริการอะไรอย่างที่คุณกล่าวหา”

เขาว่าก่อนจะลุกขึ้นพรวดแล้วทำท่าทางให้พวกงสองเดินตาม ไม่ต้องพูดอะไรกันทั้งสองก็ลุกจากที่ทันทีก่อนจะเร่งฝีเท้าไปให้ทันอีกฝ่าย คุณคิมพูดอะไรกับพนักงานที่อยู่ตรงหน้าบันไดชั้นสองเล็กน้อยก่อนพนักงานคนนั้นจะส่งการ์ดบางอย่างมาให้ คุณคิมเดินไปอยู่กำแพงตรงข้างบันไดก่อนจะรูดการ์ดนั้นเข้ากับที่รูด ที่ๆเคยเป็นกำแพงตอนนี้กลับยุบเข้าไปและเปิดเข้าไปได้ ด้านในเป็นบันไดทางเดินลงไปที่ๆหนึ่งแต่ดูจากทิศทางแล้วมันเป็นทางเดียวกับบริเวรที่สงสัยกันว่าจะเป็นห้องลับ

“ผมบอกแล้วว่าคุณคิมต้องมีห้องลับ!!”

เสียงตะโกนอย่างตื่นเต้น ดังลอดเข้ามาในหู ชางซอบอดไม่ได้ที่จะลอบยิ้ม แต่ก็เกือบหุบไม่ทันเมื่ออยู่ๆคุณคิมก็หันมาทางเขา

“คุณชางซอบครับ...”

“ครับ?”

“ที่คุณยอมมาที่นี่เป็นเพราะมาสืบคดีอย่างเดียวเหรอครับ”

“....”

แม้ใจอยากจะบอกว่า ใช่ เขามาสืบคดีอย่างเดียว แต่สายตาจริงจังปนผิดหวังที่ส่งมาให้กลับทำให้เขาไม่กล้าที่จะตอบ เขาหลบตา คุณคิมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะเดินนำลงไปยังห้องด้านล่างพร้อมกับอธิบาย

[[เฮ้ ทางรถอุปกรณ์สัญญาณภาพไม่ดีนะ ไม่เห็นอะไรเลย]]

พวกเขารับรู้ก่อนจะเปลี่ยนมาตั้งใจฟังที่คุณคิมพูด

“ห้องนี้มีทางเข้าออกสองทางครับ คือทางที่เราเข้า และประตูหนีไฟด้านข้างจะออกสู่ตรอกได้เลยครับ ห้องนี้เป็นห้องเก็บเสียงจะไม่มีทางได้ยินเสียงจากภายนอกและแน่นอน ด้านนอกก็จะไม่ได้ยินเสียง หากจะติดต่อพนักงานจะมีปุ่มให้กดครับ และจะมีการตรวจว่ามีการนำของผิดกฎหมายเข้ามาหรือเปล่า-- !!?”

คุณคิมหยุดทันทีเมื่อเข้ามายังห้องให้เช่า ภาพที่ทั้งสามเห็นคือภาพของห้องสลัวๆที่เต็มไปด้วยควันที่ถ้าดมดีๆแล้วมันคือกลิ่นของกัญชา และกลุ่มคนที่นั่งรวมกันเป็นที่ๆ กำลังใช้หลอดสูดไอ้ผงขาวๆนั้นเข้าจมูก

“นี่มันอะไรกัน!!”

“นี่ C.U.B.I ทุกคนห้ามขยับ!!! นั่งลง!! ห้ามไปไหน!!”

ชางซอบตะโกนสั่งพร้อมโชว์ตราตำรวจ ดีว่าคนพวกนี้เมายากันเสียส่วนใหญ่ เลยไม่มีใครคิดวิ่งหนี ยิ่งพวกเขาไม่มีปืนเสียด้วย ถ้าวิ่งกันคงวุ่นวายน่าดู ชางซอบมองไปยัง คุณคิมที่เดินไปที่ปุ่มเรียกพนักงานก่อนจะตะคอกใส่ที่ตอบรับ

“ไปตามไอ้ควอนซูมาหาฉันที่ห้องเช่าเดี๋ยวนี้!!!”

คุณคิมกระแทกเครื่องตอบรับอย่างรุนแรงก่อนจะหันมาทางพวกเขา ชางซอบเดินเข้าไปถามด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที

“คุณคิม...คุณจะบอกว่า คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยเหรอ”

“คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่อย่างที่ผมบอกคุณไป ผมไม่ค่อยได้เข้ามาที่นี่ ส่วนใหญ่แล้วคนที่ดูแลที่นี่คือควอนซู เพื่อนของผม”

“....”

“คุณถามพนักงานทั่วไปดูเลยก็ได้ ว่าผมไม่ค่อยได้เข้ามา”

ถึงแม้ว่าคุณคิมจะยืนยันแบบนั้น แต่เนื่องจากมันเป็นงาน หลักฐานตรงหน้ามันก็ชัดเจนเกินไป...ชัดเจนเกินไป…

ชางซอบไล่ดูแต่ละคนที่อยู่ในห้อง บางคนมึนยาจนไม่ได้สติบางคนที่พอจะมีสติอยู่บ้างก็หลบสายตา ชางซอบไล่ไปทุกคน จนไปเจออยู่คนหนึ่ง เธออยู่มุมห้องตัวสั่นเทาอาจเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชางซอบบอกให้เธอเงยหน้าขึ้น เขามองเธออย่างพิจารณาก่อนจะเอ่ยขึ้น

“คุณ...คุณไม่ได้เสพยา”

เธอพยักหน้า เขาสำรวจเธออีกครั้งก็เห็นบัตรพนักงานเหน็บอยู่ตรงกางเกงของเธอ

“ผมมีคำถาม หากคุณตอบตามความเป็นจริง คุณอาจจะได้รับข้อยกเว้นเกี่ยวกับเรื่องนี้”

เธอเหลือบไปทางคุณคิมเหมือนกังวนอะไรบางอย่าง ชางซอบมองตามก่อนจะหันพูดคุยกับเธออีกครั้ง โดยให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“คุณไม่ต้องกลัวนะ หากมีอะไรทางเราจะคุ้มครองในฐานะพยาน เพียงแค่คุณต้องพูดความจริงเท่านั้น”

ชางซอบเอ่ยน้ำเสียงนิ่งแต่ไม่คุกคาม พยามทำให้เธอใจเย็นลง พนักงานสาวพยักหน้าอย่างเกรงๆแต่ก็มีท่าทีผ่อนคลายลง

“ผมจะถามคุณนะครับ ปาตี้มั่วสุมนี่ ใครเป็นคนอนุญาต”

“เอ่อ...”

“คุณคิมหรือเปล่าครับ”

เธอรีบส่ายหน้า ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงลนๆ

“ไม่ค่ะ คุณคิมไม่เคยให้ทำอะไรแบบนี้”

“แล้วยังไงครับ? พนักงานทำกันเองเหรอ”

“ไม่ใช่ค่ะ...คือ..คุณควอนซูค่ะ เขาให้ทำ...ฉันถูกบังคับให้มาบริการในนี้ ฉะ...ฉันจำเป็นจริงๆค่ะ ฮึก...ได้โปรด...ฉันไม่อยากติดคุก ฮือออออออออ”

เธอเริ่มร้องไห้ออกมาเรียกความสนใจได้ทั้งคุณคิมและมินฮยอก ชางซอบยังคงปั้นหน้านิ่ง และถามคำถามเธออีกครั้ง

“ถูกบังคับนานหรือยังไง”

“ค่ะ”

“มีคนอื่นที่ถูกบังคับอีกไหม”

“ค่ะ...มีค่ะ”

“คุณสามารถให้ชื่อพวกเขาทั้งหมดได้หรือเปล่า เพราะข้อกล่าวของเราจะได้แข็งแรงขึ้น และคุณจะได้พ้นข้อกล่าวหาเร็วขึ้นด้วย”

“ได้ค่ะ...ฉันจะให้...”

ชางซอบพยักหน้ารับก่อนที่จะเดินมาหาทั้งสองคน ชางซอบเริ่มอธิบายให้คุณคิมฟัง

“คุณคิม คุณต้องเข้าใจว่าคุณเป็นเจ้าของเพราะฉะนั้นคุณอาจจะโดนหางเลขไปด้วย”

“ผมเข้าใจ...”

“แต่หากมีคนมาให้การคุณได้ว่าคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้จริงๆ คุณอาจจะพ้นข้อกล่าวหา แต่ผับของคุณอาจจะถูกปิดถาวร เพราะคำให้การของลูกจ้างคุณบอกว่ามีการให้บริการแบบนี้มานานแล้ว”

“.....”

คุณคิมไม่ได้ตอบอะไรแต่สีหน้าก็บ่งบอกว่าเจ้าตัวเข้าใจดี เป็นนักธุกิจคนหนึ่งที่ซื่อตรงเสียชางซอบตกใจ ถ้าคำให้การบอกคุณคิมบริสุทธิ์ เรื่องที่ซองแจบอกว่าให้เขาลองคบ...เขาน่าจะลองดู…

“จากนี้เราก็ต้องหาหลักฐานมามัดตัวเพื่อนของคุณ--”

กริ๊ก!!!

“ฉันบอกแกแล้วว่าอย่าเอาตำรวจมา
ยุ่ง!!!"



เสียงหนึ่งดังขึ้นตรงหน้าประตู ควอนซูยกปืนขึ้นมาจ่อหน้าทุกคน กวัดแกว่งมือไปมาอย่างคนไม่มีสติ ซองซอบเข้าขวางพนักงานหญิงทันที มินฮยอกก็ยกมือแบออก แสดงถึงการบอกว่าตนจะไม่ทำอะไร และไม่มีอาวุธ

“แกทำแบบนี้ทำไมควอนซู”

“แกนั่นแหละ ที่ทำให้ฉันไม่มีทางเลือก!”

“พูดอะไรของแก--”

“แกไม่รู้หรอกว่าฉันต้องเจออะไรบ้าง แกบอกฉันว่าให้ฉันทำงานนี้ด้วยตัวของตัวเอง...แล้ว...แล้วเงินหมุนมันก็เยอะ แก...แกก็รู้ว่าฉันติดพนัน แล้วก็ยังเอาเงินก้อนมาให้ฉันจับเล่นอีก...”

คุณคิมได้ยินที่เพื่อนของตัวเองพูดก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น คุณคิมเดินเข้าไปหาเพื่อนของตัวเองด้วยความโมโหแต่ก็หยุดไปเมื่ออีกฝ่ายยกปืนขึ้นมาจ่อหน้าอีกครั้ง

“ควอนซู...แกแพ้พนันใช่ไหม”

“ใช่!!! แก...ฉัน...ฉันพยายามหาเงินมาใช้...แต่ แต่มันไม่ทัน ฉันเลยไม่มีทางเลือก แกทำให้ฉันไม่มีทางเลือก!”

ควอนซูตอนนี้ยิ่งเหมือนคนเสียสติมาขึ้นมินฮยอกมองสำรวจ เขาเห็นว่าม่านตาของอีกฝ่ายขยาย เหงื่อที่ออกผิดปกตินั่นอาจจะมาจากความตระหนกหรืออาจจะเป็นอาการของคนใช้ยา...ใช่...คนๆนี้เมายาอยู่ ไม่เป็นความคิดที่ดีเลย ที่จะคุยกับคนๆนั้นในตอนนี้

“คุณคิม...ผมว่าเรา--”

“แกทำอะไรลงไป ควอนซู...”

“ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าเจ้าหนี้เป็นพ่อค้ายา เขาบอกจะยกหนี้ให้ถ้าฉันยอมให้เอายามาขาย...”

พอถึงตรงนี้ทั้งชางซอบและมินฮยอกต่างมองหน้ากัน...นี่เป็นข้อมูลใหม่ และทางฝั่งบนรถก็ได้ยินด้วยกันทั้งหมด เพราะพวกเขาได้ยินเสียงพูดคุยกันเกี่ยวกับประเด็นใหม่นี้

“แกยอมให้คนเอายามาขายที่ร้านของฉันงั้นเหรอ! แกคิดอะไรอยู่! ฉันอุตส่าห์ไว้ใจแก เพราะแกเป็นเพื่อนฉัน...ฉันอุส่าห์ส่งแกไปสถานบำบัด ทำไมแกถึงยัง...”

“แกนั่นแหละทำให้ฉันไม่มีทางเลือก...พอที ฉันไม่อยากฟังแกอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะแก...ถ้าไม่ใช่เพราะแก!”

ชางซอบเห็นนิ้วของควอนซูอยู่ที่ไกปืน มันกำลังขยับ และเป้าหมายก็ไม่ใช่ที่ไหน…

คุณคิมกำลังจะถูกยิง!

แต่เขาขยับช้าไป…

ปัง!!!!!!!!!!

++++++++++++++++++++++++++++++++


ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ นี่อัพก่อนขึ้นเครื่องเลยนะ เจอกันตอนหน้าค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #20 kawkawgd (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 01:21
    พี่ซอบบบบบบบบ ไม่ได้โดนยิงใช่มั้ยบอกที ฮื่ออออ
    #20
    0
  2. #19 btrkp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 23:56
    คุณคิมคนดีของบ่าวววว ควอนซูต้องใจเย็นๆ แง อย่าให้ถึงตายเลยนะ เอาแค่บาดเจ็บแล้วไปจีบต่อกันในโรงบาลพอ5555(ยุกซองแจคือใครเหรอ?) สนุกมากค่าาา ชอบๆ จบคดีนี้ก็เขียนคดีใหม่ต่อไปเรื่อยๆเลยนะคะ5555 รออยู่ตลอดเลยนะ เข้ามาเช็คบ่อยมาก5555 เอาใจช่วยในการแต่งนะคะ สู้ๆจ้า ขอบคุณมากๆสำหรับฟิคค่าาา^^
    #19
    1
    • #19-1 OnTheWall(จากตอนที่ 5)
      12 กรกฎาคม 2561 / 00:08
      อย่าเพิ่งทิ้งซองแจจจจ น้องผิดไปแล้วววว น้องจะกลับตัว 555555 ขอบคุณมากๆค่ะที่ชอบ ดีใจมากๆเลย เป็นกำลังใจอย่างดีเลยค่ะ เราจะเขียนต่อเรื่อยๆค่ะ ขอบคุณจริงค่ะ
      #19-1
  3. #17 94DNim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 19:07

    โหยยย ลุ้นมากก


    #17
    0
  4. #16 Dnoppy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 15:21
    ค้างมากค่าาาา555
    #16
    0