[BTOB] C.U.B.I ทีมสอบสวนสุดป่วน

ตอนที่ 15 : (วันๆในสำนักงาน) - ตอน หนึ่งวันของพีเนียล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    10 ก.ค. 62

วันๆในสำนักงาน - หนึ่งวันของพีเนียล


"Morning love~"


เขาทักทายเพื่อนสี่ขาของเขา ขนสีเทาดูฟูๆกับรูปร่างของเธอมองผ่านๆแล้วเหมือนแกะมากกว่าหมา เธอวิ่งอย่างตื่นเต้นมาหาเขาทันทีที่เขาเดินออกมาจากห้องนอน วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาต้องไปทำงาน เขาออกกำลังกายยามเช้าโดยการวิดพื้น โหนบาร์และยกเวทก่อนจะอาบน้ำและกินมื้อแรกของวัน เขาไม่ลืมที่จะให้อาหารเพนนีด้วย ไม่นานหลังกิจกรรมยามเช้า เขาก็แต่งตัวและพร้อมที่จะไปทำงาน 


เขามักจะมาถึงเป็นคนแรกๆของทีม ถ้าไม่นับที่บางครั้งอิลฮุนค้างคืนล่ะนะ พูดถึงอีกฝ่าย เขาก็เห็นร่างไร้วิญญาณเดินขึ้นมาจากแลป อิลฮุนเดินตรงมาที่เขาจนเขาเผลอกลืนน้ำลายเพราะอีกฝ่ายเหมือนซอมบี้จริงๆ และซอมบี้ตัวนี้ไม่ต้องการสมอง แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในมือเขาต่างหาก


"กาแฟ…"


เขายื่นแก้วกาแฟที่อยู่ในมือให้อีกฝ่ายไป อิลฮุนเปิดฝาแล้วสูดกลิ่นกาแฟเข้าไปเต็มปอด แล้วตาเลื่อนลอยนั่นก็เหมือนจะมีชีวิตขึ้นมานิดนึงและเหมือนจะรับรู้ตัวตนของเขาแล้วด้วย อีกฝ่ายยิ้มให้เขาก่อนเอ่ยขอบคุณ


"ขอบคุณมาครับ"


"เดี๋ยวอิลฮุนอ่า เอาไอ้นี่ไปด้วย"


เขารั้งอีกฝ่ายไว้ก่อนจะยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลไปให้ อีกฝ่ายรับไปก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น


"แซนวิช?"


"อกไก่ชีสน่ะ ข้าวเช้า มันจะทำให้นายมีแรงมากขึ้น"


อิลฮุนเงยหน้ามองเขาก่อนจะยิ้มสดใสให้ อีกฝ่ายบอกลาเขาแล้วหมุนตัวกลับไปที่แลปเหมือนเดิม ก็จะประมาณนี้ เขามักจะซื้อกาแฟของเขาและของอิลฮุนไว้ด้วย เผื่อวันไหนเจ้าตัวอยู่ค้างแบบนี้ และบางครั้งก็จะซื้ออะไรให้อีกฝ่ายกินถ้ารู้ว่ารุ่นน้องคนนี้ค้างที่สำนักงานมากกว่าสามวัน และอีกฝ่ายก็เหมือนจะรู้ด้วยว่าเขาจะมาเวลานี้ตลอด ถึงได้ขึ้นมาซะตรงเวลาเลย


หลังจากเจอซอมบี้อิลฮุนแล้ว เขาก็ไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง เริ่มวันด้วยการเอางานเอกสารขึ้นมาทำ ที่จริงเขาก็ไม่ได้ขยันขนาดนั้น แต่เพราะเขาเป็นชาวต่างชาติและเอกสารส่วนใหญ่ก็เป็นภาษาของทางนี้เขาต้องใช้เวลาสักหน่อยในการอ่าน พอเขาทำงานไปได้สักพักหัวหน้าทีมและรองหัวหน้าก็จะเข้ามาในเวลาไล่เลี่ยกัน บางครั้งก็พร้อมกันจนเขาเคยแซวว่าเมื่อคืนอยู่ด้วยกันเหรอ และเขาก็ได้คำตอบกลับมาว่า


'ใช่แล้วล่ะ ฉันไปค้างบ้านมินฮยอก/อึนกวังมา พือนีรู้ได้ไง~'


และเขาก็ได้แต่ยิ้มแข็งๆกับไปให้รุ่นพี่สองคนนั้น บางครั้งก็แซวเฉยๆ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะจริง และมันก็จริงบ่อยมากจนถ้าวันไหนสองคนนี้มาพร้อมกัน ก็สามารถเดาได้เลยว่าเมื่อคืออยู่ด้วยกัน


เขาก็รู้แหละว่าสองคนนี้สนิทกันมากๆ เป็นเพื่อนที่เหมือนจะเป็นคู่ชีวิต? ถ้าเขาไม่ใช้คำใหญ่เกินไปล่ะนะ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกันเอาเป็นว่าสนิทกันมากๆเลยล่ะ


พออึนกวังและมินฮยอกมาได้สักพัก ถ้าไม่มีอะไรพวกเขาจะนั่งจัดการกับรายงานที่ค้างแต่บางครั้งก็จะถูกเรียกขึ้นไปประชุมและจะกลับมาพร้อมกับคดีใหม่ไม่ก็งานเก่าที่ค้าง และวันนี้ทั้งสองคนก็โดนเรียกไปประชุม จะได้เห็นสองคนอีกทีก็คงเที่ยงๆบ่ายๆ พอนั่งทำงานต่ออีกสักพักฮยอนซิกก็จะมา บางทีก็ไม่ได้มา เขาหมายถึงไม่ได้มาจากทางเข้าสำนักงาน แต่เดินขึ้นมาจากห้องแลป นั่นแสดงว่าพี่ค้างเป็นเพื่อนอิลฮุนและเพิ่งตื่น และวันนี้ฮยอนซิกเดินมาจากห้องแลป และถือกาแฟแก้วที่อิลฮุนถือลงไปก่อนหน้านี้


“อรุณสวัสดิ์ครับ”


“อรุณสวัสดิ์”


ฮยอนซิกกล่าวทักทายเขากลับด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินเลยไป คงจะไปที่หน้าสำนักงานเพื่อตอกบัตรเข้าทำงาน เห็นจากการที่เดินถือบัตรไปสองใบ ตอกแทนอิลฮุนด้วยแน่ๆ


และก็ถึงไฮไลท์ของยามเช้า คู่หูคู่ป่วนของทีมและสำนักงาน สองคนนี้จะมาแบบหลายๆสถานการ์ณจนเขาก็จำไม่หมด แต่ส่วนใหญ่ซองแจจะมาก่อน แล้วชางซอบก็จะมาทีหลัง ถ้าเป็นวันธรรมดาๆก็มาเจอกันที่โต๊ะ เถียงกันทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆแทนคำทักทายในยามเช้า บางทีก็กระหืดกระหอบมากันทั้งสองคน ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ก็มักจะได้ยินว่าเพราะอีกฝ่ายนั่นแหละเลยสาย หรือบางครั้งซองแจก็จะมาก่อนแล้วแกล้งเอาอะไรไม่รู้ไปใส่ที่ลิ้นชักชางซอบและพออีกคนเปิดแล้วตกใจก็จะมีการเปิดศึกยามเช้าจนใครง่วงๆอยู่ก็สามารถตื่นได้เลย


ส่วนวันนี้มาแบบแพคคู่ วิ่งเบียดๆกันมาตั้งแต่ออกลิฟต์เหมือนพยายามแข่งกันเพื่อที่จะนั่งเก้าอี้ให้ได้ก่อน และชางซอบเหมือนจะถึงก่อน อีกฝ่ายยกยิ้มอย่างคนได้รับชัยชนะแต่ก่อนที่ก้นจะแตะเก้าอี้ ร่างของคนพี่ก็โดนดึงจากด้านหลังแล้วมาย้ายก้นจากเก้าอี้ของตัวเองมาอยู่บนตักของคนน้อง โดยที่คนน้องร้องดีใจว่านั่งก่อนคนพี่ต้องเลี้ยงข้าว ชางซอบลุกออกจากตักซองแจก่อนโวยวายเสียงดัง


"นายขี้โกง!"


"ไม่ได้โกง เขาเรียกชั้นเชิง"


แล้วก็เถียงอะไรกันอีกยืดยาวเขาก็ไม่ได้ตั้งใจฟังแล้ว 


ช่วงเช้าผ่านไปก็จะประมาณนี้ ระหว่างวันถ้าไม่มีคดี พวกเราก็จะมีกิจกรรมอื่นๆที่จะทำ เขานั้นจะทำเอกสารให้เสร็จก่อนจะลงไปที่แลป เขายิ้มทักทายสรที่เดินถือเอกสารขึ้นมา เธอยิ้มให้เขาแปบนึงก็กลับไปอ่านเอกสารต่อ วันนี้เธอคงยุ่งเพราะปกติจะมีพูดคุยกันนิดหน่อย เขาเดินตรงไปยังแลปสำหรับอุปกรณ์ อิลฮุนยังคงอยู่ที่เดิมและตาจ้องหน้าจอแทบไม่กระพริบ เขาหันไปเห็นแซนวิชเมื่อเช้าที่เขาให้ไปถูกกินไปแค่ครึ่งเดียว


"แซนวิชไม่อร่อยเหรอ?"


"เปล่า...ผม...ไม่ว่าง..."


อิลฮุนตอบกลับเขาอย่างไม่ค่อสมีสติเพราะเจ้าตัวกำลังมีสมาธิมากๆกับโค้ดตรงหน้าอยู่ เขาส่ายหัวระอากับความบ้างานของอีกฝ่ายและจากการรัวนิ้วบนคีย์บอร์ดของอีกฝ่าย แสดงว่าใกล้ได้เรื่องแล้ว เขายืนรอจนกว่าอีกฝ่ายจะตะโกนอะไรออกมาสักอย่างและ…


"เสร็จแล้ว!!!! แม่งเอ้ย!!!"


นั่นแหละ...และก็ตามด้วยลุกขึ้นพรวด แล้วแทบจะทันที อิลฮุนทรุดฮวบลงไป เขารับได้ทันเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ นอนน้อย ความดันต่ำ น้ำตาลน้อย ลุกกะทันหัน เท่ากับหน้ามืด... เขากรอกตาหนึ่งรอบก่อนจะพยุงอีกฝ่ายไปที่โซฟา แล้วใช้อาการมึนๆของอีกฝ่ายจับอีกฝ่ายให้นอน


"นอน แล้วฉันจะจัดการต่อเอง"


อิลฮุนมองเขานิ่งสักพักก่อนจะพยักหน้า แล้วไม่กี่นาทีก็หลับไปเลย เขาต้องฟ้องอึนกวังบ้างแล้วเรื่องบ้างานเนี่ย เขาเลื่อนเก้าอี้มานั่งแล้วกดก๊อกแก๊กอะไรอีกนิดหน่อยแล้วพิมพ์รายงานออกมา ดูแล้วเดี๋ยวต้องเอาไปให้อึนกวังเพื่อเสนอประชุมบ่ายนี้...


"ไงพีเนียล อิลฮุนหลับไปแล้วเหรอ"


"ครับ พี่จะลงไปทำงานอยู่เหรอ ไม่ไปกินข้าวเหรอครับ"


"อ่า...ฉันมีอะไรอีกนิดหน่อยน่ะ นายซื้อมาให้หน่อยสิ"


"ได้ครับ"


ฮยอนซิกยิ้มรับก่อนจะลาเขาก่อนจะเดินสวนเขาลงไป เดาว่าวันนี้เขาต้องกินข้าวคนเดียวอีกแล้ว เขาขึ้นมาเก็บของที่โต๊ะรออีกสักพักเผื่ออึนกวังกับมินฮยอกจะลงมา แต่ก็ไร้วี่แวว เขาเลยตัดสินใจออกไปคนเดียว แถวสำนักงานเขา เพียงบล๊อคเดียวก็จะเป็นย่านร้านอาหาร ย่านท่องเที่ยวถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดตั้งแต่ทำงานมา ก็แน่ล่ะเพราะมันอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า แรกๆเขารำคาญแต่อยู่ๆไปก็ไม่ได้ยินเสียงแล้ว เขาเดินผ่านหลายร้านจะมาหยุดที่ร้านอาหารหนึ่งซึ่งเป็นร้านแฟรนไชส์จากบ้านเกิดเขา อยู่ๆก็คิดถึงที่บ้านเลยกินอาหารบ้านเกิดให้หายคิดถึงเสียหน่อย


"อ้าวพือนี~"


เสียงคุ้นเคยเรียกเขามาจากข้างในร้าน เขามองตามก็เห็นทีมเขาสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ซองแจโบกมือให้เขาและชางซอบก็เรียกให้เขาไปนั่งด้วย แน่นอนเขาก็ไปนั่งด้วย ดีที่ทั้งสองคนก็เพิ่งมาถึง เขาสั่งและรอกินพร้อมกัน


"พี่ต้องเลี้ยงพี่พีเนียลด้วยนะ"


"ที่จริงฉันไม่ต้องเลี้ยงด้วยซ้ำ เมื่อเช้านายขี้โกง"


"ก็บอกว่าชั้นเชิงไง"


"ชั้นเชิงบ้านแกสิ ฉลาดนักนะเรื่องแบบนี้น่ะ"


"ฉลาดทุกเรื่องและฉลาดกว่าพี่ด้วย"


แล้วซองแจก็ยักคิ้วยิกๆเรียกอาการหัวร้อนอย่างรุนแรงจากชางซอบได้เป็นอย่างดี เขายิ้มและหัวเราะกับสองคนที่กัดกันไม่หยุด เห็นเถียงกันขนาดนี้ แต่สองคนนี้ก็รักกันมาก ปากบอกไม่ แต่การแสดงออกคือล้นจนต้องกรอกตา ถ้าต้องทำงานแยกกัน สองคนนี้ก็จะแสดงความเป็นห่วงอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด แต่พอเจอหน้ากันก็บ่นใส่กันเหมือนเดิม พวกเขาชินแล้วกับความซึนของทั้งสองคน 


สุดท้ายอาหารมื้อนี้เขาก็ได้กินฟรี เพราะชางซอบโดนซองแจหลอกให้เล่นอะไรสักอย่างแล้วแพ้ ชางซอบบ่นอุบแต่ก็ยิ้มกว้างขึ้นมาอีกทีตอนที่ซองแจบอกว่าสะสมแต้มร้านโดนัทครบแล้ว เลี้ยงก็ได้...แต่เขาแอบเห็นตอนจ่ายเงิน บัตรสะสมยังไม่ครบนะ เฮ้อ...เบื่อจริงๆเลย


“นี่ครับพี่”


เขายื่นถุงอาหารที่ฮยอนซิกฝากซื้อจากร้านที่ไปกินมา และไม่ลืมที่จะซื้อให้คนที่ยังคงหลับอยู่ ดูท่าทางแล้วคงไม่ฟื้นง่ายๆ เขาถามรุ่นพี่ของเขาก็ได้ความว่า อดหลับอดนอนมาสามวันสามคืนแล้ว สืบคดีอยู่คดีหนึ่งของทีมเรานี่แหละ บางทีเขาก็คิดว่าเราควรเลิกรับคดีซ้อนได้แล้ว 


เขาจัดการเอาอาหารของอิลฮุนใส่ตู้เย็นไว้ก่อนเพราะเจ้าตัวคงไม่ฟื้นเร็วๆนี่ เขาทำงานในแลปอีกสักพักฮยอนซิกก็ถูกเรียกขึ้นไปให้ไปประชุมกับอึนกวังเพราะมินฮยอกไปประชุดอีกที่ งานตำรวจแทบจะไม่ได้ทำอยู่แล้ว ประชุมอยู่นั่นแหละ...


สักพักซองแจกับชางซอบก็ถูกเรียกเพราะมีงานเข้านิดหน่อยเกี่ยวกับคดีที่สองคนนั้นทำ หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกขอกำลังเสริมจากสองคนนั้น พี่อึนกวังถึงกับบ่นว่าก่อเรื่องอีกแล้ว และมินฮยอกก็บอกว่าถ้ากลับมาแล้วจะสวดสักสามชั่วโมง เขาล่ะเห็นใจคนก่อนเรื่องขึ้นมาเลย เราขนกันไปทั้งทีม และกำลังเสริมอีกชุด เหตุคือสองคนนั้นได้รับแจ้งจากสายแล้วอยู่ๆก็โดนโจมตี สายบาดเจ็บ ส่วนสองคนนั้นก็ยิงโต้ และขอกำลังเสริม ไปถึงชางซอบก็ยิงคนร้ายล้มไปสองราย สายถูกส่งเข้าโรงพยาบาล อาการทรงตัว พอกลับเข้าสำนักงานก็ถูกเรียกประชุมและ S.M.I เอาคดีเราไปทำเฉยเลย ชางซอบหัวร้อนไม่น้อยดีว่าคู่หูห้ามไว้ แล้วทางโน้นก็โดนมินฮยอกจิกกัดเจ็บๆไป จะจากที่โดนไป เดาว่าเจ็บอีกนาน


วันนี้จบด้วยความหงุดหงิดนิดหน่อย เลยทำให้คนที่หัวร้อนที่สุดที่โดนแย่งงานประกาศกร้าวว่าต้องไปบาร์และทุกคนต้องไปไม่งั้นงอน…ก็ไม่รู้ว่าทุกคนกลัวชางซอบงอนหรือจริงๆก็อยากไป ทุกคนก็ไปจบที่บาร์ประจำและดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน พอได้เวลาคนที่หัวร้อนที่สุดก็เป็นคนที่เมาที่สุด เดือดร้อนคู่หูของตัวเองนั่นแหละที่ต้องเก็บ ส่วนที่เหลือก็พอกรึ่มๆ เมาก็มีแต่ก็มีคนดูแลทั้งหมด ส่วนเขาไม่ค่อยดื่มเลยไม่เป็นอะไร เขาบอกลาทุกคนก่อนจะแยกกลับบ้านของเขา


เมื่อถึงบ้าน เพนนีก็วิ่งดีใจมาหาเขา รู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องทิ้งเธอไว้ที่บ้าน แม้เขาจะจ้างแม่บ้านให้มาทำความสะอาดและดูแลเธอ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่ายังให้เวลากับเธอไม่พอ หรือว่าเขาควรพักร้อนแล้วพาเพนนีกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ดีไหม


“เพนนี อยากกลับไปเยี่ยมแม่ไหม”


เธอส่ายหางเหมือนจะเข้าใจที่เขาพูด เขาเรียกเธอให้ขึ้นมาบนเตียงและเล่นกับเธอ สักพักเขาก็รู้สึกง่วง เขาจัดการปิดแล้วเอนตัวนอนลงและหลับไปในที่สุด


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ค่ะ กลับมาพร้อมกับเรื่องเบาๆพักสมองก่อนจะเริ่มคดีใหม่กันนะคะ

ช่วงนี้หลงลูกชาย เลยอยากเขียนบทให้ลูกชาย ก็เลยได้ตอนนี้ออกมา

ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #55 Num (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 23:20

    สนุกมากงับรอน้าาา

    #55
    0
  2. #54 *White* (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 20:15

    ง้า~น้องน่ารักมากเลยยยย พีเนียสจะมีคู่มั้นคะ อยากให้น้องมีคุ่มากที่สุดเลยยยยย (เราเมนพีเนียนคะ) มาต่อเร็วๆนะคะรออยู่
    #54
    0