[BTOB] C.U.B.I ทีมสอบสวนสุดป่วน

ตอนที่ 12 : C.U.B.I - ท่าเรือ (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

[ท่าเรือ ตอนที่ 4]


เสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีทำให้ ฮยอนซิกอดไม่ได้ที่จะแอบลืมตาจากการงีบกลางวันขึ้นมาข้างหนึ่งมองคนมาใหม่ ชางซอบเดินมาหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายรุ่นน้องและคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ฮุยที่เพิ่งเข้าหันมามองเขาส่งสายตาถามว่าชางซอบเป็นอะไร เขาส่ายหัวให้อีกฝ่ายเชิงบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน ฮุยเดินงงๆผ่านไปก่อนก็ยิ้มแข็งๆให้ชางซอบตอนโดนโบกมือบายๆใส่แถมยังยิ้มหวานให้อีกต่างหาก คนอารมณ์ดีเดินมาหาเขาพร้อมทักทายด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย


“อรุณสวัสดิ์ฮยอนซิก~”


“....นี่บ่ายแล้ว อาหารกลางวันเป็นพิษเหรอครับ”


ชางซอบค้อนเขา แต่แปบเดียวก็กลับมาทำหน้าตายิ้มแย้มจนแก้มขาวๆนั่นเหมือนจะแตก เขาส่ายหัว ก่อนจะเลิกสนใจแล้วกลับไปนอนต่อ


“อารมณ์ดีอะไรมาเหรอชางซอบ”


“เปล่า~ อิอิ”


มินฮยอกเลิกคิ้วมองรุ่นน้องตัวเองอย่างสงสัย แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน จะหันไปถามฮยอนซิกก็ดันหลับใส่เขาเสียนี่ สักพักคู่หูของเขาก็เดินมาและทำหน้าตาเหมือนเขาคือสงสัยแต่ไม่รู้จะถามใครว่าชางซอบเป็นอะไร แต่ก่อนที่อึนกวังจะได้ถามอะไร เสียงฮยอนซิกก็ได้ตอบแทนไปก่อนแล้ว


“คงไม่มีอะไรหรอก ก็วันนี้พวกน้องๆกลับมาแล้วหนิครับ”


“อ๋ออออออออออ”


รุ่นพี่สองคนร้องออกมาพร้อมกัน ก่อนหันไปมองคนมีความสุขที่กำลังกดโทรศัพท์พลาง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคุยกับใครอยู่แต่ถ้าให้เดาก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคู่หูคู่กัดของตัวเอง สามคนพร้อมใจกันส่ายหัวระอากับความปากแข็งของสองคนนี้เวลาอยู่ด้วยกันแต่พอห่างกันก็ขาดกันไม่ได้เลย ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมไม่ทำตัวรักกันดีๆ


“แล้วพวกนั้นจะกลับมาเมื่อไหร่”


“ห้าโมง”เสียงแจ่มใสจากคนที่ก้มหน้าก้มตาจิ้มโทรศัทพ์เรียกให้ที่เหลือเหลือบมแบบเอือมๆ


“แล้วยังไง? จะไปรับ?”


“ใช่”


“ดี รับเสร็จแล้วก็เอามาที่นี้ด้วย”


มินฮยอกเอ่ยต่อ ชางซอบพยักหน้ารับเรื่อยๆ ที่เขาบอกแบบนั้นเพราะปฏิบัติการที่จะมีในอีกสามวันนี้ต้องการคนมากกว่าสี่คน โชคดีมากๆที่กลับมาทันไม่อย่างนั้นพวกเขาต้องลงมือทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันแน่ๆ ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนทำไปได้ยังไง ทั้งๆที่มีสี่คนแต่ก็ว่าไม่ได้ เมื่อก่อนคดีมันไม่ได้แอดวานซ์อย่างตอนนี้ แถมตอนนั้นก็ยังหนุ่มยังแน่น ตอนนี้เรอะ เหอะๆๆ


“อ่ะๆ ถ้าว่างกันแล้วก็ช่วยมาเอาเอกสารที่อยู่บนโต๊ะฉันไปทำด้วยนะ”


อึนกวังว่าพลางวางเอกสารอีกปึกหนึ่งวางบนโต๊ะตัวเอง เสียงวางมันไม่ค่อยน่าภิรมณ์เท่าไหร่เพราะเสียงหนักๆของมันทำให้รู้ถึงควาหนา คนที่ก้มหน้าเล่นโทรศัทพ์ถึงกับทำหน้าเจื่อนตอนได้ยิน พลางค่อยๆหันเก้าอี้หนีไปเงียบๆเนียนๆ อึนกวังส่ายหน้าก่อนหันไปหาอีกคนที่หลับอยู่ และพบว่าคนที่หลับอยู่ก็ค่อยๆ หันเก้าอี้หนีเหมือนกัน อึนกวังหัวเราะออกมาน้อยๆ ส่วนมินฮยอกกรอกตารอบนึงก่อนจะจัดแจงเอกสารทุกอย่างลงโต๊ะของแต่ละคนอย่างคล่องแคล่ว แล้วจึงจะเรียกคู่หูตัวเองให้ไปยังนัดหมายต่อไป ทำให้สองคนที่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้แต่หันกลับมารับความจริง


“ให้ตายเหอะ เราเป็นตำรวจนะ ทำไมต้องมาทำงานเอกสารด้วย”


คนที่แก่เป็นอันดับสามบ่นขึ้นมาหลังอ่านเอกสารได้ไม่ถึงห้านาที รุ่นน้องที่เด็กกว่าก็ได้แต่ส่ายหัวแล้วตอบคนพี่ไป


“เพราะมันเป็นงานเอกสารที่มีแต่ตำรวจที่ทำได้ไงครับ อีกอย่างเราเหลือกันแค่นี้ งานมันก็เลยสุมล่ะนะ”


“ฉันเบื่อออออออออ”


ฮยอนซิกส่ายหัวระอาก่อนกลับมานั่งอ่านเอกสารต่อ เอกสารส่วนใหญ่ที่พวกเขาต้องทำก็ คือเอกสารทั่วไปจำพวกเบิกของจิปาถะ เบิกกระสุนก็รวม ส่วนงานอีกแบบก็คือรายงานคดีตรวจสอบและยืนยันคดีที่เสร็จไปแล้ว ถ้าอันไหนยังดำเนินการ โดยเฉพาะที่งานที่ส่งให้กับสำนักงานอื่น ด้วยความระบบส่งต่องานมันยังไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าไหร่ คดีที่ส่งไปบางครั้งอีกฝ่ายก็ไม่ได้รับทั้งหมด พูดง่ายๆมันก็จะอยู่ตรงกลาง แต่ที่มันวุ่นวายคือถ้าโดนตามงานขึ้นมาเราจะโดนก่อนทั้งๆที่เราไม่ต้องรับผิดชอบแล้ว


อย่างเอกสารที่เขากำลังอ่านตอนนี้เลย คดีที่ไปกับพี่ชางซอบเมื่อวาน คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ Y.G.I รับผิดชอบอยู่ ก็ไม่ได้อะไรหรอก แต่เขารู้สึกว่าตอนส่งงานต่อให้ฝั่งนั้นเขาเห็นว่าเราส่งไปให้ทั้งหมดแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมมันยังมีเอกสารที่บ่งบอกว่าเรายังทำคดีนี้อยู่


“พี่ชางซอบ เมื่อวานใครมารับคดี”


“คดีไหน”


“คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ Y.G.I เป็นคนมารับ”


“อ่า...น้องลิซ่า เห็นว่าเป็นเด็กใหม่นะ น่ารักดี”


เขายกยิ้มตอนที่พี่ชางซอบบอกว่าน่ารักดี เขาเห็นผ่านๆเพราะกำลังคุยอยู่กับตำรวจพื้นที่อยู่ คนที่ไปพูดคุยด้วยคือพี่ชางซอบ


“ตอนที่ส่งงานให้ พี่ได้ดูไหมว่าส่งหมด”


“ดูดิ ทำไมเหรอ”


“เอกสารนี่มันบอกว่าเรายังทำคดีอยู่”


“เหรอ อืม...ถ้ามันยังบอกว่าเป็นของเราอยู่ ไม่เรายังไม่ได้ส่ง ก็ฝั่งโน้นก็ยังไม่ได้รับ...”


“แต่เราส่งแล้ว...แสดงว่าเขาไม่ได้รับ”


ชางซอบในตอนแรกที่ก้มหน้าก้มตาคุยกับรุ่นน้อง พอได้บทสรุปก็หยุดนิ่งแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอีกฝ่าย เขาตัดสินใจลุกออกจากที่นั่งของตัวเองก่อนจะเดินไปหาเพื่อรับเอกสารนั้นขึ้นมาอ่านดูอีกที


“ฮื่ม...สงสัยฉันต้องไปหาเด็กใหม่คนนั้นอีกครั้งแล้วล่ะ”


“จะดีเหรอครับ มันเป็นเรื่องของทางเขานะ”


“ฉันไม่ได้จะไปเอาคดีเขามาทำสักหน่อย จะไปเคลียว่ามันเป็นของเขาแล้วต่างหาก”


ฮยอนซิกทำหน้านึกออก เขาลืมไปได้ไงว่าทีมเราทำงานอยู่บนพื้นฐาน ‘เรื่องของเขาเราไม่ยุ่ง’ และมันรวมถึงต้องทำให้แน่ใจทุกครั้งว่าเรื่องนั้นมันจะไม่มาเดือดร้อนเราแล้วจริงๆ แต่ก่อนที่รุ่นพี่ของเขาจะได้ยกหูโทรหาทางโน้น อยู่ๆโทรศัทพ์ของพวกเขาก็ดังขึ้น มันเป็นแอพเฉพาะของ C.U.B.I ที่จะใช้เพื่อแจ้งสำหรับงานต่างๆให้ทีมมารวมตัว ไอ้ที่อยู่ๆก็แจ้งเตือนน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่เรื่องที่แจ้งเตือนต่างหากล่ะ


‘ C.U.B.I ALERT !!!

CODE 13 AREA 19 (XYZ PORT)
EUNKWANG 'S TEAM MEET UP IMMEDIATELY !!! ’


พอข้อความขึ้นมาอ่านไม่ทันเสร็จสองร่างของผู้อาวุทโสในกลุ่มก็เดินดุ่มๆมาหาพวกเขาด้วยสีหน้าเครียด ไม่ต้องพึ่งสัญชาติญาณอะไรทั้งนั้น เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่าพวกเขาต้องมีงานเข้าแน่ๆ มินฮยอกพอเจอหน้าพวกเขาก็พูดขึ้นมาทันที


“ทาง J.Y.P.I แจ้งมาว่ามีเหตุด่วนเกี่ยวกับคดีที่เรากำลังทำอยู่ ต้องรีบไปเดี๋ยวนี้”


“เกิดอะไรครับ?”


“ดูเหมือนว่ากำหนดการเดิมจะเลื่อนเข้ามาเร็วขึ้น”


อึนกวังว่าพลางบอกให้พวกเขาเตรียมตัว ถึงจะยังสงสัยอยู่แต่ดูจากท่าทางของพวกรุ่นพี่ที่รีบมากๆพวกเขาเลยเก็บความสงสัยเอาไว้ก่อน พวกเขาวางทุกอย่างก่อนจะใส่สายรัดซองปืน ตรวจเช็คสภาพคร่าวๆ ไม่ลืมที่จะหยิบตราตำรวจไปด้วย พวกเขาทั้งสี่คนกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากสำนักงานไปที่นัดหมายโดยฝั่งโน้นให้ไปเจอกันที่ท่าเรือ


พวกเขาเลี้ยวรถมายังท่าเรือ พอลงรถได้ก็เห็นเจ้าหน้าที่หลายคนกำลังวุ่นวายอยู่ภายนอก ทั้งขนอุปกรณ์ ทั้งรีบวิ่งไปที่ไหนสักที่ ภาพที่เห็นทำเอาพวกเขามองหน้ากันอย่างสงสัย แต่ก่อนจะต้องเอ่ยปากถามใครแถวนั้น ร่างคุ้นเคยก็วิ่งมาทางพวกเขา ท่าทางที่ดูตื่นเต้นอยู่แล้วยิ่งดูตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ในสถานการณ์แบบนี้ แจ็คสันมาถึงก็จับไหล่อึนกวังเขย่าๆด้วยท่าทางรีบร้อน


“งานเข้าแรงมากครับ!!!”


“ไม่บอกผมก็พอเดาออกครับ”


มินฮยอกพูดพลางแกะมืออีกฝ่ายออกจากไหล่ของคู่หูตัวเอง แจ็คสันที่เพิ่งรู้ตัวก็ขอโทษขอโผยอึนกวังที่ทำหน้าเบลอเพราะโดนเขย่า สักพักอีกสองคนที่เขารู้จักก็เดินมาหา คู่หูอีกสองคนยิ้มให้พวกเขาถึงแม้ว่าบนใบหน้านั้นจะมีความกังวนอยู่ สุดท้ายเป็นจินยองที่ออกมาแล้วมาเชิญพวกเขาไปในตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ต่างศูนย์ปฎิบัติการณ์ พอเข้ามาได้จินยองก็เริ่มอธิบายเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ทันที


“ผมจะไม่พูดว่าเรามีปัญหานิดหน่อยเพื่อรักษาหน้า ต้องบอกว่าตอนนี้เรางานเข้าแรงมากจริงๆครับ”


“มันแรงขนาดไหนครับ”


“จากแผนเดิมที่เราเตรียมการกันไว้คืออีกสามวันต่อจากนี้ กลายเป็นว่าสายของเราเพิ่งส่งข่าวมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บอกว่าเรือจะเทียบท่าเร็วขึ้นกว่าเดิม...มาก”


“ที่ว่ามากนี่คือ?”


“คืนนี้”


“ห๊ะ!!!”


ชางซอบโพลงขึ้นมาหลังจากที่ฟังเสร็จ จินยองเพียงพยักหน้ายืนยันพลางแจกเอกสารมาให้พวกเขาทุกคน พวกเขาอ่านกันลวกๆพลางฟังจินยองอธิบายไปด้วย จินยองบอกว่าที่อยู่ๆก็ต้องมารีบร้อนกันวันนี้เพราะสายข่าวไม่สามารถติดต่อมาได้ด้วยเหตุอะไรบางอย่าง เพิ่งมาได้ข้อความกันเมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมา พอได้ข้อความก็รีบติดต่อทางเราแทบจะทันที


“ถึงแม้ว่าข่าวในตอนแรกจะบอกว่าเป็นการขนส่งอาวุทล๊อตใหญ่อย่างเดียว แต่จากที่สายบอกมากลับกลายเป็นว่าจะมีการส่งมอบอาวุทอันตรายบางอย่างด้วย ซึ่งขายให้เพียงนายหน้าเท่านั้น ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องวางแผนใหม่กันทั้งหมด โดยจะต้องมีทีมนึงดูแลในส่วนของขนอาวุทออกจาท่าเรือ และอีกส่วนต้องไปดีลกับผู้ขาย”


“งั้นก็ง่ายละ ให้ทีมเราทำการส่งของ ส่วนพวกคุณทำการดีลกับผู้ขาย”


“มันไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิครับ”


จินยองพูดก่อนจะทำท่าทางเหนื่อยใจอย่างเห็นได้ชัด ชางซอบขมวดคิ้วสงสัยแต่ไม่ต้องถามอะไร คู่หูคู่ซี้ที่ยืนอยู่หลังรองหัวหน้าก็ทำท่าทางบอกใบ้เขาโดยการเอานิ้วชี้ๆขึ้นไปด้านบน เท่านั้นแหละ รู้เลยว่าความยุ่งยากมันมาจากไหน


“ผมออกตัวเลยว่าผมค้านไปแล้ว”


“นี่เขารู้ไหมเนี่ยว่ามันลำบาก”


จินยองไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ยิ้มกลับด้วยความเหนื่อยใจ พอปลงกับความเบื้องบนเสร็จ อีกฝ่ายก็เริ่มอธิบายงานทันที


“เริ่มจากดีลอาวุทก่อน เนื่องจากมันสำคัญมากเราจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด จำเป็นต้องใช้คนที่มีฝีมือในการเจรจา และจัดเป็นสองทีมหนึ่งคนถือเงินและตรวจสอบอาวุทและจะดีมากถ้ามีฝีมือในการต่อสู้ เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ผมขอทางคุณสองคนครับ”


พวกเขามองหน้ากัน  รู้อยู่แล้วว่าถ้าจะเอาคนเจรจาเก่งก็ต้องเป็นมินฮยอกอยู่แล้ว ส่วนเรื่องใครจะไปด้วยอีกคน…


“อ้อใช่ ผมขอคนที่ใช้อุปกรณ์และคนที่ประสานงานเก่งๆไว้ด้วยครับ เพราะผมจะเป็นคนลงไปดีล ตรงนนี้ต้องมีคนสั่งการแทนผมคนนึง”


พอฝ่ายนั้นบอกแบบนี้ก็พอจะรู้ละว่าใครต้องไปกับมินฮยอก ชางซอบพยักหน้ารับกับกลุ่มก่อนที่อึนกวังจะเป็นคนแจ้งว่าใครจะเป็นคนไปดีล


“ส่วนที่เหลือห้าคนจะต้องแบ่งเป็นสองทีม ตะวันตกและตะวันออกตามทางออกของท่าเรือ และดำเนินการตามแผนเดิม ...อ้อ แล้วก็ผมขอคุณอึนกวังอยู่ประสานงานส่วนกลางด้วยครับเพราะผมต้องลงไปเองกับแจ๊คสันไม่มีใครทำตรงนี้”


“ถึงคุณจะบอกว่าคุณมีห้าคนก็เถอะ แต่ตอนนี้ผมนับได้แค่สี่คนเองนะ”


ฮยอนซิกแย้งขึ้นเมื่อรู้สึกว่าในทีมตัวเองตอนนี้เหลือแค่เขาคนเดียว ส่วนอีกทีมก็เหลือคู่หูคู่ซี้ที่ดูยังไงคงไม่เสียสละเพื่อนของตัวเองให้มาทำงานกับเขาแน่นอน งั้นก็จะเหลือเขาคนเดียวที่คุมทีมน่ะสิ


“ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าเริ่มปฏิบัติการแล้วผมจะแนะนำเขาให้ ตอนนี้ผมให้เขากำลังทำงานที่ผมขออยู่ อ๊ะ...มาพอดี ยองแจมานี้หน่อย มาแนะนำตัวกับทีมจาก C.U.B.I หน่อยเร็ว”


ฮยอนซิกมองไปยังคนที่ถูกกล่าวถึง เจ้าตัวดูงงๆแต่ก็เดินมาทางพวกเขา ตาตี่ๆกับหน้ากลมๆทำให้เจ้าตัวดูน่ารัก กับแว่นทรงกลมทำให้ดูเนิร์ดมากๆ อีกฝ่ายทำให้เขาคิดถึงอิลฮุนคงเป็นเพราะเป็นฝ่ายอุปกรณ์เหมือนกันและก็เป็นเนิร์ดเหมือนกัน แต่อิลฮุนจะดูดื้อกว่า...เยอะเลยล่ะ…


“สวัสดีครับ ผมเจ้าหน้าที่พิเศษ ชเวยองแจ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ”


อีกฝ่ายเอ่ยทักทายพวกเขาและแนะนำตัว จินยองแนะนำฮยอนซิกให้กับยองแจอีกฝ่ายดูตกใจที่ต้องร่วมมีกับเขาแถมยังดูเกรงๆเขาด้วย เขายิ้มเอ็นดูให้กับภาพที่เห็น แต่ก่อนจะได้พูดคุยกันมากกว่านี้ ยองแจหันไปรายงานบางอย่างกับรองหัวหน้าตัวเองแล้วก็เดินออกไปเลยเหมือนมีอะไรจะต้องทำอีก จินยองหันกลับมาหาพวกเขาพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร ก่อนที่จะประกาศคำสั่งที่ไม่ได้เป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย


“ไปครับ เตรียมตัว”

.

.

.

.

.

“ทีม B ไมค์หนึ่งเซ็ค”


“เช็ค”


“ทีม B ไมค์สองเช็ค”


“เช็ค”


มินฮยอกกรอกเสียงไปตามสัญญาณไร้สาย ก่อนจะมองคนที่เป็นไมค์ที่สองที่ตอนนี้กำลังเตรียมตัวสำหรับทำภาระกิจปกป้องเขาอยู่ เราสองคนอยู่ในชุดสูทกับกระเป๋าถือที่ในนั้นมีเงินจำนวนหนึ่งอยู่ ฮนอนซิกเดินมาตรวจพวกเขาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์สามารถใช้งานได้และจะไม่เกิดปัญหาระหว่างที่พวกเขากำลังปฏิบัติภาระกิจ มินฮยอกยิ้มให้รุ่นน้องก่อนที่จะเดินไปหาคนถือกระเป๋า ชางซอบกำลังอยู่ในโหมดรวบรวมสมาธิหน้าเรียบเฉยช่างต่างกับตอนที่เจ้าตัวตอนปกติ


“ฝากด้วยนะ”


“...แน่นอนครับ


[[ฝากมินฮยอกด้วยนะ ชางซอบอ่า]]


“ครับๆ จะดูแลอย่างดีเลย”


เขาหัวเราะกับท่าทางของชางซอบที่ได้ยินเสียงของคู่หูเขา อึนกวังพูดอะไรอีกนิดหน่อยเป็นกำลังใจให้พวกเขาก่อนจะปล่อยให้พวกเขาสองคนจัดการตัวเอง ไม่นานหลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่มาบอกให้พวกเขาเตรียมตัวเพื่อเดินทางไปยังที่หมาย เรือส่งสินค้าที่เป็นเป้าหมายเทียบท่าแล้ว พวกเขาต้องไปถึงที่นั่นในอีกครั้งชั่วโมงเป็นกำหนดของทางนั้น ส่วนของที่จะลำเลียงเพื่อกระจาย จะส่งออกมาภายในหนึ่งชั่วโมงดังนั้นตอนนี้ฮยอนซิกกับเจ้าหน้าที่พิเศษชเวได้ออกไปเตรียมการแล้ว ตลกความเกร็งใส่กันตอนแนะนำตัวอีกครั้งก่อนจะไปทำงาน หวังว่าคงไม่มีปัญหาอะไร


“ไปกันเถอะชางซอบ”


“ครับ”

.

.

.

.

.

สถานที่จะมาแลกเปลี่ยนคือเรืออีกลำที่จอดอยู่ไม่ไกลจากเรือส่งสินค้า พวกเขาลงรถและเดินไปติดต่อคนที่ยืนอยู่ทางขึ้นเรือ เมื่อถูกตรวจอาวุทและสิ่งแปลกปลอมเสร็จพวกเขาก็ได้ขึ้นไปบนเรือ ความหรูหราทำให้พวกเขารู้สึกตกใจนิดหน่อยแต่ก็ยังคงปั้นหน้านิ่งไว้ ชางซอบมองไปรอบๆ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ดูผิดกับที่เขาคิดไว้ เขานึกว่าจะได้เจอกับพวกพ่อค้าชื่อดังหรือหัวหน้ากลุ่มที่มีอิทธิพลเสียอีก แต่ที่เขาเห็นกลับเป็นพวกเศรษฐีเสียส่วนใหญ่ ชักไม่แน่ใจแล้วว่ามาแลกเปลี่ยนอาวุท


“...แน่ใจนะว่านี่คือสถานที่แลกเปลี่ยนอาวุท ทำไมถึงมีไข่คาเวียวางอยู่ตรงนั้น”


“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”


มินฮยอกตอบรุ่นน้องตัวเองก่อนจะหันไปมองทีมของจินยองที่มีท่าทางสับสนไม่แพ้กัน เราพยามไม่มองหากันมากเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย เพราะเราโดนตรวจอย่างเข้มข้น สิ่งที่เรามีตอนนี้คือไมค์ติดต่อที่ไม่สามารถตรวจจับได้ พูดง่ายๆคือเราทำได้เพียงแค่พูดกันในสายกับติดต่อไปยังส่วนกลางเท่านั้น เสียงจินยองที่ผ่านสายพวกเขากำลังอธิบายเกี่ยวกับสถานที่เราอยู่ในตอนนี้เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นและรอคำสั่งต่อไป แต่แล้วพวกเขาก็รู้สึกว่าพวกเขากำลังออกห่างจากตัวฝังเรื่อยๆ และเป็นอย่างที่คิดพวกเขากำลังออกจากฝั่ง


“แย่ล่ะ...”


[[เฮ้..ได--ไหม...ทีม A--- B --- เฮ้!!--]]


เสียงจากส่วนกลางเริ่มไม่ชัดเมื่อเรือเริ่มออกห่างจากตัวฝั่งมากขึ้นจนในที่สุดเราก็ติดต่อฝั่งไม่ได้แล้ว แต่เรายังสามารถส่งระหว่างทีมได้อยู่ ไม่นานเรือก็หยุดลงในระยะๆหนึ่งที่ห่างออกมาจากตัวฝั่งพอสมควร สักพักก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นตรงบันได หญิงสาวมีหน้าตาสะสวยชุดสีแดงเพลิงและเฟอร์สีชมพูนั่นดูเข้ากับเธอ


“ยินดีต้อนรับสู่เรือมารีนา ฉันเอมิลี จะเป็นผู้นำการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ค่ะ”


+++++++++++++++++++++++++


“เฮ้ ดูโทรศัพท์มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ เก็บของก่อนไหม จะกลับหรือเปล่า”


ซองแจจำใจเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะไปเก็บของตามที่อิลฮุนบอก ก่อนลอบยิ้มกับข้อความที่ตัวเองได้รับจากอีกฝ่าย


‘เจอกันนะ’


ก็บอกตรงๆเลยว่าค่อนข้างดีใจที่จะได้เจอเจ้าตัวอีก เวลาไม่มีพี่มันเหงาแปลกๆ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม...ไม่ได้เจอกันมาห้าวันแล้ว แต่ก็เอาเถอะ เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้วถ้าเจอหน้ากันจะแกล้งอะไรดีน้า เขาเผลอหัวเราะออกมาตอนเจอวิธีจะแกล้งพี่ รุ่นพี่ทั้งสองคนมองหน้าเขา และอย่างที่คิดไว้ พี่อิลฮุนที่คิดแล้วทำก็ออกปากแซวเขาทันที


“แหมมมมมม เหม็นคนมีความสุขจริงเลย”


เขายิ้มให้กับคำแซว มันคงน่าหมั่นไส้ในสายตาอิลฮุนหน้าดูอีกฝ่ายเลยทำหน้าอยากจะตีเขาแบบนั้น หลังจากเราเก็บของในตอนสาย กินอะไรเต็มพลังเพื่อเตรียมตัวเดินลงเขา อิลฮุนบ่นออกมาทันทีที่เก้าขาออกจากเขตที่พัก เราใช้เวลาไม่นานเท่าตอนมา เพราะมันเป็นการลงเขาด้วยยังไงมันก็เร็วกว่าการเดินขึ้น และพวกเสบียงที่ขนมาด้วยก็ใช้หมดไปแล้วตอนที่อาศัยอยู่ ขากลับเลยไม่ลำบากเท่าขามา เรากลับลงมาถึงตีนเขาตรงเวลาแต่รอบรถที่เราต้องนั่งไม่มาสักที กว่าจะได้กลับจริงๆก็เกือบๆหกโมงแล้ว พอเราถึงที่นัดหมาย คนที่มารับเราไม่ใช่พี่ชางซอบแต่เป็นน้องสร เธอยืนโบกมือให้แล้วก่อนนำเราไปที่รถ


“พี่ชางซอบล่ะ”ซองแจถามขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าคนที่มารับไม่ใช่คู่หูตัวเอง


“อ้าว พี่ชางซอบไม่ได้บอกเหรอคะว่าสรจะมารับแทน”


สรทำหน้าตาแปลกใจแต่ก็ยักไหล่แล้วบอกให้เรารีบขึ้นรถ


“ระหว่างทางกลับ ช่วยอ่านเอกสารนี้หน่อยนะคะ เกี่ยวกับคดีท่าเรือ”


“ตอนนี้เลย?”


“อ้อใช่ คือคดีท่าเรือตอนนี้เป็นโค้ดสิบสามแล้วค่ะ”


“หา!!”


ซองแจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทันที พอมีสัญญาโทรศัพท์แล้วข้อความที่ค้างส่งก็เด้งขึ้นมาทั้งหม แอปแจ้งเตือนของทาง C.U.B.I ก็เด้งขึ้นมาพร้อมกับข้อความโค้ดสิบสามจริงๆ และมันก็รวมถึงแอปข้อความของคู่หูของเขาที่บอกว่ามารับไม่ได้แล้ว พอได้รู้แบบนี้แล้วก็ยิ่งกังวนใจ ที่พี่ส่งข้อความมาบอกแบบนี้แสดงว่าเจ้าตัวก็ต้องไปทำงานนี้ อิลฮุนรับเอกสารมาอ่านคร่าวๆแล้วก็เหงื่อตก มันเป็นรายงานสถานการณ์กับแผนที่เพิ่งปรับใหม่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เขาลอบมองรุ่นน้องของตัวเองที่เผยสีหน้ากังวนอย่างเห็นได้ชัด แน่ล่ะ คู่หูตัวเองต้องไปทำงานคนเดียว แถมยังเป็นรหัสสิบสาม ถ้าแปลให้เข้าใจมันก็คือรหัสที่ใช้กับภาระกิจเร่งด่วนและคาดไม่ถึง แถมยังมีความเสี่ยงสูง ไม่แปลกใจเลยที่ซองแจจะทำหน้าแบบนั้น เพราะเขาก็ชักเป็นห่วงพวกพี่ๆแล้วสิ


“เพราะงั้น รบกวนพี่ๆอ่านเอกสารแล้วทำความเข้าใจอย่างด่วนเลยนะคะ สรจะไปส่งที่ท่าเรือเลย”


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อ่ะ!!!! คัมแบค ของเจงๆ 

ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อตอนนะคะ คิดว่าน่าจะเข้ากว่า เอาจริงๆคิดชื่อตอนเนี่ยยากสุุดละ เพราะเวลาเขียนๆไปไม่รู้ว่ามาจะเข้ากับเนื้อหาในตอนหรือเปล่า

ขอบคุณที่กลับมาอ่านนะคะ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #42 ksykaw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 22:05
    ขอให้อยู่รอดปลอดภัยกันทุกคนนะ
    #42
    0
  2. #41 Dnoppy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 13:42
    เรื่องกำลังเจ้มจ้นเรยย อยากอ่านต่อแล้วววว
    #41
    0
  3. #40 num (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:15

    พี่ซอบบบกลับมาอย่างปลอดภัยนะ รู้สึกว่าจะมีเด็กคิดถึงพี่1อัตรา สนุกมากไรต์เป็นกำลังใจให้นะสู้ๆ

    #40
    0
  4. #38 enoughppp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:32
    อู้ววว คิดถึงคุณตำรวจ ตอนนี้ท่าจะเริ่มสนุกละ พี่ซอบจะเป็นยังไงบ้างนะ อยากอ่านต่อแล้วจ้า ขอบคุณสำหรับฟิคค่า^^
    #38
    0