[BTOB] C.U.B.I ทีมสอบสวนสุดป่วน

ตอนที่ 11 : C.U.B.I - ท่าเรือ (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

[ท่าเรือ - ตอนที่ 3]


“ระยะเป้าพันหลา แรงลมระดับสอง เล็งและยิงเมื่อได้สัญญาณ….ยิง!”


ปัง! ปัง!


“ดี...อิลฮุนออกขวาไปสามนิ้ว ซองแจปรับองศาอีก หวังผลกว่านี้ ”


สิ้นเสียง นักเรียนพลแม่นปืนใหม่สองคนก็จัดการปลดปลอกกระสุน โหลดกระสุนเข้ารังปืนใหม่ก่อนจะปรับและเล็ง รอคำสั่งยิงจากครูฝึก


“ยิง!”


ปัง! ปัง!


“อิลฮุลเข้าเป้า ซองแจซองออกขวาสามนิ้ว ทำดีแล้วทุกคน วันนี้พอแค่นี้”


อิลฮุลพ่นลมหายใจออกเพื่อผ่อนคลาย ก่อนจะเอาปลอกกระสุนออกแล้วจัดการถอดส่วนประกอบของปืนใส่กลับเข้าไปในกล่อง


“บอกแล้วว่านายมีพรสวรรค์อิลฮุน ส่วนซองแจนายเรียนรู้ไว ฝึกอีกเรื่อยๆนายต้องทำได้ดีกว่านี้แน่ ไง อยากดูผลงานไหม”


พีเนียลส่งกล้องส่องทางไกลให้น้องๆ ซองแจรับมาอย่างกระตือรือร้น ตัดหน้าอิลฮุนที่กำลังจะรับมา อิลฮุนมองตามแต่ก็ปล่อยให้น้องได้ดูก่อน


“หูวววววววว พี่เข้าตั้งสามจากห้านัด ผมดิ เข้าเป้าจริงๆนัดเดียว”


ซองแจว่าพลางส่งกล้องให้อิลฮุนดู เขารับมาพลางส่องไปที่เป้าหมายของเขาและซองแจ ก่อนที่จะกลับมาส่องของตัวเองอีกครั้ง


ยัง...มันยังไม่ดีพอ…


น่าแปลกที่เขาคิดแบบนี้ สามวันที่ผ่านจากคนไม่ได้อยากจะเรียน แต่กลายเป็นว่าเริ่มรู้สึกคล้อยตามพี่พีเนียลและรู้สึกตัวอีกทีก็เหมือนจะเริ่มจริงจังกับมันไปเสียแล้ว


“ว่างไงอิลฮุน”


“ผมลืมคิดเรื่องแรงโน้มถ่วง ถ้าผมใส่ใจเรื่องนั้นอีกสักหน่อยผมควรที่จะทำได้ห้าเป้า”


พีเนียลค้างไปกับความคิดเห็นของรุ่นน้องคนนี้ ไม่ต้องพูดถึงซองแจที่ไม่เคยได้ย่างกรายเข้าไปเรียนอะไรที่ได้ชื่อว่าวิทยาศาสตร์เลย ถึงมีความทรงจำว่าเรียนแต่ก็แน่ใจได้เลยว่า ไม่เคยสัมผัสเกรดเอ


“นี่นายคำนวนถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”


“มันก็ต้องคำนวนสิครับ ยิงปืนก็ฟิสิกส์นะ แต่ผมก็แค่คำนวนคร่าวๆอ่ะ ไม่จริงจัง”


นี่ขนาดไม่จริงจัง...พีเนียลหลับตาปริบๆ ที่จริงก็เกือบลืมไปว่าน้องคนนี้จริงๆก็เป็นเด็กเนิร์ดหลังแลปคนนึง


“ก็จริง แต่บางครั้งมันก็ต้องใช้ฟีลลิ่งนะ”


“...แต่มันเป็นฟิสิกส์”


พีเนียลยกมือขึ้นโบกอย่างยอมแพ้เด็กเนิร์ด ก่อนจะเดินไปอีกทางเพื่อไปเก็บของเตรียมตัวกลับที่พัก ซองแจที่หายเอ๋อก็ถามพี่ตัวเองอีกครั้ง


“พี่เรียนวิศวะฯคอมไม่ใช่เหรอ”


“มันก็ต้องผ่านฟิสิกส์มาสามถึงสี่ตัวเป็นอย่างน้อยอยู่ดี”


คนไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัยยืนนิ่งไปเพื่อประมวลผล แต่ก็ได้ไม่นานเพราะสมองขึ้นว่าเออเร่อเสียก่อน จนพีเนียลต้องเรียกให้เก็บของถึงจะรีสตาร์ทขึ้นมาใหม่


“กลับกันเถอะ จะมืดแล้ว แถวนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ด้วย เดี๋ยวใครบางคนส่งข้อความหาแล้วจะไม่ได้ตอบ”


พีเนียลว่าก่อนจะทำหน้าล้อเลียนใส่น้องคนเล็ก อิลฮุนพอกลับมาเป็นโหมดไม่จริงจังก็หัวเราะร่ากับคำแซวนั่น ไม่ต้องบอกก็เอ่ยเสริมแซวน้องทันที


“ตลกอ่ะ พี่แกเหงามากเหรอ ส่งมาได้ทุกวันว่าคิดถึง”


“ผมก็ว่างั้นอ่ะ”


ซองแจพูดยิ้มๆ ยอมรับคำแซวจากพี่ๆอย่างช่วยไม่ได้ เพราะทุกวันหลังเลิกซ้อมเขาต้องมานั่งตอบข้อความจากคู่หูที่ส่งมาเหมือนคุยคนเดียว บางทีเขาก็ต้องเลือกตอบเอาสักเรื่อง พอเขาตอบ อีกฝ่ายก็จะส่งคุยกับเขายิกๆ กลายเป็นว่านั่งคุยแชทกันอีกเป็นชั่วโมง ว่างมากหรือไง


“น่ารำคาญเนอะ”


“จ่ะ…น่ารำคาญจ่ะ นั่งคุยแชทกันเป็นชั่วโมง น่ารำคาญจริงๆ รำคาญคนปากแข็งเนี่ย”


คำแซวเจ็บแสบจากอิลฮุนเรียกให้พีเนียลหัวเราะร่าออกมา ส่วนคนโดนแซวก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร เพียงแค่ยิ้มก่อนจะหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเมื่อเดินมาถึงเขตสัญญาโทรศัพท์แล้ว


“....”


“ไง วันนี้ส่งมาว่าอะไร”


“ไม่น่าถามเลยอิลฮุน คงคิดถึงเหมือนเดิมนั้นแหละ”


“นั่นดิ...ว่าไงซองแจ ซองแจ! ทำไมชอบเมินฉันตลอดเลยห๊ะ”


“ครับๆ”


ซองแจตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย ในมือก็เลื่อนและพิมพ์อะไรไม่รู้ลงไปในโทรศัพท์ อิลฮุนเลยยกมือขึ้นกอดอกมองหน้าเจ้ารุ่นน้องที่สนใจโทรศัพท์มากกว่าเขา พีเนียลก็ได้แต่ยิ้มขำๆก่อนปลีกตัวออกไปเก็บอุปกรณ์แล้วเดินกลับเข้าห้องไป ไม่นานซองแจก็เงยขึ้นมาจากโทรศัพท์และก็พบว่าอิลฮุนยังกอดอกมองเขางอนๆอยู่ เขาเลยเก็บโทรศัพท์ก่อนยิ้มให้พี่


“เดี๋ยวผมจะสนใจพี่ทั้งคืนเองครับ ผมว่างแล้ว”


อิลฮุนผงะออกกอดตัวเอง อะไรมันไปดลใจให้มันพูดแบบนั้น และกลายเป็นเขาที่เป็นฝ่ายยอมแพ้เดินหนีเจ้ารุ่นน้องอยู่ก็พูดแปลกๆขึ้นมา เขาเดินหนีกลับเข้าไปในห้อง ทำหน้าเหมือนโดนผีหลอกให้พีเนียล คนพี่เห็นก็เหลือบมองออกมาจากแล๊ปท๊อปของตัวเองก่อนยิ้มขำๆตอนเห็นหน้ารุ่นน้อง


“เป็นไร”


“ซองแจบอกจะสนใจผม ทั้งคืน”


“ฮ่าๆๆๆ คงเพราะไอ้นี่”


อิลฮุนเลิกคิ้วก่อนเดินเข้าไปดูหน้าโน๊ตบุคของเจ้าตัว อีเมลทางการจากสำนักงาน แต่เป็นในนามของพี่อึนกวังส่งมา เนื้อความมีประมาณว่า ทีมของเราต้องร่วมมือกับ J.Y.P.I ในคดีขนส่งอาวุทอย่างเต็มรูปแบบ ไอ้คำว่าเต็มรูปแบบที่ว่า คงจะเป็นการไปร่วมปฏิบัตการแบบทุกขึ้นตอน นั้นก็แปลว่าทางโน้นที่เหลือกันสี่คนต้องทำงานกันเป็นบ้าเป็นหลังแน่นอน ผลที่ตามมาคือ ไม่มีเวลาว่างแน่ๆ แม้แต่จะส่งข้อความ


“เราต้องกลับไหม”


“ไม่ล่ะ พี่อึนกวังปล. มาให้ว่าไม่ต้องกลับ ใช้เวลาพักร้อนให้เต็มที่”


“พักร้อน?”


“โอ้ นายไม่ต้องห่วงนะ เพราะของนายเป็นใช้เวลาฝึกที่ไม่ได้ใช้เลย แต่พวกฉันเป็นเวลาพักร้อนน่ะ”


“อ่า...ลำบากแย่”


“ไม่หรอก เพื่อนายเลย ฉันเต็มใจ”


พีเนียลว่าง่ายๆก่อนก้มลงไปสนใจกับแล็ปท๊อปของตัวเองต่อ เขาลอบยิ้ม พีเนียลเป็นคนใจดี ทำเพื่อทีมมาโดยตลอด ไม่ใช่ทำเพื่องานของทีมเพียงอย่างเดียว แต่พีเนียลมักดูแลและใส่ใจคนในทีมเสมอ เป็นคนหนึ่งที่พูดคุยหรืออยู่ด้วยแล้วจะสบายใจที่สุด จนบางครั้งก็เผลอเอาแต่ใจไปบ้าง


“พี่พีเนียล เราต้องกลับไหม”


ซองแจที่เข้ามาทีหลังถามขึ้นทันทีที่เข้ามาในห้อง พีเนียลส่ายหน้า เขาแอบเห็นน้องเล็กทำหน้าผิดหวังเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะหันไปถอดเสื้อผ้าเตรียมตัวอาบน้ำ เขาตะโกนไล่หลังไปก่อนเจ้าตัวจะเข้าห้องน้ำ


“ซองแจอ่า อย่าลืมกางเกงในไว้ในห้องน้ำอีกอ่ะ”


“ถ้าผมลืมพี่ก็เอาออกมาให้ด้วยละกัน”


“ไอ้เด็กนี่”


“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”


+++++++++++++++++++++++++


‘ทำงานคนเดียวระวังตัวล่ะ’


ชางซอบก้มหน้าอ่านข้อความที่ส่งมาให้ตั้งแต่เมื่อวานเย็นพลางลอบยิ้มออกมา รู้สึกผิดนิดหน่อยที่มาเห็นเอาตอนนี้ แต่ทำไงได้ เพราะตั้งแต่ประชุมเสร็จเมื่อวาน เขาก็ไม่ได้แตะโทรศัทพ์อีกเลย ทั้งงานเอกสารที่ต้องใช้เพื่อการร่วมมือระหว่างสำนักงาน ทั้งเข้าร่วมประชุมวางแผน วันนี้ก็เหมือนกัน ตอนนี้เขานั่งอยู่ข้างคู่หูชั่วคราวที่กำลังทำหน้าที่เป็นสารถีให้เขา


“ยิ้มอะไร คุยกับแฟนเหรอครับ”


“มีซะที่ไหนเล่า”


“ฮ่าๆๆๆ”


ฮยอนซิกหัวเราะตาหยี่ เหลือบไปมองคนข้างตัวที่หันมาค้อนเขาแปบเดียวแล้วกลับไปพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ต่อ


“คุยกับซองแจต่างหาก”


“นึกว่าคุณคิม”


“อ่า...คุณคิม”


รุ่นพี่ของเขาพูดเพียงเท่านั้น ไม่ได้พูดอะไรต่อ เจ้าตัววางโทรศัพท์ก่อนจะมองออกไปนอกกระจก เขาเหลือบมองก่อนจะเอ่ยกับอีกฝ่าย


“ยังไม่ได้คบกันเหรอครับ”


“อืม”


“ผมนึกว่าเรียบร้อยกันไปแล้วตั้งแต่คดีผับคราวก่อน”


“ฮ่ะๆ เห็นฉันใจง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง”


“เอ้า...เมื่อก่อนนี้--”


“หยุดเลยๆ เมื่อก่อนมันวัยเริงเมือง ตอนนี้เลิกแล้วโว้ย”


ชางซอบว่ายิ้มๆก่อนพลิกโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง ก็รู้นะว่าเวลานี้ซองแจคงยังไม่ตอบกลับมาหรอก เพราะตั้งแต่มันไปเขาก็คุยกันไปแล้วว่ากี่โมงถึงกี่โมงมันไม่อยู่ แล้วจะว่างเวลาไหน และใช่ ตอนนี้มันคงออกไปซ้อมยิงปืนอยู่ ส่วนเขาก็ต้องมาทำงานข้างนอก


“ถึงแล้วครับ”


ชางซอบเงยหน้าขึ้นมา ฮยอนซิกลดความเร็ว ขับตรงไปที่ๆมีรถหลายคันจอดอยู่ ตู้คอนเทนเนอร์มากมายวางเรียงรายกันสุดลูกหูลูกตา พอมองออกไปที่ฝั่งทะเลก็เจอเรือขนสิ้นค้ามากมายจอดเทียบท่าอยู่ และไกลไปอีกหน่อยก็เป็นเรืออีกหลายสัญชาติที่แล่นกันอยู่ในน่านน้ำแห่งนี้ ท่าเรือ xyz หรือก็คือสถานที่ที่เราต้องมาปักหลักทำคดีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า


“คุณชางซอบ คุณฮยอนซิก ขอบคุณที่มาร่วมกับเราในวันนี้ครับ”


เจ้าหน้าที่จาก J.Y.P.I ทั้งสามคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากำลังยิ้มสดใสมาให้พวกเขาแจ๊คสันเป็นคนพูดต้อนรับพวกเรา เขายื่นมือไปจับอีกฝ่าย


“คุณแจ๊คสัน คุณแบมแบม คุณยูคยอม สวัสดีครับ”


“ก่อนพวกคุณมา เราได้ส่งทีมของเราสองคนไปขึ้นไปคุยกับนายท่ามาแล้วครับ เรื่องพื้นที่ปฏิบัติการ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องนี้แล้วครับ”


“ครับ”


“แล้วก็ในส่วนของพวกคุณนั้น เราจะมาซ้อมทางเดิน และทางหนีที่จะเป็นไปได้ในวันพรุ่งนี้นะครับ ส่วนตอนนี้มาฟังแผนกันก่อน มาครับ เราจะพาไปที่ตั้งแคมป์”


“โห พวกคุณถึงกับต้องมาตั้งแคมป์ที่นี้เลยเหรอ”


“ครับ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเราจะได้รีบรับมือได้ทัน”


เขาพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมอง ‘แคมป์’ ที่ว่า ภายนอกดูเหมือนตู้คอนเทนเนอร์ทั่วไปที่เรียงรายกันเป็นแถบ แต่ข้างในกลับมีอุปกรณ์มากมายและคนจำนวนหนึ่งกำลังทำงานอยู่ในนั้น ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่ตู้เดียวแต่ทาง J.Y.P.I ได้ทำให้สามารถเชื่อมกันได้ถึงสามตู้ เห็นดังนั้นเลยขยับไปหาฮยอนซิกแล้วกระซิบให้อีกฝ่ายได้ยิน


“คงใช้เงินน่าดู”


“แน่ล่ะ เขาเงินหนากว่าเราหนิ ได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติเยอะด้วย”


“มิน่า เจ้าหน้าที่ถึงมีหลายเชื้อชาติ”


“เชิญทางนี้ครับ”


เขายิ้มรับ ก่อนจะเดินไปที่ส่วนหนึ่งของตู้ ตรงนั้นมีโต๊ะขนาดใหญ่ และมีแผนที่บางอย่างวางไว้อยู่ ตัวแผนที่ดูเหมือนว่าได้รับการใช้งานกันมาอย่างหนักทั้งสีแดงสีน้ำเงินวงอยู่เต็มไปหมด


“นี่คือแผนที่ของท่าเรือนี่ครับ เดี๋ยวอีกสักครู่รองหัวหน้าทีมผมจะมาพูดเรื่องแผนให้ฟังนะครับ-- อ๊ะ จินยองอ่า มาพอดีเลย”


“สวัสดีครับ ผมเจ้าหน้าที่พิเศษพัคจินยอง รองหัวหน้าทีมครับ”


“สวัสดีครับ”


ผู้มาใหม่ยิ้มให้เขา หน้าตาดูเรียบร้อยจนไม่นึกว่าจะมาทำงานตำรวจ แถมไม่ใช่ตำรวจประชาสำพันธ์ แต่ลงมาทำงานภาคสนามโหดๆแบบนี้ด้วย รอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังคุยกับคนมีอันจะกินทำให้พวกเขาประมาทเล็กน้อย


“ขอโทษด้วย หัวหน้าทีมของเราติดภาระกิจเลยไม่สามารถมาอธิบายแผนได้”


“ไม่เป็นไรครับ เราเข้าใจ”


“โอเคครับ ผมจะเริ่มเลยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา”


เจ้าตัวว่าก่อนที่รอยยิ้มสวยนั่นจะหายไป แทนที่ด้วยสีหน้าจริงจังพลางแจกเอกสารบางอย่างให้กับเขา ดูเป็นคนละคนกันเลยทีเดียว


“เรือสินค้าที่เป็นเป้าหมายของเรามีกำหนดที่จะเทียบท่าจากการคำนวนเวลาก็น่าจะถึงประมาณเช้าของวันที่xx หรือก็คืออีกสามวันหลังจากนี้ เรือจะมาจอดเทียบท่าประมาณ 05.00 น.”


“ตอนเช้างั้นเหรอ พวกขนของเถื่อนขนของกันตอนเช้า?”


พอฟังถึงตรงนี้เขาก็อดถามไม่ได้ เพราะถ้าตามธรรมดาแล้วอะไรที่มันลักลอบน่ะ มันมักจะทำกันตอนกลางคืนไม่ใช่เหรอ


“ครับ ทางสายของเราได้ไปสืบมา เหมือนกับว่าของที่จะส่งมันจะปนมากับสินค้าธรรมดาอื่นๆแบบคละประเภท และเหมือนว่าพวกนั้นจะแบ่งคนมารับของกัน ปลอมเป็นพนักงานจากบริษัทต่างๆที่จะมารับของ”


“กระจายกันมารับงั้นเหรอ ถ้าแบบนี้ก็รวบทั้งหมดยากน่ะสิ เพราะถ้าเรารวบชุดแรกแล้ว อีกชุดก็จะไหวตัวทัน”


เขาแย้งขึ้นตามความคิดของเขา อีกฝ่ายเพียงพยักหน้ายอมรับแล้วอธิบายต่อ


“ถูกครับ เพราะฉะนั้นแผนของเราคือจะให้พวกนั้นขนจนไปถึงๆจุดที่เราตั้งไว้ซึ่งห่างจากท่าเรือพอสมควรถึงจะรวบจบทีละครั้งๆ ถ้าเป็นตามนี้พวกที่มาก่อนก็จะโดนเราจับ และพวกที่มาทีหลังก็จะไม่รู้ว่าเราดักอยู่ แต่เท่าที่รู้พวกขนของจะใช้กันคนละทาง ความเป็นไปได้ที่จะรู้ตัวว่าถูกจับก็จะมีน้อยมาก”


“อืม...แต่ทางออกมีหลายทางและคุณจะทำยังไงกับเรื่องนี้”


“งานนี้ทั้งสำนักงานเราลงมาช่วยกันทุกฝ่ายเลยครับและเราได้ขอทีมสวาทมาช่วยอีกด้วย”


“งานใหญ่มากเลยนะ”


“ครับ เพราะต้องใช้จำนวนคนมาก เราเลยต้องพึ่งคุณด้วย”


“จาก Y.G.I ด้วยเหรอ”


เขาถามขึ้น เรียกสีหน้าแปลกใจของจินยอง เขาเลิกคิ้วก่อนพยักเพยิดไปทางด้านหลัง นายตำรวจสองคนที่กำลังสั่งการฝ่ายสื่อสาร จินยองมองตามก่อนจะยกยิ้มแล้วอธิบายให้เขาต่อ


“งานมันใหญ่...บางทีมันก็ใหญ่เกินไป ว่าไหมครับ”


ใช่...เกินไป นี่ไม่รวมในเอกสารที่มีการกล่าวถึง S.M.I ที่จะมาเป็นฝ่ายยื่นฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายทุกอย่างหากคดีนี้สามารถจับกุมได้และสาวถึงตัวการได้ ที่จริงไม่ใช่งานใหญ่หรอก แต่แค่ทางเราเล่นใหญ่เองต่างหาก ไม่รู้ว่าเบื้องบนคิดอะไรถึงให้มาทำอะไรแบบนี้ อยู่ๆแบมแบมก็ขยับมาใกล้พวกเขาก่อนกระซิบกระซาบให้พวกเราได้ยินกันแค่ในกลุ่ม


“ทุกสำนักงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเอกชนและรัฐบาลต่างเข้ามาร่วมกับทางนี้ครับ งานค่อนข้างเป็นหน้าเป็นต่างกับประเทศ ถ้าหากสำเร็จ ทุกคนก็จะได้--”


“หน้า?”


“ผลประโยชน์ ผมจะพูดว่าผลประโยชน์”


แบมแบมพูดพลางยิ้มสดใสมาให้ชางซอบที่ตอบตรงประเด็นไปสักหน่อย เจ้าตัวยกนิ้วประมาณว่าชอบใจก่อนจะกลับไปยืนประจำที่ของตัวเอง เขายิ้มตอบ ก่อนยืดตัวขึ้นกอดอกแล้วถามคำถามที่ยังคาใจเขาอยู่


“ก็ไม่ได้อะไรนะ ทำไมคุณถึงให้ทางพวกผมมาร่วมลงทำภาระกิจหลัก ในเมื่อ...มีสำนักงานใหญ่ๆเก่งๆมาช่วยอยู่แล้ว”


“ถามได้ตรงประเด็นมากครับ เราคงจำเป็นต้องตอบตรงๆเหมือนกันว่ามันเป็นเรื่องของการเมือง ขอโทษด้วยที่ผมตอบได้เพียงเท่านี้”


“ครับ ผมเข้าใจ”


เรื่องของการเมืองก็คงไม่มีอะไรมากนอกจากเสียว่า ทั้ง S.M.I Y.G.I และ J.Y.P.I ต่างก็เป็นสำนักงานทางกฎหมายที่มีชื่อเสียง มีอิทธิพลกับเรื่องพวกนี้ค่อนข้างมา แน่นอนว่าต้องมีการแข่งขันเกิดขึ้น ถ้าหากให้ร่วมกับสำนักงานใหญ่ๆแล้วแย่งกันได้หน้า สู้หาสำนักงานเล็กๆมาทำงานด้วยแล้วตัวเองได้รับประโยชน์แบบเต็มๆไม่แบ่งใครเลยจะดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ทางเราก็ได้ประโยชน์ด้วย ไม่มีฝ่ายไหนเสียหาย ใครมันคิดได้เนี่ย ฉลาดจริง


“แต่ที่เลือกพวกคุณเพราะเราไว้ใจฝีมือ เราได้ยินเรื่องของพวกคุณมามาก และผมก็มีโอกาสได้พูดคุยกับหัวหน้าของคุณหลายครั้งที่ประชุมสำนักงานใหญ่ ผมคิดว่าเราน่าจะทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดี”


“ขอบคุณครับ”


เขายิ้มให้จินยอง ยอมรับคำชมจากอีกฝ่าย


“เอาล่ะครับ แผนก็มีเท่านี้ ถ้ายังไงเราจะติดต่อไปอีกครั้งเพื่อจะมาซ้อมแผนอีกครั้งนะครับ วันนี้ขอบคุณมากจริงๆ แบมแบม ยูคยอม ไปส่งพวกเขาด้วย”


“ครับพี่”


พวกเขากล่าวลาจินยอง แล้วเดินออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์ ชางซอบบอกสองคนนั้นว่าไม่จำเป็นต้องไปส่งที่รถก็ได้ แต่พวกเขายืนยันที่จะไปส่ง เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ทันให้ได้มีความเงียบเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา แบมแบมผู้ที่มีอัถยาศัยดีก็พูดขึ้นมา


“พวกคุณเป็นคู่หูกันมานานหรือยังครับ”


“ครับ? พวกเราเหรอ”


“ครับ”


“อ่า...คือเราไม่...”


“เราไม่ได้เป็นคู่หูกันครับ”


ฮยอนซิกแทรกตอบแทนเขา พลางยิ้มให้คู่สนทนาก่อนเหลือบมามองที่เขาเล็กน้อย เขายิ้มแห้งๆกลับให้แบมแบม เจ้าตัวก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะพูดขึ้นมาอีก


“แปลกเนอะครับ ปกติไม่ว่าผมจะทำงานอะไรผมก็จะไปกับยูคยอมตลอดเลย ใช่ไหมเพื่อน”


“ช่าย ก็เราคู่หูกันนี่นา”


“ใช่เลยโบร”


“มันต้องอย่างนี้โบร”


ว่าแล้วสองคนนั้นก็โชว์ตีมือกันแบบโบรๆให้พวกเขาเห็น ก่อนจะปิดฉากสุดท้ายด้วยกันตะโกนใส่กันว่า อีซีย์ เรียกเสียงหัวเราะจากเขาได้เป็นอย่างดี


“แล้วคุณมีคู่หูไหมครับคุณชางซอบ”


“อ่า...มีสิ...แต่ช่วงนี้เขาไม่อยู่น่ะ”


“แย่จัง เป็นผมคงคิดถึงแย่เลย”


“อ่า...”


เขาไม่ได้ตอบอะไรมาก สองคนที่มาส่งสร้างความครื้นเครงให้พวกเขาไม่มากก็น้อย เขาเล่นตามทันบ้างไม่ทันบ้าง ฮยอนซิกก็ยิ้มรับตลอดการสนทนา


“ขอบคุณที่มาส่งครับ”


“ยินดีครับ ว่างๆเราน่าจะได้มานั่งคุยกันนอกจากเรื่องงานนะครับ”


“ครับ ถ้าเสร็จงานก็ลองติดต่อกันดู ยังไงหัวหน้าคุณกับหัวหน้าเราก็รู้จักกันอยู่แล้วด้วย”


“เยี่ยมเลยครับ ผมไม่มีเคยมีเพื่อนนอกสำนักงานเลย ไว้ไปจอยกันนะครับ”


เขายิ้มรับก่อนจะเดินขึ้นรถไป สองคนนั้นพลังงานล้นเหลือจนคนมีอายุแบบเขารู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย แต่ก็สนุกดีที่ได้พูดคุยกัน


“กลับเลยไหมครับ”


“อืม เอกสารอีกกองยังอยู่บนโต๊ะอยู่เลย”


“ฮ่ะๆ นั้นสิครับ”


ฮยอนซิกสตาร์ทรถแล้วขับออกไปจากพื้นที่ท่าเรือนั่น เขามองออกไปนอกกระจก ในมือก็ถือโทรศัพท์ไว้อย่างไม่รู้ตัว ก่อนนึกได้ว่าถึงจะเปิดดูไป ก็ไม่มีคนตอบกลับมา


“เป็นหนักนะเนี่ย พี่อ่ะ”


“อะไร?”


“โรคคิดถึงคู่หู”


“ตลก”


“อย่าปากแข็งเลยครับ”


ฮยอนซิกว่าให้อีกฝ่าย แต่ชางซอบก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรเพียงหันกลับไปมองวิวข้างนอก


“หึหึ นายต้องลองมีคู่หูดู...”


ฮยอนซิกเหลือบมองใบหน้าครึ่งหนึ่งของคนข้างตัว ปากอิ่มยิ้มบางๆเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เขาลอบยิ้มก่อนจะตอบกลับ


“ไว้ผมจะหาสักคน”


“ถึงตอนนั้นก็จะรู้เองแหละ...”


ว่าขาดคู่หูไปมันเป็นยังไง...


++++++++++++++++++


ค่ะ มาถึงตอนที่สามแล้วขอบคุณที่ติดตามกันมาค่ะ ตอนนี้มีแชทแยกของเรื่องนี้อยู่ในจอยค่ะ ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #37 btrkp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 00:59
    มีคุณคิมโผล่มาด้วย นี่แอบลืมไปแล้วนะเนี่ย5555 ชอบโรคติดคู่หูของพวกเขาจังค่ะ55555 อยากอ่านยุกซอบเยอะๆแล้ววว จะรอตอนต่อไปน้า ขอบคุณสำหรับฟิคจ้า^^
    #37
    0
  2. #36 กชกรร (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 08:18

    แหนะปากแข็งทั้งคู่เลยยบบกับจุดเล็กๆอย่างส่งข้อความมาว่าเป็นห่วงงี้แอบไม่พอใจที่ไม่ได้กลับงี้ทำไมเขิล

    #36
    0