ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 40 : [SF] 10 years? it doesn't matter (1) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62

[SF] 10 years? it doesn't matter


เขายืนเงียบอยู่หน้าประตูมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว และคนที่มาเคาะก็ไม่ได้พูดอะไรมากเพียงแต่ยกยิ้มที่เขารู้สึกว่ามันไปกระตุ้นเส้นประสาทที่ปลายเท้าเขาให้มันกระตุกยิกๆ ใบหน้าที่เขาคุ้นเคยแต่ก็ไม่คุ้นเคยเพราะด้วยเวลาที่ผ่านไป เอาตรงๆตอนที่รู้ว่าใครจะมาเขาก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ นี่สินะที่เวลาไม่เห็นเด็กที่บ้านแค่แปบเดียวมันก็โตจนจำไม่ได้


“ไงครับลุง จะให้ผมเข้าบ้านไหม”


“ฉันยังไม่แก่ขนาดนั้น ไอ้เด็กนี่!”


“น้องพ่อก็ต้องเรียกลุงสิครับ”


"แกผ่านป.1มาได้ยังไงถึงเรียกน้องพ่อเป็นลุงเนี่ย"


เขากรอกตาใส่เด็กตรงหน้านี่หนึ่งรอบถ้วนก่อนถอนหายใจออกมายาวๆ


“เอ่อะ ทำไมฉันต้องมารู้จักเด็กกวนโอ้ยอย่าแกด้วยวะ”


เขาว่าพลางกรอกตาอีกรอบใส่เจ้าเด็กตรงหน้าก่อนจะหลีกให้อีกฝ่ายเข้ามา ยุกซองแจ หรือก็คือลูกของรุ่นพี่ที่เขาเคารพ ช่วงตอนเขาต้องมาเรียนที่มหาลัย พ่อเขาเคยให้เขามาอาศัยอยู่กับเพื่อนพ่ออีกทีและได้เจอพ่อของเด็กมัน ตอนนั้นเขาเจอมันก็อายุสักแปดขวบนี่แหละ มันติดเขาพอตัวเพราะมันมีพี่สาว การที่มีพี่ชายโผล่มาก็เลยดีใจ แต่มันจะดีกว่านี้ถ้ามันไม่ขยันซนขยันแกล้งเขาน่ะ เขาที่เลี้ยงมันก็ของขึ้นอยากขยำคอมันตายหลายรอบเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้น เราก็สนิทกันมากเลยล่ะ หลังจากพ่อของมันเลื่อนตำแหน่งงานก็ต้องย้ายไปอยู่เมืองอื่นและเขาก็เรียนจบพอดี ตั้งแต่ตอนนั้นเราไม่ค่อยได้ติดต่อกัน รู้เรื่องของแต่ละฝ่ายผ่านจากปากพ่อของมันเท่านั้น เขาบอกให้อีกฝ่ายไปเก็บกระเป๋าที่ห้องที่เขาเตรียมไว้ให้แล้วเขาก็กลับไปทำอาหารที่ทำค้างไว้ต่อ ไม่นานมันก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าที่เปลี่ยนแล้ว


“ผมหิวอ่ะ”


“เออ จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวเรียก”


“คร้าบ”


พอเสร็จเขาก็เรียกมัน มันค่อยๆลุกจากโซฟามาหาเขา แล้วนั่งลงเอื่อยๆ ไม่รู้ทำไมว่ายิ่งโตขึ้นยิ่งกวน ยิ่งการยกยิ้มแล้วยักคิ้วใส่เขายิกๆนั่น บอกเลยว่ารู้สึกเลือดไปสูบฉีดหัวแรงมาก ไม่รู้ว่าเป็นความดันตามอายุหรือเพราะหัวร้อนเด็กมันกวนตีน ถึงหน้ามันหล่อก็ไม่ช่วยกลบความกวนลงไปได้เลย


“แล้วทำไมไม่ไปอยู่หอพัก”


“พ่อบอกว่าถ้าจะเสียเงินให้มหาลัย สู้เอาเงินมาเป็นค่าเลี้ยงดูให้พี่ดีกว่า”


“อะไรของพ่อแกวะน่ะ ”


“ไม่ดีเหรอ พี่ได้ตังไง”


“ตังที่ต้องเอาเลี้ยงแกอีกทีน่ะสิ ขาดทุนหรือเปล่าก็ไม่รู้”


มันหัวเราะร่าก่อนจะบอกว่าไม่ต้องห่วง เงินที่ได้คุ้มแน่เพราะมันจะช่วยทำงานบ้านด้วย เขาก็บอกว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้วไหมล่ะ แล้วมันก็หัวเราะอีก กว่าจะกินข้าวกันเสร็จก็แทบจะมวยกันยกสองยก เขาถึงกับออกปากไล่มันตอนที่มาช่วยล้างจาน เพราะมันมัวแต่แกล้งเอาน้ำมาโดนเขา และมันก็แค่หัวเราะแล้วยอมไปนั่งเล่นที่โซฟาโดยดี


“ฮ่าๆ คิดถึงชะมัด”


เขาเหลือบมองมันตอนที่มันเอ่ยขึ้นมา และก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงยิ้มให้กับประโยคนั้น


และชีวิตเขาที่ต้องมาอยู่กับเด็กผีอย่างมันก็เริ่มขึ้น…


++++++++++++++++++++


ตอนแรกคิดว่าอยู่กับมันคงจะมีเรื่องกันทุกวัน แต่ก็ไม่เพราะส่วนใหญ่ก็ต่างคนต่างอยู่ เหมือนมีเพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนมหาลัยเท่านั้น เอาตรงๆ ตอนแรกเขาเผลอปฏิบัติต่อมันเหมือนเมื่อก่อน ก็คือทำมันเหมือนเป็นเด็ก บอกให้มันอาบน้ำเร็วๆบ้าง อย่านอนดึกบ้าง ถามสารพัดตอนที่มันจะออกไปข้างนอก จนวันหนึ่งมันน่าจะทนไม่ไหวสวนเขากลับมาว่า


‘พี่ครับ ผมสิบแปดแล้วไม่ใช่แปดขวบ ผมซื้อหนังโป๊แบบถูกกฎหมายได้แล้วด้วยซ้ำ’


ตาเหลือกกันเลยทีเดียวพอได้ยินแบบนั้น และเขาก็เพิ่งมาสำนึกว่าเขาคงทำเหมือนมันเป็นเด็กไม่ได้แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปยุ่งอะไรมันมาก แต่กลายเป็นมันนั่นแหละที่มายุ่งเขา คือเมื่อก่อนตอนเด็กๆมันตั้งใจยุ่งกวนโอ้ยเขา แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่ามันกวนเขาแบบ...ไม่รู้สิ เขาไม่รู้ว่าจะเรียกกวนได้ไหม แต่มันชอบมานั่งข้างๆ แล้วมาซบไหล่เขา หรือไม่ก็เข้ามาด้านหลังเอาคางมาวางบนไหล่ ก็ไม่ใช่ไม่ชอบแค่รู้สึกแปลกๆ คือเมื่อก่อนมันก็ทำบ้างอย่างมานอนตัก แต่พอร่างมันขยายแล้วมานอนตักก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน และจะไม่พูดถึงไม่ได้เลย สายตาที่มันมองเขา มันมีอะไรบ้างอย่างซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกประหม่า


“กินยังไงให้มันเลอะน่ะ”


เขาเหลือบมองเจ้าของประโยคที่เอื้อมมือมาเช็ดปากให้เขา และเขาก็ยื่นหน้าไปให้มันเช็ดโดยอัตโนมัติ และอีกอย่างที่เปลี่ยนไปคือแทนที่เขาจะเป็นคนดูแลมัน กลับเป็นมันที่มาแทคแคร์เขา ดูแลดีจนเขาเคยตัวเลยล่ะ จนบางทีเขาก็ลืมว่ามันอ่อนกว่าตั้งสิบปีและเราอยู่กันข้างนอก…


“ฉันเช็ดเองได้ บอกสิว่าตรงไหน”


“นั่นแหละ เพราะผมจะไม่บอกพี่และจะให้มันเปื้อนอยู่อย่างนั้นจนพี่ออกร้านกลับคอนโด”


“เพื่ออะไร?”


“ไม่รู้สิ แค่อยากกวนตีนน่ะ”


เขากรอกตาก่อนจะก้มลงไปกินที่อยู่ในจานให้เสร็จ วันนี้เราออกมากินข้าวกันด้านนอกเพราะเขาขี้เกียจทำอาหารและมันก็บนอยากไปกินอะไรข้างนอกบ้าง พอเลิกงานมันเลิกเรียน มันก็นัดให้เขามาที่หลังมอ หาร้านที่นิยมกันในหมู่นักศึกษา ก็ดีเหมือนกันเพราะเขาก็เคยเรียนมหาลัยเดียวกันกับมัน ได้มาย้อนความหลังกินร้านหลังมอก็ดี


“ร้านนี้ฉันมากินบ่อยมากตอนเรียน มากับเพื่อนกับแฟนงี้”


“มากับพี่โชรงอ่ะนะ”


“เออ”


“เลิกกันไปเมื่อไหร่”


“หลังจากจบสักปีก็เลิก เพราะอยู่คนละที่”


"...."


"อะไร ทำหน้างั้นทำไม ฉันไม่ได้อะไรแล้ว อีกอย่างเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่"


เขาพูดขึ้นมาเพราะเขาเห็นนัยตาเด็กนั่นฉายแววอะไรบางอย่างที่เขาก็บอกไม่ได้ รู้แต่ว่าเขาต้องพูดอะไรออกไป จะว่าไปสมัยที่เขาคบกับโชรงแล้วพาเธอไปทานข้าวที่บ้าน เจ้าเด็กนี่ชอบเข้ามาวอแว เป็นก้างขวางคอตลอด ชอบไปชวนเธอคุยเล่นจนเขาเหมือนโดนแย่งแฟนยังไงก็ไม่รู้ เขาเลยทักมันไปว่าจะแย่งแฟนเขาหรือไง และมันก็ตอบเขากลับมาด้วยท่าทางอึกอักแล้วก็เดินหนีเขาไปเลย ตอนนั้นเขาก็เลยว่าเด็กนี่มันชอบโชรงจริงๆ แก่แดดจริงๆ ตอนนั้นมันเพิ่งสิบขวบเหอะ


“ตอนนั้นอ่ะ แกชอบโชรงเหรอ?”


“จะบ้าเหรอ ตอนนั้นผมเพิ่งสิบขวบนะ”


“ก็แกเป็นเด็กแก่แดดอ่ะ ก็นึกว่าจะแย่งแฟนฉันซะอีก”


“ก็แย่ง”อยู่ๆมันก็กลับคำ เขาเลิกคิ้วก่อนถามมันกลับ


“จะแย่งแฟนฉัน?”


“แย่งจากแฟนพี่ต่างหาก”


“อะไรของแกวะนั่นน่ะ”


เขาส่ายหัวให้กับคำตอบประหลาดๆของมัน ตั้งแต่รู้จักมันมาก็ทำให้เขารู้ว่าบางทีก็ไม่ต้องไปสนใจแปลอะไรแปลกๆที่มันพูดมาก็ได้ ซองแจหัวเราะหึหึใส่เขา ไม่ได้ขยายความอะไรต่อ เรานั่งคุยกันอยู่อีกสักพักก่อนจะออกจากร้าน เราเดินเล่นกันไปตามทางที่จะกลับไปยังสถานีรถไฟ เพราะแถวนี้เป็นย่านมหาลัยพวกร้านค้าต่างๆเลยเยอะ วันนี้วันสุดสัปดาห์เขาเลยตัดสินใจเดินเล่นเดินดูของแถวนี้มันจะดีมากถ้าได้มาเดินกับเพื่อนหรือคนรัก แต่เขาสิ…


“พี่ซื้ออันนี้ให้หน่อยสิ”


มาเดินกับเด็กยักษ์ที่เด่นโคตรๆ...และดูมันมีความสุขมากเลยที่มาเดินเล่นแบบนี้ ชวนเขาเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ จนเขาที่อีกไม่กี่ปีก็เลขสามเริ่มเหนื่อยแต่ก็ยังคงเดินตามเด็กมันไป เห็นเด็กมันมีความสุขก็อดไม่ได้ที่จะยอมๆมัน เขาเดินไปดูว่าไอ้ของที่มันอยากได้คืออะไร พอเห็นว่าเป็นตุ๊กตาปลาหน้าตาประหลาดที่เย็บโง่ๆเขาก็ส่ายหน้าเตรียมจะเดินหนี แต่มันก็รั้งเขาไว้ก่อนจะแกล้งดิ้นเหมือนเมื่อก่อนให้เขาอายเล่น และตอนนี้ยิ่งอายเพราะโตเป็นควายแล้วยังทำอะไรแบบนี้อยู่


"อ้า! โตเป็นควายแล้ว ให้ตายสิ!"


"ซื้อให้ผมสิ"


"เออ!"


"สองตัว"


"โว้ยยยย"


สุดท้ายเขาก็ต้องควักจ่ายให้เด็กตัวยักษ์ นึกถึงตอนเอามันไปเดินตลาดนัดแถวบ้านเมื่อก่อนเลยดิ้นจนต้องเจียดค่าขนมซื้อให้มัน คิดแล้วแค้นอีกละ…


"อ้าวซองแจ"


"อ่า...นัมจู"


พอเขาเห็นเด็กมันทักทายสาวเขาก็แยกออกมาให้มันได้คุยกันสะดวกเขาทำทีไปเดินดูของอย่างอื่น ไม่ได้ไกลจากมันนักแต่ก็ไม่ได้ยินที่สองคนนั้นคุยกัน เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเป็นระยะๆ เพราะเขาไม่เคยเห็นมันอยู่กับผู้หญิงมาก่อน พอดูท่าทางมันคุยกันแล้วก็เบ้ปาก ไม่มีท่าทีเคอะเขินเลยสักนิด แสดงว่าต้องได้คุยบ่อยๆแน่ สาวเยอะแน่นอนจุดๆนี้ แล้วอยู่ๆมันก็หันมาพร้อมกับเด็กสาวคนนั้น ทำเอาเขาดึงหน้ากลับแทบไม่ทัน มันยิ้มให้เขาก่อนหันกลับไปคุยกับเด็กสาวสองสามประโยคแล้วแยกกันไป


"ใครอ่ะ กิ๊กเหรอ"


"ไม่"


"ไม่ใช่?"


"ไม่เสือกครับ"


จบประโยคเขาก็ฟาดมันไปทีนึงแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกมา ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะไล่ตามหลังมาก็อยากเอาตุ๊กตาปลาโง่นี่เขวี้ยงใส่ มันเดินมาอยู่ข้างๆแล้วทำเสียงง้อเขา


"พี่ชางซอบอ่า"


"ไม่ต้องมายุ่งเลย! โกรธ!!!"


"ฮ่าๆๆ งอนเป็นแฟนเลย"


"ใครอยากเป็นแฟนนายกัน"


"ถ้าให้พูดก็เดี๋ยวจะหาว่าอวด"


ยิ่งได้ยินก็ยิ่งหมั่นไส้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันต้องมีคนที่อยากได้เด็กนี่เป็นแฟนเยอะแน่ๆ เขาเบ้ปากขี้เกียจเถียงต่อก่อนจะยื่นตุ๊กตาปลาโง่ให้มันไป แล้วมันก็ยื่นกลับมาให้เขาตัวหนึ่ง บอกว่าให้เขา แหม...อัฐยายซื้อขนมยาย


"แล้วพี่ล่ะ อยากเป็นแฟนกับผมไหม"


"บ้า ไม่ได้หรอก"


"ทำไมล่ะ"


"ก็...แกเป็นน้องฉัน"


"....เหรอ"


ก็ไม่รู้ว่าทำเสียงมันถึงฟังลอยๆและผิดหวังแบบนั้น...


++++++++++++++++++++


“เฮ้ย ช่วยกันทำมาหากินหน่อย”


“อะไร ก็วันนี้มันเวรพี่ไม่ใช่หรือไง ก็ทำไปดิ”


เจ้าของน้ำเสียงกวนโอ้ยเอ่ยขึ้นเรื่อยๆ มันเหลือบตามองเขาอย่างรำคาญก่อนจะก้มลงไปเล่นโทรศัพท์ต่อ ท่าทางของเด็กผีที่นอนยาวอยู่บนโซฟาทำคิ้วเขากระตุกยิกๆ ไม่สิ ตั้งแต่มันมาอยู่ด้วยเขาก็รู้สึกว่าทุกวันเขาต้องมานั่งสู้รบตบตีกับไอ้เด็กนี้ ดีนะที่ไม่เป็นความดันเส้นเลือดในสมองแตกตายไปเสียก่อน เขายืนมองหน้ามันอยู่อย่างนั้นจนมันรู้สึกตัวแล้วมองกลับมาหาเขา เขาทำหน้าบึ้งใส่มันส่วนมันก็ยกยิ้มกวนตีนให้เขา แล้วไอ้ยักคิ้วยิกๆของมันก็ทำเขาฟิวส์ขาด เขายกตะกร้าเทผ้าที่เพิ่งเก็บมาจากแดดร้อนๆของวันที่สดใสใส่เด็กกวนโอ้ยนี่


"อ๊ากกกกกก ร้อนนนนนนนนน จะเผาผมทั้งเป็นหรือไง!"


"เออ!!! เด็กเปรตแบบแกมันต้องเผาทิ้ง"


ว่าแล้วเขาก็กระโดดขึ้นไปคร่อมมันแล้วกดผ้าร้อนๆจากการตากแดดลงบนหน้ามัน มันโวยวายใหญ่และมันช่างลื่นหูเขาเหลือเกิน โดนซะบ้างไอ้เด็กผี แล้วอยู่ๆมันก็นิ่งไปเขาก็หยุดการกระทำ ตายจริงเหรอวะ ถึงจะคิดเล่นๆแต่เขาก็ค่อยๆเอามือไปเปิดผ้าที่เขาเอาไปคลุมหน้ามัน พอเขาเปิดปุ๊บมันก็เอากางเกงในที่ไม่แน่ใจว่าของเขาหรือของมันโยนใส่หน้าเขา


"อ๊ากกกกก ไอ้เด็กผี!!!"


เขาตะโกนออกมาสุดเสียงตอนที่รู้ว่าตัวเองโดนพลิกให้ไปนอนอยู่บนโซฟาแทน แล้วก็ต้องหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังตอนเด็กมันจั๊กจี้เขา จนเขาไม่ไหวต้องขอร้องมัน ทำไมนะ เริ่มก่อนทีไรต้องเป็นฝ่ายแพ้ทุกทีเลย


"แกมันขี้โกง"


"เขาเรียกชั้นเชิงครับ อีกอย่างเมื่อก่อนพี่ก็เคยทำงี้กับผม ถือว่าแก้แค้น"


เขาส่งเสียงชิใส่มัน แต่พอมันพูดแล้วก็นึกถึงสมัยก่อนจริง ตอนมันเด็กมันชอบกวนเขาและเวลาเขาทนไม่ไหวเขาก็จะจับมันนอนแล้วจั๊กจี๊ แล้วดูสิตอนนี้กลายเป็นเขาที่โดนจับจั๊กจี้แทน เขามองมันที่ปีนลงไปจากตัวเขาแล้วลงไปนั่งด้านล่าง มือใหญ่นั่นกวาดผ้าที่เรี่ยราดอยู่บนโซฟาลงมาแล้วเริ่มนั่งผับ พอเขาเห็นมันเริ่มพับเขาก็ลงไปนั่งช่วยบ้าง


"วันหยุดทำไมแกไม่ออกไปเที่ยวเล่นบ้างวะ ไม่มีเพื่อน?"


"หล่อขนาดนี้ไม่มีเพื่อนก็แปลกแล้ว"


"เหอะ! เขาไม่ได้คบกันที่หน้าตาเว้ย แกต้องนิสัยไม่ดีแน่ๆถึงไม่มีเพื่อน"


"ว่าไป ผมนิสัยโคตรไนซ์ ใครๆก็อยากเป็นเพื่อน"


เขาเบ้ปากใส่เด็กปากดี แต่เอาจริงๆแล้วเขาก็รู้แหละว่ามันมีเพื่อนเยอะอยู่ เมื่อก่อนตอนไปงานโรงเรียนมันมีแต่เพื่อนรุมหน้ารุมหลัง ถ้ามันไม่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มันก็คงยังเป็นเด็กทุกคนรุมหน้ารุมหลังอยู่ดี และเพราะแบบนั้นแหละ เขาเลยถามมันว่ามันไม่ไปไหนวันหยุดเหรอเพราะตั้งแต่มันเริ่มเรียน เขาก็ไม่เห็นมันออกไปไหนวันเสาร์อาทิตย์เลย แบบเลยยยยยย นอกจากต้องไปทำกิจกรรมแล้วมันก็ผ่านมาแล้วด้วย


"แล้วทำไมไม่ออกไปเล่นกับเพื่อนด้านนอก"


"เล่น?"


"เอ่อ ฉันหมายถึงเที่ยวน่ะ"


"ก็นะ เรียนมหาลัยมันก็เหนื่อย เสาร์อาทิตย์ก็พักผ่อนไงครับ อีกอย่าง...ถ้าผมไม่อยู่บ้านแล้วพี่จะอยู่กับใครล่ะ"


เขาเบ้ปากใส่ก่อนเหลือบไปมองมันอีก รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งมาให้เขา ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกประหม่า เขาหลบสายตามันแล้วหันมาตั้งใจพับผ้าก่อนจะบ่นเบาๆออกไป


"ไม่ได้ขี้เหงาสักหน่อย ฉันอยู่คนเดียวมาตลอดเหอะ"


"พอมีผมแล้ว ถ้าผมไม่อยู่พี่จะเหงา เชื่อผม"


เขาทำหน้างอใส่มัน ก่อนจะโยนผ้าแถวนั้นใส่มันเพราะมันยักคิ้วล้อเขาอีกแล้ว เสียงหัวเราะทำเขาอยากจะโยนผ้าใส่อีกแต่ก็หยุดไปเพราะพอคิดถึงที่มันพูดว่าไม่มีมันแล้วเขาจะเหงา ลึกๆแล้วเขาก็เห็นด้วยกับมัน…เพราะพอกลับมาเราก็ทำกิจกรรมด้วยกันเยอะมากๆ ความชอบโน่นนี่คล้ายกันมาก ทั้งความชอบแนวหนัง อาหารที่ชอบ แนวเพลงแนวดนตรีก็เหมือน พอเขาทักมันก็บอกว่า


'พี่เลี้ยงผมมานะ'


ก็นั่นแหละนะ เขาเลยรู้สึกสนุกขึ้นมา เวลามีเพื่อนที่ชอบอะไรมาอยู่ด้วยกัน ถ้าอยู่ๆเด็กนี่หายไปเขาเหงาแน่


ความผิดแกเลยไอ้เด็กผี…

.

.

.

.

.

ควาวผิดแกเต็มๆเลยยุกซองแจ...


ตอนนี้เขากำลังนั่งแกร่วอยู่ที่คอนโดตัวเอง ทุกอย่างในห้องเงียบไปหมด สาเหตุหลักๆเลย มันก็มาจากการที่เขาอยู่คนเดียวโดยที่รูมเมทไม่อยู่


'พี่ชางซอบ เสาร์อาทิตย์นี้ผมต้องไปมีทติ้งเมเจอร์นะ เฝ้าบ้านนะ คิดถึงก็โทรหานะ'


ตอนนั้นเขาก็ตอบมันไปว่า 'ไม่มีทาง' แต่ตอนนี้เขากำลังนอนเบื่อๆไม่ทำอะไรอยู่บนโซฟา ตอนแรกเขาก็คิดว่าดีเหมือนกันที่เจ้าเด็กกวนโอ้ยมันไม่อยู่ เขาจะได้ทำงานบ้านเงียบๆ ดูหนังแบบไม่มีใครกวน หลับกลางวันแบบไม่มีคนแกล้ง แต่พอผ่านไปได้ครึ่งวันเท่านั้นแหละ...เบื่อ… และเพราะอายุขนาดนี้แล้วทำไมจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร เหงาไง… พอจะเข้าใจยายที่อยู่ต่างจังหวัดเลย เวลาแกบอกว่าถ้าหลานกลับไปทุกอย่างก็เงียบเหงาเหมือนเดิม นี่เขาถึงอายุคิดถึงลูกถึงหลานแล้วเหรอ… ก่อนที่จะเพ้อเจ้อไปมากกว่านี้ แรงสั่นของโทรศัพท์ที่อยู่ตรงท้องก็เรียกความสนใจเขา เขายกขึ้นมาลวกๆ ดูว่าแจ้งเตือนอะไร


"โอ..."


เขาร้องออกมาเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนส่งข้อความมา ยุกซองแจ ส่งรูปมาว่าตอนนี้ถึงที่พักแล้ว มันส่งมาหลายรูปเลย ทั้งมันเดี่ยวๆและที่ถ่ายกับเพื่อน สภาพห้องและสถานที่พัก และตามด้วย


'ถึงแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงนะ'


'ใครเป็นห่วง ไม่มี อยากให้เป็นห่วงโน่น ส่งหาพ่อแกโน่น'


'คิดถึง เขียนอย่างงี้'


'คนละเรื่องละไอ้เด็กผี ใครมันจะไปคิดถึงแกกัน'


‘มีหนึ่งคนละไงตอนนี้’


ความมั่นหน้าของมันทำเขาอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งมากๆ แต่ก็ไม่ทำเพราะยังอยากคุยอยู่...ยอมรับก็ได้ว่าเหงา แค่เหงานะ! ไม่ได้คิดถึง!


‘กินเหล้ากินอะไรก็ระวังอ่ะ แกเป็นอะไรขึ้นมาไม่รู้จะเอาที่ไหนไปใช้ให้พ่อแก’


‘เป็นห่วง ก็เขียนอย่างงี้’


‘โว้ยยยยยยยยยยยยย’


‘5555555555+’


แล้วแชทก็หยุดไป ก็นะ จริงๆแล้วบทสนทนาเรามันก็ไม่ได้มีอะไรมากอยู่แล้ว ถ้าคุยกันเล่นๆมันก็จะประมาณนี้แกล้งกันเสร็จก็แยกย้าย เขาก็เลยคิดว่าคงไม่มีอะไรคุยกันแล้ว เขาปิดหน้าจอเอาโทรศัทพ์วางไว้ที่ท้องเหมือนเดิม คิดว่าจะหลับกลางวันเสียหน่อย แต่พอกำลังจะหลับตา โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง เขายกขึ้นมาดูก็เป็นข้อความจากซองแจอีก เขาปัดหน้าจอเพื่อดูกว่ามันจะแซะอะไรเขาอีกแต่ก็ต้องนิ่งไปเพราะข้อความนั้นไม่ใช่อย่างที่เขาคิด


‘อันที่จริง คนที่คิดถึงกับเป็นห่วงไม่ได้มีแค่พี่หรอก’


‘แต่ผมก็ด้วย’


‘คิดถึงพี่นะ’


‘เพราะงั้นตอนเย็นๆจะโทรหานะ’


เขาล่ะเกลียดตอนที่อยู่ๆหัวใจเขาก็เต้นตึกตักมาเสียอย่างนั้น...


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ไม่มีอะไรมาก แค่อยากออกฟิคใหม่ แค่นั้นแหละ...


รู้ไหมที่จริงเรื่องนี้ตอนแรกจะให้อายุห่างกัน 20 ปี แต่คิดไปคิดมาไม่ไหว ทั้งรู้สึกผิดและรู้สึกมันอาจจะออกมาดราม่า เลยลดเหลือ 10 แทน...ต่างไหม...ก็ต่างอยู่นะ...


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #106 Num (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 14:02

    ไรท์มาแน้ววว

    #106
    0
  2. #105 Dnoppy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 11:34
    คิดถึงไรท์ๆๆๆๆ
    #105
    0