ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 37 : [SF] When will you tell my dad...that you love him? (3 end) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    30 เม.ย. 62

When will you tell my dad...that you love him (3 end)


“อาคะ...หนูว่ามันร้อนไปนะ”


“!!!!”


เสียงเตือนข้างตัวทำให้เขาไปมองหน้าเด็กหญิงด้วยความสงสัย โซอึนยิ้มให้เขาก่อนจะชี้ไปทางหม้อที่อยู่ตรงหน้าที่ตอนนี้มันเดือดจนจะล้นออกมาข้างนอกแล้ว ด้วยความตกใจเขาเลยจะเอามือเปล่าไปจับหูหม้อแต่โซอึนก็ดึงมือเขาไว้ก่อนแล้วเอื้อมมือไปปิดเตาแก๊สแทน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเขามึน จนโซอึนทักอีกทีนั้นแหละถึงจะรู้สึกตัว


“มันอันตรายนะคะ ถ้ามันเดือดมากๆต้องปิดแก๊สก่อน อาสอนหนูเองนะ”


“อ่า...”


เขาตอบไปแค่นั้นก่อนหาผ้าชุบน้ำมาทำความสะอาดส่วนที่มันล้นออกมา โซอึนก็ช่วยเขาเหมือนกัน พอได้สติก็เริ่มกลับไปทำที่อยู่ในหม้อนั้นให้เสร็จ โชคดีที่ไอ้ที่อยู่ในหม้อนั้นไม่ได้รับความเสียหาย รสชาติยังโอเคอยู่ พอทุกอย่างเสร็จก็เข้าสู่วิถีชีวิตเดิมๆ คือล้างของที่ไม่ได้ใช้ แล้วไปทำอะไรก็ได้รอพี่ชางซอบกลับมา วันนี้พี่โทรมาบอกว่าจะกลับช้าหน่อย ถ้าเกินทุ่มไม่กลับมาก็ให้กินข้าวกันไปก่อนเลย เขามองนาฬิกาก็เหลืออีกประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างนี้ก็หาอย่างอื่นทำเช่น นั่งดูทีวีกับหลาน


“ช่วงนี้อาดูเหม่อๆนะ”


“เหรอ”


“ค่ะ”


“....”


“อยากระบายไหมคะ”


มันถึงจุดๆที่เขาต้องมานั่งระบายกับเด็กสิบขวบแล้วเหรอ เขามองหน้าเธอนิ่งก่อนจะส่ายหัวปฏิเสธ ก็นะ มันก็ยังไม่ใช่เรื่องอะไรที่หนักใจมากขนาดต้องไปปรึกษาเด็กสิบขวบหรอก แล้วที่โซอึนบอกเขาว่าเขาเหม่อๆน่ะ เขาไม่ปฏิเสธเพราะไม่ใช่แค่เด็กหญิงที่ทักเขาหรอก แต่เพื่อนๆเขาก็ทักเวลาออกไปหา สาเหตุที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะ…


พี่ชางซอบ…


มันก็ตลกดี ที่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเขาสามารถอยู่ได้โดยไม่ข้องใจ ไม่มีการน้อยใจ คิดมากหรือทุกข์ใจใดๆทั้งสิ้น เขาพอใจกับความสัมพันธ์ตอนนี้ แต่พอโดนเด็กหญิงพูดถึงไม่กี่ครั้งเขาก็ถึงกับหวั่น ยิ่งกว่าตอนคิดว่าถ้าพี่จะแต่งงานใหม่จะเป็นยังไงอีก เขาเคยคิดเผื่อใจประมาณว่าถ้าอยู่ๆพี่จะแต่งงานใหม่ ก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่โชคดีที่พี่ไม่มีใครอื่นเลยเข้ามาในชีวิต...เออว่ะ...พี่ก็ไม่มีใครอื่นเข้ามาในชีวิตเลย หรือเข้ามาแล้วเขาไม่รู้ แต่ก็ไม่น่านะ พี่บอกเขาทุกอย่างนะ…


“โซอึน พ่อหนูเคยมีแฟนไหม”


“...คิดยังไงถามหนูเนี่ย”


“ก็เผื่อว่าตอนอาไม่อยู่แล้วพ่อหนูก็เอาแฟนมาบ้าน แล้วพวกหนูสองคนก็ปิดบังอาไง”


“อาคะ...หนูว่าอาต้องตั้งสตินะ หนูจะร่วมมือกับพ่อหนูปิดบังอาทำไมล่ะ พวกเราไม่มีความลับต่ออาหรอก”


เขาหัวเราะในลำคอพลางยีหัวหลานสาวสุดที่รักที่พูดถูกหูเขา นั่นสิ สองพ่อลูกคงไม่มีความลับต่อเขาหรอก


“แต่ถ้าพ่อหนูมีความลับกับอาโดยที่หนูไม่รู้ อันนี้ก็...”


“....แล้วจะพูดให้อาประสาทกินทำไมเนี่ย”


แล้วเด็กหญิงก็หัวเราะใส่เขาจนเขาอดไม่ได้ที่จะไปจับอีกฝ่ายมาฟัดด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ พอเราเหนื่อยกับการเล่นไร้สาระเสร็จก็แยกย้ายกันดูทีวีต่อ แต่ตอนี้โซอึนบ่นหิวแล้ว เขาเลยแชทหาพี่เผื่อว่าอีกไม่นานอีกฝ่ายจะมาถึง เขาส่งข้อความไปไม่นานอีกฝ่ายก็ตอบกลับ


‘โทษนะวันนี้ที่บริษัทชวนกันกินข้าว มันกะทันหัน นี่ก็กำลังจะแชทไปบอกพอดี กินกันไปเลยนะ แล้วก็ฝากดูโซอึนด้วย ฉันคงกลับดึกอ่ะ’


และก็นั่นแหละ เขากับโซอึนเลยได้นั่งกินข้าวด้วยกันสองคน ก็นะ คนมันทำงานบริษัทมันก็ต้องไปกับเพื่อนที่ทำงานบ้าง นานๆทีน่า หลังจากกินข้าวกันเสร็จก็ไม่มีอะไร เราต่างก็ทำกิจกรรมโน่นนี่ก่อนที่โซอึนจะบอกว่าง่วงแล้วขอตัวไปนอน พอโซอึนเข้านอนเขาก็เอางานออกมาทำอยู่ตรงห้องนั่งเล่นทำจนถึงเวลาที่พี่ควรจะกลับได้แล้ว ที่จริงเขาทิ้งเด็กหญิงไว้ก็ได้แต่ ก็ไม่ค่อยอยากทิ้งเท่าไหร่ และมันก็ดึกแล้วด้วย พี่ก็ยังไม่กลับมาสักที คิดได้เขาก็คว้าเอาโทรศัพท์ที่วางไว้ข้างๆขึ้นมาโทร


[[ว่าไง]]


“อยู่ไหนครับ”


[[กำลังเสร็จ จะกลับแล้ว ไปรถไฟรอบสุดท้าย นายกลับก่อนเลยก็ได้นะ]]


“ทิ้งรถไว้เหรอ”


[[อืม ดื่มอ่ะ ก็เลยทิ้งไว้ที่บ.]]


“ให้ผมไปรับไหม”


[[ไม่เป็นไรๆ...]]


เราคุยกันอีกนิดหน่อย พี่ถามว่าโซอึนนอนแล้วหรือยัง วันนี้กินข้าวกับอะไร แล้วก็อะไรอีกนิดหน่อยเกี่ยวกับบ้าน เขาบอกพี่อีกว่าถ้าพี่พลาดรถไฟก็ให้โทรหาเขา พี่ก็รับคำแล้วก็วางไป ตอนแรกเขาว่าเขาจะเก็บของกลับบ้านแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม่เขาถึงหยุดมือและนั่งทำงานต่อซะอย่างนั้น ก็คงเพราะเขา...อยากรอพี่กลับมา…


แล้วหลังจากนั้นประมาณชั่วโมงนึง พี่ก็กลับมา เขาได้ยินเสียงไขประตูเลยเดินไปหา พอพี่เปิดเข้ามาก็ทำหน้าตกใจเล็กน้อยแต่เขาก็เห็นสีหน้าดีใจของพี่อยู่เหมือนกัน พี่ยิ้มให้เขา ถามว่าทำไมเขายังไม่กลับ


“ผมอยากเจอพี่”


“อะไรกัน ก็เจอกันอยู่ทุกวันไม่ใช่หรือไง”


“ก็อยากให้แน่ใจว่าพี่กลับถึงบ้าน”


“เป็นห่วงเหรอ”


“ครับ เป็นมาตลอดแหละ เป็นห่วงน่ะ”


เฮ้ย...พูดอะไรออกไปเนี่ย ถึงเขาจะตกใจที่ตัวเองพูดอะไรแปลกๆออกไป แต่ลึกๆแล้วเขาอยากให้พี่รู้ว่าเขาเป็นห่วงพี่จริงๆ เขาเลยไม่ได้แสดงท่าทีตกใจหรือเขินอายที่ตัวเองพูดแบบนั้นออกไป พี่มองเขาด้วยสายตาอึ้งเล็กน้อยก่อนแก้มขาวๆของพี่จะออกแดงหน่อยๆ พี่หลบตาเขาก่อนเดินเลี่ยงเขาเข้ามายังตัวบ้าน


“นายจะกลับเลยหรือเปล่า”


“ครับ ก็เสร็จสิ้นภาระกิจแล้วสำหรับวันนี้”


พี่พยักหน้าตอบก่อนขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนเขาก็ไปเก็บของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านเหมือนกันพอพี่อาบน้ำเสร็จพี่ก็ออกมาหาเขา และเหมือนทุกครั้ง พี่ไปส่งเขาหน้าประตู


“กลับดีๆนะ ดึกแล้ว”


“ครับ พรุ่งนี้เจอกัน”


“....”


เขายิ้มให้พี่ รอประโยคเดิมๆที่พี่มักจะพูดกับเขา แต่อีกฝ่ายก็ไม่ตอบเขากลับมาสักทีจนมันเริ่มรู้สึกประหม่า แต่ก่อนที่อะไรมันจะอึดอัดไปมากกว่านี้ อยู่ๆพี่ก็เข้ามากอดเขา เขาตกใจในตอนแรก แต่ก็กอดตอบ กลิ่นแชมพูอ่อนๆกับกลิ่นสบู่เด็กทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะแอบสูดกลิ่นนั้น พี่ผละออกก่อนจะชอนตาขึ้นมามองเขา ยิ้มให้เขาก่อนพูดประโยคนั้นออกมา


“วันนี้ก็ขอบคุณมากนะ”


มันยากมากๆที่ต้องห้ามตัวเองไม่ก้มลงไปจูบพี่ตอนนั้น…


++++++++++++++++++++++


“โซอึน...อาว่าอากำลังจะเป็นบ้า”


“ไม่ได้เป็นอยู่แล้วเหรอคะ”


เสียงเด็กหญิงช่างเย็นขาทำเอาหัวใจอาอย่างเขารู้สึกหดหู่ หนูถึงวัยไม่รักอาอ้อนอาแล้วเหรอ แม้ในหัวจะคิดตัดพ้อไปแบบนั้นแต่ตัวเขาก็ไม่พูดออกไปหรอกถ้าพูดออกไปมีหวังโซอึนได้มองเขาด้วยสายตาทิ่มแทงกว่าเดิมแน่ๆ ตอนนี้เขานอนอยู่บนพื้น มองเพดานมาได้ชั่วโมงนึงแล้ว เขารู้สึกชีวิตเขาช่วงนี้มีบางอย่างมารบกวนมากๆ และเขาก็รู้ด้วยว่ามันคืออะไร


พี่ชางซอบ...อีกแล้ว…


เขาเป็นบ้าอะไรเนี่ย สิบปีไม่เคยเป็น กับแค่เด็กถามไม่ถึงสองอาทิตย์กลับเป็นบ้าได้ขนาดนี้แล้วเหรอ เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนเด็กหญิงที่อ่านหนังสืออยู่ลดมือลงแล้วมองเขาด้วยสายตาตัดสิน เขาหันไปมองเธอก่อนจะเบ้ปากให้ เด็กหญิงถอนหายใจวางหนังสือไว้ข้างตัวก่อนเอ่ยกับเขา


“ก็แค่บอกไปมันจะไปยากอะไรล่ะคะ”


“หนูไม่เข้าใจอา”


“ก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ หนูจะเข้าใจได้ยังไง”


เออว่ะ แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะกลิ้งหลบสายตาของหลานสาวที่เริ่มมองเขาด้วยความรำคาญแล้ว อันที่จริงมันก็อย่างที่โซอึนบอกนั่นแหละ แค่บอกไปมันจะไปยากอะไร อย่างมาก...อย่างมากที่สุดก็คือพี่ปฏิเสธ แต่ความสัมพันธ์ก็คงไม่ได้ต่างอะไรไปจากตอนนี้ เราโตกันมากแล้ว พี่ก็เลขสาม เขาก็ใกล้แล้วเหมือนกันคงไม่ต้องมากังวนเรื่องอะไรแบบนี้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราสองคนก็คือโซอึน ถ้าโดนพี่ปฏิเสธมันก็คงคล้ายๆกับการหย่าด้วยดีนั่นแหละ...แต่พวกเขาไม่ได้แต่งกันด้วยซ้ำ…


“เฮ้ออออออออออออออ”


“เอาล่ะ หนูทนฟังอาถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยไม่ไหวแล้ว”


เด็กหญิงว่าแบบนั้นก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาไปทันที เขาได้ยินเสียงปิดประตูจากห้องของเธอ แต่เขาก็ไม่มีกำลังใจจะไปตามง้อเธอแล้ว เขาพลิกกลับมามองเพดานอีกรอบก่อนจะเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา


“อ่า...ถึงเวลาแล้ว โซอึนอ่า! ไปรับพ่อหนูไหม”


“ไม่ค่ะ อาไปเลย หนูอยากอ่านหนังสือต่อ”


เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาทำใจอยู่สักพักก่อนยันตัวขึ้นมาเตรียมของโน่นนี่ก่อนจะเข้าไปบอกเด็กหญิงว่าดูแลบ้านแล้วถ้าใครมากดกริ่งก็ไม่ต้องออกไป แล้วเขาก็ออกไปรับพี่


“อ่าว...โซอึนไม่มาเหรอ”


“เธออ่านหนังสือติดลมน่ะ”


เขาว่าขณะที่พี่เข้ามาในรถพอขึ้นมาได้พี่ก็เอาโทรศัพท์ออกมาดู แล้วก็บอกว่าโซอึนส่งข้อความมาบอกว่าให้ซื้อพวกขนมเข้าไปให้หน่อย พี่ชางซอบบ่นนิดหน่อยตอนเห็นว่าเด็กหญิงอยากได้พวกของขบเคี้ยวแต่ตอนเข้าไปในร้านสะดวกซื้อก็ซื้อให้ ขนาดว่าอันไหนโซอึนไม่ได้สั่งก็แถมไป จนเขาต้องปรามว่าพอได้แล้ว พอแวะซื้อเสร็จเราก็ตรงกลับบ้าน โซอึนออกมารับเขาที่หน้าประตูกอดหอมพ่อของเธอเสร็จก็บอกว่าวันนี้เธออยากทำอะไร


“หนูอยากดูหนัง แต่หนูไม่กล้าดูคนเดียว”


“เรื่องอะไรคะลูก”


แล้วเธอก็เปิดหน้าปกหนังให้พวกเขาดู ทั้งเขาทั้งพี่ชะงักกันไปทั้งคู่ ไม่ใช่อะไรหนังที่เด็กหญิงเลือก มันเป็นหนังผี...ซึ่งทั้งเขาและพี่ชางซอบดูหนังพวกนี้ไม่เก่ง แถมเขายังแย่กว่ามาก ร้องไห้เพราะตกใจกลัวก็เคยมาแล้ว เด็กหญิงก็รู้แหละว่าเขากลัว พ่อของเธอก็กลัว ก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรทำไมถึงอยากดู


“หนูอ่านรีวิวแล้วเขาบอกว่าโอเค แต่หนูก็ไม่กล้าดูคนเดียว พ่อกับอาดูเป็นเพื่อนหนูนะคะ”


“รีวิวดี แต่เราดูอาจจะไม่ชอบก็ได้นะ”


เขาลองกล่อมหลานของเขาเผื่อเธอจะเปลี่ยนใจ แต่เขารู้อยู่แก่ใจแล้วว่าเธอคงไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่ๆ ยิ่งเธอตอบเขากลับมาแบบนี้แล้วด้วย


“ก็นั่นแหละค่ะ เราก็ต้องดู จะได้รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ”


ยอมแพ้...เขาเข้าครัวไปเตรียมอาหารเย็นด้วยจิตใจหดหู่ พอๆกับพี่ชางซอบที่เดินเป็นร่างไร้วิญญาณไปเปลี่ยนผ้าแล้วไปซักผ้าด้วยความเลื่อนลอย ไม่เคยคิดว่าเวลามันจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ แต่เราก็กินข้าวกันเสร็จแล้ว โซอึนไล่ให้เขาและพี่ไปอาบน้ำ เขาเสร็จคนสุดท้าย พอออกมาก็เจอสองพ่อลูกนั่งอยู่ตรงโซฟาหน้าทีวีแล้ว พี่ชางซอบส่งสายตาาขอความช่วยเหลือ แต่บอกเลย คนที่ต้องการให้ช่วยที่สุดคือเขาต่างหากและพี่ก็รู้ดีเลยหันกลับไปมองจอทีวีด้วยความหมดหวัง เขาอยากนั่งตรงกลางมาก แต่โซอึนก็บอกให้เขาไปนั่งข้างพี่โดยมีเธอนั่งอยู่อีกข้างด้วยเหตุผลว่าพ่อจะได้ไม่กลัวมาก แล้วอาล่ะ…


หนังดำเนินไปเรื่อยๆด้วยพล๊อตที่เรื่อยๆ แต่แล้วมันก็ค่อยๆหนักขึ้น และเริ่มมีอะไรที่น่าตกใจออกมา เขาหันไปมองโซอึน เธอกำลังตั้งใจดูมากส่วนพี่เริ่มทำหน้ายุ่งเริ่มเอาขาขึ้นมากอด ส่วนเขาก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าขยับเข้ามาใกล้พี่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และก็ได้เวลาโดนผีหลอก ดอกแรกเราทั้งสามคนร้องแทบไม่เป็นภาษา โซอึนกรี๊ดอัดใส่จอทีวีแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้หลบหรืออะไรแถมยังดูต่อได้อีก ส่วนเขากับพี่น่ะเหรอ แทบจะสิงกันอยู่แล้ว พอเจอจั้มสแกร์ก็สะดุ้งกอดกันกลม แล้วมันก็เริ่มมีแบบนี้มาเรื่อยๆ เขาก็ร้องเสียงหลงแทบทุกตอน แต่โซอึนเริ่มไม่กรี๊ดแล้วแถมยังบ่นๆว่า


‘อะไรกัน เดาทางออกแล้ว เบื่อจัง’


ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ แต่เหมือนว่าเริ่มใกล้เข้าไคลแม๊กซ์เข้าทุกที เขาเอามือไปจับพี่แบบไม่รู้ตัว แถมยังแทบจะเข้าไปหลบอยู่ที่หลังพี่ พี่ก็กลัวแต่ก็คอยปลอบเขาอยู่


“อ่ะ...”


“ครับ!! อะไรๆๆๆ”


“โซอึนหลับไปแล้วอ่ะ”


“อ่าว...”


เขาก้มลงดูเด็กหญิงที่ใช้ตักของพ่อเธอต่างหมอน อะไรกันยัยหนู ไหนบอกว่าอยากดูไงทำไมชิงหลับไปก่อนอย่างนั้น พี่ชางซอบหันมามองเขาก่อนจะเอารีโมทมาหยุดหนัง


“เอาเธอไปไว้ในห้องก่อนไหม”


“เราจะดูต่อเหรอพี่”


“ก็มาขนาดนี้แล้วอ่ะ”


เขาทำหน้าบอกบุญไม่รับแต่ก็ยอมอุ้มเธอไปไว้ในห้องแล้วออกมานั่งข้างพี่ต่อ พี่อมยิ้มก่อนถามเขาว่าพร้อมไหม เขาบอกว่าไม่แต่พี่ก็หัวเราะแล้วกดเริ่มทันที และเพราะตั้งแต่เมื่อกี้มันเริ่มเข้าไคลแมกซ์มาทำให้เปิดไปอีกไม่กี่นาทีก็เจอของจริง เขาร้องออกมาไม่สนอะไรทั้งนั้น เขาโผเข้ากอดพี่ทันทีพระความตกใจขั้นสุด รู้สึกตัวอีกทีก็ต้องพี่หัวเราะเขานิดหน่อย เขาลืมตาขึ้นมามองหน้าพี่ก่อนจะทำหน้าอยากจะร้องไห้ ไม่สิ เขาร้องไปแล้ว


“อ๋า...ร้องไห้อีกแล้ว”


พี่ว่าพลางเอามือมาเช็ดน้ำตาให้เขา ถึงพี่จะหัวเราะเขาแต่พี่ก็เช็ดน้ำตาออกให้เขาอย่างเบามือคล้ายปลอบโยน เขาหลับตารับสัมผัสอบอุ่นนั่นก่อนจะลืมตาขึ้นมาและพี่ก็ยังมองเขาอยู่ มือพี่ละออกไปแล้วเขารู้สึกเสียดายแต่ก็ได้รอยยิ้มน่ารักกลับมาแทน


“นึกถึงตอนไปดูหนังด้วยกันครั้งแรกเลย”


“คิดยังไงเลือกหนังผีน่ะครับ”


“ฮ่ะๆ นึกว่ามันน่าสนุกดี โวยวายด้วยกัน แต่กลายเป็นว่านายร้องไห้เฉยเลย”


“ผมอายมากอ่ะตอนนั้น”


“หลังจากนั้นฉันเลยไม่พานายไปดูหนังผีอีกเลย นานแล้วเหมือนกันเนอะ...”


“ครับ นานแล้ว...”


น้ำเสียงพี่เหมือนกำลังหวนนึกถึงอดีต และมันคงเป็นความทรงจำที่มีความสุขเห็นได้จากยิ้มบางๆของอีกฝ่าย เขามองหน้าพี่นิ่งในหัวก็คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อก่อนเหมือนกันแต่ก็ต้องตกใจเพราะเสียงกรีดร้องของตัวละครในเรื่อง พี่หัวเราะเขาอีกครั้งก่อนเอารีโมทไปปิดทีวี พอเขาใจกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวก็รู้สึกได้ว่าพี่ก็ยังมองเขาอยู่


“หล่อเหรอ”


“อืม...ไม่เปลี่ยนเลย สิบปีมาแล้ว ยังเหมือนเดิม”


“หน้าผมเหรอ”


“หน้าด้วย...ความรู้สึกด้วย”


ประโยคนั้นทำให้ใจเขาเต้นขึ้นมาอีกครั้ง และดูเหมือนมันจะเต้นเร็วกว่าตอนดูหนังผีเมื่อกี้อีก พี่เปลี่ยนท่านั่งขาดสมาธิให้หันมาเผชิญเขาและยังขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนเข่าชิดกับเขา พี่แม้มปากเหมือนชั่งใจอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายก็พูดออกมา


“ซองแจอ่า...สิบปีที่ผ่านมา...ขอบคุณมากนะ”


“.....”


“นายช่วยฉันไว้เยอะเลย ทั้งอยู่ด้วยตอนฉันลำบาก ช่วยฉันเลี้ยงโซอึน และอีกหลายๆอย่าง ฉันขอบคุณจริงๆ”


เขาไม่รู้ว่าทำไมพี่ถึงอยู่ๆก็พูดเรื่องนี้ออกมา แต่มันทำให้เขาอยากบอกเหตุผลว่าทั้งหมดที่เขาทำเพื่อพี่นั้นเพราะอะไร และเขาก็คิดว่ามันก็ควรได้เวลาบอกแล้ว…


“ที่ผ่านมาเหมือนฉันจะเป็นคนรับจากนายมาตลอดเลย ฉันเลยคิดว่า...”


“ผมมีอะไรจะบอกพี่”


“ฉันมีอะไรจะบอกนาย”


เราหยุดกันเพราะต่างฝ่ายต่างก็พูดออกมาพร้อมกัน พี่ดูงงๆว่าอยู่ๆทำไม่เขาถึงโพลงออกมาอย่างนั้น และเขาก็งงเพราะอยู่ๆพี่ก็เปลี่ยนมาเป็นอยากบอกอะไรเขา


“เอ่อ...พี่ก่อนเลย”


“ไม่ๆ นายนั่นแหละ”


“......”


เรามองหน้ากันก่อนรับรู้ว่าต้องทำยังไง เรานับถึงสามก่อนจะเป่ายิ้งฉุบกันออกไป และเป็นเขาที่ชนะ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเสียใจที่ชนะ พี่หัวเราะน้อยๆก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงให้เขาพูดก่อน ใจเขาเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง พอเอาจริงๆแล้วก็ไปไม่ถูก สิบปีที่เก็บมันไว้ และคิดว่าจะขังมันไว้จนกว่าเขาจะตาย ตอนนี้กลับจะต้องมาพูดมันออกไป ถึงแม้จะอายุขนาดนี้แล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะบอกรัก...กับรักแรกของเขา…


‘ก็แค่บอกไปมันจะไปยากอะไรล่ะคะ’


นั่นสิ...มันจะไปยากอะไรล่ะ…


“พี่...ผม...ผมรักพี่”


“.....”


พูดออกไปแล้ว...น่าแปลกใจที่ก็บอกไปมันโอเคกว่าที่คิด ไม่สิ มันดีเลยล่ะ เขารู้สึกว่าอะไรบางอย่างถูกยกออกไป กลายเป็นว่าเขารู้สึกโล่งมากกว่าที่จะใจเต้นหรือกังวล ที่จริงเขาไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าพี่จะตอบกลับความรู้สึกยังไง เพราะเขาค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปถึงแม้ว่าพี่จะไม่ได้รักเขาตอบ


“...ฉันก็รักนาย”


“.........”


“นั่นแหละที่ฉันจะบอกนาย”


แต่สิ่งที่พี่ตอบกลับเขามาต่างหากล่ะที่ทำให้เขาใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งในครั้งแรก แต่พอคิดไปว่าพี่อาจจะหมายถึงความรักแบบพี่น้อง เขาเลยจะบอกพี่ไปว่าไม่ใช่แบบนั้น แต่พี่ก็เอ่ยขึ้นมาก่อน


“ฉันหมายถึง ‘รัก’ แบบที่นายรักฉัน”


ตอนนี้ในหัวเขาคิดอะไรไม่ออกแล้ว เขามองหน้าอีกฝ่ายโดยไม่รู้ว่าตัวเองทำสีหน้ายังไงออกไป พี่ยิ้มกว้างให้เขาก่อนจะขยับเข้ามาจูบเขาเบาแล้วถอนออกไป


“พี่...รักผม...”


“อื้ม”


“เมื่อไหร่...”


“ฉันก็ไม่รู้แต่...นายลองมีคนที่แอบรักตัวเองมาทำดีด้วยมาตลอด ใจเป็นหินขนาดไหนก็เหลวเป็นน้ำได้เหมือนกันแหละ”


“เดี๋ยวๆ พี่รู้ว่าผมแอบรักพี่เหรอ”


“อื้ม ใช่ รู้ตั้งนานแล้ว”


เขาพูดไม่ออกเลย เหมือนทุกอย่างมันจะพลิกไปหมด พี่บอกว่ารู้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว พอเขาถามพี่ว่าทำไมพี่ไม่พูดอะไรพี่ก็บอกว่า รู้สึกผิดที่จะบอกหรือปฏิเสธเขาเพราะตอนนั้นพี่มีแฟน และพี่ก็ยังอยากรักษาความสัมพันธ์กับเขาไว้ และมันเริ่มเปลี่ยนไปตอนที่เขาเริ่มเข้ามาช่วยดูแลโซอึน


“พี่ไม่คิดเหรอว่าตอนนั้นที่ผมมาช่วยดูแลโซอึนเพราะว่าผมรักพี่”


“ฉันนึกว่านายตัดใจจากฉันไปแล้ว และที่มาดูแลโซอึนเพราะนายเป็นคนดีไง อยากช่วยเหลือฉันอะไรประมาณนั้น”


“โห่”


“โห่อะไรเล่า! นายต่างหากล่ะที่มีโอกาสบอกฉันมาเป็นสิบปีแต่ไม่ยอมบอกน่ะ น่าโห่กว่าตั้งเยอะ”


พี่ทำหน้างอใส่เขาก่อนจะตีที่แขนเขาเบาๆ เขาหัวเราะรับกับท่าทางนั่น มันก็จริงอย่างพี่ว่าเขามีเวลาเยอะแยะทำไมไม่บอกไปสักที เหมือนที่โซอึนว่าจริงๆนั่นแหละ อยู่ที่ความกล้าล้วนๆจริงๆ แต่ที่จริงพี่จะปล่อยไปแบบเมื่อก่อนก็ได้ แต่ทำไมพี่ถึงเลือกจะมาบอกเขานะ


“แล้วพี่คิดยังไงถึงมาบอกผม”


“โซอึนน่ะ...ไม่รู้เพราะอะไรเธอถึงถามฉันถี่ขึ้น”


“ถามเหรอ?”


ไม่รู้ทำไมเขาถึงเริ่มรู้สึกแปลกๆกับเรื่องนี้ อดไม่ได้ที่จะถามพี่ออกไป พี่ก็พยักหน้าให้เขาและเริ่มเล่าให้ฟัง


“อื้อ เธอรู้ว่าฉันรักนาย และช่วงนี้ก็ถามถี่ขึ้นจนฉันหวั่นไหว”


“เธอถามว่าไง?”


“เมื่อไหร่พ่อจะบอกอาหนู ว่าพ่อรักเขา”


ชัดเลย…


ยัยหนู!!! ยัยตัวแสบ!!!


แม้ว่าเขาจะร้องตะโกนอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมานอกจากหัวเราะแห้งๆให้พี่ไปตอนพี่บอกว่าโซอึนโตกว่าวัยมากๆเลย พี่บ่นลูกสาวอีกสักพักก็ถอนหายใจแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาตรงๆอีกครั้ง


“ยังไงดีตอนนี้”


“ไม่รู้สิ...เอ่อ...งั้นผมขอจูบได้ไหม”


พี่หัวเราะออกมาทันที บอกว่าเขาตลกที่อยู่ๆก็ขอจูบแต่พี่เองก็ขยับเข้ามาใกล้เขาให้เขาได้จูบง่ายขึ้น ริมฝีปากอุ่นประกบกับเขาถึงแม้จะเป็นจูบแรกระหว่างเขากับพี่แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกหวือหวาหรือใจเต้นขนาดนั้น มันละมุน เนิบนาบและรู้สึกอบอุ่น เหมือนเป็นความรู้สึกที่เรามีให้กันทุกวันอยู่แล้ว เพียงเปลี่ยนมาเป็นจูบเท่านั้นเอง เราผละออกมาก่อนจะยิ้มให้กัน และพี่ก็เป็นคนเอ่ยขึ้นมาก่อน


“อ่ะแล้วยังไงอีก”


“อืม...คือเรื่องที่คนรักเขาทำกันก็ทำไปหมดแล้ว”


“ฮ่ะๆ ไม่เถียง”


“แต่ก็เหลืออยู่เรื่องเดียวนะ...”


ตอนแรกพี่มองเขาอย่างสงสัยก็จะเปลี่ยนมาเป็นทำตาโตแล้วฟาดใส่เขาอย่างแรกเมื่อรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เขารูปแขนตัวเองปอยๆก่อนหัวเราะที่อีกคนว่าเขาทะลึ่ง


“ไม่ได้เหรอครับ”


“...มันก็...ไม่ใช่ไม่ได้”


“ผมถือว่านั่นเป็นคำอนุญาตนะ”


แล้วเขาก็พุ่งไปใส่พี่ทันที พี่ตกใจแต่ก็ยอมให้เขากอดหอม เขาจูบพี่อีกครั้ง แต่คราวนี้เขาทำให้มาร้อนขึ้นกว่าเก่า


“ซองแจ...ไม่ได้นะ...โซอึน--”


ไม่ทันให้พี่พูดจบ เขาก็ประกบปากพี่อีกครั้ง ถึงจะรู้สึกแปลกใจว่าพี่พูดว่าอะไร แต่เขาเริ่มจะไม่ฟังแล้วปล่อยผ่าน และพี่ก็ยังพยายามที่จะพูดต่อ


“ไม่ได้นะ...โซอึน...ชอบออกมาเติมน้ำ--”


แก๊ง!!!


เขาสะดุ้งผละออกจากตัวพี่ทันทีที่ได้ยินเสียงบางอย่างตก เขาให้ไปตามเสียงก็เจอร่างของเด็กหญิงกำลังก้มเก็บของอยู่ก่อนจะหันมามองทางพวกเขา


“ไม่มีอะไรค่ะ ฝาแก้วมันตกน่ะ ฝันดีนะคะ”


เธอพูดแค่นั้นก่อนจะเดินจากพวกเขาไป แล้วตามด้วยเสียงปิดประตู เขาไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่ค่อยๆหันกลับมามองคนที่อยู่ใต้ร่างเขาที่ทำตาเขียวปั๊ด


“ไปในห้อง! เดี๋ยวนี้เลย!!!”


และแถมด้วยแรงผลักที่อก ให้จุกเล่นอีกหนึ่งที

.

.

.

.

.

เสียงนาฬิกาปลุกจากที่ไหนไม่รู้ทำให้เขาต้องฝืนลืมตาขึ้นมา พอเห็นตัวการเขาก็เอื้อมมือไปปิดแล้วนอนตาเบลออยู่สักพัก ก็คิดว่าจะตื่นแล้วแต่พอจะลุกก็เหมือนมีบางอย่างกอดเขาไว้และพอก้มลงไปดูเขาก็เห็นพี่กำลังนอนหลับกอดเขาอยู่


อ่า...ใช่…เมื่อคืน…


แล้วเขาก็อารมณ์ดีขึ้นมาเมื่อนึกถึง เขาก้มลงจูบที่หน้าผากพี่เบาๆ พี่ทำเสียงในลำคอก่อนจะซุกหน้าลงกับหมอนเขายิ้มให้กับภาพน่ารักนั่นก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง เตรียมเสื้อผ้าไปอาบน้ำ พอออกมาก็เจอเด็กหญิงนั่งอยู่ที่โซฟาอยู่ก่อนแล้ว เธอลดหนังสือลงมามองเขาก่อนจะเอ่ยเสียงใสอรุณสวัสดิ์เขา เขายิ้มให้เธอก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป พออกมาก็เจอเธออยู่ในครัว กำลังเอาข้าวที่เหลือเมื่อวานใส่ตู้ไมโครเวฟ


“เอาอย่างอื่นด้วยไหม เดี๋ยวอาทำให้”


“ขอไข่เจียวเพิ่มนะคะ”


เขายิ้มรับก่อนเข้าครัวไปทำอาหารให้หลานกิน พอทำเสร็จเขาก็มานั่งกินกับหลาน และไม่ลืมที่จะทำส่วนของพี่ไว้ด้วย กินไปได้สักพักเธอก็เริ่มชวนคุย และเป็นการชวนคุยที่ทำเอาข้าวเกือบพุ่งออกจากปาก


“อามีอะไรจะเล่าให้หนูฟังไหมคะ”


“เอ่อ...”


“ได้บอกพ่อหนูไหม”


“อ๋อๆ อืม บอกไปแล้วล่ะ และหนูรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าพ่อหนูก็รักอา”


“อ๋า อารู้ซะแล้ว”


ถึงเธอจะทำเป็นตกใจ แต่สีหน้าของเธอก็ทำเหมือนรู้อยู่แล้ว เขาย่นจมูกใส่ยัยตัวแสบแล้วก็บ่นๆเธอ


“หนูเจ้าเล่ห์เกินไปแล้วนะ อาชักกลัวว่าต่อไปหนูจะวางแผนครองโลก หนังเมื่อวานก็แผนหนูใช่ไหม”


เธอยิ้มกว้างหัวเราะชอบใจ แถมยังบอกเขาอีกว่าอาจจะทำจริงๆก็ได้ เราเงียบกันไปเพื่อจัดการกับของในจานเรา แล้วสักพักเธอก็เอ่ยขึ้นมาอีก


“งั้นอาก็บอกรักพ่อหนูแล้วสินะคะ”


เขายิ้มกับเด็กหญิง รู้สึกขอบคุณทุกอย่างที่เด็กหญิงทำ เขาพยักหน้าก่อนจะตอบความถามที่เธอถามมาตลอกหนึ่งปี


และเขาก็บอกเธอได้แล้ว...


“อาบอกพ่อหนูแล้ว ว่าอารักเขา”


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


อั้ยยะ เป็นฟิคที่เคยจบภายในหนึ่งเดือน สุดยอดจริงๆ ความร้อนทำให้คนเป็นบ้าได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย


ขอบคุณที่รักและเอ็นดูยัยหนูนะคะ รอติดตามเรื่องใหม่ได้เลย(ยังไม่ได้คิดนะจริงๆแล้ว555)


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #98 ksykaw (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 19:21
    น่ารักกกกกกกกกกกกำก
    #98
    0
  2. #96 Dnoppy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 12:41
    น่ารักม้ากกกกกกก
    #96
    0
  3. #95 wtnchya (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:21
    ชอบมากๆเลยค่ะะแงง
    #95
    0
  4. #94 num (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 16:01

    โซอึนนนนนนน หนูร้ายมากแต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ไม่ได้บอกกันซักที5555


    #94
    0