ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 29 : [SF] You are mine (3) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 เม.ย. 62

อืม...ก็ยังคงเป็น pg-15 เนื่องจากภาษา แต่เห้ยเว้ย พรมีนิดเดียว มันกลายเป็น พรวิทพล๊อตไปแล้วอ่ะทุกคน มันไม่ควรรรรร อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มี อิลแจ นิดเดียว นิดเดียว! และพี่จะประกาศตรงนี้ พี่จะเขียนเป็น #พืออิล เป็นสะปินออฟของเรื่องนี้ พี่จะเขียนใครก็มาห้ามพี่ม่ายด้ายยยยยยยยยยยยยย


ขอให้อ่านอย่างสนุกสนานค่ะ

.

.

.

.

.

[SF] You are mine


เขาลืมตาขึ้นมาเพราะแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านมาตกกระทบตาเขา พอรู้สึกตัวความรู้สึกทุกอย่างก็เริ่มกลับมา แน่นอนสิ่งแรกที่เขารู้สึกคืออาการปวดตัว อย่างที่สองคือรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ในตัวเขา เขาถอนหายใจออกมาทันทีที่รู้ว่ามันคืออะไร บ้าจริง…


“ให้ตายเถอะ...”


เขาบ่นพึมพัมออกมาก่อนยันตัวขึ้น รอบตัวเขาไม่ใช่ที่ที่เขาคุ้นเคย ไม่ใช่โรงแรมที่อีกฝ่ายมักพาเขาไป ดูจากเฟอร์นิเจอร์ต่างก็พอรู้ว่าเขาอยู่ในที่พักส่วนตัว สรุปได้เลยว่าเขามาอยู่ที่พักของซองแจ...แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามา พักหลังซองแจไม่ได้นัดเจอเขาที่โรงแรมแล้ว แต่ให้เขามาที่ห้องของเจ้าตัวเอง เขาเคยถามว่าทำไม


‘เราเจอกันบ่อยนี่ครับ’


เขาก็ไม่ได้อยากเจอบ่อยขนาดนั้นเสียหน่อย เจอกันทีเหมือนจะตายเร็วไปอีกวัน ถ้าเขาไม่ได้โอเวอร์เกินไปล่ะนะ


“ตื่นแล้วเหรอครับ”


เขาหันไปมองคนที่ออกมาจากห้องน้ำ ร่างสูงเดินออกมาพลางเช็ดผมยุ่งๆนั่น ซองแจเดินออกมายิ้มสวยให้เขาอย่างเคย เขาหลบสายตาก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงพอลุกขึ้นได้ก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างไหลลงไปตามขา เขาสบทออกอย่างหงุดหงิดใจ แต่อีกฝ่ายเห็นเขาก็ยิ้มกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์ใส่เขา เขาถอนหายใจก่อนเดินเลี่ยงอีกคนและขอใช้ห้องน้ำอีกฝ่าย พอเขาออกมาก็เห็นอีกฝ่ายนั่งเป่าผมอยู่บนเตียง เขาเดินเลี่ยงไปเอาเสื้อผ้าเก่าที่เคยทิ้งไว้ที่นี้มาเปลี่ยน ด้วยความที่ลืมเอาเข้าไปในห้องน้ำกับขี้เกียจเกินกว่าจะเดินกลับไปในห้องน้ำอีกครั้ง เลยจัดการใส่มันตรงนั้นเลย


“คุณยั่วผมเหรอ”


“แล้วแต่คุณจะคิดเลย”


“ฮ่าๆ”


อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ ส่วนเขาก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน แล้วอยู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงแรงดึงจากข้างหลังรู้ตัวอีกที่ก็ตกอยู่ใต้ร่างของอีกคนแล้ว ซองแจยังคงยิ้มให้เขาจนเขารู้สึกประหม่า แล้วอยู่ๆรอยยิ้มนั่นก็จางไป ไม่ใช่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักจะยิ้มให้เขา ซองแจดันตัวออกห่างเขาเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น


“คุณรู้สึกยังไง กับการที่ผมใช้คุณเป็นของเล่น”


“....”


เขาไม่ได้ตอบความสงสัยนั้น มันเป็นคำถามแบบเดียวกันอย่างเดียวกันทุกครั้ง ตั้งแต่ในห้องน้ำของบริษัทวันนั้น ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าว่าอีกฝ่ายดูจะ...ใส่ใจ? เขามากขึ้น ไม่รู้สิ อาจจะเป็นเพราะเราได้คุยกันมากขึ้น ไม่ใช่มีแต่เรื่องเซ็กส์ หรือแม้แต่เซ็กส์เองอีกฝ่ายก็ดูจะอ่อนโยนขึ้น...นิดหน่อย อย่างน้อยก็ไม่ได้ทำจนเขาหมดสติเหมือนช่วงแรก หรือไม่ก็เพราะจูบหวานที่อีกฝ่ายมักให้ระหว่างเซ็กส์ที่เร้าร้อน


นอกนั้นก็จะเป็นสัมผัสเล็กๆน้อยๆ อย่างจูบขมับ จูบหน้าผาก หอมแก้มเบาๆ หรือคลอเครียน้อยๆ ทั้งหมดนั่นมันก็ทำให้เขารู้สึกดีแต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมอีกฝ่ายเริ่มทำแบบนั้น


เขาก็ไม่รู้เหมือนกันที่เขารู้สึกนั่น เขาคิดไปเองหรือเปล่า เขานิ่งเงียบมองอีกฝ่ายที่อยู่ด้านบน รอยยิ้มจางๆถูกมอบให้เขาแต่เขาไม่สามารถบอกได้ว่ามันหมายความว่ายังไง เขารู้สึกถึงมือใหญ่ลูบไล่เขาตั้งแต่ต้นขาก่อนไล่ไปที่หน้าท้องและขึ้นมาเรื่อยๆ เขาใช้มือสองข้างดันอกอีกฝ่ายเบาๆเป็นการบอกว่าเขาไม่ต้องการ แต่ก็แค่นั้น อีกฝ่ายก้มลงมาซุกไซ้ที่คอความร้อนจากลมหายใจทำให้หน้าเขาร้อนขึ้นมา


“คุณ...ผม...เหนื่อย ขอล่ะ...”


เขาร้องบอกอีกฝ่ายอย่างเคย แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่หยุดมือ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีจะรุกล้ำอะไร ริมฝีปากอุ่นไล่สัมผัสเขาไปทั่วคอ ขบเม้มเบาๆตามจุดที่อีกฝ่ายชอบ เขาครางน้อยๆกับสัมผัสนั่น ยอมรับว่ารู้สึกดี เลยยังปล่อยให้อีกฝ่ายยังสัมผัส เขาหลับตาพริ้มรับจูบหวานจากอีกฝ่าย ลิ้นร้อนแตะที่ริมฝีปากเขา และเขาก็อ้าปากรับจูบนั่น ลิ้นเราสัมผัสกันคล้ายหยอกล้อ เขาผ่อนลมหายใจออกมาหลังจากที่อีกฝ่ายผละออกไป ความร้อนยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น มันทำให้เขารู้สึกดี


“ชอบไหม”


ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถามแบบนี้ เขาอ้ำอึ้งเล็กน้อยพยายามไม่สบสายตาอีกฝ่ายที่มองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน เขาแม้มปากก่อนจะตอบอีกฝ่ายเสียงเบา


“...ก็ดี”


“น่ารักจังเลย”


ว่าแล้วอีกฝ่ายก็ก้มลงมาหอมเขาฟอดใหญ่ ถึงจะสับสนแต่ก็ยอมให้อีกฝ่ายนัวเนียเขาต่อ ถือว่าแปลกดีสำหรับคนที่ใช้เขาเป็นของเล่น หรือว่าเขาจะอัพเกรดเป็นของเล่นชิ้นโปรดแล้ว? อยากรู้จัง...


“ดูคุณจะชอบเล่นกับผมมากนะ ผมเป็นของเล่นชิ้นโปรดของคุณเหรอ”


อีกฝ่ายยกตัวขึ้นมามองหน้าเขา รอยยิ้มจางๆนั่นทำให้เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไง แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็ตอบเขากลับด้วยน้ำเสียงแปลกๆ


“ครับ”


“ถ้างั้น...ในฐานะของเล่นชิ้นโปรด ผมอยากขออะไรคุณได้ไหม”


รอยยิ้มอ่อนใจถูกมอบให้เขาก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


“ว่ามาสิ”


“คือ...อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์แผนกผมจะมีการตรวจระบบครั้งใหญ่ และถ้าเป็นช่วงเวลานั้น ผมต้องทำงานเยอะมาก และจะกลับดึกด้วย บางทีต้องนอนที่บริษัท ที่ผมจะขอคือ...เป็นไปได้ถ้าคุณจะ...ไม่เรียก...ผม...”


เสียงเขาค่อยๆเบาลงและค่อยๆหลบตาอีกฝ่าย ไม่รู้ทำไม เหมือนเขากำลังจะขอผู้ปกครองไปเที่ยวแล้วดันไม่มั่นใจเสียอย่างนั้น รู้สึกว่าการโดนคนอื่นมาเป็นเจ้าของทำให้เขากลายเป็นแบบนี้แล้วสิ เขากลั้นใจเบนสายตากลับไปมองอีกฝ่ายอีกครั้งเพื่อดูว่าอีกฝ่ายมีท่าทียังไง ใบหน้าหล่อเหลานิ่งไปแต่ก็คลี่ยิ้มออกมาให้เขาก่อนจะโน้มตัวลงมาซุกไซ้เขาอีกครั้ง


“ได้สิครับ”


“...ระหว่างทำงานด้วยนะ”


“ฮ่ะๆ ครับๆระหว่างงานด้วย”


เขาเงียบยอมรับคำตอบจากอีกฝ่าย แต่ก็ต้องสะดุ้งขึ้นเมื่อมือใหญ่ของอีกฝ่ายกำลังไล่ไปที่สะโพกก่อนจะขยำมัน


“เพราะงั้นตอนนี้ ผมขอเก็บในส่วนของอาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์นะครับ”


“ดะ...เดี๋ยว-- !!!!~”


ความเจ็บบนลำคอทำให้เขาหยุดพูด ไม่รู้เมื่อไหร่ที่กางเกงของเขาโดนดึงออกไป และรู้สึกถึงนิ้วของอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในตัว สมองเขาเบลอทันทีที่ได้รับสัมผัส เหมือนเขาถูกเทรนให้กลายเป็นแบบนี้ ให้กลายเป็นอีกคนที่พร้อมจะรับอารมณ์หวามจากอีกฝ่ายตลอดเวลา


“วันนี้คุณไม่ได้กลับบ้านแล้วล่ะ”


แล้วมันก็เป็นอย่างที่อีกฝ่ายบอกจริงๆ


+++++++++++++++++++++++++


“เฮ้...คิดอะไรอยู่...ซองแจ”


เขาหลุดออกจากพวังเมื่อได้ยินเสียงของร่างด้านใต้ เขาหลุบตาลงมองก่อนตอบกลับว่าไม่มีอะไร เขาถอนกายออกเรียกเสียงครางเบาๆจากอีกคน ก่อนจะดึงถุงยางทิ้งแล้วโยนลงใส่ถังขยะอย่างไม่ใส่ใจ


“เรียกกูมาว่าแปลกแล้ว แต่เหม่อตอนทำเสร็จเนี่ย มันน่าคิดนะ”


เขายกยิ้มให้อีกฝ่าย น้ำเสียงหัวเสียแต่ก็ไม่ได้ต่างจากตอนที่คุยปกติเท่าไหร่ พอเห็นท่าทีเขาแบบนั้นเจ้าตัวก็แค่ทำเสียงจิ๊จ๊ะก่อนจะลุกจากเตียงตรงเข้าไปที่ห้องน้ำทันที


“อย่าให้รู้นะว่าคิดถึงคนอื่นอยู่ตอนที่เอากับกูอ่ะ”


“คำพูดยังรุนแรงเหมือนเดิมเลยนะอิลฮุนอ่า”


แล้วเขาก็ได้นิ้วกลางจากอีกฝ่ายแทนคำตอบ เขาหัวเราะน้อยๆก่อนหยิบกางเกงที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาใส่ อิลฮุนหรือก็คือเพื่อนนอน...ของเขาเอง รู้จักกันมานานตั้งแต่สมัยเขาเที่ยวหนักๆ แรกๆก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันนอกจากจะเกิดเหงาขึ้นมา หรือไม่ก็ดามใจหลังไปหักอกคนอื่น เขาหมายถึงอีกฝ่ายนะ แต่เพราะนิสัยการมั่วไปทั่วมันเหมือนกันและสามารถคุยกันได้รู้เรื่องเลยพัฒนาจากเพื่อนนอนมาเป็นเพื่อนสนิท สักพักเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่หน้ากระจกก็ดังขึ้น มันไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของอีกคนที่อยู่ในห้องน้ำ และเขาก็ถือวิสาสะหยิบขึ้นมาดู พอเห็นว่าใครโทรมาเขาก็ถือวิสาสะกดรับอีก


“ว่าไงครับผัวอิลฮุน กิ๊กอิลฮุนพูดครับ”


[[...กูไม่รู้จะด่าที่มึงเรียกกูว่าผัวอิลฮุน หรือจะด่าที่มึงบอกว่ามึงเป็นกิ๊กอิลฮุนดี]]


เขาหัวเราะกับประโยคแสนเหนื่อยใจของเพื่อนเขาอีกคน พีเนียล คนนี้เป็นเพื่อนเขาจริงๆตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ตอนเรียนมหาลัยไปเรียนทางศิลป์และความโลกกลมของชีวิตเขาคือพีเนียลนั้นเป็นเพื่อนกับอิลฮุนอีกที ตอนแรกเราไม่รู้ด้วยซ้ำแต่มีครั้งนึงที่อิลฮุนบอกให้พีเนียลมารับที่หอเขาแล้วโป้ะเชะ...เขาจำหน้าพีเนียลที่ลมแทบจับได้เป็นอย่างดี...ก็คิดดูว่าเพื่อนสนิทของตัวเองทั้งสองนอนด้วยกัน หลายครั้ง โดยที่ไม่รู้มาก่อนมันจะรู้สึกยังไง แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่หยุดและพีเนียลก็เริ่มรับได้ ไม่สิ...เริ่มปลงและก็กลายมาเป็นปัจจุบัน


[[มึงเสร็จกันยัง]]


“สองน้ำ”


[[สัส ไม่ได้อยากรู้ข้อมูล...งานกูเสร็จแล้ว อิลฮุนบอกให้กูไปรับ มึงอยู่ไหนกัน โรงแรมหรือคอนโดมึง]]


“โรงแรมxxx มาถูกป่ะ”


[[เออๆใกล้ๆนี่แหละ ห้านาทีถึง]]


แล้วเราก็วางสายกันไป และอีกห้านาทีต่อมาพีเนียลก็ทักมาอีกทีพร้อมถามว่าอยู่ห้องไหนเขาบอกเบอร์ห้องไปไม่นานอีกฝ่ายก็เคาะประตูห้อง เขายิ้มแล้วเอ่ยทัก


“ไงมึง”


“เออดี ไอ้เยกเพื่อน”


“โอ้ยเจ็บ จะเข้ามาไหม...พวกกูใส่ถุงยาง ไม่มีเลอะ”


“กูบอกละไงว่าไม่ได้อยากได้ข้อมูล”


พีเนียลว่าเสียงรำคาญก่อนผลักไหล่เขาแล้วเดินเข้ามาในห้อง เขายิ้มรับก่อนเดินตามไป มันเดินเขามากวาดสายตาไปทั่ว พอเห็นของที่เป็นของอิลฮุนก็จัดการเก็บให้เป็นระเบียบ พอเห็นเสื้อที่เปื้อนบางอย่างมันถึงกับบ่นอุบ ‘ไหนว่าใส่ถุงไง’ กับ  ‘กูบอกให้ถอดให้หมดก่อนเอา คนซักแม่งลำบากนะสัส’ ถึงมันบ่นงั้นมันก็จัดการเก็บทุกอย่างแล้วเอาเสื้อผ้าใหม่ที่อยู่ในกระเป๋าออกมาวาง กี่ครั้งเขาก็ยังประทับใจกับความใส่ใจชิบหายของคนๆนี้ อดไม่ได้ที่จะต้องพูดออกไป


“ไม่ติดว่ากูนอนกับอิลฮุนบ่อยๆ กูคงนึกว่ามึงเป็นผัวมันแล้ว”


“เหลือนอนกับมันกูก็จะเป็นผัวมันเต็มตัวละ”


“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”


“ใคร? ใครเป็นผัวกูเต็มตัว”


ตอนนี้คนที่โดนพูดถึงเดินเปลือยเปียกมาออกมาทางพวกเขา พีเนียลถอนหายใจก่อนจะหยิบผ้าขนหนูที่วางอยู่ไปคลุมให้ แล้วก็บ่นอีกฝ่ายเหมือนที่บ่นให้เขาฟังเมื่อกี้


“ถอดให้หมด ก่อนเอา เข้าใจไหม”


“คนจะเอา มันจะไปคิดอะไรทันวะ”


“งั้นก็ซักเองไปเลยนะ กูไม่ซักให้ละ”


“ง่าาาาาา คราวหน้ากูจะไม่ลืมมมม กูสัญญาาาาา”


เขาอมยิ้มมองสองคนที่ง้องอนกัน อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมไม่คบกันไปเลย ถ้าจะอยู่ด้วยกัน ไปรับไปส่งกันขนาดนี้ถึงแม้จะเป็นการมารับหลัง...เสร็จก็เถอะ


“หิวอ่ะ ซื้ออะไรมาหรือเปล่า”


“เพิ่งทำเสร็จ มึงก็จะแดกแล้วเหรอ”


“ไม่เกี่ยว การเอากันมันไม่ทำให้อิ่มโว้ย อีกอย่าง มันเข้าคนละรู!”


เขาทำหน้าเบลอกับประโยคนั้นส่วนพีเนียลแค่กรอกตาเบื่อๆเหมือนชินแล้วกับประโยคแรงๆแบบนั้น พีเนียลบอกว่าเดี๋ยวพาไป เขาก็เตรียมลาสองคนนั้นแต่พอดีอิลฮุนหันมาถามเขาก่อน


“ไปด้วยกันไหม”


“เอ่อ...”


“กูมีเรื่องจะคุยกับมึงด้วย”


เขาก็เลยไม่ได้ปฏิเสธ…

.

.

.

.

.

“มึงไม่ติดต่อแฝดเลย”


เขาเงยหน้าขึ้นมาจากถ้วยต๊อกของเขามาสบตาอิลฮุน ใช้เวลานิดหน่อยกว่าจะคิดออกว่าแฝดที่อีกฝ่ายว่าคือแฝดไหน


“คนพี่หรือคนน้อง”


“ทั้งสองแหละไอ้สัส ได้ข่าวว่ามึงเรียกทีมึงก็เรียกสองคนไม่ใช่เหรอไง”


“เออๆไม่ได้ติดต่อ ว่าแต่มึงรู้ได้ไงว่ากูเรียกทีเรียกสองคน”


“มันมีแชทกลุ่มคนนอนกับมึงอยู่”


เขาเลิกคิ้วมองอีกคนที่ยังคีบเนื้อย่างเข้าปากอย่างไม่สนใจอะไรใดๆ เลยโดนคนข้างตัวตีเข้าให้ที่แขนจนทำหน้าเหรอหราว่าตัวเองพูดอะไรผิด ดูจากท่าทางอิลฮุนแล้วคงอยากจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจากเขา แต่คนข้างตัวก็ไม่ได้นำพา พอทำอะไรไม่ได้เลยสารภาพกับเขาเลย


“แชทนี้มีแต่ผู้ชายน่า ที่เคยนอนกับมึงนั่นแหละ”


“แปลว่ามีกลุ่มผู้หญิงด้วย?”


“ก็...เหมือนได้ยินมา...นาอึนบอกมา”


“กูไม่เคยนอนกับนาอึน”


“เพื่อนนางบอกมาอีกที”


“เหอะๆๆ”


พูดไม่ออกเลยแฮะ ไม่รู้ว่าต้องแสดงความคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ดีเลยตัดสินใจไม่สนใจมันแทน เขาเลื่อนโทรศัพท์ต่อดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยพลางกินในส่วนของตัวเอง แต่เหมือนอีกฝ่ายยังไม่หมดคำถามจึงถามเขาต่อ


“ช่วงนี้มึงมีอะไรหรือเปล่า”


“มีอะไรคืออะไร”


“เอ๊ะ ไอ้นี่อย่ามา มึงก็รู้ว่ามึงทำตัวแปลกไป”


“แปลกยังไง”


“พูดกับมึงแล้วความดันจะขึ้น มันจะไม่แปลกยังไง คนที่นอนกับคนอื่นแทบไม่ซ้ำกันทุกวันอย่างมึง อยู่ๆก็หยุดไปเนี่ยนะ”


“มึงรู้ได้ไงว่ากูหยุด”


“วงการนัด...มันก็ไม่ได้กว้างขนาดนั้นไหม เรื่องแค่นี้พีเนียลยังรู้เลย! ใช่ไหมผัวปลอม!!!”


เขาหลุดขำตอนพีเนียลแทบจะพ่นข้าวตอนที่อิลฮุนเรียกมันว่าผัวปลอม ดูหน้าก็รู้ว่าเป็นการเอาคืนตอนที่พีเนียลดันบอกเรื่องแชทกลุ่มกับเขา เขาหยักไหล่ก่อนจะตอบอีกฝ่ายไป


“ก็ไม่มีอะไร แค่เจอคนถูกใจ”


“กูไม่เชื่ออ่ะ ถูกใจของมึงอย่างมากแม่งก็แค่สองอาทิตย์ แต่นี่เดือนกว่าแล้ว”


“มึงนี่รู้เยอะจนกูนึกว่ามึงเป็นสโตรเกอร์”


“ให้เรียกว่าใส่ใจ ถือว่าเป็นน้ำใจของเพื่อนร่วมมั่ว”


เขาหัวเราะออกมากับอิลฮุน จนพีเนียลที่ส่ายหัวระอาทั้งเขากับอิลฮุน ตลกตอนที่มันพนมมือมองขึ้นฟ้าแล้วพูดว่า ‘ขอบคุณเทพเจ้าถุงยางที่ทำให้เพื่อนผมไม่เป็นเอดส์ตายห่า’ ก่อนจะมองมาหาเขาแล้วพูดบ้าง


“ถึงกูไม่อยากจะใส่ใจเรื่องมั่วๆของมึงมาก แต่พอได้ยินว่ามึงหยุดไปก็ทำกูแปลกใจเหมือนกัน ตอนแรกกูนึกว่ามึงจะติดโรคร้ายแรงแต่กูว่ามึงรอดมาขนาดนี้ก็คงไม่ใช่ กูเลยคิดว่ามึงกำลังจะมีตัวจริง แต่อิลฮุนแม่งไม่เชื่อกู”


“ให้กูเชื่อไอ้โคตรพ่อโคตรแม่ของการนอนไปเรื่อยเนี่ยนะ!!! กูจะมีผัวเป็นตัวเป็นตนยังน่าเชื่อถือกว่า!!!”


“มึงก็เวอร์ ตอนนี้กูก็ไม่ได้นอนมั่วขนาดนั้นแล้วสักหน่อย มันก็คงวนๆอยู่ในแชทมึงนั่นแหละ ว่าแต่ในแชทนั้นมันคุยอะไรกันวะ”


“ไม่ใช่มีแต่เรื่องของมึงหรอก วางใจได้”


กูต้องวางใจจริงๆน่ะเหรอ เขากรอกตาหนึ่งรอบก่อนจะกระดกน้ำใสๆที่อยู่ข้างตัวให้ชุ่มคอ ที่เขาบอกอิลฮุนก็เป็นเรื่องจริงเกือบทั้งหมดนะ ทั้งไม่ได้นอนมั่วแบบเมื่อก่อนแล้วและไม่ได้นอนกับใครคนอื่นเลย...นอกจากคนๆเดียวเท่านั้น… ถ้าไม่นับอิลฮุนที่เพิ่งกันไปวันนี้ล่ะนะ แล้วถ้าพูดถึงทำไมเขากลับมานอนกับอิลฮุน...ก็เพราะคนๆนั้นไม่อยู่และเพราะสันดานเดิมๆของเขามันกำเริบเขาเลยโทรไปหาอีกฝ่าย แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจที่สุด ก็คงเป็นตอนที่เขารู้สึกว่า ที่เขานอนกับอิลฮุนวันนี้มันไม่ใช่ มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และเขาก็แน่ใจว่าถึงแม้เขาจะเรียกสองแฝดให้มาหาเขาก็คงรู้สึกไม่ใช่เหมือนเดิม


และเขาก็รู้ตัวดีกว่าเขาเปลี่ยนไป เขาหมายถึงเขาปฏิบัติตัวกับชางซอบเปลี่ยนไป เขาทั้งถนอมอีกฝ่ายมากขึ้น กลายเป็นใจอ่อนทุกครั้งที่เห็นน้ำตา หรือไม่ก็ตอนอีกฝ่ายบอกเจ็บเขาก็จะลดแรงลงและก้มจูบปลอบ เขาไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อน เขาชอบสัมผัสอีกฝ่ายแม้จะเป็นการสัมผัสเพียงเล็กน้อยอย่างจูบเบาๆหรือขโมยหอมแก้มเวลาอีกฝ่ายเหม่ออยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนั้น


เขาหลุดออกจากความคิดตอนที่อิลฮุนยื่นหน้ามาใกล้แล้วทำเสียงสงสัยเขา


“หรือมึงเลิกแล้วจริงๆวะ”


“ก็...ไม่รู้สิ”


“เชี่ยยยยย มึงเลิกแล้วจริงๆเหรอวะ”อีกฝ่ายว่าพลางทิ้งตัวลงพนักพิงแรงๆพร้อมสีหน้าไม่อยากเชื่อ


“ไงล่ะ กูบอกแล้วว่ามันกำลังจะมีตัวจริง มึงก็เลิกได้ละ เรื่องมั่วอ่ะ”พีเนียลได้ทีก็ว่าให้คนข้างตัว


“กูมั่วน้อยกว่ามันอีก มึงอย่ามา ไอ้ผัวปลอม!!!”


“อย่าให้กูได้เอามึงนะ กูจะเป็นผัวมึงจริงๆให้!!!”


“ตัวจริงก็ยังไม่มี”เขาเอ่ยขัด


“อ่าว”


สองคนเลิกเถียงกันทันทีที่เขาบอกไป แล้วก็เงียบกันไปเลย เขาก็เงียบไปเหมือนกันเพราะจมอยู่กับความคิดที่ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ และยิ่งหาคำตอบแม้จะถามหลายๆคำถามแต่มันก็ไปจบอยู่ที่คนๆเดียว…


“มึงจะเป็นพวกรักเอยแล้วเหรอวะ”


เขาไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้มบางๆให้พวกมัน

.

.

.

.

.

เขาออกมาก่อนโดยเหตุผลที่ว่าเขาต้องไปทำงานเช้า ส่วนพวกมันเป็นฟรีแลนซ์มันจะนอนกันกี่โมงกันก็ได้ และเขาก็ไม่อยากฟังอิลฮุนพล่ามโน่นนี่ตอมเริ่มเมา เพราะมันจะเริ่มบ่นเรื่องคู่นอนทันทีแล้วเขาไม่อยากรู้ว่าจะด่าอะไรเขาหรือเปล่า ปล่อยให้พีเนียลรับกรรมไปแบบเดิมนั่นแหละ


เขากลับถึงคอนโดก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมนอน พอล้มตัวลงเตียงก็พยามหลับตาแต่อยู่ๆเขาก็รู้สึกว่าเตียงของเขามันกว้างเกินไป แน่ล่ะ ปกติแล้วเขาต้องมีอีกคนนอนด้วยนี่นา ว่าแล้วร่างกายที่มีแอลกอฮอล์นิดๆก็คว้าโทรศัพท์มาพิมพ์ทักคู่สนทนาไป


‘อยู่ไหนครับ’


‘...ไหนคุณสัญญาว่าจะไม่เรียกไง’


ข้อความที่อีกฝ่ายตอบกลับมาทำเอาเขารู้สึกผิด เพราะพอเลื่อนขึ้นไปดูแชทด้านบนก็มีแต่ข้อความประมาณนี้ อยู่ไหน มาหาหน่อย และก็จบแค่นั้น เพราะหลังจากนั้นเราก็อยู่ในห้องน้ำไม่ก็บนเตียง เพิ่งมาได้นั่งสำนึกว่าตัวเองเลวกว่าที่คิดก็ตอนนี้นี่แหละ


‘เปล่า ผมแค่อยากรู้’


‘...ก็...อยู่บ.ครับ กำลังจะกลับ’


เขาตื่นเต้นขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายเสร็จงานแล้วเลยเผลอพิมพ์ไปว่าอยากให้อีกฝ่ายมาหา แล้วก็นึกได้ว่าเขาสัญญาว่าจะไม่เรียกอีกฝ่ายมาช่วงนี้ ที่จริงเขาอขากเจออีกฝ่ายเฉยๆไม่ได้คิดอะไรอื่นเลยจริงๆ แต่เพราะอีกฝ่ายคงคิดแบบนั้นเขาเลยต้องพิมพ์กลับไปอีก


‘เอ่อ...ไม่ต้องแล้วครับ คุณกลับบ้านเถอะ ฝันดีครับ’


เขาพิมพ์ตัดบทไปแบบนั้น ก่อนจะปิดเสียงแล้วโยนโทรศัพท์ไว้ข้างตัว เขาตัดสินใจปิดไฟ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม ตั้งใจจะนอน แต่ก็ทำได้แค่พลิกไปพลิกมา พรุ่งนี้เขาต้องแย่แน่ หน้าหล่อๆเวลาโทรมแล้วจะสังเกตง่ายมาก ถ้าเขาไม่รีบนอนเขาต้องมานั่งตอบคำถามว่าทำไมโทรมรัวๆ


คิดง่ายแต่ทำยาก…


เขาคงต้องเตรียมคำถามไปตอบเพื่อนร่วมงานแล้วล่ะ…


แต่แล้วเสียงกริ่งหน้าห้องเขาก็ดังขึ้น ถึงแม้จะงงว่าเวลานี้ใครจะมาแต่เขาก็ลุกออกไปเปิดดู เพราะบางทีก็เป็นอดีตคู่นอนเขามาร้องไห้ฟูมฟาย แต่ขออย่าให้เป็นงั้นเลย


“ใครครับ-- ?!!!!”


พอเขาส่องผ่านตาแมวไปก็เจอคนๆที่คุ้นเคยยืนอยู่ พอรู้ว่าเป็นใครเขาก็แทบจะเปิดประตูทันที ไม่มีคำพูดไหนหลุดออกจากปากเขานอกจากนั้น ร่างโปร่งของคนที่เขาคิดว่าไม่น่าจะได้เจอกันตลอดทั้งสัปดาห์ ตอนนี้มายืนอยู่ที่หน้าห้องเขา อีกฝ่ายมีท่าทีลังเล มือขาวกำอยู่ที่สายสะพายกระเป๋าอย่าประหม่า


“ผมมาปลุกคุณหรือเปล่า”


“เปล่าๆๆ เปล่าเลย...คุณ...มาทำไมเหรอ”


อยากจะตบปากตัวเองที่ถามไปแบบนั้น แต่อีกฝ่ายก็เหมือนจะคิดได้ก็อ้ำอึ้งตอบคำถามเขา


“คุณ...ที่พิมพ์มามันดูแปลกๆ แถมไม่ตอบผมอีก ผมเลย...อยากให้แน่ใจว่าคุณไม่เป็นไร”


ใจเขาหล่นวูบตอนได้ยินอีกฝ่ายบอกแบบนั้น สำหรับเขาที่คิดว่าการที่ตัวเองเลวพอประมาณที่จะไม่สนใจกับความใส่ใจอะไรแบบนี้ แต่กับคนนี้ ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นแทบทำเขาหายใจไม่ออก


“...เข้ามาไหมครับ”


“.....”


“ผมจะไม่ทำอะไรคุณ ผมสัญญา...”


เขาไม่เคยจริงใจขนาดนี้มาก่อน เขาพูดจริงและจะไม่ทำอะไรอีกฝ่ายจริงๆตามที่บอก ตอนนี้ เขาอยากให้อีกฝ่ายเข้ามา มาอยู่ข้างเขา ก็พอแล้ว


มันเป็นอึดใจที่ยาวนาน แต่อีกฝ่ายก็ตอบตกลง เขาหลีกให้ชางซอบเข้ามา เอาผ้าผ่อนที่ซักไว้มาให้ เพราะมันดึกมากแล้ว และเขาแน่ใจว่าอีกฝ่ายใช้รถไฟเที่ยวสุดท้ายเพื่อมาหาเขา ยังไงก็ต้องนอนที่นี่ แม้จะลังเลแต่อีกฝ่ายก็ยอมรับเสื้อผ้าไปและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เขานอนอยู่บนเตียงยังไม่หลับ เขารออีกฝ่าย หลังเสียงปิดประตูห้องน้ำไม่นานเขาก็รู้สึกถึงเตียงข้างที่ยวบลง พอเขารู้ว่าอีกฝ่ายมาแล้วเขาก็พลิกตัวไปกอดอีกทันที ร่างในอ้อมแขนเขาสะดุ้งเกร็งตัว เขาเลยเอ่ยเสียงเบาปลอบ


“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ทำอะไรจริงๆ”


“....คุณเป็นอะไรซองแจ”


“คุณถามเหมือนเพื่อนผมวันนี้เลย”


“ไปดื่มมาเหรอ”


“ครับ”


“เฮ้อ….นึกว่าอะไรร้ายแรงเสียอีก”


เขายกยิ้มขึ้นก่อนกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น สูดกลิ่นแชมพูอ่อนๆจากท้ายทอยอีกฝ่าย ชางซอบคงคิดว่าเขาเมาเลยทำตัวแปลกๆ ที่จริงแล้วแอลกอฮอล์ปริมาณแค่นั้นมันทำอะไรเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่ได้บอกไป


“ผมกอดคุณได้ไหม”


“คุณก็กอดผมเกือบทุกคืนอยู่แล้วเถอะ”


เขาหัวเราะเล็กน้อยกับคำประชดนั่น แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ เขากระชับอ้อมแขน สูดหายใจลึก กลิ่นจากอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้น เสียงหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่ายทำให้เขารู้ว่าคนในอ้อมแขนหลับไปแล้ว และไม่นานเขาก็รู้สึกง่วงและหลับตามไป…





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #102 wtnchya (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 00:22
    แงงเขินชอบมากเลยค่ะเป็นกำลังใจให้นะคะ 💛
    #102
    0
  2. #74 PloyBoottree (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 09:05
    เขินง่าาาา ///ฮื่อออออ
    #74
    0
  3. #73 num (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 02:06

    ฮือออมันดีมากกกกชอบเขาก็บอก

    สนุกมาไรท์เป็นกำลังใจให้น๊าาสู้ๆ

    #73
    0
  4. #72 กชกรร (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 23:17

    โอ้วมายก้อดดดดด ชอบเค้าแล้วสิน้าาาา แต่เป็น 15ที่แลงมากแม่ ฮืออออ มันทับจัย มันดีต่อใจ กี้สสสฟฟฟ

    #72
    0
  5. #71 enoughppp (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:30
    ดีงามมมมมมม แต่ดูเหมือนใหล้จะจบแล้วเลยเพาะเค้าเริ่มจะรักกันแล้ว ฮือออ คืออยากอ่านอีก อยากอ่านแนวๆนี้อีก อยากได้รับศีลรับพรเยอะๆ อยากขึ้นสวรรค์ฮือออออ55555 สนุกค่ะ น่ารักทั้งแจทั้งซอบเลย ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ
    #71
    0