ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 14 : [Series] Omegaverse - Allergy (part 4) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    8 ต.ค. 61

Allergy 4


การได้อยู่กับเด็กอัลฟ่านี่ทำให้เขาได้รู้อะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับอัลฟ่า ทั้งเรื่องลำดับสังคมงงๆของมัน ทั้งสัญชาตญาณของอัลฟ่าที่เหมือนสัตว์ป่ามากกว่าที่เขาคิด และก็อะไรต่อมิอะไรที่มันแปลกๆอย่าง…


“!!!?”


เขาสะดุ้งเกือบทำฟลากส์หลุดมือ ไม่ใช่อะไร อยู่ดีๆก็รู้สึกความถึงอุ่นชื้นที่หลังคอแล้วตามด้วยเสียงดัง ‘จุ๊บ’ เขายกมือขึ้นมาจับที่ท้ายทอยทันทีก่อนหันไปหาเจ้าเด็กอัลฟ่ายักษ์ที่ทำเป็นเดินไปเอาสารมาให้เขาแล้วทำหน้าตาไม่รู้เรื่องใส่เขาอีก เขาหรี่ตามองแต่มันก็ยังคงทำตาใสใส่เขาอยู่


อะไรของมันวะ...


อันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกๆอย่างแรกที่เขาเจอนะ


อย่างช่วงนี้ มันจะกอดเขาบ่อยมาก มันให้ข้ออ้างว่าอยากได้กลิ่นเขาชัดๆ ปกติเขาจะยอมให้มันกอดตอนแพ้เท่านั้น แต่หลังๆเขารู้สึกว่ามันบ่อยไป แพ้ก็กอดไม่แพ้ก็กอด บางทีรำคาญจนต้องดุ และมันมักจะเป็นทุกครั้งที่เขากลับมาจากการพูดคุยกับอาจารย์โจว อย่างแรกที่มันทำคือการเดินมาวนหน้าวนหลังเขาก่อนจะกอดเขา เคยโดนขบที่คอด้วย คราวนั้นฟาดไปที...หลังๆมาเลยไม่โดน


ให้ความรู้สึกเหมือนเลี้ยงหมาตัวโตๆเลยจริงๆ…


“พี่จะเสร็จกี่โมงอ่ะครับ ผมหิวแล้ว”


“แปบเดียว อยากให้เร็วก็มานั่งจดค่าช่วยนี่มา”


ซองแจลุกออกมาจากโต๊ะแลปตรงข้ามเขามานั่งข้างๆ พอมีมันงานก็เร็วขึ้น ระหว่างที่จดอยู่มันก็พูดขึ้นมา


“เอ้อพี่ อาทิตย์หน้าผมจะไม่ได้มากินข้าวเที่ยงกับพี่ทั้งอาทิตย์เลยนะครับ ตอนเย็นก็ด้วย”


“...ทำไมอ่ะ”


“อยากกินกับผมขนาดนั้นเลยเหรอ”


เขานิ่งค้างก่อนจะรู้ว่าตัวเองถามอะไรมันออกไป พอหันไปหามันก็ยักคิ้วหลิ่วตาใส่จนอยากจะเอากรดสาดใส่หน้า(ห้ามทำเด็ดขาดนะ ถึงแม้ว่าจะเป็นสารละลายเจือจางแล้วก็ตาม) เขาส่ายหัวระอาก่อนตอบมัน


“ไม่ใช่สักหน่อย จะได้กินหรือไม่ได้กินกับนายฉันก็ไม่สนหรอก”


“แหม สนหน่อยก็ได้ครับ พูดงี้ผมเสียใจแย่”


มันว่าทำหน้าตาน่าสงสารแถมทำเสียงน้อยอกน้อยใจ เขากรอกตาใส่ความน่าหมั่นไส้นั่น บอกให้มันรีบพูดมาก่อนที่หัวจะร้อนไปกว่านี้


“ผมต้องอ่านหนังสือสอบ”


“สอบ?”


“...จะปลายภาคแล้วนะครับ”


“เออว่ะ ลืมไปเลยนะเนี่ย”


เขาว่าเรื่อยๆก่อนเอาสารใส่เครื่องวัดอีกตัวแล้วบอกให้เด็กข้างๆนี่จดค่าต่อ ซองแจมองเขาอย่างสงสัยแต่ก็หันกลับไปจดตามที่เขาบอก ไม่นานก็ถามเขาขึ้นมาอีก


“แล้วพี่ไม่สอบเหรอ?”


“สอบ แค่ตัวฟรี ตัวสาขาฉันเรียนหมดแล้ว ตอนนี้แค่ช่วยอาจารย์ชเวกับเตรียมโปรเจคป.โทน่ะ”


“พี่จบสามปีครึ่งเหรอ”


เขายักคิ้วแล้วยิ้มให้เด็กมัน คือไม่ได้อยากจะอวด แต่เขาเรียนเก่งจริงๆ เขาไบรท์ด้านนี้มาก อาจารย์ชเวแกเห็นเกรดเขาตอนปีหนึ่งแกเลยอยากให้เขามาช่วยงานวิจัยเร็วๆ เขาเลยโดนเร่งเรียน ได้ลายเซ็นต์หน่วยกิจเกินแทบทุกเทอม แกออกค่าซัมเมอร์ครึ่งหนึ่งให้เขาด้วย จะว่าเขารีบก็ไม่ได้ คนรีบคืออาจารย์ล้วนๆเลย ปีสองกับปีสามเขาแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเรียน เขาก็ไม่ได้มีปัญหาการเข้าสังคมอะไร เพราะเรียนเก่งเลยไม่ต้องอ่านหนังสือเยอะ ซองแจมองเขาด้วยสายตาชื่นชมจนน่าเอ็นดู เขายกมือลูบหัวมันแก้หมั่นเขี้ยวก่อนบอกค่าต่อไปให้มันจดต่อ


“โคตรเก่งอ่ะ”


“ก็ฉันเก่งน่ะสิ”


“ดูไม่เหมือนเลย”


“อ่าวไอ้...”


ก็ยังไม่วายกวนตีนเขาอยู่มันยิ้มแป้นเล้นให้เขา น่าดีดจริงๆ ยิ่งรู้จักกันยิ่งจะกวนตีนกันมากขึ้น จะว่าไปเขากับมันน่าจะรู้จักกัน..นานแล้วไหม ถ้านับจากช่วงนั้นก็ผ่านสอบกลางภาคมาไม่กี่วัน แล้วดูสิตอนนี้จะสอบปลายภาคอยู่แล้ว ประมาณสองเดือนกว่าสินะ แต่ทำไมรู้เหมือนสึกว่ารู้จักกับมันมานาน...


คงเพราะ...ก็อยู่ด้วยกันเกือบตลอดล่ะมั้ง…


“พี่อาจจะติดต่อผมไม่ได้พักใหญ่เลยนะครับ”


ไม่รู้ทำไมเขาถึงหยุดนิ่งไปตอนได้ยินว่าอาจไม่ได้เจอกันพักใหญ่ แต่ก็แค่ครู่เดียว เขาถามมันว่าทำไม มันบอกว่าช่วงสอบเมื่อไหร่มันจะเอาแต่อ่านหนังสือจนไม่สนใจอะไรรอบข้าง มีแซะเขาด้วยว่าไม่ได้เก่งอย่างพี่ ต้องพยายามหน่อย เขาย่นจมูกใส่มันก่อนพยักหน้าตอบเจ้าเด็กยักษ์ข้างตัวไป ไม่รู้ว่าเขาทำหน้าแบบไหนออกแต่ เจ้าเด็กข้างตัวเลยหัวเราะน้อยๆก่อนจับมือเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจ


“ถ้าอยากเจอผมจริงๆก็มาหาที่หอนะครับ”


“...บ้า ใครอยาก...จะเจอนายกัน”


เขาพูดพึมพัมอยู่คนเดียวก่อนดึงมือออกมาทำงานต่อ เขาเหลือบมองมัน ซองแจเพียงยิ้มรับง่ายๆไม่ได้ตอบอะไรเขาต่อ เราทำงานกันจนเสร็จแล้วถึงเก็บของไปกินข้าวกลางวันกัน


ตอนเย็นมันเรียนแลปเสร็จมันแวะมาหาเพื่อไปกินข้าวด้วยกันอีก พอตอนที่เขาไปส่งที่หอ มันขอให้เขาไปส่งถึงประใต้หอ เรากลับกันไม่ได้ดึกมาก แต่คนในหอแทบไม่มี น่าจะไปสิงอยู่ในห้องสมุดกัน พอเขาบอกว่าจะกลับแล้วนะ อยู่ๆมันก็เดินมากอดเขา ตอนแรกว่าจะดันมันออกเหมือนที่ทำปกติ แต่ก็ไม่ได้ทำ มันกอดเขาด้วยความรู้สึกที่...เหมือนจะคิดถึงเขามากๆ


“อะไร...”


“ผมต้องคิดถึงพี่มากๆแน่เลย”


“คิดถึงฉันหรือกลิ่นฉัน”


“ทั้งสองอย่างแหละ”


ว่าแล้วก็ซุกจมูกเข้าที่คอเขา เขาหัวเราะน้อยๆเพราะรู้สึกจั๊กจี้ เขาตอบมันด้วยน้ำเสียงเหมือนเวลาพูดล่อเด็ก


“สอบปลายภาคสองอาทิตย์เอง”


“คิดถึงอยู่ดี...”


เขายิ้มให้กับท่าทางนั่น เขายกมือลูบหัวมันก่อนบอกลามันอีกที แต่พอจะไปมันก็รั้งเขาไว้อีก โอ้ย ให้นอนด้วยเลยไหมล่ะ


“ตอนผมไม่อยู่ อย่าไปหาอัลฟ่าคนอื่นนะครับ”


“โว๊ะ! อัลฟ่าที่รู้จัก นอกจากนายก็มีแค่อาจารย์โจวนี่แหละ”


“ห้ามนอกใจผมนะ”


“เอ๊อะ! ไอ้นี่”


มันว่ากึ่งเล่นกึ่งจริงจนไม่รู้ว่าจำเป็นต้องเอาไปปฏิบัติจริงหรือไม่ยังไง เขาโบกมือไล่มันให้ขึ้นห้องได้แล้วเขาจะได้กลับไปปั่นตรวจเล่มรายงานเด็กให้เอาไปอ่านสอบปลายภาคกัน แต่แทนที่มันจะขึ้นห้อง มันดันหรี่ตาใส่เขาแล้วกอดอกมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ อะไรของมันอีกเนี่ย...


“ตอบผมมาก่อนว่าจะไม่ไปหาคนอื่น”


พอได้ยินอย่างนั้นเขาเลยกรอกตาก่อนตอบส่งๆให้มันไป


“ไม่รู้ คนอย่างฉันมันฮอทจะตาย ช่วงนายไม่อยู่ฉันจะแจกเบอร์เป็นใบปลิวเลย”


แล้วมันก็ทำหน้างอใส่เขาจนเขาหลุดขำ ไอ้เด็กนี่ก็ผีบ้า ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ทำมาเป็นหวง


“หวงไปเรื่อย นายเนี่ย”


“อ๋า~ พี่อ่าาาาา”


มันดิ้นเหมือนเด็กไม่พอใจ โอ้ย ตัวใหญ่อย่างกับยักษ์คิดว่าทำแล้วน่ารักหรือไง…


ก็น่ารักดี…


เขาแกล้งไม่ตอบอย่างที่มันต้องการอีก ก่อนไล่มันลวกๆ


“อ๋า ไม่รู้ละ กันไว้ก่อนแล้วกัน”


มันว่าแค่นั้นก่อนพุ่งมากอดเขาอีก เขากรอกตามองบนใส่มันแล้วดันมันออกอย่างที่เคยทำ แต่คราวนี่มันรวบมือเขาทั้งสองข้างด้วยมือเดียวไว้ที่อกเขา อีกมือก็กอดเอวเขาไว้ให้เข้าไปใกล้มัน เขาก็พยายามต้าน แน่นอนว่าไม่ได้ แรงมันเยอะกว่าเขา ลมหายใจอุ่นค่อยๆใกล้เข้ามา เขาหันหน้าหนีอยากตะโกนด่าแต่ทำไม่ได้เพราะอะไรบางอย่าง เขาหลับตา...อะไรจะเกิดก็เกิดวะ


“อื้อ! เจ็บ...”


ความรู้สึกอุ่นชื้นและเจ็บแปลบเหมือนโดนของมีคมจิ้มที่คอเขา เขี้ยว? เหรอ? เขาสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงตอนมันถอนออก เขาลืมตาขึ้นมาสบมัน แวบเดียวเขาเห็นตามันสะท้อนสีส้มทองและเห็นนัยตามันเปลี่ยนไป พอมันกระพริบตามันก็หายไป


อะไรวะ...มันคืออะไร…


เขามองหน้ามันอึ้งๆ ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงก่อน ตีมัน? ถามมัน? หรือด่ามัน?... เขายกมือขึ้นมากุมที่คอเขาเพราะเริ่มรู้สึกปวดหนึบๆขึ้นมา พอยกมือออกมาดูก็เห็นเลือดติดออกมาด้วย เห็นแบบนั้นเลยหันไปถลึงตาใส่มัน ซองแจทำเป็นตกใจก่อนจะบอกให้เขานั่งลงที่โซฟาแถวนั้นแล้ววิ่งไปเอาชุดทำแผลของตู้ยาสามัญประจำหอมาทำแผลให้เขา ระหว่างที่มันกำลังล้างแผลให้เขาก็ถามมันขึ้นมา


“นายทำอะไรฉันเนี่ย”


“กันไว้ดีกว่าแก้ไงครับ”


“แล้วมันคืออะไร กัดฉันทำไม กัดแล้วมันจะเป็นยังไง จะหายไหม?”


เขาเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ ตั้งแต่โดนกัดในหัวก็หาความเป็นไปได้ทั้งหมดว่ามันคืออะไร แต่ก็ไม่ได้ข้อสรุปจนต้องถามมันออกมา ซองแจไม่ได้ตอบอะไรเขา เพียงแค่หัวเราะให้เขาสงสัยต่อไป เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อเพราะในหัวก็ยังคงคิดเกี่ยวกับเรื่องเมื่อกี้อยู่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนเด็กมันบอกว่าเสร็จแล้ว


“นี่ฉันต้องไปฉีดบาดทะยักไหมเนี่ย”


“ฮ่าๆ เขี้ยวผมไม่มีสนิมสักหน่อย”


“งั้นต้องฉีดพิษสุนัขบ้า”


“ผมไม่ใช่หมานะ”


“งั้นนายฉีด HepB HepC หรือยัง เป็น HIV หรือเปล่า”


“ผมฉีดมาหมดแล้วครับ HIV ไม่เป็นแน่นอน ผมมีผลตรวจเลือดของเดือนที่แล้ว จะดูไหมล่ะครับ”


มันว่าเสียอ่อยๆ เขาหรี่ตาใส่มันทำหน้าไม่เชื่อใส่ ไม่รู้อ่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปขอไปตรวจเลือดดีกว่า เขาจับๆตรงแผลที่ทำความสะอาดอะไรเรียบร้อยเสร็จ มันบอกว่าอย่าให้แผลโดนน้ำ ถ้าโดนก็เช็ดให้แห้ง เขาส่ายหัวระอา ไม่กัดตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องเดือดร้อนแล้วไหมวะ


“มันจะหายไหม มันจะหายเมื่อไหร่”


“ก็คงตามปกติมั้งครับ”


“มั้งเรอะ?”


“ก็ไม่รู้ครับ ผมว่ามันก็คงแล้วแต่คนมั้ง”


“มั้งอีกละ?”


“โอ้ย ก็ผมไม่รู้อ่ะ ผมกัดไปก็ไม่ได้ตามผลสักหน่อยว่ามันอยู่กี่วัน”


“แสดงว่าเคยกัดคนอื่น”


เขาหรี่ตามองมัน มันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะ มันบอกว่าเรื่องมันตลกมากเดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังทีหลัง เขาถอนหายใจยอมมัน แต่ก็ยังเป็นกังวลอยู่ เขาว่าจะไปแล้ว เพราะเหมือนว่าเด็กๆมันเริ่มกลับหอกัน ถ้าน้องที่คณะเจอเขามันก็จะต้องมาลำบากพยักหน้ารับคำทักทายจากเด็กๆอีก


“ส่งข้อความหาผมได้นะ ถ้าคิดถึง”


“เออๆ เจอกัน”


เขาว่าแค่นั้นก่อนที่จะเดินออกหอไป...


++++++++++++++++++++++++++++


“ก็ถ้าผลมันเป็นแบบนี้เราคงต้องดูปัจจัยอื่นเพิ่มเติมแล้ว เราควรที่จะใช้...”


เสียงอาจารย์ชเวดังผ่านหูเขาไปเรื่อยๆ จากมือที่จดยิกๆตามที่อาจารย์บอกมันก็หยุดไปและนานไปก็เริ่มไม่ได้ยินเสียงแกแล้ว


“คุณอี...อีชางซอบ...ชางซอบ!”


“ห่ะ ครับ???”


เขาสะดุ้งนั่งหลังตรง อาจารย์ชเวเลิกคิ้วมองเขา เขาก็มองแกกลับเพราะไม่รู้ว่าแกหมายถึงอะไร แกมองที่สมุดจดสีน้ำตาลที่วางอยู่ตรงหน้า เขาก็มองตามแล้วเขาร้องเฮ้ยออกมา ไม่ใช่อะไร ไอ้ที่เขาจดตาม อยู่ๆมันก็กลายเป็นตัวหนังสือยึกยืออะไรก็ไม่รู้ เขาเกาหัวแกรกๆก่อนยิ้มแห้งๆกลับไปให้อาจารย์


“เป็นอะไรคุณ อาทิตย์ที่ผ่านมาดูเหม่อๆนะ”


“เอ่อ...เปล่าครับ...”


“คุณดูไม่มีสมาธิเลย มีอะไรกวนใจหรือเปล่า”


เขาส่ายหัวเล็กน้อยตอบไป ก่อนจะขอให้ทวนสิ่งที่แกเพิ่งบอกเขาไป อาจารย์ก็ค่อยๆย้อน แต่กลายเป็นว่าต้องย้อนไปเยอะเลย เขาขอโทษอาจารย์ด้วยความเกรงใจ แกทำหน้าเหมือนเห็นผีที่เห็นว่าเขาแทบไม่ได้ฟังแกเลย คือเขาก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร ซองแจไม่ได้ติดต่อเขามาตามที่มันบอกจริงๆ ตอนแรกเขาก็ปล่อยไป แต่หลังๆเริ่มทนไม่ไหวเพราะรู้สึกว่าบางอย่างมันขาดหายไป เขาลองส่งข้อความหา แต่ก็ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่ามันจะตอบกลับ มันก็ดูเหมือนจะพยายามตอบเขานะ มันบอกว่าแทบไม่ได้ดูโทรศัพท์เลย แต่เขาก็ไม่ได้อยากรบกวนมันก็เลยไม่ได้ส่งไปบ่อย


ก็ไม่คิดว่าจะเขาจะเสียสมาธิกับเรื่องนี้ขนาดนี้...


สักพักเสียงเคาะประตูหน้าห้องพักอาจารย์ชเวก็ดังขึ้น ร่างของอาจารย์โจวแทรกเข้ามาทันทีที่แกเคาะครั้งสุดท้ายเสร็จ พอแกเห็นเขาก็ทำหน้าตาดีใจก่อนจะเดินมาทางเขาเลย


“อยู่พอดีเลยคุณอี คือผมติดต่อซองแจไม่ได้เพราะช่วงสอบ แต่ผมมีเรื่องด่วนต้องคุยกับเขา คุณพอที่จะ--”


แกหยุดพูดอยู่แค่นั้นเมื่อเข้ามาใกล้เขาได้ระยะหนึ่งก่อนจะขมวดคิ้วใส่ ทั้งเขากับอาจารย์ชเวเหลือบมองกัน อยู่ๆอาจารย์โจวแกก็ทำจมูกฟุดฟิดแล้วเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ เขาส่งสายตาไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาเขาอีกครั้ง แต่แกก็ทำเพียงส่ายหน้าประมาณว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น อาจารย์โจวมองซ้ายมองขวาก่อนมาหยุดอยู่ตรงคอเขาแล้วถือวิสาสะดึงคอเสื้อเขาออก อาจารย์ชเวถึงกับร้องออกมาว่าจะทำอะไรลูกศิษย์ของแก


“นี่ไง ก็ว่า”


“คือ?-- อ๋อ เฮ้ยคุณอี ไหนบอกผมว่าไม่มีแฟนไง”


พออาจารย์ชเวพูดแซวอย่างนั้นเขาเลยยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลังจากเขาโดนเจ้าเด็กนั่นกัดเขาก็ไปหาหมอตรวจเลือดก็ไม่เจอ HepB HepC หรือ HIV ตามที่เด็กมันบอกจริง หลังจากนั้นเขาก็ทำแผลตามปกติ มันก็หายไปตามกาลเวลานะ แต่เขารู้สึกว่ามันหายช้ากว่าปกติ...แผลไม่ลึก ค่อนข้างเรียบ(เขี้ยวคมเวอร์) แต่อาทิตย์นึงแล้ว ยังไม่หายช้ำ เขาทนไม่ได้เลยถามอาจารย์ทั้งสองออกไป เป็นอาจารย์โจวที่อธิบายให้เขาฟัง


“มันคืออะไรครับ”


“มันคือการหมายไว้ว่าคุณเป็นของเขา”


“ของใคร?”


“ของคนที่กัดคุณน่ะ”


เป็นของคนกัด...เป็นของซองแจ?


“แต่มันไม่ใช่รอยเดียวกันกับที่ตอนมีเซ็กส์นะ”


อาจารย์โจวแกพูดตรงจนทั้งเขาและอาจารย์ที่ปรึกษาทำหน้าเบลอใส่คนพูด แกหัวเราะน้อยๆก่อนขอโทษพวกเขา แล้วอธิบายต่อ


“คือ อัลฟ่าส่วนใหญ่จะทำเวลาที่เขาเริ่มจะผูกพันธ์กับคุณ สนิทกับคุณ เห็นคุณสำคัญ แล้วเขาก็จะเริ่มแบบ...คุณเรียกมันว่าอะไรนะชีวอน”


อาจารย์โจวหันไปหาเพื่อนของแก อาจารย์ชเวแกก็ตอบด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ


“หวงของ”


“ช่าย หวงของ เขาไม่อยากให้อัลฟ่าตัวอื่นมายุ่ง มันเป็นการบอกประมาณว่า คุณน่ะมีเจ้าของแล้ว รอยกัดนั่นมันจะฝังฟีโรโมนเข้าไปและมีเอนไซม์บางอย่างที่จะทำให้แผลคุณหายช้ากว่าปกติ ถ้าในโอเมก้าจะนานมาก แต่ในเบต้าไม่นานเท่าไหร่ อยากรู้เพิ่มมาเรียนเล็คเชอร์ของผมวิชาเอนไซม์ในมนุษย์ตัวเลือกของป.โทฯ”


ขายตรงเก่ง...เขากระพริบตาเบลอๆใส่อาจารย์โจวก่อนพยายามเรียบเรียงข้อมมูลที่เพิ่งได้มา สรุปคือ มันไม่อยากให้อัลฟ่าคนอื่นเข้า เลยหมายเอาไว้ นี่นึกว่ามันพูดเล่นเรื่องไม่อยากให้เข้าใกล้อัลฟ่า...


“แล้วมันจะอยู่ตลอดไหมครับ ฟีโรโมนน่ะ”


“ไม่ครับ จะหายไปพร้อมแผลนั้นแหละ...ว่าแต่ คุณคบกับซองแจเหรอ?”


แทบจะสำลักอากาศ และไม่ใช่มีแต่เขาคนเดียวที่จะสำลัก อาจารย์ชเวหันไปมองเพื่อนของแกก่อนจะเบิกตาโตมองมาที่เขา แล้วทำเสียงตัดพ้อใส่เขา


“ไหนคุณบอกยังไม่มีแฟนไง แล้วนี่คบกับซองแจเมื่อไหร่ทำไมผมไม่เห็นรู้...หรือว่าตั้งแต่ตอนที่ผมทักว่านัดแฟนไว้หรือเปล่า? ตั้งแต่ตอนนั้นเลยเหรอ”


“โห...คบกันนานแล้วเหรอ”


“ไม่ใช่ครับๆ ผมกับมันไม่ได้คบกันครับ”


เขารีบบอกก่อนที่อาจารย์ที่เคารพทั้งสองคนจะจินตนาการไปไกลเหมือนกับอึนกวังเพื่อนเขา อยากจะยกมือขึ้นมาลูบหน้า ทำไมคนพวกนี้ถึงคิดว่าเขาคบกันนะ ถึงจะอยู่ด้วยกันบ่อย จับมือถือแขนตามคนชอบสกินชิพ กอดกันเพราะเด็กมันแพ้ แต่ทำไมทุกคนต้องเหมารวมไปว่าเขากับซองแจคบกัน


“แต่นั่นรอยของซองแจ...”


“อาจารย์รู้ด้วยเหรอครับ ว่าซองแจเป็นคนกัดผม”


“ก็กลิ่นของซองแจ ผมจำได้”


“อ่า...”


ได้กลิ่นอัลฟ่ากันเองด้วยเหรอ...แต่ช่างเถอะ เขาหันไปย้ำกับอาจารย์ทั้งสองว่าไม่ได้คบเพราะพวกแกยังคงมองเขาด้วยสายตาแซวๆอยู่ สนุกไหมครับเนี่ยให้ตายเถอะ เขาเลยทำเป็นถามเรื่องที่แกมีธุระกับเขาตั้งแต่แรก แกถึงหยุดแล้วคุยต่อ


“อ้อใช่ คือผมอยากให้คุณไปบอกซองแจให้มาลงชื่อไปแข่งตอบคำถาม มันเป็นของเทอมหน้า แต่ทางผู้จัดจะเอาชื่อตอนนี้ เพราะงั้นบอกเขาให้ผมที เอาเอกสารนี่ไปให้เขาเซ็นต์แล้วเอามาส่งให้ผมด้วยนะ”


เขารับเอกสารมาก่อนบอกยืนยันอาจารย์ว่าเขาจะไปเอาลายเซ็นต์มาให้ พอแกจะออกไปก็มาหันมาย้ำเขาอีกครั้ง


“มันด่วนน่ะ ขอวันพรุ่งนี้นะครับ ขอบคุณครับ”


แล้วแกก็เดินออกไปเลย…เขาหันไปมองหน้าอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขอความคิดเห็น แต่ก็ได้กลับมาแค่ยักไหล่ให้เขาแค่นั้น


“ก็คยูฮยอนเขาว่างั้น”


“....”


อาจารย์จะตามใจเพื่อนไปแล้วนะ เดี๋ยวก็ได้เสียคนแบบเจ้าเด็กยักษ์นั้นหรอก...หรือว่าตามใจจนเสียคนไปแล้วก็ไม่รู้ จะว่าไปเขาค่อนข้างระแคะระคายกับความสัมพันธ์ของสองคนนี้จริงๆ ไว้หาคนระแคะระคายด้วยได้เมื่อไหร่นะ…


เขาคุยกับอาจารย์ชเวอีกสักพักก็ขอตัวออกไปทำแลปและไปเอาลายเซ็นต์ตามที่อาจารย์โจววานเขามา

.

.

.

.

.

เขายืนจ้องประตูทางเข้าหอของเจ้าเด็กยักษ์มาได้สิบนาทีแล้ว ก็ไม่เข้าใจ กะอีแค่โทรหาแล้วบอกให้มาเอาเอกสารมาให้เซ็นต์ รอเอา แล้วกลับ...ก็แค่นั้น ก็แค่นั้น!!! แล้วมึงยืนลังเลอะไรล่ะอีชางซอบ!!!


“โอ้ยยยย อะไรของกูวะเนี่ย”


“มาหาซองแจเหรอพี่”


เขาสะดุ้งตัวโยนก่อนจะหันไปหาต้นเสียง อิลฮุนกับพีเนียลยืนยิ้มให้เขาอยู่ เขาถอนหายใจก่อนเดินไปทักทายน้องๆ เขารู้จักสองคนนี้เพราะว่าเขามาส่งซองแจบ่อยๆที่หอ บางทีก็เจอสองคนนี้นั่งทำงานอยู่ใต้หอ เลยได้พูดคุยกันและก็รู้จักกันไป แน่นอนว่าเคยไปกินเหล้าด้วยกันมาแล้ว...พร้อมอึนกวัง...การรู้จักคนๆนึงมันต้องรู้จักกันไปทุกภาคส่วนขนาดนี้เลยเหรอ


“ผมกำลังจะขึ้นไปเอาของ ไปหามันด้วยกันเลยไหมพี่”


“อ่าๆ ก็ดี”


เขาเดินไปพร้อมน้องๆ สองคนนั้นเล่าให้ฟังว่าตอนซองแจมันอ่านหนังสือสอบ ตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว มันจะไม่ค่อยพูดค่อยจา คือนั่งอ่านด้วยกันได้ แต่คือคนที่อ่านด้วยจะรู้สึกแบบ อึดอัดที่ต้องนั่งกับมัน คือเสียงดังได้นะ มันไม่ว่า แต่คือฝั่งคนที่อ่านด้วยจะรู้สึกเกรงใจชิบหายเลย สองคนนี้เวลาสอบเมื่อไหร่ก็จะกลับเข้าห้องเฉพาะเปลี่ยนเสื้อผ้ากับกลับมานอน ว่าง่ายๆคือยกห้องให้มันไปเลย


“เฮ้ยพี่โดนมันกัดเหรอ”


เขาสะดุ้งขึ้นเอามือปิดคอโดยอัตโนมัติ คงเพราะเขากลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอแล้วมาเลย คงเผลอหยิบเสื้อคอกว้างมา เด็กมันเลยสังเกตเห็นได้ง่าย เขาลดมือก่อนหัวเราะแห้งๆไปแทนคำตอบ


“พอพูดถึงมันกัดแล้วนึกถึงตอนนั้นว่ะ ตอนที่มึงโดนกัด”


“เออ คิดแล้วหัวร้อนเวอร์”


เขาสนใจทันทีที่รู้ว่าใครคือคนที่ซองแจเคยกัด อิลฮุนมองเขาแล้วถามประมาณว่าซองแจไม่เคยเล่าให้ฟังเหรอ พอเขาส่ายหัวอิลฮุนก็เริ่มเล่าด้วยความหัวร้อนโดยมีพีเนียลยืนขำอยู่ข้างๆ เด็กมันเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นอยู่มัธยม แล้วตัวอิลฮุนเองโดนอัลฟ่ากางเกงน้ำเงินจีบ แล้วคืออิลฮุนไม่ชอบหมอนั่น เลยขอให้ซองแจช่วย แต่ช่วงนั้นมันเป็นช่วงสอบ ซองแจไม่สนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากอ่านหนังสือ แล้วอิลฮุนก็ตื๊อหนักมากให้ช่วย ซองแจน่าจะรำคาญหรืออะไรสักอย่าง เลยกัดเข้าให้ ตอนแรกตกใจ แต่พอหลังจากโดนกัดแล้วได้เจออัลฟ่าคนเดิมอีก อยู่ดีๆคนๆนั้นก็ไม่คิดจะมาจีบเขาอีกเลย และช่วงนั้นเขาก็ไปถูกใจโอเมก้าน่ารักๆคนหนึ่งเข้า เลยว่าจะเข้าไปจีบแต่พอได้เข้าไปคุยเท่านั้นแหละ อีกฝ่ายกลับตอบกลับมาว่า


‘มีเจ้าของอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ’


อิลฮุนงงมาก รอจนหมดช่วงสอบแล้วไปถามซองแจ พอได้ถามซองแจ อีกฝ่ายก็หัวเราะแล้วก็บอกว่ามันเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของ มีไว้แล้วอัลฟ่าคนอื่นจะไม่มายุ่งด้วย และโอเมก้าก็จะรู้เหมือนกันว่าคนๆนี้โดนหมายไว้...


“ที่ตลกคือมีคนเอาไปบอกต่อๆกันว่าอิลฮุนมีเจ้าของแล้ว เป็นอัลฟ่าชั้นสูง จนจบมัธยมมันเลยไม่มีแฟนสักคน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ โคตรฮาอ่ะพี่”


“เออ พูดแล้วหัวร้อน แล้วพอเข้ามหาลัยแม่งก็อยู่ในคณะที่แม่งมีแต่ผู้ชายไง”


“วันก่อนมึงเพิ่งโดนเฮดว๊ากปีสามขอเบอร์ไม่ใช่เหรอ เป็นอัลฟ่าอีกละ”


“เออ! พูดแล้วหัวร้อนเลยเนี่ย คือกูชอบโอเมก้าไง อย่างน้อยก็เบต้าน่ารักๆ แม่งแล้วดูที่มาจีบกู ไอ้เหี้ยยยยยย”


เขาขำผสมโรงกับความหัวร้อนของอิลฮุน  ตอนแรกเขาก็นึกว่ามันเป็นโอเมก้าแต่ไม่ใช่ เป็นเบต้า เด็กมันหน้าตาน่ารักใช้ได้เลยนะ แต่ปากมันนี่คือ ถ้าโดนมันด่าสามารถตรอมใจตายได้อ่ะ แล้วเราก็มาถึงห้องของพวกน้องๆ อิลฮุนบอกว่าที่ต้องมาอยู่ชั้นบนสุดแถมยังต้องห้องท้ายสุดเพราะซองแจมันเป็นอัลฟ่าคนเดียวของหอ ต้องเอามันเก็บไว้ให้ไกลโอเมก้าผู้หิวโหย ได้ยินแล้วยิ่งน่าเอ็นดูไปอีก


“ซองแจอ่า มีคนมาหา”


เขามองข้ามไหล่ของอิลฮุนเข้าไป ซองแจที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ก็เงยหน้าขึ้นมานิ่งๆ แต่พอมันเห็นเขาเท่านั้นแหละ จากนิ่งๆขรึมๆก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างแล้วแทบจะลุกออกมาจากเก้าอี้มากอดเขาทันที


“แหมมมมมม ทีพวกกูหายออกหอไปสามสี่วันไม่เห็นจะคิดถึงกูแบบนี้เลย”


“เออ น้อยใจว่ะ”


เพื่อนๆมันสองคนรวมหัวกันจีบปากจีบคอประชดเจ้าเด็กอัลฟ่ายักษ์จนเขาหัวเราะออกมา ซองแจก็ไม่ได้เถียงอะไรเพื่อนๆกลับ แค่ยิ้มแล้วหัวเราะตาม อิลฮุนกับพีเนียลขอตัวไปอาบน้ำแล้วทิ้งพวกเขาสองคนไว้ในห้อง เขาเดินไปที่เตียงมันแล้วนั่ง ไม่ต้องให้ได้ชวน อีกฝ่ายก็เดินมานั่งข้างเขาทันที เตียงมันเป็นเตียงเดี่ยวอยู่ตรงข้ามประตูพอดี เขาชอบเปิดมาเจอมันนอนยาวอยู่ประจำ


“ผมคิดถึงพี่จัง แต่ผมเสียสมาธิไม่ได้ เลยไม่ค่อยตอบข้อความพี่”


“เข้าใจๆ”


“แล้วพี่มาทำไมครับ คิดถึงผมเหรอ”


มันว่าก่อนจะเอียงหัวยิ้มกว้างให้ เขาพยามกลั้นยิ้มก่อนตีหน้านิ่งใส่มันแล้วยื่นเอกสารที่อาจารย์โจวฝากมาให้


“เปล่า เอาเอกสารที่อาจารย์โจวฝากมาให้”


“โถ่ นึกว่าคิดถึงกันซะอีก”


มันแกล้งทำเสียงน้อยใจก่อนจะเอาเอกสารจากเขาไปดู เขารอมันอ่านเอกสารนั่น ซองแจอ่านเร็วๆก่อนเอาปากกาที่วางบนโต๊ะมาเซ็นต์ชื่อตัวเองลงไป แล้วยื่นคืนให้เขา


“เสร็จแล้วครับ”


“ไม่อ่านรายละเอียดดีๆเหรอ เผื่อมันเป็นเอกสารเอานายไปขายจะทำยังไง”


“ฮ่าๆ ไม่หรอกครับ อาจารย์แกบอกมาแล้วว่าให้ผมลงไอ้แข่งตอบคำถามนี้ อีกอย่าง เป็นเด็กของอาจารย์โจวก็เหมือนขายวิญญาณให้แกไปแล้วด้วย”


มันว่างั้นพลางส่งสายตาสิ้นหวังมาให้เขา อดขำไม่ได้ที่เห็นมันแอคติ้งเกินจริง เราเงียบกันไปสักพัก ถึงจะเงียบแต่ก็ไม่ได้อึดอัด ที่จริงรู้สึกสบายใจด้วยซ้ำ ไม่สิ มันคือความรู้สึก ‘ดีใจ’ ที่ได้กลับมาเจอกัน เขามองหน้าซองแจแล้วยิ้มให้อีกฝ่าย และแน่นอน เขาก็ได้รับรอยยิ้มกลับมาเช่นกัน...


“แผลเป็นไงบ้างครับ”


“มันยังช้ำอยู่-- อ๋า! ใช่ ฉันไปถามอาจารย์โจวมาแล้วนะว่านายกัดฉันทำไม นายมันนิสัยไม่ดี!”


เขาว่าให้มันก่อนจะตีที่ไหล่มันเบาๆเป็นการลงโทษ มันหัวเราะร่าก่อนจะอธิบายแก้ตัวกับเขา


“ก็พี่ไม่ยอมสัญญา ผมเลยไม่มีทางเลือก”


“นายมันผีบ้า ฉันไม่รู้จักอัลฟ่าที่ไหนนอกจากนายกับอาจารย์โจวแล้ว กัดทำไมให้เดือดร้อนฉันต้องทำแผลก็ไม่รู้”


“ก็เผื่อไงครับ เผื่อมีคนได้กลิ่นพี่เหมือนผมแล้วเกิดถูกใจพี่ขึ้นมาทำไงครับ”


“ไม่มีหรอกน่า”


“ไม่ได้ครับ ผมไม่อยากให้ใครแย่งพี่ไปจากผม”


ซองแจพูดด้วยน้ำเสียงดื้อดึงพลางยกมือขึ้นมาจับมือเขา เห็นแล้วก็ใจอ่อนไม่อยากเถียงต่อ เขาถอนหายใจก่อนเฉไฉถามเรื่องอื่น


“อ่านหนังสือเสร็จแล้วเหรอ”


“ยังครับ เหลืออีกบทนึง”


“งั้นอ่านให้เสร็จเถอะ ฉันไม่กวนละ”


เขาว่าก่อนจะยิ้มให้มันเป็นเชิงบอกลา แต่มันกลับทำสายตาเว้าวอนอยากให้เขาอยู่ต่อใส่เขา


“เอ้า ก็นายอ่านหนังสืออยู่อ่ะ ไม่อยากรบกวน”


“ยังไม่หายคิดถึงเลย”


“เอาน่า เหลือสอบอีกสองวันเองไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ได้เจอกันยาวๆแล้วนี่”


เขาว่าพลางจะลุกแต่ มือใหญ่นั่นก็รั้งเขาไว้อีกแล้ว สายตาออดอ้อนนั้นทำเขาระแวงว่ามันจะมาไม้ไหน


“คืนนี้นอนกับผมนะครับ”


“แล้วฉันจะนอนที่ไหนล่ะ เพื่อนๆนายก็กลับมานอนตลอดไม่ใช่เหรอ”


“นอนเตียงเดียวกับผมไงครับ”


เอิ่ม...ถึงแม้ว่ามันจะไปนอนหอเขาบ่อยแต่มันก็นอนบนโซฟา แต่นอนเตียงเดียวกันนี่…


“นะครับ...”


“......”


“โอเค ผมมาขัดอะไรหรือเปล่า”


เสียงเปิดประตูพร้อมคนมาใหม่ดังเรียกความสนใจจากพวกเขา อิลฮุนยืนอยู่หน้าประตูชะโงกเข้ามาแค่หัว


“อิลฮุน พี่เขาไม่ยอมนอนกับกูอ่ะ”


อ่าวเฮ้ย...งามหน้าไปละไอ้เด็กซองแจ


“มึงชวนพี่นอนด้วย? กับมึง? ที่เตียง?”


มันพยักหน้าตอบเพื่อนมันทุกคำถาม อิลฮุนพยักหน้ารับรู้ก่อนหันออกไปตะโกนหาพีเนียลที่เหมือนจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วกำลังเดินมา


“พีเนียล! ซองแจชวนพี่ชางซอบนอนด้วยแต่พี่เขาไม่ยอมนอนกับเพื่อนมึงว่ะ!”


“นอนหลับหรือหลับนอนวะ!”


เสียงตะโกนกลับมาทำให้เขาต้องยกมือกุมขมับ ส่วนซองแจกับอิลฮุนหัวเราะร่าทั้งคู่ ไอ้เด็กพวกนี้มันจะเข้าขากันดีเกินไปละ อยู่ด้วยแล้วความดันขึ้น ไม่นานพีเนียลกับอิลฮุนก็เดินเข้ามาในห้อง พวกนั้นอยู่ๆก็เก็บของจำพวกอุปกรณ์การเรียนไปด้วย อิลฮุนที่เก็บเสร็จก่อนหันมาคุยกับเขา


“เนี่ยพี่ เดี๋ยวพวกผมจะออกไปอ่านหนังสือข้างนอก พี่ไม่ต้องห่วงนะ กลับมาหลังพี่นอนแล้วแน่นอน”


“ตกลงพี่เขาจะนอนหลับหรือหลับนอนกับซองแจวะ กูจะได้กะเวลาเข้าห้องถูก”


ประโยคที่ดูเหมือนกึ่งเล่นกึ่งจริงของพีเนียลทำเอาเขาหัวเราะไปกุมหัวไป ไม่ต้องพูดถึงซองแจที่นอนขำกลิ้งไปแล้ว อิลฮุนผู้มีสติที่สุดตอนนี้ก็เลยรับหน้าที่ตอบปัญหาปุจฉาของเพื่อนไป


“เฮ้ย นอนด้วยกันสองคนในห้องอ่ะ มึงว่านอนหลับหรือหลับนอนล่ะ”


“อ๋ออออออ”


แต่คำตอบของมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรมันดีขึ้น เขาส่ายหัวให้กับเด็กๆพวกนี้ ไม่นานสองคนนั้นก็ขอตัวออกห้องไป เหลือเขากับซองแจ หลังจากหัวเราะเป็นบ้าเป็นบอมันก็กลับมาลุกขึ้นนั่งได้ มันบอกหัวเราะยังเหนื่อยกว่าอ่านหนังสืออีก


“พี่นอนก่อนเลยนะครับถ้าง่วงแล้ว อีกบทผมก็จบแล้ว ผมจะอ่านให้จบวันนี้”


“รู้ได้ไงว่าฉันตกลงจะนอนแล้ว”


“ไม่รู้หรอกครับ แต่ถ้าพี่ไม่นอนผมก็จะไม่ให้พี่ได้กลับคอนโดง่ายๆหรอก”


“เจ้าเล่ห์นักนะ”


มันยิ้มแป้นแล้นมาให้เขาก่อนจะขอกลับไปอ่านหนังสือตัวเองต่อ เขาไปเข้าห้องน้ำทำอะไรเสร็จแล้วก็ออกมานั่งเล่นที่เตียงมัน เขาเอาโทรศัพท์ออกมาเล่นเกม สักพักก็รู้สึกง่วง เพราะเขากว่าจะมาที่นี่ก็ดึกอยู่เหมือนกัน เขาทิ้งตัวลงนอน หันไปมองเจ้าเด็กยักษ์ที่หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของการเรียนแล้วเรียบร้อย เขาลอบมองหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย มันหล่อมากนะจริงๆแล้วอ่ะ ถ้าโตกว่านี้ต้องเป็นผู้ชายที่ดูดีมากแน่ๆ ดูยังไงก็เหมือนเด็กที่โตมาในตระกูลดีๆ ฟังจากเพื่อนๆมันก็เหมือนว่ามันจะมาจากตระกูลดีๆจริงๆนั่นแหละ แต่ทำไมถึงมาใช้ชีวิตแบบเด็กทุนธรรมดาๆก็ไม่รู้...มันก็ไม่เคยเล่าให้เขาฟัง...เขาก็ไม่เคยถามด้วยล่ะนะ…


คิดไปก็ไม่ได้อะไร เขาเบือนหน้ากลับมามองเพดาน กระพริบตาอีกไม่กี่ครั้ง ภาพทั้งหมดก็เริ่มหายไป…


เขารับรู้อีกทีเมื่อรู้สึกว่ามีผ้าห่มมาคลุม สักพักก็รู้สึกถึงเตียงข้างๆยุบลง แต่เขาง่วงเกินกว่าจะฝืนลืมตา...


เขาหลับตาลงอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนมีสัมผัสอุ่นๆที่แก้มเขากับเสียงสูดลมหายใจที่ท้ายทอย…


สักพักก็รับรู้ว่ามีอ้อมกอดอุ่นมากอดเขาไว้ และมันอุ่นมาก...จนเขาหลับสนิทตลอดทั้งคืน...


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ความเร็วกลับมาอยู่ในช่วงเรื่อยๆละ ไอ้สามสี่ตอนแรกนั่นเราว่ามันเร็วเกิน 55555


จะบอกว่าจะกลับมาอัพอีกทีตอนลงฟิคอีกเรื่องนึงเสร็จก่อนนะ เดี๋ยวคนตามอีกเรื่องจะแดรกหัว


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #27 kawkawgd (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 03:06
    ชอบฟิคเรื่องนี้มากกกกกก มีความวิทย์นิดๆกับแนวเรื่องที่แปลกใหม่ ละก็ชอบมากๆกับภาษาที่ไรท์เขียน การดำเนินเรื่องของทั้งซองแจและชางซอบเราก็ชอบมากๆเช่นกันน ติดตามอยู่นะคะะะ
    #27
    0
  2. #16 btrkp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 02:51
    โอยยยยย ชอบบบบ ฮือออออ จะมามัวนอนหลับกันทำไม ทำไมไม่หลับนอนกันไปเลยล่ะคะะะะ กรี๊ดดดด นังเด็กนี่มันร้าย กัดคอเค้าแล้วยังจะมาให้เค้านอนด้วยอีก แกล้งทำตัวเป็นลูกหมาตัวใหญ่แต่จริงๆแล้วคือหมาป่าเจ้าเล่ห์ชัดๆ นังเด็กยุก5555 สนุกมากอ่าาา มาต่อบ่อยๆอย่าเพิ่งหมดโปรนะคะ อยากอ่านต่อบ่อยๆ555 ขอบคุณมากๆสำหรับฟิคนะคะ เขียนดีมากเลย สนุกมากๆจ้า
    #16
    0
  3. #13 Dnoppy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 11:01
    เขิลมากอ่าาาา
    #13
    0
  4. #12 Smile_Eeyore (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 07:29
    แงงงง กำลังสนุก คิดถึงแย่เลยค่ะ งืออออ
    #12
    0