ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 13 : [Series] Omegaverse - Allergy (Spe.sungjae part) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    8 ต.ค. 61

Allergy Spe.sungjae part

เขาเป็นภูมิแพ้โอเมก้า…

ทั้งๆที่ตัวเองเป็นอัลฟ่า…

เขารู้ตัวครั้งแรกว่าเป็นตอนที่ครอบครัวแนะนำเขาให้รู้จักกับโอเมก้าสาวของครอบครัวที่รู้จักกัน เราต้องนั่งอยู่ด้วยกันนานมากๆ ตอนนั้นเขารู้สึกว่าตัวเองเวียนหัวและอยากอาเจียน ไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไรแต่พอเราแยกกันไปเขาก็ค่อยๆเริ่มดีขึ้น หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้เอะใจอะไร

เรื่องมันมาใหญ่โตเอาตอนที่เขาถูกจัดฉากให้อยู่กับโอเมก้าฮีทในห้องสองคน ตอนนั้นเขามีอาการปวดหัวอย่างหนัก เขาพยายามที่จะออกห่างโอเมก้าคนนั้นจนหลังชิดกำแพง โอเมก้าคนนั้นก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้เลยเนื่องจากฮีทและไม่ได้กินยา เขาทั้งปวดหัว อาเจียนและหายใจไม่ออก เขาพยามหายใจแรงขึ้นแต่เป็นว่าเขากลายเป็นไฮเปอร์เวนฯ มันทรมารมาก ชักเกร็งอยู่อย่างนั้น เขานึกว่าเขาจะตายแล้ว โชคดีที่โอเมก้าคนนั้นเริ่มรู้สึกตัวแล้วไปเคาะประตูขอความช่วยเหลือ หลังจากนั้นเขาก็โดนหามส่งโรงพยาบาล แล้วได้คำวินิฉัยอย่างไม่เป็นทางการว่า

เป็นภูมิแพ้โอเมก้า...

หลังจากนั้นครอบครัวเขาก็วุ่นวายอยู่กับการรักษา เขาถูกส่งไปหลายประเทศแต่เพราะมันเป็นกรณีที่ไม่เคยมีมาก่อน แพทย์ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงจริงๆ ครอบครัวเขายังคงหาวิธีรักษา ฝากเขาไว้กับหมอประจำ แต่สำหรับเขามันไม่เป็นไร เขากลับมาใช้ชีวิตมัธยมปลายแบบคนธรรมดาและเริ่มไม่สนใจความกังวลของครอบครัวที่มีเกี่ยวกับเขา หลังจากนั้นเขาเลือกที่จะออกมาอยู่ด้วยตัวเอง เข้าโรงเรียนรัฐเอาทุนโรงเรียน ทำงานพาร์ทไทม์ส่งตัวเองเรียน และได้ทุนเข้ามหาลัยในที่สุด

เขาเลือกเรียนในคณะวิทยาศาสตร์สาขาชีววิทยาด้วยเหตุผลตลกๆว่าถ้าเรียนอันนี้อาจจะได้รู้ว่าที่เขาเป็นมันคืออะไร เขาไม่เรียนหมอเพราะรู้สึกว่ามันเยอะไป แถมแพทย์มีแต่พวกอัลฟ่าตระกูลใหญ่ๆส่งลูกไปเรียน เขาไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับอะไรแบบนี้แล้ว

เขาโชคดีมากๆที่อาจารย์ที่ปรึกษาคืออาจารย์โจว แกเป็นอัลฟ่าที่ไม่เหมือนคนอื่น แกเป็นอัลฟ่าชั้นสูง เขารู้ได้ทันทีที่เจอหน้ากัน เรามีสัญชาตญาณบางอย่างที่จะรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นอัลฟ่า และอยู่ในระดับไหน อาจารย์โจวแกถือว่าเป็นอัลฟ่าชั้นสูงที่อัลฟ่าระดับเดียวกันและระดับต่ำกว่าจะต้องให้ความเคารพ เรารับรู้ได้เลยว่าควรที่จะเกรงและเคารพคนๆนี้ เป็นเรื่องแปลกและอธิบายยากแต่ก็ต้องยอมรับว่าในสังคมอัลฟ่าเราเป็นแบบนี้กันจริงๆ

เขาใช้ชีวิตในครึ่งเทอมแรกเหมือนนักศึกษาทั่วไป ได้เข้าชมรมตกปลาที่ชอบ การเรียนก็ดีไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา มีที่ต้องออกจากห้องกลางคันเพราะได้นั่งข้างโอเมก้า ชีวิตเที่ยวก็ดี ไปสังสรรค์บ้างเป็นบางที มีคนมาสารภาพรักบ้างแต่ก็ปฏิเสธไปเพราะส่วนใหญ่เป็นโอเมก้าที่เข้ามา... มันก็โอเคสำหรับเขานะ ถึงปัญหาการแพ้มันจะทำให้เขาต้องสะดุดบ้างก็เถอะ แต่เขาก็ยอมแพ้กับการรักษาไปแล้วล่ะ

แต่แล้ววันหนึ่ง...มันก็เปลี่ยนความคิดของเขา…

วันนั้นเรียนเคมีเบื้องต้นคาบของอาจารย์ชเวเป็นครั้งแรก และแกจำเขาได้ว่าเขาเป็นเด็กของอาจารย์โจว แกวานให้เขาไปส่งเอกสารให้คนๆหนึ่งที่ตึกเคมีเพราะแกต้องรีบไปประชุมต่อ แกบอกว่าคนนั้นน่าจะทำแลปอยู่ให้ลองไปหา

‘เอาไปให้ อีชางซอบ ปีสี่ เคมีนะ มีอยู่คนเดียวแหละที่สิงอยู่ในแลปน่ะ’

แกบอกแบบนั้นแล้วก็รีบเดินไป…

เขาก็มึนๆแต่ก็เดินไปส่งแฟ้มที่ได้รับมา เขาเดินไปจนถึงหน้าห้องที่นักศึกษาแถวนั้นบอกเขาว่าเป็นแลปของอาจารย์ชเว เขายืนอยู่หน้าห้องเห็นคนหนึ่งใส่เสื้อกาวน์ยืนหันหลังให้เขา เขาเปิดประตูเข้าไป กลิ่นสารเคมีในห้องแลปโชยเข้ามาหา แต่ที่มันทำให้เขาตกใจและประหลาดใจ คือกลิ่นที่อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร เขารู้แต่ว่าเขาชอบกลิ่นนี้ มันทำให้เขารู้สึกดี

เขาเดินตามกลิ่นไปแบบไม่รู้ตัวก่อนมาหยุดอยู่ที่คนๆหนึ่ง เขามองครึ่งหน้าอีกฝ่าย เหมือนเจ้าตัวไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ข้างๆ สายตาที่ตั้งใจกับคิ้วที่ขมวดน้อยๆนั่นทำให้เจ้าตัวน่ามอง มือขาวของอีกฝ่ายแกว่งฟรากส์ในมืออย่างคล่องแคล่ว สิ่งที่อีกฝ่ายทำอยู่ทั้งหมดมันน่าดู แต่ไม่ได้ครึ่งนึงของกลิ่นหอมโชยมาจากเจ้าตัวเลย

ไม่ใช่อัลฟ่าหรือโอเมก้าแน่ๆ...เบต้างั้นเหรอ?

“พี่เป็นเบต้าเหรอครับ?”

เขาถามออกไปแบบไม่ได้คิดก่อน อีกฝ่ายหันมาหาเขานิ่งๆ มือที่แกว่งสารหยุดลง สักพักก็สะดุ้งแล้วสบทออกมาก่อนวางสารมาตอบเขา เขาบอกว่ามาทำไมเราคุยกันนิดหน่อย พอได้แฟ้มอีกฝ่ายก็จะหันไปทำงานต่อ เขาก็ควรไปแล้วเหมือนกัน แต่ว่ากลิ่นนี่...มันทำให้เขาไม่ยอมขยับไปไหน พี่เขาคงรำคาญ เลยถามเขา

“โอเคครับน้อง มีอะไรจะพูดกับพี่ไหม”

เขาอึ้งไปสักพักก่อนจะถามประโยคเดิมตอนแรกที่เจอกัน เขาสงสัยจริงๆ เขาไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้จากเบต้ามาก่อน มันทำให้เขาสนใจมาก

เขาบอกว่าอีกฝ่ายหอมดี พี่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรมากเพียงแค่ทำหน้างงๆก่อนตอบกลับเขามาสั้นๆว่า

“ขอบคุณ?...มั้ง?...”

มันเป็นการเจอกันครั้งแรกที่น่าประทับใจ…

+++++++++++++++++++++++++

หลังจากเปิดสายรหัสเสร็จมันก็มีการเลี้ยงรับน้องต่อ คืนนี้เขาต้องไปกับเมเจอร์ เขาไม่ค่อยอยากแต่ก็ต้องไปเพราะรุ่นพี่อยากให้ไป เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็แค่ไปให้มันจบๆ

แต่เขาคิดผิด ถึงแม้ว่าโอเมก้าที่ไปจะมีจำนวนน้อยจนไม่ได้กลิ่นหากไม่เข้าไปใกล้ แต่เขาก็ดันมีอาการตื่นตัวทั้งๆที่ไม่มีโอเมก้าที่ฮีทเลย เขาเริ่มหายใจไม่ออก เขาสำรวจดูรอบตัวสักพักก่อนเห็นซองสีขาวขุ่นที่เปิดไว้แล้ว เขาขมวดคิ้วทันทีที่เห็นว่าไอ้ซองนี้มันคืออะไร มันคือฟีโรโมนโอเมก้าเทียม เขารู้ทันทีว่าโดนแกล้ง เขาโดนมอมยาแต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้ ได้แต่พยุงตัวเองเข้าห้องน้ำ เขาอาเจียนจนหมดแรง ปกติมันจะดีขึ้นแต่คราวนี้มันยังคงมีอาการหายใจไม่ออกอยู่ ลักษณะแสดงก็ยังมี เขาหายใจแรงขึ้นจนกลัวว่าจะเป็นไฮเปอร์เวนฯ เขาหลับตาทิ้งตัวลงกับพื้นพยามหายใจให้ช้าที่สุด แต่มันก็ทำไม่ได้ ให้ตายเถอะ ใครก็ได้ช่วยเขาที…

ปังๆๆๆๆ

“คุณครับ เป็นอะไรหรือเปล่า!”

เสียงจากด้านนอกทำให้เขารู้สึกตัวขึ้น เขาพยามส่งเสียงขอให้ช่วย เสียงข้างนอกบอกให้เขาเปิดประตู เขาพยามฝืนอยู่นานกว่าจะเปิดได้ อีกฝ่ายเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

“ซองแจ?”

เขาเงยหน้าขึ้นภาพที่เบลอค่อยๆชัดเจน เขาเบิกตากว้างขึ้นเมื่อรู้ว่าเป็นใคร

“รุ่นพี่...ชางซอบ…”

อีกฝ่ายพยายามช่วยเขาปลดกระดุมปลดเข็มขัดให้เขาหายใจได้สะดวกขึ้น คงเห็นว่าอาการเขาเป็นยังไง พอพี่ชางซอบก้มลงมาหา กลิ่นที่คุ้นเคยก็ผ่านเข้ามา เขาแปลกใจมากที่มันทำให้อาการเวียนหัวเขาดีขึ้น รู้สึกหายใจโล่ง และคงเป็นเพราะเหล้าที่กินกับสติที่ไม่ครบถ้วนจากอาการที่เป็น เขาไม่สนว่าคนตรงหน้าคือคนที่เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว เขาคว้าอีกฝ่ายมากอดไว้แน่น พี่พยามดิ้น เขาได้ยินเสียงร้องตอนเขากอดแน่นขึ้น อีกฝ่ายคงเจ็บเพราะแรงในตอนนี้เขามีมากกว่าเดิม เขารู้สึกแย่ที่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บแต่ตอนนี้เขาต้องการอย่างเดียวคือกลิ่นหอมนี้

สักพักอีกฝ่ายก็สงบ...เขาก็เช่นกัน เขาขอให้เจ้าตัวอยู่แบบนี้สักพัก แปลกใจเหมือนกันที่พี่ยอม มันแปลกมากที่กลิ่นจากพี่ช่วยลดอาการเวียนหัวได้จริงๆถึงแม้ว่าอาการปวดหัวจะยังมีอยู่ แต่เขารู้สึกว่าผ่อนคลายมาก ตาเขากลับมารับแสงได้เหมือนเดิมคงเป็นเพราะมันกลับมาสู่สภาพปกติแล้ว

เราพูดคุยกันอีกเล็กน้อยจนสรุปว่าพี่จะไปส่งเขากลับ เขาตกลงเพราะสภาพตอนนี้ เขาอยากกลับไปนอนให้เร็วที่สุด พี่ออกไปสักพักก็กลับมาเอาเขาออกจากห้องน้ำ จับเขาซ้อนรถแล้วออกไปทันที 

เขารู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่หอของพี่แล้วแม้จะจำไม่ค่อยได้ แต่เขาจำกลิ่นได้ดี มันมีอยู่ไปทุกทีเลย โดยเฉพาะโซฟาที่เขานอน เขากินยาและได้บอกกับพี่ว่าเป็นภูมิแพ้โมเมก้า จากนั้นเขาหลับไป ตื่นอีกทีตอนพี่ปลุกตอนเช้า พี่บอกจะไปส่งเขาที่หอ เขาล้างหน้าล้างตาก่อนซ้อนรถพี่ออกไป เราไม่ได้คุยอะไรกันมากจนถึงหอเขา เสียดายได้ไม่ได้ขอเบอร์พี่ไว้ ไม่รู้จะได้เจอกันอีกหรือเปล่า…

+++++++++++++++++++++++++

แต่โชคเข้าข้างเขาเหลือเกิน เขาได้เจอพี่อีก ถึงจะเจอกันในสภาพที่เขาแพ้อีกแล้วก็เถอะ...

เซ็คแลปนี้มีโอเมก้าอยู่เยอะก็ว่าแย่แล้ว แต่ระหว่างทำแลปเพื่อนในกลุ่มเขาผสมสารผิดแถมยังปัดบีกเกอร์ตกแตกอีก ซึ่งสารมันไปกระตุ้นทำให้เขาแสดงอาการตื่นตัว และใช่ สำหรับเขามันทำให้แพ้... ดีว่าอาจารย์มาเห็นเลยจับเขาแต่งชุดป้องกันแล้วเอาเขาไปยืนหน้าห้อง เขายืนโงนเงนอยู่สักพักก็ได้กลิ่นที่คุ้นเคย ขนาดใส่หน้ากากกรองขนาดนี้เขายังได้กลิ่นเลย พี่เดินก้มหน้าก้มตามาทางนี้ก่อนสะดุ้งเมื่อเห็นเขา เขาทักทายอีกฝ่าย พี่ดูงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยิ่งงเข้าไปใหญ่เมื่อโดนอาจารย์ไล่ให้ออกมาหาเขา แต่พอพี่ สังเกตที่ตาของเขา พี่ก็ถอนหายใจแล้วบอกให้ตามมา

เขารู้ทันทีว่ามันคือห้องของพี่ กลิ่นของพี่เต็มไปหมด เขาถอดอุปกรณ์ป้องกันออกก่อนจะนั่งตรงเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามอีกฝ่าย เขาขอหมอนที่อยู่ตรงหลังของพี่มากอดเพราะคิดว่ามันต้องมีกลิ่นพี่ชัดมากแน่ๆ และมันใช่ เขาเอาหน้าซุกหมอนั่นก่อนสูดลมหายใจเขาเฮือกใหญ่ 

อ่า...ของโคตรดี…

พี่ถามเขาอย่างสนใจเกี่ยวกับอาการของเขา พี่ตั้งใจฟังเขาและไม่ได้มีท่าทางไม่เชื่อหรือคิดว่าเขาอ่อนแอ ไม่เหมือนกับสังคมก่อนหน้านี้ของเขา…

พี่ถามเขาเกี่ยวกับกลิ่นของตัวเองด้วย แต่เขาก็อธิบายอะไรมากไม่ได้เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เขายืนยันไปว่าเวลาได้อยู่ใกล้พี่แล้วเขารู้สึกดี พี่มีท่าทีประหม่าเล็กน้อย เลยกระแอมแก้เขิน เขาว่าท่าทางแบบนั้นน่ารักดี

ไม่นานเขาก็ได้กลับไปเรียนต่อ ถึงจะเวียนหัวไปบ้างเพราะโอเมก้าเยอะแต่เวลาเดินเนียนเข้าไปหาพี่ก็จะรู้สึกดีขึ้นมาเป็นระยะๆ พอเรียนแลปเสร็จเขาก็รอพี่อยู่หน้าประตู รอจนอีกฝ่ายออกมา

“ผมอยากรู้จักพี่”

เขาบอกไปแบบนั้น อีกฝ่ายยืนอึ้งแบบที่เขาคิดไว้เป๊ะ พี่ถามทวน เขาก็ย้ำว่าใช่ อยากรู้จัก ถึงจะดูอึ้งๆแต่พี่ก็ยอมแลกเบอร์กับไลน์

พอเราเดินแยกกันไปเขาก็ส่งข้อความหาอีกฝ่ายทันที 

‘พี่เมมชื่อผมว่าอะไร’

เขาแกล้งถามไปแบบนั้น แต่สักพักอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา

‘เด็กยักษ์ยุกซองแจ’

ขำหลุดหัวเราะเสียงดังจนคนที่อยู่แถวนั่นหันมามอง…

+++++++++++++++++++++++++

เป็นอัลฟ่าบางทีก็ลำบาก มันจะมีนิสัยของอัลฟ่าที่มักจะเป็นกันทุกคนคือ ถ้าอัลฟ่ารับรู้ว่ามีอัลฟ่าที่ไม่รู้จักอยู่ในบริเวณเดียวกันก็จะเริ่มทำตัวประมาณว่า อย่ามาเขตกูนะเว้ย ซึ่งเขาไม่เป็น อาจจะเป็นเพราะอาการแพ้ของเขาทำให้สัญชาตญาณอัลฟ่าของเขาเพี้ยนไป ดีแล้ว เขาไม่อยากทำตัวเป็นหมาหวงถิ่น…

มันโชคดีอีกอย่างคือเขาเป็นอัลฟ่าชั้นสูง และเป็นอัลฟ่าชั้นสูงคนเดียวในคณะ(ไม่นับอาจารย์โจว) เลยไม่โดนหาเรื่องกันแบบโต้งๆ หาเรื่องไม่ได้ด้วยเพราะผิดกฎมหาลัย เลยโดนเขม่นเฉยๆ แต่มันน่ารำคาญกว่าโดนตรงๆเสียอีก

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสปะทะกับอัลฟ่าชั้นเดียวกัน...

“มึงมองเมียกูทำไมวะ”

อย่างตอนนี้เขาต้องมายืนประชันหน้ากับอัลฟ่าชั้นสูงอีกคนที่ตั้งแต่เริ่มเรียนมาไม่ยักจะเคยเห็นหน้า ที่จริงถ้าเป็นอัลฟ่าผู้ดีเนี่ย เขาไม่เดินมาหาเรื่องกันแบบนี้หรอกนะ แล้วทำไมต้องมาเป็นวันนี้ วันที่อาจารย์ชเวมาสอน และแน่นอน ถ้ามีอาจารย์ชเว พี่ก็ต้องมาด้วย เขาเหลือบมองหน้าพี่ชางซอบที่มีสีหน้าไม่ค่อยดี เพราะคนที่มาหาเรื่องกำลังใช้ ‘อำนาจอัลฟ่า’ 

มันผิดกฎไม่รู้หรือไง ไม่ได้เข้าปฐมนิเทศน์แน่เลย...

มันใช้อำนาจมากขึ้นจนโอเมก้าในห้องเริ่มกลัว อำนาจอัลฟ่าเป็นฟีโรโมนที่ปล่อยออกมาจากอัลฟ่า มันสามารถทำให้โอเมก้าอยู่ใต้อำนาจของอัลฟ่าได้ จะมีอาหารสั่นกลัว ขยับร่างกายไม่ได้ หากได้รับมากๆจะหมดสติได้ ในอัลฟ่าชั้นสูงสามารถส่งผลกระทบต่อเบต้าได้ด้วยแต่ไม่มากเท่าโอเมก้า และสามารถใช้ข่มอัลฟ่าได้เช่นกันขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ของสายเลือด

ตอนนี้พี่ชางซอบเริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยดีแล้ว…

เขาไม่ชอบให้เป็นแบบนั้น…

“ผมว่าเราออกไปคุยกันด้านนอกเถอะครับ”

แล้วเขาก็ออกมาทันที ถ้าจะใช้อำนาจข่มกันจริงๆก็ออกมาข้างนอกดีกว่า จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนใคร เขาพยามเดินไปให้ถึงที่ๆไม่มีคนอยู่ แต่พวกนั้นมันก็ไล่ตามเขาได้ก่อน มันจับเขาผลักใส่กำแพง

“มึงจะหนีไปไหน!”

“ไม่ได้หนี...”

“ดี! มึงมาเคลียเรื่องที่มึงมายุ่งกับเมียกูเลยนะ”

“ใครเมียคุณ ผมจะไปรู้ได้ไงว่าคนไหน”

“นี่ไง! มึงอย่าบอกนะว่าไม่รู้จัก!”

เขามองตาม ผู้ชายตัวบางคนหนึ่งถูกกระชากออกมายืนอยู่หน้าเขาก่อนดึงกลับไปอยู่ข้างตัวมัน อีกฝ่ายตัวสั่นเทาไม่หยุดเพราะแรงอำนาจ เขาถอนหายใจ จะบอกว่าไม่รู้จักก็ไม่ได้ เพราะคาบของอาจารย์คนที่แล้วเขาทำงานด้วยกัน เขาอยากเอามือขึ้นมาลูบหน้าถ้าไม่ติดว่าต้องเก๊กขรึม

“เราแค่ทำงานด้วยกัน--”

“แค่ทำงานเหรอ! ทำงานต้องยิ้มให้กันด้วยเหรอ!”

เอ้า! ไอ้เหี้ยนี่! ทำงานแม่งก็ต้องเป็นมิตรสิวะ มึงจะให้ทำหน้าเหี้ยมใส่กันหรือไง เขาคิดแต่ไม่ได้พูด พยามข่มอารมณ์ไม่ให้ไอ้การเถียงกันไร้สาระนี่มันบานปลาย 

แต่ก็ไม่ได้นำพา…

“มึงแอบเป็นกิ๊กกับเมียกูใช่ไหม!”

กูไม่รู้จักชื่อเมียมึงด้วยซ้ำไอ้สาส!!!

เขาทนไม่ไหวแล้ว เขาไม่ใช่คนใจเย็นขนาดนั้น เขาแสดงอำนาจอัลฟ่าบ้างแต่ไม่เต็มร้อยแค่เอาให้เทียบเท่ากับมัน ให้มันรู้ว่าเขาสู้ พอมันรู้ว่าเขาสู้มันก็แสดงอำนาจเพิ่มอีกเขาก็สู้อีก ถึงจะสงสารโอเมก้าที่กำลังยืนร้องไห้ตัวสั่นอยู่ตรงนี้ก็เถอะ

แต่คุณเลือกผัวแย่ชีวิตคุณก็แย่ตามอ่ะนะ…

“เอ้อ! กูจะดูว่ามึงจะแน่สักแค่ไหน!”

ว่าแล้วมันก็แสดงอำนาจเต็มที่ ตาของมันเปลี่ยนไป เขี้ยวของมันยาวขึ้น เขายกยิ้มเยาะ…

กูยังไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ…

แต่ก่อนที่เขาจะแสดงอำนาจให้เหนือกว่าปิดฉาก เขาก็เหลือบไปเห็นพี่ชางซอบที่ตามออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ สีหน้าพี่ดูไม่ค่อยดี พี่ยกมือสองข้างขึ้นมากุมอกซ้าย มันเป็นลักษณะของอาการหวาดกลัว พี่ไม่กล้าแม้แต่จะขยับแต่ก็พยามฝืนที่จะเดินมาหา เขาหยุดแสดงอำนาจทันที

“อะไร มึงยอมแพ้แล้วเหรอ กากว่ะ”

เขาไม่รู้จะทำยังไง เขาไม่อยากแพ้ไอ้อัลฟ่ากระจอกนี่ แต่เขาก็ไม่อยากทำร้ายพี่…

เขาชั่งใจอยู่นานว่าจะทำยังไง แต่ก่อนจะได้ตัดสินใจพี่ก็เดินมาอยู่ข้างเขาแล้ว ถึงหน้าตาพี่จะดูไม่ค่อยโอเคแต่พี่ก็พยายามพูดช่วยเขา แต่อีกฝ่ายมันคิดว่าชนะเขาแล้วก็กร่างใหญ่ เขาเห็นมือมันหมายจะมาผลักพี่

เท่านั้นแหละ...อารมณ์โกรธเขาก็พุ่งพรวดจนไม่สนอะไรทั้งนั้น 

เขาปัดมือมันออกก่อนจะแสดงอำนาจให้เหนือกว่ามัน และเหมือนจะมากไปเสียด้วย มันตกใจผงะไปหลายก้าว ส่วนแฟนมันล้มลงไปแล้ว 

แต่เขาไม่สน...

ใครหน้าไหนก็อย่าคิดจะมาทำร้ายพี่กู!!!

เขาโกรธแบบหน้ามืดตามัวมาก เขาคิดด้วยซ้ำว่าจะเอาจนกว่ามันจะหมอบกราบแทบเท้าพี่ ให้มันขอโทษที่คิดจะทำร้าย แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นหยุดทุกอย่าง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

เขาคืนสติทันทีที่โดน ‘อำนาจสั่งการ’ เข้าไป อีกฝ่ายวิ่งหนีกันไปแล้ว เขาหันไปมองต้นเสียง เห็นร่างของอาจารย์ที่ปรึกษาเขาทำหน้าตาโกรธเขาอยู่ เขารู้เลยว่างานเข้าแน่…

เขาโดนเทศน์ยาวมาก ขนาดที่ว่าอาจารย์ชเวที่นั่งอยู่ด้วยยังทำหน้าตาเหยเกใส่ พี่ชางซอบเข้ามาแล้วแกก็ยังไม่หยุด เขาทำหน้าเจื่อนลงๆจนอาจารย์ใจอ่อนไล่เขาให้ไปอยู่รอข้างนอก แต่ก่อนจะออกไปพี่เรียกเขาไว้แล้วยื่นบางอย่างมาให้เขา

หมอนที่พี่ใช้รองหลังตอนนั่ง…

พี่ชางซอบยิ้มให้เขาเป็นกำลังใจก่อนจะหันกลับไปนั่งแทนที่เขา

เขาออกมานั่งข้างนอกกอดหมอนนั่นไว้กับตัว พยามกลั้นยิ้มซุกหน้าเข้ากับหมอนไม่ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นว่าเขาเป็นบ้า

คนอะไรโคตรน่ารักเลย…

สักพักเขาก็โดนเรียกเข้าไปอีก และได้ฟังข่าวดีที่สุดในชีวิต คือเขาได้พี่ชางซอบมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับโปรเจคของเขา 

เราเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์ เขาบอกว่าจะไปส่งพี่ที่ห้องพัก ถึงพี่จะดูไม่เคยเต็มใจแต่เขาดีใจมากที่ได้อยู่กับพี่ 

“นี่ฉันต้องเจอนายไปตลอดสี่ปีเลยเหรอ...”

“พี่จะเปอร์เหรอครับ”

เขาถามเพราะสงสัย ก็พี่อยู่ปีสี่แล้วนี่นา เรียนก็เก่งนี่...

“เปล่าโว้ย ฉันจะเรียนต่อโทฯ...”

เขายิ้มกว้างขึ้นอีก ส่วนพี่ตัวเหี่ยวลงไปอีก เขาหัวเราะชอบใจกับภาพที่เห็น พี่คงหมั่นไส้เลยดึงหมอนออกไปจากมือเขา

“อ๋า พี่อ่าาาาา”

“บอกฉันก่อนว่าไอ้ที่เกิดขึ้นตอนกลางวันมันคืออะไรแล้วจะคืนให้”

เขานิ่งค้างไปเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขายิ้มบางๆให้พี่ก่อนจะเล่าว่ามันคืออะไร พี่ดูประหลาดใจมากเมื่อได้ยินว่าอำนาจอัลฟ่ามันเป็นยังไง

“น่ากลัวแฮะ”

เขานิ่งไปเมื่อนึกได้ว่าเขาก็เพิ่งใช้อำนาจนั้นทำร้ายพี่…

“ขอโทษครับ...”

“เฮ้ย ขอโทษอะไร นายทำไปเพราะปกป้องฉันไม่ใช่เหรอ”

“...ครับ แต่ผม--”

“ฉันสิต้องขอบคุณ ขอบคุณนะซองแจ”

พี่ว่าแล้วยิ้มตาหยีมาให้เขา ไม่รู้เพราะอะไรแต่เขาสบายใจขึ้น เขายิ้มตอบกลับให้พี่เช่นกัน…

+++++++++++++++++++++++++

“เฮ่ย...ทำงาน พวกกูอุส่าห์ถ่อมาจากวิศวะเพื่อที่จะมาทำงานกับคนไม่ว่างอย่างมึงเลยนะ”

เขาหันกลับมามองเพื่อนเขาเบื่อๆ ก่อนเริ่มลงมือพิมพ์รายงานวิชาตัวฟรีต่อ อิลฮุนส่ายหัวใส่เขาก่อนจะเริ่มพิมพ์งานในส่วนของตัวเองบ้าง พีเนียลที่หาข้อมูลให้เขาเสร็จก็ยื่นไอแพทมันมาให้เขาดูก่อนจะชะโงกไปดูทางอิลฮุนต่อ เขาอ่านข้อมูลในไอแพทนั้นได้แปบเดียวก็เสียสมาธิก่อนหันออกไปเหม่อต่ออีกรอบ

“เฮ้อ...”

“เฮ้อเหี้ยอะไรครับคุณยุกซองแจ ทำงาน! กูมีแลปสองครึ่งครับ รีบสิครับ!”

“เออ ทำครับมึง Do it!!!”

ทั้งสองคนรวมหัวกันว่าเขา เขาเบ้ปากก่อนจะกลับมาพิมพ์งานต่อ แถมยังขู่เขาด้วยถ้าไม่ทำต่อมันจะกลับแล้วให้เขาทำคนเดียว เขาเลยจำใจกลับมาพิมพ์งานให้มันงกๆต่อ

“เอ้อ! ต้องให้กูขู่ กูเบต้านะ มึงเป็นอัลฟ่าก็อย่างทำตัวงี้บ่อยดิ”

“ก็มึงชอบด่า...”

เขาบ่นอุบก่อนจะทำเป็นหลบมือที่มันง้างขึ้นมาจะตีเขา พีเนียลแค่หัวเราะตาม…

ทั้งพีเนียลและอิลฮุนเป็นเพื่อนเขาสมัยมัธยมทั้งคู่ พีเนียลเป็นเด็กนอก พ่อแม่คิดว่าจะอยู่ที่นี่แบบปักหลักปักฐาน เลยส่งลูกเข้าโรงเรียนรัฐ ที่เขารู้จักกันเพราะตอนแรกๆพีเนียลพูดภาษาทางนี้ไม่ได้เลย เขาที่เคยอยู่ต่างประเทศช่วงสั้นๆตอนรักษาตัวเลยต้องช่วยแล้วก็เป็นเพื่อนกันในที่สุด ส่วนอิลฮุนรู้จักกันเพราะเจ้าตัวเดินมาทักเขาก่อนแล้วถามเขาว่า ‘เป็นเนิร์ดป่ะ’ คำถามดูเหมือนหาเรื่องแต่เอาจริงๆมันไม่ได้มีอะไร ตอนนั้นมันจะทำโปรเจคหุ่นยนต์ส่งแข่งแล้วยังไม่มีทีม มันเลยแฮกค์ระบบโรงเรียนดูแล้วตามหาชื่อเพื่อนที่มีเอห้าประการตามที่มันอยากได้ให้มาช่วยมัน เขาเลยพ่วงพีเนียลเข้าไปด้วย สามคนครบทีมพอดี หลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนกันมาตลอด แล้วมันกับพีเนียลก็เอาโปรเจคที่ชนะระดับประเทศไปเข้าวิศวะ ส่วนตัวเขาเลือกมาทางนี้แทน

“...กูถามจริง ทำไมหลังๆมึงไม่ว่างไปแดกข้าวกับกูตอนเที่ยงตลอดเลย มึงมีแฟนแล้วเหรอ”

อยู่ๆอิลฮุนก็หยุดแล้วเงยหน้าขึ้นมาถามเขา เขาเหลือบมองมันแวบเดียวก่อนยกยิ้มมีเลศนัยใส่แล้วตอบกลับไป

“จะให้กูทำงานไม่ใช่เหรอ...”

“เอ๊ะ! อย่างกวนตีนกู”

เขาเอี้ยวตัวหลบมือที่ง้างนั้นอีกรอบก่อนหัวเราะชอบใจ เมื่อทำการแกล้งเพื่อนให้หัวร้อนเสร็จแล้วก็ยอมตอบมันดีๆ

“เปล่า กูไม่ได้มีแฟน”

“แล้วไม่ว่างเหี้ยอะไรเยอะแยะ เห็นไม่ว่างทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ บางทีแม่งไม่ว่างตอนเย็นก็มี งานมึงก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น บางวันหอก็ไม่กลับ มึงบอกกูมาเลยดีกว่า ว่ามึงมีแฟนแล้ว”

อิลฮุนยังพยายามยัดเยียดให้เขามีแฟน เขาหัวเราะใส่มัน ไม่ได้ตอบอะไรเพิ่มเติม ทำให้อีกฝ่ายยิ่งสงสัยขึ้นไปอีก แต่ก่อนที่มันจะได้ถามอะไรเขาเพิ่มเติม ลมใต้ตึกก็พัดเอากระดาษที่วางอยู่ข้างอิลฮุนปลิวตก พีเนียลเลยก้มลงไปช่วยเก็บ เขาก็ว่าจะช่วย ถ้าไม่ติดว่าลมนั่นมันพัดพากลิ่นที่คุ้นเคยมาด้วย

เขาหันไปมองทางทิศที่ลมพัดมา และแน่นอน เขาเห็นร่างของคนที่คุ้นเคยกำลังดูกาแฟเข้าไปอึกใหญ่ก่อนจะกัดปากเหมือนเวลาที่เจ้าตัวชอบใช้ความคิด ไม่ต้องคิดอะไร เขาออกเดินไปหาเจ้าตัวทันที

“อ่าว! แล้วนั่นมึงจะไปไหน! ยุกซองแจ๊!!!”

เขาไม่สนเสียงท้วงเพื่อนเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ลังเลที่จะทักอีกฝ่ายและเพื่อนของพี่ พอพี่อึนกวังบอกให้เขานั่งเขาก็เดินไปนั่งลงข้างๆพี่เลย พี่อึนกวังคุยเก่งมากและคุยสนุกด้วย เขาเล่าเรื่องที่เขาแพ้ให้ฟัง พี่แกก็อินมากหน้าตาน้ำเสียงไปหมดเห็นแล้วก็ตลกดี ที่จริงพี่อึนกวังมีกลิ่นคล้ายๆพี่ชางซอบนะแต่จางมากๆถ้าไม่ได้เข้าใกล้จริงๆจะไม่รู้เลย แต่ยังไงพี่ชางซอบก็หอมกว่า…

เราคุยกันอยู่สักพักเลยล่ะ เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าต้องกลับไปทำงานกับเพื่อนๆ หลังเขางอแงว่าอยากกินข้าวเย็นด้วยพี่ก็ยอมไปแถมยังให้กุญแจห้องพักมาให้เขาด้วย เขาเอาไปปั้มแน่นอนจุดๆนี้ แต่ไม่บอกพี่หรอกนะเดี๋ยวจะโดนว่า ตอนนี้ได้กุญแจห้องพักแล้วอีกหน่อยก็น่าจะได้คอนโดแล้วล่ะ…

เขาเดินกลับไปหาเพื่อนๆ สองคนนั้นนั่งกอดอกมองเขาด้วยสายตาตัดสินและหงุดหงิด เขาค่อยๆนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามด้วยท่าทางเจี๋ยมเจียมก่อนยกยิ้มหวานให้เพื่อนๆทั้งสอง

“เค้าขอโทษ...”

“กูไม่หาย!”

เสียงตะโกนกลับมาของอิลฮุนทำให้เขาหลุดหัวเราะ อีกฝ่ายแทบจะทุ่มไอแพทมาใส่หัวเขาดีว่าพีเนียลห้ามไว้เพราะมันยังผ่อนไม่หมด 

“พรุ่งนี้มึงพรีเซ็นต์คนเดียวเลยนะ!”

เขาพยักหน้ารับโดยดี ก็นะ...เล่นทิ้งให้พวกมันทำหมดเลยนี่นา อิลฮุนเหมือนอยากจะด่าเขาอีกแต่ก็ล้มเลิกก่อนจะทิ้งตัวลงกับพนักพิงกอดอกถามเขาอีก

“...พี่คนนั้นน่ะเหรอ ที่ทำให้มึงไม่ว่างทุกเที่ยง”

เขาไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มให้แบบให้คิดเอาเอง อิลฮุนพึมพัมว่าหมั่นไส้ก่อนจะถามเกี่ยวกับพี่ชางซอบ เขาก็เล่าหมด มันก็บอกว่าน่าสนใจ

“คนเดียวกับที่เห็นมึงซ้อนท้ายเป็นสก๊อยบ่อยๆป่ะวะ ที่มาส่งหอบ่อยๆอ่ะ”

เขาหัวเราะให้กับการเปรียบเปรยนั่น ก่อนจะพยักหน้าตอบอิลฮุนไป

“แล้ว...มึงชอบเขาป่ะ”

“ชอบดิ กูชอบกลิ่นเขามากเลย”

“ไม่ๆ กูหมายถึง ‘ชอบ’ อ่ะ”

“อยากเป็นคนรักน่ะ...”

พีเนียลเสริมขึ้นมาเมื่อเขายังทำหน้าสงสัยอยู่ เขาร้องอ๋อขึ้นมาเมื่อรู้ความหมายที่อิลฮุนต้องการจะสื่อ ชอบเหรอ...อันนี้ไม่รู้ว่ะ เขาส่ายหน้าก่อนบอกพวกเพื่อนๆเขาว่าไม่รู้ ด้วยความที่ไม่เคยมีความรักมาก่อน เขาเลยไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ แต่ถามว่าชอบพี่ชางซอบตรงไหน ก็แน่นอนว่ากลิ่น แต่พออยู่ด้วยกันไปก็ชอบนิสัย ชอบเวลาพี่หัวร้อนเวลาเขาแกล้ง ชอบที่พี่ซื้อขนมมาฝาก ชอบตอนที่ซ้อนท้ายรถพี่เวลาจะไปไหน ชอบเวลาพี่ยิ้ม ชอบเวลาพี่กอดเขาตอนเขาแพ้ 

ชอบ...อยู่กับพี่...

แต่เขาไม่รู้ว่าทั้งหมดนั่นมันคือการชอบแบบที่อิลฮุนหมายถึงหรือเปล่า

เขารู้แต่ว่าตอนพี่กลับมาปลุกเขา แล้วถามเขาว่าหิวไหม

มันทำให้เขาหัวใจพองโตมากเลยล่ะ...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ยังคงรักษาความเร็วนี้ไว้ได้...เหมือนตัวเองเป็นบ้าเลยอ่ะ

ยิ่งเขียนยิ่งเอ็นดูอัลฟ่าของตัวเอง เอาจริงๆไม่ได้แพลนว่าซองแจมันจะน่าสงสารขนาดนี้ /ปิดหน้ายอมรับความผิด

อนว ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ เราเขียนเร็วนักอ่านก็อ่านเร็วเหมือนกัน ค่ตประทับใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #15 btrkp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 02:15
    หนูตกหลุมรักพี่เค้าแล้วค่ะรู้กกกกกก ไม่ใช่แค่ชอบแร้ววววว5555
    #15
    0
  2. #11 Dnoppy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 21:44
    ชอบเรื่องนี้ น่ารักกก
    #11
    0