ฟิคบีทูบี

ตอนที่ 10 : [Series] Omegaverse - Allergy (part 1) #แจซอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    7 ต.ค. 61


Allergy



ปัง!



เสียงเปิดประตูทำเขาสะดุ้งจากเกมที่กำลังเล่นอยู่ ร่างโปร่งคุ้นตาเดินดุ่มๆผ่านเขาไปที่ห้องน้ำก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงน้ำไหลจากฝักบัวทันทีที่เห็นเจ้าตัวเดินเข้าไป เขาอึ้งไปสักพักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะได้สติแล้วลุกขึ้นเดินไปดูคนมาใหม่


“เป็นไรซองแจ...”


เขาถามขึ้นเมื่อเห็นสภาพผู้มาใหม่ที่นั่งพิงผนังแล้วเปิดน้ำเอาฝักบัวราดโดยที่ยังมีผ้าใส่อยู่ครบทุกชิ้น เจ้าตัวเพียงแต่เงยหน้าขึ้นมามองเขาก่อนตอบเขาด้วยน้ำเสียงท้อปนหงุดหงิด


“ผมเจอโอเมก้าฮีท”


“อ่า...”


เขาตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องนอน หยิบผ้าขนหนูใหม่ออกมาแล้วเดินกลับไปที่เดิม ซองแจยังคงนั่งอยู่ที่เดิมขดตัวอยู่ตรงมุมห้องน้ำ ก้มหน้าลงซบเข่าตัวเอง เขาถอนหายใจก่อนปรับน้ำให้อุ่นขึ้น คนเด็กกว่าเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ


“อาบน้ำซะ แล้วเดี๋ยวจะทำอะไรให้กิน”


ซองแจพยักหน้าก่อนจะค่อยๆลุกจัดการตัวเอง พอเห็นอีกฝ่ายเริ่มโอเคเขาจึงเดินออกมาหาอะไรในตู้เย็น ทำอะไรให้เด็กมันกิน จนแล้วจนรอดก็มีแต่รามยอน เฮ้อ...เดี๋ยวคงต้องไปซื้อของเข้าห้องแล้วล่ะ


ไม่นานนักซองแจก็ออกมาจากห้องน้ำ เสื้อผ้าที่เขาให้ยืมดูจะพอดีกับเจ้าตัวไปสักหน่อย เขาลอบขำตอนเจ้าเด็กนั่นพยามดึงแขนเสื้อลงมาก่อนจะบ่นว่ามันฟิตไป


“มีแต่รามยอน กินเลยไหม”


“ครับ กินเลย”


ซองแจเดินเอื่อยๆมานั่งตรงข้ามเขา หน้าตามันดูดีขึ้นกว่าตอนแรก เขามองมันกิน เขี้ยวหายไปแล้ว ส่วนตาก็กลับมาเป็นปกติ


“แล้วไปทำยังไงถึงเจอโอเมก้าฮีท”


“ผมไปช่วยเมเจอร์ขนของ หนึ่งในนั้นไม่ได้พกยามาแล้วเกิดฮีท วุ่นวายมาก ผมถึงกับต้องไปช่วยจับอีกคนที่เป็นอัลฟ่าไม่ให้มันสติหลุดไปทำร้ายเขา กว่าจะจับแยกกว่าจะสงบอารมณ์กัน โอ้โห...นี่ยังไม่นับของที่ขนไม่ถึงครึ่งนะ”


เขาลอบยิ้มตอนเด็กมันกินไปบ่นไปให้เขาฟัง


“แต่นายไม่เป็นไร?”


“พี่ก็รู้หนิ”


“ฮ่ะๆ”


เขายิ้มรับเมื่อเด็กมันทำหน้าหน้ามุ่ยใส่เขา ใช่...อย่างที่มันว่า เขารู้ ว่าทำไมมันถึงไม่เป็นไร


เขานั่งเฝ้าซองแจกินข้าวจนเสร็จ ไล่มันให้ล้างจาน ก่อนจะย้ายกันไปที่โซฟาหน้าทีวี เขานอนลงเหยียดยาวไม่มีที่ให้มันได้นั่งแต่มันก็ไม่ได้สนใจเพียงแต่ทำหน้ามุ่ย เบ้ปากแล้วบ่น


“ปวดหัวอ่ะ...”


“กินพาราแล้วนอน”


“ขอกอดพี่หน่อย...”


ไม่ว่าเปล่ามันก็แทรกตัวเข้ามานอนบนโซฟาด้วย เขาดันไล่มันเป็นพิธีก่อนจะยอมแพ้ในเวลาสามวินาทีต่อมา ไม่ใช่อะไร เคยลองแล้ว สู้แรงมันไม่ได้เลย


เขาถอนหายใจก่อนนอนนิ่งๆ มือที่ว่างอยู่ก็เอื้อมไปหารีโมทหาช่องที่น่าดูระหว่างที่มันกำลัง ‘กอด’ เขาอยู่ ซองแจขยับตัวซุกหน้าเข้ามาที่คอเขา เสียงสูดหายใจพร้อมเสียง อ่า… ทำเขาหลุดหัวเราะ


เขาดูทีวีไปเรื่อยๆก่อนจะรู้สึกว่ามือที่กอดอยู่ที่เอวเขาเริ่มหนักและเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายเริ่มสม่ำเสมอ เขาเรียกชื่อเพื่อเช็คว่าอีกฝ่ายหลับแล้วจริงๆ เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เขาจึงคงค่อยๆเอาตัวออกมา เดินไปห้องนอนแล้วหาหมอนหาผ้าห่มมาให้อีกฝ่าย


เขาหันกลับไปมองมันเจ้าเด็กตัวโตอีกครั้ง


อยู่ๆก็นึกถึงเมื่อก่อน ตอนเจอมันครั้งแรก…

.

.

.

.

.

“พี่เป็นเบต้าเหรอครับ”


เขามองเจ้าเด็กตัวโตคนหนึ่งที่กำลังยืนมองหน้าเขาทำตาปริบๆ มือที่กำลังไตรเตรทสารอยู่ก็ค้างนิ่ง รู้ตัวอีกทีสารก็เกินปริมาณไปแล้ว เขาสบทก่อนปิดวาวล์สาร แล้วหันมามองเจ้าเด็กนี่ดีๆ


“ครับ แล้วน้อง?”


“ผมยุกซองแจ ปีหนึ่ง ชีวะครับ”


“....อ่อ”


เขาตอบเพียงแค่นั้น มองเจ้าเด็กนี่มองเขาตาปริบๆเหมือนมีอะไรจะพูดแต่มันไม่พูดสักที เขาเลิกคิ้วหยั่งเชิงเผื่อว่ามันจะคิดออกว่ามันมีธุระอะไรกับเขาหรือเปล่า ตามันเลิ่กลั่กก่อนจะร้องอ๋อออกมาเสียงยาวแล้วยื่นแฟ้มบางอย่างให้เขา


“นี่ครับ เอกสารของอาจารย์ชเวฝากมา แกบอกให้เอาไปให้อีชางซอบเคมีปีสี่...ว่าแต่...พี่ใช่อีชางซอบหรือเปล่าครับ?”


ไม่ถามพรุ่งนี้เลยล่ะไอ้หนู…


เขาคิดแต่ก็ไม่ว่าอะไรพยักหน้าก่อนรับแฟ้มมาเปิดดูคร่าวๆ พอเห็นว่าเป็นเอกสารที่อาจารย์ชเวแกบอกจะฝากมาก็ปิดแล้วหันไปขอบคุณเจ้าเด็กส่งเอกสาร


“ขอบใจที่มาถึงตึกไกลถึงตึกเคมี”


“ครับ”


เขาหันเอาแฟ้มไปโยนไว้ที่โต๊ะแลปด้านหลังก่อนจะเอาสารในฟรากส์อีกขวดมาทำต่อ แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะเจ้าเด็กส่งเอกสารยังคงยืนมองเขาอยู่ จะทำต่อก็ไม่ไหว สายตาที่เจ้าเด็กนี่มองมันทำให้เขาเสียสมาธิ เขาเลยตัดสินใจวางทุกอย่างแล้วหันไปคุยกับมันดีๆ


“โอเคครับน้อง มีอะไรจะพูดกับพี่ไหม”


“พี่เป็นเบต้าจริงๆเหรอครับ”


คำถามแรกที่มันถามนี่หว่า มันจะถามไปทำไมวะ..


“ครับ พี่เป็นเบต้า น้องมีอะไรหรือเปล่า”


“เปล่าครับแค่...กลิ่นพี่หอมดี”


ตอนนั้นเขาถึงได้รู้ว่า เจ้าเด็กนั่นมันเป็นอัลฟ่า และก็เพิ่งรู้ว่า...เบต้าธรรมดาๆแบบเขา ก็มีกลิ่นด้วยเหมือนกัน…

.

.

.

.

.

“มึง อีชางซอบ มึงจะไม่ไปจริงๆเหรอวะ”


“เออ ไม่ไป ไปทำไมวะรับน้อง ปีสี่กันแล้วนะ”


เขาว่าเบื่อๆก่อนเอาข้อสอบกากบาทเด็กมาตรวจอีกแผ่น พลางปฏิเสธเพื่อนอึนกวังที่มาวอแวให้เขาไปรับน้องตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ยังคงไม่ละความพยายาม


“กูก็ไม่ได้อยากไปนักหรอก แต่พี่บัณฑิตชมรมดิแม่งบอกให้กูไปอยู่นั่นแหละ”


“แล้วยังไง”


“แล้วกูไม่มีใครไปเป็นเพื่อน เหลือคุณเพื่อนชางซอบนี่แหละครับ ผมไม่มีใครแล้ว ช่วยไปกับผมหน่อยเถอะครับ”


ว่าแล้วก็ทำหน้าตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง พยามทำท่าแบ๊วแมลงวันใส่เขา...แต่เขาไม่ใช่ขี้ไง...


“ไม่ไป”


“โอ้ย ชางซอบอ่า คิดว่าไปดูเด็กปีหนึ่งใสๆน่ารักๆไง โอเมก้าน่ารักๆเยอะแยะ ไปเห๊อะ”


“นี่คือจุดประสงค์ของมึงจริงๆใช่ไหม”


“กูไม่รู้จะเอาอะไรมาล่อมึงแล้ว ช่วยไปกับกูดีๆเถอะนะ กูขอร้อง”


เขาถอนหายใจออกมายาวๆให้เพื่อนมันรู้ว่าเขาเหนื่อยใจ แต่มันก็หาได้แคร์ไม่ ยังคงรบเร้าเขาให้ไปกับมัน ไม่รู้ว่าเพราะตัวเองรำคาญหรือใจอ่อน เขาเลยตอบตกลงมันไป


“หลังกูตรวจข้อสอบเสร็จก่อนนะ”


“คร้าบบบบ ทุ่มครึ่ง ร้านประจำนะ”


“เออๆ”


เขาว่าแค่นั้นก่อนที่มันจะเดินออกจากห้องพักไป…

.

.

.

.

.

“ดื่มเลยๆๆๆๆๆ”


เขามองเพื่อนอึนกวังที่กำลังยกแก้วแทนน้องปีหนึ่งที่เล่นเกมแพ้ พอมันกระดกอึกสุดท้ายเสร็จทั้งโต๊ะก็ส่งเสียงเฮกันใหญ่ ส่วนน้องที่มันยกให้ก็มองมันด้วยสายตาปรื้มอกปรื้มใจ อีกเดี๋ยวก็คงได้ไลน์น้องเขามา เขายิ้มก่อนจะยกตอนที่รุ่นน้องปีสองมาชนกับเขาแต่ไม่ยกหมดเขาไม่อยากเมา


“มึงเก่งวะอึนกวัง เอาที่หนึ่งของเจอร์ออกมาแดกเหล้าได้เนี่ย”


“เออ แน่นอน อึนกวังสักอย่าง”


“กูรำคาญลูกตื้อมึงเหอะ ถึงได้มา”


“บ๊ะ! แต่อย่างน้อยก็ได้มึงออกมานะเว้ย ชนหน่อยเร็ว!”


ว่าแล้วก็ยกแก้วมาชนเขาแถมยุให้เขาดื่มหมดอีก แต่เขาก็แค่ยกมาจิบๆ มันไม่ได้สนใจอะไรก่อนกลับไปสวนเสเฮฮากับเพื่อนๆต่อ เขานั่งได้สักพักก็อยากไปห้องน้ำ เขาบอกเพื่อนๆก่อนจะเดินออกไปเลย


ระหว่างทางเขาเหลือบไปเห็นโต๊ะอีกฟากหนึ่ง ไม่ใช่อะไร เขาคุ้นตาเพราะเป็นเพื่อนอีกเมเจอร์ พอมันเห็นเขาก็โบกมือให้ เขาก็โบกมือตอบ แต่ที่หน้าแปลกใจคือเขาเห็นเจ้าเด็กส่งเอกสารนั่นด้วย แต่เหมือนว่ามันไม่เห็นเขา เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเพียงแต่เข้าห้องน้ำแล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะต่อ


“เจอร์ฯชีวะมาด้วยเหรอวะ”


“เออๆใช่ๆ ร้านประจำพวกมันเหมือนกัน กูยังไม่ได้ไปชนกับพวกมันเลยว่ะ เดี๋ยวกูมานะ”


ว่าแล้วมันก็หายไปเกือบครึ่งชั่วโมง และเขาก็เริ่มปวดฉี่อีกแล้ว ที่เขาว่ากินเหล้าถ้าได้ฉี่ครั้งนึง มันจะฉี่ตลอดนี่ท่าจะจริง พอเขาทำธุระเสร็จล้างมือเรียบร้อยตอนหันกลับเขาดันไปเห็นอะไรแปลกๆในห้องน้ำ มันเหมือนคนล้มลงอยู่ เดี๋ยวความตกใจเลยไปเคาะประตู


“คุณครับ เป็นอะไรหรือเปล่า!”


“..ช..น”


“คุณครับ!”


“ช่วย...หน่อย...ครับ”


เขาค่อนข้างตกใจที่ได้ยินกลับมาแบบนั้น เขาตะโกนบอกคนข้างในให้ฝืนมาปลดล๊อคประตู ใช้เวลาสักพักว่าเขาจะได้คนเสียงปลดล๊อค เขาแทรกตัวเข้าไปทันทีที่เห็นว่าประตูเปิด ภาพที่เห็นทำเอาเขาประหลาดใจไม่น้อย ร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งกับพื้นเอาหลังพิงกับชักโครก เขาถึงกับผงะไปตอนก้มลงสำรวจอีกฝ่าย เขี้ยวที่โผล่พ้นริมฝีปากออกมาและนัยตาหรี่เล็กนั่น


อัลฟ่า...ตื่นตัว?


แล้วที่ต้องตกใจกว่านั้นคือ เขารู้จักคนๆนี้


“ซองแจ?”


อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบเมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง คิ้วนั่นขมวดเข้าหากันเหมือนพยายามนึกว่าเขาเป็นใครก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นเมื่อคิดออก เสียงแผ่วนั่นเรียกเขา


“รุ่นพี่...ชางซอบ...”


“เกิดอะไรขึ้น...ทำไมนายถึง...เป็นแบบนี้?”


“ผม...ผมเวียนหัว...กลิ่นโอเมก้า...ทำให้ผมหายใจไม่ออก...”


เจ้าตัวว่าอย่างติดขัดทำให้เขางงเข้าไปใหญ่กับคำอธิบาย ถึงเขาจะเป็นเด็กเคมี แต่ชีวะวิทยาของอัลฟ่าทำไมเขาจะไม่เคยเรียน แบบนี้มันไม่ใช่ตามตำราอย่างน้อยก็ไม่ใช่แบบที่เขาเคยเห็น เขาก้มลงไปสำรวจอีกฝ่าย พยามปลดอะไรก็ได้ให้เจ้าตัวหายใจสะดวกขึ้น เพราะอาการเหมือนจะเป็นไฮเปอร์เวนฯ ได้ทุกเมื่อ


“อ่า...กลิ่นนี้...”


“อะไรนะ-- เฮ้ย!!!”


เขาร้องออกมาทันทีที่ถูกอีกฝ่ายดึงเข้าไปกอด เขาพยายามดิ้น แต่ด้วยแรงของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะมากผิดปกติ ทำให้กลายเป็นว่ายิ่งดิ้นยิ่งเจ็บ เขาหยุดก่อนจะตั้งสติดีๆ เขาพยายามหาคำมาพูดแต่เสียงอีกฝ่ายก็หยุดเขาไว้


“ผมขอ...อยู่แบบนี้สักพักได้ไหม...กลิ่นของพี่...ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น...”


เสียงแผ่วที่ขอปนอ้อนวอนนั่น...ไม่รู้ว่าเพราะอะไร... แต่เขาหยุดและยอมให้อีกฝ่ายกอดเขาไว้อย่างนั้น


ไม่นานเสียงหายใจติดขัดก็หายไป แทนที่ด้วยการหายใจสม่ำเสมอ เขาเพิ่งรู้สึกได้ถึงความร้อนจากตัวอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะสูงกว่าปกติ กอดนั่นคลายลงแล้ว เขาสามารถขยับออกมาได้ เขามองหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง เขี้ยวหายไปแล้ว นัยตาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่สีหน้าซองแจดูเพลียมาก อาจจะเป็นเพราะเหล้าหรือไม่ก็อาการแปลกๆที่เจ้าตัวเป็นอยู่


“นายโอเคไหม”


“ดีขึ้น...แล้วครับ ขอโทษด้วยครับที่ทำให้เดือดร้อน”


เขามองอีกฝ่ายที่หลบตาเขาแล้วค่อยๆพยุงตัวเองให้ขึ้นไปนั่งบนชักโครก เขาลุกตาม แต่สายตายังคงสำรวจอีกฝ่าย สภาพแบบนี้ออกไปต่อคงไม่ไหว ควรจะกลับได้แล้ว


“นายมายังไง”


“ผมมากับพวกรุ่นพี่ครับ”


“พวกชีวะ?”


“ครับ...”


เขาเงียบคิด ถ้ามากับพวกนั้น อีกนานกว่าจะได้กลับ ตอนแรกเขาว่าจะอยู่รอให้มันหายดีกว่านี้ก่อนแต่อีกฝ่ายดูไม่ค่อยสบายตัวเลย เอาตรงๆคือเห็นแล้วสงสาร เขาเลยตัดสินใจจะไปส่งมัน เขาถามอีกฝ่ายว่าของส่วนตัวอยู่ไหนก่อนจะเดินออกไปเอา


“อ้าวชางซอบ มึงไม่เห็นมาชนกับพวกกูเลย”


“เออ ไว้วันหลัง กูจะกลับละ พวกมึงเห็นของของเด็กที่ชื่อซองแจไหม”


“อ้อ อยู่นั่นไง ว่าแต่มันหายไปไหนวะ”


ของเหลือบมองพลางเก็บของทุกชิ้นที่เป็นของซองแจก่อนจะตอบพวกชีวะแบบขอไปที


“มันเมาอยู่ในห้องน้ำ กูกำลังจะกลับ กูเลยว่าจะเอามันกลับด้วย”


“ใจดีแท้ นี่ถ้าไม่ติดว่าชางซอบมันเป็นเบต้านะ กูคิดว่ามันจะเอาไอ้เด็กอัลฟ่านั่นไปเป็นผัว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”


เขาส่ายหัวให้กับมุกไม่ตลกนั่น เขาพยามไม่ใส่ใจแล้วออกจากโต๊ะไป แต่เขาดันเหลือบไปเห็นซองบางอย่าง มันดูคล้ายๆยากระเพาะ พอเขายกขึ้นมาดูสูตรยาเขาถึงกับขมวดคิ้ว


“นี่มันยากลิ่นโอเมก้าเทียมหนิ พวกมึงเอามาทำอะไร”


“มอมเด็กอัลฟ่า”


“ห๊ะ!”


“กูว่าจะเอามามอมมันให้เบลอๆแบบเวลาที่อัลฟ่ามันเป็นกัน แต่มอมไปตั้งนานไม่เห็นมันจะเป็นไรเลย กูก็เลยไม่ได้เห็นมันอาละวาดเลย ฮ่าๆๆๆๆ”


ตึง!!!


ทุกคนหยุดก่อนหันไปตามเสียง


“เลวนักนะพวกมึง! ถ้าเกิดมันเมาแล้วอาละวาดใครจะห้ามมัน! มีแต่เบต้าผู้ชายอยู่สี่ห้าคนเนี่ย ใครมันจะไปเอาอยู่ เรียนชีวะซะเปล่าแค่นี้เสือกไม่รู้!”


ทุกคนบนโต๊ะหันมามองเขาที่อยู่ๆก็ตบโต๊ะตะโกนด่าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไอ้ตัวการก็เหมือนจะอึ้งๆไปแต่ก็เถียงเขากลับ


“อะไรของมึงวะ ยามันไม่แรงสักหน่อย อย่างน้อยมันก็แค่เบลอๆทำตัวก้าวร้าวนิดเดียว”


“ไม่แรงเหี้ยอะไรล่ะ! แหกตาอ่านดู! สารแทนฟีโรโมนเหี้ยนี่แรงกว่าธรรมดาสิบเท่า ถึงเปอร์เซ็นต์ที่เขียนตรงนี้จะน้อย แต่มันเทียบเท่ากับตอนโอเมก้าฮีทโว้ย!”


มันรับไปดูก่อนจะรู้ตัวว่ามันผิดไปจริงๆ มันหันมามองเขาแบบไม่รู้จะทำยังไง


“วันหน้าวันหลังก็อย่าเล่นอะไรเหี้ยๆแบบนี้อีก วันนี้พวกมึงรอดไปเพราะเด็กมันไม่เป็นอะไร ถ้ามันเป็นละก็นะ...”


เขาว่าแค่นั้นก่อนจะเดินไปบอกที่โต๊ะตัวเองว่าจะไปแล้ว เขาเดินกลับไปที่ห้องน้ำพยุงซองแจออกมา จับมันนั่งซ้อนหลังรถแล้วขับออกไปจากตรงนั้นทันที


พอเขากลับมาถึงที่หอของเขา เขาพยุงเด็กซองแจมาไว้ในห้อง หย่อนมันลงโซฟาก่อนจะไปเก็บของทั้งของมันและเขาที่วางไว้ข้างนอก ตอนแรกว่าจะเอาไปส่งหาแต่พอถามอะไรไปก็ไม่ตอบเอาแต่นั่งซบไหล่เขาตลอดทาง


เขาเดินกลับมาหลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เจ้าเด็กนี่มันดูไม่ไหวจริงๆ มันนอนยาวบนโซฟาเขาทันทีที่รู้ว่าจะได้นอน แต่ดูจากหน้ามันก็ไม่ได้รู้สึกสบาย คิ้วมันขมวดตลอดเวลาเหมือนอึดอัด เขาเอามือไปจับหน้าผากมันก็รู้สึกว่ามันอุ่นๆเหมือนคนเป็นไข้ หลังอัลฟ่าตื่นตัวแล้วจะเป็นไข้เหรอวะ...เขาว่าไม่ใช่นะ...ชีวะมัธยมกูเอนะเว้ย มันต้องไม่ใช่แบบนี้อ่ะ


เขาไม่รู้จะสรุปอะไรยังไง เขาเลยว่าจะให้มันลุกมากินยาแล้วให้มันนอนที่นี่ไปเลย ยังไงซะพรุ่งนี้ก็วันเสาร์ เขาเข้าไปเอายาที่ห้องนอนก่อนพยามเรียกมันให้ลุกขึ้นมากินยา


“ซองแจ กินยา แล้วฉันจะไม่กวนเลย”


อีกฝ่ายค่อยๆลุกขึ้นมาก่อนรับยาจากเขาไปกิน มันนั่งนิ่งๆสักพักแล้วจึงล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม


“นี่...ฉันถามได้ไหม”


“ครับ...”


“ที่นายเป็นอยู่นี่...มันคืออะไร”


“ผมเรียกมันว่า ‘ภูมิแพ้โอเมก้า’ครับ”


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เปิดฟิคใหม่แบบไม่แคร์สื่อว่าจะเปิดไปกี่เรื่องแล้วไม่จบ


มันไม่ใช่ไม่จบ มันแค่ยังเขียนไม่เสร็จต่างหาก!!!/ต่างไหมวะ


เอาเถอะ ยังไงก็ฝากติดตามเรื่องใหม่ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #14 btrkp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 01:09
    โอ๊ยยยย โอเมกาเวิร์สสสสสส ฮืออออ รักไรท์มากเลยฮืออออ
    #14
    1
    • #14-1 OnTheWall(จากตอนที่ 10)
      28 กันยายน 2561 / 01:10
      โอ้ยยยยย ยูอ่านเรื่องนี้ด้วยยยยย คิดถึงจังงงงง
      #14-1
  2. #9 กชกรร (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 08:36

    อ้อมิน่าหล่ะตอนเจอโอเมก้าฮีทถึงไม่ค่อยมีอาการ

    #9
    0