[Fic Naruto] Shark Attack!

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 : อย่าไปไหนนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    18 มิ.ย. 60

            ทันทีที่คิซาเมะปรากฏตัวในห้องคาราโอเกะ ทุกอย่างน่าอึดอัดชั่วอึดใจหนึ่งก่อนที่ทุกคนเบนความสนใจไปที่ “เฮ้! คุณอิทาจิ!” แทน เมินเฉยเหมือนเขาไม่มีตัวตน คิซาเมะควรจะโกรธ แต่เขาคิดว่าแบบนี้ดีแล้ว ไม่ต้องมีใครสนว่าเขานั่งอยู่ส่วนไหนของห้องหรือสั่งเครื่องดื่มอะไรมา คิซาเมะนั่งฆ่าเวลา สังเกตการณ์อยู่ที่มุมของตัวเอง ขณะที่คุณอิทาจิถูกพาเข้าร่วมวงอย่างรวดเร็ว

            กลุ่มสาวฮอตสนุกกับการร้องเพลงและเชียร์เพื่อนตัวเอง มีสองคนที่ตัวติดอยู่กับแฟนโรงเรียนอื่น เจ้าพวกนั้นมองมาทางคิซาเมะ ดูสนอกสนใจเป็นพิเศษ คิซาเมะรู้ว่ามันเป็นสัญญาณของอะไร เขาเลยเปลี่ยนมาคำนวณน้ำแข็งในแก้วแทน มองพวกมันละลายตามกาลเวลา รสชาติเจือจางเข้าไปทุกที แสงหลากสีในห้องเริ่มทำให้เขาตาลายขึ้นมา เห็นใบหน้าของอิทาจิถูกประดับด้วยสีสันมากมาย ช่างเป็นคนที่เหมาะกับรอยยิ้มเสียจริง แถมยังถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนเสมอ

            เราช่าง แตกต่างกัน

            “นี่ นายน่ะ ชื่อคิซาเมะใช่ปะ” เสียงนั่นดังมาจากทางซ้าย

            “โชตะคุง อย่าไปกวนเขาสิ”

            “มีอะไรหรือครับ”

            อย่างที่เคยบอกไว้ คนที่เข้าหาเขาตรงๆ คืออาจารย์และคนประเภทฮิดัน และโชตะดูเป็นแบบนั้น หมอนี่ย้อมผมทองทั้งหัว เจาะห่วงบนหัวคิ้ว มีใบหน้าของสุนัขจิ้งจอก เขาเคยเห็นเจ้าหมอนี่มาก่อนหรือเปล่านะ

            “ได้ยินว่านายล้มคนสิบคนมาแล้ว ทำไมมาอยู่กับประธานนักเรียนได้ล่ะ โดนคุมพฤติกรรมอยู่เหรอ”

            “เปล่าครับ”

            “ช่วงนี้ไม่มีเรื่องมีราวกับใครเลยเรอะ”

            “...คุณจะถามไปทำไม”

            โชตะยิ้ม ชะโงกเข้ามากระซิบคุยกับคิซาเมะ “คืออย่างงี้นะเพื่อน สมมุติว่านายเป็นประธานนักเรียน คอยดูแลกฎตามพวกอาจารย์สั่ง แล้วอยู่มาวันหนึ่งดันมีตัวก่อเรื่องโผล่ขึ้นมาในโรงเรียน ใครก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง ถ้าเป็นแบบนั้นคนที่เป็นประธานนักเรียนน่ะไม่อยู่เฉยหรอกจริงไหม แต่ครั่นจะเข้าหาตรงๆ คงทำอะไรไม่ได้ เลยใช้วิธีเป็นเพื่อนแทน พอเป็นแบบนั้นก็ช่วยละลายพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ได้ง่ายสุดๆ ไปเลย”

            อะไรกัน เจ้าหมอนี่พูดมากเกินไปแล้ว

            ทำไมถึงมาคุยกับเราล่ะ ทั้งๆ ที่นั่งเงียบๆ อยู่ก็ดีแล้วแท้ๆ

            เหมือนกันเลย ไอ้ความรู้สึกนี้ เหมือนกับครั้งแรกที่ได้ยินที่ห้องน้ำ เรากำลังโกรธอยู่ ทำไมทุกคนชอบสร้างข่าวลือเสียหายอยู่ตลอดเวลานะ หายใจเข้าออกก็มีแต่เรื่องกลวงเปล่าไปหมด ฉันเองก็เอาตัวออกจากเรื่องพวกนี้มาได้พักหนึ่งแล้ว อย่างน้อยเพื่อไม่ให้สมองโดนพิษทางสังคมทำลายไปหมดเสียก่อน คิซาเมะมองโลกในแง่ดีได้สักกี่ครั้งเชียว เขาไม่ต้องการคนที่เป็นพิษต่อชีวิตแม้สักคนเดียว

“คุณอิทาจิไม่ใช่คนแบบนั้น”

            คิซาเมะพยายามไม่ให้ความโกรธส่อไปทางน้ำเสียง รู้ว่าตัวเองล้มเหลวตอนที่สีหน้าของโชตะเต็มไปด้วยความผิดหวัง

            “เฮ้อ นึกว่านายจะฉลาดกว่านี้ซะอีก”

            คิซาเมะสวนหมัดเข้าไปพลั่ก! โชตะหงายหลังลงไปกุมจมูก เลือดทะลักทะลายออกมาพร้อมกับเสียงกรี๊ดของคนในห้อง ผู้ชายอีกคนทำท่าจะพุ่งเข้ามาใส่คิซาเมะ แต่ชะงักไว้เมื่อเขาลุกขึ้น ขนาดตัวที่แตกต่างเกินไปทำให้หมอนั่นถอยกลับไปพยุงโชตะขึ้นมาแทน แฟนของโชตะเดือดดาลเกินกว่าจะคุมอารมณ์ เธอตบหน้าคิซาเมะฉาดใหญ่แล้วตะโกนใส่เขา

“ทำร้ายคนอื่น เลวที่สุด!

“อ๋อ เหรอ” คิซาเมะผลักไหล่เธอ “งั้นคราวหลัง บอกให้มันสงบปากซะบ้าง”

ท่าทางคุกคามนั่นได้ผลชะงัด เธอกำมือแน่นจนเก็บจิกลงไปในฝ่ามือ อิทาจิเดินมาคั่นกลางระหว่างทั้งสอง “คิซาเมะพอได้แล้ว”

“คุณอิทาจิจะพาตัวปัญหามาทำไม! ฉันคิดอยู่แล้วว่าต้องก่อเรื่อง หมอนั่นทำท่าจะต่อยมิสะด้วย!” เพื่อนมิสะเข้ามาสมทบ “ฉันไม่ได้ชวนนายมาสักหน่อย! ไม่มีใครอยากต้อนรับคนอย่างนาย จะเสนอหน้ามาทำไมหา!?

“ไปตายซะ ไอ้กุ๊ย!

ตอนที่คิซาเมะเดินออกมา โชตะชี้หน้าเขา ใช้นิ้วโป้งปาดคอตนเอง ฉันยังไม่หมดเรื่องกับแก แกโดนเล่นแน่ ไอ้เวร

 

*

เลือดสูบฉีดจนหายใจติดขัดไปหมด ฉันน่าจะต่อยมันอีก เอาให้หน้าบุบกลับเข้าไปในกะโหลก คิซาเมะอยากจะย้อนกลับเข้าไปในห้องนั่นแล้วอัดจนกว่าโชตะจะสลบ ไอ้เวรนั่นคิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน คิดเหรอว่าฉันจะกลัว จะหลงตัวเองมากไปแล้ว แม่งเอ๊ย แม่งเอ๊ย

“คิซาเมะ!

          “ผมถึงบอกไงว่าไม่อยากมา!

            คิซาเมะชกอัดกับกำแพง เสียงกระดูกลั่นดังก้องอยู่ในหู ราวกับว่าเนื้อถูกบดออก ข้อนิ้วของคิซาเมะปูดโปนห้อเลือด มืดสั่นระริกด้วยความโกรธ เมื่อกี้ดันตวาดไปสุดเสียงจนได้ คุณอิทาจิคงตกใจมากสินะ แต่ผมในตอนนี้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เลยจริงๆ เกลียดเวลาที่ถูกไล่ออกมาที่สุด อย่างกับว่าไม่มีที่สำหรับคนอย่างคิซาเมะเลยบนโลกใบนี้ คิซาเมะพยายามกำหนดลมหายใจเข้า-ออก เขาหลับตาเพื่อจัดการความคิดโหดเหี้ยมในหัว กัดฟันแน่นจนปวดไปทั้งกราม ถึงไม่ได้มองหน้ากัน แต่คิซาเมะรับรู้ได้ว่าอิทาจิกำลังย่างกรายเข้ามาอย่างระมัดระวังจากด้านหลัง ได้ยินเสียงเท้าเล็กๆ คู่นั้น มัน...ช่วยให้คิซาเมะสงบลงบ้าง

“คุณไม่จำเป็นต้องมาทำดีกับผม คุณอิทาจิ” คิซาเมะระบายลมหายใจออก “ช่วยอย่ามายุ่งกับผมอีกจะได้ไหมครับ”

ผมจะทำให้คุณเสียเพื่อนเปล่าๆ ไม่อยากเป็นตัวปัญหาหรอกนะ แค่นี้ก็เกินจะทนแล้ว หลังจากนี้จะมีเรื่องกับใครก็ไม่ต้องกลัวว่าจะส่งผลต่ออิทาจิ แค่กลับไปเป็นเหมือนตอนที่ไม่รู้จักกัน ตอนที่เราปฏิเสธผ้าเช็ดหน้าได้ง่ายดายกว่านี้ ถึงไล่ตรงๆ แบบนี้จะทำร้ายจิตใจก็เถอะ เราเองก็ต้องทำเรื่องลาออกจากชมรมให้เป็นเรื่องราว ไปอยู่ชมรมกลับบ้านเหมือนเดิม ไม่ต้องถูกน้ำมันกระเด็นใส่หรือโดนมีดบาดอีก

แบบนั้นคงจะดีกว่า ล่ะมั้ง

ตอนนั้นเองที่มือของอิทาจิแตะบนหลังมือของคิซาเมะ หน้าผากของอีกฝ่ายจรดบนเส้นตรงของแผ่นหลังกว้างอย่างอ่อนโยน

“ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” อิทาจิคุยกับเขา “แต่ว่า คนที่ไล่คนอื่นไปตายไม่ใช่คนดีหรอกนะ” มีแค่เขาที่ได้ยิน

“ขอโทษนะที่ฉันลากนายมา คงจะอึดอัดมากใช่ไหม คราวหน้าถ้าคิซาเมะบอกว่าไม่ ฉันจะเชื่อฟัง”

ทำไม

ทำไมยังพยายามอีกล่ะ เราบอกไปชัดเจนแล้วแท้ๆ

“อย่าไปไหนนะ คิซาเมะ”

“คุณอิทาจิ”

“ฉันไม่ให้ไป”

อิทาจิสวมกอดคิซาเมะจากด้านหลัง กระชับอ้อมกอดแน่นราวกับคิซาเมะเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง ฝังใบหน้าแนบกับแผ่นหลัง เอาแต่พร่ำบอกว่า “ยังไงก็ไม่ให้ไป” นานแค่ไหนแล้วที่คิซาเมะเคยถูกกอดด้วยความรักแบบนี้ ความรู้สึกทั้งหมดของอิทาจิพรั่งพรูออกมาจนหมด กลายเป็นแก้วที่โดนเติมจนเอ่อล้นออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อย่างกับว่าจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ

ไม่สบายใจเลย...

“คุณอิทาจิครับ เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมเอาโคร็อกเกะไปให้เจ้าฮิดัน”

“อือ” อิทาจิขานรับอู้อี้

“แต่มันดันวิจารณ์ว่า หน้าตาเหมือนอึ ผมเลยจับยัดเข้าปาก แต่ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นยังไงเพราะเจ้านั่นเอาแต่ด่าหูดับตับแลบ”

“อือ..”

“ที่คุณบอกว่า หมอนั่นอาจจะไม่ใช่คนเลวร้าย สงสัยจะไม่จริงแล้วล่ะมั้งครับ”

ตอนนั้นเอง คิซาเมะได้ยินเสียงหัวเราะลอดออกมา เป็นเสียงที่อ่อนเยาว์และบริสุทธิ์เท่าที่เคยได้ยินมา เขาจึงหันกลับไปหาอิทาจิ เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าอีกฝ่าย ความเศร้าได้จางลงไปแล้ว

“เป็นแบบนี้ ก็ค่อยยังชั่ว”

“อะไรเหรอ?”

“ถ้าคุณไม่ยิ้ม ผมก็แย่สิครับ”

“นะ นั่นสินะ”

“ผม ขอโทษอย่างแรง”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“ขอโทษจริงๆ นะครับ คุณอิทาจิ”

“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง ไม่สิ จากนี้ไปห้ามโดดชมรมนะ”

“ครับ”

“ต้องมาโรงเรียนให้ทันด้วย จะรอทุกวันเลย”

“ครับ”

“งานเทศกาลใกล้เข้ามาแล้ว เรามาช่วยกันเถอะนะ”

“รับทราบครับ”

“แล้วก็...”

“...”

“วันนี้ ต้องยอมให้ฉันทำแผลให้!

คิซาเมะยิ้มออกมาในที่สุด

“เข้าใจแล้วครับ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

95 ความคิดเห็น

  1. #74 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 21:16
    สงสารจังเลย โดนมองเป็นตัวร้ายตลอดเลย
    #74
    0
  2. #31 VpupinaV (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 06:30
    ย๊าา เจ้ากุ้ยบ้านี่มาหาเรื่องคุณคิซาเมะได้นะ ฮึ้ยยยย//โมโห
    ทำคุณคิซาเมะนอยด์ใหญ่เลย ดีนะมีอิทจี้ทูตวรรค์คอยเป่าหูอยู่ ถถถ
    #31
    0
  3. #12 ชื่อเอ็มไม่ใช่เอม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:04
    ไรท์คะ คุณทำรีดเดอร์จิกหมอนจิกผ้าห่มไปหมดเเล้วค่า ;////;
    อิทาจิดูมีอิทธิพลกับคิซาเมะมากกก ฮีลคุณฉลามได้ดีจริงๆค่ะ
    ชอบตอนสุดท้ายที่อิทาจิจะทำแผลให้คิซาเมะ
    สงสารคิซาเมะตอนที่มีคนหาเรื่อง
    ฮืออออออออ
    เอาใจช่วยคุณฉลามค่า
    #12
    0