[Fic Naruto] Shark Attack!

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 22 : พลิกผัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    17 ธ.ค. 61



นี่เรามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงนะ 

ซาโซริรู้สึกราวกับว่าร่างกายจมอยู่ในโคลนหนืด ต้องบังคับตัวเองอยู่นานกว่าจะกัดฟันลืมตาขึ้นมาแม้ทั่วกระบอกตาปวดระบมไปหมด เขาเผลอทิ้งน้ำหนักขาลงที่ขาข้างหนึ่ง แล้วร่วงลงไปกองกับพื้นทันที 

โอ๊ย!” ดั้งกระแทกพื้น บอกเลยว่า มันเจ็บสะท้านไปถึงกะโหลก 

ซาโซรินอนอยู่ที่เดิม แก้มข้างซบลงกับพื้นเย็นเฉียบ ดวงตามองผ่านช่องแคบระหว่างประตูออกไปด้านนอก ถ้ามีใครกำลังจะเดินเข้ามา เขาจะรู้ ซาโซริทำแบบนี้เสมอเวลาเล่นซ่อนแอบกับพ่อ เฝ้าสังเกตการณ์แล้ววิ่งไปหลบในตู้เสื้อผ้า แต่เขาไม่เคยเก่งกว่าพ่อ พ่อจะหาซาโซริเจอเสมอ ในตอนที่หูแนบอยู่กับพื้น ซาโซริได้ยินเสียงพ่อตะโกนว่า หาเจอแล้ว!  

แต่เมื่อเขาลืมตา ย่าโจคือคนที่เปิดประตูเข้ามา 

“ทำอะไรของแกน่ะ?” 

“ผมล้ม” 

“ก็ลุกสิ” 

“ผมลุกไม่ขึ้น” 

“เป็นบ้าอะไรของแก” 

“ผมเสียขาไปแล้ว ผมจะไม่มีวันได้ขาของผมคืนอีก” 

ย่าโจชักจะรำคาญ “ไปแต่งตัวซะซาโซริ! 

 

ถึงจะไม่อยากไปโรงเรียนแค่ไหนก็ทำตามใจตัวเองไม่ได้ เขาไม่อยากถูกถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่อยากเล่าถึงเดอิดาระ ไม่อยากคิดถึงช่วงเวลาที่ผิดพลาดที่สุดของตัวเอง ดอกไม้ไฟในวันนั้นตามหลอกหลอนภายในความทรงจำ เป็นภาพย้อนกรอกลับซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำพูดที่สวนสนุกดังก้องในกะโหลก 

หยุดคิด หยุดคิดได้แล้ว ซาโซริ เขาโขกหัวกับล็อคเกอร์เบา ๆ โฟกัส เรากำลังจะเข้าไปเรียน เรามีงานของการเป็นรองประธานต้องทำ  

ซาโซริเปิดประตูตู้ล็อคเกอร์เพื่อเปลี่ยนรองเท้า ความคิดทั้งมดหยุดลงเมื่อเห็นเดอิดาระเดินเข้าประตูมา  

ซาโซริแทบจะหยุดหายใจ เช่นเดียวกับเดอิดาระ ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดอะไรออกมา เดอิดาระก็หันไปทางอื่น ตะโกนทักเจ้าโทบิแล้ววิ่งหายไปที่ล็อคเกอร์อีกช่อง ซาโซริมองตามหลังเดอิดาระที่หยาไปจากสายตา มวลอารมณ์ท่วมท้นแล่นริ้วไปทั่วทั้งร่าง เรียวนิ้วสั่นระริก มือกำแน่นเสียจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว ซาโซริรู้สึกเหมือนไอ้ขี้แพ้ที่กำลังโกรธจัด ทั้งที่ควรจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ ทั้งที่ควรจะเข้าใจเดอิดาระมากกว่านี้แท้ ๆ แต่กลับมาโมโหอีกฝ่ายทีหลัง ตัวเราที่เป็นแบบนี้น่ะน่ารังเกียจสิ้นดี ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ซาโซริปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนเฮงซวย  

ความรู้สึกมากมายปะทุออกมา โครม! นักเรียนสาวกรี๊ดด้วยความตกใจ หมัดต่อยเข้ากับประตูล็อคเกอร์จนบุบ ซาโซริค่อย ๆ ได้สติจากความเจ็บปวดที่เริ่มร้าวรานตามข้อนิ้วที่แตก ซาโซริกัดฟันกรอดแล้วเลียเลือดไหลซึมออกมาจากแผล กระแทกล็อคเกอร์ปิดด้วยความหงุดหงิดพร้อมก้าวฉับ ๆ หนีไป 

อะไรกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นฝ่ายเข้าหาฉันแท้ ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเอาแต่เดินตามเป็นลูกเป็ดไม่ห่าง ทำไมทุกอย่างต้องกลายเป็นแบบนี้ด้วย 

ทำบ้าอะไรของแกวะ เขาบอกตัวเอง ทำไมเราถึงเป็นขนาดนี้- ซาโซริไม่ทันมองทางจนชนกับแผ่นหลังของใครบางคน พอมองถึงเห็นว่าเป็นอิทาจิซึ่งกำลังคุยกับอาจารย์อยู่ 

“อ้า ซาโซริ อรุณสวัสดิ์” 

“อรุณสวัสดิ์ครับ” ซาโซริขยี้ผมแก้เก้อ เขาหันไปหาอิทาจิ “มีอะไรกันเหรอ” 

“มาก็ดีเลยซาโซริ! ฉันกำลังคุยกับอิทาจิคุงน่ะ ตั้งแต่สนิทกันแล้วความประพฤติหมอนั่นดีขึ้นเยอะเลยนะ” 

“คุณหมายถึงใครเหรอครับ” 

“ก็นั่นไง เจ้าโฮชิงากิ คิซาเมะน่ะ” 

ให้ตายซี่ คนเด่นคนดังนี่มันดีจริงๆ  

“ช่วงนี้นอกจากจะไม่มีเรื่องแล้วก็มาเข้าเรียนทุกครั้ง ผลการเรียนก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อย่างแต่ก่อน ต้องยกความดีความชอบให้พวกเธอสองคนเลยนะ!” 

ซาโซริหัวเราะหน้าตาย “ไม่ใช่หรอก ทุกอย่างเป็นเพราะอิทาจิต่างหากล่ะ” 

อิทาจิตีแขนซาโซริ บังคับให้หยุดเล่ากลางคัน ซาโซริทำเป็นผิวปากมองไปทางอื่น เห็นใบหน้าของเพื่อนกลายเป็นสีแดงขึ้นมา อาจารย์หัวเราะเอิ้กอ้าก แล้วคุยกับเราสองคนสักครู่หนึ่งก่อนจะขอตัวกลับห้องพักครู 

เมื่อเหลือแค่เราสองคน ก็ถึงเวลาคุยเรื่องส่วนตัว 

“นี่ ดูเหมือนว่าจะไปได้ดีใช่ไหม” 

“ก็..นะ” 

“ขอเป็นแฟนหรือยัง?” 

“ยัง” 

“เอาจริงดิ? รออะไรอยู่ไม่ทราบ อย่าบอกนะว่ายังไม่เผด็จศึก” 

“พูดจาน่าเกลียดจริง!” 

“เย็นนี้จะไปเที่ยวด้วยกันหรือเปล่าล่ะ” 

อิทาจิอิดออดไม่ยอมตอบอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็หลบสายตาของซาโซริไม่ได้ เพราะอย่างนั้นเลยยอมคายออกมา “ก็...แค่นัดไปดื่มกาแฟนิดหน่อย” 

เขายิ้มออกมา หยอกล้ออิทาจินิดหน่อยระหว่างที่เดินกลับห้องไปด้วยกัน 

ก่อนหน้านี้ ซาโซรินึกไม่ออกเลยว่าจะมาสนิทกับอุจิวะ อิทาจิได้ 

ชื่อเสียงเลื่องลือมาแต่ไกลเลยล่ะ เพราะมาจากตระกูลใหญ่ อิทาจิเลยเป็นที่สนใจของทุกคนในโรงเรียน เจ้าเด็กอัจฉริยะที่ย้ายขึ้นมาเรียนทัดเทียมกับซาโซริ เราโดนโหวตให้เป็นหัวหน้าห้อง รู้จักกันตั้งแต่ครั้งนั้น พอรู้ตัวอีกทีก็คอยไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ อิทาจินอบน้อมยิ่งกว่าซาโซริเสียอีก หลังจากนั้นเราอสงคนก็โดนผลักดันไปอยู่ในตำแหน่งที่ใหญ่กว่าอย่างประธานนักเรียน ยอมรับตามตรง ซาโซริรู้สึกว่าพออยู่ตรงนี้แล้วตัวเองมีอำนาจล้นมือ ถึงเปิดชมรมแต่ไม่มีสมาชิกเลยสักคนก็ช่างหัวมัน  

เราใช้ชีวิตกันสงบสุขไปสักหน่อย ต้องยอมรับเลย อิทาจิมีเรื่องรักใคร่น้อยมากแม้จะถูกจีบทุกก้าวที่ตัวเองเดิน สาว ๆ เม้าท์กันว่าเจ้าตัวเป็นหนุ่มสุดฮอตของโรงเรียน แถมยังเย็นชาอีกต่างหาก ใครกันนะที่จะละลายหัวใจเจ้าชายน้ำแข็งได้ 

คำตอบ : ฉลาม 

อิทาจิเกย์กว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว แถมตอนนี้แทบจะกลายสภาพเป็นสาวน้อยวัยแรกรุ่นที่กำลังอินกับความรักสุดหัวใจ คนที่รู้เรื่องนี้มีแค่เขา พวกโคนัน และอาจจะรวมเจ้าฮิดันด้วย แต่หมอนั่นน่ะไม่ได้อยู่ในโคจรเราเท่าไหร่ แล้วตอนนี้ได้ข่าวว่าไปปิ๊งโคนันเข้าให้ รอฟังข่าวร้ายได้เลย เจ้างั่งเอ๊ย ช่วยรักให้มันถูกคนหน่อยไม่ได้หรือยังไง 

 เฮ้อ... จะว่าไปความรักของทุกคนกำลังไปได้สวย ยกเว้นซาโซริแค่คนเดียว 

เมื่อเลิกเรียน ซาโซริแยกย้ายให้อิทาจิไปกับคิซาเมะ เขาเดินกลับมาที่ห้องชมรม แสงอัสดงยามเย็นย้อมห้องทั้งห้องให้กลายเป็นสีส้ม เสี้ยววินาทีหนึ่งที่ความว่างเปล่าทำให้ซาโซริเจ็บปวด เขาสูดหายใจเข้าลึกขณะที่ดึงเก้าอี้ตัวเดิมมานั่ง หยิบเครื่องมือแกะสลักออกมาวางเอาไว้ 

“สวัสดี ไม่เจอกันนานเลยนะ” ซาโซริพูดกับไม้ในมือบนฝ่ามือ “ตอนนี้ เหลือแค่นายกับฉัน” 

เขาอยากให้มันพูดตอบได้อยู่หรอก แต่อย่างแรกคือ ต้องทำปากให้มันเสียก่อน 

ซาโซริเริ่มทำงานของตัวเอง วางกระดาษบนแผ่นไม้และเริ่มตัดส่วนหัวของมันออกมาให้เป็นทรง ขัดเกลาส่วนโค้งของมันให้ได้ตามที่เขาต้องการ ทุกสิ่งทุกอย่างใช้เวลา มันเป็นช่วงเวลาเดียวที่ซาโซริสามารถกีดกันเรื่องเครียดออกไปจากสมอง ทว่าครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป แม้ว่าเขาจะอยู่เพียงคนเดียว แม้จะไม่มีใครผลักประตูเข้ามาส่งเสียงเจี้ยวจ้าวอย่างทุกครั้ง ทว่าสมาธิของซาโซริกลับเป็นศูนย์ไม่อยู่กับร่องกับรอย กลายต่อกลายครั้งที่เขาพลาดและทำให้รูปศีรษะบิดเบี้ยวผิดเพี้ยน ซาโซริพยายามแก้ ตัดให้มันเท่ากันและสมบูรณ์ แต่เขาไม่เคยพอใจ มันไม่ดีเหมือนเก่า สุดท้ายเนื้อไม้มากมายก็เสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ นี่เป็นหุ่นที่หน้าตาอัปลักษณ์ที่สุดที่เขาเคยเห็นมา 

ซาโซริรู้สึกถึงเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากริมฝีปากนั่น ถ้อยคำเสียดแทงดังออกมา แกมันห่วยแตก แกมันไร้ฝีมือ เพราะแบบนั้น ไอ้เด็กนั่นถึงทิ้งแกไป ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะแก 

ซาโซริเขวี้ยงหัวหุ่นอัปลักษณ์ลงพื้น มันแตกเป็นเสี่ยง ชิ้นส่วนกลิ้งกระจายบนพื้น ซาโซริค่อย ๆ ถอยหลัง เข่าของเขาอ่อนยวบจนกระเอนพิงกับตู้ด้านหลัง ตอนนั้นเองที่เขาเห็นหยาดหยดสีแดงฉาน มันอยู่บนโต๊ะ บนพื้น และบนรองเท้าของเขา ซาโซริมองมือทั้งสองข้างของตน และพบว่ามันเต็มไปด้วยบาดแผลจากเครื่องมือ เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยจนกระทั่งตอนนี้ 

ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงยึดเหนี่ยว ร่างของซาโซริทิ้งลงบนพื้น เขาซบหน้าลงกับฝ่ามือของตนเอง น้ำตาไหลเอ่อออกมาโดยไม่รู้ตัว วินาทีนั้น สมองของเขาคิดถึงเพื่อน ซาโซริคิดถึงอิทาจิ เขาอยากโทรหา ไปบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เขาควรจะ... 

.... 

...ไม่สิ ไม่ได้ 

ซาโซริมองเบอร์ของอิทาจิในมือถือ มันสะท้อนกับนัยน์ตาของเขา นิ้วโป้งอยู่เหนือ แต่ไม่กดลงไป 

อิทาจิยังไม่รู้เรื่องเดอิดาระ แต่ซาโซริคิดว่าอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องรู้หรอก 

เราน่ะ ไม่อยากทำให้ใครต้องมาลำบากใจอีกแล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก อิทาจิกำลังไปได้สวยกับคิซาเมะ เราเองก็ต้องดีใจไปด้วยไม่ใช่หรือยังไง ถึงจะมาเรียกร้องตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว เราเป็นคนตัดสินใจ เพราะฉะนั้น 

เพราะฉะนั้น ตอนนี้ต้องอดทนไปก่อน จะรบกวนคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว 

เราน่ะ ไม่เป็นไรหรอก... 

คิดว่านะ 

 

-*- 

 

อิทาจิเห็นคิซาเมะกอดผู้หญิงแปลกหน้าที่อีกฟากของถนน 

ราวกับว่าหัวใจของเขาหายไปจากอกทั้งอย่างนั้น อิทาจิที่ยืนมองอยู่ทำอะไรไม่ถูก ไม่สามารถขยับหรือเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาตาย ร่างกายถูกช็อคความรู้สึก เขาหวังว่ามันจะจบ หวังว่าทั้งสองจะไม่ได้เป็นอะไรกัน หวังว่าสิ่งที่เห็นจะไม่ใช่ความจริง แต่เมื่อคิซาเมะผละออกมา อิทาจิเห็นวิธีที่อีกฝ่ายประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ แบบเดียวกับที่สัมผัสอิทาจิที่มุมหนึ่งของตึก อ้อมกอดที่เคยเป็นของเขา ตอนนี้ถูกมอบให้กับคนอื่น 

ก้าวหนึ่ง อิทาจิขยับได้ ทั้งสองกำลังคุยบางอย่าง แต่อิทาจิหันหลังกลับ ก้าวขาอย่างรวดเร็วเพื่อหนีออกจากตรงนั้น พลันความรู้สึกมากมายพรั่งพรูออกมาเต็มไปหมด คำถาม ความสับสน ทุกอย่างปะปนกันจนแทบจะระเบิดออกมา 

อิทาจิผลักประตูบ้าน เห็นซาสึเกะนั่งเล่นมือถืออยู่ที่ห้องครัว 

"พี่ ทำไมวันนี้กลับมาเร็วล่ะ” 

จริงสิ วันนี้บอกว่าจะกลับช้านี่นา 

มองไปบนโต๊ะ อิทาจิเห็นซองอาหารแช่แข็งวางอยู่ ดูเหมือนว่าซาสึเกะจะหาทางเอาตัวรอดด้วยตัวเอง แต่อาหารพวกนั้นน่ะมันดีต่อสุขภาพที่ไหนกัน อิทาจิวางกระเป๋าของตัวเองลง เก็บอาหารพวกนั้นกลับเข้าไปในช่องฟรีช 

ไม่เป็นไร เรา ไม่เป็นไร 

“เดี๋ยววันนี้พี่จะทำอาหารให้ อยากจะกินอะไรล่ะ” 

ซาสึเกะนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “อิทาจิ วันนี้พี่ดูเหนื่อย ๆ นะ” 

“พี่ไม่เป็นไร แค่ทำข้าวเย็นเองนี่นา” 

เขาได้ยินเสียงดันเก้าอี้ด้านหลัง ซาสึเกะลุกขึ้น วางมือบนไหล่ของอิทาจิจนเขาสะดุ้งโหยง  

ไม่ได้ ถ้ามองหน้าตอนนี้ ซาสึเกะต้องสงสัยแน่ว่าเกิดอะไรขึ้น 

อิทาจิหันไปมองทางอื่น เบือนหน้าหนีน้องชายตัวเอง เขากลัวว่าถ้าไม่ทำแบบนั้น ตัวเองจะพรั่งพรูความอึดอัดทั้งหมดออกมา มือของอิทาจินั้นสั่นเทาบนเคาเตอร์ครัว  

“ไปพักเถอะอิทาจิ” 

ใช้เวลาอยู่นานมาก อิทาจิค่อย ๆ เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า เข้าไปในห้องของตัวเองและล็อคประตูเอาไว้ เขาทิ้งตัวลงบนเตียง แขนก่ายอยู่บนหน้าผาก 

เวลาแบบนี้ เราต้องทำยังไงกันนะ 

เป็นครั้งแรกเลยที่อยากจะหายไปจากโลกนี้เฉย ๆ ไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกแล้ว ทำไมถึงอยู่กับคนอื่นได้ ทำไมถึงกอดกับคนคนนั้นล่ะ อิทาจิอยากจะได้คำตอบเหลือเกิน เขาหวังว่าจะมีเบอร์ของคิซาเมะดังขึ้นมา ถ้าโทรไปตอนนี้ คิซาเมะจะยอมรับโทรศัพท์หรือเปล่า 

ทำยังไงดี จะทำยังไงดี 

ในเวลาแบบนี้ อิทาจิไม่รู้เลยว่าเขาต้องทำอย่างไรนอกจากรอคำตอบจากคิซาเมะ 

แต่คิซาเมะก็ไม่ได้โทรกลับมาในคืนนี้




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

95 ความคิดเห็น

  1. #86 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 04:56
    ดราม่ามาเยือนแล้ว สองคู่เลย สงสารอิทาจิแบบรักคิซามาก ทำไมแกทำแบบนี้
    ส่วนซาโซริ ขอให้ได้คุยกับเดอิไวๆเด้อ ชอบตอนแกล้งตายกับย่าโจตอนเด็กๆ
    #86
    0