[Fic Naruto] Shark Attack!

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 18 : ไม่มีอะไร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    5 ก.ย. 60


คิซาเมะรู้สึกว่าตัวเองแต่งตัวได้จืดชืดที่สุดในกลุ่ม ไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณอิทาจินอกจากจะเป็นประธานนักเรียนแล้วยังมีเพื่อนเป็นเด็กเท่กับเขาด้วย โคนันกับเพนเหมือนกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ในขณะที่คิซาเมะหลับตาหยิบเสื้อที่หมกไว้ในตะกร้ามาใส่ ขอบคุณที่ไม่มีใครวิจารณ์การแต่งตัวเขา คงมีแต่คุณอิทาจินั่นแหละที่มีแววประกายฉายส่องในดวงตา แต่เมื่อเห็นคนที่อยู่ข้างหลัง เจ้าตัวก็ชะงักไป

“ฮิดัน?”

            คิซาเมะวาดแขนกอดคอฮิดันด้วยความรักใคร่ “เราเป็นเพื่อนสนิทกันแล้วครับ”

จากนั้น เขาโดนฮิดันกัดแขน เป็นการเริ่มต้นวันใหม่ได้ประเสริฐ

            คุณอิทาจิเป็นคนบอกเองว่า “ทุกคนจะไปสวนสนุกกัน นายเองก็พาเพื่อนมาได้นะ” คิซาเมะไม่เคยมีคนที่ใกล้เคียงคำว่าเพื่อน ศัตรูต่างหากที่มาไม่หวาดไม่ไหว เพราะฉะนั้น เขาจึงตรงไปหาฮิดันหลังเลิกเรียน บอกข้อตกลงทั้งหมดรวดเดียวแบบไม่รอคนฟัง “ถ้าฉันชนะแกต้องไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน” แน่นอน ฮิดันงงเสียยิ่งกว่างง กว่าจะอ้าปากเถียง อะไรของแกวะ– คิซาเมะชิงต่อยก่อน เสยคางจนหมอนั่นร่วงไปกองกับพื้น แล้วหนีไปทั้งอย่างนั้น สุดท้ายก็ลากมันมาจนได้ สาบานได้ว่านี่จะเป็นมิตรภาพที่บอบบางยิ่งกว่ากระดาษ

            เพนหรี่ตา “ไม่ใช่ว่าพวกนายเป็นคู่กัดกันเหรอ”

            “เคยเป็น แต่เราไม่บาดหม่างกันแล้ว! คิซาเมะกับฉันซี้กัน ม๊ากกกกกมาก”

ฮิดันเถียงข้างๆ คูๆ ฉีกยิ้มกว้างขวาง ต้องเขย่งเท้าถึงจะกอดคอคิซาเมะถึง แล้วใช้เล็บทั้งหมดที่มีจิกคอเขา แทบจะทะลุไปถึงหลอดลม มันแอบไปไว้เล็บตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ คิซาเมะพยายามยิ้มบ้าง แต่ดูจากสีหน้าของทุกคนแล้ว หน้าคงจะเหมือนฆาตกรมากกว่าคนปกติ มีแต่อิทาจิที่ยินดียินร้ายกับเรื่องนี้

            “ดีแล้วล่ะ”

            คิซาเมะถอนหายใจอย่างโล่งอก แกะมือฮิดันออกจากคอ “เราจะไปหรือยัง”

            “ยัง”

            เสียงของซาโซริดังใกล้มาก คิซาเมะพึ่งรู้ว่าเจ้าตัวนั่งอยู่ตรงม้านั่งนี่เอง หน้าอมทุกข์ที่สุดเท่าที่คิซาเมะเคยเห็นมา เขาเคยชินกับการถูกกวนประสาทหน้าตาย แต่ดูเหมือนช่วงนี้ซาโซริจะมีปัญหา ไม่พูดแซวหรือแกล้งอะไรคุณอิทาจิ ซาโซริกอดอกแน่น สั่นขาทั่กทั่กทั่กเป็นจังหวะ หายใจฮึดฮัดด้วยความหงุดหงิดขณะที่มองมือถือ ตาขุ่นขลักเป็นโคลน

            “เดอิดาระกับโทบิยังไม่มาน่ะ” อิทาจิเฉลย

            “ใครเหรอครับ?”

            “สมาชิกชมรมของซาโซริน่ะ”

            “เอ่อ”

            “ซาโซริเป็นพวกที่ไม่ชอบรอใครแล้วไม่ชอบให้ใครรอ”

            ช่างเป็นคนที่ไม่ยืดหยุ่นเอาซะเลย แต่โดนทำให้หงุดหงิดบ้างก็ดีล่ะมั้ง ต้องขอบคุณเดอิดาระกับโทบิ คิซาเมะและทุกคนต้องรอไปอีกครึ่งชั่วโมงว่าสองคนนั้นจะโผล่มา หัวสีทองนั่นเด่นชัดท่ามกลางฝูงชน หาได้ไม่ยาก เดอิดาระถูกคนอื่นด่า มีเพียงซาโซริที่เงียบกริบ ไม่พูดอะไรสักคำ ทั้งที่เมื่อครู่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแท้ๆ

           

            การไม่ได้มาสวนสนุกเป็นเวลาช้านานทำให้คิซาเมะรู้สึกว่าตัวเองแก่หงำเหงือก เขาพร้อมแล้วที่จะนั่งเก้าอี้โยกหน้าเตาผิง คิดถึงเรื่องผิดพลาดในอดีตและตายอย่างสงบ แต่วันนี้ใกล้เคียงกับคำว่าตายโหงมากกว่า

            ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่รถไฟเหาะสูบวิญญาณ ถึงเครื่องจะส่ายแต่คุณจะไม่ตายเพียงลำพัง

            คิซาเมะพึมพำบทสวนมนต์ทันทีที่รถไฟเริ่มไต่ขึ้นรางอย่างเชื่องช้า เสียงกึกกักของมันเหมือนฟันเฟืองนาฬิกาชีวิตที่ใกล้จะตายเข้าทุกที จิกเล็บกับที่จับ ถึงถูกไล่มานั่งด้านหลังเพราะตัวใหญ่แต่ไม่ใช่ว่าจะทำให้หวาดผวาน้อยลง ทันทีที่รถทยานลง คิซาเมะสติแตก กรีดร้องบ้าคลั่ง(ในใจ)เพียงตัวคนเดียว

            ภาพที่ถ่ายออกมาระหว่างทางดูไม่จืดสุดๆ ไปเลย

            “อะไรกันคิดว่ากะอีแค่รถไฟเหาะจะทำอะไรนายไม่ได้ซะอีก”

            ทุกคนหนีมานั่งพักที่โต๊ะอาหารไม่ห่างจากกันมาก คิซาเมะไม่ใช่คนเดียวที่โดนรถไฟเหาะทำพิษ คุณอิทาจิหน้าซีดมาตั้งแต่ลง เดินโซซัดโซเซมาฟุบข้างๆ คิซาเมะที่ดมยาดมอยู่ ซาโซริเดินกลับมาพร้อมเครื่องดื่มที่ทุกคนฝากซื้อ เลื่อนแก้วโคล่าให้อิทาจิ

            “จริงๆ เลย บอกแล้วว่าไม่ไหวอย่าฝืน”

            แต่ไม่นานสายตาของซาโซริก็กลับไปที่เดอิดาระอีกครั้ง อีกฝ่ายเหยียดหลังตรงแข็งทื่อเมื่อถูกสบตา

            “คือว่า”

            “อ๊าาา! จริงสิโทบิ แกกับฉันไปเล่นซุ้มของเล่นกันเถอะ!

“เอ๋? พึ่งเข้ามาเองเล่นเครื่องเล่นไม่ดีกว่าเหรอครับรุ่นพี่”

“นั่นสินะ! งั้นไปเล่นเครื่องเล่นกันเถอะ! ตักตวงเวลาๆ!

เดอิดาระลากโทบิออกไปอย่างรวดเร็ว ซาโซริหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็เรียกสติกลับได้ในที่สุด แจกจ่ายแก้วของแต่ละคนแล้วทรุดตัวนั่งอย่างห่อเหี่ยว

โคนันเลิกคิ้ว “สตอเบอร์รี่โซดา?”

            “ไม่ได้หรือไง”

            “นั่นสินะ งั้นขอกินด้วยสิ”

            “มีของตัวเองอยู่แล้วแท้ๆ”

ตอนนั้นแหละที่คิซาเมะเกิดสงสัยขึ้นมา เขามองเพนกับโคนันสลับกัน

            “คุณสองคนเป็นแฟนกันเหรอ”

            “ไม่ใช่”

            ทั้งสองตอบเป็นเสียงเดียวกัน

            “ฉันน่ะไม่สนใจสักนิด”

            “ส่วนฉันถูกปฏิเสธมาตลอด ทำใจไว้แล้วล่ะ”

            “พูดงี้จะบอกว่าฉันใจร้ายเหรอ”

            สายตาของเพนมีความเศร้าขึ้นมา ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมา “เปล่าสักหน่อย”

            ไม่ใช่ว่าไม่เป็นไรหรอก แต่ที่จริงแล้วใจร้ายสุดๆ ไปเลยต่างหากล่ะครับ ทั้งสองดูเหมือนคบกัน บางทีอาจจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่คิซาเมะไม่รู้อีกเยอะ

            ระหว่างที่คิดว่าจะถามซาโซริเรื่องนี้ (เนื่องจากเจ้าตัวรู้ไปซะทุกเรื่อง) มีบางอย่างกระตุกขากางเกงของคิซาเมะไว้ เขามองลงไปและเห็นเด็กผู้หญิงยืนอยู่ ปากเบะขยับอย่างยากลำบาก แก้มเปียกชื้นด้วยน้ำตา น้ำเสียงเล็กเบาหวิวจนคิซาเมะต้องก้มลงไปใกล้มากขึ้นเพื่อฟัง

            “พี่ฉลามช่วยหนูด้วย หนูหาแม่ไม่เจอ”

            ฮิดันเป็นคนแรกที่ขำก๊ากออกมา ส่วนคุณอิทาจิพยายามกลั้นยิ้มสุดชีวิตแต่ไม่เนียน คิซาเมะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนอยู่

            “หนูชื่ออะไร”

“มิราอิค่ะ”

            “มิราอิจังสินะ” ฮิดันพูดแทรก “นี่ อย่าร้องไห้เลยนะ เดี๋ยวพวกพี่จะช่วยหาคุณแม่เอง!

            แต่จังหวะที่มันเอื้อมมือมาจะลูบหัวนั่นแหละ มิราอิจังก็ร้องไห้จ้าออกมา แต่ละคนมองหน้ากันเลิกลักไม่อยู่จะทำยังไง ปล่อยให้เจ้าฮิดันหน้าแหกกลางสาธารณะ เริ่มมีคนมองมาที่พวกเขาแล้วตัดสินทันที ไอ้พวกเด็กวัยรุ่นพวกนี้พ่อแม่ไม่สั่งสอนทำเด็กตัวเล็กๆ ร้องไห้ร้องห่มกลางสวนสนุก ทั้งกลุ่มดูชั่วช้าสามานไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

            คิซาเมะต้องการกู้หน้าให้ทุกคน เขาเลยหันไปตบหัวฮิดัน ผัวะ!

            “ทำอะไรของแกวะ”

            “ไม่เห็นต้องรุนแรงเลยไอ้คนป่าเถื่อน! รับไม่ได้!

            คิซาเมะทำเป็นไม่สนใจ “พี่จัดการคนไม่ดีให้แล้ว ฉะนั้นอย่าร้องไห้เลยนะ”

            มิราอิหยุดร้องไห้แล้ว

            “ฉันว่ารีบไปประชาสัมพันธ์ดีกว่านะ” ซาโซริสรุป

            “แล้วประชาสัมพันธ์มันอยู่ตรงไหนล่ะครับ”

            “ดูแผนที่สิ”

            เพนขยับปากเชื่องช้าเหมือนตุ๊กตาไขลาน “...แผนที่อยู่กับเดอิดาระอะ”

            “แล้วไปฝากที่มันทำไม!?” โคนันด่า

            “ฉันไม่รู้นี่ว่ามันจะแรดไปที่อื่น!

            “สุภาพหน่อย!” อิทาจิปิดหูมิราอิจังเอาไว้

            คิซาเมะกุมขมับ ทำไมทุกคนถึงวุ่นวายขนาดนี้นะ พวกเขาใช้เวลาเถียงกันอยู่สิบนาทีโคนันถึงเปิดแผนที่ดูในมือถือ ต้องเดินไกลสักหน่อยกว่าจะเจอประชาสัมพันธ์ พอเริ่มเดินกัน มิราอิยังคงจับกางเกงคิซาเมะเอาไว้ไม่ห่าง มีอิทาจิแนบอยู่ข้างซ้าย มองทั้งสองด้วยความเอ็นดู ไอ้สายตาแบบนั้นแหละที่คิซาเมะอึดอัดแต่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเสียใจ ที่ประหลาดกว่าคือมิราอิที่อายุไม่ถึงสิบขวบดันไม่มีทีท่าว่าจะกลัวคิซาเมะ คนส่วนใหญ่แค่มองหน้ายังไม่กล้า แต่เด็กนี่ดันจ้องเขาตาแป๋วได้นานสองนาน คิซาเมะจะเดินเร็วก็ไม่ได้ กลัวว่าจะทำเด็กล้มไปด้วย เขาเลยเดินรั้งท้ายเพื่อนอยู่นี่ ความเร็วชนิดทากเลื้อยแบบนี้ชาติหน้าคงไม่เจอแม่เด็ก

            “มิราอิจังไปเดินกับคุณอิทาจิดีกว่านะครับ”

            “ก็พี่ฉลามปกป้องหนูจากคนไม่ดี”

            เธอชี้ไปที่ฮิดัน เจ้าตัวเลยทิ้งระยะห่างออกไปอีก เอาแต่จิ๊ปากหงุดหงิดตลอดทาง โกรธเด็กแบบนี้ก็ได้เรอะแกน่ะ ส่วนคุณอิทาจิรีบเข้ามาสมทบทันที

“ใช่ไหมล่ะ พี่คิซาเมะเท่สุดๆ ไปเลย”

“อื้อ!” มิราอิจังพยักหน้าด้วยความมั่นใจ “พี่ฉลามสุดยอด”

“ไชโย”

“คุณอิทาจิอย่าพึ่งหาแนวร่วมได้ไหมครับ”

“อ๊ะ! มิราอิจังม้าหมุนล่ะ”

ใบหน้ามิราอิเศร้าขึ้นมาช่วงหนึ่ง

“หนู วางแผนไว้ว่าจะนั่งด้วยกันกับคุณพ่อ”

“อ่า วันนี้มากับคุณพ่อคุณแม่สินะ”

“งั้นก็ขึ้นกับคิซาเมะสิ!

ทันใดนั้น คิซาเมะเห็นเขาสีแดงและหางสามเหลี่ยมงอกออกจากซาโซริ รอยยิ้มอำมหิตผุดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็น

“ได้เหรอคะ”

คิซาเมะขึ้นไปนั่งบนม้าหมุนกับมิราอิจัง เด็กน่ะมีความสุขก็ดีแล้ว แต่ที่มีความสุขกว่าคือไอ้พวกที่ไม่ได้ขึ้นมาเล่นด้วย คิซาเมะได้ยินเสียงฮิดันหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเมื่อตัวเองวนมาบรรจบพบเจอกับมิตรสหายที่รักนอกรั้วนั่น โคนันถ่ายภาพ ซาโซริถ่ายคลิป เยียวยาจิตใจอันบอบช้ำของตัวเองด้วยการทำร้ายคนอื่น คิซาเมะเหมือนคนที่พรากเด็กมาจากแม่มากกว่าคนช่วย ถ้าตำรวจมาเขาคงถูกโยนเข้าคุกทันทีโดยไม่ต้องสอบสวน นี่เขามาทำอะไรที่นี่ ใครลิขิต ทำไมเขาไม่ขาดใจตายตั้งแต่อยู่บนรถไฟเหาะ

“ไปเลย! ไปเลย!” มิราอิจังชูกำปั้น ม้าหมุนยักยื่อยักไยตามยถากรรมของมัน ถูกสาปให้หมุนเป็นวงกลมชั่วนิจนิรันดร์

 “เอ๋ หมดแล้วเหรอ”

“อืม หมดรอบแล้วล่ะ”

คิซาเมะลงจากม้า “ลงมาเร็ว”

“แต่หนูอยากเล่นอีกนี่นา”

“เราต้องไปหาคุณแม่ไม่ใช่เหรอ?”

“อีกรอบไม่ได้เหรอคะ”

“มิราอิจังหนูกำลังหลงทางอยู่นะ”

“ไม่เอา หนูจะขี่ต่อ!

เขาถอนหายใจ “ช่วยไม่ได้นะ งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน”

คิซาเมะให้มิราอิจังขี่คอตัวเองและเดินออกมาทั้งอย่างนั้นโดยมีเสียง “สูงอีกๆ!” อยู่ข้างหู

เขาตัวสูงกว่าทุกคนอยู่แล้ว ยิ่งมีเด็กมาต่อตัวด้วยยิ่งเด่นเข้าไปอีก

“มิราอิจังอยู่บนนั้นก็ช่วยมองหาคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยนะ”

“ค่า”

“นี่ๆ คิซาเมะ ซุ้มเกมล่ะ!

“คุณอิทาจิได้โปรดหยุดเถอะครับ”

“ยูนิคอนนี่นา!

อิทาจิยิ้มแก้มปริ “มิราอิจังชอบยูนิคอนสินะ ฉันเองก็ชอบเหมือนกัน”

“พี่ฉลามไปเร็ว!

“ดูแต่ตามืออย่าต้องนะ”

“อื้อ!

คิซาเมะยอมเดินไปยืนอยู่หน้าซุ้ม เป็นเกมปาบอลใส่กระป๋องง่อยๆ ที่มีของรางวัลล่อตาล่อใจ ยูนิคอนสีลูกกวาดอวบอ้วนแขวนเรียงรายเต็มไปหมด มิราอิส่งเสียงวี๊ดกับตัวเอง ถึงปากจะบอกว่าแค่ดูตาสภาพน่าจะอยากได้สุดๆ เจ้าของซุ้มสไลด์ตัวเข้ามาหาพวกเขา ถูมือละโมบไปมาเมื่อพบเหยื่อรายใหญ่

“เสี่ยงดวงไหมคร้าบ! ปาลูกบอลใส่กระป๋องล้มหมดได้ตุ๊กตานะคร้าบบบ”

“ไม่ครับ เราแค่มาดู”

“แต่คุณหนูคนนั้นดูท่าจะอยากได้ยูนิคอนมากเลยใช่ไหมล่ะคร้าบ”

อย่ามาหากินกับเด็กได้ไหมไอ้ผู้ใหญ่ไร้จรรยาบรรณ คิซาเมะกรอกตาและทำท่าจะเดินหนี แต่เพนกลับเดินสวนเขาขึ้นมา วางแบงค์ลงบนเคาเตอร์รับคำท้า

“คุณเพน...”

“ก็มิราอิจังอยากได้ตุ๊กตา”

เพนเงื้อมือแขนจนสุด และปาบอลออกไป กระป๋องล้มระเนระนาด แต่ไม่ทั้งหมด แถวล่างยังคงยืนหยัดต่อสู้กับผู้ท้าชิง เหมือนไปฉี่รดหลุมศพพ่อใครสักคน เพนดูหงุดหงิดขึ้นมา ปาอีกลูก คราวนี้วืดไปไกล และลูกสุดท้ายชนกระป๋องเพียงสอง อีกหนึ่งยังตั้งเด่นเป็นสง่า

“เฮ้! เอามาอีก” ฮิดันตบเหรียญลงบนเคาเตอร์บ้าง “ให้ฉันช่วยนะ”

ตอนนั้นและที่ดวงตาของเพนลุกเป็นไฟ ทั้งสองกลายเป็นพันธมิตรกันอย่างสมบูรณ์ ซุ้มเกมเดือดดาลเป็นลาวา เพนกับฮิดันพลัดกันปาบอลใส่กระป๋อง ทุกครั้งที่พลาด พวกนั้นจะส่งเสียงเหมือนถูกล้อรถไถหน้า จะเป็นจะตายกันให้ได้ เจ้ายูนิคอนบ่องแบ้วอยู่แค่เอื้อมเท้านั้น เพียงกระป๋องเดียว มิราอิจังร้องเชียร์ถูกอกถูกใจ หัวเราะลั่นเมื่อฮิดันกระชากคอเจ้าของซุ้ม

“เฮ้ย! บูทเอ็งมันแปลกๆ นะ ในกระป๋องนั่นมีตัวถ่วงใช่ไหม”

ก็เออสิวะ ฉันถึงไม่อยากให้เล่น

“อะไร? ไม่มี๊!

“ตอแหล!” น้ำลายกระเซ็น ฮิดันเริ่มเขย่าอีกฝ่ายเหมือนกระป๋องน้ำอัดลม “สารภาพบาปมาซะไอ้…!

“สุภาพด้วยครับ”

“...ไอ้ไม่ดี!

“ขอบคุณ”

อิทาจิกับซาโซริช่วยลากฮิดันออกมาได้สำเร็จ

เพนสิ้นเนื้อประดาตัว เขาเดินหายออกจากกลุ่มไปครู่หนึ่งและกลับมาพร้อมสายไหมสีชมพู ยื่นให้มิราอิจัง

“ขอโทษนะที่เอายูนิคอนมาให้ไม่ได้”

“พี่ชายพยายามแล้วนี่คะ! อย่าเศร้าเลยนะ”

“นั่นสินะ”

คิซาเมะเคยคิดว่าเพนดูน่าเกรงขามพอกับเขา เย็นชาพอที่จะมีข่าวลือหนาหูเป็นของตัวเอง เพนน่ะทำร้ายแฟนตัวเองจนเข้าโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ! และ ที่โคนันแก้มบวมแบบนั้นเพราะว่าถูกตบแน่ๆ! คิซาเมะยังจดจำได้อย่างเลือนราง ตอนที่เดินสวนกันบนโถงทางเดินท่ามกลางเสียงพูดคุยจากคนรอบข้าง โคนันนั้นมีแผลอยู่บนร่างกายจริง รอยช้ำชัดเจนเสียจนเขาหยุดหายใจไปเฮือกหนึ่ง สิ่งเลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือคนที่พูดขึ้นมาว่า อย่างยัยนั่นฉันไม่แปลกใจสักนิด คิซาเมะลอบมองโคนันอยู่เล็กน้อย เธอรู้ตัว แค่ไม่สนใจเพราะตัวเองกำลังลูบหัวปลอบเพนอยู่

ไม่ว่ายังไงก็อย่าพึ่งคิดอะไรไปเองจะดีกว่าล่ะมั้ง

            ซาโซริร้องขึ้นมา “โทบิ!

            ทุกคนหันไปมอง นั่นโทบิกับเดอิดาระ ทั้งสองมีตุ๊กตาเต็มอ้อมกอด รวมถึงเจ้ายูนิคอนที่ทุกคนหมายปองเมื่อครู่ โอ้ พระเจ้า ดูเหมือนเข้าต้องมองใหม่ ไอ้คู่หูนี่มันนักล่ารางวัลชัดๆ ที่หายหัวไปค่อนวันเพราะแบบนี้เองเหรอ จำนวนของมันมากมายท่วมหัวไปหมด เดอิดาระสบโอกาสใช้ตุ๊กตาบังหน้าตัวเองแบบโคตรไม่เนียน

            โทบิร้องเสียงแหลม “อ้าว เด็กนั่นใครอะ”

            “หลงทางน่ะ พวกเรากำลังจะไปที่ประชาสัมพันธ์” ซาโซริหรี่ตามองเดอิดาระ “แผนที่อยู่กับนายสินะ”

            “อะ เอ่อ โทบิ! หยิบหน่อยสิมือฉันไม่ว่าง”

            คิซาเมะเดินเข้าไปหาเดอิดาระ หยิบยูนิคอนออกจากหัว เห็นสีหน้าเลิกลักของอีกฝ่ายได้จากตรงนี้เมื่อไม่มีอะไรเป็นที่กำปัง

            “พอดีว่ามิราอิจังอยากได้ตัวนี้ ไม่ว่ากันใช่ไหม?”

            “ไม่..”

            “เอ้า มิราอิจัง ยูนิคอน”

            “ขอบคุณนะคะพี่ชาย!

            มิราอิหนีบยูนิคอนไว้ที่เอว หน้าของมันเลยถูอยู่กับแก้มขวาคิซาเมะตลอดเวลา พอแผนที่ถูกกางออก มีบางสิ่งแล่นเข้ามาในสัญชาตญาณทุกคน

            ทั้งกลุ่มไม่มีใครดูแผนที่เป็น




*
แล้วพวกมึงหาแผนที่กันทำไมตั้งแต่แรก

  rihanna annoyed eye roll attitude GIF
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

95 ความคิดเห็น

  1. #81 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 22:00
    ขำการบรรยายค่ะ ชอบมากๆ 5555555 สนุกมากกก ไม่หวือหวาแต่น่ารักและอบอุ่น
    อยากรู้เรื่องเพนโคนัน
    #81
    0
  2. #57 Helen Luciano Raphael (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 00:49
    สนุกมากๆเลยค่ะ พึ่งเข้ามาอ่าน มาต่ออีกนะค่ะ เป็นกำลังใจให้
    #57
    0
  3. #56 yoknuam242424 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 19:53
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ อ่านไปขำไป5555555555555555555+ 

    มาแต่งต่อน่ะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

    ปล.เดอิทำไมไม่มองซาโซริเลยง่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ซาโซเดอิจงเจริญ
    #56
    0