[Fic Naruto] Down with love

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 มี.ค. 60

          อยู่ให้ห่างจากคุณอิทาจินะ ไอ้หน้าเงือก !

คิซาเมะเจอโน้ตสรรเสริญแปะไว้ตรงประตูทางเข้า เดาไม่ยากว่าฝีมือใคร ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนจดหมายด่ามาแปะถึงหน้าบ้านแบบนี้ด้วย ถ้าเป็นตำรวจ คิซาเมะคงได้รับบทตำรวจเลว ขู่ผู้ร้ายจนกลัวหัวหดอยู่ในห้องสอบสวน พวกหล่อนอยากใกล้ชิดกับศิลปินที่ตัวเองคลั่ง ส่วนคิซาเมะคอยกันทุกคนให้ห่างจากอิทาจิที่สุด เมื่อวานค่อนข้างจะหยาบคาย... เขาไม่ใช่คนแบบนั้น ดูเหมือนการอยู่กับอิทาจิจะทำให้กฎความสุภาพของคิซาเมะสลายไปทีละนิด

“ไม่น่ารักเอาซะเลยนะ”

คิซาเมะสะดุ้งโหยง เสียงเย็นเยือกของเซ็ทสึอยู่แช่แข็งกระดูกสันหลัง หมอนั่นชะโงกมองผ่านไหล่มา

“ตกใจหมดเซ็ทสึ!

“ฮื่อ...โทษที”

คิซาเมะขยำกระดาษทิ้ง

“ฝีมือพวกเดียวกับเมื่อวานหรือเปล่า”

“แน่อยู่แล้ว”

“ลำบากหน่อยนะ คิซาเมะ”

“รบกับแฟนคลับคุณอิทาจิ ? ฉันชินแล้วล่ะ”

เซ็ทสึหรี่ตาลง ไม่รู้ว่าหมอนี่คิดอะไรอยู่กันแน่ “นายไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองนะ รู้ไหม”

คิซาเมะปรายตาไปทางอื่น พยายามซ่อนอารมณ์ตัวเอง

“เรื่องอะไร ?”

เซ็ทสึหาว ไม่ได้ถามจี้อะไรต่อ คิซาเมะเพิ่งสังเกตว่าหมอนั่นเดินเซ ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเท่าไหร่

“นายนอนหรือเปล่าเมื่อวาน”

“...ก็จะไปนอนอยู่นี่ไง”

เซ็ทสึเดินหนีออกไป จังหวะเดียวกับที่อิทาจิเดินสวนมาหาคิซาเมะ อยู่ในโหมดพรางตัวเต็มที่ หน้ากากอนามัยไว้ มันเป็นอีกตัวช่วยเวลาอิทาจิไอแรง ๆ ขึ้นมา แว่นกันแดด ฮู้ดดำคลุมหัว เหลือแค่ภาวนาว่าจะไม่มีจับได้ คิซาเมะทิ้งปริศนาของเซ็ทสึเอาไว้เบื้องหลัง ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังซุปเปอร์มาเก็ตด้วยจักรยานที่เช่ามา อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะตกดิน

“ที่จริงคุณไม่ต้องมาด้วยก็ได้นะครับ”

“นึกว่านายชอบตามใจฉันซะอีก”

คิซาเมะหลุดขำ “ไม่เถียง”

อิทาจิชอบทำอาหารเป็นที่สุด แถมสบโอกาสพอดิบพอดี คิซาเมะปล่อยให้อิทาจิจัดการทุกอย่าง แค่ตามหลังเป็นลูกเป็ดต้อย ๆ ก็พอ อิทาจิกระตือรือร้นเป็นพิเศษ พวกเขายืนแช่อยู่นานมากกว่าจะลากตัวเองไปซื้ออย่างอื่นต่อ ตั้งแต่จ่ายตลาดมาไม่เคยเห็นใครจริงจังเท่านี้ มันก็น่ารักดีกระมัง ทั้งที่ใช้คนอื่นมาซื้อก็ได้แท้ ๆ

สิ้นสุดการจ่ายตังค์ ทั้งอิทาจิและคิซาเมะถือถุงเต็มมือ ทั้งอาหารที่จะทำตอนเย็นกับของที่เจ้าพวกนั้นฝากซื้อ

ถุงมีเยอะเกินกว่าตะกร้าน้อยหน้ารถจะรับไหว อิทาจิเลยต้องรับไปอุ้มสองอัน ส่วนคิซาเมะปั่นจักรยานช้าลง โยกเยกทุลักทุเลตลอดทาง สีส้มโอบทั้งสองไว้ในอ้อมกอด ระเรือบนผิวของอิทาจิ

“เหมือนสมัยก่อนเลย”

“ตอนที่คุณบังคับให้ผมไปส่งที่บ้าน ?”

“แต่นายก็ไม่ค้านสักหน่อย”

“เพราะคุณดื้อต่างหาก”

เส้นสีขาวบนถนนเลยผ่านไป พาพวกเขาย้อนไปสู่อดีต ตอนที่คิซาเมะกับอิทาจิยังใส่ชุดนักเรียนคอตั้ง ไม่ต้องอำพรางตัว เสียงเริ่มแตกพร่า โกรธด้วยแรงเต็มที่ ขี้อายแต่มีประกายฉายส่อง ไปไหนมาไหนโดยไม่มีคนมากวน จนคิซาเมะคิดขึ้นมาว่า จะเป็นไปได้ไหมถ้าเขาขี่จักรยานออกนอกเส้นทาง กะจะพาไปให้ไกลสุดกู่ ไม่ต้องมองแผนที่ ฉกฉวยวันเวลาทั้งหมดเอาไว้เพื่อย้อนตามสันดานเก่าก่อน

เขาหรี่ตาลง สะบัดความคิดออก ไม่รู้จักคิดเลย...แกน่ะ

คิซาเมะไม่คิดว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่วินาทีที่มอเตอร์ไซค์สองคันขับสวนเข้ามา ถีบจักรยานพวกเขาล้มโครม! เขารู้ว่าตัวเองคิดผิด ทั้งสองล้มลุกคลุกคลานไปบนถนน ข้าวของกระจัดกระจาย คิซาเมะถลาไปหาอิทาจิเมื่อตั้งสติได้ แว่นกันแดดหายไปไหนต่อไหนแล้ว โชคดีที่ไม่ได้บาดเจ็บมากนัก

คิซาเมะหันไปมองตัวการ พวกมันมีกันห้าคน จอดมอเตอร์ไซค์ไว้ข้างทางเรียบร้อยแล้ว แม่สาวสามคนคุ้นหน้าคุ้นตาดี ส่วนอีกสองเป็นผู้ชาย ดูท่าทางจะเป็นแยงกี้ยังไงอย่างงั้น เจ้าสองคนนั่นเดินกร่างมาทางคิซาเมะ เขายืน ส่วนสูงมากกว่าหลายเท่า เห็นว่านายแยงกี้ผงะไป แต่รีบดึงมาดกลับมาทันท่วงที

“เฮ้ย! แกน่ะ อวดเก่งไปหรือเปล่า หา !?

“คิดว่าดังแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ !

“พอได้แล้ว”

อิทาจิถอดหน้ากากออกก่อนจะเดินมาด้านหน้าคิซาเมะ คราวนี้ทุกคนช็อคกันหมด “คะ คุณอิทาจิ !?

“เราไม่ได้เริ่มก่อน ! เจ้าหมอนั่นต่างหากที่ผิด”

“ชดใช้ค่ามือถือมาเลยนะเจ้าบ้า !

คิซาเมะถอนหายใจ “ไอ้ที่อยู่ในมือนั่นอะไร”

สาวผมแดงมีมือถือในมือ แต่จากการตกแต่งเหมือนมันโดนผลิตในโรงงานนรก ยับยู่ยี่อย่างกับทิชชู่ ไม่น่าจะใช้ของเจ้าหล่อน แต่เป็นของไอ้คนใดคนหนึ่งที่ยืนขากถุยอยู่หน้าคิซาเมะนี่

“หนวกหัวน่า ไอ้–!” แยงกี้เอชกคิซาเมะ เขาหลบได้หวุดหวิด เปลี่ยนมาจับข้อมือมันเอาไว้แล้วบิดกลับเข้าหาตัวแยงกี้เออย่างง่ายดาย ส่วนแยงกี้บีหน้าซีด แต่พยายามช่วยเพื่อน หมอนั่นชักมีดพกจากกระเป๋าถลาเข้ามาหาคิซาเมะ “ช้าไป” เขาพูดและเตะท้องเข้าไปเต็มรัก มันลงไปเข่าอ่อนกับพื้น คิซาเมะเตะมีดหายลับเข้าข้างทาง พร้อมจ้องเขม็งไปทางกลุ่มสาว ๆ ที่ตอนนี้กอดกันกลม แต่ที่น่าปวดหัวคือ แม่ผมแดงดันกำลังอัดคลิปอยู่

“ดูไว้นะคะทุกคน ! โฮชิกาคิ คิซาเมะทำร้ายร่างกายคนไม่มีทางสู้ค่ะ !

“หยุดถ่ายเถอะ”

อิทาจิเดินไปหาพวกเธอ ยกมือบังแกล้งเอาไว้ แต่เจ้าหล่อนยังคงถ่ายต่อไป ด่าคิซาเมะเป็นวรรคเป็นเวร เขาต้องยอมปล่อยแยงกี้เอให้เป็นอิสระ เดินไปเก็บของที่หล่นพื้น ถุงแตกไม่เหลือชิ้นดี หมดกันที่ซื้อมา มีอยู่ไม่กี่อย่างที่ใช้ได้ นอกนั้นกลิ้งคลุกฝุ่นหมด คิซาเมะจูงจักรยาน ระหว่างเดินผ่าน เขาหันไปตบมือถือร่วงแผละ อิทาจิดึงแขนเสื้อเขา “ไปเถอะ”

ทั้งสองทิ้งพวกนั้นไว้เบื้องหลัง เดินเท้ากลับบ้านพักตัวเอง

อิทาจิก้มลงเก็บของ มีใช้ได้อยู่ไม่กี่อย่าง มันเละเทะไปหมด พอรวบรวมมาจนหมด คิซาเมะปล่อยนายแยงกี้ให้เป็นอิสระ เดินไปจูงจักรยาน ทิ้งทั้งห้าไว้ด้านหลัง ตอนที่พระอาทิตย์ลับฟ้าไปพอดี มันควรจะเป็นวิวที่ดีที่สุดระหว่างทางกลับ แต่ทุกอย่างสูญไปหมดแล้ว

            ทันใดนั้น

          “อ้ากกกกกก ! ช่วยด้วยยยยย !

            คิซาเมะอาจจะหูแว่วไปเอง นั่นเสียงคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นโทบิ มันมาทำห่าอะไรแถวนี้ ? อีกอย่าง มันมีใบขับขี่กับชาวบ้านเขาด้วยเรอะ ? ไม่น่าใช่ คงไม่มีครูสอนขับรถคนไหนอยากทิ้งชีวิตไว้กันมันหรอก เสียงยางบดถนนกระชากแก้วหูของเขา รถตู้แสนคุ้นเคยขับลิ่วผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งคนขับเหยียบเบรกจนรถโก่ง แล้วถอยหลังกลับมาหาคิซาเมะกับอิทาจิ กระจกคนขับเลื่อนลงอย่างเชื่องช้า เซ็ทสึนั่งอยู่ตรงนั้น ฉีกยิ้มกว้างโดยมีโทบิไถตัวตกที่เบาะอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ วิญญาณหลุดออกจากร่างไปเรียบร้อย

            “คิซาเมะ ! อิทาจิ ! บังเอิญจัง”

            “ฉันนึกว่านายกลับไปนอน”

            “ม่าย อะ” เซ็ทสึเป่าปาก “ฉันไม่ถูกกับการนอน เลยออกมาขับรถเล่น”

            คิซาเมะมองนัยน์ตาอีกฝ่าย ประกายด้านในบอกเขว่า “นี่เซ็ทสึขาวใช่ไหม ?”

             เซ็ทสึแอ่นหลังไหลออกจากขอบหน้าต่าง แหงนหน้าคุยกับคิซาเมะ

“ช่ายแล้ว ขึ้นมาสิ !

“ถ้าสัญญาว่าจะไม่ขับซิ่งแบบเมื่อกี้”

“เชื่อใจฉันสิ” มันยกมือป้องปาก นิ้วโป้งชี้ไปหาโทบิ “แค่แกล้งโทบิเฉย ๆ”

คิซาเมะชั่งใจนิดหน่อยระหว่างสบตากับมัน แต่ก็ยอมขึ้นรถไป มัดจักรยานไว้บนหลังคา โทบิน่ะนิพพานไปแล้ว ส่วนเซ็ทสึผิวปากอารมณ์ดีระหว่างขับรถด้วยความเร็วปกติชวนโล่งอก คุยกับคิซาเมะผ่านกระจกหลังว่า

“นายต้องขอบคุณฉันนะ เมื่อกี้เห็นพวกวัยรุ่นนั่นยั่วโมโห ฉันเลยขับปาดมันซะเลย มือถืองี้พังไม่เหลือ”

ขอบคุณมากเซ็ทสึ

“กินอะไรหรือยัง”

“ฉันไม่หิว”

คิซาเมะค้นถุงขนมหยิบถ้วยพุดดิ้งออกมาส่งให้เซ็ทสึ “ใครบ้างไม่ชอบพุดดิ้ง”

เซ็ทสึหัวเราะแล้วใช้ปากแกะพลาสติกด้านบนออก อย่างน้อยก็ยอมกินจนหมดระหว่างรถคลานไปบนถนน

 

            อย่างที่เขาเคยบอกมาก่อนหน้านี้ อิทาจิจริงจังกับการทำอาหาร ตึงเครียดเกินความจำเป็นเสมอ แม้วัตถุดิบจะน้อย แต่บรรยากาศที่แผ่ออกมารอบครัวนั่นไม่น่าคบหาเอาซะเลย แทบจะมีสมการลอยผ่านหน้า คำนวณว่าอุณหภูมิน้ำมันพร้อมหรือยัง ทุกคนเกาะอยู่กับขอบประตูมองอย่างเงียบเชียบ ถ้าเข้าไปตอนนี้จะถูกฆ่าหรือเปล่า ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครอยากเสี่ยง รอจนถูกเรียกไปกินข้าวนั่นแหละ อิทาจิถึงดูมีผ่อนคลายขึ้นมา เจ้าพวกนั้นก็ชมไม่ขาดปากระหว่างกิน ถือว่าเสร็จภารกิจ

            “มีอะไรเหรอ”

            อิทาจิทักเมื่อรู้ตัวว่าโดนจ้อง

“ยังไงผมก็ชอบคุณอิทาจิตอนที่ใส่ผ้ากันเปื้อนอยู่ดี”

คิซาเมะเห็นว่าอิทาจิแอบกัดริมฝีปากล่าง ส่วนเขาโดนด่าว่า “ลามก”

“ก่อนจะแยกย้าย ฉันมีเรื่องจะคุย”

เพนพูดขึ้น แล้วหันไปทางเดอิดาระ พุ้ยข้าวเต็มแก้ม

“ยินดีด้วยนะ เพลงของนายดังเป็นพลุแตก ต้นสังกัดอยากให้เราใส่มันไว้ในอัลบั้มใหม่ด้วย”

เดอิดาระกลืนข้าว หน้าแดงเล็กน้อย หมอนั่นกำลังดีใจอยู่

“ฮิดัน คาคุสึ เซ็ทสึ” เพนชี้ตะเกียบเรียงตามตัว “ขอบคุณที่กระทืบพวกเวรนั่น”

ฮิดันโค้งรับด้วยความยินดี

“พรุ่งนี้พอถึงโตเกียว เราต้องกลับไปทำงานเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ ดื่มด่ำกับอาหารให้เต็มที่” เพนยกแก้วของตัวเองขึ้นเป็นสัญญาณ ทุกคนรอบโต๊ะทำตามและเอาแก้วชนกัน “คัมปาย!

เมื่ออาหารเกลี้ยง ทั้งสองปล่อยให้เพื่อนร่วมวงทำความสะอาดเองแล้วหนีความวุ่นวายมาอยู่บนห้อง พออาบน้ำเสร็จ คิซาเมะเหลือบไปเห็นนิตยาสารที่อิทาจิอ่านอยู่ สีสันหวานฉ่ำพอ ๆ กับนางแบบบนปก เขาเคยเจอเธอที่ไหนนะ ? ทีวี ? รายการ ? เธอดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด สายตาของคิซาเมะเลื่อนต่ำลง เขาเห็นแผลบนเข่าขวาอิทาจิ ภาพบนทะเลซ้อนขึ้นมา ตอนที่อิทาจิทำแผลให้

คิซาเมะกลืนน้ำลาย เขาโน้มกายลง จรดริมฝีปากกับบาดแผล

อิทาจิลดนิตยาสารลง วางมันเอาไว้ข้างหัวเตียง ไม่ได้บอกให้คิซาเมะหยุด กลับกัน อิทาจิเฝ้ามองทุกท่วงท่าของคิซาเมะ แม้ตอนที่เขาเลียแผลรสสนิมเจือจาง รับรู้กลิ่นหอมจากสบู่บนผิวนุ่มลื่นของอิทาจิ สันจมูกไล้ผ่านเข่ามนมาที่ต้นขาที่คิซาเมะประคองไว้ในมือ มีรอยฟันเบาบางทิ้งไว้ ราวหวาดกลัวว่าอิทาจิจะแตกสลายหากรุนแรงเกินไป อิทาจิขยับขาอีกข้างเพื่อให้คิซาเมะเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น เสื้อคลุมอาบน้ำที่อิทาจิสวมอยู่เผยอหมิ่นเหม่แม้ทั้งสองจะขยับกันเพียงเล็กน้อย 

เขาชะงัก ความต้องการเอ่อล้นออกมามากมายจนหมอกบังตา รู้ตัวอีกทีก็ถูกอิทาจิชักจูงเสียแล้ว คิซาเมะเงยหน้าขึ้นสบตา ขออนุญาต “คุณอิทาจิ?” อิทาจิช้อนตามองลงใต้ขนตา เป็นวินาทีที่เขาถูกสะกดไว้อีกครั้ง กลายเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์อย่างง่ายดายเมื่อนิ้วของอิทาจิลูบไปตามโครงหน้า ผ่านโหนกแก้มสูง ลูกกระเดือก ต่ำลงมาที่หน้าท้องแกร่ง และหยุดที่ขอบผ้าขนหนูที่พันรอบเอวคิซาเมะ

อิทาจิคลี่ยิ้ม กระตุกนิ้วให้มันหลุดอย่างง่ายดาย เสียงหัวเราะพึงพอใจทุ้มลึก กังวานในหัวคิซาเมะ เขาขยับ และกดอิทาจิเอาไว้ใต้ร่าง

ประโยคของคิซาเมะขาดห้วง “คุณจงใจ–”

“ไม่ได้เหรอ ?” อิทาจิกระซิบ


















*


เราตอนแต่งฉากคิซาเมะกับอิทาจิจีบกัน :
 gtfo do not want bai denzel washington denzel GIF

อีคู่นี้มันสวีทกันสองตอนติด น่าหมั่นไส้จังเว้ย ใครสั่งใครสอนให้เลียแผล !
ปล. ฉากเต็มอยู่อีกเว็บหนึ่ง เราโพสลิ้งค์ให้ไม่ได้เนื่องจากกฎเว็บ / มันเรท ค้นกันเอานะคะ จูบจูบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #10 ohhohohohehehehehuh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 17:15
    เซ็ทสึน่ารัก แงงงงงง 5555555555 *โบกป้ายไฟ*

    คู่นี้สวีทกันน่าหมั่นไส้จริง คิซาเมะก็โดนตลอดเลยโว้ยยยย AAAAAAAAAAAA แต่ขำชื่อแยงกี้เอ ความตัวประกอบนี้มันช่างชัดเจน 55555555555
    #10
    0
  2. #9 Still the same God (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 12:52
    มันหวานกันเกินหน้าเกินตาคู่หลักแล้วมั้งเนี่ย คู่นี้ ไม่ไหว ๆ 55555555

    ชอบเซ็ทสึแฮะ โผล่มาไม่มากแต่ก็ชอบ

    เป็นพระเอกมาช่วยสถานการณ์จริง ๆ ไม่มีเ็ซ็ทสึพวกเอ็งจะทำยังไงฮึ
    #9
    0