[Fic Naruto] Down with love

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 มี.ค. 60

ตั้งแต่วันนั้นมา เดอิหงอยเป็นถั่วงอก ไม่ทะเลาะกับฮิดันด้วยซ้ำ ใจเหม่อลอยไปถึงไหนต่อไหน ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับวงเท่าไหร่ สมองเดอิดาระถูกช็อคและตายสนิทอยู่ในกะโหลก น่ากลัวว่ามันจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก เซ็ทสึคิดว่าคงสิ้นหวังเต็มทน กระทั่งเจอเดอิดาระเข้ามาที่ห้องทำงาน เขาเงยหน้ามองแค่ครู่เดียว แล้วกลับไปเขียนเพลงต่อ ปากทักถามตามปกติ

            “เซ็ทสึดันน่า”

            “มีธุระอะไรหรือเปล่าเดอิดาระ”

            เดอิดาระนั่งลงบนเก้าอี้ เซ็ทสึยอมเอี้ยวคอมองหน้าอีกฝ่ายสักนิด และเห็นประกายบางอย่างในดวงตาสีฟ้าคู่นั้น มันไม่หมองหม่นเพราะความเศร้าต่อไป เซ็ทสึคลี่ยิ้มบางเบา แย้มออกมาเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เดอิสังเกต เขาคาดหวังว่าคำตอบที่ได้

            “ผม..อยากลองแต่งเพลงดู”

            นั่นแหละสปิริต

            เซ็ทสึไม่แปลกใจเลยว่าที่ซาโซริเลือกเดอิดาระเข้ามาในวง



            "ข่าวดี ถึงแกจะเกือบตาบอด แต่กระแสตอบรับเราพุ่งสูงชะลูด แฟนคลับส่งกำลังใจกันอื้อซ่าไปหมด"

            “รู้อะไรไหม นายเป็นพีอาร์ที่ขูดเลือดขูดเนื้อที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ”

            “ขอบคุณ”

            คาคุสึร่าเริงเป็นพิเศษหลังจากเห็นเดอิดาระกลับมาถึงบ้าน แฟนเพจของพวกเขาเต็มไปด้วยข้อความนับไม่ถ้วนตั้งแต่เมื่อคืน นักข่าวพอรู้เรื่องก็รีบสลอนมาเต็มหน้าโรงพยาบาลไปหมด เก็บภาพตั้งแต่วินาทีที่เดอิดาระก้าวออกจากโรงพยาบาลจนขึ้นรถ กีดขวางทางยั้วเยี้ยเป็นมดแตกรัง ยิงคำถามไม่จบไม่สิ้น เขาไม่ตอบอะไรทั้งนั้น อารมณ์ยังขุ่นค้างจากเมื่อคืน

            พูดถึงเมื่อคืน..

            โทบินอนเฝ้าอยู่นั่น (ขนาดตอนนอนยังไม่ถอดหน้ากาก เชื่อมันเลย) เสือกกรนอีกต่างหาก นอกจากความเครียดจากการล้มเหลว มีมันนั่นแหละที่ทำให้เดอิประสาทกิน เมื่อตอนเช้ามาถึง โทบิบิดขี้เกียจสบายใจ นอนหลับเต็มอิ่ม ยังมีหน้ามา “อรุณสวัสดิ์ครับรุ่นพี่!” ส่วนเดอิดาระนอนตาแดงก่ำ เอาหมอนทุบมันจนต้องร้องขอชีวิต

            วันนี้น่าเบื่อไปหมด ทุกคนเหนื่อยจากโชว์เมื่อคืนและขังตัวเองไว้ในห้อง หลับเป็นตาย โงหัวขึ้นมากินข้าวแล้วหลับต่อ กว่าจะอยู่กันพร้อมหน้าฟ้าก็มืด ทีวียังพูดถึงเดอิดาระไม่ขาด ใส่สีตีไข่กันสนุกปากไปหมด ดูเหมือนทุกที่ที่เดอิไปมีแต่กับระเบิดฝัง รอให้ไอ้หน้าโง่มาเหยียบแล้วขยี้สมองให้กระจาย ตาโดนปิดไปข้างหนึ่งก็แย่จะตายชักยังถูกสังคมรุมทึ้งต่อ

            “เฮ้ เดอิ” ฮิดันทัก

            “หา?”

            “รับ!

            ชั่วขณะ เดอิดาระเห็นกีตาร์ของเขาลอยละล่องกลางอากาศ ร่างกายเขากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ทะยานไปรับมันด้วยทั้งชีวิต ไม่รู้มันทำบ้าอะไรของมัน โชคช่วยที่กีตาร์ไม่เป็นอะไร

            “ใครสั่งใครสอนให้แกโยนกีตาร์ชาวบ้านวะ!?

            “เราจะใช้โซเชียลให้มันเกิดประโยชน์ เจ้างั่ง” ฮิดันชี้ไปที่มุมห้อง “ไปนั่งตรงนั้น”

            “ทำไม?”

            “แกมีเพลงที่อยากเล่นจนตัวสั่น เราก็จะช่วย แกจะได้เลิกอมทุกข์สักที”

“ใช้แอคเคาท์ฉันไลฟ์” อิทาจิยื่นมือถือให้โทบิ “ยอดผู้ติดตามจะช่วยให้เพลงนี้ไปไกล”

“รุ่นพี่ ผมก็มีคนติดตามเยอะนะ”

“พวกนั้นเลิกติดตามแกเป็นพรวนตั้งแต่แกปากไม่มีหูรูดออกทีวี โทบิ”

ถ้ามีหูหมา หูของโทบิคงตกลู่หงอยไปเลย มันจำใจทำหน้าที่เป็นตากล้อง ยืนบื้ออยู่ข้างหน้าเดอิดาระนี่ เขาหยิบกีตาร์ นี่คือสิ่งที่เดอิดาระต้องการตั้งแต่เมื่อวาน แต่ทันทีที่มันจะเกิดขึ้น ความมั่นใจตอนนั้นมันหดหายไปไหนหมด? เขารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปที่หน้าห้องออดิชั่น ตัวเล็กแคระแกร็น ไม่ฉายแสงใด ๆ ออกมาจากตัว ตาซ้ายโอดครวญด้วยความชอกช้ำ ทุกอย่างจะพังแบบเมื่อคืน

เซ็ทสึเป็นคนแรกที่สังเกต เขาจับไหล่เดอิดาระ "ไม่ต้องกังวล"

แน่นอน พูดน่ะง่าย เดอิดึงเซ็ทสึให้มายืนห่างจากกลุ่มก่อนกระซิบถาม ไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน "มันจะน่ารำคาญไหม ถ้าเขาได้ฟัง มัน–"

"เขาต้องภูมิใจในตัวนาย" เซ็ทสึบีบไหล่ "ฉันภูมิใจในตัวนาย"

“ถ้าเพลงไม่เพราะ ฉันจะกระทืบแก” เป็นการให้กำลังใจ

โคนันแตะไหล่อีกข้าง เธอพร้อมแล้ว เดอิดาระจำเป็นต้องไล่ความตื่นตระหนกออกจากปอด เดินไปนั่งที่ตามฮิดันบอก ความรู้สึกพรั่งพรูเอ่อล้นไปหมด เขามองไปที่กล้องมือถือ มันแทนสายตาของใครบางคนที่จับจ้องเดอิดาระอยู่ด้านหลัง โทบิให้สัญญามือ ก่อนจะเริ่มถ่ายทอดสด

“สวัสดียามค่ำ ทุกคน สำหรับใครที่สงสัยอยู่ว่าผมเป็นยังไง...” เดอิปัดผมออก เปิดให้เห็นผ้าพันแผลบนตาซ้าย “เอาเป็นว่าตายังไม่บอด อืม”

โทบิกลั้นขำสุดความสามารถ เสียงมันคงเข้าอยู่ดี มือสั่นขึ้นมาครู่หนึ่งก่อนจะนิ่งเหมือนเดิม

“เมื่อวาน เราไม่ได้เล่นเพลงพิเศษปิดงาน มันเป็นเพลงที่ผมแต่งขึ้น อยากจะเล่นมันในงานเทศกาลจนกระทั่งพลุถูกจุด น่าเสียดายที่มันไม่เป็นไปตามแผน แต่ไม่มีอะไรมาขวางเราอีกแล้ว ตอนนี้” เดอิดาระจดจ้อง แสงสะท้อนวาววับกับนัยน์ตาเป็นเส้นขาว “ผมอยากให้ทุกคนได้ฟัง เพลงนี้ชื่อว่า วันนั้นในฤดูร้อน”

เดอิดาระเริ่มเล่น มีสายกีตาร์สั่นไหวบนปลายนิ้ว เสียงของโคนันดึงเขาลงสู่ใต้คลื่นน้ำ เมื่อหรี่ตาลง ดวงไฟหลากสีราวกับเกล็ดน้ำตาลอยู่รายล้อมรอบตัว ในงานเทศกาลสิ้นเดือนสิงหาคราคร่ำไปด้วยผู้คน รู้สึกถึงความรุ่มร่ามจากชุดยูกาตะและเสียงก๊อกแก๊กจากเกี๊ยะชัดเจน ไม่มีใครจำซาโซริหรือเดอิดาระได้ ตราบใดที่สวมหน้ากากอยู่นี่ ทั้งสองจะไม่ถูกรบกวน

ซาโซริกับเดอิดาระนั่งพังที่ริมข้างทาง มงกุฎประกายสีทองเงินใหญ่โต เบ่งบานกลางผืนฟ้า ในตอนที่ทั้งสองเงยหน้ามองดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นอย่างกะทันหัน ซาโซริคือคนที่แอบลอบมองใบหน้าของเขาที่กำลังจับจ้องมันอยู่

"นี่..."

ซาโซริโน้มตัวเข้ามา มอบจุมพิตที่ทำเดอิดาระหูอื้อในเสี้ยววินาที เขาไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ทั้งสิ้นเมื่อริมฝีปากของเราขยับแนบชิดมากขึ้น ซาโซริไล้เรียวนิ้วตามผิวแก้มของเดอิดาระ เกี่ยวเรือนผมสีทองเอาไว้หลวม ๆ ประโยคว่า "ชอบนะ เดอิดาระ" ราวกับมันดังมาตามสายลม จากอีกฟากฝั่งห่างไกลสุดสายตา ลมหายใจแสนหวานชวนให้รู้สึกเหมือนจับไข้อ่อน ร้อนผ่าวไปเสียหมด ทั้งสุ้มเสียงในลำคอ ทั้งนัยน์ตาคู่นั้น

ชั่วขณะ ซาโซริหายไปจากสายตา

ทุกสิ่งรวดเร็วเกินกว่าที่ทำใจได้ ถ้าทั้งสองเกลียดกันไปเลยก็คงดีไม่น้อย ง่ายกว่าถ้าจะลืมมันให้หมดสิ้นจากความคำนึงถึง กี่ครั้งที่เขาพยายามตามหาเงาร่างของซาโซริ จำว่าตนเองรู้สึกยังไง อากาศเป็นยังไง ต้องจำกลิ่นของซอกคอเขาให้ได้ จำให้หมด เดอิดาระรู้ว่าตลอดว่าเขาจะย้อนคิดถึงความทรงจำในวันแบบนี้อย่างแน่นอน ทำไมเราต้องมาพบพานกันด้วยนะ? ทั้ง ๆ ที่มันจะโศกเศร้าถึงเพียงนี้ ทรมานหัวใจรวดร้าวได้เท่านี้

อีกไม่นาน ฤดูใหม่ก็จะเวียนมาอีกครั้ง ณ ฤดูร้อนที่มีซาโซริอยู่ด้วย ที่ได้ดูดอกไม้ไฟเปล่งประกายเพียงชั่วครู่ด้วยกัน อยากเจอเหลือเกิน อยากจะเจอกันอีกครั้ง

กระทั่งตอนนี้ แม้ว่าเขาจะหลับตาลง เดอิดาระก็ยังเห็นซาโซริอยู่ตรงนั้นอยู่เลย

“เดอิดาระ?”

โคนันเรียก ดึงเดอิกลับสู่ห้วงปัจจุบันได้ชะงัด ไม่มีใครปริปากออกมาสักคน โทบิคือคนที่ดูตกใจที่สุด มีบางอย่างผิดปกติ เดอิดาระไม่รู้เลยว่าอะไร กระทั่งน้ำตาหยดลงบนหลังฝ่ามือ

เดอิดาระปาดมันออกจากขอบตา


ไลฟ์ผ่านไปได้ด้วยดี มันถูกแชร์อย่างรวดเร็ว ไม่รู้เพราะคะแนนสงสารหรือเพลงเพราะ เดอิดาระหวังอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นอย่างที่สองมากกว่า แต่เขาไม่อยากสนใจโลกโซเชียลอะไรตอนนี้ มีเตาบาร์บีคิวหอมกรุ่นอยู่ตรงหน้านี่เอง หลังจากความสำเร็จ แสงอุษาจะทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง พวกเขาได้เที่ยวทะเลต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ เป็นการพักผ่อนจากงานหนักก่อนจะกลับไปโตเกียว

เดอิดาระนั่งเอนตัวบนเก้าอี้ ลาดตัวสันหลังยาวมองฟ้า ขอบคุณที่แผลเริ่มดีขึ้นจากครั้งก่อน และเดอิดาระเข็ดหลาบไม่กล้าทำตัวเป็นปลวกไปอีกนาน เขาโดนกระป๋องเบียร์เย็นเจี๊ยบแตะกับแก้ม เห็นเซ็ทสึยืนค้ำหัวอยู่

“ผ่านไปได้ด้วยดีนี่”

เซ็ทสึทิ้งตัวลงข้าง ๆ ส่งเบียร์ให้เดอิดาระ ยื่นจานบาร์บีคิวให้ “เอาไหม?”

“ผมอิ่มแล้ว อืม”

“ตามใจ”

เซ็ทสึเปิดกระป๋องเบียร์ กระดกรวดเดียวหมด ความสำเร็จส่วนใหญ่มาจากหมอนี่ เขาเป็นคนช่วยเดอิดาระแต่งทำนอง เกราจนมันออกมาดูดี

เดอิดาระสารภาพ “ตอนแรก ผมอยากหาทางเยียวยา เลยระบายมันลงใส่เพลง”

“นั่นแหละเคล็ดลับของนักดนตรี” เซ็ทสึบอก ไม่มีท่าทีถือสาใด ๆ “พวกนักข่าวชอบถามโคนันเพราะเธอเขียนเรื่องตัวเองเป็นเพลง พวกนั้นโง่เง่าไม่รู้ห่าอะไร แค่อยากหาเรื่อง โคนัน อิทาจิ ฉัน ทุกคนเขียนถึงสิ่งที่ตัวเองเจอมา มันทำให้เพลงทรงพลัง จริงใจ สัมผัสหัวใจของคนฟัง ให้พวกเขารู้สึกไปกับเรา รวดร้าว เจ็บปวด ความสุข มันอัดแน่นอยู่ในตัวของเรา และเราปล่อยมันออกมาผ่านเพลง”

“โคนันจัดการยังไง”

เซ็ทสึหัวเราะ

“ปิดฉากด้วยเพลงที่ได้รางวัลยิ่งใหญ่ที่สุด สักชื่อแสงอุษาในสมองของทุกคน ทำให้พวกมันคารวะเธอ” เซ็ทสึลุกจากที่ ตบบ่าเดอิดาระก่อนเดินไปร่วมเตาย่างต่อ “เพลงของนายจะดังจนฉุดไม่อยู่”

ทันทีที่เซ็ทสึหายไป โทบิสไลด์ตัวกับทราย นอนเป็นปางไสยญาติขนาบข้างเดอิดาระ “รุ่นพี่ยินดีด้วยนะคร้าบ!

“ทำไมแกต้องโผล่ทุกที่ตลอด อืม”

“เพราะผมเป็นนินจา”

“เพ้อเจ้อ”

“จริงจริ๊ง”

เถียงกับมันทำไม แกก็รู้ว่าเปล่าประโยชน์

“รุ่นพี่มีวิธีแต่งเพลงยังไงเหรอครับ”

“แกสนใจ?”

“เพราะรุ่นพี่เดอิดาระล้วน ๆ เลย”

โทบิเอาคางเกยกับเก้าอี้ หน้าใกล้จนชวนอึดอัด หน้ากากมันเหม็นควันไปหมด เดอิเริ่มสงสัยว่ามันได้ทำความสะอาดไหมตั้งแต่ใส่มานี่

“ฉันจะไม่แต่งเพลงทื่อๆ ดนตรีคือศิลปะ มันจะต้องมีวรรคทอง คิดดูว่าแกจะสร้างโลกใบใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง พาแฟนเพลงด่ำดิ่งสู่ห้วงคำนึงที่แกเจอมา”

“งั้น เนื้อเพลง งานเทศกาล ดอกไม้ไฟ จูบ ทั้งหมดนั่นคือรุ่นพี่กับคุณซาโซริใช่ไหมครับ”

เดอิดาระสะดุด พูดไม่ออก จะด่ามันว่าสอดรู้ก็ไม่ใช่ เขาพึ่งปากโป้งไปว่า ที่เจอมา อยากจะแกล้งเล่นตลกกัดลิ้นบาดเจ็บกลบเกลื่อนอยู่เหมือนกัน แต่ดิ้นตอนนี้มีแต่เสียหน้า

“ใช่” เขากล้ำกลืนยอมรับ

“มันฟังดูเจ็บปวดไปหมดเลยนะครับ”

เดอิดาระไม่เข้าใจว่าทำไมเสียงของโทบิยังราบเรียบขนาดนี้

“ลึก ๆ คุณเสียใจที่ผมมาแทนคุณซาโซริใช่ไหม เพราะคุณเชื่อว่าเขาจะกลับมา”

ทุกคำของมันแทงใจดำเต็ม ๆ

“รุ่นพี่ยังคบกันอยู่หรือเปล่าครับ ?”

“แล้วทำไมแกถึงสนนัก อืม”

เดอิดาระไม่ต้องการถูกต้อน เขาไม่หลบตากับโทบิอีกต่อไป มันอาจจะแค่อยากยุ่มย่ามกับเรื่องชาวบ้าน แต่สัญชาตญาณบอกว่ามีมากกว่ากัน ไอ้การดูแลแผลบนทางเดินนั่น น้ำเสียงที่ใช้ตอนนี้ ตอนนั้น ใบหน้าหลังหน้ากาก โทบิต่างหากที่มีความลับเต็มไปหมด ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายโดนตักตวงข้อมูลอยู่คนเดียว

“ไม่มีอะไรครับ” โทบิพ่ายแพ้ หลบสายตาไปก่อน มองไปยังคลื่นทะเลตรงหน้า

หาดทรายระยิบระยับราวเม็ดพลอย

กระทั่งตอนนี้ แม้ว่าเขาจะหลับตาลง เดอิดาระก็ยังเห็นซาโซริอยู่ตรงนั้นอยู่เลย คิดว่ารอยเท้าที่ย่ำผ่านผืนทรายมา จะมีรอยเท้าของซาโซริเคียงคู่เหมือนฤดูร้อนครั้งก่อน




เขียนฉากร้องเพลงมาสองตอน เราไม่เคยลองมาก่อน พอทำจริงรู้สึกเหมือนเลือดตาแทบกระเด็น

สำหรับเพลงในเรื่อง เป็นเพลงประกอบนารูโตะ ภาค Shippuden เนี่ยแหละค่ะ ไม่หนีไปไหนไกล

ขอบคุณผู้แปลเพลงทั้งไทยและอังกฤษทุกคนที่ทำให้เรารอดตายมาได้ o<-<

**ไปแก้ตรงที่เดอิดาระเรียกโคนันว่าดันน่า ลืมไปว่ามันเรียกชื่อชีเฉยๆ ดันน่าต่อท้ายแค่ซาโซริคนเดียว**

เพลงประจำตอนนี้เป็นเพลงโปรดเราตลอดกาล แถมความหมายดันตรงกับเนื้อเรื่อง เสร็จโจรทันที ฮ่า



ต่อไปเป็นคู่คิซาเมะกับอิทาจิ สองคนนี้ทำอะไรกัน ?

*ถูมือ* ฮี่ฮี่ฮี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #31 คาคาชิ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 02:38
    แต่งดีมากค้าชอบ >< อ่านละอินน
    #31
    0
  2. #14 Ooo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 19:02
    ชอบค่ะ เนื้อเรื่องกำลังดี แต่ซาโซหาย
    #14
    1
    • #14-1 FUNK(จากตอนที่ 5)
      1 เมษายน 2560 / 19:43
      มาช้าแต่มาแน่นอนค่า <3
      #14-1