[Fic Naruto] Down with love

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 มี.ค. 60

            เดอิดาระยังไม่ยอมคุยกับฮิดัน ส่วนฮิดันก็ทำแบบเดียวกัน แต่เมื่อมีปัญหาอะไรแล้วไม่แก้สักที พวกเขาจะโดนช่วยเอง จนกว่าจะสะสางเรื่อง เดอิกับฮิดันต้องตัวติดกัน เช่นตอนนี้ รถตู้มีพื้นที่กว้างขวางกลายเอเคอร์แต่เดอิต้องมานั่งไหล่ชนกับมันอยู่เบาะหลังนี่ ถัดจากฮิดันเป็นคาคุสึ เขาเห็นฮิดันสะลึมสะลือไปเนียนพิง แต่โดนผลักออกทุกรอบ และเนื่องจากคาคุสึแรงควาย หัวฮิดันเลยโขกกับเดอิเต็มแรง

            “นี่รอบที่สามแล้ว! เลิกผลักสักที! อืม!

            “ฉันไม่สน”

อย่าหวังว่าจะได้ยินคำขอโทษจากหมอนี่ด้วย นิสัยเสียยิ่งกว่าใครในโลก

“ฉันหางานมาให้ทั้งที่วงพวกนายมีแต่ชื่อเสีย นายเป็นหนี้บุญคุณฉัน”

            “พวกนายช่วยไม่สู้กันบนรถได้ไหม” เพนตะโกนจากเบาะหน้า

            “นายไม่ได้นั่งเบียดใครก็พูดได้นี่!” ฮิดันเอาบ้าง สมานฉันท์ขึ้นมาทันที

            “ดูเหมือนนายสองคนจะคุยกันได้แล้วนะ” คาคุสึมอง “ทำไมไม่ทำให้เรื่องมันจบ ๆ ไปซะเราจะได้ทำงานต่อกัน”

            ฮิดันจ้องหน้าเดอิดาระ เบ้ปากสุดชีวิตเท่าที่มันจะสามารถทำได้ ไม่คิดว่าตัวเองพูดอะไรผิด แต่เดอิคุยกับโคนันแล้ว ถ้ากลืนน้ำลายตอนนี้เธอคงผิดหวัง เขาเค้นเสียงอย่างยากลำบาก เหมือนมันติดขัดอยู่ตรงหลอดลมอย่างกับหมากฝรั่ง

            “ฉัน...ผิดเอง อืม...”                                                                           

            ฮิดันเอามือป้องหูแล้วเอียงคอมา “ห๊ะ อะไรนะ ไม่ได้ยิน”

          กูจะฆ่ามึง

            “ฉัน–ผิด–เอง”

            “แล้วววว?..”

            โอ๊ย มันต้องการอะไร “ฉันทำตัวไม่เข้าท่า”

            “เกือบแล้ว”

            “...ฉัน เป็นเด็กงี่เง่า อืม”

            “วู้ววว ดูท่าทางวันนี้ฉันจะดวงดีแล้วว่ะคาคุสึ”

            “เพราะมีตัวนำโชคนั่งอยู่ตรงนี้”

            “ฮ่า !

            จากนั้นสองคนนั้นก็กระหนุงกระหนิงกัน เข้าขาขึ้นมา ฮิดันหัวเราะได้น่ากระทืบเหมือนเคย มันเอนหัวไปพิงคาคุสึอีกรอบ และคราวนี้ได้หนุนตามที่ต้องการ ทิ้งเดอิให้อารมณ์บูดแต่เพียงผู้เดียว เขาเลยหลับทับแม่งไปเลย ตื่นขึ้นมาอีกที รถตู้ก็มาถึงบ้านพักตากอากาศของพวกเขาแล้ว

            ทุกอย่างเหมือนเดิมจนน่าใจหาย ถูกดูแลอย่างดีเหมือนตอนที่มาครั้งแรก แค่ทุกคนไม่ต้องวิ่งโร่ไปแย่งห้องกัน โทบิเลยเป็นคนเดียวที่ตื่นเต้น หูวอย่างนั้น ว้าวอย่างนี้

            “ที่นี่สวยมากเลย!

            “แน่นอน” คาคุสึพูดจากขั้นบันได “ฉันเป็นคนจัดการเองกับมือ”

            “หมายถึงตอนนี้นายถูมือละโมบระหว่างนับเงินใช่ไหม?”

เซ็ทสึพูดเอื้อยเฉื่อยขณะเดินเลยคาคุสึไปเก็บของ เขาเป็นคนเดียวที่มีห้องเป็นของตัวเอง หมอนั่นโลกส่วนตัวสูง ต้องการสมาธิในการเขียนเพลง

พูดถึงห้องนอน... โทบิอยากเห็นจนตัวสั่น เดอิต้องพามันมาเพื่อให้มันหุบปาก แต่มันก็ไม่หยุดอยู่ดี วิ่งโร่ไปดูโน่นนี่นั่น แล้วทำท่าจะหย่อนก้นลงบนเตียง–

“หยุด!

โทบิชะงักกลางอากาศ

“นั่นเตียงฉัน อืม”

“โอออ๊ เคคค๊”

เดอิแอบถอนหายใจตอนมันโยนของไปวางอีกเตียง ปล่อยให้มันสนุกกับการเล่นกระจกฝ้าในห้องน้ำต่อไป เดอิดาระทิ้งตัวลงบนเตียง พลิกตัวนอนตะแคงเพื่อซบหน้ากับหมอน หวังว่าจะมีกลิ่นของซาโซริหลงเหลืออยู่

 

            เราต้องมาสแตนบายตอนหนึ่งทุ่มเป๊ะ งานเทศกาลรื่นเริงอย่างที่เป็น ป้ายประกาศ คอนเสิร์ตสุดพิเศษจาก วงแสงอุษา! มาอยู่ที่นี่แล้ว!’ พาผู้คนหลังไหลเข้ามาเชี่ยวกราด เสียงเกี๊ยะสลับกับจิ้งหรีดที่ร้องระงมจากต้นไม้ มันดังพอ ๆ กับคำนินทาที่ลอยละลิ่วมาตามลม บอกพวกเขาว่านี่คืองานชี้ชะตา อยู่หรือยุบ ทุกอย่างจะจบตรงนี้

            เหมือนกับโทบิ

            มันรู้ตัวดีกว่าใคร ความร่าเริงถูกลดทอนลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลากระชับเข้ามา โทบินิ่งสงบกว่าทุกครั้ง หยุดพล่ามและฟัง

            “ไม่ว่าจะโดนโห่หรือมีอะไรโยนขึ้นมาบนเวที เล่นต่อไป ไม่มีพวกเฮทเตอร์คนไหนมาทำอะไรเราได้”

            เพนมองหน้าสมาชิกทุกคน มีคำมากมายที่จะพูด เขาถอนหายใจ กอดคอกับทุกคน พึมพำว่า “พยายามเข้า” และผละออกไป ทุกอย่างพร้อมแล้ว ม่านการแสดงกำลังจะเปิดขึ้น

            “รุ่นพี่เดอิดาระ”

            เดอิหันไปมองโทบิ

            “ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”

            นั่น น่าประทับใจ ?

            พิธีกรเรียกชื่อ “แสงอุษา! ผู้คนเฮลั่น กระทั่งหยุดหายใจเมื่อเสียงของอิทาจิดังขึ้น สะกดคนดูด้วยสุ้มเสียงแผ่วต่ำ ตรึงร่างกายของทุกคนเอาไว้ด้วยด้ายแดงลึกลับผ่านดวงตา อิทาจิวาดมือสง่างามราวกับศิลปะชั้นยอด สายตาคมกริบเฉือนเลือดเนื้อผู้ชมโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว วินาทีที่กลองของคิซาเมะระเบิดเสียงออกมา ด้ายพวกนั้นขาดสะบั้น เสียงร้องดังกระหึ่มฟ้า ลมจากทะเลพัดรุนแรงต้อนรับ พาผมของเดอิดาระปลิวไปตามทิศทางที่มันต้องการ ประสบการณ์สอนเดอิดาระให้มัดผมทุกครั้งก่อนขึ้นเวทีเพื่อไม่ให้มันรบกวน เดอิดาระแทบไม่รู้สึกถึงนิ้วตัวเอง เขากำลังทำสงครามกับฮิดัน รอดูว่าใครจะหมดแรงกันไปก่อน รอยยิ้มยียวนบนเวทีเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ทั้งสองใช้กีตาร์ฆ่ากัน

            สปอตไลท์รู้ดีว่าควรจะฉายไปที่ใคร เมื่อมันฉายลงมา เสียงโคนันเปี่ยมด้วยพลัง กระชากหัวใจของคุณออกมาและสัมผัสอกกลวงเปล่าด้วยฝ่ามือ แผ่วเบาแต่ดุดัน งดงามเกินกว่าจะเอื้อม ต้องคุกเข่าร้องขอก่อนจะที่เธอจะบินจากไปไกลโพ้น นี่คือการแสดงของเธอ ทำให้คุณรู้สึกเหมือนที่เพลงรู้สึก นำพาไปอยู่จุดสูงสุดก่อนจะผลักคุณลงมา จะไม่มีใครเอื้อมถึงเธอได้ ไม่ว่าใคร

            โทบิกำลังสนุกแบบที่เดอิดาระรู้สึก ภาพเลวร้ายสลายอย่างรวดเร็วเมื่อเดอิดาระได้ยินเสียงหนักแน่นจากเบส สุดกำลังเท่าที่มันจะทำได้ หน้ากากเวรนั่นไม่ใช่ปัญหา เดอิดาระไม่คิดว่ามันจะทำได้ดีกว่าตอนซ้อมด้วยกัน โทบิพิสูจน์ว่าเขาคิดผิด กว่าจะรู้ตัว เดอิดาระก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มจริงใจครั้งแรกที่มีให้กับเจ้าเด็กใหม่นี่ โทบิรับรู้ถึงความสำเร็จของตัวเอง เดอิดาระได้ยินเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วดังออกมาจากหน้ากาก

            สิ้นสุดเพลงที่แรก แสงอุษารู้ว่าจะไม่มีอะไรหยุดคืนนี้ได้อีก

            พวกเขาเล่นกัน ผ่านทุกเพลงไปอย่างลื่นไหล รู้สึกว่าได้พื้นที่ของตนกลับมาอีกครั้ง ทั้งเสียงตอบรับจากคนดู หัวใจที่เต้นระทึกในอก บรรยากาศทั้งหมดในคืนนี้ สมบูรณ์แบบ

            เดอิดาระกระดกน้ำจากขวด ทุกคนเหงื่อโซมกันหมด ไม่รู้สึกร้อนเลยกระทั่งหยุดเล่นนี่ มีปอยผมปรกใบหน้า ส่วนฮิดัน หัวมันโคตรยุ่ง จากตอนแรกที่เซ็ทมาซะเรียบแปล้ ตอนนี้ไม่เหลือชิ้นดี เขาหันไป เห็นโทบิถือขวดตัวเอง จ้องเหมือนกลัวว่ามันจะมียาพิษ หมอนั่นเปิดฝา เดอิดาระพยายามอย่างสุดความสามารถ ไม่ให้มันดูออกว่าเขาอยากรู้ใบหน้าใต้หน้ากากนักหนา คนแบบมันทำไมถึงใส่หน้ากากตลอดเวลา ? เดินไปไหนมาไหนอีกต่างหาก แต่เดอิหยุดหวังเมื่อเห็นโทบิหันหลังเข้าเวที ดื่มน้ำจนหมดขวดแล้วร้อง “อ่าาา” สดชื่นเหมือนตัวเองอยู่ในโฆษณา

            อิทาจิกล่าวขอบคุณจบไปแล้ว ได้ยินเสียงสาว ๆ ร้อง “คุณอิทาจิ~!” เจ้าหล่อนแทบจะเป็นลมตอนอิทาจิมอง แล้วหยักหน้ารับ โคนันสบตากับเดอิดาระครู่หนึ่ง เดอิดาระหยุดสนใจโทบิ ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องตั้งสมาธิ ส่วนที่เขากับโคนันทุ่มเทเวลาเพื่อวันนี้

            “ก่อนเราจะจากกัน ฉันมีบทเพลงพิเศษจะมอบให้กับทุกคนในค่ำคืนนี้”

เดอิหัวเราะเบา ๆ เขาวางกีตาร์ไฟฟ้าลง หันไปรับกีตาร์โปร่งจากทีมงานแทน เดินไปหาโคนันที่กลางเวลา พวกเขาพร้อมแล้ว

และทันใดนั้นเอง หินกระแทกเข้าที่ตาซ้ายของเขาเต็มแรง เดอิดาระทรุดเข่าลงดับพื้นเต็มแรง ปึก! มือปิดค้างเอาไว้ ม่านหมอกเข้ามาบดบังนัยน์ แต่ด่างดวงสีแดงเด่นชัดเจนอยู่บนพื้น ได้ยินเสียงกรี๊ดระงมจากคนด้านล่างนั่น เลือดของเขาล้นทะลักออกมาตามซอกนิ้ว

“แม่งเอ๊ย” เดอิดาระทุบเวทีอย่างคับแค้น “..แม่งเอ๊ย! เขาเริ่มสำลักความเจ็บปวด อกกระเพื่อมรุนแรง พยายามอย่างยิ่งที่จะลืมตา แค่วินาทีเดียวที่เขาเห็นคนสามคนวิ่งฉุกลหุกออกไป และนั่นทำให้แผลแสบกว่าเดิม เดอิร้องลั่น ยิ่งทำให้ทุกอย่างโกลาหล ฮิดันโยนกีตาร์ลงอย่างไม่ใยดี เดือดดาล “มึงจะหนีไปไหน!?หมอนั่นกระโดดลงจากเวที วิ่งเร็วจี๋หายไปลับตา ทุกคนกุลีกุจอเข้ามา พยุงเดอิลงจากเวที ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของพิธีกร ทีมงานเอาผ้ามามัดตาเดอิเอาไว้ชั่วคราว แต่มันไม่ช่วยลดความเจ็บเลย เดอิดาระรู้สึกเหมือนมีกรงเล็บยาวโง้ง ทะลวงตรงเข้ามาที่เบ้าและกระชากดวงตาออกไป ไหล่สั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ตลอดทางไปโรงพยาบาล เดอิเอาจะทุบหน้าขาตัวเอง เสียใจที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน แต่ร้องไห้ไม่ได้ ไม่ใช่ตอนที่ตาซ้ายเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่นี่

รสชาติความล้มเหลวขมขื่นอยู่บนลิ้นของทุกคน

 

โชคดี ตาข้างซ้ายไม่ได้รับผลกระทบอะไรมาก แต่เดอิโดนเย็บไปหลายเข็มอยู่ ยาแก้ปวดช่วยทุเลาลง โดนจับแอดมิดทันทีทันใด ในอินเตอร์เน็ทแชร์คลิป ช็อค! วินาที เดอิดาระ ถูกปาหินใส่บาดเจ็บ!’ แน่นอน ภาพไม่ได้ชัดเจนอะไรนักหนา ไม่รู้เพราะเขาโดนผ้าปิดตาไว้ข้างหนึ่งหรือเปล่า ส่วนคนที่เหลือกระจายรอบเตียง เพนดันประตูเข้ามา โกรธจนไม่รู้จะขุดความโกรธมาจากไหนได้อีก แต่พอเห็นเดอิ เขาถอนหายใจ

“รู้สึกเป็นไงบ้าง”

“แย่”

“ขอบคุณที่ซื่อตรง”

“ฮิดันล่ะ”

“หมอนั่นเจอตัวคนทำ คาคุสึก็ตามไปด้วย เขาโมโหที่ไอ้เวรนั่นทำงานเราพัง”

“พระเจ้า”

“อย่าห่วงเลย” เพนกรอกตา “เซ็ทสึตามไปดู รายงานมาว่ามันยังไม่ตาย แค่สาหัส”

รู้อะไรไหม บางทีเดอิดาระอาจจะชอบฮิดันมากขึ้นตอนนี้ อย่างน้อยก็เป็นผลพลอยได้ที่มันช่วยกระทืบพวกมือบอน มันทำให้เดอิรู้สึกดีอยู่ครู่เดียว ครู่เดียวจริง ๆ จากนั้นก็กลับมาอยู่ในความเกรี้ยวกราดเหมือนเดิม เขาต้องการให้ฮิดันลากมันมาที่นี่ เอาหินทุบมันเรียงตัวจนกว่าตาจะบอด ทำไมเขาต้องมาเสียเวลากับเรื่องบ้า ๆ พวกนี้ เดอิดาระกดราวเตียงลง ดันตัวเองออกเพื่อลุก แต่โทบิเร็วกว่า มันดึงที่กั้นให้ขึ้นมาเหมือนเดิม

“รุ่นพี่เดอิดาระ คุณจะทำอะไร”

“ฉันจะไปงานเทศกาล”

“เราไปพรุ่งนี้ก็ได้นี่ครับ”

“มันมีจะหมดลง วันนี้!

“แต่ร่างกายนายไม่พร้อม!” เพนร้อง ช่วยโทบิกันไม่ให้เขาพังที่กั้น “ช่วย–”

“ฉันจะไม่ให้อะไรมาหยุดทั้งนั้น! มีตาข้างเดียวฉันก็เล่นได้ อืม!

“ให้ตายเถอะ เดอิดาระ” คิซาเมะกุมขมับ “เลิกดื้อด้านสักที แกออกไปไม่ได้”

เดอิดาระหันไปมองอิทาจิ หมอนั่นไม่พูดอะไร มองไปทางอื่น ไม่อยากแสดงความคิดเห็นอะไรทั้งนั้น เขาเลยหันมาหาคนที่พอจะเข้าใจได้ “โคนัน” โคนันอยู่ฝั่งตรงข้ามจากทุกคน มันทำให้มีแค่เธอคนเดียวในสายตาเดอิดาระ โคนันแตะไหล่ของเขา แผ่วเบาเหมือนกระดาษ

“ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอตอนนี้ เรื่องเลวร้ายทั้งหมดไม่ควรเกิดขึ้นในวันนี้” เธอบอก “ฉันรู้ว่าเธอโมโหที่ต้องหยุดกลางคัน ฉันก็เหมือนกัน”

“เราจะไปเล่นกันต่อใช่ไหม? อืม”

โคนันไม่ตอบคำถาม เธอทำเพียงโน้มตัวลงมา มอบจูบบนหน้าผากเดอิดาระเป็นคำอวยพรก่อนจะผละออกไป

“ถ้าเธอหายโกรธเมื่อไหร่เราจะคุยกัน”

ชั่วขณะหนึ่ง เดอิดาระไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาเห็นโคนันเดินไปหาเพน ปล่อยเขาพักผ่อนเถอะนางาโตะ คิซาเมะกับอิทาจิเดินตามไป เมื่อประตูปิดลง เดอิดาระขยำผ้าปูแน่น อะไร ๆ ก็ดูไม่ยุติธรรมไม่ซะหมด แบบนี้เขาจะเสียเวลาทั้งหมดไปเพื่ออะไร ซาโซริจะเห็นข่าวบ้าบอไม่เข้าท่าพวกนั้นเต็มไปหมด ไหนล่ะความสำเร็จที่เขาควรได้ ทุกอย่างสูญเปล่าเพราะพวกขี้แพ้กับก้อนหินบ้าบอของพวกมัน

“แม่งเอ๊ย! เดอิดาระถีบเตียง ได้ยินเสียงอุทานแหลม โทบิยังหน้าสลอนอยู่ตรงนั้น “ทำไมแกยังไม่ไสหัวไปอีก! อืม!?

“คุณเพนบอกให้ผมช่วยดูคุณ..”

“แกไม่ใช่แม่ฉัน! จะไปไหนก็ไป!

“รุ่นพี่”

“แกชนะพนันแล้ว พอใจหรือยัง! แกได้อยู่ในวงต่อ อืม!

“ไม่ใช่เรื่องนั้น”

“อะไร!?

“ผมเข้าใจ”

“แกไม่เข้าใจห่าอะไรทั้งนั้น”

สาบานได้ว่าเดอิดาระกำลังเรียกพายุเข้ามาในห้องผู้ป่วย เมฆก่อตัวอยู่เหนือหัวส่งเสียงอึมครึมไปหมด ไม่นานห่าฝนคงกระหน่ำลงมาเป็นกระสุน ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ในที่นี้คือโทบิผู้โชคร้าย อยู่ไม่ถูกที่ถูกทาง เดอิดาระหาทางระบายให้ตัวเองไม่ได้ เขาทิ้งตัวกับเตียงรุนแรง ไม่สนว่าแผลจะเจ็บขึ้นมาไหม แล้วพลิกตัวหันไปอีกทาง ถ้าทุกอย่างจบด้วยดี ที่นี่ควรจะเป็นห้องที่บ้านพักตากอากาศ ไร้กลิ่นยาคลุ้งในอากาศ เดอิดาระได้ยินเสียงขยับของโทบิ ฟังดูเหมือนมันจะไปนั่งบนโซฟาแทน ห่างไกลพอจะเว้นช่องว่างให้หายใจ

โทบิไม่เคยหุบปาก แต่พอมันหุบ ทุกอย่างเงียบเชียบจนน่าอึดอัด พอไม่คุยกัน มันดู...เคร่งขรึมขึ้น ความรู้สึกนี้ไล่เดอิดาระอยู่บนต้นคอนี่เอง

“ผมก็อยากฟังเพลงของรุ่นพี่นะครับ”

โทบิบอก ไม่อยากยอมรับ แต่มันทำให้เดอิดาระรู้สึกดีขึ้น

แม้เพลงที่แต่งจะไม่เกี่ยวอะไรกับมันเลยก็ตาม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น