[Fic Naruto] Down with love

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 มี.ค. 60

            พอเรากลับมาถึงบริษัท เดอิดาระไม่ห้ามเพนตอนที่หมอนั่นบีบคอโทบิ เขายืนดูเหมือนเป็นผู้ชมแถวหน้าของการประหัตประหาร ขณะที่คนอื่นพยายามแยกสองคนนั้นออกจากกัน คิซาเมะสอดแขนเข้าไปใต้รักแร้เพน หิ้วไม่ให้หมอนั่นพุ่งใส่โทบิ เพนไวกว่า เขาใช้ขานั่นแหละ ตะครุบคอโทบิแล้วเอาน่องบดคอหอยให้มันขาดใจตาย อิทาจิกับฮิดันใช้เวลานานมากกว่าจะแงะออกมาได้ เพนตะโกน

            “ฉันจะฆ่าแก!

            “เอาเลย”

            “เดอิดาระ! ไอ้คนไร้ประโยชน์” จากฮิดัน

            “ฉันเคยบอกแล้วแต่ไม่มีใครฟังฉันเลย! อืม!

นั่น เรียกว่าระเบิด ไม่รู้ว่าเดอิดาระขุดความโกรธมาจากไหน ทุกคนหยุด กลับมาฟังเขาอย่างที่ควรจะเป็น

“เราไม่จำเป็นต้องมีเขาด้วยซ้ำ ซาโซริดันน่าบอกว่าเขาจะกลับมา เราควรจะรอ ไม่ใช่ให้ไอ้...มือสมัครเล่นมาทำวงพัง อืม!

คราวนี้ทุกอย่างตกอยู่ในความตกตะลึง เดอิดาระพยายามแล้ว ให้โอกาสมันครั้งเดียวก็เกินพอ งานนี้พวกสื่อคงเอาไปเขียนข่าวกันสนุก ได้ขายขี้หน้ากันทั่วบ้านทั่วเมือง วงดนตรีที่เคยยิ่งใหญ่ล่มไม่เป็นท่าเพราะสะดุดสายไมค์ ทุกอย่างพินาศเป็นโดมิโน่

“ฟังนะ ไอ้ทึ่ม”

ฮิดันปล่อยเพนลง เดินมาหาเดอิดาระ นี่คงจะสุดทนสำหรับหมอนั่นแล้วเหมือนกัน ทั้งสองประจันทร์หน้ากันแบบนั้น หมอนี่เป็นคนเดียวที่เดอิดาระไม่เรียกว่าดันน่า ด้วยอะไรก็แล้วแต่ พวกเขาไม่ถูกขี้หน้ากัน

ส่วนหนึ่งมาจากปาก

“แกงอแงเหมือนเด็ก ๆ”

“อะไรนะ”

“คิดว่าแกเศร้านักเหรอที่ซาโซริออกจากวงไป ทุกคนเสียใจกันหมด แต่เราจะไม่เอามันไปลงที่เด็กใหม่ แกทำตัวมีปัญหาอยู่คนเดียว”

“ขอโทษแล้วกันที่ฉันกลัวว่าวงจะพัง อืม”

“อยากร้องไห้หาซาโซริก็เรื่องของแก แกจบแค่นี้แหละ”

“มันจะไม่มีอะไรจบทั้งนั้นถ้าซาโซริดันน่าอยู่ตรงนี้ อืม!

“ซาโซริจะไม่กลับมา เดอิดาระ”

นั่นไม่ได้ฮิดัน แต่เป็นโคนัน เดอิดาระมองเธอ พูดอะไรไม่ออก โคนันยังควบคุมอารมณ์ได้ดี เธอไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทั้งนั้น ปล่อยให้ความเงียบเชียบเค้นลมหายใจออกจากปอด

“แต่เขาบอกผมว่า–”

“ถ้าไม่พูดแบบนั้น นายจะยอมให้เขาไปต่างประเทศหรือเปล่า”

เดอิดาระสะดุ้งเหมือนถูกถ้อยคำเหล่านั้นชกใส่ ถอยเซแทบจะเห็นดาวอยู่รำไร เขาพยายามนึกหาคำพูดมาเรียบเรียง ทุกอย่างกระจัดกระจายไปหมดในสมอง น้ำเสียงห่างไกลจนน่ากลัวว่าไม่ใช่เสียงตัวเอง

“พวกคุณรู้เรื่องนี้กันทุกคนใช่ไหม?”

ไม่มีใครสบตากับเขา

เดอิดาระรู้สึกว่าตัวเองโง่โง่โง่

“...อืม”

ฮิดันเรียก “เดอิ–”

แต่เขาไม่ได้อยู่ฟังอะไรต่อ ความรู้สึกมากมายพรั่งพรูออกมาหมด เดอิดาระหยิบของ แล้วเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ผ่านเซ็ทสึกับคาคุสึที่เปิดประตูสวนเข้ามา ทั้งสองมองตามหลังเดอิดาระ ความสงสัยเต็มไปหมด

“เกิดห่าอะไรขึ้นอีก”

ไม่มีใครตอบคาคุสึ




            เดอิดาระไม่อยากจะเชื่อว่าไอร้อนจะทารุณเนื้ออ่อนที่หลังคอเป็นจุลได้ขนาดนี้ ไอ้ลูกรักที่แบกมาตลอดทางเริ่มเนรคุณ ทิ้งน้ำหนักตัวใส่เขาทั้งหมด เดอิดาระรู้สึกเหมือนจะตาย แต่ทันทีที่มานั่งรอหน้าห้องออดิชั่น ขาของเขาสั่นไม่หยุด แทบจะเจาะพื้นเป็นรูได้ ความประหม่าแล่นริ้วไปตามนิ้ว

            “ตื่นเต้นอยู่เหรอ”

            ดังมาจากด้านหน้าเขานี่เอง เดอิดาระหันไปมอง เห็นผมสีแดงก่อนอะไรทั้งหมด หมอนี่ดู...น่ารักดี น่าจะเป็นเด็กมหาลัย อาจจะเด็กกว่าเขาด้วย ผู้ชายคนนั้นมองลงมา ดูเหมือนจะเป็นคนต่อไปที่ได้เข้าห้อง

            “ประมาณนั้น”

เดอิดาระได้ยินเสียงหัวเราะจากอีกฝ่าย ซุ้มเสียงนุ่มลึกอ่อนโยน ไหนจะริมฝีปากที่คลี่ยิ้มออกมา เดอิดาระกระพริบตางุนงง รู้สึกราวกับถูกลูบหัวอยู่ ก่อนจะเดินจากไป ชายผมแดงบอกกกับเขา

“จะงานไหนก็ตาม เล่นให้สุด นี่คือสิ่งที่นายต้องจริงใจกับคนดู

ไม่นานนัก เดอิดาระโดนเรียกเข้าไปในห้อง และเห็นชายเมื่อครู่นั่งรวมอยู่กับกรรมการ 


 

เดอิดาระตื่นขึ้นเพราะเสียงกริ่งห้อง พนันได้เลยว่าไอ้คนกดอยากตายเต็มทน มันถึงกดรัวไม่ยั้งนิ้วแบบนี้ เดอิดาระใช้เวลานานกว่าจะคลานออกจากเตียง เดินตัวงอเป็นกุ้งมากดกล้องดู เห็นสีส้มเต็มจอไปหมด

นั่นโทบิ

“รุ่นพี่เดอิดาระคร้าบบบบบ!

เดอิกดสปีคเกอร์แล้วกระโชก “แกมาที่นี่ได้ยังไง!?

“ผมถามทางรุ่นพี่ฮิดันมา”

ไอ้หงอกทรยศ

“ไปให้พ้นโทบิ ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก อืม”

“ผมเอากีตาร์ของรุ่นพี่มาให้” โทบิไม่พูดเปล่า มันยื่นกระเป๋ากีตาร์ให้ดู แทบจะแนบมันชิดกับจอ “รุ่นพี่ลืมไว้ตอนออกมา”

“วางเอาไว้ข้างหน้า ฉันจะออกไปเอาเอง”

“แต่–”

“วาง–ไว้–หน้า–ประตู”

เดอิดาระมองว่าโทบิจะทำยังไง จ้องตาเป็นมันจากอีกฝากประตู ในจอ โทบิกอดคอกีตาร์เอาไว้เหมือนตุ๊กตาหมี มองซ้ายมองขวา เลิกลักมึนงงไม่รู้จะทำยังไง โทบิคือสิ่งมีชีวิตที่น่าหงุดหงิดที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา มันยึก ๆ ยัก ๆ อยู่นั่นเหมือนตุ๊กตาไขลานที่ไม่หยอดน้ำมันมาเป็นชาติ ชะโงกแล้วชะโงกอีก หวังให้เดอิดาระออกมาเจอหน้า แต่เขาทำตัวใจเย็น เคาะส้นเท้ารอ กระทั่งโทบิประคองกีตาร์ของเขา วางมันพาดกับกำแพง แล้วเดินหายลับไปจากจอ

เดอิถอนหายใจ เขาเปิดประตูออกมา อุ้มลูกเอาไว้เต็มอ้อมแขน “เฮ้อ พ่อขอโทษที่ทิ้งลูกเอาไว้”

“อุ๊ย”

เดอิชะงัก เห็นโทบิยกมือปิดปาก มันไม่ได้ไปไหน แค่หลบเอาหลังแนบกำแพงอยู่ตรงมุมที่ประตูจะเปิดไปบังมันพอดี วินาทีนั้น เขามีเส้นเลือดปูดอยู่บนคอ เดอิดาระกระชากประตูปิด แต่โทบิไวกว่า เพราะมันเอาตัวมาเสือกระหว่างช่องประตู ร้องเหมือนเสียงแหลมเป็นลูกหมาตอนโดนประตูบีบ

“ไสหัวไปโทบิ! อืม!

“ได้โปรดฟังผมก่อนรุ่นพี่!

“ฉันไม่ฟังห่าอะไรทั้งนั้น!

“ผมแค่จะมาขอโทษษษ”

“ออก!–ไป!” เขาเอามือดันหัวมัน “ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวจากไอ้เวรที่สะดุดสายไมค์ชาวบ้าน!

โทบิกรีดร้องโหยหวน มหัศจรรย์ตรงที่มันยัดตัวเองผ่านช่องแคบเข้ามาในห้องได้ในที่สุด โทบิคุกเข่าสี่ขาบนพื้น หอบหืดหาดขณะที่เดอิอุ้มกีตาร์ไปวางไว้ที่เดิมของมัน แล้วเดินกลับมา ได้ยินเสียงโทบิคราง “รุ่นพี่เดอิดาระะะ...”

“โอเค พล่ามมา แต่ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น อืม”

เดอิกอดอก ไม่มองหน้ามัน แค่โทบิมาอยู่หน้าบ้านก็แย่พออยู่แล้ว ไหนจะฝันนั่นอีก วันนี้มีแต่เรื่องกับเรื่อง

“ผมมันซุ่มซาม” โทบิสารภาพ “ไม่รู้ตาม้าตาเรือเลยทำทุกอย่างพินาศหมด ผมไม่คิดว่าคุณพูดผิดหรอก” เสียงของเขาเบาลงตรงนี้ “...ผมมันมือสมัครเล่น”

เฮ้อ น่ารำคาญ

เดอิย่นจมูก ไม่อยากยอมรับว่าความรู้สึกผิดก่อขึ้นในใจ ไอ้หมอนี่มันทำพลาดเอง ครั้งแรกทำตัวปากไม่มีหูรูดออกทีวี ครั้งที่สองทำงานพังยับ ครั้งต่อไปอะไร? ระเบิดเวทีเรอะ?

...หรือเขาอาจจะแค่เอาอารมณ์มาลงใส่มัน

ไอ้ตะกอนในใจมันพยายามบอกเขา มีบางอย่างไม่ถูกต้องในความคิดแก มีสติหน่อย เดอิดาระหันมามองโทบิ ชะงักไปเมื่อเห็นว่าโทบิจ้องอยู่ตลอดเวลา มันอยากจะพิสูจน์อะไร สัญญาว่าครั้งหน้าจะไปพลาดเละเทะอีก

“ผมขอโอกาสได้ไหม ครั้งหน้า ผมจะไม่ทำพังอีก”

น้ำเสียงของโทบิหนักแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันละลายอคติออกทีละน้อย เดอิดาระกรอกตา

“ก็ได้” เดอิบอก “งานคอนเสิร์ตที่ทะเล ถ้าแกพลาดอีก แกต้องออกจากวง อืม”

ทั้งสองสบตากันเป็นการเซ็นสัญญา เดอิดาระเป็นฝ่ายผละออกไปก่อน ตะขิดตะขวงใจที่โทบิเข้ามาถึงในนี้ ท้องของเขาขมวดเป็นปม บางอย่างในตัวโทบิทำให้ร่างกายของเดอิดาระเรียกร้องเรื่องไม่เข้าท่า การให้โอกาสมันถือเป็นเรื่องใจดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

“รุ่นพี่–!

โทบิกอดขาเดอิ เขาเลยเอาเท้าอีกข้างยันหน้า(กาก)มัน ในที่สุดเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย โทบิก็ยอมถอยทัพไป

แต่ไม่ทันได้หายใจทั่วท้อง มีเสียงกริ่งดังขึ้นอีก เดอิคิดว่าวันนี้เขาได้ยินมันดังมากสุดในชีวิตแล้ว หัวใจเขาร่วงไปกองที่ตาตุ่มเมื่อเห็นว่าเป็นโคนันอยู่ตรงนั้น เดอิดาระกุลีกุจอเปิดประตูแทบไม่ทัน

“โคนัน?”

“ฉันแวะมาดูว่าเธอเป็นไงบ้าง” โคนันยกกล่องดังโงะร้านโปรดขึ้นมา “ขอเข้าไปได้ไหม”

 

ชาร้อนถูกเสิร์ฟบนโต๊ะ ทั้งสองกินอาหารว่าง ยังไม่มีใครพูดอะไร นั่นแหละโคนัน เธอจะเป็นฝ่ายรอเสมอ โอบถ้วยชาเอาไว้ มองไออุ่นของมันลอยละล่องบนอากาศ มีเสียงนกกับพระอาทิตย์ตกเป็นฉากหลัง

“ผมทำตัวเป็นเด็ก ๆ”

เดอิดาระสารภาพ

“ฮิดันพูดถูก ผมทำตัวมีปัญหาไม่เข้าท่า อืม”

“ไม่หรอก” โคนันวางถ้วยชาลง “ฉันเห็นเธอให้กำลังใจโทบิบนเวที นั่นเท่มาก”

โอ๊ยตายละ เธอเห็นเหรอ เดอิดาระหน้าแดงขึ้นมา เขาไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าเขาเอ็นดูมัน “ผมแค่ทำตามที่เขาสอนมา”

“งั้นฉันว่าวันนี้เธอโตขึ้นมาก”

“คุณเจอโทบิหรือเปล่า? อืม”

“กระโดดเท้าไม่ติดพื้นเลยล่ะ”

เออ ถ้ามันแปลงร่างเป็นโพนี่ได้คงทำไปแล้ว

“เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงรักซาโซรินัก”

“....อืม”

            พอได้ยินชื่อ เดอิดาระรู้สึกราวกับเห็นซาโซริอยู่ในห้องกับพวกเราด้วย นั่งอยู่ที่อีกฝั่งของโต๊ะ ดื่มชาขณะที่แสงสีส้มสาดเข้ามาผ่านหน้าต่าง พาดริ้วตามโหนกแก้มและสันจมูก เมื่อพระอาทิตย์ลับฟ้าไป ใบหน้าของซาโซริก็สลายลงพร้อมกัน มนต์ลวงตานั่นทำให้หัวใจของเดอิดาระเจ็บแปร๊บ

            “วันนี้เราซ้อมกันที่นี่ไหม?”

            เดอิดาระเงยหน้าขึ้น

            “ก็ได้ครับ อืม”


ตอนหน้ามันไปทะเลกันแล้วว้อยทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น