[Fic OUTLAST] After Story Eddie/Waylon

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    23 ส.ค. 58

            เอ็ดดี้ไม่ได้โทรหาเวย์ลอน เขาคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลา ถ้าเกิดรู้ตัวขึ้นมาเวย์ลอนจะต้องเปลี่ยนเบอร์แน่ เอ็ดดี้ได้แต่มอง ช่วงเวลาที่ห้องเช่าในวันนั้นแตกต่างออกไป เขาคิดถึงสีหน้าของเวย์ลอน ความตกใจและประหม่าพวกนั้นดูมีเสน่ห์เสมอตอนมันอยู่บนใบหน้าอีกฝ่าย แล้วคิดได้ว่าคงมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในเช้าวันถัดไป

 

            แต่ แน่ล่ะ มันคงไม่ง่ายเท่าไหร่สำหรับเวย์ลอน

 

            แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

 

"เวย์ลอน เย็นนี้นายว่างไหม"

 

"นี่จีบฉันเหรอ"

 

เอ็ดดี้ยิ้มจนตาปิด

 

"ใช่ ฉันพยายามจีบนายอยู่"

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า ทำได้ดี"

 

เวย์ลอนหัวเราะเสียงแข็งใส่หน้า แล้วเอี่ยวตัวไปทำงานของตัวเองต่อ เอ็ดดี้ดีใจที่อย่างน้อยพวกเขาก็คุยกันโดยไร้ความตรึงเครียดบ้าง เขาเข้าไปใกล้ๆ เวย์ลอน หยิบกล่องที่ซ้อนด้านบนอีกใบมาถือ

“ให้ฉันช่วยก่อนนายจะล้มเถอะ”

 

“โอเค?”

 

“ฉันรู้สึกดีที่ได้ยินแบบนั้น คำขอบคุณจากนายเป็นของหายากรู้ไหมเวย์ลอน”

 

“โดยเฉพาะกับนาย”

 

“ถูกเผง” เอ็ดดี้ดีดนิ้วดังเป๊าะ “ถ้านี่เป็นเกมโชว์ นายจะได้แต้ม”

 

“เก็บแต้มไว้ดีกว่า ฉันไม่คิดว่าเจ้านายอยากเห็นเรายืนคุยกัน”

 

เวย์ลอนพยักเพยิดไปทางลูคัสผู้อยู่ในห้องทำงาน ดูหงุดหงิดอย่างเคย พวกเขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ยาว เว้นระยะห่างหนึ่งบล็อก เอ็ดดี้ยังคงอารมณ์ในขณะที่เวย์ลอนเลิกคิ้ว จ้องกลับมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

 

“ฉันรู้นะ”

 

“อะไร?”

 

“นายยังกลัวเรื่องที่ฉันพยายามจับนายทำเมีย”

 

“นี่นายสังเกตไหมว่ากล่องอุปกรณ์วางอยู่ข้างๆ ฉันน่ะ กลัสคิน”

 

เวย์ลอนไม่ได้แค่ขู่ แต่ง้างแชลงมาให้ดู นั่นทำให้เอ็ดดี้แอบถอยออกมาอีก

 

“ขอเหอะพาร์ค ถ้าฉันทำจริงๆ คงทำตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว”

 

สีหน้าของเวย์ลอนผ่อนคลายลง(แค่เล็กน้อยเท่านั้น) แล้วถอนหายใจออกมา “บางที ฉันคง.. แบบว่าคิดมากเกินไป”

 

“ฉันเข้าใจ”

 

“งั้นเราจะเริ่มกันใหม่?”

 

“ใช่!

 

“ได้แต่เริ่มจากเพื่อน”

 

“ไม่ได้” เอ็ดดี้ค้านเสียงแข็ง ทำหน้านิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมา “แบบนั้นฉันก็จะอยู่ friend zone forever น่ะสิ”

 

“ให้ตายเหอะ พระเจ้า ฉันควรทำยังไงกับนาย”

 

“ฉันพยายามจีบนายอยู่นะ จำได้ไหม”

 

“โคตรไม่ยุติธรรมเลย”

 

“ชีวิตก็แบบนี้แหละ!

 

เอ็ดดี้ยิ้มร่า ลุกขึ้นเมื่อเห็นรถคันหนึ่งขับเข้ามาในอู่ “ฉันดีใจที่ได้คุยกับนายนะ เวย์ลอน” เขาพูดแล้วกลับไปทำงาน ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ขณะที่ถูกระจกจนเงาวับ ไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มานานมาก เหมือนว่าชีวิตเฮงซวยเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนหายไปพร้อมกับฟองที่ถูกล้างจากรถ เอ็ดดี้รู้สึกกระตือรือร้นและสนุกกับงานที่ทำทั้งที่งานของลูคัสไม่ได้น่าพิศวาสนักหนา ขอแค่มีเวย์ลอนก็เท่านั้น เขารู้สึกเหมือนสาวไฮสคูลที่มีรักแรกและพยายามเขียนจดหมายรักใส่ล็อคเกอร์

 

            โอ้ ดูสิ ขนาดล้างรถยังมีสายรุ้งเลย วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ

 

 

 

 

 

            เวย์ลอนปลีกตัวเข้ามาในห้องทำงาน โชคดีที่ลูคัสเรียกเขาพอดีและขอให้ช่วยล้างแก้วที่ตั้งเป็นกองพะเนิน ดูเหมือนงานบ้านจุกจิกจะไม่ใช่ของถนัดของลูคัสและเจ้าตัวโชคดีที่เป็นหัวหน้า เวย์ลอนยอมทำโดยไม่เถียงแล้วปล่อยให้เจ้านายเดินไปคุยโทรศัพท์ เขาเข้าไปในครัว เหลือบมองเล็กน้อยจากในห้องขณะที่ล้างแก้วน้ำใส่ถาด และเห็นเอ็ดดี้ชื่นชมรุ้งจากที่ฉีดน้ำ ดูเพ้อฝันอย่างกับมียูนิคอนบินอยู่รอบตัว

 

            เขากรอกตานิดหน่อย พยายามไม่คิดเรื่องกลัสคิน เพราะนั่นทำให้รู้สึกเหมือนเอ็ดดี้เอาสมองของตัวเองใส่โหลแล้วเขย่าไม่หยุด สิ่งเดียวและสิ่งสำคัญที่ผิดปกติในชีวิต นอกจากเมาท์แมสสิฟคือการที่ผู้ชายคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ทั้งที่เหมือนตายต่อหน้าต่อตา ไม่ใช่เรื่องน่ารื่นรมณ์นักเมื่อเห็นคนที่พยายามฆ่าตัวเองมาทำงานที่เดียวกัน นั่นตอกย้ำว่าอดีตเฮงซวยยังตามหลอกหลอนไม่เลิก การมีอยู่ของเอ็ดดี้ กลัสคินทำให้เวย์ลอนหวาดกลัว เดาไม่ออกว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้ หรือกระทั่งตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก

 

            บางทีเขาควรลาออก? ถูกไหม? แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เวย์ลอนเลือกงานไม่ได้และต้องอดตายแน่ การทำตัวเป็นฮีโร่ทำให้เขาต้องสละหลายๆ อย่าง

 

            รวมถึงลิซ่าด้วย...

 

            ลิซ่า...

 

            เวย์ลอนเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง แต่มากพอให้แก้วในถาดที่ถือทั้งหมดร่วงลงพื้นตามกันตอนที่เขาเดิน มันแตกดัง เพล้งเพล้งเพล้ง เป็นจังหวะ และที่สำคัญ ใบสุดท้ายแตกใส่เท้าเปลือยเปล่าของเวย์ลอน นั่นเพราะลูคัสไม่อนุญาติให้พวกเขาใส่รองเท้าเข้ามา

 

“โอ๊ย!

 

เขากระโดดโหยง นั่นทำให้เท้าอีกข้างพลาดไปเหยียบเศษอีก “แม่งเอ๊ย!!” เวย์ลอนร้องจ๊ากพร้อมถอยหลังแถดๆ เหมือนเต้นมูนวอค เห็นหยดเลือดไหลเปาะแปะเป็นทางจากเท้าทั้งสองข้าง เขาเท้าแขนข้างหนึ่งไว้กับกำแพงแล้วเช็คแผล ไม่ได้รุนแรงนักหนา แต่เจ็บฉิบหาย

 

เวย์ลอนมองเศษแก้วมากมายบนพื้น ดูเหมือนพวกนั้นจะบล็อกทางออกไว้ซะแล้ว เขาลองยกขา พยายามข้ามดู แต่แก้วพวกนี้แตกเป็นวงกว้างเกินไป และวิธีที่โง่ที่สุดในหัวของพาร์คคือเสี่ยงกระโดดข้ามแล้วหวังไม่ให้เท้าสองข้างจบลงบนเศษแก้ว ซึ่ง เขาไม่อยากได้แผลเพิ่ม

 

เวย์ลอนมองไปรอบๆ หาว่าพอจะมีไม้กวาดหรืออะไรมาใช้แทนได้บ้างไหม

 

“โอ้ เวย์ลอน”

 

ฉิบหาย

 

เอ็ดดี้อยู่อีกฝั่งของเศษแก้ว มองมาที่แผลของเขา

 

“เอ่อ หาไม้กวาดมาให้หน่อย”

 

“นายเลือดออก”

 

“เอ็ดดี้ ฉันออกไปไม่ได้”

 

“มันเจ็บมากไหม? แผลนั่นใหญ่หรือเปล่า ตอนนี้เลือดยังไม่หยุดไหลเลยนะ”

 

“เอ็ดดี้” เวย์ลอนพยายามควบคุมลมหายใจให้ปกติ “ก่อนอื่นนะ ไม้กวาด”

 

“ก็ได้”

 

เอ็ดดี้เดินหายไป ครู่ต่อมาก็มาพร้อมไม้กวาดและที่โกยผง เวย์ลอนกำลังจะบอกให้อีกฝ่ายส่งมันมาให้เขา แต่เอ็ดดี้เลือกจะจัดการกับเศษแก้วด้วยตัวเอง กวาดเรียบร้อยเสร็จสรรพพร้อมตรงเข้ามาหาเวย์ลอน โดยไม่ถอดรองเท้า และมันทำให้พื้นห้องทำงานเปียก

 

“เอ็ดดี้! รองเท้านาย--”

 

“ไม่เวย์ลอน เท้าของนาย มันดูแย่มาก ให้ฉันดูเถอะ”

 

“มันแค่แผลนิดหน่อย ฉันจัดการได้”

 

“ฉันหยิบยากับพลาสเตอร์มาแล้ว” เอ็ดดี้ล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกง “ทีนี้นั่งลงหน่อยได้ไหม”

 

ดูเหมือนเก้าอี้ในห้องนี้จะมีอยู่สองตัว แต่อันที่เวย์ลอนโดนจับให้นั่งกลับเป็นเก้าอี้ทำงานของเจ้านายพวกเขา เอ็ดดี้คุกเข่าลงแล้วช้อนเท้าของเขาขึ้นอย่างอ่อนโยน เทยาลงไป ไม่มีใครชอบแบบนั้นเพราะมันโคตรแสบ เวย์ลอนก็เช่นกัน เขาพยายามดึงเท้าออกแต่มือของกลัสคินแข็งแรงติดหนึบเป็นปลาหมึก อย่างกับฉากสวมรองเท้าให้ซินเดอเรลล่า แค่เปลี่ยนเป็นทำแผล เอ่อ... หมายถึง สถานการณ์แค่ดูใกล้เคียง แต่เขาถูกแก้วบาดแทนที่จะได้สวมมัน และพวกเขาอยู่ในเครื่องแบบสีฟ้า เวย์ลอนไม่คิดว่านี่เป็นชุดสำหรับเจ้าหญิงที่จงใจทำรองเท้าแก้วหลุดเพื่อแต่งงานกับเจ้าชายหรอก

 

แล้วทำไมต้องซินเดอเรลล่าวะ? พาร์ค ตั้งสติหน่อยไอ้ทึ่ม ตอนนี้เอ็ดดี้กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้านาย ประคบประหงมเท้านายทั้งที่พลาสเตอร์พวกนั้นปิดแผลไม่หมดด้วยซ้ำ อย่างกับมันมีค่าเป็นล้านเหรียญถ้าเขาตัดมันแล้วเอาไปขายในตลาดมืด ซึ่งเขาอาจจะทำอย่างงั้น ไม่รู้สิ นายก็จำได้ดีตอนหมอนี่พยายามเปลี่ยนนายเป็นผู้หญิง หรือนายจะเลือกความเชื่อใจ เสี่ยงดูกับกลัสคินแล้วยอมรับเรื่องถูกจีบ คิดดูสิ อดีต ปัจจุบัน อนาคต นายจะมองแบบไหนต่อ

 

คำตอบคือ ไม่รู้เว้ย!

 

“สงสัยจะไม่ไหวจริงๆ ฉันคงต้องไปซื้อผ้าก็อตมาแทน”

 

“ก็ได้ ซื้อมา แต่เอามาให้ฉันทำแผลเอง”

 

“แต่...”

 

“เอ็ดดี้ ขอร้อง ถ้านี่เป็นสิ่งที่นายพยายามให้ฉันระทับใจ คิดผิดถนัด ฉันไม่ได้ง่อยนะ”

 

พวกเขาเงียบอยู่ครู่หนึ่ง และได้ยินเสียงประตู

 

“เฮ้ย”

 

ลูคัสอยู่ตรงนั้น

 

ภาพที่เห็นคือเศษแก้วที่แตกฉิบหายอยู่ในที่โกยผง รอยน้ำจากรองเท้าเปียกเละเป็นทาง และที่สำคัญที่สุด สิ่งที่ทำให้ลูคัสเลือดขึ้นหน้าและรู้สึกเหมือนเส้นเลือดในสมองปูดพองใกล้จะระเบิด คือ ลูกน้องสองคน ไอ้งั่งเวย์ลอนอวดดีนั่งบนเก้าอี้เขา กับเอ็ดดี้พนักงานใหม่ที่คุกเข่าตรงหน้าเหมือนกำลัง.... ทำอะไรอุบาทๆ ในห้องทำงานเขา

 

ประโยคสุดท้ายนั่นดังห้องในหัวของพาร์คและกลัสคินเป็นอย่างดี

 

“ไอ้สารเลวเอ๊ย!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

102 ความคิดเห็น

  1. #95 Zerina Chanier (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 20:33
    เอิ่มมม55555555
    #95
    0
  2. #85 Fuyu no Hana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 21:01
    จริงๆมันก็ชวนให้คิดอยู่นะ =.,= ท่านั้นน่ะ
    #85
    0
  3. #36 KAKUZU-SAN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 02:51
    ขำแรงตรงความคิดของอีตาเจ้านาย ทำอะไรอุบาท? เอาจริงดิ? 555
    #36
    0